เล่ห์หวนรัก

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 607,619 Views

  • 1,150 Comments

  • 10,224 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    283,421

    Overall
    607,619

ตอนที่ 12 : เรื่องที่พูดไม่ได้ - 70% -

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 45241
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1132 ครั้ง
    22 ต.ค. 61

ระหว่างที่จันทร์เจ้ากำลังเขียนอีเมลส่งถึงแผนกการตลาด และฝ่ายที่เกี่ยวข้องตามที่ได้รับมอบหมายงานจากชินดนัย พนักงานธุรการที่อยู่ชั้นล่างก็นำจดหมาย และเอกสารต่าง ๆ ขึ้นมาส่งให้เลขานุการของผู้บริหารแต่ละแผนก หญิงสาวรับไว้แล้วตรวจเอกสารแต่ละแผ่นซึ่งส่วนใหญ่เป็นสรุปรายงานการขายของแต่ละสาขาจึงนำใส่แฟ้มเอาไว้ จากนั้นก็ดูจดหมายที่มัดรวมเป็นปึกมา ซึ่งมีทั้งใบแจ้งยอดบัตรเครดิต จดหมายข่าวของห้างร้านต่าง ๆ เธอดูแล้วก็เกิดความไม่มั่นใจว่าฉบับไหนควรเก็บ และฉบับไหนควรคัดทิ้ง เพราะเรื่องแบบนี้ต้องถามจากผู้เป็นนายโดยตรง

แต่ปัญหาของเธอคือยังไม่อยากเข้าไปเจอหน้าเขาตอนนี้

หญิงสาวลอบถอนหายใจแผ่วพลางหลุบตาลงมองจดหมายปึกนั้นอีกครั้ง คิดในใจว่าถ้าไม่เข้าไปตอนนี้ งานของเธอคงไม่เดิน และหน้าที่นี้ก็เป็นงานของตนโดยตรง ไม่ว่าจะหลีกเลี่ยงอย่างไรสุดท้ายก็ต้องทำมันอยู่ดี อย่างไรเสียเธอก็ต้องเจอหน้าเขาทุกวันทำงานอยู่แล้วเพราะผู้ชายคนนั้นคือเจ้านายของเธอ

คิดได้ดังนั้น จันทร์เจ้าจึงลุกขึ้นแล้วหอบแฟ้มกับจดหมายเดินไปเคาะประตูห้องทำงานของท่านประธาน รอจนกระทั่งได้ยินเสียงอนุญาตจากด้านในจึงเปิดเข้าไป

"ขออนุญาตค่ะ" หลังจากปิดประตูแล้วหญิงสาวก็เดินไปหน้าโต๊ะทำงานของเขาแล้ววางแฟ้มตรงพื้นที่ว่าง

"ในแฟ้มเป็นรายงานสรุปยอดขายจากสาขาต่าง ๆ ตามที่ท่านประธานขอดูเมื่อวานค่ะ แล้วก็พวกนี้เป็นจดหมาย เอ่อ...คือฉันไม่รู้ว่าท่านประธานจะให้เก็บอันไหนไว้บ้างน่ะค่ะ"

เธอตัดสินใจถามไปตามตรง เพราะตอนอยู่ที่ทำงานเก่า เจ้านายให้เธอจัดการเอกสารทุกอย่างให้แม้แต่การจ่ายค่าน้ำค่าไฟฟ้า หรือแม้กระทั่งค่าส่วนกลางของคอนโดมิเนียมที่อาศัยอยู่ ส่วนจดหมายที่เกี่ยวกับโปรโมชั่นจากสินค้าแฟชั่น หรือห้างสรรพสินค้าต่าง ๆ รวมไปถึงจดหมายการขอบริจาคเงินขององค์กรการกุศลให้คัดทิ้งทั้งหมด

ชินดนัยเลิกคิ้วขึ้นพลางยิ้มมุมปาก จากนั้นก็เอื้อมไปหยิบจดหมายปึกนั้นขึ้นมาดู ทุกฉบับยังไม่มีการเปิดซองแม้แต่โบรชัวร์รถยุโรปรุ่นล่าสุดที่ทางโชว์รูมส่งมาก็ยังถูกปิดผนึกไว้ตามเดิม

เขาคลี่ยิ้มกว้าง จันทร์เจ้าก็ยังคงเป็นจันทร์เจ้า เธอเป็นคนที่เคารพความเป็นส่วนตัวของคนอื่นไม่เปลี่ยน หากเป็นพริมา เลขาฯ คนเก่าของเขา ป่านนี้พวกโบรชัวร์ หรือจดหมายจากห้างร้านต่าง ๆ คงไปอยู่ในถังขยะแล้วเรียบร้อย ซึ่งหลายครั้งก็ทำให้เขาพลาดจดหมายเชิญไปร่วมงานเปิดตัวสินค้าแบรนด์ต่าง ๆ ที่บรรดาลูกค้าเชิญให้ไปร่วมงานอย่างน่าเสียดาย และที่สำคัญคือเขาจะไม่ว่าอะไรเลยหากเจ้าหล่อนยังไม่ได้แกะอ่าน แต่ทุกฉบับพริมาล้วนแกะอ่านหมดแล้วก่อนที่จะนำไปทิ้ง

"พี่ว่าเราไปนั่งคุยกันที่เดิมตรงนั้นดีกว่า เพราะคงต้องคุยกันยาว" เขาเห็นเธอขมวดคิ้วเล็กน้อยจึงรีบพูดดักคอไว้

"มันต้องอธิบายกันยาวหน่อยน่ะว่าอันไหนเก็บได้ และอันไหนเอาทิ้งได้เลย" พูดจบเขาก็ลุกขึ้นแล้วเดินถือจดหมายปึกนั้นไปนั่งที่โซฟาตัวเดิมกับที่นั่งเมื่อช่วงเช้าทันที โดยมีหญิงสาวเดินตามไป

จันทร์เจ้านั่งที่โซฟาตัวเดิมเช่นกัน ชายหนุ่มจึงเขยิบเข้าไปใกล้เธออีกเล็กน้อย จากนั้นก็หยิบจดหมายขึ้นมาฉบับหนึ่งแล้วแกะซองนำเอกสารด้านในออกมา

"ซองนี้เป็นใบแจ้งยอดบัตรเครดิต อันนี้เก็บไว้" เขาพูดไปยิ้มไปพลางวางจดหมายฉบับนั้นไว้อีกทางหนึ่ง จากนั้นก็หยิบอีกฉบับขึ้นมาแล้วทำเหมือนเดิม

"ซองนี้เป็นใบรายงานหุ้น อันนี้เก็บไว้" เขาวางมันไว้กองเดียวกับใบแจ้งยอดบัตรเครดิต จากนั้นก็หยิบโบรชัวร์โฆษณาคอนโดมิเนียมหรูใจกลางเมืองซึ่งกำลังก่อสร้างอยู่ขึ้นมาพลิกดูทีละหน้าอย่างใจเย็น

"อื้ม คอนโดฯ นี้น่าสนใจเนอะ ติดรถไฟฟ้าด้วย ห้องก็กว้างดีตั้งแปดสิบตารางเมตร มีสองห้องนอนสองห้องน้ำ มีระเบียงออกไปชมวิวด้านนอกได้ด้วย"

เขาทำทีเป็นไม่สนใจกับคิ้วเรียวที่เริ่มขมวดมุ่นอย่างลืมตัวของหญิงสาวตรงหน้า การที่เขาจงใจถ่วงเวลาหยิบจดหมายขึ้นมาเปิดดูทีละฉบับแล้วอ่านมันอย่างอ้อยอิ่ง ก็เพราะอยากหาเวลาคุยเล่นกับเธอสักหน่อย แต่เหนือสิ่งอื่นใดนั่นก็คือเขาอยากยั่วโมโหคนที่ใจเย็นเป็นน้ำแข็งอย่างจันทร์เจ้าให้กลายเป็นน้ำเดือดปุด ๆ มากกว่า เพราะเมื่อเช้าที่เขาแกล้งหยิบแก้วกาแฟผิดจนทำให้เธอหน้างอได้ เขาคิดว่าน่าสนุกดี เพราะอย่างน้อยเขาก็ถือว่าเธอยังมีอารมณ์แบบอื่นให้เขามากกว่าความเย็นชาแม้ว่าอารมณ์นั้นจะเป็นความโมโหก็ตาม

"อ้าว ทำไมมองพี่อย่างนั้นล่ะหนูจันทร์ พี่ก็กำลังอธิบายอยู่นี่ไง" เขาเกือบหลุดหัวเราะออกมาเมื่อเห็นว่าปากอิ่มระเรื่อของหญิงสาวเริ่มโค้งลง และหัวคิ้วก็ขมวดเข้าหากันมากกว่าเดิม ป่านนี้ในหัวของเธอคงจินตนาการว่ากำลังทุบเขาเพื่อระบายอารมณ์เป็นแน่

ใจจริงเขาอยากอธิบายเรื่องรมิดาให้จันทร์เจ้าเข้าใจว่าไม่ใช่อย่างที่เธอคิด แต่เขาก็ไม่สามารถพูดออกไปได้เพราะหากอธิบายไปก็คงไม่พ้นต้องเปิดเผยเรื่องอาการป่วยของชญานุช น้องสาวของเขา เนื่องจากเรื่องนี้ยังไม่มีคนรู้มากนักนอกจากคนสนิทและคนในครอบครัว อีกทั้งเขาไม่รู้ว่าคนนอกจะคิดอย่างไรกับคนป่วยโรคซึมเศร้า เพราะแม้แต่ตัวน้องสาวของเขาเองยังไม่ยอมรับเลยว่าตนเป็นโรคนี้ ดังนั้นคงต้องปิดเรื่องนี้เอาไว้ก่อน

"ถ้าเป็นไปได้ ท่านประธานจะกรุณาบอกมาเลยได้ไหมคะว่าจดหมายแบบไหนที่จะให้ทิ้งได้เลย ขออนุญาตนะคะ"

หญิงสาวถือวิสาสะหยิบจดหมายในกองนั้นขึ้นมาถือไว้ทั้งหมดจากนั้นก็จัดการคัดแยกด้วยตัวเอง

"สามฉบับนี้จากธนาคารก็เก็บเอาไว้ก่อน อันนี้เป็นแผ่นพับโฆษณาจากโชว์รูมรถ ท่านประธานคงไม่เก็บไว้ใช่ไหมคะ อันนี้ก็เหมือนกัน มาจากฟิตเนสสปอร์ตคลับ เป็นการแจ้งคลาสใหม่ประจำเดือน ท่านประธานคงไม่สนใจ แต่ฉบับนี้จากคลับฮาร์ดเพลย์บอยที่แจ้งอีเว้นต์เด็ด ๆ ประจำเดือนสำหรับวีไอพีเมมเบอร์ อุ๊ย! มีบัตรสมาชิกแนบมาด้วย ฉันคิดว่าฉบับนี้ท่านประธานคงต้องการเก็บไว้เพราะคงไม่อยากพลาดรายการเด็ด ๆ จากทางคลับ ฉันเข้าใจถูกแล้วใช่ไหมคะ"

จันทร์เจ้าคลี่ยิ้มให้เขาพลางวางบัตรซึ่งเป็นการ์ดแข็งสีดำและปั๊มชื่อของชายหนุ่มเป็นภาษาอังกฤษด้วยสีทองลงตรงหน้าชินดนัย จากนั้นก็กางแผ่นโฆษณาซึ่งมีรูปบันนี่เกิร์ลสุดเซ็กซี่ในชุดเสื้อเอวลอยกับกางเกงขาสั้นรัดรูปสีขาวเด่นหราอยู่ตรงกลาง ในแผ่นนั้นมีรายละเอียดเกี่ยวกับรายการแสดงโชว์ของเดือนล่าสุด รวมไปถึงสิทธิพิเศษต่าง ๆ สำหรับสมาชิกวีไอพี

ตอนแรกที่เธอเห็นซองจดหมายเรียบหรูสีดำ มีโลโก้ของคลับปั๊มสีทองอยู่ด้านหน้า เธอก็รู้แล้วว่าเป็นที่ไหน เพราะผู้จัดการฝ่ายการตลาดที่บริษัทเก่าก็เป็นสมาชิกอยู่เช่นกัน เขาพาลูกค้าคนสำคัญไปเลี้ยงที่นั่นบ่อย เธอเองก็เคยเข้าไปที่นั่นหนึ่งครั้งจึงพอรู้ว่าเป็นสถานที่แบบไหน

"อะแฮ่ม! เอ่อ...พี่ไม่ได้สมัครเองนะ เพื่อนพี่มันสมัครให้น่ะ ออกเงินให้อีกต่างหาก"

ชายหนุ่มยิ้มเจื่อนพลางหยิบบัตรสมาชิกใบนั้นมาเก็บในกระเป๋าเสื้อ จะทำทีเป็นโยนทิ้งถังขยะให้เธอเห็นแล้วค่อยเก็บคืนมาทีหลังก็กระไรอยู่ เพราะดูเหมือนเป็นการหลอกลวงเสียเปล่า ๆ อย่างไรเสียเขากับเพื่อนสนิทก็ต้องไปพบปะสังสรรค์ที่นั่นกันบ้างอยู่แล้ว อีกทั้งบัตรใบนี้ก็มีมูลค่าถึงห้าหมื่นบาทที่ปกเกล้าต้องจ่ายไป ฉะนั้นไหน ๆ ก็เสียเงินไปแล้วจึงต้องใช้สิทธิพิเศษจากบัตรใบนี้ให้คุ้ม

จันทร์เจ้าอดยิ้มมุมปากไม่ได้เมื่อเห็นสีหน้าอิหลักอิเหลื่อของเขา ความจริงแล้วคลับแห่งนี้ก็จัดว่าเป็นสถานบันเทิงที่หรูหราและมีระดับมากแห่งหนึ่ง ไม่มีการโชว์ลามกอนาจาร ไม่มีพวกกักขฬะหยาบคายเนื่องจากคนที่มาเที่ยวส่วนใหญ่จะเป็นนักธุรกิจมีระดับ หรือไม่ก็พวกเศรษฐีกระเป๋าหนักที่ชมชอบของสวย ๆ งาม ๆ เพราะหญิงสาวที่นี่จะคัดเลือกมาเป็นอย่างดี

และแม้ผู้จัดการที่บริษัทเก่าจะเคยบอกว่าไม่มีการขายบริการ หรือออฟหญิงสาวออกไปข้างนอก แต่เธอเชื่อว่าน่าจะมีการตกลงกันนอกรอบที่ไม่เกี่ยวกับงานในคลับระหว่างลูกค้ากับสาว ๆ บางคน เพราะตอนขากลับเธอเคยเห็นหญิงสาวหลายรายขึ้นรถของลูกค้าหนุ่มที่มาเที่ยว ซึ่งคงไปต่อกันที่อื่นเป็นแน่

"ใกล้เที่ยงแล้ว พี่ว่าเราไปหาอะไรกินกันดีกว่าไหม" ชายหนุ่มรีบเปลี่ยนเรื่องคุยแล้วช่วยเธอแยกจดหมายโดยคัดฉบับที่เขาไม่สนใจเอาไปไว้อีกกองหนึ่ง ซึ่งในนั้นมีซองสีดำจากคลับฮาร์ดเพลย์บอยด้วย

"ไม่รบกวนดีกว่าค่ะ เที่ยงนี้ฉันนัดเพื่อนไว้ที่ห้างใกล้ ๆ นี่เอง" เธอบอกไปตามตรงพลางรวบกองจดหมายที่จะทิ้งมาถือไว้ที่มือซ้าย ก่อนจะช้อนตาขึ้นมองเขาแล้วเอ่ยถามยิ้ม ๆ

"ท่านประธานจะฝากซื้ออะไรไหมคะ หรือจะเอาอะไรก็ได้เหมือนเดิม"

ชินดนัยหรี่ตามองหญิงสาวอย่างจับผิด จากนั้นก็ยกนิ้วชี้ไปทางเธออย่างคาดโทษ "ถ้าแกล้งกันอีกนะ คราวนี้จะลากไปกินมื้อเที่ยงด้วยกันทุกวันเลย คอยดูสิ"

จันทร์เจ้าเม้มปากกลั้นขำ ก่อนจะลุกขึ้นยืนแล้วเดินไปทางประตู แต่แล้วก็ต้องชะงักเมื่อได้ยินเสียงเขาบอกไล่หลังมา

"เอาข้าวแกงกะหรี่แฮมเบอร์เกอร์ใส่ผักโขมกับเห็ดรวม ความเผ็ดระดับสาม เอาเงินนี่ไปนะหนูจันทร์"

เมื่อหญิงสาวหันกลับไปมอง ก็เห็นเขากำลังเดินไปที่โต๊ะทำงานแล้วหยิบกระเป๋าสตางค์ล้วงธนบัตรใบสีเทาออกมายื่นให้เธอจึงเดินไปรับ

"ขอโค้กเย็นจัดสักกระป๋องด้วยนะ ที่เหลือจันทร์อยากกินอะไรก็ซื้อเอาละกัน มื้อนี้พี่เลี้ยง"

ได้ยินอย่างนั้น หญิงสาวก็เผลอตัวเบะปากด้วยความหมั่นไส้ ก่อนจะรีบปรับสีหน้าให้เป็นปกติอย่างรวดเร็ว แต่คนตาดีที่มองหน้าเธออยู่ก่อนแล้วนั้นกลับเห็นเต็มสองตา และอดไม่ได้ที่จะยิ้มกว้างออกมาด้วยความขบขัน

เมื่อได้เงินแล้วจันทร์เจ้าก็เดินไปที่ประตู ยังไม่ทันที่จะแตะถูกลูกบิด ชายหนุ่มเจ้าของห้องก็เรียกเธอไว้อีกครั้ง

"หนูจันทร์"

หญิงสาวหันกลับไปมองพร้อมกับเลิกคิ้วขึ้นเป็นเชิงถาม "คะ"

"พี่กับดาด้าไม่ได้เป็นอะไรกันอย่างที่คิดนะ เราสองคนเป็นเพื่อนกันตั้งแต่เรียนเมืองนอกแล้ว"

จันทร์เจ้าขมวดคิ้วแล้วมองเขาทางหางตา ปากพึมพำเบา ๆ "ไม่ได้อยากรู้สักหน่อย"

ชินดนัยยิ้มกว้างกว่าเดิมเพราะเขาได้ยินเต็มสองหู "ก็พี่อยากบอก กลัวถูกเข้าใจผิดแล้วถ่านไฟเก่าจะไม่ยอมคุน่ะ"

หญิงสาวส่งค้อนให้เขาวงใหญ่ก่อนจะเปิดประตูแล้วเดินออกจากห้องทำงานของผู้เป็นนายโดยมีสายตาแพรวพราวของชายหนุ่มที่นั่งยิ้มเต็มวงหน้ามองตามไปจนกระทั่งประตูปิดลงตามเดิม


***********************************************

ค่ะ อิพี่ชินกวนตรีนน้องซะงั้น ไม่อยากให้น้องปั้นหน้านิ่งใส่เลยยั่วโมโหเล่นซะเลย

อัปต่อจนครบ 70% แล้วนะคะ ขออภัยที่หายไป แบบว่ากลับถึงบ้านดึกก็ไม่อยากเปิดคอมทำอะไรแล้วอ่า มันเหนื่อยจริงๆ นะ กว่าจะออกจากศูนย์สิริกิติ์ก็สามทุ่ม ขับรถกลับถึงบ้านก็สี่ทุ่มกว่า หาอะไรเบา ๆ รองท้องแล้วอาบน้ำอาบท่าก็ปาเข้าไปเกือบเที่ยงคืน ตาจะปิดทุกที คอมไม่ได้เปิดเลย หมดงานหนังสือก็กลับมาอัปปกติแล้วค่ะ

คราวก่อนลืมเฉลยยยยยย ว่ายี่ห้อนาฬิกาที่หนิงพูดถึงในนิยายคือยี่ห้องอะไร 

คือยี่ห้อ patek philippe นะคะ มีคนเดาถูกด้วยล่ะ อิอิ 

แต่หนิงจะไม่เอ่ยถึงชื่อยี่ห้อนี่ในนิยายเนอะ เพราะจะเป็นการพาดพิงไปเปล่า ๆ และเนื้อหาบางส่วนก็ปรุงแต่งขึ้นมาเองค่ะ แต่โดยส่วนใหญ่แล้วเอามาจากประวัติของนาฬิกายี่ห้อนี้จริงๆ

บางรุ่น ไม่ใช่ว่าเดินเข้าโชว์รูมแล้วจะสามารถซื้อกลับบ้านได้เลยนะคะ ต้องสั่งจอง และรอกันเป็นปีค่ะ เพราะอย่างที่บอกไป เขาต้องทำขึ้นใหม่ทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นชิ้นส่วนทุกชิ้นของกลไก สายนาฬิกา และเขาทำด้วยมือจากช่างผู้เชี่ยวชาญ หนิงเคยอ่านเจอมาว่า นาฬิกาบางรุ่นเนี่ย ต้องใช้ช่างถึง 50 กว่าคนในการประกอบเลยทีเดียว และบางรุ่นก็มีชิ้นส่วนถึงสองพันกว่าชิ้นอัดกันอยู่ในนั้น บางรุ่นใช้เวลาทำไม่ต่ำกว่า 3 ปี ซึ่งมันเป็นอะไรที่คลาสสิกสุดๆ เลย คนที่เล่นนาฬิกา และมีกำลังทรัพย์พอจะซื้อได้ จึงมักต้องมียี่ห้อนี้เป็นสมบัติส่วนตัวไว้อย่างน้อยหนึ่งเรือน

คนที่หลงใหลนาฬิกา เขาจะคิดว่าสิ่งนี้ไม่ใช่แค่การบอกเวลา แต่มันคืองานศิลปะ คือความประณีต และเป็นมรดกตกทอดไปสู่รุ่นลูกรุ่นหลานได้ patek philippe ไม่เคยราคาตก มีแต่ราคาขึ้นไปเรื่อยๆ เหมือนราคาที่ดินเลยค่ะ


ช่วงนี้อาจจะไม่ได้อัปสม่ำเสมอเพราะต้องไปขายหนังสือที่บูธค่ะ ใครไปงานหนังสือก็แวะมาหากันได้นะคะที่บูธ N12 โซน C1 ค่ะ

ฝากโหลดอีบุ๊ก "กรงปรารถนา" ด้วยนะคะ


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.132K ครั้ง

28 ความคิดเห็น

  1. #984 nunamcha (@nunamcha2014) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 14 มกราคม 2562 / 17:38
    อ่านมาหลายตอนก็ยังคงไม่ปลื้มพระเอกอยู่เหมือนเดิมใครเป็นแบบเราบ้าง?
    #984
    0
  2. #919 ✰ MELT (@jaonookanoomwarn) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 10 มกราคม 2562 / 21:14
    เกลียดพระเอ๊ก ไปเลิกเจ้าชู้ให้ได้ก่อนค่อยมาจีบ ถ้ายังเคลียร์ตัวเองไม่ได้ ไม่ชันเจน อย่ามาอยู่กับน้องหนูฉัน ออกไปเลย!
    #919
    0
  3. #868 Penny (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 7 มกราคม 2562 / 22:54

    ผู้ชาบเห็นแก่ตัว

    #868
    0
  4. #837 Tudtu Sujaree (@tudtutudtu) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 7 มกราคม 2562 / 03:46
    แหมๆออกตัวเขียวนะอิพี่ชิน
    #837
    0
  5. #813 bire0032 (@0820992901) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 5 มกราคม 2562 / 20:45
    หงุดหงิดพระเอก
    #813
    0
  6. #168 thisnotpanida (@thisnotpanida) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 28 ตุลาคม 2561 / 23:34
    พึ่งอ่าน หนุกมากกก
    #168
    0
  7. #167 Ppppppppp (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 28 ตุลาคม 2561 / 21:33

    เกลียดๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ เกลียดการอ่อยของอิพี่ เหมือนค่อยๆเติมเชื้อไฟ ชั้นเชิงดี ลูกเล่นเยอะ

    #167
    0
  8. #164 Jantamaeedeeood (@Jantamaeedeeood) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2561 / 14:48

    อยากได้เล่มเลยอ๊ค่ะ
    #164
    0
  9. #163 Supawineemonta (@Supawineemonta) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2561 / 11:04

    งุ้ยเขินไปหมดแล้วเจ้าค่ะเขาน่ารักกันมากเจ้าค่ะ
    #163
    0
  10. #161 ploysub (@ploybook) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 25 ตุลาคม 2561 / 18:34

    อยากอ่านต่อ สู้ๆนะคะ
    #161
    0
  11. #160 1630500070477 (@1630500070477) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2561 / 14:27
    งื้อออ อยากอ่านต่อไม่อยากรอเลย มีอีบุ๊คมั้ยคะ?
    #160
    0
  12. #158 sirinapa2148 (@sirinapa2148) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2561 / 18:06

    รออ่านนะค่าาาา~
    #158
    0
  13. #156 yiloveyou (@yiloveyou) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2561 / 12:52
    พี่ชินสายอ่อยขายทั้งอ้อยและหนมจีบ
    #156
    0
  14. #155 N' Namfon (@namfon-killua) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2561 / 08:42

    รออ่านนะคะ
    #155
    0
  15. #154 Been1244 (@Been1244) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2561 / 07:12

    ลงทุกวันเลยนะค่ะ
    #154
    0
  16. #152 pu_peee (@pu_peee) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2561 / 00:55
    อื้อหือ....คุณชินช่างแหย่...หนูจันทร์ช่างร้ายเหลือ. อิอิ สมน้ำสมเนื้อมากเลยค่ะ
    #152
    0
  17. #151 ploysub (@ploybook) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2561 / 23:02
    อ่อยเก่งงงงง
    #151
    0
  18. #150 Jvar J. (@jvar) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2561 / 22:31
    อ่อยวันละนิดจิตแจ่มใสใช่มะอิพี่ชิน
    #150
    0
  19. #149 jinjin9 (@jinjin9) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2561 / 13:17
    สนุก ชอบ รอนะคะ
    #149
    0
  20. #148 AOR366 (@moorainy) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2561 / 00:12
    เพิ่งเข้ามาอ่าน สนุกมาก อัพบ่อยๆนะคะ
    #148
    0
  21. #147 BBLR (@BBLR) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 20 ตุลาคม 2561 / 21:59
    ไรท์สู้ๆ
    #147
    0
  22. #146 aranyaorchid (@aranyaorchid) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 20 ตุลาคม 2561 / 13:01
    เหมือนแกล้งกันซะงั้นเอากะพี่เค้าดิ
    #146
    0
  23. #145 naruk_jung (@naruk_jung) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 20 ตุลาคม 2561 / 13:00
    สนุกค่ะไรท์ อัพทุกวันนะค่ะ ติดตามๆค่ะ
    #145
    0
  24. วันที่ 19 ตุลาคม 2561 / 18:40
    อัพทุกวันได้มั้ยคาะฟินๆๆ
    #144
    1
    • #144-1 (@nink-ning) (จากตอนที่ 12)
      20 ตุลาคม 2561 / 09:02
      ตอนนี้ยังไม่ได้ค่าาา ติดงานออกบูธที่ศูนย์สิริกิติ์ ขอบคุณที่ติดตามอ่านนะคะ จุ๊บๆ
      #144-1
  25. #143 Cheeryblue (@Cheeryblue) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 19 ตุลาคม 2561 / 00:19
    เดี๋ยวพี่ชินจะโดนไม่ใช่น้อย กวนตรีนเบอร์นี้ หนูจันทร์กล่าว
    #143
    0