เล่ห์โอบรัก

ตอนที่ 36 : คนสองบุคลิก - 70% -

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4,502
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 224 ครั้ง
    14 ก.ย. 62

"เป็นอะไรรึเปล่า ทำไมหน้าซีด" นฤเบศร์ถามลูกเลี้ยงด้วยความเป็นห่วงเมื่อเห็นอีกฝ่ายดูเหมือนคนไร้เรี่ยวแรง

มัลลิกายกมือขึ้นกุมแก้มตัวเองแล้วบอกว่า "คงเพราะ...กลัวมั้งคะ"

คนฟังขมวดคิ้วมุ่น "กลัว? กลัวอะไร"

หญิงสาวหันไปมองท่าน ชั่งใจว่าจะเล่าเรื่องตติยะดีหรือไม่ แต่สุดท้ายก็เปลี่ยนใจไม่เล่าเพราะไม่อยากให้ท่านเป็นกังวลมากเกินไป อีกทั้งเธอก็อาจจะคิดมากไปเอง

"ตาลเขาตามจีบหนูค่ะคุณพ่อ แต่หนูไม่ได้คิดกับเขาแบบนั้นก็เลยพยายามเลี่ยงมาตลอด พอมาวันนี้เห็นเขาโผล่มาหาถึงบ้านก็เลยรู้สึกปอด ๆ น่ะ"

นฤเบศร์ได้ฟังอย่างนั้นก็อดหัวเราะเบา ๆ ไม่ได้ เขายกมือขึ้นวางบนศีรษะของลูกเลี้ยงแล้วโยกไปมา

"อะไรกัน แค่มีหนุ่มมาจีบก็กลัวซะแล้วหรือลูกสาวพ่อ"

หญิงสาวยู่หน้าใส่ท่านพลางคิดถึงหนุ่มข้างบ้านที่วันนี้ทำให้หัวใจของตนฟูฟ่องไปทั้งวันแล้วก็ต้องยิ้มกว้าง เธอมองเสี้ยวหน้าด้านข้างของพ่อเลี้ยงแล้วพูดกับท่านในใจว่า

จะไม่ให้กลัวได้ยังไง ก็หนูมีแฟนแล้วนี่คะคุณพ่อ

เมื่อคิดถึงเรื่องนี้มัลลิกาก็อดหวั่นใจไม่ได้ ไม่รู้บิดามารดาจะว่าอย่างไรบ้างถ้ารู้ว่าเธอกำลังคบหากับภาวิน เขาอายุมากกว่าเธอร่วมสิบปี อีกทั้งยังเป็นพ่อหม้ายลูกติดอีกด้วย

 

"เล่ามาเดี๋ยวนี้นังมะลิซ้อนซ่อนเงื่อน" เสียงอรุณวตีแว้ด ๆ มาตามสาย

"จะให้เล่าอะไรล่ะ ก็อย่างที่เคยบอกไปนั่นแหละ เขาเป็นพ่อของหนูพราว อายุสามสิบสาม ยังโสด และตอนนี้ฉันก็กำลัง...เอ่อ..." มัลลิกาพยายามนึกคำที่เหมาะสมเพราะยังไม่กล้าใช้คำว่าแฟนหรือคนรักให้เพื่อนฟังได้อย่างเต็มปากเพราะเขินเกินกว่าจะพูด แต่อรุณวตีพูดแทนเธอเรียบร้อยแล้ว

"กำลังเป็นแฟนกัน โอ๊ย...หล่อนทำบุญด้วยอะไรยะแม่มัลลิกา ฉันจะได้เอาทองไปขายแล้วซื้อไปถวายวัดบ้างเผื่อจะโชคดีได้ผัวหล่อ ๆ รวย ๆ อย่างหล่อน"

"นังปุ๊ก! ผัวเผออะไรกัน แค่แฟนเฉย ๆ ย่ะ" มัลลิกาค้านเสียงหลง

"แหม ตอนนี้อาจจะยัง แต่อีกหน่อยก็ไม่พ้นคำนี้หรอกย่ะ เชื่อฉันได้เลย ฉันให้เวลาหล่อนชื่นชมความบริสุทธิ์ผุดผ่องของตัวเองไปก่อนสักสองสามเดือน พ้นจากนี้ไปหล่อนเสร็จเขาแน่นอน"

"ไปเอาความมั่นใจมาจากไหน หา!" มัลลิกาหน้าแดงเมื่อนึกถึงเรื่องที่เพื่อนพูดว่าอาจจะเกิดขึ้นในไม่ช้า

"เอ๊า! เขางานดีออกปานนั้น หล่อนคิดว่าจะต้านทานเสน่ห์อันร้ายกาจของเขาได้หรือยะแม่คุณ ถ้าเป็นฉันนะแค่เขาส่งสายตาหยาดเยิ้มมาให้ก็แทบปลดผ้าผ่อนสไบไปนอนรอถวายตัวอยู่บนเตียงแล้วย่ะ"

"นังปุ๊ก นังคนใจง่าย" หญิงสาวยู่หน้าใส่คนที่อยู่ปลายสาย

"วุ้ย ถ้าง่ายแล้วได้กินของดีมันก็คุ้มนะยะ ดีกว่าเล่นตัวแล้วอดกินแบบนั้นฉันไม่เอาย่ะ ของมันต้องใช้ให้คุ้ม"

มัลลิกาหัวเราะร่าเพราะเข้าใจดีว่า "ของ" ที่เพื่อนพูดถึงนั้นคืออะไร

"จริงสิปุ๊ก เอาไว้ช่วงฝึกงานฉันจะให้แกช่วยดูพี่เขาหน่อย แกก็รู้ว่าฉันไม่ค่อยสัดทัดเรื่องผู้ชายเท่าไร ฉันไม่รู้ว่าเขาเจ้าชู้ หรือเป็นพวกเพลย์บอยรึเปล่า อีกอย่างนะ เขาเคยเป็นนักบินมาก่อนก็ต้องเคยเจอแอร์สวย ๆ มานับไม่ถ้วนแน่ ไม่รู้ว่ะ บอกตามตรงว่าฉันไม่ค่อยมั่นใจในตัวเองเท่าไรเลย ฉันกลัวว่าเวลาเดินกับเขาแล้วเขาบังเอิญเจอเพื่อน เพื่อนของเขาจะคิดว่าฉันไม่เหมาะสมกับเขาอะไรแบบนี้น่ะ"

"คิดมาก..." อรุณวตีลากเสียงยาว แล้วพูดต่อ "รอแป๊บนะแก ฉันไปจุดธูปเรียกนังเพลงมาก่อน คุยกันสามคนไปเลย"

รอไม่นานนักจากที่คุยกันอยู่แค่สองคนก็กลายเป็นสามเพราะมีเพลงพิณเข้ามาร่วมสนทนาอยู่ในสายด้วย

"ไฮ! มีเรื่องอะไรจะเม้าท์ยะ" เสียงสดใสของเพลงพิณทักทายมา

"จะให้มาช่วยยินดีกับเพื่อนค่ะ แม่ชีจะมีผัวแล้วนะอีเพลง" อรุณวตีกรี๊ดกร๊าดเสียงแหลมมาตามสายจนมัลลิกาต้องเอาโทรศัพท์ออกจากหู

"เฮ้ยถามจริง แกมีแฟนหรือวะยายมะลิ เป็นใครมาจากไหน เรียนหรือทำงานแล้ว หล่อไหมวะ" เพลงพิณถามมาเป็นชุดอย่างตื่นเต้น

"อีนี่แต้มบุญมันสูงค่ะ นอกจากได้ผู้งานดีไปกินแล้วยังเป็นเจ้าของบริษัทที่พวกฉันไปฝึกงานนั่นแหละแก" อรุณวตีเป็นฝ่ายตอบแทนมัลลิกา

"หา! เจ้าของบริษัทเหรอ ก็แก่แล้วน่ะสิ ชอบผู้ชายมีอายุหรือวะนังมะลิ" เพลงพิณทำเสียงแตกตื่น

"เขายังไม่แก่สักหน่อย แค่..." มัลลิกายังพูดไม่ทันจบดี อรุณวตีก็แทรกมา

"อายุแค่สามสิบกว่าเองนังเพลง แก่ตรงไหน โคตรหล่อเลยแกเอ๊ย แค่เขายืนเท่กอดอกพิงรถเฉย ๆ นะกะเทยอย่างฉันนี่เห็นแล้วน้ำเดินทันที เดี๋ยวเอาไว้ไปทำงานแล้วจะแอบถ่ายรูปส่งมาให้ดู"

"โอ๊ยอยากเห็น แล้วนี่ยายแพตมันว่าไง มันยินดีกับเพื่อนไหมที่มีแฟนเป็นคนอื่นไม่ใช่นายตาลของมันน่ะ" เพลงพิณถามถึงปรีชญา และอรุณวตีก็เป็นฝ่ายตอบแทนมัลลิกาตามเคย

"มันก็ไม่ว่าไงหรอก ไม่เห็นมันพูดอะไร"

"จริงสิ พูดถึงตาลแล้วฉันมีเรื่องจะบอกพวกแกว่ะ แต่พวกแกต้องสัญญาก่อนว่าจะไม่เอาไปพูดต่อ เราต้องรู้กันแค่นี้ ตกลงไหม" มัลลิกาตัดสินใจว่าจะเล่าเรื่องที่ตนเจอมากับตัวเกี่ยวกับตติยะให้เพื่อนทั้งสองคนฟัง

"ตกลง!" เสียงเพลงพิณกับอรุณวตีเอ่ยรับปากมาอย่างพร้อมเพรียง

 

"โอ๊ย...เจ็บ"

เสียงครางด้วยความเจ็บปวดของหญิงสาวในชุดนักศึกษาดังผะแผ่วอยู่ในรถยุโรปคันหรูที่จอดอยู่ในโกดังเปลี่ยวแห่งหนึ่ง ตัวรถไหวยวบยาบไปตามจังหวะ หากมองจากภายนอกย่อมต้องจินตนาการถึงเซ็กซ์ที่เร่าร้อนภายในรถคันนั้น ซึ่งความเป็นจริงแล้วก็ไม่ต่างจากที่คิดไว้นัก หากแต่ผู้หญิงที่อยู่ในรถนั้นมีสภาพสะบักสะบอมราวกับถูกซ้อมมาอย่างหนักหน่วง

เพียะ!

"จะทำอีกไหม จะโกหกอีกไหม หา!" ชายหนุ่มที่กำลังขยักโยกอย่างบ้าคลั่งอยู่เหนือร่างหญิงสาวตะคอกเสียงต่ำพลางเงื้อมือฟาดลงไปบนใบหน้าบวมปูดนั้นอีกหลายครั้ง ไม่นำพากับเลือดที่เปรอะไปทั่วหน้าและเลอะฝ่ามือของตัวเองแต่อย่างใด

"ไม่ทำแล้ว ฉันขอโทษ จะไม่โกหกอีกแล้ว" หญิงสาวรับคำเสียงสั่นตามแรงกระหน่ำที่ถาโถมลงมา หยาดน้ำใส ๆ ไหลกลิ้งออกจากหางตาหายลับเข้าไปกับเส้นผม

"มึงมันก็ดีแต่รับปาก ดีแต่ปั้นหน้าซื่อไปวัน ๆ สัญญาอะไรไว้ก็ไม่เคยจำพูดอะไรไว้ก็ลืมหมด ถ้าไม่สั่งสอนซะบ้างก็ไม่เข็ดหลาบ" เขาบีบคอคนใต้ร่างอย่างลืมตัวจนได้ยินเสียงสำลักและอาการดิ้นพราดของคนที่ตนนั่งคร่อมไว้จึงคลายมือออก เสียงไอโขลก ๆ ของหญิงสาวตามมาทันที

ชายหนุ่มโจนจ้วงอย่างบ้าคลั่งอีกหลายครั้งจนกระทั่งเสร็จสมตามที่ตนต้องการแล้วจึงหยุดการกระทำทั้งหมด จากนั้นก็โน้มตัวลงกอดคนใต้ร่างไว้แล้วร้องไห้สะอึกสะอื้น

"เจ็บไหมมะลิ เราขอโทษ เราไม่อยากให้มันเป็นแบบนี้ เราไม่เคยอยากทำร้ายเธอเลยนะมะลิ"

ตติยะร้องไห้จนน้ำยาเปียกรดซอกคอของหญิงสาว เธอลืมตาขึ้นช้า ๆ ฝืนร่างกายยกมือขึ้นลูบแผ่นหลังเปลือยเปล่าของผู้ว่าจ้างแล้วพูดตามบทที่ตนได้รับมา

"เรารู้ว่าตาลรักเรา เราไม่โกรธตาลหรอก เราสัญญาว่าจะไม่โกหกตาลอีกแล้ว สัญญาว่าจะทำตามคำพูดที่เคยให้ไว้ เชื่อเรานะตาล"

หญิงสาวพยายามนึกถ้อยคำที่ได้รับโจทย์มาเพื่อปลุกปลอบเขา แม้จะเจ็บปวดแสนสาหัส แม้จะต้องพักฟื้นร่างกายอีกหลายวัน แต่เมื่อนึกถึงเงินก้อนใหญ่ที่จะได้รับหลังจบงาน "คู่ซ้อม" ตรงนี้ไปก็ถือว่าการเจ็บตัวครั้งนี้คุ้มค่า ทนทรมานแค่สองชั่วโมงแต่ได้เงินมาร่วมแสน ฉะนั้นเธอจึงยอม


*****************************************

14/9/2562

เคยได้ไปอ่านเจอกระทู้อยู่ที่นึงค่ะ เกี่ยวกับอาชีพ "รับจ้างโดนซ้อม" และเป็นงานที่ค่อนข้างลับเฉพาะ รู้กันในหมู่คนที่นิยมความรุนแรง และชื่นชอบการทรมานคน และคนพวกนี้ส่วนใหญ่เป็นคนมีเงิน พร้อมจ่าย แต่เมื่อเลือกผู้รับบริการมาแล้วก็ต้องตกลงกันว่าทำได้ในระดับไหน เช่น ห้ามยุ่งกับใบหน้า ห้ามหักแขนหักขา ห้ามตัดนิ้ว ตัดหู อะไรแบบนี้ และค่าทนทรมานก็คิดเป็นรายชั่วโมง ชั่วโมงละกี่หมื่นก็ว่ากันไปตามแต่ตกลง บางคนรับงานเดือนละครั้ง ก็ได้เงินสี่ห้าหมื่น บางคนเป็นแสน กินใช้ทั้งเดือน อ่านแล้วก็รู้สึกว่าสังคมมนุษย์เราในทุกวันนี้มันอะไรที่เรายังเข้าไม่ถึงอีกเยอะเหมือนกันเนอะ ว่าไหมคะ

แต่จำไม่ได้แล้วว่าเป็นเว็บไหน เพราะตอนนั้นเปิดเจอโดยบังเอิญสุดๆ ก็เลยลองอ่านดู เป็นความเจ็บและทรมานที่คนถูกกระทำเต็มใจอย่างยิ่งจริง ๆ

แจ้งข่าวหน่อยนะคะ

จะปิดจองแล้วนะเธอจ๋า วันนี้วันที่ 14 แล้วน้าาาา ปิดจองพรุ่งนี้จ้ะตัวเธอ ใครสนใจทักมาได้ที่กล่องข้อความนะคะ ใครสะดวกโอนสิ้นเดือนก็แจ้งได้ค่ะ เพราะหนิงจะได้บันทึกชื่อเอาไว้ ถุงผ้าสั่งทำมาพอดีจำนวนคนเป๊ะๆ เลยจ้า

ขอบคุณที่ติดตามอ่านนะคะ


 


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 224 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

405 ความคิดเห็น

  1. #331 ป้าเอง (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 15 กันยายน 2562 / 21:50

    มีแบบนี้ด้วยน้อ โหมดอารมณ์ของคนรุนแรงจัง ป้าขอข้ามจ้า...T__T เป็นห่วงหนูมะลิ

    #331
    0
  2. #330 Tudtu Sujaree (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 14 กันยายน 2562 / 18:53
    เวรกรรม ตอนเเรก นึกว่า แพต กับพ่อเลี้ยง

    เป็นตาลนี่เองไปจ้างคนมา

    เห้อ โล่งอก ไป
    #330
    0
  3. #329 sakkas123 (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 14 กันยายน 2562 / 18:32
    ทีแรกนึกว่าเรื่องพี่วินจะใสๆเจอโหมดดาร์กเจ้าตาลเข้าไปโหดกว่าเรื่องพี่ชินไปอิ๊ก
    #329
    0
  4. #328 reader702 (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 14 กันยายน 2562 / 18:29
    เรื่องเริ่มเข้มข้นขึ้น สนุกคะ รออัดหนุนอีบุคนเคะ
    #328
    0
  5. #327 Sokomania (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 14 กันยายน 2562 / 18:11

    โลกนี้มันมืดมิดกว่าที่คิด โลกไม่ได้สวย แต่ก็ไม่ได้มืดมน มันแค่เป็นสีเทาๆ เป็นอย่างนั้นมาตลอด ตั้งแต่ก่อนเราเกิด หรือแม้เราจะตายไปแล้ว โลกก็จะเป็นของมันอย่างนั้น

    #327
    0
  6. #326 subsaion (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 14 กันยายน 2562 / 14:38
    โลกใบนี้มีหลายมุมเอาใจช่วยมะลิและพี่วินให้ผ่านไปให้ได้ ตาลน่าเห็นใจแต่กลัวมากกว่า
    #326
    0