เล่ห์หวนรัก

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 1,072,047 Views

  • 1,573 Comments

  • 11,701 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    24,062

    Overall
    1,072,047

ตอนที่ 31 : เพราะชีวิตต้องเดินต่อ - 100% -

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 55897
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1679 ครั้ง
    30 ธ.ค. 61

ภาวินอ้าปากค้างทันทีที่ฟังจบ เขานิ่งไปพักใหญ่ก่อนจะค่อย ๆ ส่ายหน้าช้า ๆ ราวกับไม่เชื่อสิ่งที่ได้ยิน ชายหนุ่มหยิบแก้วน้ำขึ้นมาดื่มจนหมดแก้วแล้วพึมพำด้วยเสียงแหบพร่า

"มัน...มันไม่น่าเป็นไปได้เลยที่คนอย่างตะวันจะฆ่าตัวตาย ผมคิดว่าผมรู้จักเขาดี ตะวันไม่ใช่คนที่ชอบหนีปัญหา" ภาวินถอนหายใจยาวแล้วพูดต่อ

"ทำไมเขาถึง...ตัดสินใจทำแบบนั้น" ชายหนุ่มทอดสายตามองออกไปนอกหน้าต่างอย่างไร้จุดหมาย เวลานี้ค่ำแล้วบริเวณนอกตัวบ้านจึงมืดมิด มีเพียงแสงไฟจากหลอดฟลูออเรสเซนส์หน้าบ้านเท่านั้นที่ส่องให้ความสว่าง

จันทร์เจ้าหลุบตาลงมองแก้วน้ำเบื้องหน้า สีหน้าแววตาราวกับกำลังนึกย้อนกลับไปในช่วงนั้นก่อนจะเริ่มเปิดปากเล่าด้วยเสียงแผ่วเบา

"จะเรียกว่าปัญหาสะสมก็ได้ค่ะ เมื่อหกปีก่อนบริษัทของครอบครัวถูกฟ้องล้มละลาย พวกเราแทบไม่เหลืออะไรเลยแม้แต่บ้านกับรถที่ใช้อยู่ก็ต้องถูกขายทอดตลาดเพื่อใช้หนี้ คุณพ่อช็อกมากจนต้องเข้าโรงพยาบาล พี่ตะวันก็รับไม่ได้กับความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกะทันหัน พี่เขาไปลาออกจากงานที่สายการบินทันที ฉันเคยถามเขาว่าทำไมต้องลาออกเพราะงานแอร์โฮสเตสเงินเดือนดีจะตายไป พี่ตะวันบอกว่าสังคมในโลกของการทำงานมันไม่ได้สวยหรูอย่างที่คิดหรอก หากคนอื่นรู้ว่าที่บ้านล้มละลาย ไม่มีใครเขาเห็นใจเราแน่ มีแต่จะเหยียบย่ำและเอาไปเมาท์กันสนุกปาก พี่ตะวันยอมตกงานดีกว่าที่จะต้องเป็นตัวตลกให้คนอื่นเอาไปหัวเราะเยาะลับหลัง"

ฟังถึงตรงนี้ภาวินก็หลับตาลงแล้วยกมือขึ้นกุมขมับทั้งสองข้างโดยไม่พูดอะไร ส่วนชินดนัยพยักหน้าช้า ๆ ราวกับเข้าใจดีว่าทำไมเพียงตะวันถึงคิดอย่างนั้น จันทร์เจ้าเห็นทั้งคู่ไม่พูดอะไรจึงเล่าต่อ

"ตั้งแต่เด็กจนโต เราสองคนพี่น้องถูกเลี้ยงดูอยู่บนกองเงินกองทองมาโดยตลอด ยิ่งพี่ตะวันทำงานเป็นแอร์ เพื่อนในกลุ่มแต่ละคนก็ไลฟ์สไตล์คล้ายกันก็ยิ่งใช้ชีวิตหรูหราฟู่ฟ่าจนเคยชิน พอจู่ ๆ ต้องมาเสียทุกอย่างไปแม้แต่รถก็ไม่มีขับ พี่เขาก็เลยรับไม่ได้ และหลังจากนั้นไม่นาน คุณพ่อก็...ก็ยิงตัวตาย คนที่วิ่งเข้าไปหาคุณพ่อคนแรก หรือคนที่พบศพคนแรกก็คือพี่ตะวัน พี่เขาช็อกนิ่งไปทันทีจนต้องนำส่งโรงพยาบาล ตอนนั้นเองถึงได้รู้ว่าพี่ตะวันกำลังท้อง"

เสียงของหญิงสาวเริ่มสั่นพร่าเล็กน้อย เธอจึงหยุดพูดแล้วสูดลมหายใจเข้าปอดลึก ๆ และกะพริบตาถี่ ๆ เพื่อกลั้นก้อนสะอื้นที่เริ่มขึ้นมาจุกอยู่ตรงคอ ทั้งสองหนุ่มเองก็เงียบไปเช่นกัน ต่างคนต่างจมอยู่กับความคิดของตัวเองไปครู่หนึ่ง

"ช่วงนั้นพวกเราสามคนแม่ลูกแทบจะทำอะไรกันไม่ถูกเพราะทุกอย่างประเดประดังเข้ามาพร้อมกัน ยังดีที่มีญาติสนิทบางคน และเพื่อนของคุณแม่ที่ช่วยเหลือและแนะนำอะไรหลาย ๆ อย่าง กว่าจะผ่านจุดนั้นกันมาได้ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย แต่พี่ตะวันเองก็เริ่มเปลี่ยนไปตั้งแต่ที่รู้ตัวว่าท้อง พูดคุยน้อยลง ไม่ค่อยยิ้มหรือหัวเราะบ่อย ๆ เหมือนเมื่อก่อน พี่เขาตัดการติดต่อกับเพื่อนทุกคน จันทร์กับคุณแม่ก็คิดว่าพี่ตะวันคงกำลังปรับตัวจึงไม่ได้สงสัยอะไร และช่วงนั้นจันทร์ก็มัวแต่ยุ่งกับการหางานทำด้วย คุณแม่ก็ต้องอบขนมทำเค้กไปให้ร้านต่าง ๆ ลองชิมรสชาติ ถ้าถูกปากก็จะได้สั่งไปขาย"

จันทร์เจ้าเล่าไปเรื่อย ๆ จนลืมตัวเผลอใช้ชื่อตนแทนคำเรียกขาน และคนฟังก็ไม่ได้สะดุดหูกับตรงนี้เช่นกันเพราะต่างคนต่างอยู่ในภวังค์ความคิดของตัวเอง

"เราสามคนก็ใช้ชีวิตกันแบบเรียบง่ายอย่างนั้นเรื่อยมาจนกระทั่งพี่ตะวันคลอด หลังจากคลอดแล้วพี่เขาดูเหมือนจะยิ่งเก็บตัวและเงียบมากขึ้นกว่าเดิม ปกติคนที่เพิ่งคลอดลูกมามักจะอวบขึ้นแต่พี่ตะวันกลับซูบผอมลงไปมาก จากคนที่เคยใส่ใจรูปร่างหน้าตาตัวเองตลอดกลับกลายเป็นปล่อยตัวให้ตัวเองโทรมลงทุกวัน ๆ หมอบอกว่าพี่ตะวันเป็นโรคซึมเศร้าหลังคลอด จันทร์กับคุณแม่ก็เลยพยายามเอาใจใส่พี่เขาเป็นพิเศษ แล้วก็คอยดูแลหนูพราวด้วยเพราะพี่ตะวันแทบไม่อุ้มลูกเลย แต่จันทร์ต้องทำงาน คุณแม่ก็ต้องทำขนมไปส่งร้านพร้อมกับคอยเลี้ยงหนูพราว พอพี่ตะวันได้โอกาสอยู่คนเดียวบ่อยเข้าก็คงเกิดความคิดอยากฆ่าตัวตายขึ้นมาค่ะ และพี่เขาก็ทำสำเร็จ"

ภาวินยังคงหลับตาอยู่อย่างนั้น ส่วนชินดนัยมองจันทร์เจ้าด้วยสายตาลึกซึ้งแล้วพูดออกมาอย่างจริงใจ

"จันทร์เก่งและเข้มแข็งมากที่ผ่านช่วงเวลานั้นมาได้ พี่นับถือจันทร์จริง ๆ"

จันทร์เจ้าหันไปมองชายหนุ่ม เห็นสายตาของเขาที่มองมาแล้วก็บอกตัวเองไม่ถูกเหมือนกันว่าทำไมถึงถอนสายตากลับมาไม่ได้ เขาไม่ได้มองเธอด้วยความสงสารเห็นใจ หรือสมเพชเวทนา แต่เป็นสายตาที่มองอย่างยกย่องและภาคภูมิใจ

เสียงหัวเราะเอิ๊กอ๊ากของหลานสาวตัวน้อยที่ดังขึ้นกะทันหัน ทำให้หญิงสาวรู้ตัวว่าจ้องตากับเขานานเกินไปแล้วจึงรีบถอนสายตากลับ เธอกระแอมเบา ๆ เพื่อกลบความรู้สึกแปลก ๆ ที่เกิดขึ้นก่อนพูดเสียงแผ่ว

"คนที่เก่งและเข้มแข็งที่สุดไม่ใช่ฉันหรอกค่ะ แต่เป็นคุณแม่ต่างหาก คุณแม่ที่ไม่เคยรู้เรื่องการทำธุรกิจเลย เป็นเพียงแม่บ้านธรรมดา ๆ คนหนึ่งแต่กลับประคับประคองครอบครัวมาได้ขนาดนี้"

"ตะวัน...ตายยังไงครับ" ภาวินถามด้วยน้ำเสียงแหบพร่า

"กรีดข้อมือตัวเองค่ะ" พูดจบจันทร์เจ้าก็เม้มปากแน่นเพราะภาพของพี่สาวที่นอนจมกองเลือดบนเตียงในห้องนอนนั้นยังติดตาอยู่ ตอนนั้นมารดาของเธอกรีดร้องราวกับคนเสียสติด้วยความเสียใจที่ต้องสูญเสียบุตรสาวคนโตไปหลังจากที่เพิ่งเสียคู่ชีวิตไปยังไม่ถึงปี

"ตอนนั้นหนูพราวอายุเท่าไรแล้วครับ" ภาวินหันไปมองเด็กหญิงตัวน้อยที่กำลังจ้องการ์ตูนในโทรทัศน์ตาเขม็ง

"ยังไม่หัดคลานเลยค่ะ อายุน่าจะประมาณหกเจ็ดเดือน"

"เพราะแบบนี้จันทร์ถึงให้หนูพราวเรียกตัวเองว่าแม่ใช่ไหม" ชินดนัยเข้าใจความคิดของจันทร์เจ้าเป็นอย่างดี เพราะถ้าเป็นเขาก็คงให้หลานเรียกตัวเองว่าพ่อเหมือนกัน

"ใช่ค่ะ ฉันไม่อยากให้หลานมีปมด้อยก็เลยเป็นแม่ซะเอง อย่างน้อยตอนนี้คนที่อยู่หมู่บ้านเดียวกันก็คิดว่าฉันเป็นแม่แท้ ๆ ของหนูพราวเพราะตอนที่มาซื้อบ้านหลังนี้ หมู่บ้านนี้เป็นโครงการใหม่จึงยังไม่ค่อยมีคนเข้ามาอยู่ ตอนที่พี่ตะวันจากไปก็จะมีแต่ญาติ หรือคนสนิทเท่านั้นที่รู้ว่าจากไปเพราะอะไร แต่ถ้าเป็นคนอื่น เวลามีคนถามก็จะบอกไปแค่ว่าตายเพราะอุบัติเหตุ"

จันทร์เจ้าพูดออกไปตามตรง เพราะดูจากท่าทีของภาวินแล้วก็เอ็นดูพราวนภาไม่น้อย หากเขาเป็นบิดาของพราวนภาจริงละก็ มันคงจะเป็นเรื่องดีถ้าหลานสาวจะได้ใกล้ชิดกับบิดาบังเกิดเกล้าบ้าง

"วันนี้ตอนที่ผมเจอหนูพราวที่ออฟฟิศครั้งแรก คุณรู้ไหมว่าหนูพราวเดินเข้ามาหาผมเองแล้วเรียกผมว่าพ่อ" ภาวินยิ้มบาง ๆ หากแต่สายตากลับมองไปทางร่างเล็ก ๆ ที่กำลังขยับตัวเต้นตามตัวการ์ตูนในโทรทัศน์

"เอ่อ...ฉันต้องขอโทษด้วยค่ะ คงเป็นเพราะเวลาที่หนูพราวถามถึงพ่อ ฉันจะเปิดรูปที่เซฟมาจากโน้ตบุ๊กของพี่ตะวันให้แกดู...มันเป็นรูปของคุณกับพี่ตะวันที่ถ่ายด้วยกันตอนไปต่างประเทศค่ะ ในเครื่องไม่มีรูปผู้ชายคนอื่นอีกนอกจากคุณ และคุณก็หน้าตาคล้ายหนูพราว ฉันเลยบอกแกไปว่าคนนี้คือพ่อ แกดูบ่อยจนจำได้ค่ะ พอเจอคุณเข้าหนูพราวก็เลยวิ่งเข้าไปหา"

จันทร์เจ้าพูดอย่างเป็นกลางโดยไม่คิดพูดถึงเรื่องที่เขาเป็นบิดาแท้ ๆ ของพราวนภาเพราะอยากดูท่าทีของภาวินว่าจะยอมรับออกมาเองไหมว่าตนเป็นพ่อ

"ถ้าผมจะบอกว่า...หนูพราวน่าจะเป็นลูกของผมกับตะวันล่ะ คุณจะว่ายังไง"

ได้ยินคำถามจากภาวินแล้วจันทร์เจ้าก็ได้แต่ปิดปากเงียบ ตาหลุบลงมองแก้วน้ำเบื้องหน้าไม่ยอมสบตากับสองหนุ่มที่ใจจดใจจ่อรอฟังว่าเธอจะพูดอะไรออกมาบ้าง แต่หญิงสาวก็เงียบไปนานจนภาวินต้องพูดขึ้นมาก่อน

"ผมอยากตรวจดีเอ็นเอเพื่อความถูกต้อง จะได้เป็นหลักฐานยืนยันด้วยว่าผมเป็นพ่อของหนูพราวจริง ๆ ซึ่งถ้าให้ผมพูดตามความรู้สึกของตัวเองตอนนี้ผมคิดว่าหนูพราวเป็นลูกของผมแน่นอน"

จันทร์เจ้าเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อยพร้อมกับรอยยิ้มที่มุมปาก เธอหันไปมองคนที่ประกาศตัวปาว ๆ ว่าเป็นบิดาของหลานสาวตัวน้อยด้วยสายตาเรียบเฉยพลางพูดว่า

"คุณคิดว่าฉันจะว่ายังไงล่ะคะ...ตั้งแต่แรกเกิดจนกระทั่งวันนี้ ฉันกับคุณแม่เลี้ยงดูหนูพราวมาเป็นอย่างดี ถึงจะไม่มีพ่อให้แกแต่ก็ไม่เคยให้อดอยากหรือน้อยหน้าเด็กคนอื่น เราสามชีวิตอยู่ด้วยกันในบ้านหลังนี้จนเป็นส่วนหนึ่งของกันและกัน ฉันจะบอกให้ก็ได้ว่าถ้าไม่มีหนูพราวในวันนั้นที่บ้านของเราเจอวิกฤติใหญ่ ฉันกับคุณแม่ก็อาจจะเดินมาไม่ถึงจุดนี้ก็ได้ การมีหนูพราวเข้ามาในชีวิต ทำให้ฉันกับคุณแม่ลุกขึ้นมากัดฟันสู้เพราะชีวิตมันต้องเดินต่อ"

แม้จะเป็นประโยคบอกเล่าธรรมดา ๆ แต่สองหนุ่มที่ฟังอยู่ก็รู้ทันทีว่านั่นคือการประกาศทางอ้อมว่าจะไม่ยอมให้ใครหน้าไหนมาพรากพราวนภาไปจากอก

ภาวินหัวใจกระตุกวูบจนแทบลืมหายใจ รับรู้โดยสัญชาตญาณแล้วว่าการที่ตนจะรับลูกสาวไปอยู่ด้วยนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายเสียแล้ว ครั้นพอเบนสายตากลับมามองหน้าเพื่อนรัก ก็เห็นอีกฝ่ายกำลังมองหญิงสาวเจ้าของบ้านด้วยสายตาชื่นชมหลงใหลพร้อมกับรอยยิ้มเลื่อนลอยราวกับคนบ้า

ไอ้เลว เสือกเห็นผู้หญิงดีกว่าเพื่อน!


**********************************************

30/12/2562

มีคนทายถูกด้วยล่ะว่าเพียงตะวันฆ่าตัวตายเพราะอะไร

เพียงตะวันเป็นโรคซึมเศร้าตั้งแต่ตั้งครรภ์อ่อน ๆ เพราะวิกฤติชีวิตที่พลิกผันจากหน้ามือเป็นหลังมือ บวกกับฮอร์โมนในช่วงที่ตั้งท้องจนกระทั่งคลอดไปกระตุ้นสารเคมีในสมองที่มีอาการเครียดและซึมเศร้าอยู่แล้ว ก็เลยยิ่งทำให้อาการหนักขึ้น แต่จันทร์เจ้ากับแม่ไม่ได้สังเกตในจุดนี้ จึงไม่ได้พาไปรักษาตั้งแต่แรกเริ่ม กว่าจะรู้ว่าตะวันเป็นโรคซึมเศร้าก็ตอนคลอดหนูพราวออกมาแล้วน่ะค่ะ

โรคนี้ หนิงว่าน่ากลัวนะ บางคนที่ไม่เข้าใจก็นึกว่าเป็นโรคของคนที่ต้องการเรียกร้องความสนใจ แต่ความจริงแล้วมันไม่ใช่ มันเป็นเพราะเกิดการเปลี่ยนแปลงของสารเคมีในสมองบางตัว ซึ่งมันมีผลต่ออารมณ์และสภาพจิตใจ ใครเป็นโรคนี้ต้องได้รับการรักษาที่ถูกวิธีค่ะ ไม่อย่างนั้นมันอาจพัฒนาไปเป็นไบโพลาร์ได้ 

เราจะเห็นได้ว่าช่วงสองสามปีที่ผ่านมานี้ มีคนฆ่าตัวตายเพราะโรคนี้กันเยอะมาก ความทรมานจากโรคนี้ไม่ใช่เกิดจากร่างกาย แต่เกิดที่จิตใจ อารมณ์ ความรู้สึก ถ้าคนในครอบครัว หรือคนใกล้ชิดเป็นโรคนี้แล้วเกิดพูดลอย ๆ ว่าอยากตายละก็...อย่าคิดประชดประชันเขาด้วยการยื่นเชือก ยื่นมีด หรือท้าทายให้เขาไปกระโดดตึกเชียวนะคะ เพราะเขาทำจริงแน่ค่ะ ให้กำลังใจและอยู่ข้าง ๆ เขาคอยรับฟังเขาดีกว่า คนเป็นโรคนี้ต้องการคนที่เข้าใจมากที่สุดแล้ว

วันนี้อัปเป็นวันสุดท้ายของปี 2561 เจอกันอีกทีปีหน้าเลยนะคะ 2562

ยังไงก็ขอสวัสดีปีใหม่ล่วงหน้าคนอ่านที่น่ารักทุกคนเลย ขอให้ทุกคนเจอแต่ความสุขตลอดปีตลอดไป คิดสิ่งใดก็สมปรารถนา เงินทองไหลมาเทมา สุขภาพร่างกายแข็งแรง โดยเฉพาะไตค่ะ จะได้ไม่ต้องไตวายเวลาเจอนิยายเล่มโปรดแล้วอยากได้อยากครอบครอง อิอิ

ปล. ปีหน้าอย่าลืมมาจองเล่ห์หวนรักกันนะคะ  

ปล. 2 อีบุ๊กเรื่องนี้ประมาณปลายเดือนม.ค.ค่ะ รออีกนิดเนอะตัวเอง


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.679K ครั้ง

37 ความคิดเห็น

  1. #1363 zton9397 (@zton901) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2562 / 21:18
    น่ากลัวจริงค่ะเเบบนี่ทำ is ม.5

    เรื่องโรคซึมเศร้อยู่เป็นโรคทางจิตชนิดหนึ่งที่มีผลกระทบกับขีวิตเรามากนะถ้าตัวผู้ป่วยเองคนรอบข้างผู้ป่วยไม่พยายามใส่ใจหนือเข้าใจมากพออาจเป็นเหตุทำให้เขาถึงขั้นอาการหนักรู้สึกเเย่กว่าเดิมจนฆ่ส
    าตัวตายได้นะปัจจัยท่ทำืให้เกิดหลักๆก็มาจาก กรรมพันธ ์สิ่งเเวดล้อม สภาพจิตใจ อยากบอกว่าใครที่รู้ว่าเป็นหรือเริ่มมีอาการเเนะนำให้ไปพบหมอเพื่อขอคำปนึกษาเเนะนำนะคะก่อนอะไรๆจะสายไปมากกว่านี้เพราะโรคนี้ถือว่าเป็นโรคที่คนไทยเป็นกันเยอะมากเเล้วก็พรากชีวิตไปมากเช่นกัน
    #1363
    0
  2. #861 Tudtu Sujaree (@tudtutudtu) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 7 มกราคม 2562 / 18:27
    น่าสงสารตะวัน

    5555 ขำพี่วิน
    #861
    0
  3. #795 mamo72 (@mamo7) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 3 มกราคม 2562 / 21:42
    คนรอบตัวเราเป็น 4-5 คนเลยค่ะที่รู้ตอนนี้และรับยาอย่างต่อเนื่อง เป็นอะไรที่น่ากลัวมาก
    #795
    0
  4. #793 Kanijang_1630 (@Kanijang_1630) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 2 มกราคม 2562 / 22:43
    เห็นหญิงดีกว่าเพื่อน #ภาวินสู้ตาย
    #793
    0
  5. #789 •햄• (@-HAMJI-) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 1 มกราคม 2562 / 21:15

    อ่านเพลินมากเลยยยค่ะ ฮืออออ รอนะคะ
    #789
    0
  6. #788 opor-me (@opor-me) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 1 มกราคม 2562 / 20:05

    ชอบที่ไรท์ให้เหตุผลในสิ่งที่คนๆหนึ่งเป็น ทำให้เราเข้าใจคนอื่นมากขึ้น จริงๆแล้วนิยายสอนอะไรหลายอย่างเลยนะคะ และเรื่องนี้ก็อบอุ่นมากๆเลยค่ะ โดยเฉพาะช่วงนี้อากาศหนาวๆ


    ช่วงนี้ซื้อแต่หนังสือเตรียมสอบ จะแบ่งไปซื้อหนังสือนิยายจะได้มั้ยหน้ออ5555555555


    Thank you for your hard work ????????

    #788
    0
  7. #787 แก้ว (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 1 มกราคม 2562 / 16:13

    ใครช่วยไปตามพี่ชินกลับมาหน่อย

    ใจไม่อยู่กะเนื้อกะตัวแร้ว

    #787
    0
  8. #784 love5630 (@love5630) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 31 ธันวาคม 2561 / 14:28
    อิพี่มันเมากาวป่าว😂😂😂
    #784
    0
  9. #783 Curve Light (@curvelight) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 31 ธันวาคม 2561 / 13:18
    แนะนำ

    1.อนุญาติรับเป็นพ่อ แต่ไม่ให้เอาไปเลย สามารถพาไปเลี้ยงได้บ้างเป็นครั่งคราว

    2. มาซื้อบ้านหลังติดกัน

    หรือ จะเป็นใกล้ๆกัน(ไม่แนะนำ)หรือฝั่งตรงข้าม (ไม่แนะนำ)

    เผื่อสามารถดูแลได้ด้วย ถ้าอนุญาติรับเป็นพ่อ แต่ไม่ให้เอาไปเลย
    3. บอกว่าอนาคตถ้าคุณแต่งงานคิดว่าจะมีปัญหาเรื่องน้องพราวกับเมียในอนาคตไหม?
    #783
    0
  10. #782 Jvar J. (@jvar) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 31 ธันวาคม 2561 / 11:58
    อิพี่ชินนี่เพ้อมากกกกก

    ~สวัสดีปีใหม่ค่าไรท์~
    #782
    0
  11. #781 kakfern23 (@kakfern23) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 31 ธันวาคม 2561 / 07:39
    พี่ชินเมาจันทร์ซ่ะแล้ว5555
    #781
    0
  12. #780 pimon9172 (@pimon9172) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 31 ธันวาคม 2561 / 07:15
    คุณชินดนัยโดนด่าก็ไม่สะทกสะท้านหรอก
    #780
    0
  13. #779 KTCov (@KTCov) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 31 ธันวาคม 2561 / 02:54
    สวัสดีปีใหม่ค่ะ ไรท์ รออ่านปีหน้านะคะ อิอิ
    #779
    0
  14. #778 moo2540 (@moo2540) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 31 ธันวาคม 2561 / 02:43
    555 -เลว เห็นผู้หญิงดีกว่าเพื่อน
    #778
    0
  15. #777 3575e (@3575e) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 31 ธันวาคม 2561 / 02:15
    สวัสดีปี ใหม่ค่ะไรท์
    #777
    0
  16. #776 12082010lucas (@12082010lucas) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 31 ธันวาคม 2561 / 02:14

    คุณชินดนัยค่ะอย่าเพิ่งเพ้อฝันไปก่อนล่วงหน้านะคะตัวทำผิดไว้เยอะ จันทร์คงให้อภัยง่ายๆละ5555


    สวัสดีปีใหม่ล่วงหน้าเช่นกันค่ะ

    #776
    1
    • #776-1 chon29 (@chon29) (จากตอนที่ 31)
      31 ธันวาคม 2561 / 11:51
      พี่ชินถึงกับเพ้อเลย5555

      สวัสดีปีใหม่เช่นกันค่ะ ขอให้ไรท์และครอบครัวมีความสุข สุขภาพแข็งแรง ประสบความสำเร็จตลอดปีและตลอดไปค่ะ
      #776-1
  17. #775 Venitah (@PhoRR) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 31 ธันวาคม 2561 / 01:32

    เค้าก็จริงจังกันอยู่ อิพี่ชินไม่สนใจอะไรเลยนอกจากจันทร์ ว้อยยยยย !!! แต่เข้าใจตะวันเลยนะ โรคซึมเศร้าน่ากลัวจริงๆ คนเราความรู้สึกและความอดทนในเรื่องร้ายๆมีไม่เท่ากัน สงสารนางาะ ส่วนจันทร์กับแม่ก็เข้มแข็งและน่านับถือมากจริงๆ 👍 แล้วก็......แฮปปี้นิวเยียร์นะคะไรท์ ^^
    #775
    0
  18. #774 ศรีไงศรีเองงงง (@alich25) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 31 ธันวาคม 2561 / 00:58

    สวัสดี​ปีใหม่ล่วงหน้าค่ะไรท์ ขอให้เป็นปีที่ดีนะคะ
    #774
    0
  19. #773 Jellydolphin (@Jellydolphin) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 31 ธันวาคม 2561 / 00:14
    แฮปปี้นิวเยียร์ล่วงหน้าค่ะไรท์
    #773
    0
  20. #772 vanning (@vanning) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 30 ธันวาคม 2561 / 23:29

    สวัสดีปีให่มคะไรท์ สุขสมหัวงทุกปะกานนะคะ

    #772
    0
  21. #771 suvara (@oilsuva) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 30 ธันวาคม 2561 / 22:58

    รออ่านตอนต่อไปนะคะ
    #771
    0
  22. #770 yukoo (@yukoo) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 30 ธันวาคม 2561 / 22:54
    ขอบคุณมากเลยค่ะ นิยายสนุกมากๆเลย
    #770
    0
  23. #769 Kung Patcharee (@kung2345) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 30 ธันวาคม 2561 / 22:28

    Happy new year ค่ะไรท์ ขอบคุณที่อัพนิยายให้อ่านมาทั้งปีนะคะ
    #769
    0
  24. #767 เฉิงหนิงต้า (@KaekaiUreka) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 30 ธันวาคม 2561 / 21:55
    ขอให้ไรท์สุขสมหวังทุกประการค่ะ..สวัสดีปีใหม่จ้าาาา
    #767
    0
  25. #766 Wiwan Truadngu (@wiwan9255) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 30 ธันวาคม 2561 / 21:53
    รอนะคะ
    #766
    0