เล่ห์หวนรัก

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 1,072,060 Views

  • 1,573 Comments

  • 11,702 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    24,075

    Overall
    1,072,060

ตอนที่ 3 : เลขาฯ คนใหม่ - 70% -

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 56673
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1517 ครั้ง
    19 ก.ย. 61

แฟ้มหนังสีน้ำตาลเข้มแฟ้มหนึ่งวางลงตรงหน้าจันทร์เจ้าโดยมีเอมิกาทรุดตัวนั่งบนเก้าอี้ฝั่งตรงข้าม จันทร์เจ้าเปิดแฟ้มดูอย่างสนใจ จึงเห็นว่าด้านในเป็นรูปนาฬิกาที่ทางบริษัทนำเข้ามาเพราะเป็นตัวแทนจำหน่าย รวมถึงมีรายละเอียด และลักษณะเฉพาะตัว หรือความพิเศษของแต่ละรุ่นบอกเอาไว้ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ

"พี่คิดว่าจันทร์น่าจะทำการบ้านเกี่ยวกับนาฬิกาที่บริษัทเราเป็นตัวแทนจำหน่ายมาบ้างแล้ว อย่างที่รู้คือเรารับเข้ามาทั้งหมดสองแบรนด์ ซึ่งเป็นแบรนด์จากสวิสเซอร์แลนด์ทั้งหมด และราคาก็มีตั้งแต่หลักแสนไปจนถึงหลายสิบล้าน"

เอมิกาอธิบายสินค้าของบริษัทให้จันทร์เจ้าฟังโดยละเอียด ซึ่งหญิงสาวก็นั่งฟังอย่างตั้งใจแม้ว่าก่อนมาทำงานที่นี่เธอจะศึกษามาพอสมควรแล้ว

"บริษัทของเราจะมีสองชั้น ชั้นเก้าที่จันทร์เพิ่งไปมาเมื่อกี้จะเป็นพนักงานทั่วไปในแผนกต่าง ๆ ทั้งบัญชี จัดซื้อ ฝ่ายขายอะไรพวกนี้ ส่วนชั้นสิบที่เรากำลังอยู่นี่จะเป็นชั้นสำหรับผู้บริหารโดยเฉพาะ ก็บรรดาผู้จัดการทั้งหลายนั่นแหละ ส่วนห้องท่านประธานก็อยู่ด้านในสุด แต่จันทร์ไม่ต้องไปนั่งหน้าห้องเหมือนที่อื่นนะ จันทร์ก็นั่งรวมกับพวกพี่ตรงนี้แหละ เวลาท่านประธานจะเอาอะไร เขาจะโฟนมาบอกทางอินเตอร์คอมเอง"

"ดีค่ะ" จันทร์เจ้าได้ฟังก็ยิ้มกว้าง คิดในใจว่าตนช่างโชคดีเหลือเกินที่ได้มาทำงานที่นี่ หญิงสาวก้มลงมองภาพนาฬิกาหรูตรงหน้า ซึ่งสนนราคาร่วมเจ็ดหลักแล้วอดยกมือขึ้นลูบเบา ๆ ไม่ได้ เมื่อไม่กี่ปีก่อน ตนเคยได้สัมผัสของจริงด้วยซ้ำ แต่ ณ เวลานี้คงได้แค่มองจากตู้โชว์ หรือหน้ากระดาษ ไม่มีโอกาสได้เป็นเจ้าของมันอีกแล้ว

"คุณไม่ได้ซื้อแค่นาฬิกา แต่คุณซื้อความภาคภูมิใจ"

จันทร์เจ้าท่องสโลแกนของแบรนด์ออกมาเบา ๆ เอมิกาจึงพูดเสริมขึ้นมา

"ใช่แล้ว เพราะนาฬิกาแต่ละเรือนใช้แรงคนในการประดิษฐ์ทุกขั้นตอน กลไกและฟันเฟืองต่าง ๆ ในตัวเรือนก็ทำขึ้นใหม่ทั้งหมด บางรุ่นใช้เวลาเป็นปีในการทำ เพราะฉะนั้นมันจึงไม่ใช่แค่นาฬิกาที่ใช้ดูเวลา แต่เหมาะที่จะเป็นมรดกตกทอดจากรุ่นสู่รุ่นอีกด้วย เพราะนาฬิกายี่ห้อนี้ไม่มีคำว่าตกรุ่น"

จันทร์เจ้ายิ้มบาง ๆ ครอบครัวของเธอก็ชอบนาฬิกายี่ห้อนี้กันมาก เมื่อก่อนตนกับพี่สาวและมารดาก็เคยมีคนละเรือน ส่วนบิดามีหลายเรือนหลายยี่ห้อเพราะท่านชอบสะสม แต่บัดนี้ทุกอย่างถูกแปลงเป็นเงินหมดแล้วเพื่อความอยู่รอด

หญิงสาวปัดเรื่องอดีตออกจากหัวเพราะป่วยการจะไปนึกถึง แล้วก้มหน้าก้มตาศึกษางานตรงหน้าอย่างตั้งใจโดยไม่รู้ตัวเลยว่าเอมิกานั้นกำลังลอบสังเกตตนอยู่เงียบ ๆ จนกระทั่งมีเสียงโทรศัพท์ของเอมิกาดังขึ้น เจ้าตัวจึงลุกไปที่โต๊ะของตัวเอง

"จันทร์นั่งดูไปก่อนนะ พี่ขอตัวไปทำงานของพี่ก่อน"

"ค่ะพี่เอม ขอบคุณนะคะ" จันทร์เจ้าเงยหน้าขึ้นยิ้มให้ก่อนจะก้มลงสนใจงานของตนต่อ แต่แล้วก็เพิ่งนึกขึ้นได้ว่าตนยังไม่รู้ชื่อของผู้เป็นเจ้านายเลยว่าท่านประธานนั้นชื่ออะไร เธอเงยหน้ามองไปทางเพื่อนร่วมงานรุ่นพี่ก็เห็นแต่ละคนกำลังวุ่นวายกับงานของตัวเองอยู่จึงไม่กล้าเอ่ยปากถาม ตั้งใจไว้ว่าตอนพักกลางวันค่อยถามทีเดียว

เอมิกาเห็นชื่อคนโทรศัพท์เข้ามาก็อดลอบมองไปทางเลขาฯ คนใหม่ไม่ได้ เธอกดรับสายแล้วกรอกเสียงลงไปไม่ดังนัก

"ค่ะท่านประธาน"

"เป็นยังไงบ้างคุณเอม ทุกอย่างเรียบร้อยดีใช่ไหม"

"เรียบร้อยค่ะท่าน ตอนนี้กำลังให้น้องเขาศึกษาผลิตภัณฑ์ของบริษัทเราอยู่"

"อืม ผมฝากด้วยนะ แล้วก็รบกวนอีกอย่าง ผมไม่แน่ใจว่าคุณบอกชื่อของผมให้เขารู้รึยัง ถ้ายังไม่บอกแล้วเขาถามว่าผมชื่ออะไร คุณบอกไปว่าชินดนัย สุธรรมฤกษ์ละกัน นามสกุลแม่ผมน่ะ"

"ดะ ได้ค่ะท่าน" เอมิกายิ้มเจื่อนเพราะไม่เข้าใจว่าเจ้านายคิดจะทำอะไร แต่ในใจเริ่มสงสัยแล้วว่าท่านประธานกับจันทร์เจ้าน่าจะเคยรู้จักกันมาก่อน

"อ้อ อย่าลืมให้เขาเซ็นสัญญาการทำงานด้วยนะ ทดลองงานสี่เดือนห้ามลาออกไม่ว่ากรณีใด ๆ ก็ตาม"

เอมิกาเลิกคิ้วทำตาโตพลางพยักหน้าตอบรับ "ค่ะท่าน"

ท่านประธานวางสายไปแล้ว เอมิกาจึงค้นหาไฟล์เอกสารสัญญาการจ้างงานเพื่อนำมาปรับปรุงข้อความบางส่วนเสียใหม่ตามความต้องการของผู้เป็นนาย

...ทดลองงานสี่เดือน ห้ามลาออกไม่ว่ากรณีใด ๆ ทั้งสิ้น...

ทางด้านคนปลายสาย หลังจากวางหูแล้วก็ได้แต่ยิ้มกับตัวเอง ชินดนัยยืนกอดอกมองทิวทัศน์นอกหน้าต่างอย่างไร้จุดหมาย หากแต่ความคิดกลับล่องลอยไปหาใครบางคนที่ไม่ได้เห็นหน้าค่าตากันมากว่าเจ็ดปีจนเขาลืมเธอไปเสียสนิท

หากวันนั้นเขาไม่บังเอิญหยิบแฟ้มผู้ส่งใบสมัครงานในตำแหน่งเลขานุการมาดู เขาก็คงไม่ได้เห็นว่าจันทร์เจ้าก็เป็นหนึ่งในนั้นด้วย ตอนเห็นรูปเขาก็แค่รู้สึกว่าคุ้นตา แต่พอเห็นชื่อและนามสกุลเขาก็ยิ้มออกมาทันที และไม่ลังเลเลยที่จะให้รับเธอเข้ามาเป็นเลขาฯ ส่วนตัวของเขา

สาวสวยแสนอ่อนหวาน เขาอยากรู้เหลือเกินว่าผ่านมาเจ็ดปีแล้วเธอจะยังคงหวานเหมือนเดิมไหม

 

วันแรกของการทำงานที่ใหม่ของจันทร์เจ้าผ่านพ้นไปด้วยดี หญิงสาวขับรถกลับบ้านย่านชานเมือง และถึงบ้านในเวลาหนึ่งทุ่มเศษ เธอจอดรถหน้าบ้านเดี่ยวขนาดห้าสิบตารางวาเพื่อลงไปเปิดรั้วให้กว้างขึ้นก่อนจะขับรถเข้าไปจอดในบ้าน จากนั้นจึงเดินไปปิดรั้วแล้วล็อกไว้ตามเดิม

ร่างเล็ก ๆ ของเด็กผู้หญิงวัยห้าขวบคนหนึ่งวิ่งตึกตักออกมาจากบ้าน เมื่อเห็นว่าใครกลับมาถึงบ้านเสียงใส ๆ ก็ตะโกนบอกคนที่กำลังง่วนอยู่ในครัวด้วยความดีใจ

"ยายจ๋า แม่จันทร์กลับมาแล้ว" พูดจบก็กางแขนให้อุ้ม จันทร์เจ้าจึงก้มลงอุ้มเจ้าตัวเล็กขึ้นมาแล้วหอมแก้มซ้ายขวาของเด็กน้อย

"วันนี้หนูพราวหม่ำอะไรเป็นมื้อเย็นคะ" หญิงสาวถามคนในอ้อมแขนพลางเดินไปนั่งบนโซฟาในห้องรับแขก

"ยายทำข้าวห่อไข่ให้กินค่ะ หนูพราวกินหมดด้วยล่ะ" เจ้าตัวเล็กตอบอย่างภาคภูมิใจ

"เก่งมากค่ะ วันนี้แม่จันทร์จะหยอดกระปุกให้หนูสิบบาทเป็นรางวัลที่กินข้าวหมดนะคะ"

"เย้ อีกหน่อยหนูพราวจะมีเงินเยอะ ๆ มาให้ยายกับแม่จันทร์ ซื้อตุ๊กตาหมีตัวใหญ่ ๆ ให้เต็มบ้านเลยค่ะ"

เด็กหญิงพราวนภายิ้มกว้างอวดลักยิ้มที่แก้มซ้าย เจ้าตัวกางแขนกว้างเมื่อนึกถึงตุ๊กตาหมีตัวใหญ่ที่เคยเห็นในแผนกของเล่นตอนไปห้างสรรพสินค้า

"มีตัวเดียวก็พอ จะซื้อมาทำไมเยอะแยะคะเปลืองเงิน" จันทร์เจ้ายู่หน้าใส่พลางเอาจมูกไปถูกับแก้มใสของเด็กน้อย

"หนูพราวให้แม่จันทร์ขึ้นไปเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อนลูก แม่จันทร์กลับมาเหนื่อย ๆ จะได้กินข้าว"

พรรณียกชามแกงจืดจากในครัวมาวางบนโต๊ะกินข้าว จันทร์เจ้าจึงให้เจ้าตัวเล็กลงจากตักแล้วเดินไปหามารดา

"วันนี้มีอะไรกินบ้างคะคุณแม่"

"แกงจืดปลาหมึกยัดไส้กับไก่ผัดพริกแกงน่ะ ขึ้นไปเปลี่ยนชุดเสียสิจะได้ลงมากินข้าว กำลังร้อน ๆ เลย"

"ค่ะ" หญิงสาวรับคำมารดาแล้วเดินขึ้นบ้านไปเปลี่ยนเป็นชุดลำลองลงมาอีกครั้ง เธอเห็นหนูพราวกำลังนั่งระบายสีอยู่กับพื้นในห้องรับแขกจึงเดินไปทางโต๊ะกินข้าวแล้วหยิบจานขึ้นมาคดข้าวใส่ให้มารดาและตัวเอง

"เป็นยังไงบ้างลูก ที่ทำงานใหม่" พรรณีถามอย่างเป็นห่วงเพราะเกรงว่าบุตรสาวจะเจอเจ้านายแย่เหมือนที่เก่า

"จัดว่าดีเลยค่ะคุณแม่ เพื่อนร่วมงานส่วนใหญ่จะอายุมากกว่าจันทร์ และเขาก็เป็นกันเองกับจันทร์มาก ๆ เลยด้วย"

หญิงสาวตอบมารดาด้วยสีหน้าสดใส พรรณีเห็นแล้วจึงวางใจ หันไปมองหลานสาวตัวน้อยในห้องรับแขกก็อดถอนหายใจออกมาเบา ๆ ไม่ได้

"ยายหนูพราวยิ่งโตก็ยิ่งฉอเลาะ เวลาพาไปส่งขนมด้วยกันทีไรก็มีแต่คนเอ็นดูเพราะช่างพูดช่างเจรจาเหลือเกิน เฮ้อ...เสียดายที่ยายตะวันไม่ได้อยู่รับรู้ว่าตัวเองมีลูกสาวน่ารักขนาดไหน"

จันทร์เจ้าเอื้อมไปกุมมือมารดาแล้วพูดเบา ๆ อย่างปลุกปลอบ "จันทร์ว่าพี่ตะวันเขาต้องรับรู้แน่ค่ะคุณแม่ จันทร์เคยสัญญากับพี่ตะวันไว้แล้วว่าจะเลี้ยงดูหนูพราวให้ดีที่สุดเหมือนลูกของตัวเอง จันทร์ก็จะทำตามที่รับปากเอาไว้ค่ะ ต่อให้พี่ตะวันไม่ขอ จันทร์ก็จะทำเพราะยังไงหนูพราวก็คือหลานแท้ ๆ ของจันทร์นี่คะ"

พรรณีพยักหน้าช้า ๆ แล้วเริ่มกินอาหารตรงหน้า จันทร์เจ้าจึงเบี่ยงหัวข้อสนทนาไปที่เรื่องงานใหม่ของตนเสีย

"เจ้านายใหม่ของจันทร์เป็นผู้ชายค่ะ เห็นพี่ ๆ เขาบอกว่าไม่แก่มาก ยังอายุน้อยอยู่แต่จันทร์ก็ไม่กล้าถามว่าเขาอายุเท่าไร ดูแล้วการทำงานที่นี่ไม่น่าจะมีปัญหาอะไรค่ะ จันทร์คิดว่าตัวเองชอบที่นี่"

เจ้านายเก่าของเธอเป็นชาวฮ่องกง เป็นผู้หญิงวัยกลางคนที่เจ้าอารมณ์ และชอบฟาดงวงฟาดงากับลูกน้อง เวลาดีก็ดีใจหาย แต่เวลาร้ายขึ้นมาก็ด่าสาดเสียเทเสีย และสรรหาถ้อยคำหยาบคายมาด่าได้สารพัด จันทร์เจ้าทนทำได้แค่สองปีก็ลาออกมาสมัครที่ใหม่ และก็ได้บริษัทนำเข้านาฬิกาที่กำลังทำอยู่ตอนนี้

"ไม่มีปัญหาอะไรก็ดีแล้ว แม่เชื่อว่าจันทร์ทำได้"

พรรณีมองบุตรสาวด้วยแววตาอ่อนแสง จันทร์เจ้าเป็นคนที่มีความอดทนเป็นเลิศ และไม่ค่อยมีปากมีเสียง ด้วยความที่เป็นคนมีบุคลิกนุ่มนวลเรียบร้อย เวลาเข้าหาผู้ใหญ่จึงมักได้รับความเอ็นดูอยู่เสมอ

"เมื่อตอนกลางวัน คุณบรรพตเขาโทร.มาโวยกับแม่ว่าทำไมไม่ให้จันทร์ไปทำงานกับเขา"


*****************************************

19/9/2561

พระเอกของเราก็จะวร้ายๆ เจ้าเล่ห์พอตัว แต่หนูจันทร์ของเราก็ใช่ย่อย เห็นเงียบๆ หงิมๆ แต่คิดอะไรอยู่ในหัวเป็นร้อยแปดอย่าง มวยถูกคู่เชียวค่ะ พระ-นางคู่นี้ ตอนหน้าก็เจอกันแล้วหุหุ

ฝากนิยายเรื่อง "กรงปรารถนา" ด้วยนะคะ ถ้าใครยังไม่เคยอ่าน อยากให้ลองอ่านดูค่ะ รับประกันความฟิน อิอิ

ฝากโหลดนิยายเรื่องใหม่ด้วยนะค้าาา "วายร้ายหมายรัก" ค่ะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.517K ครั้ง

15 ความคิดเห็น

  1. #1433 Amineen27 (@Amineen27) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2562 / 17:57
    ตกใจ นึกว่ามีลูกด้วยกันนน ที่แท้หลานนี่เอง
    #1433
    0
  2. #1360 Lek-s (@lkjj) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2562 / 18:42

    มีลูกกันด้วยหร๋อ
    #1360
    0
  3. #922 RealThxnB (@RealThxnB) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 11 มกราคม 2562 / 01:52
    อยากให้เจอกันแล้ววว
    #922
    0
  4. #897 ayumikimlee (@ayumikimlee) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 9 มกราคม 2562 / 21:04
    บรรพตคือใครรึ
    #897
    0
  5. #828 Tudtu Sujaree (@tudtutudtu) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 7 มกราคม 2562 / 02:39
    อืมลุ้นกันต่อไป
    #828
    0
  6. #688 ลายหมึก (@sunonwater) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 24 ธันวาคม 2561 / 14:09
    พระเอกดูร้าย สู้เขานะจัน
    #688
    0
  7. #381 Jellydolphin (@Jellydolphin) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 3 ธันวาคม 2561 / 11:53
    คิดว่าเป็นลูกของจันทร์จริงๆชะอีก
    #381
    0
  8. #272 wani14 (@0933150768) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 19 พฤศจิกายน 2561 / 20:24
    หนูพราวนี่ลูกนางเอกกับพระเอกแน่เลย (เดามั่ว)
    #272
    0
  9. #228 gamkhun (@gamkhun0528) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 14 พฤศจิกายน 2561 / 19:53
    จันทร์เจ้า อย่าไปยอมผู้ชายเลวๆนะ เข้มแข็งเข้าไว้
    #228
    0
  10. #59 evensunshine (@evensunshine) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 27 กันยายน 2561 / 13:14

    หนูจันทร์ เอาให้หงายเลยนะ
    #59
    0
  11. #22 momo (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 19 กันยายน 2561 / 19:22

    รออ่านอยู่นะคะ

    #22
    0
  12. #21 kakfern23 (@kakfern23) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 19 กันยายน 2561 / 16:32

    รอคร้า
    #21
    0
  13. #20 pu_peee (@pu_peee) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 19 กันยายน 2561 / 15:49

    เฮอะๆๆๆรออ
    ดูตอนปะทะหน้ากันค่ะ
    #20
    0
  14. #19 N' Namfon (@namfon-killua) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 19 กันยายน 2561 / 14:04

    รอตอนเจอกันค่ะ
    #19
    0
  15. #17 Yan Ming Ling (@jerry_lin11) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 19 กันยายน 2561 / 13:45
    ปูเสื่อรอค่ะ https://www0.dek-d.com/assets/article/images/sticker/jj-06.png
    #17
    0