ฟิค Stucky งาน #SSparty2017

ตอนที่ 4 : ตัวอย่างฟิค Stucky - Perfect

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 47
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    12 ก.ค. 60

'Cause we were just kids when we fell in love

Not knowing what it was

เพราะเรายังเด็กเหลือเกินในวันที่เราตกหลุมรัก

ยังเดียงสาเกินกว่าจะเรียนรู้ว่ามันคืออะไร

 

               อากาศร้อนของประเทศในเขตเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ทำให้ชายหนุ่มสัญชาติอเมริกันเลือกสวมเสื้อกล้ามกับกางเกงขาสั้นเสมอเข่าอย่างที่คนต่างชาติส่วนใหญ่นิยมใส่กัน หลังจากพาตัวเองกับกระเป๋าเป้ใบใหญ่สองใบลงจากรถโดยสารสีชมพูที่เรียกมาจากสนามบิน ดวงตาสีฟ้าปนเขียวคู่สวยก็มองซ้ายมองขวา อาคารทรงสูงขนาดใหญ่ดูเรียบหรูตั้งตระหง่านอยู่ท่ามกลางความพลุกพล่านของจราจรในเมืองหลวง ตัวอักษรภาษาอังกฤษบอกชื่อของโรงแรมประดับติดอยู่ด้านบนสุดเป็นเครื่องหมายยืนยันว่าเขามาถูกที่แล้วหลังจากกังวลว่าจะเปิดแผนท่องเที่ยวมาด้วยการหลงทาง

               ชายหนุ่มกระชับสายเป้ มืออีกข้างกดด้ามจับของกระเป๋าลากให้มันยืดขึ้นก่อนจะลากมันเดินเข้าตัวอาคารไป

               หญิงสาวตรงเคาท์เตอร์ประนมมือสองข้างไว้ระหว่างอก เธอก้มศีรษะลงเล็กน้อยพร้อมกับรอยยิ้ม ตามที่เขาได้หาข้อมูลมา มันเป็นวัฒนธรรมการทำความเคารพของคนที่นี่ ชายหนุ่มพยายามจะทำตาม เรียกรอยยิ้มของพนักงานได้เป็นอย่างดี

               “อันนี้เป็นคีย์การ์ดนะคะ หลังจากแตะที่เซนเซอร์หน้าประตูจะมีสัญญาณดังหนึ่งครั้ง คุณถึงสามารถกดก้านโยกเข้าห้องได้ แล้วก็เอาการ์ดอันนี้เสียบเข้ากับช่องด้านข้างในห้องเป็นการเปิดใช้ไฟในห้องนะคะ” เธออธิบายทีละขั้นตอนอย่างใจเย็นพร้อมกับรอยยิ้ม

               “ขอบคุณครับ”

               “ถ้าหากมีปัญหาอะไร ให้ใช้โทรศัพท์ในห้อง กดหมายเลขศูนย์ ทางพนักงานของเราจะรีบช่วยเหลือทันทีค่ะ”

               ชายหนุ่มนิ่งฟัง พยักหน้ารับ

               “เอ่อ แล้วเรื่องอาหารเช้าล่ะครับ”

               “อ๋อ เรามีบุฟเฟต์บริการค่ะ คุณลูกค้าสามารถลงมาใช้บริการได้ทางด้านนั้น” เธอผายมือไปทางซ้ายมือ ชายหนุ่มมองตาม ที่สิ้นสุดของมุมห้องโถงคือโต๊ะรับประทานอาหารจัดวางอย่างเป็นระเบียบ “ตั้งแต่เวลาเจ็ดโมงจนถึงเก้าโมงนะคะ”

               “เข้าใจแล้วครับ ขอบคุณนะครับ” ชายหนุ่มยื่นมือรับแผ่นการ์ดสกรีนหมายเลขห้อง พนักงานสาวแย้มยิ้ม

               “ค่ะ เที่ยวเมืองไทยให้สนุกนะคะคุณเจมส์”

              

เจมส์เงอะงะอยู่หน้าประตูห้องของตัวเองอยู่นานสองนาน เขามองตัวเลขบนการ์ดสลับกับหมายเลขห้องอยู่หลายครั้งเพื่อให้แน่ใจว่าตัวเองไม่ได้มาผิดห้อง แต่ประตูมันก็ไม่ยอมเปิดเสียทีจนชายหนุ่มประหม่า

สภาพชาวต่างชาติหัวยุ่ง ๆ กับข้าวของพะรุงพะรังในโรงแรมต่างแดนคงไม่น่าชมเสียเท่าไหร่

หากดูเหมือนพระเจ้าไม่ฟังคำขอของเขาเลย

“ให้ผมช่วยมั้ยครับ ?” เสียงทุ้มของคนแปลกหน้าดังขึ้น สำเนียงอย่างเจ้าของภาษาทำให้เจมส์โล่งใจนิดหน่อยด้วยถ้าประตูห้องของเขามีปัญหา เขาก็ยัง(น่าจะ)มีเพื่อน

แค่เพียงหันไปตามต้นเสียง เจมส์ก็รู้สึกคล้ายกับพื้นด้านล่างหายไป หัวใจวูบโหวง ชายหนุ่มลอบกลืนน้ำลาย

“คะ ครับ” เขาส่งกุญแจห้องให้คนแปลกหน้า อีกฝ่ายรับมาแล้วยกมันส่องกับแสงไฟ หมุนกลับด้านอยู่สองสามก่อนจะทาบแปะมันกับเซนเซอร์ประตู

ติ๊ด ประตูห้องส่งเสียงดังชัด คนแปลกหน้ากดก้านโยกลูกบิดเปิดห้องให้ทันที เจ้าของเรือนผมสีน้ำตาลเข้มหันกลับมายิ้มให้

“ได้แล้วครับ ผมว่ามันน่าจะเป็นเพราะคุณแตะไม่ถูกจุดน่ะ”

“ครับ ขอบคุณครับ” เจมส์ก้มหน้าก้มตารับการ์ดคืน ลนลานลากกระเป๋าเดินทางตามตัวเองเข้ามาในห้อง

“คุณเอาด้านซ้ายของตัวเลขเสียบกับไฟนะครับ” อีกฝ่ายตะโกนแทรกมาก่อนประตูจะปิดลง เจมส์รับคำเร็ว ๆ ปิดท้ายด้วยคำขอบคุณอีกครั้ง

ฝ่ามือชื้นเหงื่อจับการ์ดสั่น ๆ เสียบมันลงกับช่องไฟตามที่ได้ฟังมา ไฟนีออนสีขาวในห้องสว่างวาบ เจมส์พ่นลมหายใจยาวเหยียดอย่างหวั่นใจ

เขารู้อยู่ว่าโลกกลม แต่เขาไม่คิดว่ามันจะกลมได้เพียงนี้

ดวงตาคู่สวยฉายแววหวั่นไหว

สตีฟ โรเจอร์สมาทำอะไรที่นี่กัน แล้วทำไมถึงทำราวกับว่าจำเขาไม่ได้

เจมส์ลอบส่องตาแมว ดูเหมือนตัวปัญหาของเขาจะเดินไปไกลเสียแล้ว


---------------------------------------------------------------------------------

0 ความคิดเห็น