ฟิค Stucky งาน #SSparty2017

ตอนที่ 3 : ตัวอย่างฟิค Stucky - Angel with a shotgun

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 76
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    8 ก.ค. 60

I don't care if heaven won't take me back.

I'll throw away my faith, babe, just to keep you safe.

ข้าไม่สนใจหรอกหากสวรรค์จะปล่อยข้าไว้เบื้องล่าง

ข้าละทิ้งแล้วซึ่งศรัทธาเพื่อปกป้องเจ้า ที่รัก…

 

               สายลมยามค่ำคืนพัดหวิวพาระฆังสีทองซีดบนยอดหอระฆังข้างโบสถ์ส่งเสียงดังท่ามกลางความเงียบงันของชุมชนเล็ก ๆ ที่กำลังหลับใหล พระจันทร์คืนนี้เต็มดวง อวดแสงนวลกลบแสงระยิบระยับของหมู่ดาวจนสิ้น

               พลันประตูโบสถ์ถูกกระชากเปิดออกอย่างรุนแรง ร่างสูงกำยำภายใต้เสื้อคลุมสีดำสนิทสะดุ้งน้อย ๆ เงยหน้าจากพระคัมภีร์บนโต๊ะขึ้นมองผู้บุกรุกในยามวิกาล

               “คุณพ่อขอรับ” ชายผู้ดำรงตำแหน่งผู้ใหญ่บ้านเอ่ยเรียกเสียงสั่น ใบหน้าชราซีดเผือดปรากฏรอยยิ้มเหี่ยวย่น เหงื่อกาฬผุดซึมไหลตามโครงหน้าและลำคอ “เรา...เราจับแวมไพร์ได้แล้วขอรับ”

               บาทหลวงอายุยังน้อยลุกพรวด คิ้วเข้มมุ่นเข้าหากัน ขายาวสองข้างก้าวฉับจนชายเสื้อคลุมพลิ้วไหว

               หนึ่งเดือนมาแล้วนับตั้งแต่พบร่างไร้วิญญาณของลูกชายผู้ใหญ่บ้านอยู่ในห้องพักของตนเอง ไร้ร่องรอยการต่อสู้ การขัดขืน ไร้บาดแผลราวกับพระผู้เป็นเจ้าพาเขากลับไปเฉย ๆ เกิดเป็นปริศนาให้ตำรวจท้องถิ่นได้ขบคิด หากคดีเก่ายังไม่ทันปิดลง ก็มีคนพบศพเจ้าของร้านบาร์ในร้านของตัวเอง เช่นเดียวกัน ชายหนุ่มวัยสามสิบนอนพับอยู่บนโต๊ะซึ่งเอาไว้รองรับลูกค้า ไม่มีหลักฐานใดบ่งชี้ว่าเขาโดนใครหรืออะไรทำร้าย

               ด้วยความพยายามเชื่อมโยงทั้งสองคดี ในที่สุดตำรวจก็พบว่าคนทั้งคู่เสียชีวิตเนื่องจากเสียเลือดมาก

               บาดแผลเล็ก ๆ ตรงต้นคอดูคล้ายกับรอยเขี้ยวยิ่งทำให้ชาวบ้านหวาดผวา

               “หมายความว่าอย่างไร”

               ในฐานะข้ารับใช้แห่งพระเป็นเจ้า มันเป็นหน้าที่ของเขาที่จะคุ้มครองดูแลลูกแกะทั้งหลาย

               ผู้ใหญ่บ้านไม่ตอบ หากเขาถอยหลังหลบฉาก ร่างของใครคนหนึ่งถูกผลักเข้ามาภายในตัวโบสถ์ มือทั้งสองข้างถูกมัดด้วยสายสิญจน์ ท่าทีดูไม่ทุกข์ร้อนแม้เพียงนิดเดียว

               แวมไพร์เหยียดยิ้ม หลุบตามองตั้งแต่ปลายเท้าของบาทหลวงไล้ขึ้นอย่างเสียมารยาท

               ดวงตาสีดั่งน้ำทะเลฉายแววยั่วเย้า ริมฝีปากอิ่มเหยียดยิ้ม เรือนผมสีน้ำตาลเข้มยาวประบ่าขับผิวขาวซีดกว่าคนทั่วไปให้เด่นชัด

               “Ce mai faci?” ภาษาต่างถิ่นถูกขับออกจากเรียวปากคู่นั้น หากพอไม่ได้คำตอบ คนโดนจับกุมก็แสร้งถอนหายใจ

               “เราจับมันได้ตอนที่มันกำลังจะดูดเลือดหลานชายของแซม” เจ้าของร้านขายเครื่องเทศถูกยกขึ้นมาในบทสนทนา ชายหนุ่มลูกบ้านพูดต่อ “ขออภัยคุณพ่อเป็นอย่างยิ่งที่กระทำการโดยพลการ แต่เราวางแผนจับมันเอาไว้...แล้วเราก็ทำได้จริง ๆ”

               สัญชาตญาณบางอย่างในตัวคุณพ่อเดือดพล่าน ชายหนุ่มกำมือเข้าหากันแน่นเรียกขวัญ

               “ให้พ่อคุยกับเขาหน่อย”

               “คุยหรือท่าน เหตุใดเราไม่เรียกประชุมลูกบ้านแล้วเผามั--” ผู้ใหญ่บ้านปิดปากฉับ วูบหนึ่งที่อะความาลีนคู่นั้นกร้าวแกร่งทรงอำนาจขึ้นมา “ชะ เช่นนั้น เราจะรอท่านอยู่ด้านนอก”

               ข้ารับใช้พระเป็นเจ้าพยักหน้ารับ รอให้แขกไม่ได้รับเชิญทั้งสองก้าวพ้นเขตแดนแล้วจึงปิดประตูไม้เพื่อความเป็นส่วนตัว ชายหนุ่มถอนหายใจหนักหน่วง หันกลับมาเผชิญหน้ากับปีศาจร้ายที่ตอนนี้ยืนสะบัดไม้สะบัดมือราวกับกำลังไล่อาการเมื่อยล้า สายสิญจ์ซึ่งใช้พันธนาการเมื่อครู่ขาดวิ่นลงไปกองกับพื้น

               “เจ้า...”

               “ใช่ เรารู้จักกัน” ตอบรับคำถามที่อยู่ในใจพร้อมเสียงหัวเราะหยัน แววตาวาวโรจน์อย่างนึกสนุก เล็บสีดำเยี่ยงคืนเดือนดับจิ้มลงบนอกเสื้อบาทหลวงเบา ๆ “ข้าเฝ้าตามหาเจ้า...ไม่คิดเลยว่าเราจะเจอกันอีกครั้งในสภาพแบบนี้”

               คนฟังกลืนน้ำลายเหนียวคอ ไม่รู้ว่าปีศาจตรงหน้าใช้มนตราใดเขาจึงขยับตัวไม่ได้

               “เจ้าเป็นแวมไ--”

               “ใช่ ข้าเป็น” เป็นอีกครั้งที่แวมไพร์หนุ่มตอบก่อนคำถาม เล็บยาวเกินกว่าคนทั่วไปทว่าถูกเกลารักษาอย่างดีไต่ขึ้นไปแตะปลายคาง ออกแรงเชยมันเพียงเล็กน้อย “ข้ามาทวงสัญญา”

               “สัญญา?”

               ฝ่ามือนุ่มออกแรงบีบแก้ม ดวงตาคู่สวยฉายความหงุดหงิดชัดเจน

               “เจ้ามันใจร้ายนัก ปล่อยให้ข้าใช้ชีวิตร้อยปีแต่เพียงลำพัง เท่านั้นยังมิพอ ยังกล้าลืมสัญญาของเราอีกงั้นรึ ?!” แวมไพร์หนุ่มผลักใบหน้าหล่อเหลาออก ถอนหายใจระบายเพลิงโทสะ “ไอ้เรารึก็รักษาสัตย์เป็นอย่างดี เฝ้าตามหาเจ้า ยอมเสี่ยงชีวิตให้มนุษย์งี่เง่าพวกนั้นจับตัวได้ง่าย ๆ เพื่อมาพบเจ้า”

               “ข้าไม่เข้าใจ”

               “อ๋อใช่...” อีกฝ่ายกลอกตา “เพราะเจ้าเกิดใหม่ ส่วนข้ายังเป็นแวมไพร์โง่เง่าตัวเดิม”

               “...”

               แวมไพร์หนุ่มยิ้มโชว์เขี้ยว กระชากคอเสื้อให้เปิดกว้าง โน้มใบหน้าเข้าไปใกล้ กระซิบเสียงแผ่ว

               “ข้าจะทำให้เจ้าจำเรื่องของเราได้เดี๋ยวนี้แหละ สตีฟ


-----------------------------------------------------------------------------------------------------

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

0 ความคิดเห็น