ห้วงรักซ่อนเร้น

ตอนที่ 2 : บทที่ 1 จอมกะล่อน 25+40 = 65%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 790
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 6 ครั้ง
    5 ม.ค. 59











บทที่ 1

เมื่อกริ่งบอกเวลาในคาบสุดท้ายของการเรียนการสอนดังขึ้น นักศึกษาต่างผุดลุกจากเก้าอี้ รัตติยากรณ์หอบตำราการสอนขึ้นมาแนบอก แล้วเอ่ยลานักศึกษาบางคนที่เข้ามาทำความเคารพ...

อาจารย์สาวคนสวยก้าวออกมาจากอาคารสูง ร่างระหงในชุดเรียบร้อยก้าวเร็วๆ ตามแบบฉบับ แต่ต้องชะงักกึกและหรี่ตามองเมื่อพบใครบางคนที่กอดอกยืนอิงรถยนต์คันหรู พร้อมทั้งส่งยิ้มหวานเจ้าเล่ห์มายังหล่อนอย่างไม่แคร์สื่อ เรียกสายตาของใครต่อใครให้มองตามอย่างสนใจ...

หญิงสาวถอนหายใจยาวเหยียด พลางส่ายหน้าเบาๆ ด้วยความระอาก่อนจะก้าวตรงไปยังผู้ชายเจ้าเล่ห์คนนั้น เพราะนับแต่วันที่รถยนต์คู่กายของหล่อนเข้าอู่ ก็มีชายหนุ่มรูปงาม นามเพราะ โปรไฟล์หรูตามติดเป็นสารถีประจำกาย จนใครต่อใครต่างเอ่ยปากกระเซ้าเย้าแหย่และเป็นที่เลื่องลือระบือไปทั้งมหาวิทยาลัย...

  “สวัสดีครับอาจารย์...” เสียงกระเซ้ากับใบหน้ายิ้มๆ และเจ้าของร่างสูงที่ยืดลำตัวตรงทำให้คนที่ก้าวมาหยุดตรงหน้าค้อนคมไปหนึ่งที แต่สิ่งนั้นทำให้รพียิ้มกว้างแล้วเอื้อมมือไปดึงหนังสือจากหญิงสาวพลางบอก

“ค้อนสวยอีกแล้ว คนสวยนี่ทำอะไรก็สวยไปหมดเนอะ” กระเซ้ายิ้มๆ พลางมองสาวคนรักอย่างพิจารณา “เฮ้อ... หรือว่ามันจะจริง ที่ใครๆ เขาบอกว่าความรักทำให้คนตาบอด นี่ผมกำลังตาบอดใช่ไหมคุณแป๋ว...”

สีหน้ายั่วเย้า กระลิ้มกระเหลี่ยทีเล่นทีจริงของรพี ทำให้รัตติยากรณ์ค้อนขวับไปอีกที แล้วบ่นออกมาเบาๆ ว่า

“จะไปหรือยังคะ พูดเล่นอยู่นั่นแหละ”

คนถูกอาจารย์สาวเอ็ดทำตาโต ก่อนจะแสร้งทำท่ากระตือรือร้นขึ้นมาทันทีทันใด

“โอ๊ะ ดุเสียด้วย ไปสิครับไป แหม... เชิญครับเชิญ” ร่างสูงก้าวนำไปยังประตูรถอีกด้านหนึ่ง แล้วจัดการเปิดให้อย่างนุ่มนวล ทำให้คนตัวบางอดมองเขาด้วยสายตาหมั่นไส้แกมชื่นใจเสียมิได้ ที่อีกฝ่ายยังคงความเอาใจใส่ น่ารักน่าทะเล้นเอาไว้เหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแปลง...

“ขอบคุณค่ะ” หญิงสาวกล่าวเบาๆ ขณะก้าวเข้าไปนั่งภายในรถ ชายหนุ่มส่งหนังสือคืนแล้วยิ้มให้ก่อนจะปิดลงหนักๆ แต่นุ่มนวล ก่อนจะเดินแกมวิ่งอ้อมไปยังด้านคนขับ โดยไม่ลืมหันมายิ้มให้หญิงสาวอีกครั้งก่อนจะพารถยนต์คู่ใจคันหรูขับเคลื่อนไปยังเบื้องหน้า...

ขับออกมาได้พักหนึ่ง ชายหนุ่มก็หันไปถามหญิงสาวว่า

“เย็นนี้แวะทานข้าวข้างนอกหรือจะกลับไปกินที่บ้านคุณดี”

“ที่บ้านดีกว่าค่ะ”

ระพียิ้มกริ่มทันทีที่หญิงสาวตอบ ก่อนจะหันไปสบตาคมหวามที่มองค้อนอยู่แล้ว...

“แค่กินข้าวเท่านั้น อย่าได้คิดเลยเถิดเด็ดขาด” ทั้งน้ำเสียงและแววตาดุๆ ที่กำราบมาทำให้ระพีทำหน้ามุ่ย ก่อนจะหันกลับไปมองถนนข้างหน้าด้วยรอบยิ้มขบขันที่ถูกจับได้ไล่ทันตามเคย

“แหม... ผมยังไม่ได้จะว่าพูดอะไรเลย คุณก็คิดมากไปได้”

รัตติยากรค้อนขวับ ก่อนตวัดตามองไปเบื้องหน้าด้วยความหมั่นไส้คนกะล่อน

“คนแบบคุณน่ะ ถ้าจับไม่ได้ไล่ไม่ทันก็เสียเปรียบอยู่ร่ำไป”

หญิงสาวยกมือขึ้นกอดอก ทำคางเชิดจนคนที่หันมองอดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมาเบาๆ

“โธ่ คุณมองผมเลวร้ายขนาดนั้นได้ยังไงแป๋ว ผมออกจะน่ารัก ใครๆ เขาก็ว่าแบบนั้นกันหมด”

“น่ารักกับผีสิ” รัตติยากรแหวแว้ด ทำตาเข้ม ส่วนระพีรีบหุบปากทันทีที่ถูกแว้ดใส่ ก่อนจะชำเลืองมองคนหน้างอแล้วยิ้มยั่ว

“โธ่ คุณแป๋วจ๋า อย่าทำหน้าดุสิครับ ทำแบบนี้ผมใจไม่ดีเลยนะ น่านะ ผมรับรองว่าจะทำตัวดี ไม่ดื้อไม่ซน สัญญา...” เขาให้คำมั่นพลางยกมือขึ้นชูสามนิ้วเลียนแบบลูกเสือสามัญ รัตติยากรถอนใจเฮือก อ่อนใจกับความกะล่อนของระพี หล่อนรู้ดีว่าคนอย่างเขาหากต้องการสิ่งใดแล้วย่อมต้องได้สิ่งนั้น ต่อให้ตอนนี้เขาสัญญา แต่เมื่อถึงเวลาจริงๆ แล้วก็สามารถบิดพลิ้วได้เสมอนั้นแหละ ไม่เพราะแบบนี้หรอกหรือ หล่อนถึงยังปลงใจกับเขาไม่ได้จนแล้วจนรอด...

“ให้มันแน่ก็แล้วกัน” หญิงสาวกล่าวออกมา คนที่รออยู่แล้วรีบพยักหน้ายิ้มเอาใจ

“จ้า แน่อยู่แล้วคนดี” เขาตอบเสียงหวาน ก่อนจะหันไปมองถนนด้วยใบหน้ายิ้มกริ่ม ซึ่งป็นยิ้มที่รัตติยากรไม่สามารถวางใจได้เลยสักครั้ง...

 

**************


วันเสาร์ พอร์ชหรูสีดำมันวาวก็ตีวงเข้ามาจอดบริเวณหน้าบ้าน ณนนท์เงยหน้าจากบุตรชายตัวน้อยขณะเดินเล่นที่สนามหญ้าเล็กๆ เขายิ้มกว้างเมื่อฝ่ายนั้นก้าวออกมาจากรถยนต์คู่ใจพร้อมกับตะกร้าของฝากเช่นเคย

“วันนี้มาแต่เช้าเลยนะ แล้วนั่นหอบอะไรมาอีกล่ะ”

ระพีไม่ได้ตอบทันที เขาก้มลงหยอกล้อหลานชายตัวจ้ำม้ำ

“ของเล่นไอ้อ้วนกับผลไม้ฝากคุณแม่นาย” ว่าพลางส่งตะกร้าให้เพื่อน แล้วแย่งเจ้าตัวน้อยขึ้นมาอุ้มแทน หอมแก้มดังฟอดพลางว่า “ว่าไงไอ้อ้วน พ่อนายเลี้ยงดีไปไหมเนี่ย ไม่เจอกันแค่ไม่กี่วันดูอ้วนขึ้นเยอะ”

ตำหนิหลานรักไม่จริงจังนัก เสร็จก็ไซ้ริมฝีปากแถมซอกคอจ้ำม่ำจน ไอ้อ้วนของระพีดิ้นดุ๊กดิ๊กหัวเราะเอิ๊กอ๊ากชอบอกชอบใจ...

เสียงหัวเราะร่วนของน้องนิวลูกชายตัวน้อย ทำให้มินตราต้องโผล่หน้าออกมาดู แล้วก็ยิ้มหวานเมื่อเห็นว่าเพื่อนรักของสามีกำลังเล่นด้วยนั่นเอง ร่างบางเดินตรงมายังสามหนุ่มสามมุม แล้วเอ่ยทักทายเมื่อระพีเงยหน้าขึ้นยิ้มให้

“สวัสดีค่ะคุณพี วันนี้มาแต่เช้า ว่าแต่จะมารับพี่แป๋วไปเที่ยวที่ไหนอีกล่ะคะ”

มินตราเอ่ยอย่างรู้ใจ คนถูกถามที่อุ้มน้องนิวยิ้มเจ้าเล่ห์

“ว่าจะพาไปพรีฮันนีมูนสักกะหน่อย ฮ่าๆ” พูดพลางหัวเราะขำ เขาไม่เคยปิดบังความสัมพันธ์ รวมทั้งความรู้สึกที่มีต่อรัตติยากรต่อมินตราหรือเพื่อนรัก เพียงแต่ไม่ใช่คนกินในที่ลับไขในที่แจ้งก็เท่านั้น กระนั้นแล้ว สองสามีก็รู้ดีว่าระดับความสัมพันธ์ของพวกเขาก้าวไกลแค่ไหนแล้ว...

“ทำพูดเข้าเถอะค่ะ” มินตราอดหมั่นไส้เพื่อนรักของสามีไม่ได้ “ระวังพี่แป๋วมาได้ยินจะถูกหยิกจนหูยานไม่รู้ด้วย มาค่ะน้องนิว อย่าอยู่ใกล้คุณลุงมาก ไม่งั้นจะติดนิสัยกะล่อนมา”

มินตรากระแนะกระแหนแกมประชดประชันขณะรับลูกชายมาสู่อ้อมอก ส่วนระพียังหน้าระรื่นหันไปพยักพเยิดกับณนนท์พลางกล่าว

“เดี๋ยวนี้นิ้งมิ้นปากคอเราะรายขึ้นเยอะนายว่าไหม หรือเพราะนายกับไอ้อ้วนทำให้น้องมิ้นเป็นแบบนี้” พูดพลางหัวเราะขัน จนเพื่อนตวัดสายตามองด้วยความหมั่นไส้ อยากยันสักที

“ไม่เกี่ยวกับฉันสักนิด นายน่ะ สมควรโดน”

“ใช่ค่ะ มีอย่างที่ไหน ยังไม่ได้แต่งงานแต่ชอบพูดให้พี่แป๋วเสียอยู่เรื่อย คนอื่นเขาได้ยินพี่แป๋วเสียนะคะคุณพี” มินตราที่ยังไม่ไปไหนต่อว่าอีกคำรบ จนระพีต้องหัวเราะแห้งๆ

“โธ่ พี่ก็ไมเคยพูดกับใครนี่ครับน้องมิ้น เอาเถอะๆ ต่อไปจะไม่พูดอีกแล้ว นี่มิ้นพี่ซื้อของเล่นมาให้ไอ้อ้วนด้วยนะ” เห็นท่ามินตราจะโกรธแทนรัตติยากร ระพีจึงเปลี่ยนเรื่อง มินตราหันไปมองตะกร้าแล้วส่ายหน้า มีเรื่องให้บ่นเพิ่มอีกเรื่อง...

“เอาอีกแล้ว คุณพีน่ะ ซื้อมาให้จนล้นตู้แล้วนะคะ ตามใจกันเข้าไป เดี๋ยวพอโตอีกหน่อยก็กลายเป็นเด็กเอาแต่ใจกันพอดี ทั้งคุณพ่อทั้งคุณลุงตามใจขนาดนี้” หญิงสาวเดินเข้าไปใกล้สามี แล้วชะโงกหน้ามองของเล่นของลูก พลางเงยหน้าขึ้นมองคนให้แล้วบ่นต่อ “ต่อไปไม่ต้องซื้อมาแล้วนะคะ แต่ยังไงก็ต้องขอบคุณคุณพีที่ซื้อมาให้น้องนิว น้องนิว ขอบคุณคุณลุงหรือยังจ๊ะ ธุจ้าก่อนลูก”

หญิงสาวก้มลงบอกกับลูกน้อย ไอ้อ้วนของระพีก็ทำตามทันที พลางยิ้มจนเห็นเหงือกสีแดงๆ ระพียกมือขึ้นลูบศีรษะเล็กๆ ของหลานรักแล้วยิ้มกริ่ม กระทั่งมินตราเดินกลับเข้าบ้านพร้อมของฝาก ปล่อยให้เขาสองคนอยู่ตามลำพังระพีก็เอ่ยขึ้นว่า

“เดี๋ยวนี้ทำไมน้องมิ้นบ่นเก่งจังวะ เมื่อก่อนพูดน้อยจะตาย แล้วนี่ถ้าเกิดฉันแต่งงานกับคุณแป๋วไป ไม่โดนด่าหูชาทุกวันเหรอไง ขนาดทุกวันนี้ยังด่าได้ด่าดี มีเรื่องให้บ่นทุกครั้งที่เจอหน้า” เขาทำหน้าสยดสยอง เมื่อคิดว่าหายนะอาจเกิดขึ้นหลังแต่งงานจริงๆ ณนนท์ส่ายหน้ายิ้มๆ

“ก็ใครใช้ให้ปากเสีย ปกติมิ้นก็ไม่ได้บ่นอะไร นายนั่นแหละชอบแซะพี่สาวสุดที่รักของมิ้น อันนี้ช่วยไม่ได้จริงๆ ส่วนเรื่องแต่งน่ะ พี่แป๋วเขาตกลงกับนายแล้วเหรอ”

คราวนี้เขาโดนเพื่อนรักแขวะเข้าบ้าง คนทำหน้ายุ่งถอนหายใจเฮือก

“ยังไม่มีวี่แววสักกะติ๊ด แต่ช่างเถอะ ถ้าเล่นตัวมากนักจะทำให้ท้อง ดูสิ ว่าคราวนี้จะบ่ายเบี่ยงได้อีกไหม ฮึ!” สีหน้าของคนพูดจริงจังเสียคนฟังนึกอยากถีบเข้าให้สักเปรี้ยง

“ความคิดนี่นะ เลวๆ ทั้งนั้นเลย ไม่เชียร์หรอกนะเว้ย แต่เตือนให้ระวังจะโดนดีดออกมาก่อน พี่แป๋วดุยังกับเสือ ไม่ได้นิ่มๆ เป็นสนิมสร้อยอย่างเมียฉันนายน่าจะรู้”

คนฟังไหวไหล่ เอามือล้วงกระเป๋า พลางบอก

“ถ้าคุณแป๋วดุเหมือนเสือ ฉันก็ดุเหมือนสิงห์ ฮ่าๆ เสือกับสิงห์ฟิเจอริ่งกัน เข้ากั๊น เข้ากัน....”

ปึก!

คนโม้ชะงักกึกเมื่อโดนเพื่อนตบไหล่เสียแรง

“อูย ไอ้บ้า มาตบทำไมวะ” ต่อว่าพลางคลำไหล่ตนเองป้อย ณนนท์ทำตาดุ เขาไม่ชอบให้เพื่อนพูดถึงรัตติยากรแบบนั้น เพราะเขานับถือรัตติยากรเป็นเหมือนพี่สาวคนหนึ่งของเขา

“สม พูดเบาๆ เดี๋ยวเมียฉันได้ยินนายจะโดนไม่น้อย ไอ้บ้าเอ๊ย ปากเสียไม่หาย นี่จะบอกให้นะ ถ้านายยังปากเสียแบบนี้ไม่มีวันที่พี่แป๋วจะแต่งกับนายหรอก นายอย่าคิดนะเว้ย ว่าผู้หญิงเขาจะยอมเป็นผู้ถูกเลือก”

ณนนท์ด่าอีกระลอก จนเพื่อนทำหน้าขรึม ทำไมเขาจะไม่รู้ เขารู้ดียิ่งกว่าใครๆ แม้เขาจะปากเสีย แต่ใจเขารักรัตติยากรไม่น้อย รักอย่างไม่เคยรักใครมาก่อน มีแต่หล่อนที่ไม่เคยแสกงดความรู้สึกต่อเขา จนทุกวันนี้เขายังไม่แน่ใจว่าอยู่ในฐานะอะไรของหล่อน เพื่อนชาย คนรัก หรือว่าแค่คู่นอน...

มือข้างที่คลำไหล่ตกลงข้างลำตัว ใบหน้าหล่อเหลาทะเล้นเมื่อครู่หม่นลง ก่อนเบือนหน้าไปยังบ้านหลังติดกันกับบ้านของณนนท์ด้วยสายตาตัดพ้อจนเพื่อนยังอ่อนใจ

“ฉันรู้ ว่าผู้หญิงอย่างคุณแป๋วคงมองฉันเป็นแค่ผู้ชายแก้ขัด แค่ดอกไม้ริมทางของเธอเท่านั้นแหละ”

ณนนท์ที่เกือบจะสงสารเพื่อนต้องทำหน้าชอบกลเมื่ออีกฝ่ายเปรียบตนเองเช่นนั้น แต่ยังไม่ทันพูดอะไรอีกฝ่ายก็หันมายิ้มเผล่ก่อนบอก

“พอๆ เลิกพูด ไปดีกว่า นี่ได้เวลานัดแล้ว เดี๋ยวแม่เจ้าประคุณจะฉีกอกฉันอีก ไปล่ะ แล้วเจอกันอาทิตย์หน้านะ”

ว่าล่างร่างสูงของระพีก็ก้าวขึ้นรถยนต์ แล้วขับออกไปอย่างรวดเร็ว ทิ้งให้เพื่อนรักยืนงงอยู่ที่เดิม โดยไม่ได้พูดอะไรสักคำเดียว...

“ไอ้บ้านี่ ไม่ได้สำนึกอะไรเลยหรือไง แบบนี้น่าให้พี่แป๋วทิ้งซะจริงๆ”

ระพีจอดรถยนต์หน้าบ้านรัตติยากรแล้วผ่อนลมหายใจยาว คำพูของณนนท์ยังก้องอยู่ในความคิด ทำไมเขาจะไม่คิด ทุกวันนี้รัตติยากรยังไม่ยอมรับเขาอย่างจริงจัง แต่เขาจะทำให้หล่อนยอมรับเขาให้ได้...

ชายหนุ่มปรับสีหน้าให้สดใส ก่อนจะลงจากรถแล้วเปิดประตูเข้าไปภายในบ้านของหญิงสาว

รัตติยากรคว้ากระเป๋าขึ้นมาสะพาย แล้วเดินไปหยุดที่หน้าประตู ก่อนไม่วายหันไปสำรวจกับกระจกบานสูง ร่างะหงในชุดเสื้อยืดสีขาวพิมพ์ลายสีน้ำเงิน กับกางเกงยีนฟอกสีจนซีด ปล่อยผมสยายหอมกกรุ่น ใบหน้าถูกตกแต่งบางๆ เป็นจนธรรมชาติดูดี จึงผลักประตูออกจากห้อง วันนี้หล่อนมีนัดกับระพี เขาจะพาไปรับประทานอาหารทะเลแถวบางขุนเทียน ตอนแรกเขาจะพาไปจันทบุรีแต่หล่อนว่าไกลไป เลยหาที่ใกล้ๆ จึงลงเอยที่บางขุนเทียนแทน...

ระพีเงยหน้าขึ้นมองคนที่ซอยเท้าลงมาจากห้องแล้วยิ้มหวาน เขาชอบทุกอย่างที่เป็นหล่อน ไม่ว่ารัตติยากรจะแต่งตัวแบบไหนก็น่ารักน่าใคร่ในสายตาของเขาไปเสียหมด...

“น่ารักจัง” ร่างสูงลุกขึ้น พลางก้าวเท้าไปหาแล้วโน้มใบหน้าลงกระซิบเบาๆ จนร่างงามต้องขยับถอยหลังออกห่าง มองซ้ายขวาแล้วทำตาถลึงใส่

“เดี๋ยวเถอะ...”

ระพีไหวไหล่ ก่อนจะเอื้อมมือดึงกระเป๋าของหญิงสาวมาถือไว้พลางบอก

“ไปกันเถอะ สายแล้ว” พูดจบเขาก็จูงมือนุ่มออกไปยังรถยนต์ ทิ้งให้คนดูแลบ้านมองตามด้วยสายตายิ้มๆ

เมื่อเข้ามานั่งในรถเรียบร้อย ชายหนุ่มก็ส่งกระเป๋าให้หญิงสาว พร้อมกับจัดการคาดเข็มขัดนิรภัยให้อย่างเอาอกเอาใจ ต่างจากตอนอยู่กับเพื่อนรักที่มักชอบพูดจาปากเสียเสมอๆ

“ไปบางขุนเทียนกันเนอะ” เขาพุดอีกขณะสตาร์ตรถยนต์

“ฮือ ใกล้ดี ฉันขี้เกียจนั่งรถนานๆ” รัตติยากรตอบ สบตาคมยิ้มๆ อดคิดไม่ได้ว่าเวลาเขาทำตัวน่ารัก ไม่หื่นคอยตั้งหน้าแต่จะขย่ำหล่อน ระพีก็น่ารักได้อย่างสุดใจเลยทีเดียว หญิงสาวเหลือบมองคนขับอีกครั้ง นึกอยากเอนตัวซบไหล่ แต่ที่ทำคือนั่งมองตรงไปข้างหน้า สองข้างแก้มเป็นสีระเรื่อด้วยความสุขใจ

 

 




------- มาสั้นๆ นะคะ เดี่ยวมาต่อใหม่ เรื่องนี้อัปเรื่อยๆ ไม่รีบ ไม่มีกำหนดว่าจบตอนไหน เป็นแนวสบายๆ คลายเครียดจร้า ขอบคุณทุกท่านที่ติดตามนะคะ ท่านใดไม่เคยอ่านภาคแรก (เมียในเงา) สามารถโหลดได้ที่อีบุ๊คนะคะ หรือจะอ่านตัวอย่างที่ลงเอาไว้ก่อนก็ได้จร้า คนละอารมณ์กันเลยนะคะ และขอฝาก เสน่หาวิวาห์วอน ที่เพิ่งจบไปไม่นานนี้ด้วยค่า ขอบคุณมากค่า


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 6 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

10 ความคิดเห็น

  1. #10 loveningyou (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 27 พฤศจิกายน 2560 / 09:13
    หยุดแล้วหรอกหายไปนานเลยคิดถึง
    #10
    0
  2. #8 จุรีรัตน์ (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2560 / 10:17
    นานแล้วอะเมื่อไรจะมาอัพค่ะอ่านภาคแรกจบแล้วจบอีกอะ
    #8
    1
    • #8-1 nira-nira(จากตอนที่ 2)
      20 กุมภาพันธ์ 2560 / 13:04
      ขอโทษที่ให้รอนานนะคะ นิราอรเพิ่งเขียนได้แค่ 2 ตอนเอง จะพยายามให้จบภายในปีนี้นะคะ
      #8-1
  3. #7 fahrugnam (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 5 มกราคม 2559 / 19:39
    ใครเป็นผู้หญิงผู้ชายเนี่ย 55 สลับกันซะแล้ว
    #7
    0
  4. #6 kal1974 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 20 ธันวาคม 2558 / 20:07
    รอๆๆๆๆ
    #6
    0