เล่ห์โอบรัก

ตอนที่ 15 : ญาติตัวดี - 70% -

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 6,427
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 382 ครั้ง
    4 ก.ค. 62

มัลลิกายืนมองรถบัสขนาดสองชั้นที่จอดเรียงรายหน้าอาคารเรียนด้วยแววตาระยิบระยับ บรรดานักเรียนในชุดลูกเสือและเนตรนารีเดินกันขวักไขว่ เสียงจอแจหยอกล้อพูดคุยกันอย่างสนุกสนานนั้นทำให้หญิงสาวเห็นแล้วอดนึกไปถึงตอนที่ตนเป็นนักเรียนมัธยมต้นไม่ได้

ขณะที่มัลลิกายืนรอน้องชายอยู่กับมารดาและพ่อเลี้ยงนั้น ก็มีเด็กผู้ชายตัวผอมเก้งก้างคนหนึ่งเดินสะพายเป้ใบใหญ่มาทางที่พวกตนยืนอยู่ หญิงสาวอมยิ้มมองน้องชายต่างบิดาที่อายุห่างกันเก้าปี เธอรอจนกระทั่งอีกฝ่ายเดินมาถึงรถจึงเพิ่งสังเกตเห็นว่าที่คอของนฤบดินทร์มีรอยแผลครูดเป็นทางยาวประมาณหนึ่งฝ่ามือ

"คอไปโดนอะไรมาน่ะไอ้ดิน" ครั้นพอมารดาได้ยินที่เธอถามน้องชาย ท่านจึงรีบแหวกคอเสื้อของนฤบดินทร์ออกเพื่อดูแผลให้ชัด ๆ ก่อนจะถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอกแล้วเอ่ยปากถามว่า

"ดีนะที่แผลไม่ลึก ตกลงไปโดนอะไรมาน่ะตาดิน"

"โดนหนามเกี่ยวตั้งแต่ไปถึงวันแรกครับ ไม่เป็นอะไรหรอกแผลนิดเดียว อาจารย์ทำแผลมาให้แล้ว" เสียงห้าวของเด็กชายที่กำลังย่างเข้าวัยรุ่นตอบอย่างไม่ใส่ใจนัก ก่อนจะเดินไปเปิดกระโปรงหลังรถเพื่อเก็บกระเป๋าเป้ไว้ในนั้น ทุกคนจึงขึ้นไปนั่งรอบนรถโดยนฤบดินทร์ขึ้นเป็นคนสุดท้าย

ทั้งสี่คนตกลงกันตอนนั่งรถว่าจะกินอาหารญี่ปุ่นเป็นมื้อเย็น นฤเบศร์จึงขับรถเข้าไปในห้างสรรพสินค้าที่อยู่ไม่ไกลจากหมู่บ้าน ระหว่างนั่งรออาหารมาเสิร์ฟจึงพากันคุยสัพเพเหระ ซึ่งหัวข้อสนทนาก็ไม่พ้นเรื่องบุตรชายคนเล็กของบ้านไปเข้าค่ายต่างจังหวัดเป็นครั้งแรก

พลันนั้นเสียงโทรศัพท์มือถือของมัลลิกาดังขึ้น หญิงสาวจึงหยิบขึ้นมาดูชื่อคนที่โทร. เข้ามา ครั้นพอเห็นว่าเป็นเบญญาภา ลูกพี่ลูกน้องที่ไม่กินเส้นกันตั้งแต่จำความได้ มัลลิกาก็เบะปากทันที กระนั้นก็ยังกดรับสาย

"มีอะไร" เธอถามเสียงห้วน และพอจะเดาออกว่าอีกฝ่ายโทรศัพท์มาทำไม

"ยายมะลิ นี่แกไปเป็นพรีเซ็นเตอร์ให้เอเอ็นเอสหรือ"

ได้ยินปลายสายถามรัวเร็วเหมือนร้อนใจ มัลลิกาก็ยิ้มกว้าง แต่พอหันหน้าไปมองมารดากับพ่อเลี้ยง ก็เห็นท่านทั้งสองส่งสายตาปรามมาเป็นเชิงว่าอย่าไปต่อล้อต่อเถียงด้วย ทว่า...

"อุ๊ย! เขาเอาขึ้นเพจแล้วหรือ ไวดีจัง เป็นไง สวยใช่ไหมล่ะ" หญิงสาวทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้กับสายตาของท่านทั้งสอง เพราะกับคนอื่นเธออาจยอม แต่สำหรับเบญญาภา คู่ปรับตั้งแต่เกิดคนนี้เธอไม่มีวันยอมเด็ดขาด

"ไม่เห็นจะสวยตรงไหนเลย อย่างกับเด็กแอบเอาเครื่องสำอางแม่มาทาเล่น แกไม่กลัวเขาเจ๊งรึไง ระวังเถอะเขาจะฟ้องร้องแกโทษฐานที่ทำให้สินค้าเขาขายไม่ได้"

"แหม จะไปกลัวทำไมก็ในเมื่อเจ้าของแบรนด์เขามาขอร้องฉันด้วยตัวเองเชียวนะ แถมยังเป็นคนแต่งหน้าให้ฉันเองเลยด้วย แกพูดแบบนี้ก็หมายความว่าเจ้าของแบรนด์ฝีมือแต่งหน้าไม่ได้เรื่องน่ะสิ นี่ยายเบญ ถ้าแกอยากชมว่าฉันสวยแกก็พูดมาตามตรงเถอะ ไม่เห็นต้องอ้อมค้อมทำมาเป็นตินั่นตินี่เลย" เธอพูดพลางมองน้องชายที่นั่งข้าง ๆ เห็นเจ้าตัวแลบลิ้นทำท่าเหมือนจะอาเจียนจึงยื่นมือไปผลักศีรษะอีกฝ่ายด้วยความหมั่นไส้

"อีบ้า! เด็กเนิร์ดหน้าจืดอย่างแกเนี่ยนะสวย ถ้าอยากสวยก็ต้องไปเกิดใหม่อย่างเดียวนั่นแหละอย่าหลงตัวเองนักเลย"

ยังไม่ทันที่มัลลิกาจะได้โต้ตอบอีกฝ่ายก็ชิงวางสายไปก่อน แต่แทนที่จะโกรธที่ถูกเบญญาภาด่าทอ ตรงกันข้ามเธอกลับรู้สึกอารมณ์ดีที่ทำให้คนแบบนั้นดิ้นพล่านไปด้วยความร้อนรุ่มในอก

หญิงสาวยิ้มกริ่มแล้วเข้าแอปพลิเคชันไลน์ เลื่อนหารายชื่อของลูกพี่ลูกน้องคู่ปรับ จากนั้นก็พิมพ์ข้อความบางอย่างลงไปเพื่อเติมเชื้อไฟลงไปอีก

...แกสิบ้า อย่าขี้อิจฉานักเลย เดี๋ยวก็อกแตกตายจนนอนไม่หลับหรอก...

ทางด้านคนที่ถูกยั่วโมโห หลังจากอ่านข้อความที่มัลลิกาส่งมาแล้วก็ได้แต่คับแค้นใจจนเกือบปาโทรศัพท์ทิ้ง แต่เพราะมันคือเครื่องมือทำมาหากิน เบญญาภาจึงได้แต่เดินไปเดินมาอยู่ในห้องเพื่อระงับความโกรธ

เธอเกลียดมัลลิกาเข้าไส้ เกลียดที่ตั้งแต่เล็กจนโตเธอจะถูกนำไปเปรียบเทียบกับมัลลิกาตลอดเพราะอายุเท่ากันเรียนชั้นเดียวกัน แต่อีกฝ่ายเรียนดีสอบได้ที่หนึ่งของห้องเสมอ ในขณะที่เธอมีผลการเรียนระดับกลาง ผู้เป็นย่า หรือแม้กระทั่งบิดาของเธอเองจึงเอาแต่ชื่นชมมัลลิกาไม่ขาดปาก ซึ่งแน่นอนว่าคนที่ถูกอบรมและถูกพูดกรอกหูอยู่เสมอว่าให้เอาเป็นเยี่ยงอย่างก็คือเธอ ดังนั้นเธอจึงเกลียดแสนเกลียดผู้หญิงคนนี้

พลันนั้น ความคิดบางอย่างก็ผุดวาบขึ้นในหัว เบญญาภารีบหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาแล้วเข้าหน้าเฟซบุ๊กของเครื่องสำอางยี่ห้อเอเอ็นเอสทันที

"วางขายมะรืนนี้อย่างนั้นหรือ" หญิงสาวคลี่ยิ้มบาง ๆ เมื่อคิดออกแล้วว่าควรทำอย่างไรถึงจะเป็นฝ่ายพลิกเอาชนะมัลลิกาในเกมนี้ได้

เบญญาภาเป็นเน็ตไอดอลชื่อดังที่มีคนติดตามในเพจ และอินสตาแกรมเกือบแสนคน เครื่องสำอาง อาหารเสริมยี่ห้อดังหลากหลายยี่ห้อต่างก็ติดต่อเข้ามาจ้างเธอรีวิวให้ และถ้าเธอเป็นฝ่ายรีวิวลิปสติกรุ่นนี้ด้วยตัวเองโดยที่เอเอ็นเอสไม่ได้จ้าง แต่เธอจะใช้วิธีแท็กชื่อเพจของแบรนด์นี้เข้าไป อย่างไรเสียแอดมินของทางเอเอ็นเอสจะต้องเห็น และต้องนำขึ้นไปเสนอผู้บริหารเพื่อให้เธอเป็นพรีเซ็นเตอร์แทนที่มัลลิกาแน่นอน

ในเมื่อเธอสวยกว่า ดังกว่า คนรู้จักมากกว่า มีหรือที่เอเอ็นเอสจะปล่อยให้โอกาสนี้หลุดมือไป

"คอยดูละกันนังมะลิ ว่าระหว่างฉันกับแกเขาจะเลือกใคร"


มัลลิกานั่งยิ้มน้อยยิ้มใหญ่อยู่บนเตียงขณะที่มองรูปตัวเองโชว์หราอยู่หน้าเพจของเครื่องสำอางแบรนด์ดัง ไม่อยากเชื่อว่าตนจะได้มาเป็นนางแบบลิปสติก เพราะแต่ไหนแต่ไรมาใบหน้าของเธอแทบไม่ได้แตะต้องเครื่องสำอางเลย ในแต่ละวันมีเพียงครีมบำรุง ครีมกันแดด แป้งเด็กและลิปกลอสเท่านั้น

เสียงเคาะประตูห้องดังขึ้นสองครั้งตามมาด้วยเสียงเปิดประตูแล้วปิดลงตามเดิม ไม่ต้องหันไปมองก็รู้ว่าใครเดินเข้ามา มัลลิกาจึงส่งเสียงทักออกไป

"มีอะไรรึเปล่าดิน เพราะปกติเวลานี้แกต้องนั่งเล่นเกมอยู่ในห้องไม่ใช่หรือ"

นฤบดินทร์ยักไหล่พลางเดินไปนั่งบนเก้าอี้หน้าโต๊ะเครื่องแป้งแล้วพูดว่า "อาทิตย์หน้าจะไปบ้านนู้นหรือ"

"อืม วันเกิดน้องภูมิน่ะ คุณย่าโทร. มาชวน กะว่าจะอยู่สักพักก็กลับแล้วล่ะคงไม่อยู่นานหรอก คนเยอะเรื่องก็เยอะ ขี้เกียจไปวุ่นวายด้วย" หญิงสาวเบ้หน้าเล็กน้อยเมื่อนึกถึงญาติทางฝั่งบิดาบังเกิดเกล้า

"ก็ดี ถ้าพี่ไปก็ระวังตัวด้วยล่ะ โดยเฉพาะพวกนั้น" เด็กหนุ่มทำหน้านิ่วคิ้วขมวดราวกับมีเรื่องให้เครียดตลอดเวลา

"พี่รู้น่า ถึงได้บอกว่าไม่อยู่นานไง ถ้าพี่เกาะติดอยู่กับคุณย่าตลอดเวลาพวกมันก็คงไม่กล้ามาแกล้งอะไรพี่หรอก" มัลลิกาเห็นน้องชายพยายามวางท่าเคร่งขรึมก็อดยิ้มไม่ได้ แต่พอเหลือบไปเห็นรอยครูดที่คอจึงจ้องหน้าน้องชายนิ่ง

"ไอ้ดิน แกบอกพี่มาตามตรงว่ารอยที่คอไปโดนอะไรมากันแน่"

ได้ยินพี่สาวเค้นถาม ทั้งยังทำท่าราวกับว่าตนต้องตอบไปตามความจริงห้ามโกหก นฤบดินทร์จึงพ่นลมหายใจอย่างหงุดหงิดแล้วตอบว่า

"ต่อยกับเพื่อนในห้อง"

"แล้ว..." หญิงสาวรู้ว่ามันต้องมีอะไรมากกว่านั้นจึงคาดคั้นให้น้องชายพูดต่อ

"ก็ไม่แล้วไง มันสู้ผมไม่ได้ก็เลยบีบคอผม ก็แค่นั้น" เด็กหนุ่มยักไหล่อย่างไม่ยี่หระ

"สาเหตุล่ะ พี่รู้สึกว่าแกบอกพี่ไม่หมดนะ" มัลลิกาได้แต่เค้นถามเพราะไม่สามารถจับมือน้องชายเพื่ออ่านใจอีกฝ่ายได้

"มันเรียกผมว่าไอ้ตุ๊ด มันบอกว่าผมสวยยิ่งกว่าผู้หญิง ผมไม่ชอบก็เลยต่อยมัน"

มัลลิกาถอนหายใจแผ่วเมื่อทราบถึงสาเหตุที่ทำให้น้องชายเลือดร้อนของตนก่อเรื่อง แต่จะว่าไปนฤบดินทร์ก็จัดว่าเป็นเด็กหนุ่มหน้าตาดีเหมือนนักร้องเกาหลีที่สาวไทยชื่นชอบ ด้วยความที่ใบหน้าขาวใสไร้สิวหนำซ้ำริมฝีปากยังแดงราวกับทาลิปสติก จึงไม่แปลกที่จะถูกเพื่อนในห้องล้อเลียนว่าสวยเหมือนผู้หญิง

"แกจะไปใส่ใจทำไม ไม่รู้รึไงว่าหน้าตาแบบนี้สาว ๆ เขาชอบกันจะตาย พี่ว่านะ คนที่มันล้อแกน่ะคงอิจฉามากกว่า เป็นเพราะผู้หญิงในห้องมาชอบแกเยอะสิท่าก็เลยถูกหมั่นไส้เอาน่ะ พี่เดาถูกไหม"

นฤบดินทร์หันขวับมองพี่สาวด้วยสีหน้าลำบากใจ แต่สุดท้ายก็ยอมพยักหน้ารับอย่างเสียไม่ได้ จากนั้นก็อ้อมแอ้มพูดเสียงแผ่วราวกับกลัวคนได้ยิน

"พรุ่งนี้ไปโรงเรียน อาจารย์ฝ่ายปกครองบอกว่าจะส่งจดหมายเชิญผู้ปกครองให้มาคุยเรื่องที่ผมไปต่อยเพื่อน พี่มะลิไปแทนคุณพ่อหน่อยได้ไหม"

หญิงสาวเลิกคิ้วขึ้นด้วยความแปลกใจ เพราะความจริงแล้วแค่การทะเลาะวิวาทกันธรรมดา อาจารย์ไม่น่าเชิญผู้ปกครองไปพูดคุยถึงที่โรงเรียน นอกเสียว่าเรื่องจะค่อนข้างร้ายแรง

"ทำไมถึงต้องเชิญ แกบอกพี่มาตามตรงสิไอ้ดินว่าแกไปทำอะไรเพื่อนกันแน่"

นฤบดินทร์นั่งโน้มตัวมาด้านหน้าเอาศอกวางไว้บนหัวเข่าแล้วถูมือตัวเองไปมาไม่ยอมปริปากพูด ซึ่งอากัปกิริยาเช่นนี้มัลลิกาก็เดาออกแล้วว่าน้องชายของตนเล่นงานเพื่อนร่วมห้องหนักหนาไม่น้อยเลย

เด็กหนุ่มนั่งเงียบอยู่ประมาณสิบนาที มัลลิกาเองก็รอคำตอบอย่างใจเย็น ในที่สุดอีกฝ่ายก็ยอมเปิดปากพูด

"ผมต่อยมันดั้งหัก คางแตกเย็บไปยี่สิบเข็ม"

"ไอ้ดิน!" มัลลิกาเบิกตากว้างอ้าปากค้างเพราะถือว่าเรื่องใหญ่ไม่น้อย จากนั้นก็กวาดตามองสภาพของน้องชายตั้งแต่ศีรษะจดปลายเท้า จึงพบว่าใบหน้าขาวใสนั้นมีเพียงรอยขีดข่วนและรอยฟกช้ำเล็กน้อยที่ตอนแรกเธอนึกว่าเกิดจากกิจกรรมการเข้าฐานของลูกเสือสำรอง แผลที่ชัดเจนที่สุดก็มีแค่รอยครูดที่คอ นอกนั้นก็ไม่มีส่วนใดที่จะมองออกว่าไปต่อยตีกับคนอื่นมา

"แกทำเขาหนักขนาดนั้น แต่แกเจ็บตัวแค่นี้เนี่ยนะ"

นฤบดินทร์ยักไหล่แล้วเบ้ปากก่อนพูดว่า "ก็บอกแล้วว่ามันสู้ผมไม่ได้ เก่งแต่ปากก็แบบนี้แหละ"

มัลลิกากุมขมับทันทีเพราะเรื่องแบบนี้หากบิดามารดารู้เข้าคงเป็นเรื่องใหญ่แน่ และที่สำคัญก็คือทางนี้ต้องจ่ายเงินค่ารักษาพยาบาลให้คู่กรณีอีกด้วย

ครั้นพอคิดถึงเรื่องเงิน หญิงสาวก็นึกขึ้นได้ว่าตนมีเงินก้อนหนึ่งจากการเป็นนางแบบลิปสติก บางทีเธออาจใช้เงินนั้นจ่ายให้อีกฝ่ายก็เป็นได้

"โอเค ถ้าทางโรงเรียนส่งจดหมายเรียกผู้ปกครอง แกก็เอามาให้พี่ก็แล้วกัน พี่จะโดดเรียนไปพบอาจารย์ฝ่ายปกครองกับแกเอง"

************************************

4/7/2562

ขอโทษด้วยค่าาาา ที่บอกว่าจะอัปตั้งแต่วันนั้นแล้วไม่ได้อัป ผิดสัญญาอีกแล้ว T_T

สาเหตุก็เพราะโรงงานเอาลิปสติกมาส่งพอดีค่ะ อย่างที่เคยบอกไปก่อนหน้านี้แล้วว่าหนิงทำแบรนด์ลิปสติกของตัวเอง โดยใช้ชื่อแบรนด์ว่า TAN ซึ่งเป็นลิปสติกที่เหมาะสำหรับสาวผิวแทน หรือผิวสองสี หนิงเป็นคนไปทดลองสีด้วยตัวเอง สีไหนรอดก็เลือกสีนั้นมาทำเลย เพราะฉะนั้น 10 สีที่คัดมาคือสาวผิวแทน ผิวสองสี ผิวคล้ำ ทาแล้วรอดทุกคนค่ะ คอนเฟิร์ม (ส่วนสาวผิวขาวใช้ได้ทุกสีแน่นอน)

และปัญหาใหญ่ก็เจอตอนนี้คือหนิงต้องทำสวอชสี ถ่ายรูปสินค้า ทำแบนเนอร์เพื่อโปรโมตสินค้า เปิดเพจ ทำนั่นทำนี่เยอะแยะไปหมด ก็เลยไม่มีเวลาจะมาแต่งนิยายต่อเลย ถ้าทุกอย่างเสร็จสมบูรณ์พร้อมเปิดตัวเมื่อไร หนิงจะเรียนเชิญทุกท่านไปเป็นลูกค้านะคะ

ขอบคุณล่วงหน้าเลยค่ะ อิอิ

ปล. ฝากโหลดนิยายด้วยค่าาา

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 382 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

405 ความคิดเห็น

  1. #169 jompeng (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 5 กรกฎาคม 2562 / 11:43

    พี่น้องรักกัน เราเข้าใจวัยรุ่นนะเพราะมีน้องวัยเดียวกัน

    #169
    0
  2. #168 juthamardsan (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 5 กรกฎาคม 2562 / 09:28

    เรื่องต่อไปขอดินเป็นพระเอกได้มั้ยเนี่ย ชอบอ่ะหนุ่มหล่อหน้าสวยแต่เลือดร้อน

    #168
    0
  3. #167 Tudtu Sujaree (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 5 กรกฎาคม 2562 / 00:40
    อืม เจ้าดิน กับ มะลิ อย่าให้พ่อกับแม่รู้ละ งานนี้ งานใหญ่แน่ๆ
    #167
    0
  4. #166 Thittayaiem (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 4 กรกฎาคม 2562 / 22:35
    อุดหนุนแน่นอนจ้าาาา
    #166
    0
  5. #165 pimon9172 (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 2 กรกฎาคม 2562 / 18:42
    บ้าไปแล้วววว ทำไมหลงตัวเองอย่างนั้นคะคุณ
    #165
    0
  6. #164 Thittayaiem (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 2 กรกฎาคม 2562 / 14:03
    ตื่นเถอะ มโนไปไกลมาก อย่างดีเขาก็แค่แชร์คลิปหล่อน แปะไว้ที่เพจ อย่าลืมนะ เจ้าของแบรนด์เขาคนเลือกเอง
    #164
    0
  7. #163 Jvar J. (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 2 กรกฎาคม 2562 / 12:10
    เอาเลยจ้าาาายัยเบญ
    #163
    0
  8. #162 suvara (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 2 กรกฎาคม 2562 / 09:16
    รอจ้าาาา
    #162
    0
  9. #161 addsky (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 2 กรกฎาคม 2562 / 09:05
    หวังว่าคุณวินจะเป็นคนดับฝันเธอเองกับมือนะ เบญญาภา
    #161
    0
  10. #160 Pun Arun (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 2 กรกฎาคม 2562 / 05:50

    รอทางเอเอ็นเอส ตอบกลับนะคะ

    ว่าจะรับหรือปฏิเสธเบญญาภา


    #160
    0
  11. #159 Tudtu Sujaree (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 2 กรกฎาคม 2562 / 01:14
    แหมๆนังญาติตัวร้าย เขาเลือก มะลิย่ะหล่อน
    #159
    0
  12. #158 sitcha (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 2 กรกฎาคม 2562 / 00:26
    อยากโหลดเรื่องนี้ค่ะ
    #158
    0