เสน่ห์นางมาร

ตอนที่ 3 : บทที่ 2

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 739
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 14 ครั้ง
    30 เม.ย. 61













ขณะที่บลินดากำลังคันคะเยอ ผู้ที่เพิ่งกลับมาถึงบ้านก็ต้องเขม้นตามองด้วยความแปลกใจยิ่ง

“หนูเป็นใครจ๊ะ แล้วมานั่งอยู่ที่บ้านป้าได้ยังไง”

น้ำเสียงอ่อนโยนที่ดังมาจากข้างหลังทำให้หญิงสาวหันกลับไปมองอย่างรวดเร็ว ก่อนส่งยิ้มให้หญิงวัยกลางคนตรงหน้า แต่ยังไม่ทันได้ตอบอะไรออกไป เสียงทุ้มคุ้นหูก็ดังขึ้น

“อ้าวแม่กลับมาแล้วเหรอครับ”

บลินดาหันไปมองร่างสูงที่เดินลงมาจากบนบ้าน แล้วหันมองหญิงวัยกลางคนตรงหน้าสลับกับชายหนุ่ม พลางคิดในใจว่านี่เองแม่ของเขา ท่าทางตอนสาวๆ จะสวยไม่เบา แต่คิดๆ ไปไม่น่าจะเป็นแม่ลูกกันได้เลย คนแม่ดูใจดี แต่รพีสิ ใจร้ายที่สุด!

“เพิ่งมาถึงนี่แหละจ้ะ ว่าแต่แม่หนูเป็นลูกเต้าเหล่าใครกันจ๊ะ”

น้ำเสียงนั้นอ่อนโยน ดวงตาฉายแววปรานีแจ่มชัด เมื่อพบสาวสวยหน้าตาจิ้มลิ้มหมดจดมานั่งอยู่หน้าบ้าน ทว่ารพีกลับทำให้บลินดาต้องหุบปากฉับเมื่อเขาชิงตอบเสียเอง...

“เป็นเพื่อนยัยอรฮะ มาจากกรุงเทพฯ พอดีว่ารถยัยอรเสียกำลังซ่อมอยู่ที่อู่ เข้าบ้านไม่ได้ ก็เลยให้มาอยู่ที่บ้านเราก่อน เดี๋ยวยัยอรจะตามมารับทีหลัง”

นางผกา ผู้เป็นมารดามองบุตรชายแล้วให้รู้สึกขัดนัยน์ตา กับท่าทางไม่รับแขกของอีกฝ่าย ซึ่งผิดวิสัยของชายหนุ่ม แต่ท่านเลือกเฉยเสีย ก่อนจะหันไปยิ้มให้สาวงามตรงหน้าด้วยสายตาเอ็นดู

“อืม ยังงั้นก็ขึ้นบ้านสิลูก มานั่งให้ยุงกินทำไม เรานี่ก็จริงเลย ปล่อยให้น้องมานั่งตากยุงอยู่ได้ ไปๆ ขึ้นเรือน”

หันไปเอ็ดบุตรชายเบาๆ แล้วเอ่ยชวนหญิงสาวต่างถิ่นก่อนจะเดินนำขึ้นเรือนไปเป็นคนแรก บลินดาลุกยืนแล้วหันกลับไปมองเขาตาเขียว เพราะรู้ว่าอีกฝ่ายตั้งใจปล่อยให้หล่อนนั่งตากยุง แต่ฝ่ายนั้นกลับไหวไหล่อย่างไม่ยี่หระ ก่อนจะเดินแซงหน้าไปด้วยการก้าวยาวๆ เพียงสองสามก้าวเท่านั้น

        บลินดามองเจ้าของแผ่นหลังกว้างที่เดินหายเข้าไปในครัวแล้วหันมาทางมารดาเขาซึ่งนั่งลงข้างเสาต้นใหญ่กลางบ้านด้วยท่าทางเรียบร้อยด้วยความรู้สึกทึ่ง หญิงสาวจึงขยับคลานเข้าไปนั่งใกล้ๆ นางก่อนจะเอ่ยถามเมื่ออีกฝ่ายเงยหน้าขึ้นมองสาวน้อยรุ่นลูกตรงหน้า

        “คุณป้าเป็นแม่ของนาย... เอ่อ พี่พีหรือค่ะ”

        “ใช่จ้ะ ป้าเป็นแม่เจ้าพี แล้วหนูล่ะจ๊ะเป็นลูกใครกัน”

บลินดารีบยกมือขึ้นทำความเคารพนางผกาด้วยท่าทางงดงาม ทำให้ฝ่ายเจ้าบ้านมองอย่างชื่นชม เมื่อสาวสวยตรงหน้าประนมมือไหว้ได้งดงามจับตานัก ผิดกับการแต่งกายของหล่อนโดยสิ้นเชิง

        “หนูต้องขอโทษนะคะ ที่ไม่ได้ไหว้คุณป้าแต่แรก คืออันที่จริงหนูไม่ใช่คนแถวนี้ค่ะ คุณพ่อกับคุณแม่ของหนูเป็นคนกรุงเทพฯ ค่ะ หนูคิดถึงอร เลยแวะมาหา แต่ฤกษ์ไม่ดีนิดหน่อย หนูหลงทาง ส่วนรถอรก็เกิดมาเสีย แถมที่บ้านอรก็ไม่มีใครอยู่อีก ก็เลยต้องรบกวนพี่พีให้พามาที่บ้านก่อนค่ะ”

นางยิ้มให้หญิงสาวตรงหน้าอย่างนึกถูกชะตา ก่อนจะถามชื่อเสียงเรียงนามของเจ้าหล่อน

        “แล้วหนูชื่ออะไรล่ะจ๊ะ”

        “หนูชื่อบลินดาค่ะ เรียกดาเฉยๆ ก็ได้ คุณป้าล่ะคะ เอ่อ...ขอโทษค่ะ”

        บลินดาเอ่ยขอโทษ ใบหน้างามสีเรื่อเจื่อนลง เมื่อเผลอเสียมารยาทถามชื่อผู้ใหญ่ออกไปก่อน แทนที่จะให้ท่านเป็นฝ่ายบอกออกมาเอง ซึ่งถือเป็นเรื่องที่เสียมารยาทอย่างยิ่ง

ขณะที่บลินดากำลังคิดอย่างไม่สบายใจนั้น นางผกากลับไม่ถือสา นอกจากจะยิ้มให้อย่างผู้ใหญ่ที่เปี่ยมด้วยน้ำใจไมตรี ก่อนจะตอบออกมา

        “ไม่เป็นไรจ้ะ ป้าชื่อผกา เป็นแม่ของเจ้าตัวดีในครัวนั่นแหละ พ่อของเขาเป็นทหารเก่า แต่เสียชีวิตไปเมื่อห้าหกปีที่แล้ว ป้าก็เลยย้ายมาอยู่ที่นี่ บ้านเกิดของป้าเอง”

        บลินดาพยักหน้ารับรู้ ใบหน้าเจือรอยยิ้มหวาน ขณะเฝ้ามองนางผกาหยิบจับนี่นั่นด้วยท่าทางคล่องแคล่ว แต่เรียบร้อยงดงาม พลางคิดในใจว่า...

แม่เขาน่ารักจัง ดูเรียบร้อยงามสง่า แบบนี้เอง เขาถึงไม่ค่อยชอบผู้หญิงเปรี้ยวแบบหล่อน แล้วเขาจะมีแฟนหรือยังนะ หรือว่ามีแล้ว ต้องผู้หญิงคนนั้นแน่ๆ ผู้หญิงที่ดูเรียบร้อยและธรรมดามากๆ คนนั้นแน่ คงเป็นเพราะอย่างนี้นี่เอง เขาเลยชอบกระแนะกระแหนหล่อนเสมอ เป็นเพราะเขาชอบผู้หญิงที่เรียบร้อยแบบผ้าพับไว้นั่นเอง

บลินดาจมอยู่ในภวังค์ของตนเองไม่นาน นางผกาก็ร้องเรียกบุตรชายที่หายเงียบ

        “อ้าว ว่าไงล่ะพ่อ น้ำท่าไม่หามาให้แขกดื่มล่ะจ๊ะ” นางผกา ส่งเสียงเรียกบุตรชายตัวเอ้ที่หายเงียบไปในครัว ปล่อยให้แขกคอแห้งอย่างเสียมารยาท บลินดาจึงยิ้มอย่างอ่อนหวานให้นาง แต่ในใจกำลังสมน้ำหน้าคนตัวโต พอนึกอะไรได้ก็รีบพูดทำคะแนนทันที

        “ไม่เป็นไรหรอกค่ะคุณป้า ดาทนได้ แต่พี่พีสิคะ เหนื่อยมาทั้งวันแล้ว”

ไม่ทันขาดคำ เสียงกระดานลั่นออดแอดก็ดังเข้ามา หญิงสาวหันไปมอง จึงพบว่าร่างสูงได้ส่วนกำลังเดินตรงมา ในมือมีขันเงินบรรจุน้ำเกือบเต็ม ก่อนวางลงตรงหน้า แล้วเดินจากไปอย่างไม่สนใจตามเดิม ทำให้ผู้เป็นมารดาได้แต่ส่ายหน้าพลางยิ้มให้หญิงสาว

        “หนูดื่มจากขันได้ไหมลูก” นางผกาเอ่ยถาม หลังจากลอบสังเกตดูแล้วว่าสาวสวยตรงหน้าต้องไม่ใช่ลูกชาวบ้านธรรมดาเป็นแน่ รู้ได้จากผิวพรรณเนียนลออ ดูผุดผาดผิดชาวบ้านธรรมดาทั่วไป รวมไปถึงการแต่งตัวและรถยนต์ที่หล่อนขับมานั่นอีก

        บลินดามองน้ำเย็นในขันเงินก่อนจะยิ้มให้นางผกา พลันขมวดคิ้วอย่างแปลกใจกับน้ำที่มีสีชมพูเรื่อและกลิ่นหอมแปลกๆ ที่โชยออกมาจางๆ

        “ได้ค่ะคุณป้า แต่ว่าทำไมน้ำเป็นสีชมพูล่ะคะ” บลินดายกขันน้ำขึ้นมาจ่อที่จมูกแล้วสูดเบาๆ ก่อนจะถามออกไปอีกครั้งอย่างใคร่รู้

        “กลิ่นอีกค่ะคุณป้า หอมจังค่ะ รสชาติก็หวานดี” นางผกายิ้มให้กับสาวสวยรุ่นลูกอย่างเอ็นดู ก่อนจะตอบสาวสวยออกไป

        “น้ำฝนธรรมดานี่แหละจ้ะ แต่โดยธรรมชาติ น้ำฝนจะหวานอยู่แล้ว ส่วนที่เป็นสีชมพู เพราะใส่น้ำยาอุทัยไงจ๊ะ กลิ่นก็เหมือนกันเป็นกลิ่นของน้ำยา คนรุ่นป้านิยมเอามาละลายกับน้ำ จะได้ชุ่มคอ แก้กระหายได้จ้ะ”

        บลินดาฟังจบก็ดื่มเสียหลายอึก ก่อนจะวางลงกับพื้นกระดานแล้วยิ้มให้นางผกา วันนี้หล่อนได้ความรู้เพียบ...

        “ดาเพิ่งเคยรู้นะคะ ว่าคนสมัยก่อนชอบดื่มแบบนี้ แต่รู้สึกชุ่มคอจริงๆ ด้วยค่ะ กลับบ้านไปคราวนี้ ดาต้องบอกให้แม่ครัวทำแบบนี้บ้างแล้ว”

        ขณะที่สาวสวยบอกถึงความตั้งใจ คนฟังอย่างนางผกาก็ค่อยๆ รู้สึกถูกชะตาหล่อนขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก ดูท่าทางก็เป็นผู้ดี ทีแรกนางคิดว่าคงจะหยิ่งเสียด้วยซ้ำ แต่พอได้พูดคุยกลับรู้สึกว่าสาวสวยคนนี้ไม่ได้เป็นอย่างที่นางคิดสักนิด แต่ท่าทางที่คุยไปเกาไปของหญิงสาวนี่สิ ทำให้นางต้องถามออกไปอย่างเป็นห่วง

        “หนูดาเป็นอะไรหรือเปล่าลูก ป้าเห็นหนูนั่งเกามานาน”

บลินดายิ้มแหยให้กับนางผกา พลางคิดในใจอย่างอับอาย

ตายแล้วนี่เราเผลอทำอะไรน่าเกลียดต่อหน้าผู้ใหญ่ได้ไงเนี่ย แต่ไม่ไหวแล้ว คันเหลือเกิน

หญิงสาวยกแขนตัวเองขึ้นดูซึ่งก็พบว่าเป็นผื่นแดงเต็มพรืดไปทั้งแขน!

 


โหลดอีบุ๊กได้ที่นี่จ้า

ไฮเทคส์ https://www.hytexts.com/


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 14 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

15 ความคิดเห็น