เล่ห์หวนรัก

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 975,051 Views

  • 1,497 Comments

  • 12,729 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    251,055

    Overall
    975,051

ตอนที่ 37 : เลขาฯ หรือเลียขา - 100% -

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 41278
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1136 ครั้ง
    13 ม.ค. 62

"นุชอยากดูเรื่องอะไรคะ"

ชินดนัยเดินจูงมือชญานุชมาหยุดยืนอยู่หน้าโปรแกรมภาพยนตร์ในห้างสรรพสินค้าย่านชานเมือง คราแรกเขาคิดจะพาน้องสาวไปย่านสยามสแควร์ แต่ชญานุชไม่ต้องการไปสถานที่ที่มีคนพลุกพล่านเพราะไม่อยากเจอคนรู้จัก เขาจึงพามาที่นี่

"เรื่องนี้ดีไหมคะ วันก่อนนุชเพิ่งนั่งดูภาคที่แล้วกับคุณแม่ค่ะ ทางเคเบิลเอามาฉาย สนุกดีเหมือนกัน" หญิงสาวชี้ที่ภาพยนตร์แนวแฟนตาซีเรื่องหนึ่ง

"เยี่ยมเลย พี่กำลังเล็งเรื่องนี้อยู่เหมือนกัน ถ้าอย่างนั้นดูรอบนี้ดีไหม เราจะได้มีเวลาลงไปหาอะไรอร่อย ๆ กินกันก่อน"

"ตามใจพี่ชินเลยค่ะ"

จากนั้นชินดนัยจึงไปซื้อตั๋วชมภาพยนตร์โดยเลือกรอบบ่ายโมงสิบห้านาที ซึ่งก็คืออีกหนึ่งชั่วโมงครึ่งข้างหน้า เสร็จเรียบร้อยเขาก็พาน้องสาวเดินลงบันไดเลื่อนไปชั้นล่างสุดซึ่งเป็นศูนย์อาหารและซูเปอร์มาร์เก็ต

ทั้งสองคนเลือกร้านอาหารบุพเฟต์สไตล์ญี่ปุ่นเพราะชญานุชอยากกิน แต่เพราะไม่มีโต๊ะว่างจึงต้องรับบัตรคิวแล้วยืนรอเรียกอยู่หน้าร้าน สองพี่น้องจึงยืนคุยเรื่องสัพเพเหระด้วยสีหน้ายิ้มแย้มทั้งคู่

และภาพความสนิทสนมแบบถึงเนื้อถึงตัว ไม่ว่าจะเป็นการเดินจูงมือ โอบบ่า บีบจมูกฝ่ายหญิงเล่นอย่างหยอกเย้าของชินดนัยนั้นก็ตกอยู่ในสายตาคู่หนึ่งเข้าโดยบังเอิญ

จันทร์เจ้ายืนมองชายหนุ่มหญิงสาวคู่นั้นด้วยสายตาเรียบเฉย หากแต่ในอกด้านซ้ายกลับรู้สึกวูบโหวงอย่างบอกไม่ถูก เธอไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตอนนี้ตนรู้สึกอย่างไร จะว่าเสียใจก็ไม่ใช่ จะว่าโล่งอกก็ไม่เชิง รู้แต่เพียงว่าข้างในใจมันอึดอัดจนเหมือนหายใจไม่ออก

"หึ..." หญิงสาวแค่นยิ้มกับตัวเองก่อนจะเบือนหน้าออกมาจากคนทั้งคู่แล้วพูดกับมารดาที่ยืนอยู่ด้านข้าง

"จันทร์ว่าเราไปกินร้านอื่นกันดีกว่าค่ะ ร้านนี้ต้องรอคิวนาน หนูพราวคงหิวแล้วด้วย" พูดจบหญิงสาวก็เข็นรถเข็นของแผนกซูเปอร์มาร์เก็ตซึ่งมีพราวนภานั่งเล่นอยู่ในนั้นเดินไปอีกทาง โดยไม่คิดจะหันกลับไปมองคนทั้งคู่อีกเลย

 

วันถัดมา เจ้าสัวเอนกกับบุตรชายก็มาที่บ้านของจันทร์เจ้าตามที่แจ้งไว้ตั้งแต่เมื่อวาน บรรพตหิ้วกระเช้าใบใหญ่ซึ่งมีแต่ของกินราคาแพงอัดกันอยู่ในนั้นเดินตามหลังบิดาเข้ามาในบ้านด้วยใบหน้ายิ้มกริ่ม

"สวัสดีครับคุณพรรณี" เจ้าสัวทักทายเจ้าของบ้านด้วยใบหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส พรรณีกับจันทร์เจ้าจึงยกมือไหว้เขาในฐานะที่อาวุโสกว่าก่อนจะเชื้อเชิญให้เข้าไปในบ้าน

"ไม่ได้แวะมาเยี่ยมตั้งนาน คุณพรรณีกับหนูจันทร์สบายดีนะครับ"

"สบายดีค่ะเจ้าสัว ขอบคุณที่ยังนึกถึงนะคะ เจ้าสัวกับคุณบรรพตละคะ เป็นยังไงบ้าง"

"เหมือนกันครับ ผมกับเจ้าพตก็เรื่อย ๆ นั่นแหละ...พตเอาของไปเก็บให้คุณน้าสิ" ประโยคหลังเจ้าสัวหันไปบอกบุตรชาย

"ไม่เป็นไรค่ะคุณบรรพต ฉันเอาไปเก็บเองดีกว่า" จันทร์เจ้ายื่นมือออกไปรอรับกระเช้าใบใหญ่ แต่ชายหนุ่มเบี่ยงกระเช้าหนีพร้อมกับพูดว่า

"พี่เอาไปเก็บให้ดีกว่าครับเพราะมันหนักมาก น้องจันทร์ถือไม่ไหวหรอก ถึงถือไหวก็จะเจ็บมือเปล่า ๆ ผมขออนุญาตเอาของไปวางบนโต๊ะนะครับคุณน้า" บรรพตหันไปค้อมศีรษะให้เจ้าของบ้าน

"เชิญค่ะ" พรรณียิ้มบาง ๆ ก่อนจะเชื้อเชิญให้เจ้าสัวเอนกนั่งในห้องรับแขก ส่วนจันทร์เจ้าก็เดินไปนำน้ำมาเสิร์ฟให้แขกผู้มาเยือน จากนั้นผู้ใหญ่ทั้งสองคนก็คุยเรื่องทั่วไปกันอยู่ครู่หนึ่ง จนในที่สุดเจ้าสัวก็เริ่มเข้าเรื่อง

"คืออย่างนี้นะคุณพรรณี เจ้าพตลูกชายของผมเนี่ย ปีนี้มันก็อายุอานามควรจะเป็นฝั่งเป็นฝาได้แล้ว ผมก็เคยถามมันว่ามีแฟนรึยัง มันก็บอกว่ายังไม่มีแต่มีคนที่ชอบอยู่" เจ้าสัวหยุดพูดแล้วมองไปทางจันทร์เจ้าพร้อมกับยิ้มจนตาหยี ส่วนบรรพตเองก็มองหญิงสาวอยู่เช่นกัน แต่มองด้วยสายตาวาววามราวกับเสือที่รอตะปบเหยื่อ

"ผมจะไม่พูดอ้อมค้อมละนะ คนที่เจ้าลูกชายตัวดีของผมมันชอบก็คือหนูจันทร์นี่แหละ ฮ่า ๆ" เจ้าสัวพยายามทำให้บรรยากาศครื้นเครง ขณะที่บรรพตเองก็ได้แต่ยิ้มพลางหลุบตาลงมองพื้น

พรรณีฝืนยิ้มบาง ๆ ก่อนจะหันมองบุตรสาวที่นั่งอยู่ข้างกายแล้วมองเลยไปยังหลานตัวน้อยที่นั่งเล่นตัวต่ออยู่บนพื้นข้างจันทร์เจ้า

"ที่ผมมาวันนี้ก็เพราะอยากจะมาคุยกับคุณพรรณี บอกตามตรงเลยนะว่าผมอยากได้หนูจันทร์มาเป็นลูกสะใภ้อยู่แล้ว ยิ่งเจ้าพตมันพูดว่าอยากแต่งงานกับหนูจันทร์ก็ยิ่งตรงกับใจของผมพอดี วันนี้เลยจะมาทาบทามสู่ขอหนูจันทร์ให้เจ้าพต ลูกชายของผมน่ะ ไม่ทราบว่าคุณพรรณีจะขัดข้องรึเปล่า"

"เรื่องสำคัญแบบนี้ฉันคงไม่กล้าตัดสินใจแทนลูกหรอกค่ะ คงต้องแล้วแต่จันทร์เขาน่ะเจ้าสัว" พรรณีตอบแบ่งรับแบ่งสู้

"จันทร์..." จันทร์เจ้าคิดจะพูดปฏิเสธออกไป แต่เพิ่งได้อ้าปากพูด บรรพตก็แทรกขึ้นมาเสียก่อน

"ขอผมคุยกับน้องจันทร์ตามลำพังสักครู่ได้ไหมครับคุณน้า...น้องจันทร์ครับ พี่ขอคุยอะไรด้วยหน่อยสิ" ประโยคหลังเขาหันไปพูดกับหญิงสาว จันทร์เจ้าจึงตอบรับสั้น ๆ แล้วลุกขึ้นเดินออกจากห้องรับแขกไปตรงบริเวณหน้าบ้าน

"มีอะไรคะ" เธอไม่อยากอ้อมค้อมให้เสียเวลา จึงถามเขาทันทีที่พ้นจากสายตาของผู้ใหญ่มาแล้ว

"ก็ไม่มีอะไร แค่จะบอกว่าให้คิดดี ๆ นะน้องจันทร์ ถ้าแต่งกับพี่ แม่กับหลานของจันทร์ก็จะสบายไปด้วย จันทร์เองก็ไม่ต้องออกไปทำงานงก ๆ อยู่เป็นคุณนายที่บ้านพี่ก็มีเงินให้ใช้ไม่ขาดมือแล้ว คิดดูแล้วกันว่าจะสุขสบายแค่ไหน วัน ๆ ไม่ต้องทำอะไรนอกจากแต่งตัวสวย ๆ เอาใจพี่ ว่าง ๆ ก็ไปสปานวดหน้านวดตัว ไม่ใช่ผู้หญิงทุกคนนะที่จะได้โอกาสนี้"

บรรพตพูดด้วยความกระหยิ่มใจเพราะเขาเชื่อว่าไม่มีผู้หญิงคนไหนปฏิเสธความสุขสบายแบบนี้ได้ การที่ไม่ต้องทำงานก็มีเงินใช้ ได้แต่งตัวเฉิดฉายใช้ชีวิตหรูหราเป็นสุดยอดความปรารถนาของบรรดาหญิงสาวไม่ใช่หรือ

"ฉันขอสละสิทธิ์นั้นดีกว่าค่ะ ถึงแม้บ้านฉันจะไม่ร่ำรวยเหมือนเมื่อก่อนแต่เราก็ไม่ขัดสนเงินทองหรือลำบากลำบนอะไร ฉันชอบทำงานไม่ชอบอยู่บ้านเฉย ๆ เรามีความสุขกันดีตามอัตภาพค่ะ"

รอยยิ้มบนใบหน้าของบรรพตหายวับไปทันที เขาเดินเข้าใกล้จันทร์เจ้าไปอีกนิดแล้วพูดเบา ๆ ให้ได้ยินกันแค่สองคน

"ที่ว่าชอบทำงานน่ะ หมายถึงงานเลขาฯ นั่นน่ะหรือ หึ! ถ้าชอบงานแบบนั้นก็มาทำกับพี่ก็ได้นี่นา อยากได้เงินเดือนเท่าไรขอให้บอก และพี่จะเปย์ไม่อั้นเลยนะถ้าทำหน้าที่มากกว่าเลขาฯ"

จันทร์เจ้าหน้าตึงทันทีที่ได้ยินอย่างนั้น "อย่าดีกว่าค่ะ งานที่ฉันทำมันดีอยู่แล้ว"

"เฮอะ! ที่ว่าดีเพราะเจ้านายยังหนุ่มแน่นด้วยรึเปล่า พี่ไปสืบมาแล้วว่าเจ้านายของจันทร์น่ะเป็นหนุ่มนักเรียนนอกที่เพิ่งกลับมารับช่วงต่อจากพ่อ ท่าทางจะหน้าตาดีลีลาเด็ด ใช่ไอ้คนที่มาบ้านจันทร์วันนั้นรึเปล่า เอ...หรือว่าที่จันทร์ไม่อยากลาออกเพราะไม่ได้ทำแค่หน้าที่เลขาฯ อย่างเดียว แต่เลียหว่างขาให้เจ้านายด้วย เห็นหงิม ๆ แบบนี้แต่เรื่องบนเตียงท่าทางจะไม่เบาเลยนะ วันก่อนก็ควบสองคนเลยไม่ใช่หรือ"

หญิงสาวกำหมัดแน่นด้วยความโกรธ แต่เพราะรู้แก่ใจดีว่าหากเธอลงไม้ลงมือกับผู้ชายตรงหน้า เรื่องราวจะไม่จบแค่ตรงนี้แน่นอน เจ้าสัวเอนกกว้างขวางแค่ไหนใคร ๆ ก็รู้ ถ้ามีเรื่องกับคนพรรค์นี้ คนที่เสียหายมีแต่เธอกับครอบครัวเท่านั้น

"ระวังคำพูดหน่อยนะคะ ตัวเองเป็นยังไงก็อย่าคิดว่าคนอื่นเขาจะเป็นแบบนั้นไปด้วย และฉันขอบอกไว้ตรงนี้เลยว่าต่อให้ต้องตายฉันก็จะไม่มีวันยอมแต่งงานกับคุณ"

"ก็เอาซี้...เรามาลองไฟต์กันดูสักตั้ง พี่ก็ขอบอกไว้ตรงนี้เลยว่าพี่จะทำให้จันทร์ยอมแต่งงานกับพี่ให้ได้" พูดจบเขาก็ยื่นมือมาจะเชยคางเธอขึ้น แต่หญิงสาวเบี่ยงหน้าหลบมือของเขาได้อย่างฉิวเฉียด

"หึ! คอยดูต่อไปละกัน ทำเล่นตัวไปเถอะ มาขอให้ไปเป็นคุณนายดี ๆ ไม่ชอบ วันหน้าอย่ามาคุกเข่าอ้อนวอนละกัน เพราะถ้าถึงวันนั้นพี่คงให้ได้แค่...นางบำเรอ"

บรรพตจงใจพูดจาร้ายกาจใส่หญิงสาวเพราะเจ็บใจที่ถูกปฏิเสธแบบไม่ไว้หน้า ตั้งแต่เขาเกิดมาไม่เคยต้องวิ่งตามใครอย่างนี้มาก่อน เขาอยากได้อะไรก็ต้องได้ ไม่เคยมีคำว่าไม่ได้ในพจนานุกรมของเขา

กับจันทร์เจ้า ใช่ว่าเขาจะรักเธอมากมายอะไร เขาก็แค่ชอบและเห็นว่าผู้หญิงคนนี้เหมาะที่จะเอามาไว้ดูแลบ้านช่อง และคอยดูแลบิดาของเขาที่แก่ตัวลงไปทุกวันต่างหาก อีกทั้งเธอเป็นคนมีการศึกษาและเข้าสังคมเป็น ควงออกงานได้ไม่อายใคร เธอเหมาะที่จะเอามาเป็นเมียแต่งไว้ประดับบ้านประดับบารมีเท่านั้น

ส่วนเรื่องที่ว่าเขาจะหยุดพฤติกรรมรักสนุกหากได้แต่งงานกับเธอตามที่บอกบิดาไว้นั่นน่ะหรือ...ฝันไปเถอะ!

"คงไม่มีวันนั้นหรอกค่ะ ขอตัวก่อนนะคะ เพราะฉันต้องไปพูดกับเจ้าสัวให้เข้าใจว่าฉันจะไม่แต่งงานกับคนอย่างคุณ" พูดจบหญิงสาวก็เดินเข้าไปในบ้านทันที ทิ้งให้ชายหนุ่มยืนมองอยู่ด้านหลังด้วยสายตาหมายมาด

"ถ้ากูเอาอีนี่มาฟันไม่ได้ก็อย่าเรียกกูว่าเสี่ยพตเลย คุยดีด้วยเสือกไม่ชอบ งั้นอย่ามาหาว่ากูใจร้ายก็แล้วกัน" ยิ่งเธอทำท่ารังเกียจเขาก็ยิ่งอยากเอาชนะ อยากรู้เหลือเกินว่าผู้หญิงคนนี้จะหยิ่งผยองไปได้อีกสักกี่น้ำ

งานนี้คงต้องพึ่งยาแรงเสียแล้ว


******************************************

13/1/2562

จริงอยู่ที่ว่ายาที่ขายกันเกลื่อนเว็บ อาจจะไม่ใช่ยาปลุกเซ็กซ์โดยตรง แต่แค่สรรพคุณที่ทำให้คนกินยานี้เข้าไปเกิดอาการมึนงง ไร้เรี่ยวแรง และล่องลอยเหมือนอยู่ในฝันได้ มันก็น่ากลัวมากแล้วค่ะ เขาถึงได้เรียกกันว่ายาเสียสาว เพราะบางรายตื่นมานี่ไม่รู้เลยด้วยซ้ำว่าเมื่อคืนเจอกับอะไรมาบ้าง

ความจริงแล้วยาตัวนี้เขาเอาไว้ใช้กับสัตว์นะ แต่คนเรามันเล่นพิเรน เอามาใช้กับคนซะงั้น

เคยเห็นข่าวเมื่อเดือนก่อนที่มีพริตตี้ถูกยาเสียสาวแล้วทำให้เกิดอาการร้อนวูบวาบนั่นก็น่ากลัวเหมือนกัน เพราะแต่ละคนที่โดนเข้าไป อาการอาจจะแตกต่างกันแล้วแต่สภาพร่างกายของแต่ละคน เท่าที่เคยพูดคุยกับคนรู้จัก ยาพวกนี้เขาจะมีแหล่งซื้อของเขาค่ะ มีไลน์กลุ่มสั่งซื้อกันโดยเฉพาะเลย ส่วนที่ขายตามเว็บก็ต้องเสี่ยงกันหน่อยว่าของจริงหรือของยัดไส้

ลองอ่านข้อมูลได้จากตรงนี้กันเลยจ้า 

--> GHB หรือยาเสียสาว

--> ภัยจากยาเสียสาว และวิธีสังเกตอาการเมื่อโดน


ยังเปิดจองกันอยู่นะคะ จองกันเข้ามาได้ ถุงผ้าเหลือประมาณ 40 ใบค่ะ 


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.136K ครั้ง

23 ความคิดเห็น

  1. #992 J.JINA (@jirajira) (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 15 มกราคม 2562 / 19:46
    สนุกมากค่า เป็นกำลังใจให้ค่ะ ^^
    #992
    0
  2. #989 saro116 (@saro116) (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 15 มกราคม 2562 / 07:35
    รออ่านจร้าาา
    #989
    0
  3. #988 jedi2550 (@jedi2543) (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 14 มกราคม 2562 / 23:43

    คนรู้จักเคยโดนค่ะ

    #988
    0
  4. #983 Ptttttch (@Ptttttch) (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 14 มกราคม 2562 / 12:51
    พี่ชินนนนช่วยหนูจันทร์ด้วยนะ
    #983
    0
  5. วันที่ 14 มกราคม 2562 / 07:01
    หืมมม เราไม่ได้ติดใจเรื่องที่นางเอกไม่รู้ว่านุชเป็นน้องสาวพระเอกนะ เพราะว่ามันก็เป็นไปได้หลายกรณี
    กรณีแรก หนูจันทร์อาจจะรู้ว่าพี่ชินมีน้อง แต่ไม่รู้หน้าตายังไง เพราะตามนิสัยพี่ชินแล้วคงไม่ได้แนะนำให้รู้จักกับครอบครัวตัวเองแน่นอน แล้วตอนนั้นหนูจันทร์ก็น่าจะยังเป็นเด็กหัวอ่อน หลอกง่าย เราเชื่อว่าเรื่องพวกนี้ไม่คณามือพี่ชิน 5555555555
    กรณีที่ 2 หนูจันทร์อาจเคยเจอน้องนุชแบบผ่านๆ แล้วด้วยความที่เวลาผ่านมานานแล้วเลยจำไม่ได้ หรือลืมคิดไปด้วยซ้ำว่าพี่ชินพี่น้องสาว บวกกับความหึงที่ทำให้หน้ามืดตามัว ไม่คิดวิเคราะห์ใดๆทั้งปวง
    #973
    1
    • #973-1 จรสจันทร์ (@nink-ning) (จากตอนที่ 37)
      14 มกราคม 2562 / 09:40
      ใช่ค่ะ ตามนั้นเลย

      พระเอกนางเอก รู้แค่ว่าอีกฝ่ายมีพี่สาว น้องสาวแต่ไม่เคยเจอกันเพราะต่างคนต่างไม่เคยไปเจอครอบครัวของอีกฝ่าย และอีกอย่างคือสมัยนี้ นศ.ส่วนใหญ่เวลามีแฟนก็ไม่ค่อยพาแฟนไปให้ที่บ้านรู้จักกันหรอก

      อีกอย่างคือ น้องนุชเคยสวย แต่พอเป็นโรคซึมเศร้าก็ไม่ใส่ใจดูแลตัวเองทำให้ทรุดโทรมลงกว่าเดิมมาก หน้าตาไม่สดใส แม้แต่คนที่เคยเจอกันก็แทบจำไม่ได้ค่ะว่านี่คือน้องนุช น้องสาวพระเอก

      และที่สำคัญคือ อารมณ์ผู้หญิงตอนที่เห็นมีสาวอื่นอยู่ข้างแฟนตัวเอง หรือผู้ชายที่มาจีบเราอยู่ ณ เวลานั้นสิ่งแรกที่ผุดขึ้นมาในหัวมักเป็น "อ้าว เจ้าชู้นี่หว่า มีแฟนแล้วนี่นา" มากกว่าจะคิดว่า "อุ๊ย มากับน้องสาวเหรอ" จริงไหมคะ ^^
      #973-1
  6. #972 กวาง (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 14 มกราคม 2562 / 03:54

    ปูเรื่องว่าบ้านรวยมีหน้ามีตาในสังคมไฮโซทั้งคู่ คบกันจนได้กัน พระเอกไม่เคยรู้ว่านางเอกมีพี่สาว นางเอกไม่เคยรู้ว่าพระเอกมีน้องสาว ถึงจะบอกว่าพี่นางเอกเป็นแอร์บินตลอด ถึงจะบอกว่าน้องพระเอกเป็นโรคซึมเศร้าเก็บตัวอยู่บ้านแต่ก็พึ่งเป็นหลังจากพ่อแม่พาออกงานมีคนรู้จักนะ


    1.คนถือตัวอย่างนางเอกจะคบหาดูใจใครถึงขั้นนอ นด้วยกันไม่ให้คนที่บ้านรู้ว่ามีคนนี้เป็นแฟน และไม่เคยเจอกับครอบครัวของผู้ชายเลย พฤติกรรมกับนิสัยไม่ไปทางเดียวกันเลยจ๊ะ


    2.พฤติกรรมคนไฮโซส่วนใหญ่ทั้งระดับประเทศและภูมิภาคชอบเอาลูกๆ ตัวเองออกงาน กิจกรรมกลุ่ม รุ่นๆเดียวกันให้เรียนโรงเรียนเดียว (ถ้าเคยดู F4 จะนึกออก) กินข้าวหรือใช้บริการร้านไหนต้องให้รู้ใครเป็นเจ้าของ เพื่ออนาคตทางธุรกิจหรือจับคู่ ไม่ได้ดองกันเป็นเพื่อนกันรู้จักกันไว้ก็ยังดี ทำให้รู้จักหมดตั้งแต่รุ่นอากงยันรุ่นหลาน เช่น บทสนทนาจะประมาณ


    ก : นี่ๆ ร้านเปิดใหม่เจ้าของร้าน ชื่อ เอ นะไปลองมายังอร่อยหลายอย่างเลย เอที่เป็นลูกของบี

    ข : ใช่บีที่เป็นลูกของซี ที่บ้านเขาขายเหล็กร้าน111 นั่นรึป่าว


    3.คนที่เรียนด้านบริหารทั้งหมดไม่ว่าจะเอกบัญชี บุคคล เศรษฐศาสตร์ ฯลฯ ไม่ต้องบ้าคนดัง อาจารย์ทุกท่านนี่ชอบยกครอบครัวไฮโซที่ประสบความสำเร็จมาเป็นกรณีศึกษาให้นักศึกษา เรียนมหาวิทยาลัยอยู่บ้านนอกอันไกลโพ้นยังรู้จักคนดังในประเทศแบบยกครัวเลย วิถีชีวิตไฮโซแต่ก่อนเก่านางเอก การศึกษา เเละอาชีพเลขา ไม่รู้จักครอบครัวพระเอกโอ๊ยอ่านแล้วขำ 555555 


    ขอโทษนะเราอ่านนิยายของไรด์มานาน ปกติอ่านกับสะสม ไม่เคยเม้นเลย พอเม้นก็มาแนวติ แค่อยากแสดงความคิดเห็นกับสิ่งที่มีโอกาสได้ยิน ได้เห็นจากการเรียนและทำงานคนพวกนี้

    #972
    1
    • #972-1 จรสจันทร์ (@nink-ning) (จากตอนที่ 37)
      14 มกราคม 2562 / 09:27
      ก่อนอื่น ต้องขอขอบคุณคุณกวางที่เข้ามาอ่านนะคะ แต่ขอชี้แจงเป็นข้อๆ ดังนี้ค่ะ

      1. บ้านของนางเอกรวยก็จริงค่ะ แต่ไม่ได้อยู่ในวงสังคมไฮโซ ครอบครัวเป็นเจ้าของกิจการนำเข้าส่งออกเท่านั้น ส่วนครอบครัวพระเอกก็เป็นตัวแทนจำหน่ายนาฬิกายี่ห้อดังจากสวิส ก็เหมือนคนทำธุรกิจทั่วๆ ไปที่เป็นแค่เจ้าของกิจการบางอย่าง ไม่ได้ไปออกงานในวงสังคมไฮโซอย่างที่เคยเห็นตามข่าวบ่อยๆ ไม่ใช่คนนามสกุลดังที่คนทั้งประเทศต้องรู้จัก
      ที่พระเอก-นางเอกรู้นามสกุลของอีกฝ่ายก็เพราะตอนคบกัน เป็นธรรมดาที่ต้องรู้ชื่อจริง นามสกุลจริง แต่ไม่เคยรู้จักครอบครัวของแต่ละฝ่ายมันก็ไม่แปลก

      2. นักศึกษาสมัยนี้ เวลาจะคบใครเป็นแฟน เขาต้องพาแฟนไปรู้จักกับทางบ้านกันทุกคนหรือคะ สมัยที่หนิงเรียนอยู่ ไม่ว่าจะหนิงเอง หรือเพื่อนทุกคนแทบไม่มีใครพาแฟนไปให้ที่บ้านรู้จักเลยค่ะ เพิ่งจะพาไปรู้จักตอนช่วงที่ทำงานนี่แหละ และการคบกันจนมีอะไรกันของพวกนศ.ถือเป็นเรื่องธรรมดามากค่ะ จึงไม่แปลกที่ต่างคนจะต่างไม่เคยเห็นพี่น้องของอีกฝ่าย แค่รับรู้ว่ามีพี่สาวน้องสาว แต่ไม่เคยเจอกันเท่านั้น

      อย่าว่าแต่แฟนเลยค่ะ แค่เพื่อนในกลุ่มที่สนิทกัน ยังแทบไม่เคยเจอพี่น้องของเพื่อนๆ เลย หรือสมัยนี้มันจำเป็นจะต้องไปรู้จักครอบครัวของเพื่อนสนิททุกคนที่คบอยู่ คนเขียนอายุ 40 แล้วค่ะ ก็เลยแปลกใจว่าหรือสมัยที่เราเรียน กับสมัยนี้มันจะแตกต่างกัน คือต้องพาเพื่อนพาแฟนไปให้ครอบครัวรู้จักทุกคน

      3. อย่างที่บอกไปข้อแรก พระ-นางไม่ได้อยู่ในวงสังคมไฮโซที่คนต้องรู้จักทั้งประเทศค่ะ เป็นแค่เจ้าของกิจการธุรกิจบางประเภทเท่านั้น และการออกงานที่กล่าวถึงในนิยาย ก็หมายถึงงานเลี้ยงวันเกิด งานทำบุญบริษัทอะไรประเภทนี้ทั่วๆ ไปที่คนเคยดีลงานกัน เชิญไปร่วมงานเพื่อสร้างความคุ้นเคยกันเท่านั้นเอง

      และครอบครัวพระเอกจะออกงานก็ต่อเมื่องานนั้นมีสินค้าของบริษัทตัวเองไปเกี่ยวข้องเท่านั้น บ้านพระเอกนำเข้านาฬิกาหรู มีลูกค้าในแวดวงไฮโซหลายคน จึงต้องรู้จักคนเหล่านี้เอาไว้บ้างเป็นเรื่องธรรมดาค่ะ

      วงสังคมอย่างที่คุณกวางพูดถึง คงระดับพวกนามสกุลดังๆ ทั้งหลายมั้งคะ แต่พระเอกนางเอกเรื่องนี้ยังไม่ถึงระดับนั้นค่ะ ตอนสมัยเรียน หนิงเคยมีเพื่อนคนหนึ่งที่บ้านรวยมาก พ่อเป็นหุ้นส่วนคลีโอพัตรา อาบอบนวดชื่อดังสมัยนั้น และยังเป็นที่ปรึกษาของพรรคการเมืองพรรคหนึ่ง แต่เราก็ยังไม่เคยเจอพ่อกับน้องชายของนางเลย เจอแต่แม่ตอนมาที่โรงเรียน นางมีแฟนแต่ละคนก็ไม่เคยพาไปที่บ้านเลยสักคนเพราะนางบอกไม่จำเป็น คิดจะแต่งค่อยพาไป

      ย้ำอีกครั้งตรงนี้นะคะว่าครอบครัว นามสกุลของพระเอกและนางเอก ไม่ได้อยู่ในวงสังคมไฮโซที่จะต้องรู้จักกันไปทั้งประเทศค่ะ เป็นแค่เจ้าของกิจการทั่วไป เหมือนบริษัทที่เราเห็นๆ กันอยู่ทุกวันนี้

      บอกตามตรงนะคะ พวกนามสกุลดังๆ ทั้งหลายเราก็เคยได้ยินตามทีวีบ่อยๆ ค่ะ แต่เราจำหน้าคนในครอบครัวของคนเหล่านั้นไม่ได้เลยสักคนเพราะไม่เคยเห็น คุณกวางบอกว่าแม้แต่นศ.มหาวิทยาลัยอยู่บ้านนอกอันไกลโพ้นยังรู้จักคนดังในประเทศแบบยกครัวนั่น เป็นเรื่องจริงหรือคะ สมัยนี้เวลาเรียน อาจารย์จะยกตัวอย่างครอบครัวตระกูลดังแบบมีรูปหน้าชัดๆ มาให้เห็นกันทั้งครอบครัวเลยหรือคะ น่าทึ่งจริงๆ

      เอาแค่เจ้าของเอ็มเคสุกี้ เจ้าของโครงการแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ หรือเจ้าของธุรกิจดังๆ ทั้งหลายในประเทศไทย เราก็ไม่เคยเห็นหน้า หรือรู้จักคนพวกนี้เลยค่ะ

      ยกตัวอย่างง่ายๆ ก็อย่างเช่นเจ้าของโบนันซ่า เขาใหญ่ บอกตามตรงว่าทั้งครอบครัว เรารู้จักคุณสงกรานต์คนเดียว เพราะออกสื่อบ่อยๆ นอกนั้นไม่เคยเห็นตามสื่อ หรืออาจจะเห็นผ่านๆ ตามเว็บข่าว แต่ถ้าไปเจอข้างนอก บอกตามตรงว่าคงจำไม่ได้แน่นอน

      ถ้าคุณกวางอ่านนิยายของเราแล้วขำที่ตัวละครในเรื่องไม่รู้จักหน้าตาของคนในวงสังคมไฮโซชื่อดัง ก็ขออภัยด้วยค่ะ
      #972-1
  7. #971 Japan21 (@Japan21) (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 14 มกราคม 2562 / 01:38
    พระเอกมีน้องสาวนี่นางเอกไม่รู้ไม่เคยเห็นเลยเหรอแปลกดีคบกันจนถึงขนาดนั้นแล้วเห็นว่าจีบยากเย็นตามจีบกันเป็นเทอมกว่านางเอกจะตกลงคบไม่รู้อะไรเกี่ยวกับครอบครัวเค้าก็ยอมเสร็จเค้าอีกขัดๆพิกล55นิยายคือนิยายต้องคิดแบบนิยายข้ามๆหลักความจริงไปก่อนใช่มั้ยแต่ก็สนุกค่ะเรื่องนี้ขอบคุณมากจะรอซื้ออีบุ๊คนะคะ
    #971
    1
    • #971-1 (@nink-ning) (จากตอนที่ 37)
      14 มกราคม 2562 / 07:15
      ขออธิบายเป็นข้อๆ ค่ะ
      1. นางเอกคบกับพระเอกเมื่อ 7-8 ปีก่อน ตอนเป็นนักศึกษา ตอนนั้นน้องสาวนางเอกก็เพิ่งอยู่มัธยมเท่านั้นค่ะ
      2. นางเอกรู้แค่ว่ามีน้องสาว แต่ไม่เคยไปเจอกันค่ะ เป็นธรรมดาที่นางเอกจะไม่รู้จักหน้าตาของน้องสาวพระเอก
      3. น้องสาวพระเอกเป็นโรคซึมเศร้า ไม่ใส่ใจดูแลตัวเองเหมือนเมื่อก่อน หน้าตาผิวพรรณทรุดโทรมกว่าเดิม
      4. ตอนหนิงเป็นนักศึกษา เวลาเราคบกับใครก็ไม่เห็นจะต้องพาไปรู้จักกับทางบ้านเลยนี่คะ และเรื่องคบกันจนมีอะไรกัน ถือเป็นเรื่องปกติมากค่ะของคนที่เป็นแฟนหรือคบหากันอยู่ เด็กนักศึกษาสมัยที่หนิงเรียนอยู่กับสมัยนี้ก็คงไม่ต่างกันเท่าไรมั้งคะ (หนิงอายุ 40 แล้วค่ะ)

      ตอนนั้นเพื่อนบางคน คบกันแค่เดือนเดียวก็มีอะไรกันแล้ว ยิ่งนศ.สมัยนี้ก็คงไม่ต่างกันเท่าไร ไม่ทุกคนหรอกค่ะที่คบหากับใครแล้วจะต้องพาแฟนไปรู้จักกับที่บ้าน อย่างน้อยก็หนิงคนนึงล่ะที่ไม่เคยพาไปเลย และก็ไม่เคยคิดอยากไปบ้านของแฟนเหมือนกันค่ะ คบกันจนรู้สึกว่าควรแต่งงานได้แล้วนั่นแหละ ถึงได้พาแฟนไปให้รู้จักกับทางบ้าน

      ใช่ค่ะ นิยายก็คือนิยาย แต่นิยายกับความเป็นจริงมันก็ไม่ค่อยต่างกันเท่าไร และพฤติกรรมของคนเรานั้น บางอย่างมันก็ไม่มีกฎเกณฑ์ตายตัวว่าต้องเป็นแบบนั้นแบบนี้เสมอไปนะคะ

      ขอบคุณที่เข้ามาอ่านค่ะ ^^
      #971-1
  8. #970 Noey_Haz (@Noey_Haz) (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 14 มกราคม 2562 / 00:35
    บรรพตเป็นผู้ชายที่เลวมากจริงๆ ออกมากี่ครั้งก็ไม่เคยทำให้ผิดหวัง
    #970
    0
  9. #969 Dark_imp (@rungsiripard) (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 13 มกราคม 2562 / 23:06
    มองบนให้นาง เหอๆ
    #969
    0
  10. วันที่ 13 มกราคม 2562 / 22:50
    งงตรงที่นางเอกคบกับพระเอกจนมีอะไรกันได้นี่นางเอกไม่รู้เลยเหรอว่าพระเอกมีน้องสาว
    #968
    1
    • #968-1 byunnie (@gamsai89) (จากตอนที่ 37)
      13 มกราคม 2562 / 23:02
      พระเอกคบกับนางเอกนานกว่าคนอื่นนิดหน่อยเองนะคะ แล้วนิสัยเจ้าชู้แบบพระเอกแต่ก่อนคงไม่พาใครไปเจอครอบครัวง่ายๆหรอก แถมตอนที่พระ-นางเข้ามหาลัยน้องพระเอกคงยังมัธยมอยู่
      #968-1
  11. #967 nenut (@nenut) (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 13 มกราคม 2562 / 22:48
    ควรเปลี่ยนชื่อจาก"บรรพต"เป็น"บรรลัย"จะดีกว่านะ
    #967
    0
  12. #966 PhichchaKorn (@PhichchaKorn) (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 13 มกราคม 2562 / 22:44

    เลวจริง ๆ

    #966
    0
  13. #965 แอน (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 13 มกราคม 2562 / 22:22

    เลวมากไอ่บรรพต

    #965
    0
  14. #964 maynaistagram (@maynaistagram) (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 13 มกราคม 2562 / 21:47
    เฬวมากกกตาพตตต
    #964
    0
  15. #963 คนที่รอมานาน (@puccaaa) (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 13 มกราคม 2562 / 21:26
    บรรพตเลวฝังรากแล้วนะรู้ตัวป่ะ
    #963
    0
  16. #962 natsineee2560 (@natsineee2560) (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 13 มกราคม 2562 / 20:55
    ทยอยส่งรึยังคะไรท์ลืมแล้ว555จองโอนไปแล้วค่ะ
    #962
    0
  17. #961 nicha_guide_th (@nicha_guide_th) (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 13 มกราคม 2562 / 20:38
    อ้ากกกกก
    #961
    0
  18. #960 Tudtu Sujaree (@tudtutudtu) (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 13 มกราคม 2562 / 20:34
    ขอบอกตรงๆเลยว่า บรรพต เ-้ยจริงๆเลย เชี่ยได้ใจสุดๆ

    ลุงประธาน

    น่าจะช่วยได้ว่าแต่จันทร์อย่าเข้าใจผิดนะ นั่นน้องสาว
    #960
    0
  19. #959 pimon9172 (@pimon9172) (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 13 มกราคม 2562 / 20:33
    บรรพตต้องเจอผู้หญิงเป็นโรคมาแก้แค้นเข้าสักวัน
    #959
    0
  20. #958 ์ืNippy (@Thannaree499) (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 13 มกราคม 2562 / 20:22

    รอเล่มอย่างใจจดใจจ่อ

    #958
    0
  21. #957 memolunla (@memolunla) (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 13 มกราคม 2562 / 20:21
    ทนให้บรรพตมันพูดจาดูถูกอยู่ได้ มันก็ได้ใจเด๊ะ
    #957
    0
  22. #956 Jvar J. (@jvar) (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 13 มกราคม 2562 / 20:07
    ในหัวนี่คิดได้แต่เรื่องเลวๆชั่วๆสินะ
    #956
    0
  23. #955 Venitah (@PhoRR) (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 13 มกราคม 2562 / 19:57

    บรรพตน่ากลัวอ่ะ
    #955
    0