เสน่ห์นางมาร

ตอนที่ 1 : บทที่ 1

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,400
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 27 ครั้ง
    15 เม.ย. 61











บทที่ 1

 

 

        บนถนนลูกรังที่ทอดยาว ต้นหญ้าและดอกหญ้าหลากสีเรียงรายเต็มพื้นที่สองข้างทาง ปลายยอดพลิ้วไสวกระทบแสงฉานของดวงอาทิตย์ที่กำลังคล้อยต่ำ หากเป็นเวลาปกติ การขับรถกินลมชมวิวคงจะสำราญใจไม่น้อยสำหรับผู้ที่ใช้ชีวิตแออัดจำเจอยู่ในเมืองหลวง ทว่าเวลานี้ กลับไม่ได้ทำให้ผู้ที่กำลังเผชิญหน้ากับสถานการณ์คับขันรู้สึกเช่นนั้นเลยสักนิด...

        สาวสวยเซ็กซี่ เจ้าของรูปร่างอรชรงดงามทั้งรูปร่าง หน้าตา ยิ่งอาภรณ์ที่สวมใส่ส่งให้เจ้าตัวเฉิดฉายขึ้นอีกเป็นเท่าตัว โดยท่อนบนสวมเสื้อสีแดงผ้าเนื้อดีแขนล้ำคอวีผ่าลึก เผยให้เห็นเนินอกอวบอิ่มเย้ายวนตา ท่อนล่างเป็นกางเกงยีนเอวต่ำ ทันสมัยค่อนข้างรัดรูป อวดสัดส่วนระหง ก้าวออกมาจากเมอร์เซเดส-เบนซ์คันงาม ก่อนจะปิดประตูลงดังปังตามอารมณ์ฉุนเฉียวของผู้เป็นเจ้าของ

        ใบหน้างดงามไร้ที่ติบูดบึ้ง ดวงตากลมโตโฉบเฉี่ยวที่ถูกแต่งแต้มไว้อย่างดีภายใต้กรอบแว่นตาสีดำสนิทกวาดตามองไปทั่วบริเวณอย่างขัดใจ ขณะคิดว่าเหตุใดเพื่อนสาวที่นัดไว้ยังมาไม่ถึงเสียที

          ตื๊ดตื๊ด ตื๊ด

ฝ่ามือบอบบางเรียวสวยราวลำเทียนอย่างคนไม่เคยหยิบจับงานทุกชนิดไม่ว่าจะหนักหรือเบา ล้วงหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูเบอร์พร้อมกับถอนหายใจก่อนจะกดรับแล้วกรอกเสียงหวานแต่แฝงไว้ด้วยอารมณ์หงุดหงิดลงไปทันทีเมื่อจำได้ว่าเป็นเบอร์ของเพื่อนสาวตัวดี

        “นี่หล่อน เมื่อไรจะมายะ ฉันนั่งรอ ยืนรอ จนแทบจะลงไปเกลือกกลิ้งรออยู่ข้างทางแล้วนะเนี่ย”

        บลินดา วิสุทธิศักดิ์ บุตรสาวคนเดียวของคุณอำนาจนักธุรกิจชื่อดังและคุณโสภา กรอกเสียงถามลงไปด้วยใบหน้างอเง้า เมื่อเพื่อนสาวคนสนิทซึ่งคบหามาตั้งแต่สมัยเรียนมหาวิทยาลัย รู้ใจ รักใคร่เป็นอย่างดี และมีดีกรีเป็นถึงลูกสาวของกำนันในชนบทแห่งนี้ ยังไม่ยอมมาตามนัด

        “โอ๋ๆๆ คนดี๊ คนดี อย่าโกรธฉันเลยนะ ก็นี่แหละฉันกำลังจะโทร. บอกแกว่าตอนนี้รถฉันเสีย และก็กำลังอยู่ที่อู่ อ๊ะๆ อย่าโวยวายนะยะ เพราะแกนั่นแหละ ทำให้ฉันรีบตะบึ่งขับมาจนไม่ดูตาม้าตาเรือ ก็เลยเหยียบเข้ากับตาตะปูอันเบ้อเร่อเข้าให้ สรุปไปต่อไม่ได้ย่ะ!

        “อะไรนะ! มาไม่ได้ แล้วแกจะให้ฉันรอแกอยู่ตรงนี้นี่นะ แกจะบ้าเหรอ เกิดมีพวกบ้ากามผ่านมาฉันก็แย่น่ะสิ” บลินดาเม้มปากแน่นมีสีหน้ากังวลอย่างเห็นได้ชัด เฮ้อ! ไม่น่าหลงทางเลยเรา

        คนถูกโวยทำคอย่นยิ้มแหยอยู่อีกสถานที่หนึ่ง แล้วรีบบอกอย่างเอาใจ

        “นี่ยัยดา แกอย่าเพิ่งโวยวาย เพราะตอนนี้ฉันให้พี่พีเขาไปรับแกแทนฉันแล้ว ไม่ต้องห่วง”

ชื่อแสนคุ้นหูที่ออกมาจากปากเพื่อนรักอย่างอรพรรณ ทำให้บลินดาขมวดคิ้วเข้าหากันอย่างครุ่นคิด

        “เดี๋ยวยัยอร เมื่อกี้แกว่าใครนะ พีงั้นเหรอ พีไหนใช่นายรพีอะไรนั่นหรือเปล่า”

คำถามของเพื่อนสาวทำให้อรพรรณยิ้มกว้าง พลางคิดว่าเดี๋ยวเถอะ บลินดาคงได้มีคนมาลับฝีปากสนุกแน่งานนี้

        “ใช่! พี่พีนั่นแหละ”

        “โอ๊ย! แกไม่มีคนอื่นแล้วเหรอ ฉันไม่อยากเห็นหน้าคนปากเสีย คนบ้าอะไรก็ไม่รู้ รูปร่างหน้าตาก็ดี แต่ปากเสียที่สุด!

        คำตอบของบลินดาทำให้อรพรรณเผลอหัวเราะออกมาอย่างขบขันทันทีที่นึกไปถึงเมื่อครั้งหนึ่งที่บลินดาเคยคิดจะโปรยเสน่ห์ใส่รพี แต่ฝ่ายนั้นกลับเมินใส่เสียนี่ ทำให้เพื่อนคนสวยของหล่อนเสียหน้าเป็นอย่างมาก บลินดาเลยฝังใจนับแต่นั้นมา ว่าสักวันจะต้องทำให้รพีคลานเข้ามาสยบแทบเท้าให้จงได้

        แต่จนแล้วจนรอด รพีลูกพี่ลูกน้องของอรพรรณก็ไม่มีทีท่าว่าจะคลานเข้าไปสยบให้กับหญิงสาวแสนโสภาอย่างบลินดาเสียที อย่าว่าแต่คลานเลยแม้แต่แลตาเขายังไม่อยากจะแล! วันนี้ก็เช่นกันทันทีที่รพีรู้ว่าหล่อนให้เขาไปรับใคร รพีก็รีบปฏิเสธทันทีที่ได้ยินชื่อ

        “ไม่! อรหาคนอื่นเถอะ พี่ยุ่ง งานเยอะแยะ” น้ำเสียงที่กรอกมาตามสายบอกชัดเลยว่าเขาจะไม่ทำตามคำขอของหล่อน...

        “โธ่ พี่พี น่านะ ถือซะว่าสงสารลูกนกลูกกาตาดำๆ ดาเขาไม่เคยมาที่นี่ก็เลยหลง ไปรับเค้าหน่อยนะ” อรพรรณออดอ้อนพี่ชายลูกของลุงรวีด้วยน้ำเสียงน่าสงสาร

        “อรรู้ได้ไง ว่าเขาเป็นลูกนกลูกกา พี่ว่ายัยนั่นเป็นลูกเหยี่ยวมากกว่า ไม่ใช่สิต้องบอกว่าเป็นเหยี่ยวสาวที่ชอบล่าเหยื่อ และพี่ก็ยังไม่อยากเป็นเหยื่อ เธอหาคนอื่นเหอะ”

นั่นแหละคือคำตอบของรพี หล่อนจึงต้องออดอ้อนอยู่พักใหญ่ เขาคงรำคาญเต็มที จึงรับปากอย่างไม่เต็มใจด้วยน้ำเสียงกระแทกๆ ว่า

        “เออ ก็ได้! ครั้งเดียวนะ ถ้ามีครั้งต่อไปก็บอกเขาด้วยว่าถ้าหลงที่ไหนคราวหน้าก็ให้นอนที่นั่น!

นั่นคือคำตอบของรพีที่ทำให้อรพรรณรีบโทรศัพท์มาบอกกับบลินดาทันทีที่วางสาย

        “นี่แกหัวเราะอะไรยะ ไม่ต้องมาหัวเราะเลย” บลินดาบ่นอุบอิบเมื่อนึกถึงผู้ชายตัวสูงบึกบึนหน้าเข้มและปากร้ายที่ชอบมองหล่อนด้วยสายตาเหยียดหยันอยู่เสมอ ด้วยเหตุนี้จึงทำให้หล่อนแค้นมาถึงทุกวันนี้และจะต้องแก้เผ็ดเขาให้ได้ บลินดาให้สัญญากับตัวเอง!

        หลังจากนั้น บลินดายืนรออยู่พักใหญ่ รถกระบะสีดำแต่บัดนี้ซีดจนเห็นได้ชัดเพราะความเก่าแก่ก็แล่นเข้ามาด้วยความเร็วผิดรูปลักษณ์ รวมทั้งฝุ่นสีน้ำตาลที่ตลบอบอวนตามมาด้วยก่อนจะเบรกกะทันหันยังบริเวณที่รถหล่อนจอดอยู่

        บลินดายกมือเรียวขึ้นโบกไปมา ปัดฝุ่นลูกรังที่ฟุ้งไปจนทั่วบริเวณอย่างโกรธแค้น ไอ้รถบ้าขับมาได้ ไม่รู้จักเกรงใจชาวบ้าน ทำยังกับว่าเป็นถนนลาดยาง ทุเรศ!

        บลินดานึกด่าในใจพร้อมกับเดินเข้าไปหาเจ้ารถกระบะคันนั้นทันที ริมฝีปากอิ่มขยับยกเตรียมหาเรื่องเต็มที่ แต่ขายาวๆ ที่ก้าวออกจากรถโกโรโกโสคันนั้นทำให้คนที่เตรียมบริภาษชะงักกึก ก่อนจะเบิกตากว้างอย่างแค้นเคืองขึ้นไปอีก เมื่อเห็นหน้าคนขับเต็มตา

        “นี่นาย ขับรถภาษาอะไรฮะ ไม่เห็นหรือไงว่าฉันยืนอยู่ตรงนี้ รถก็จอดอยู่ บ้าจริง เสื้อฉันมีแต่ฝุ่นเต็มไปหมด”

        รพี รัตนะไพรวัลย์ ยืนพิงกระบะด้วยสีหน้าที่แสดงอาการเบื่อหน่ายและเซ็งสุดขีด ดวงตาคมกริบกวาดมองไปทั่วร่างระหงที่อยู่ในชุดค่อนข้างเปิดเผยอย่างนึกสมเพช ริมฝีปากได้รูปสีเข้มจึงเบ้บิดด้วยความหมั่นไส้ เมื่อหญิงสาวสุดสำอางยืนปัดฝุ่นที่เกาะติดตามเสื้อผ้าหล่อนด้วยอาการรังเกียจ...

        “นี่คุณ ที่นี่มันบ้านนอก ถ้าคุณไม่อยากให้เนื้อตัวของคุณเปรอะเปื้อนฝุ่น คุณก็กลับไปซะ ผมจะได้กลับไปทำงาน ไม่มีเวลามายืนรอคุณปัดฝุ่น!

มือบางชะงักกึก ใบหน้างามเงยหน้าขึ้นมองคนพูด ก่อนจะกระชากแว่นตาสีดำอันโตยี่ห้อหรูออก เผยให้เห็นความงามครบถ้วนบนใบหน้าเรียวรูปไข่ชัดเจน ซึ่งเต็มไปด้วยความโกรธจัดแล้วพ่นคำจัดจ้านเผ็ดร้อนใส่ชายหนุ่มหน้าเข้มอย่างไม่คิดยอมให้เขาข่มขู่เพียงฝ่ายเดียว

        “นี่นาย มันจะมากไปแล้วนะ คนอย่างนายจะไปรู้อะไร เสื้อฉันตัวเป็นหมื่น แล้วอยู่ๆ นายก็ขับรถมาจนฝุ่นตลบแบบนี้ จะให้ฉันอยู่เฉยได้ไง” บลินดาตวัดสายตามองหนุ่มลูกทุ่งอย่างโกรธจัด

        รพีกระตุกยิ้ม ยกแขนขึ้นกอดอกพลางหัวเราะหึๆ ในลำคอเมื่อสาวร่างบางทำท่าจะสติแตก ดวงตาคมเข้มกวาดลงมองอกอวบอิ่มที่วับแวมออกมาจากรอยผ่าของเสื้อเป็นอันดับแรก ก่อนจะหลุบลงมายังขอบกางเกงเอวต่ำที่เผยผิวเนื้อขาวผ่องลออซึ่งโผล่พ้นออกมาจากขอบกางเกงด้วยแววตาเปิดเผยและจงใจเสียมารยาท

        เป็นเหตุให้บลินดามองตามก่อนจะยกมือขึ้นกระชับคอเสื้อเข้าหากัน เกิดความรู้สึกอับอายทั้งที่ไม่เคยรู้สึกเช่นนี้กับใคร เมื่อถูกชายหนุ่มมองมาด้วยสายตาค่อนข้างดูถูก ซึ่งมันหยาบคายเหลือเกินในความคิดหล่อน

        “นายนี่มันทุเรศที่สุด ทั้งทุเรศและเสียมารยาท หยาบคาย เลิกมองฉันแบบนั้นเสียที!

น้ำเสียงกราดเกรี้ยวกับใบหน้างดงามที่แดงก่ำทำให้รพีนึกสนุก อยากแกล้งหญิงสาวให้มากขึ้นไปอีก ให้สติแตกจนแจ้นกลับไปบ้านเลยยิ่งดี!

        “อ้าวก็คุณแต่งตัวแบบนี้ มันหมายความว่าคุณต้องการจะโชว์อะไรๆ ของคุณให้คนอื่นเขาดูกันไม่ใช่เหรอ ผมก็สนองนี้ดของคุณแล้วไง แต่อย่าคิดว่าผมจะมองด้วยความพิศวาสนะ ที่ผมมองน่ะ มองด้วยความสมเพช!

        “นายนี่มัน... ทุเรศ! คิดทุเรศ ฉันแต่งเพราะอยากแต่ง ไม่ได้แต่งเพราะต้องการให้ใครดู! อย่าเอาความคิดแย่ๆ แบบนั้นมาใช้กับฉันเด็ดขาด และก็อย่าบังอาจมามองฉันเพราะความสมเพชด้วย!

        บลินดาแหวเสียงแว้ด มองชายหนุ่มร่างสูงตรงหน้าด้วยแววตาเขียวปัด ทั้งโกรธและอาย คนบ้านี่ กี่ปีๆ ก็ไม่เคยเปลี่ยน ทั้งปาก ทั้งมารยาท ทรามที่สุด ทีกับคนอื่นทำไมไม่เคยเห็นเป็นแบบนี้ แต่เจอหล่อนทีไรอีตาบ้านี่ต้องหาเรื่องให้ได้ทุกครั้ง ฮึ ดีละในเมื่อทำท่ารังเกียจหล่อนนัก หล่อนก็จะแกล้งยั่วให้หัวหมุนเลย จะคอยดูซิ ว่ายังจะปากเก่งใจแข็งอยู่ได้นานแค่ไหน!

        “คุณไม่มีวันห้ามความคิด ห้ามสายตาของผมได้หรอก โดยเฉพาะคนอื่น ยังไงมันก็ต้องมองคุณอยู่ดี ตราบใดที่คุณยังแต่งตัวล่อเสือล่อตะเข้แบบนี้ล่ะก็นะ”

        รพีพูดพลางส่ายหน้า แววตาออกจะหยัน ทั้งยังไม่เข้าใจเลยจริงๆ ว่าอรพรรณไปคบกับผู้หญิงที่เปรี้ยวจนเข็ดฟันคนนี่ได้อย่างไร อีกทั้งท่าทางไม่ติดดิน เหยียบขี้ไก่ไม่ฝ่อนี่อีก ในขณะที่คนอื่นเขาจบมาแล้วทำงานกันเป็นล่ำเป็นสัน แต่แม่นี่ยังตะลอนเที่ยวเตร่ไม่ยอมหยุด อายุก็ปาเข้าไปจะยี่สิบห้าอยู่แล้ว พ่อแม่หล่อนก็ช่างใจดีจริงๆ

        ฮึ! ลูกคุณหนู แบบนี้ใครได้ไปเป็นเมียมีหวังซวยไปทั้งชีวิต!

        “นายไม่ต้องพูดมาก นำไปสิ ฉันอยากอาบน้ำเต็มที เหนียวตัวจะแย่อยู่แล้ว”

ว่าแล้วสาวสำอางก็เข้าไปในรถยนต์ พลางสตาร์ตเรียบร้อย รอให้ชายหนุ่มนำไปยังบ้านของอรพรรณด้วยใบหน้าบูดบึ้ง

        รพีค่อนข้างแปลกใจ ที่จู่ๆ แม่จอมโวยวายยอมตัดบทโดยดี ทั้งที่ความจริงแม่เจ้าประคุณไม่เคยยอมเขาง่ายดายอย่างนี้สักครั้ง แต่ช่างเถอะ เขาเองก็ไม่อยากคิดให้เปลืองสมอง เพราะผู้หญิงอย่างบลินดาไม่มีอะไรควรค่าหรือเป็นสาระให้เขาต้องมานั่งสนใจอยู่แล้ว!

        รพีขับรถกระบะเก๋ากึ๊กของตัวเองนำเมอร์เซเดส-เบนซ์คันหรูของหญิงสาวเข้ามาจอดภายในบริเวณบ้านที่ครึ้มไปด้วยต้นไม้ใหญ่น้อยมากมายของกำนันชาติ ผู้เป็นบิดาของอรพรรณและเป็นอาแท้ๆ ของชายหนุ่ม

        เจ้าของใบหน้าคมคายที่ติดจะบึ้งตึงดับเครื่องยนต์ ท่อนขาเพรียวยาวแต่แข็งแรงภายใต้กางเกงยีนสีซีดตัวเก่งก้าวลงจากรถแล้วร้องเรียกกำนันชาติ

“อาชาติฮะ อาชาติ” รพีร้องเรียกหาอากำนัน พลางชะเง้อมองขึ้นไปบนบ้าน หญิงสาวก้าวมายืนด้านหลังชายหนุ่ม พลางมองไปรอบๆ บริเวณอย่างสนใจ

        “นี่นาย บ้านเงียบจังมีคนอยู่หรือเปล่า แล้วอรล่ะยังไม่มาเหรอ”

รพีปรายตามองบลินดาแวบหนึ่ง ก่อนหันไปเรียกอาชาติอย่างไม่สนใจเจ้าของคำถามสักนิด ทำให้เจ้าหล่อนรู้สึกขัดใจยิ่งนัก

        “นี่นาย ฉันถามไม่ได้ยินหรือไง”

        รพีถอนหายใจพรืดพลางตอบอย่างเสียมิได้

        “ได้ยิน”

คำตอบแบบขอไปทีของชายหนุ่มที่ทำให้หญิงสาวแทบจะกรี๊ดออกมาอย่างหมดความอดทน...

        “ได้ยินแล้วทำไมไม่ตอบยะ?

        สุ้มเสียงเอาแต่ใจของบลินดา ทำให้รพีตวัดสายตาคมดุลง มองหญิงสาวทันที เป็นเหตุให้คนที่กำลังหงุดหงิดเนื่องมาจากความเหนื่อยและเพลียนั้นใจกระตุกวูบวาบ เพราะน้อยครั้งนักที่เขาจะมองหล่อนด้วยสายตาแบบนั้น แสดงให้ทราบว่ากำลังโกรธและไม่พอใจหล่อนมากจริงๆ

        “อย่ามาพูดหรือใช้น้ำเสียงกับผมแบบนี้อีก ผมไม่ใช่ลูกน้องไม่เหมือนพวกที่ทำงานรองมือรองเท้าของคุณ ถึงจะได้มีสิทธิ์มาทำนิสัยงี่เง่าเอาแต่ใจกับผมแบบนี้ แล้วจะบอกอะไรให้เอาบุญ ขืนทำแบบนี้อีก ผมไม่เอาคุณไว้แน่ เพราะผมใจไม่เย็นเหมือนผู้ชายที่ล้อมหน้าล้อมหลังเอาใจคุณ จำไว้”

        คำตอบพร้อมสายตาเย็นชาของเขา ทำให้บลินดาอดไม่ได้ที่จะนึกกลัวสายตาเข้มดุจนใจหวิววับ แต่ก็ไม่วายพูดออกไปด้วยน้ำเสียงอ่อยๆ แต่สะบัดในตอนท้ายอย่างคนเอาแต่ใจและไม่เคยยอมลงให้ใครง่ายๆ แม้จะถูกเขาจะข่มขู่อยู่หยกๆ ก็ตามที...

        “ก็แล้วทำไมนายไม่ตอบฉันล่ะ”

        รพีตวัดสายตามองคนไม่ยอมลงให้เขาง่ายๆ

        “ผมกับคุณมาถึงพร้อมกัน แล้วใครจะไปตรัสรู้ว่าใครอยู่ใครไม่อยู่ เพราะถ้าผมรู้ก็คงไม่มาเรียกปาวๆ อยู่แบบนี้หรอก หัดคิดเองซะมั่งเผื่อมันจะเพิ่มรอยหยักในสมอง ไม่ใช่มัวแต่มาถามคนอื่นเขาแบบนี้”

        รพีสะบัดหน้ากลับไปยังตัวบ้านเมื่อต่อว่าหญิงสาวจนพอใจ ในขณะที่บลินดาอ้าปากค้างอย่างคิดไม่ถึง ว่าเขาจะกล้าว่าหล่อนขนาดนี้

นี่เขาหาว่าหล่อนโง่อย่างนั้นสิ... ใช่ไหม?

อ๊าย! ไอ้คนบ้า บังอาจ

หญิงสาวได้แต่เข่นเขี้ยวเคี้ยวฟัน โกรธจนเนื้อตัวสั่นแต่ทำอะไรเขาไม่ได้เลย ขืนพูดอะไรออกไปมีหวังถูกคนตรงหน้าเล่นงานเสียสะบักสะบอมแน่ ก็เขามันจำพวกหมาบ้า กัดไม่ปล่อย บ้าดีเดือด ไม่มีใครเหมือนและไม่เหมือนใคร!

 

เรื่องนี้มีแบบอีบุ๊กนะคะ โหลดได้ที่เมพมาร์เก็ต อุคบี ไฮเทคส์ นายอินทร์ อีบุ๊กอินค่ะ ส่วนคนไหนที่อยากไ้ดรูปเล่ม เก็บตังค์ไว้ได้เลยค่ะ ราคาไม่เกิน 200 บาท นิราอรจะเปิดจองพร้อมโอนเดือนหน้าค่ะ ^^

โหลดอีบุ๊กได้ที่นี่จ้า

ไฮเทคส์ https://www.hytexts.com/

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 27 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

15 ความคิดเห็น