เล่ห์หวนรัก

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 1,072,059 Views

  • 1,573 Comments

  • 11,702 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    24,074

    Overall
    1,072,059

ตอนที่ 11 : เรื่องที่พูดไม่ได้ - 35% -

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 53825
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1518 ครั้ง
    11 ต.ค. 61

ชินดนัยลอบมองไปทางจันทร์เจ้า เห็นหญิงสาวกำลังปิดสมุดบันทึกแล้วลุกขึ้นยืนโดยไม่มองหน้าเขาแม้แต่หางตาก็ได้แต่ลอบถอนหายใจด้วยความเสียดายและกลัดกลุ้ม อุตส่าห์ได้โอกาสคุยกับเธอดี ๆ แล้วแต่ก็มีเหตุให้ต้องล้มเหลวอีกจนได้

"คุณผู้หญิงจะรับกาแฟไหมคะ" จันทร์เจ้าถามหญิงสาวผู้มาใหม่อย่างนอบน้อม

"ไม่ดีกว่าค่ะ ขอแค่น้ำเปล่าก็พอ ขอบคุณนะคะ" รมิดายิ้มกว้างพลางเอนหลังพิงพนักโซฟา

"รอสักครู่นะคะ" จันทร์เจ้ายิ้มตอบแล้วเดินออกจากห้องไปพร้อมกับเอมิกา เมื่อประตูห้องปิดลงแล้ว ชินดนัยก็หันไปหาคนที่นั่งข้างกายทันที

"คุณกำลังทำให้ลูกน้องของผมแตกตื่นนะดาด้า"

"แหม...ไม่เห็นเป็นอะไรเลยค่ะ ว่าแต่ผู้หญิงที่นั่งกับคุณเมื่อกี้คือใครคะ"

"คุณจันทร์เจ้า เลขาฯ ใหม่ของผมเองแหละ มาแทนคุณพรีมน่ะ" เขาตอบเสร็จก็ถอนหายใจแผ่วอีกครั้ง ป่านนี้ไม่รู้ว่าจันทร์เจ้าจะคิดเลยเถิดไปไหนต่อไหนแล้วก็ไม่รู้

รมิดาพยักหน้าขึ้นลงช้า ๆ "อืม คนนี้ดูนิ่งดีนะ ท่าทางเป็นมืออาชีพแล้วก็ดูมีรสนิยมดีด้วย"

ชินดนัยยิ้มอ่อนเมื่อได้ยินรมิดาเอ่ยชมจันทร์เจ้า เพราะกับพรีม หรือพริมา เลขานุการคนเก่าของเขานั้น ทันทีที่เจอหน้ากันครั้งแรก คนที่รสนิยมสูงลิบอย่างรมิดาเห็นแล้วไม่ชอบหน้าเอาเสียเลย

เสียงเคาะประตูดังขึ้นทั้งสองคนจึงหยุดคุยกัน เป็นจันทร์เจ้าที่เดินเข้ามาพร้อมกับน้ำเปล่าสองแก้ววางไว้ให้บนโต๊ะ

"ขอบคุณค่ะคุณจันทร์เจ้า" รมิดายิ้มให้อย่างเป็นมิตร

"ยินดีค่ะ" จันทร์เจ้าค้อมศีรษะและยิ้มให้เช่นกัน จากนั้นก็หันหลังกลับแล้วเดินออกไปจากห้องพร้อมกับปิดประตูไว้ให้ตามเดิม

หลังจากที่ได้อยู่ตามลำพังกันอีกครั้ง ชายหนุ่มก็เข้าเรื่องสำคัญทันทีเพราะรู้ดีว่าการที่รมิดามาหาเขาถึงที่ทำงานวันนี้เพราะเรื่องอะไร

"ตกลงว่าไง ได้เรื่องอะไรบ้างไหม" เขายกกาแฟขึ้นมาดื่มหนึ่งอึก จากนั้นก็ตามด้วยน้ำเปล่า ส่วนคนถูกถามนั้นหลังจากที่ดื่มน้ำลงคอแล้วก็ถอนหายใจเฮือกใหญ่พลางมองหน้าเขาแล้วพูดว่า

"คุณรู้ไหมว่าเธอไม่ได้กินยามาเกือบสองอาทิตย์แล้ว"

ได้ยินอย่างนั้น ชินดนัยก็เอนหลังพิงโซฟาราวกับคนหมดแรง เขายกมือขึ้นนวดขมับ สีหน้าแววตาบอกถึงความกลัดกลุ้มอย่างเห็นได้ชัด

"แต่ผมเห็นแผงยามันก็พร่องลงไปนะ เพราะทุกคืนถ้าผมไม่ได้กลับดึก ผมจะเข้าไปหาเขาในห้องก่อน ทุกครั้งที่ถามว่ากินยารึยัง เขาก็ตอบว่ากินแล้วผมก็เลยไม่ได้เอะใจอะไร"

"เธอแกะยาไปจากแผงจริง แต่ไม่ได้กิน เธอแกะไปทิ้ง" รมิดาบอกไปตามตรง

"ผมก็ว่าอยู่แล้วเชียวว่าทำไมกินยาแล้วถึงอาการไม่ดีขึ้นเลย ผมถึงได้โทร.บอกให้คุณเข้าไปคุยกับน้องผมหน่อย" ชายหนุ่มก้มมองมือตัวเองที่ถูกันไปมาก่อนพูดต่อ

"ทำไมยายนุชถึงไม่ยอมกินยา ทำไมเขาถึงไม่อยากรักษาอาการของตัวเอง"

"เท่าที่ไปคุยมา ฉันคิดว่าน้องสาวคุณรู้สึกสิ้นหวัง เธอบอกว่าเหนื่อยกับการใช้ชีวิต เบื่อทุกสิ่งทุกอย่างรอบตัว เธอหมดแรงใจในการอยู่ต่อ ฉันเลยต้องพยายามใช้ความรักของคนในครอบครัวมาคุยกับเธอ"

"ทุกคนในบ้านรักยายนุชกันทั้งนั้น เป็นห่วงจนแทบไม่อยากให้คลาดสายตาเพราะกลัวว่าเขาจะทำอะไรโง่ ๆ แบบคราวนั้นอีก" ชายหนุ่มระบายลมหายใจออกมาอย่างกลัดกลุ้ม เขาส่ายหน้าช้า ๆ ก่อนพูดต่อ

"บางทีผมก็ทำตัวไม่ถูกนะ ผมไม่รู้ว่าจะดูแลเขายังไงให้เขากลับมาเป็นปกติ เวลาจะพูดหรือเล่าเรื่องอะไรให้ฟังแต่ละครั้งก็ต้องคิดแล้วคิดอีกว่าควรพูดรึเปล่า เล่าไปแล้วอาการของเขาจะ...เขาเรียกว่าอะไรนะเวลาอาการกำเริบน่ะ" เขาหันไปถามรมิดา หญิงสาวจึงตอบให้

"ดิ่ง"

"ใช่ นั่นแหละ ผมกลัวว่าเวลาพูดอะไรให้เขาฟังแล้วเขาจะยิ่งดิ่งลงไปมากกว่าเดิมไหม เฮ้อ...บอกตามตรงนะว่าผมรู้สึกเหมือนเข้าไม่ถึงตัวเขา ผมเป็นพี่ชายเขาแท้ ๆ แต่เขากลับไม่ค่อยยอมเล่า หรือระบายปัญหาอะไรให้ผมฟังบ้างเลย"

"นั่นเพราะว่าคุณยังทำให้เขารู้สึกไว้วางใจไม่มากพอ คุณชินคะ การรับมือผู้ป่วยโรคซึมเศร้าน่ะ สิ่งแรกที่คุณกับสมาชิกในบ้านจะต้องมีคือความเข้าใจเกี่ยวกับโรคนี้นะ น้องสาวคุณเป็นคนป่วยที่ต้องได้รับการรักษา ฉันขอถามคุณหน่อยว่ามีใครในบ้านที่คิดว่าคนป่วยโรคซึมเศร้าเป็นคนบ้าหรือโรคจิตรึเปล่า ใครในที่นี้ฉันหมายถึงเพื่อนบ้าน หรือญาติ ๆ ด้วยนะ"

พอได้ยินคำถามนั้นจากรมิดา ชินดนัยก็ขมวดคิ้วมุ่นแล้วหันไปถามอีกฝ่ายทันที

"คุณหมายความว่ามีคนไปพูดให้ยายนุชได้ยินหรือว่าน้องสาวผมเป็นบ้า"

"ฉันก็ไม่แน่ใจนักค่ะเพราะเธอไม่ได้บอก เป็นแค่การคาดเดาของฉันเท่านั้น การที่น้องสาวคุณไม่ยอมกินยาต้านเศร้า สาเหตุส่วนใหญ่ฉันคิดว่ามาจากความสิ้นหวังและหมดศรัทธาในตัวเอง ยิ่งถ้าไปได้ยินหรือได้ฟังอะไรที่เกี่ยวกับตัวเองในแง่ลบมา ความรู้สึกก็จะยิ่งดิ่งลงไป เธอจะคิดว่าตัวเองไม่มีทางหาย เธอเป็นภาระให้คนอื่นต้องมาคอยดูแล และเมื่อไรที่ความคิดในแง่ลบสุมเข้ามาในหัวมากเข้า ก็มีโอกาสมากทีเดียวที่เธอจะหาทางฆ่าตัวตายอีกครั้ง"

"ผมต้องทำยังไง ยายนุชถึงจะยอมเปิดใจเล่าทุกอย่างให้ฟังเหมือนที่เขาคุยกับคุณบ้างน่ะดาด้า บอกผมทีเถอะ"

รมิดามองอีกฝ่ายอย่างเห็นใจพลางเอื้อมมือไปตบบ่าเขาเบา ๆ

"อย่างที่บอกไปค่ะ คุณต้องเข้าใจในสิ่งที่เธอกำลังเป็นอยู่ บางทีการเป็นผู้ฟังที่ดีก็ถือเป็นจุดเริ่มต้นอย่างหนึ่ง คุณต้องอย่าพยายามไปสั่งสอนให้เธอคิดถึงคนนั้นคนนี้ อย่าเอาเรื่องบุญบาปอะไรพวกนั้นมาพูดกับเธอ คนป่วยโรคซึมเศร้าน่ะความคิดเขาเลยจุดที่เรียกว่าบาปบุญคุณโทษไปแล้ว อย่าบังคับขู่เข็ญให้เธอกินยาแต่ให้ใช้วิธีตะล่อมอย่างนุ่มนวล"

หญิงสาวหยุดพูดเพื่อยกแก้วน้ำขึ้นดื่มดับกระหายก่อนพูดต่อ "การที่เธอยอมพูดกับฉันมากกว่าคุณซึ่งเป็นพี่ชายแท้ ๆ ส่วนหนึ่งก็เพราะว่าฉันเป็นจิตแพทย์ ฉันคือคนอื่น ไม่ใช่คนในครอบครัวเธอถึงได้กล้าพูดกล้าระบายเรื่องต่าง ๆ ให้ฟัง และที่สำคัญเลยก็คืออาจเพราะฉันกับน้องสาวคุณเป็นผู้หญิงเหมือนกัน เวลาคุยก็เลยง่ายกว่าคุยกับคุณซึ่งเป็นผู้ชายน่ะ"

"คุณแม่ก็พยายามคุยกับเขานะ พยายามชวนทำกิจกรรมนั่นนี่ แต่เขาก็ทำบ้างไม่ทำบ้าง ผมชวนออกไปเที่ยวไหนก็ไม่ยอมไป เก็บตัวอยู่แต่ในบ้านท่าเดียว"

"เป็นเรื่องธรรมดาของคนเป็นโรคนี้ที่จะไม่อยากออกไปพบเจอผู้คน ส่วนใหญ่มักอยากจะนอนอยู่บนเตียงทั้งวัน นอนหลับไม่ต้องตื่นมาอีกเลยยิ่งดี นั่นคือสิ่งที่วิ่งอยู่ในหัว ลองเปลี่ยนจากการชวนเป็นการขอร้องดู อย่างเช่นว่าคุณไม่มีสาวให้ควงไปดูหนังเลย พี่ขอควงนุชแทนได้ไหม อะไรแบบนี้น่ะ" รมิดายักไหล่พลางยิ้มอย่างขี้เล่น

"อ้อ จริงสิ สิ่งที่สำคัญที่สุดเลยก็คือคนในบ้านต้องทำตัวให้เป็นปกติที่สุด คุยเล่นไปกับเธอแต่ห้ามมองเธออย่างสงสาร สมเพชหรือเวทนา เรื่องนี้สำคัญนะคุณชิน ถามไถ่ทุกข์สุขกันธรรมดาได้ อย่าเพิกเฉยทำเหมือนเธอไม่มีตัวตน แต่ก็อย่าปฏิบัติกับเธอเหมือนเป็นคนป่วยติดเตียงที่ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ เพราะมันจะทำให้เธอรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นตัวประหลาด"

ชายหนุ่มนิ่งไปครู่หนึ่ง จากนั้นก็พยักหน้ารับรู้ช้า ๆ "มีโอกาสจะพัฒนาไปเป็นไบโพลาร์ไหม"

"ฉันก็ตอบไม่ได้หรอกค่ะ เรื่องนี้มันขึ้นอยู่กับตัวน้องสาวคุณด้วย ตอนนี้อยากให้เธอกินยาตามหมอสั่งมากกว่า น้องคุณต้องรักษาด้วยยาควบคู่ไปกับการเยียวยาทางจิตใจ ทำให้เธอเห็นว่าคุณจะอยู่ข้างเธอเสมอ"

ชินดนัยนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะพยักหน้าช้า ๆ "เข้าใจแล้ว จะว่าไปผมกับยายนุชก็เริ่มห่างกันตั้งแต่ผมไปเรียนเมืองนอกนั่นแหละ ผมใช้ชีวิตอยู่เมืองนอกนานหลายปีเกินไป กลับมาอีกทีผมก็รู้สึกว่าเขาเปลี่ยนไป ตอนแรกก็นึกแค่ว่าน้องสาวก็แค่โตเป็นผู้ใหญ่ขึ้น แต่มันไม่ใช่ เขากลายเป็นคนเก็บตัว มีโลกส่วนตัวสูง ผมพยายามจะคุยด้วยหลายครั้งแต่มันก็ไม่เหมือนเดิม กว่าจะรู้ว่าอะไรเป็นอะไรก็ตอนที่เขากินยานอนหลับเกินขนาดเพื่อจะฆ่าตัวตายนั่นแหละ นี่ก็ผ่านมาเป็นปีแล้วผมก็ยังไม่รู้เลยอะไรเป็นสาเหตุให้ยายนุชต้องเป็นโรคซึมเศร้า"

"คุณต้องรอให้เธอพร้อมที่จะเล่าจริง ๆ อย่าไปคาดคั้นเธอล่ะ" รมิดาเตือนเขาอีกครั้ง

"ผมรู้" ชายหนุ่มรับคำพลางยกแก้วน้ำขึ้นดื่ม ขณะที่หญิงสาวดูเวลาจากนาฬิกาข้อมือก่อนจะลุกขึ้นยืน

"ฉันคงต้องไปแล้วค่ะ บ่ายนี้ต้องไปส่งเจสันที่สนามบิน"

ชินดนัยลุกขึ้นยืนบ้าง "งั้นผมไปส่งที่รถ ขอบคุณมากนะดาด้าที่ช่วยเหลือ ฝากสวัสดีเจสันด้วย"

ชายหนุ่มเดินไปเปิดประตูแล้วผายมือให้รมิดาเดินออกไปก่อน จากนั้นเขาก็เดินตามไปทีหลัง รมิดายิ้มทักทายบรรดาเลขานุการที่นั่งอยู่ทุกคนอย่างเป็นมิตร ส่วนชินดนัยลอบมองไปทางจันทร์เจ้า แต่เธอไม่มองเขาแม้แต่หางตาเช่นเคย


**********************************************

11/10/2561

รมิดาไม่ใช่นางร้ายนะจ๊ะ แต่นางคือจิตแพทย์จ้ะ อิอิ เป็นเพื่อนกับอิพี่ชินมาตั้งแต่เรียนเมืองนอกเลย 

จะพยายามเข็นเรื่องให้จบก่อนปีใหม่ให้ได้ค่ะ สู้ๆ 

ขอบคุณที่ติดตามอ่านนะคะ


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.518K ครั้ง

10 ความคิดเห็น

  1. #918 ✰ MELT (@jaonookanoomwarn) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 10 มกราคม 2562 / 19:12
    อันนี้ตินิดนึงนะคะ เรื่องโรคซึมเศร้า เราเป็นเหมือนกัน แต่ไม่ดิ่งเท่าตอนหนักแล้วๆ อ่านเจอคำว่าเดี๋ยวทำอะไรโง่ๆอีก มันแสดงให้เห็นว่าคุณชินไมาได้เปิดใจรับเรื่องนี้ ไม่เข้าใจน้องนุช และยังมองว่สเป็นเรื่องโง่ๆ ขนาดพี่ชายที่ปากว่าคิดช่วยให้หายยังไม่พยายามเข้าใจเลยค่ะ อย่าหวังให้ใครเข้าใจเลย
    #918
    2
    • #918-1 ✰ MELT (@jaonookanoomwarn) (จากตอนที่ 11)
      10 มกราคม 2562 / 19:14
      คือเราอ่านเรายังสะอึกเลยอะ ขนาดเราเป็นซึมเศร้าที่ไม่ได้คิดฆ่าตัวตายเพราะตายไปก็ห่วงพ่อแม่ เราอ่านแล้วยังรู้สึกแย่เลยค่ะ บอกเลยว่าแย่มาก เป็นคำพูดที่แย่มากๆ ถ้าน้องนุชได้ยินคงไม่เปิดรับอะไรอีกแล้วค่ะ
      #918-1
    • #918-2 (@nink-ning) (จากตอนที่ 11)
      10 มกราคม 2562 / 20:27
      ขอบคุณสำหรับคำแนะนำนะคะ
      ที่ผู้เขียนให้พระเอกพูดแบบนั้นก็เพราะต้องการสื่อว่า แม้แต่คนในครอบครัวก็ยังไม่ค่อยเข้าใจกับโรคนี้เท่าไร อย่างตอนที่พระเอกพูดกับเพื่อนที่เป็นจิตแพทย์ว่า เขาทำตัวไม่ถูก ไม่รู้จะรับมือยังไง นั่นก็เพราะตัวพระเอกเองก็ยังไม่เข้าใจคนที่เป็นโรคนี้ดีพอ

      แต่ผู้เขียนจะค่อยๆ ให้พระเอกกับคนในครอบครัวทำความเข้าใจกับโรคนี้ไปทีละนิด เพื่อเปรียบเทียบกับครอบครัวของนางเอกที่ต้องเสียพี่สาวไปเพราะโรคนี้เช่นกัน นั่นก็เพราะทางฝั่งนางเอกได้แต่ดูแล แต่ไม่ได้ทำความเข้าใจให้มากพอเพราะต่างคนต่างต้องทำงานน่ะค่ะ

      พูดแล้วก็ขอเล่านิดนึง หุหุ
      มีครั้งนึง หนิงไปหาหมอ ระหว่างที่รอเรียกคิวก็เดินไปซื้อของในเซเว่นรองท้อง ตอนเลือกนมกล่อง ได้ยินป้าคนหนึ่งคุยโทรศัพท์ ประมาณว่า "ถ้ามันบ่นอยากตายนักก็ลองเอามีดให้มันซิ ดูสิว่ามันจะกล้าแทงตัวเองจริงรึเปล่า" แล้วก็พูดอะไรยืดยาวอีกหลายประโยคซึ่งหนิงฟังแล้วรู้สึกแย่มากๆ ยังคิดเลยว่าถ้าเราเป็นคนๆ นั้นแล้วถูกคนในครอบครัวประชดด้วยการยื่นมีดให้ เราคงลงมือจริงๆ แน่นอน

      จากเหตุการณ์ครั้งนี้ หนิงก็เลยลองปรับมาใส่ในนิยายค่ะเพราะอยากให้คนที่ได้อ่าน ทำความเข้าใจกับโรคนี้มากขึ้น อีกอย่างนะคะ เท่าที่สังเกตดู หนิงเชื่อว่ามีอีกหลายคนเลยค่ะที่คิดว่าโรคซึมเศร้าไม่มีอยู่จริง ดูได้จากข่าวหลายข่าวที่ดารา หรือดีเจบางคนโพสต์ต่อว่าคนที่ฆ่าตัวตาย บลา ๆ ๆ เป็นต้น

      ขอบคุณอีกครั้งที่แนะนำ และเข้ามาพูดคุยนะคะ แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันได้ตลอดค่ะ ยินดีเป็นอย่างยิ่ง ^^
      #918-2
  2. #836 Tudtu Sujaree (@tudtutudtu) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 7 มกราคม 2562 / 03:41
    ง่า มีการเคือง เกิดขึ้น

    อิอิ
    #836
    0
  3. #139 คนที่รอมานาน (@puccaaa) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 13 ตุลาคม 2561 / 03:19
    หรือว่าเป็นเรื่องความรักแบบกรรมไปตกที่น้องสาวแทนไรงี้
    #139
    0
  4. #138 Thittayaiem (@Chariyaiem) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 12 ตุลาคม 2561 / 00:01
    มีความไม่ปลื้มอิพี่ชิน ติดลบไว้ก่อนนะ
    #138
    0
  5. #137 satamsomtua (@satamsomtua) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 11 ตุลาคม 2561 / 23:12
    ติดลบลงไปอีก เมื่อไหร่คะแนนจะขึ้นมาบ้าง พี่ชิน
    #137
    0
  6. #136 Jvar J. (@jvar) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 11 ตุลาคม 2561 / 19:40
    จะได้แก้ตัวมั้ยเนี่ยอิพี่ชิน ติดลบไปอีกละ
    #136
    0
  7. #135 ืNippy (@Thannaree499) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 11 ตุลาคม 2561 / 19:20

    เราว่าจันทร์เจ้าต้องเป็นคนช่วยน้องสาวพี่ชินแน่ๆ เพราะอย่างน้อยจันทร์เจ้าก็เคยผ่านเรื่องร้ายๆในชีวิตมาได้ อาจจะมีคำแนะนำดีๆให้

    #135
    0
  8. #134 N' Namfon (@namfon-killua) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 11 ตุลาคม 2561 / 19:14
    พี่ชินนี่ยังไง อยากให้หึงงี้หรอ สวยๆ เชิดๆ เลยน้องจันทร์
    #134
    0
  9. #133 Pun Arun (@A-Arungomes) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 11 ตุลาคม 2561 / 19:03

    ทิ้งเขาไปตั้งหลายปี

    ไม่ต้องมาทิ้งสายตาใส่น้องจันทร์เจ้าเลยน๊า

    #133
    0
  10. #132 kakfern23 (@kakfern23) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 11 ตุลาคม 2561 / 18:29

    จะรอคร้า
    #132
    0