เล่ห์หวนรัก

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 560,923 Views

  • 1,046 Comments

  • 9,826 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    236,725

    Overall
    560,923

ตอนที่ 30 : เพราะชีวิตต้องเดินต่อ - 70% -

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 33206
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1018 ครั้ง
    28 ธ.ค. 61

จันทร์เจ้ารีบวิ่งเข้าไปในบ้านเช่นกันโดยมีชินดนัยเดินเร็ว ๆ ตามไปด้านหลัง และภาพที่หญิงสาวเห็นก็คือภาวินกำลังอุ้มตัวพราวนภาออกมาจากโต๊ะกินข้าวสำหรับเด็ก จากนั้นก็อุ้มไว้ไม่ปล่อยให้เจ้าตัวเล็กยืนกับพื้น

"ทีหลังหนูอย่าปีนออกจากโต๊ะเองสิคะ มันอันตรายนะถ้าหล่นมาหัวแตกจะทำยังไง" ภาวินพูดกับเด็กหญิงในอ้อมแขนด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน

"หนูพราวเคยปีนแล้ว ไม่ตก" พราวนภายิ้มกว้างราวกับต้องการโอ้อวด ก่อนจะหันไปเห็นจันทร์เจ้ายืนอยู่ไม่ห่างไปนัก เจ้าตัวจึงกางแขนออกกว้างเพื่อให้มารดาเป็นคนอุ้ม

จันทร์เจ้าเดินเข้าไปรับตัวเด็กน้อยมาจากภาวิน เมื่อได้หลานสาวคืนมาแล้วจึงอดตำหนิเจ้าตัวเล็กไม่ได้

"แม่เคยบอกแล้วใช่ไหมคะว่าไม่ให้ปีนลงจากโต๊ะเอง"

"ก็แม่จันทร์ไปนาน หนูพราวอยู่คนเดียว หนูพราวกลัว" พูดจบพราวนภาก็ยกแขนกอดรอบคอมารดาอย่างออดอ้อน

ได้ยินหลานตัวน้อยบอกเสียงอ่อย จันทร์เจ้าจึงกอดเจ้าตัวแน่นขึ้นเล็กน้อยพลางลูบหลังเบา ๆ จากนั้นจึงตวัดสายตามองสองหนุ่มตรงหน้าแล้วเอ่ยปากถามอีกครั้ง

"ตกลงพวกคุณมาบ้านฉันทำไมกันคะ"

ชินดนัยหันไปมองหน้าเพื่อนรัก ก็เห็นภาวินกำลังมองมาเช่นกัน สุดท้ายชินดนัยจึงตัดสินใจเป็นฝ่ายพูดเสียเอง

"เพื่อนพี่เขาอยากมาคุยกับจันทร์หน่อยน่ะ...เรื่องหนูพราว"

หญิงสาวแทบลืมหายใจเมื่อได้ฟังจากปากของเขาโดยตรง พวกเขาสงสัยเรื่องของพราวนภาจริง ๆ อย่างที่ตนคิดไว้ไม่ผิด หากแต่เธอไม่คิดว่าทั้งคู่จะตามมาถึงบ้านในทันที

"เรื่องหนูพราว...เรื่องอะไรคะ" แต่กระนั้นเธอก็ยังทำใจดีสู้เสือ เพราะเธอก็อยากรู้ว่าเขาจะพูดอะไรบ้าง

"ผมว่าพูดตรงนี้คงไม่เหมาะเพราะผมคิดว่าคุณคงไม่อยากให้เด็กได้ยินไปด้วย เราพอจะคุยกันสองต่อสองได้ไหมครับ" ภาวินรีบพูดขึ้นเพราะเขาไม่อยากให้พราวนภาได้ยิน แต่พอหันไปมองหน้าเพื่อน กลับเห็นอีกฝ่ายขมวดคิ้วมุ่นมองตนอย่างไม่ค่อยพอใจนัก เขาจึงเลิกคิ้วขึ้นเป็นเชิงถาม

"คำพูดมันแหม่ง ๆ ไปรึเปล่าวะ สองต่อสองเนี่ยนะ มึงใช้คำนี้ได้ยังไงวะไอ้วิน" ชินดนัยกระซิบบอกเพื่อนเสียงห้วนเพราะไม่อยากให้เด็กได้ยินที่ตนพูดไม่เพราะ

ภาวินถอนหายใจพลางกลอกตามองเพดานแล้วยกมือขึ้นเป็นเชิงขอโทษขอโพย "โอเค ๆ งั้นเปลี่ยนคำพูดใหม่ ผมหมายถึงคุยกันเป็นการส่วนตัวน่ะครับ คุยกันในบ้านนี่แหละเพราะเรื่องที่เราจะคุยกันค่อนข้างสำคัญ ผมคิดว่าคุณน่าจะเข้าใจดีว่าผมจะคุยเรื่องอะไร และมันคงไม่เหมาะนักถ้าเด็กได้ยิน"

จันทร์เจ้าถอนหายใจแผ่วพลางเอี้ยวหน้าไปมองหลานสาวตัวน้อยที่หันมองคนนั้นคนนี้อย่างสงสัยใคร่รู้

"ได้ค่ะ แต่รอสักครู่นะคะเพราะเมื่อกี้ฉันกินข้าวค้างไว้ พวกคุณไปนั่งรอที่ห้องรับแขกก่อนดีกว่าค่ะ" พูดจบหญิงสาวก็เดินไปที่เก้าอี้ของตนแล้ววางหลานให้นั่งบนเก้าอี้ตัวที่อยู่ข้างกันโดยไม่สนใจสองหนุ่มนั้นอีก

ชินดนัยกับภาวินมองหน้ากันยิ้ม ๆ ก่อนจะพากันเดินไปนั่งรอบนโซฟาคนละตัว ทั้งสองคนหันมองไปรอบห้องอย่างสนใจ มีรูปครอบครัวหลายรูปวางตั้งไว้บนโต๊ะข้างโทรทัศน์ ชินดนัยจึงลุกขึ้นเดินไปดูใกล้ ๆ

ส่วนใหญ่เป็นรูปถ่ายของคนห้าคนโดยมีชายหญิงสูงวัยคู่หนึ่ง หญิงสาวสองคนและเด็กผู้หญิงตัวเล็ก ๆ คนหนึ่ง ไม่ต้องเดาก็รู้ว่าทั้งห้าคนนั้นเป็นใครบ้าง และคนที่มีรูปเยอะที่สุดก็คือพราวนภา เพราะมีตั้งแต่แรกเกิดจนกระทั่งถึงปัจจุบัน

"เป็นตะวันจริง ๆ" เสียงของภาวินดังขึ้นด้านหลังพร้อมกับมือที่เอื้อมมาหยิบกรอบรูปที่มีรูปถ่ายของหญิงสาวคนหนึ่งกำลังอุ้มทารกน้อยแรกเกิดไว้แนบอก ชินดนัยมองตามรูปนั้นก่อนจะละสายตาออกมาดูรูปอื่น ๆ

"รู้สึกว่าแฟนเก่ามึงจะไม่อยู่บ้านนะ" ชินดนัยพูดเบา ๆ พลางหยิบรูปถ่ายของจันทร์เจ้ากับพราวนภาขึ้นมาดู

"คงออกไปทำงาน หรือไม่ก็ไม่ได้อยู่บ้านหลังนี้" ภาวินตอบเสียงแผ่วโดยที่สายตายังคงจับจ้องคนในภาพถ่ายอยู่ จากนั้นก็พึมพำออกมาเบา ๆ

"ภาพนี้แปลก ๆ ดูเหมือนไม่ใช่ตะวัน"

"หืม...ยังไง" ชินดนัยเลิกคิ้วขึ้นรอฟังว่าเพื่อนจะพูดอะไรต่อ

"ตะวันเป็นผู้หญิงที่มีความมั่นใจสูง ฉลาดปราดเปรียว ทำอะไรคล่องแคล่วว่องไว พูดจาฉะฉาน และเป็นคนที่กล้าได้กล้าเสียคนหนึ่ง แต่ในรูปนี้..." ชายหนุ่มถอนหายใจแผ่วก่อนพูดต่อ

"เหมือนคนอมทุกข์ตลอดเวลา แววตาดูเลื่อนลอยยังไงก็ไม่รู้ว่ะ บอกไม่ถูก"

"เอาไว้ลองถามจันทร์ดูสิว่าเขาอยู่ที่ไหน" ชินดนัยวางกรอบรูปนั้นไว้ที่เดิมก่อนจะมองไปรอบ ๆ อีกครั้งพร้อมรอยยิ้ม

"ยิ้มอะไรของมึง" ภาวินมองเพื่อนอย่างสงสัย เพราะตอนอยู่หน้าบ้านชินดนัยยังหน้าบูดราวกับโกรธใครมาสักร้อยชาติ

"คนมีความสุขจะยิ้มไม่ได้รึไง" คนอารมณ์ดีตอบพลางเดินไปนั่งที่เดิม สายตามองตรงไปทางห้องกินข้าวที่มีหญิงสาวเจ้าของบ้านนั่งรับประทานอาหารเย็นอยู่

"หึ ๆ มึงรู้ไหมว่าตอนนี้มึงเหมือนอะไร" ภาวินพูดกลั้วหัวเราะพลางเดินมานั่งที่เดิมเช่นกัน ขณะที่ชินดนัยเลิกคิ้วขึ้นเป็นเชิงถาม ภาวินจึงพูดต่อ

"หมาเห็นปลากระป๋อง ได้แต่มองไม่มีสิทธิ์แ..." คำสุดท้ายภาวินพูดโดยไม่ออกเสียงแล้วหัวเราะอย่างชอบใจ ส่วนคนที่ถูกนำไปเปรียบกับสุนัขได้แต่ชูนิ้วกลางให้เพื่อน จากนั้นทั้งสองคนก็นั่งเงียบ ๆ อยู่ในห้องรับแขกจนกระทั่งจันทร์เจ้าพาพราวนภาเดินเข้ามาในห้อง

หญิงสาวเห็นสองหนุ่มพากันนั่งตัวตรงจึงก้มตัวลงไปบอกหลานตัวน้อย "หนูพราว หนูนั่งเล่นอยู่ตรงนี้ก่อนนะคะ ขอแม่คุยกับคุณลุงเขาก่อน"

"แม่จันทร์จะไปไหนคะหนูพราวไปด้วย" พราวนภาเงยหน้าถามเสียงอ่อยด้วยสายตาออดอ้อน

"แม่ไม่ได้ไปไหนค่ะ แม่จะนั่งคุยตรงโต๊ะกินข้าวนี่เอง หนูพราวนั่งดูการ์ตูนไปก่อนนะลูก" พูดจบก็เดินจะไปหยิบรีโมตโทรทัศน์มาเปิดช่องการ์ตูน แต่รีโมตนั้นกลับวางอยู่บนเบาะข้างชินดนัย เธอมองหน้าเขา เห็นเขายิ้มกริ่มมองตอบกลับมาด้วยสายตาเจ้าเล่ห์ จากนั้นเขาก็หยิบรีโมตโทรทัศน์ขึ้นมาถือไว้ในมือแล้วพูดว่า

"หนูพราวคะ เวลาจะขอสิ่งของ หรือขอให้ผู้ใหญ่หยิบของให้ เราควรจะพูดยังไงเอ่ย"​

"ควรพูดว่าหยิบของให้หนูพราวหน่อยได้ไหมคะ" พราวนภาตอบอย่างพาซื่อ

"แล้วถ้า..." ชินดนัยหยุดพูดพลางมองหน้าหญิงสาวด้วยรอยยิ้มที่กว้างขึ้นก่อนพูดต่อ

"แล้วถ้าคุณแม่อยากขอรีโมตจากลุง คุณแม่ควรจะพูดว่าอะไรคะ"

"ควรพูดว่าคุณลุงขาขอรีโมตให้แม่จันทร์หน่อยได้ไหมคะ" เด็กน้อยตอบเสร็จก็เงยหน้ามองมารดา ขณะที่จันทร์เจ้านั้นส่งค้อนให้คนเจ้าเล่ห์วงใหญ่จนนั่งดูเหตุการณ์อย่างภาวินอดขำไม่ได้

"เอ้า...ไหนลองพูดตามหนูพราวสิครับ" ชินดนัยยังคงเย้าแหย่คนหน้างออย่างสนุกสนาน

จันทร์เจ้าหายใจเข้าลึก ๆ แล้วเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย จากนั้นก็เดินเข้าไปใกล้ชินดนัยแล้วเอื้อมไปคว้ารีโมตที่วางอยู่บนตักเขาอย่างรวดเร็วพร้อมกับพูดเสียงห้วน

"ขอรีโมตนะคะ" เมื่อคว้ารีโมตมาได้ หญิงสาวก็กดปุ่มเปิดโทรทัศน์แล้วกดช่องที่มีการ์ตูนสำหรับเด็กเอาไว้โดยไม่หันไปมองคนกวนประสาทอีก เสร็จเรียบร้อยก็หันไปหาภาวินแล้วพูดว่า

"เชิญคุณภาวินที่โต๊ะกินข้าวดีกว่าค่ะ" พูดจบก็เดินนำออกไปที่โต๊ะกินข้าว ขณะที่ภาวินหันไปมองหน้าเพื่อนแล้วขยับปากพูดโดยไม่ออกเสียง

"หาเรื่องจนได้นะมึง"

ชินดนัยยักไหล่อย่างไม่ยี่หระก่อนจะลุกขึ้นเดินตามหญิงสาวไปที่โต๊ะอาหาร บนโต๊ะมีแก้วน้ำวางไว้อยู่สามแก้ว น้ำเย็นหนึ่งขวด และมีของว่างวางไว้ตรงกลางโต๊ะ จันทร์เจ้าเลือกนั่งหัวโต๊ะเพราะเป็นเจ้าของบ้าน ส่วนชายหนุ่มทั้งสองคนนั่งตรงข้ามกัน คือฝั่งซ้ายมือและขวามือของหญิงสาว

หลังจากที่นั่งกันเรียบร้อยแล้ว ภาวินก็เริ่มพูดก่อนเป็นคนแรกเพราะความอยากรู้และร้อนใจเป็นทุนเดิม

"ก่อนจะคุยเรื่องหนูพราว ผมขอถามก่อนว่าตะวันเป็นพี่สาวของคุณใช่ไหม"

จันทร์เจ้านิ่งไปครู่หนึ่งก่อนจะค่อย ๆ พยักหน้ายอมรับ "ใช่ค่ะ พี่ตะวันเป็นพี่สาวแท้ ๆ ของฉันเอง"

"แล้วตอนนี้ตะวันอยู่ที่ไหนครับ คุณพอจะบอกผมได้ไหม เขาไปทำงานหรือว่าย้ายไปอยู่ที่อื่นแล้ว" ภาวินถามต่อ เพราะหากเพียงตะวันยังอยู่บ้านหลังนี้ เขาจะได้แวะมาคุยกับเธอเรื่องลูก

หญิงสาวมองหน้าคนถามอย่างชั่งใจว่าควรจะบอกความจริงดีหรือไม่ แต่ในที่สุดก็ตัดสินใจบอกไปตามตรงเพราะคิดว่าอย่างไรเสียไม่ช้าก็เร็ว เขาก็ต้องรู้เรื่องนี้อยู่ดี

"พี่ตะวันไม่อยู่ที่นี่แล้วค่ะ...เธอตายแล้ว" สามคำสุดท้าย จันทร์เจ้าพูดเสียงเบาหวิวพลางหลุบตาลงมองแก้วน้ำของตัวเอง ส่วนชายหนุ่มทั้งสองคนนั้นต่างคนต่างนิ่งไปราวกับหุ่น จนกระทั่งผ่านไปครู่ใหญ่ภาวินจึงเปิดปากขึ้นเป็นคนแรก

"ตะวัน...ตายแล้วหรือ" ชายหนุ่มถามย้ำด้วยน้ำเสียงแหบพร่า ก่อนจะยกมือขึ้นลูบหน้าตัวเองแรง ๆ พร้อมกับสูดลมหายใจเข้าปอดลึก ๆ แล้วถามต่อ

"ตะวัน...มันเกิดอะไรขึ้นหรือครับ ทำไมตะวันถึง...จากไปเร็ว"

จันทร์เจ้าเม้มปากแน่น ค่อย ๆ เงยหน้าขึ้นมองชายหนุ่มทั้งสองคน จากนั้นก็มองเลยไปที่ห้องรับแขกซึ่งมีหลานสาวตัวน้อยกำลังนั่งกอดตุ๊กตาตัวโปรดดูการ์ตูนอยู่ เธอถอนหายใจแผ่วก่อนจะตอบออกมาเบา ๆ ให้ได้ยินกันแค่สามคน

"พี่ตะวันฆ่าตัวตายค่ะ"


**************************************

28/12/2561

เจอกันอีกทีวันที่ 30 นะคะ ส่วนบทต่อไปก็หลังปีใหม่เลยจ้าาา ตอนหน้านี้จะได้รู้กันสักทีว่าเพียงตะวันตายเพราะอะไร และจันทร์เจ้ากับแม่ และหลานสาวตัวน้อยต้องเผชิญกับอะไรบ้าง เพราะฉะนั้นจึงไม่ต้องแปลกใจว่าการที่ผู้หญิงอ่อนต่อโลกและแสนเรียบร้อยอย่างจันทร์เจ้า ทำไมถึงได้แกร่งขึ้นมาขนาดนี้ อย่างที่ชื่อตอนบอกไว้ค่ะ "เพราะชีวิตต้องเดินต่อ"

ยังเปิดจองอยู่เรื่อยๆ นะคะ ถึงวันที่ 20 ม.ค. 62 เลย ตอนนี้ออกแบบถุงผ้าเสร็จแล้ว กำลังเปิดให้โหวตกันที่เพจจรสจันทร์อยู่ว่าลายไหนสวยสุด เปิดศักราชใหม่มาก็เริ่มสั่งทำทันที แถมไปพร้อมกับหนังสือเล่ห์หวนรักนี่เลย

ของมีจำนวนจำกัดนะคะ ถุงผ้าทำมาไม่เยอะค่ะเพราะราคาแพงใช่ย่อยเลย แต่เพื่อคนอ่านที่น่ารัก หนิงก็อยากให้ของขวัญปีใหม่กับคนอ่าน เพราะฉะนั้นหนิงยอม อิอิ 

ฝากโหลดนิยายด้วยนะคะ



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.018K ครั้ง

27 ความคิดเห็น

  1. #981 saro116 (@saro116) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 14 มกราคม 2562 / 08:21
    สลดใจมากเลยสงสารหนูจัน
    #981
    0
  2. #860 Tudtu Sujaree (@tudtutudtu) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 7 มกราคม 2562 / 09:35
    เห้อ น่าสงสารอะ
    #860
    0
  3. #768 Thittayaiem (@Chariyaiem) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 30 ธันวาคม 2561 / 22:15
    ทำไมไม่มาอ่านก่อนเลขออกนะ 20 02
    #768
    0
  4. #753 ลายหมึก (@sunonwater) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 30 ธันวาคม 2561 / 11:11
    สงสารตะวัน
    #753
    0
  5. #750 Venitah (@PhoRR) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 30 ธันวาคม 2561 / 03:20
    งื้ออออออ รอนะค้า อยากรู้
    #750
    0
  6. #749 ao__ao (@pla-ra) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 29 ธันวาคม 2561 / 20:48
    คาดเดาว่าตะวันท้องกับวินแล้ว แต่โดนข่มขืนเลยโทรไปบอกเลิกวิน และกลายเป็นโรคซึมเศร้า กระทั่งคลอดลูกได้ไม่เท่าไหร่ก็ฆ่าตัวตาย
    #749
    0
  7. #748 pichchapasskapom (@pichchapasskapom) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 29 ธันวาคม 2561 / 16:19

    น่าสงสารตะวันอ่า


    #748
    0
  8. #747 yukoo (@yukoo) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 29 ธันวาคม 2561 / 15:39
    ทำไมเศร้า;_;
    #747
    0
  9. #746 parestory (@duckugly) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 29 ธันวาคม 2561 / 15:01
    ทำไมฆ่าตัวตายอ่าาาาา ตอนแรกนึกว่าไม่สบายซะอีก
    #746
    0
  10. #745 Woolpink (@Woolpink) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 29 ธันวาคม 2561 / 14:05
    สงสาร TT
    #745
    0
  11. #744 Menajung09 (@Menajung09) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 29 ธันวาคม 2561 / 11:30
    รอติดตามค่า
    #744
    0
  12. #743 pimon9172 (@pimon9172) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 29 ธันวาคม 2561 / 11:23
    ตะวันทุกข์ใจเรื่องอะไร
    #743
    0
  13. #742 SiriphonSeangsai (@SiriphonSeangsai) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 29 ธันวาคม 2561 / 10:34
    รอนะคะ
    #742
    0
  14. #741 momo (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 29 ธันวาคม 2561 / 10:18

    เปนไปได้ไหมคะ พี่ตะวันกับน้องสาวนายชินจะโรคซึมเศร้าเหมือนกัน แล้วจันทร์อาจช่วยได้ มโนล้วนล้วนเลย

    #741
    0
  15. #740 VC_Charlotte (@vachi2703) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 29 ธันวาคม 2561 / 09:52
    ฮือออ รออีบุคนะคะ
    #740
    0
  16. #739 N' Namfon (@namfon-killua) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 29 ธันวาคม 2561 / 09:45
    ฆ่าตัวตาย??? รอนะคะ
    #739
    0
  17. #738 Yearko (@yearko) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 29 ธันวาคม 2561 / 08:40
    E-Book มาเมื่อไหร่คะ
    #738
    0
  18. #737 Plengg pleng (@ttppss) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 29 ธันวาคม 2561 / 08:10
    รอจ้าา
    #737
    0
  19. #736 Jvar J. (@jvar) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 29 ธันวาคม 2561 / 06:53
    น่าสงสารจัง
    #736
    0
  20. #735 Pannikaa (@Pannikaa) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 29 ธันวาคม 2561 / 05:46
    แต่เราสงสารจันทร์​เจ้านะ​ เสียทุกอย่างบ้านพ่อพี่สาวเงินทอง​ ต่อสู้ลำพังกับแม่และหลาน​ ต้องเข้มแข็ง​แค่ไหน
    #735
    0
  21. #734 Pun Arun (@A-Arungomes) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 29 ธันวาคม 2561 / 05:00
    ยิ่งรู้ความจริงยิ่งสงสารตะวัน
    #734
    0
  22. #733 Barbara13 (@paning13) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 29 ธันวาคม 2561 / 04:50
    ภาวิน ต้องยอมรับผิดเยอะๆนะ
    #733
    0
  23. #732 sylphspy (@sylphspy) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 29 ธันวาคม 2561 / 03:21
    ตะวันเข้มแข็งมาก มรสุมรอบด้านเลย
    #732
    0
  24. #731 ศรีไงศรีเองงงง (@alich25) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 29 ธันวาคม 2561 / 01:39
    เหนือคาดมากๆ
    #731
    0
  25. #730 Noey_Haz (@Noey_Haz) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 29 ธันวาคม 2561 / 00:40
    จันทร์เจ้าเจอมรสุมชีวิตเยอะแยะจังเลย ไหนจะเรื่องบ้านล้มละลายจนพ่อฆ่าตัวตาย ไหนจะเรื่องพี่สาว เรื่องผู้ชายที่คิดไม่ดีกับจันทร์เจ้าอีก จันทร์เจ้าเข้มแข็งมากจริงๆ ตกใจนะที่รู้ว่าพี่ตะวันฆ่าตัวตาย ตอนแรกนึกว่าเสียชีวิตเพราะป่วยซะอีก
    #730
    0