[ #MINNO ] MAD DOG ¦ True Alpha x Pure Omega

ตอนที่ 9 : Mad Dog : Chapter 8

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 7,392
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 999 ครั้ง
    7 ธ.ค. 62

 

Note : เพิร์ซ ริชมอนด์ = คิม จงอิน

 

 

อุณหภูมิที่ลดต่ำลงในช่วงเวลากลางคืนบวกกับสายลมที่พัดพาเอาอากาศเย็นเข้ามาภายในห้อง จนทำให้คนตัวเล็กนั้นห่อตัวเข้าหากัน แสงไฟอันน้อยนิดจากโคมไฟยังพอจะให้ความสว่าง จนทำให้คุณหนูเยลเวอร์ตันสามารถมองเห็นใบหน้าของแมดส์ได้อย่างชัดเจน แค่เพียงดวงตาดุคมที่ฉายแววเรียบนิ่ง ไม่ต้องเดาก็พอจะรู้ว่าอีกฝ่ายกำลังแสดงสีหน้าเช่นไรภายใต้ผ้าที่ปิดใบหน้าไปเกินครึ่งหนึ่ง

“นายรู้ตั้งแต่แรกแล้วใช่ไหมว่าพวกเขาเรียกตัวเรามาที่นี่เพื่ออะไร..”

เธียร์ควรจะเอะใจตั้งแต่ประโยคกำกวมของไทเลอร์แล้วด้วยซ้ำก่อนที่จะออกมาจากที่นั่น

“ใครบ้างที่ไม่รู้..”

แค่เพียงคำตอบของแมดส์ก็ทำให้เธียร์ยิ่งกอดอีกฝ่ายแน่นมากขึ้น จนทรูอัลฟ่าหนุ่มเองก็รู้สึกได้ถึงแรงกอดรัดที่ช่วงเอวของตัวเอง พอ ๆ กับที่รับรู้ถึงความเปียกชื้นบริเวณอกของตัวเอง

แม้แต่พี่ก็ด้วยหรือ…

“เราไม่น่าหลงดีใจไปกับความหวังลม ๆ แล้ง ๆ พวกนั้นเลย”

ความหวังที่พยายามหลอกตัวเองว่าจะมีสักวันหนึ่งที่คนในครอบครัวจะสนใจ สุดท้ายแล้วมันก็ยังคงเป็นได้แค่ความหวังที่ไม่อาจเป็นจริง

“มันไม่ผิดที่คุณหนูจะหวัง แต่มันผิดที่คุณหนูคาดหวังกับสิ่งที่รู้อยู่แก่ใจว่าไม่มีทางเป็นไปได้ต่างหาก”

“แต่นายก็เป็นความหวังที่เราเลือกถูก..” มือนิ่มของคนที่ไม่เคยทำอะไรหนัก ทาบทับลงบนหลังฝ่ามือสีเข้มที่กำลังไล่ปลายนิ้วเกลี่ยคราบน้ำตาของตัวเอง “เพราะอย่างน้อยนายก็ไม่ผิดสัญญากับเรา”

ปลายนิ้วของไทเลอร์หยุดไล้แก้วขาวนวลของเยลเวอร์ตัน ก่อนริมฝีปากหยักจะคลี่ยิ้มุมปากที่ทำให้เพียวโอเมก้าเริ่มสับสนในความมั่นใจของตัวเอง

“มั่นใจให้ได้แบบนี้ตลอดล่ะคุณหนู”

ไม่เคยมีครั้งไหนที่รอยยิ้มของ แมดส์ ไทเลอร์ จะทำให้ เธียร์ เยลเวอร์ตัน ไม่รู้สึกถึงความอันตราย

ความช่วยเหลือที่ทำตามเพียงแค่หน้าที่ของไทเลอร์ ไม่สามารถระบุได้ว่าคน ๆ นี้จะดีจะร้ายกับตัวของเขาในตอนไหน ความไม่สามารถคาดเดาดั่งเช่นคลื่นใต้น้ำมันยังคงน่ากลัวอยู่เสมอ

“ต่อให้เป็นแค่เพราะหน้าที่ มันก็ดีแค่ไหนแล้ว”

ช่างเป็นประโยคที่ขัดกับความรู้สึกของเธียร์ในตอนนี้ลิบลับ คำว่าหน้าที่มันกำลังตอกย้ำว่าแท้จริงแล้วการกระทำของไทเลอร์นั้นยังคงเป็นแค่เพียงข้อแลกเปลี่ยนที่ตกลงไว้กับพี่ชายของตนเอง

“แต่มันคงไม่ใช่วันนี้ที่คุณหนูจะได้ออกไปจากที่นี่”

“พาเราออกไปตอนนี้เลยไม่ได้หรือ…” เธียร์ไม่เข้าใจว่าไทเลอร์กำลังรอเวลาอะไร ในเมื่อเวลาของเธียร์นั้นมีเหลือเพียงแค่ไม่กี่วันเท่านั้น

“ออกไปตอนนี้มันก็ไม่สนุกน่ะสิ”

ไทเลอร์อาจจะกำลังนึกสนุกแต่สำหรับเธียร์แล้วมันไม่ใช่เลยสักนิด เขาที่ไม่รู้ว่าโชคชะตาชีวิตข้างหน้าของตัวเองจะเป็นเช่นไร

“แล้วเราต้องรออีกสักเท่าไหร่..” เธียร์ไม่อยากแม้แต่จะเจอหน้าใครอีก แค่ตอนที่เขาเดินออกมาจากห้องของคนเป็นพ่อ ท่ามกลางสายตาของทุกคนที่จับจ้องราวกับเขาเป็นตัวประหลาด “เราทนรับมันไม่ไหวแล้วไทเลอร์…” หยาดน้ำตาที่เอ่อล้นบนดวงตาคู่สวยร่วงหล่นลงมาอีกครั้ง ก่อนที่จะถูกเช็ดออกด้วยปลายนิ้วของทรูอัลฟ่าหนุ่มตรงหน้า

เพียงแค่ปลายนิ้วที่สัมผัสผิวแก้มขาวพร้อมกับน้ำตาที่ถูกเช็ดออกด้วยแรงที่แม้จะไม่ได้เบามือ แต่ก็นับว่าอ่อนโยนที่สุดเท่าที่คนอย่าง แมดส์ ไทเลอร์ จะแสดงมันออกมาได้

เจ้าของกลุ่มผมสีเข้มได้แต่ยืนนิ่งด้วยความตกใจกับการกระทำของไทเลอร์ ดวงตาสีน้ำตาลไหม้ยังคงสั่นไหวยามที่จ้องมองใบหน้าของทรูอัลฟ่าหนุ่ม ไม่แพ้กับหัวใจของเจ้าตัวที่กำลังเต้นถี่ระรัวอย่างไม่อาจห้ามได้

ไม่ใช่ว่าเธียร์ไม่เคยถูกปฏิบัติเช่นนี้.. ไทเลอร์ไม่ใช่คนแรกที่เช็ดน้ำตาให้เธียร์

แต่ แมดส์ ไทเลอร์ คือคนแรกที่ทำให้เพียวโอเมก้าตระกูลเยลเวอร์ตันรู้สึกเหมือนมีผีเสื้อบินอยู่ในท้องของตัวเอง ความรู้สึกประหลาดที่ไม่อาจหาคำตอบได้ว่าเกิดจากอะไร มันช่างทำให้เธียร์นั้นแสนสับสนสิ้นดี

“อดทนอีกแค่เพียงนิดเดียว..”

“เราจะเชื่อนาย..” เธียร์ยอมกลืนก้อนสะอื้นที่ตีขึ้นมาจุกบริเวณลำคอลงไป ก่อนที่จะพยักหน้ารับคำของเจ้าของผิวเข้ม

“ทำตัวให้ปกติเข้าไว้ มันจะดีต่อตัวคุณหนูที่สุด”

“….”

“เมื่อไหร่ที่ฮาร์เดนเจอร์สว่างไสวมากที่สุด เมื่อนั้นจะเป็นช่วงเวลาที่คุณหนูได้รับอิสระ”

ปลายจมูกโด่งของคนผิวขาวรับรู้ถึงสัมผัสร้อนจากการถูกแตะสัมผัสผ่าน ๆ จากริมฝีปากของคนตัวสูงกว่าซึ่งมีผ้าสีเข้มปิดบังอยู่เกือบครึ่งหน้า ลมหายใจร้อนที่รินรดบนผิวแก้มเพียงแค่ผืนผ้ากั้นแทบจะไม่แตกต่างจากการไม่มีอะไรเป็นตัวคั่นกลางสักนิด

เธียร์ เยลเวอร์ตัน ไม่แม้แต่จะกล้าเงยหน้าขึ้นไปสบสายตากับไทเลอร์เลยด้วยซ้ำ เพราะเพียงแค่ก้มหน้าหลบตาอยู่เช่นนี้ เจ้าตัวก็ยังสามารถรับรู้ได้ถึงสายตาของไทเลอร์ที่ยังคงจ้องมองตัวเองอยู่อย่างไม่วางตา

“เราไม่เข้าใจ..”

และเพียวโอเมก้าตัวขาวเองก็คงไม่มีวันได้เห็นแววตาของ แมดส์ ไทเลอร์ ที่มีประกายบางอย่างอยู่ในดวงตา และรอยยิ้มกว้างที่เหยียดยิ้มออกมานับครั้งได้

“เยลเวอร์ตันจะต้องชดใช้ให้คุณหนู”

ชดใช้ให้สาสมเท่ากับสิ่งที่ทำกับเลือดเนื้อเชื้อไขของตัวเองอย่างเลือดเย็น

 

 

 

“เธอออกไปก่อน...”

น้ำเสียงทุ้มต่ำของคนที่มีอำนาจเป็นเจ้านายเอ่ยบอกโอเมก้าคนสนิทของคุณหนูเยลเวอร์ตัน โดยไม่ลืมที่จะใช้สายตากดดันให้เจ้าหล่อนนั้นยอมถอยแต่โดยดี

“เกรงว่าคงจะเป็นแบบนั้นไม่ได้” เจ้าหล่อนยืนยันเสียงแข็ง โดยที่ยังยืนกรานไม่ยอมถอยห่างออกจากประตูห้องของคุณหนูเยลเวอร์ตัน

“ฉันมีธุระต้องคุยกับเธียร์” คุณชายเลนนิกซ์เอ่ยเสียงเรียบ ก่อนจะกลอกตาไปมาด้วยความเบื่อหน่ายเมื่อเห็นว่าคนสนิทของญาติผู้พี่นั้นช่างดื้อด้านเหลือทน

“คุณหนูยังไม่ตื่น หากคุณชายเข้าไปตอนนี้ก็คงจะเป็นการรบกวน” เอนยาว่า

“เธียร์ไม่ใช่คนตื่นสาย” เอ็ดมันด์รู้ดีว่าเธียร์เป็นเช่นไร คนอย่างญาติผู้พี่ไม่มีทางเสียหรอกที่จะตื่นสายเช่นนี้

“ถึงอย่างนั้นมันก็คงไม่เหมาะสมอยู่ดี ความสัมพันธ์ระหว่างคุณชายกับคุณหนูมันไม่ได้เหมือนเมื่อก่อน”

“ไม่ต้องมาสอนฉัน” เอ็ดมันด์ เลนนิกซ์ เอ่ยเสียงเข้มก่อนที่จะถอยหลังไปหยุดยืนอยู่ด้านหลัง และปล่อยให้คนสนิทของตัวเองนั้นจัดการกับโอเมก้าตรงหน้าให้พ้นทาง “จะวิ่งไปบอกคุณชายเยลเวอร์ตันก็ได้นะ..”

คุณชายเลนนิกซ์นั้นแสนเอาแต่ใจแค่ไหน ใครกันจะไม่รู้เรื่องนี้ ยิ่งเติบโตขึ้นมาก็ยิ่งทำให้เอ็ดมันด์ไม่แม้แต่จะสนใจใครหน้าไหนทั้งนั้น เด็กหนุ่มที่กำลังเลือดร้อนยังคงไม่สามารถจัดการกับความเปลี่ยนแปลงของตัวเองได้ดีพอ

“ถ้ายังมีความเห็นใจให้คุณหนู คุณชายก็ควรจะคิดได้นะคะว่าสิ่งที่กำลังจะทำมันไม่ได้ช่วยให้อะไรดีขึ้น”

“ฉันไม่ได้ขอความเห็นจากเธอ”

เจ้าของกลุ่มผมสีสว่างกระตุกยิ้มเย็นให้โอเมก้าสาวที่ถูกกันให้ออกห่างจากบริเวณหน้าประตูห้อง ก่อนที่ฝ่ามือใหญ่ของเจ้าตัวจะผลักบานประตูบานสวยเพื่อเข้าไปยังในห้องของญาติผู้พี่

ภายในห้องนอนขนาดใหญ่ ย่อมแบ่งเป็นสัดส่วนอย่างชัดเจน จนทำให้ต้องเดินผ่านห้องต่าง ๆ ก่อนจะเข้าไปถึงบริเวณห้องนอนหลัก กลิ่นหอมอ่อน ๆ ของเธียร์ยังคงลอยเจือจางผสมไปกับอากาศที่ถ่ายเทในห้อง แต่ที่ทำให้คุณชายเลนนิกซ์ถึงกับขมวดคิ้วเข้าหากันก็คงหนีไม่พ้นกลิ่นหอมเข้มที่ผสมปนเปอยู่ในห้องนี่มากกว่า

ไม่มีทางที่กลิ่นหอมนี่จะเป็นของคุณชายเยลเวอร์ตัน แล้วมันจะเป็นกลิ่นของใครกัน?

“เธียร์”

คนที่ยังคงนั่งเหม่อมองออกไปทางด้านนอกหน้าต่างสะดุ้งหยง เมื่อไห้ยินเสียงเรียกของคุณชายเลนนิกซ์ ท่าทางตื่นตระหนกที่ฉายชัดผ่านดวงตาสั่นไหวและร่างกายที่สั่นเทาในทันตา ยามที่คนตัวขาวหันมาสบตากับญาติผู้น้อง

“อย่าเข้ามานะเอ็ด..”

เพียวโอเมก้าตัวขาวพยายามควบคุมเสียงของตัวเองให้เป็นปกติมากที่สุด ก่อนจะก้าวถอยหนีคนที่พยายามเดินเข้ามาใกล้ตัวเอง ใบหน้าของอัลฟ่าหนุ่มผู้เป็นญาติผู้น้องดูคมเข้มขึ้นมากกว่าเดิม เมื่ออีกฝ่ายเติบโตขึ้นเรื่อย ๆ ผิดกับเธียร์ที่ยังคงดูจิ้มลิ้มและน่ารัก แม้จะมีอายุที่มากกว่าเอ็ดมันด์

“ฉันแค่อยากจะคุยด้วยก็เท่านั้น” เอ็ดมันด์ยอมหยุดเดินเมื่อเห็นท่าทางที่ไม่ค่อยจะดีของญาติผู้พี่

“นายควรออกไปซะ ก่อนที่จะมีใครมาเห็นเข้า” หากมีใครรู้เข้า คนที่จะมีความผิดมากที่สุดก็คงไม่พ้นเป็นตัวคุณหนูเยลเวอร์ตัน

“จะมีใครหน้าไหนกล้าเข้ามายุ่ง” คนอายุน้อยกว่าว่าเสียงเข้ม พลางยกแขนขึ้นกอดอกตัวเองนิ่ง ๆ “นอกเสียจากนายจะเป็นอนุญาตให้ใครเข้ามาต่างหากล่ะเธียร์”

“….”

“ตอบฉันมาว่ากลิ่นใคร?”

เธียร์ เยลเวอร์ตัน ลอบกลืนน้ำลายอึกใหญ่ลงไปในลำคอที่แห้งผากของตัวเอง สายตากดดันที่เอ็ดมันด์ใช้จ้องมองกันในตอนนี้มันกำลังทำให้เธียร์รู้สึกอึดอัด กลิ่นหอมประจำตัวของเอ็ดมันด์ที่ถูกปล่อยออกมาหมายจะกลบกลิ่นของ แมดส์ ไทเลอร์ ที่อยู่ในห้อง ย่อมทำให้เธียร์รู้สึกถึงความไม่ปลอดภัย จากที่ตอนแรกนั้นรู้สึกสบายใจเสียด้วยซ้ำเมื่อยังมีกลิ่นของคู่แห่งโชคชะตา

“กะ กลิ่นอะไรของนาย” คนตัวขาวยังคงไม่ยอมรับ

“บอกฉันมาว่ามันเป็นใคร”

เอ็ดมันด์ใช้จังหวะที่เธียร์กำลังตกใจกับคำถามของตัวเอง แล้วขยับตัวเข้ามาประชิดกับคนตัวเล็กกว่าที่ยังคงไม่ระวังตัวเช่นเคย มือใหญ่ของอัลฟ่าหนุ่มตระกูลเลนนิกซ์คว้าหมับเข้าที่ข้อแขนเล็กไว้ได้อย่างง่ายดาย จะด้วยขนาดร่างกายที่แตกต่างที่ทำให้เอ็ดมันด์ได้เปรียบก็ย่อมใช่ ในขณะที่เพียวโอเมก้าตัวขาวนั้นเบิกตากว้างจนแทบถลนเพราะความตกใจ

“ปล่อย!” เสียงน่าฟังของเธียร์ที่ดังขึ้นมากกว่าปกติ ไม่ได้ทำให้เลนนิกซ์สนใจแต่อย่างใด

“มันเป็นใคร..” เอ็ดมันด์ยังคงใช้น้ำเสียงทุ้มต่ำของตัวเองถามย้ำกับอีกฝ่าย แต่ทว่าข้อมือเล็กของคนตัวขาวก็ยังคงพยายามที่จะบิดออกจากฝ่ามือใหญ่ โดยไม่สนใจเลยสักนิดว่ามันจะสร้างความเจ็บปวดให้กับตัวเองมากแค่ไหน

เมื่อเพียวโอเมก้าตัวขาวยังคงเอาแต่หลับตาแน่นและตัวสั่นเทาเป็นลูกนก ก็ทำให้เอ็ดมันด์รู้สึกหงุดหงิดมากขึ้นกว่าเดิมเป็นเท่าตัว แต่เมื่อเห็นว่าญาติผู้พี่นั้นหวาดกลัวจนร้องไห้ออกมาก็สามารถทำให้คุณชายเลนนิกซ์พ่นลมหายใจหนัก ๆ ออกมา ก่อนที่วงแขนกว้างจะดึงตัวของเธียร์เข้าไปกอดแน่นจนตัวของเพียวโอเมก้านั้นหายเข้าไปจมอก

“ฮึก..”

“ฉันจะไม่ถามซ้ำเป็นครั้งที่สามนะเธียร์..” เลนนิกซ์เอ่ยเตือนคนที่ดิ้นขลุกขลักอยู่ในอ้อมกอดของตัวเอง

“มะ มัน ไม่ใช่เรื่องของนาย อึก ปล่อย!” เธียร์ยังคงขัดขืนไม่เลิก

“คิดว่าจะล่าตัวมันไม่ได้หรือ..”

“อะ อย่ายุ่งกับเขา”

เพียงแค่นั้นก็ทำให้เอ็ดมันด์กระตุกยิ้มร้ายออกมาในทันที ไอ้คนที่ตั้งใจทิ้งกลิ่นไว้ในห้องก็คงจะใจกล้าน่าดู ถึงได้ไม่เกรงกลัวว่าจะมีใครได้รับรู้ อีกทั้งยังจงใจทิ้งกลิ่นหอมเข้มไว้บนร่างกายของเธียร์เสียด้วย

“มีความรักหรือ?” เอ็ดมันด์เชยใบหน้าของคนในอ้อมกอดตัวเองขึ้น จนทำให้เห็นใบหน้าน่ารักได้อย่างชัดเจน

“มะ ไม่..”

เธียร์ไม่รู้ว่าตัวเองควรจะตอบคำถามเอ็ดมันด์เช่นไร และเขาก็ไม่คาดคิดด้วยซ้ำว่าจะมีใครได้กลิ่นของแมดส์

“ยังโกหกไม่เก่งเหมือนเคย” ญาติผู้พี่เคยนิสัยเป็นเช่นไรก็ยังคงเป็นเช่นนั้นเหมือนเคย แววตาที่ไม่เคยโกหก และการกระทำที่สวนทางกับคำตอบมันฉายชัดเสียเหลือเกิน “แต่ลืมไปหรือเปล่าว่าอีกไม่กี่วันข้างหน้า นายจะต้องแต่งงานกับใคร..”

“!!!”

“ฉันไม่คิดว่า เพิร์ซ ริชมอนด์ จะปล่อยนายไปง่าย ๆ หรอกนะเธียร์”

คนตัวขาวดูสะอึกไปไม่น้อยเมื่อได้ยินเช่นนั้น...

“แต่ตอนนี้คนที่ควรปล่อยเธียร์มากที่สุดก็คือนาย”

เสียงของผู้มาใหม่ทำให้คุณชายเลนนิกซ์หัวเราะในลำคอด้วยความเจ็บใจ ถือว่าคนสนิทของเธียร์นั้นรวดเร็วใช้ได้อยู่เหมือนกัน เพราะไม่อย่างนั้น ดีแลนด์ เยลเวอร์ตัน ก็คงไม่เข้ามาในจังหวะที่เจ้าตัวกำลังเค้นคอถามคุณหนูเยลเวอร์ตันแน่นอน

“ขัดจังหวะจริง ๆ” เอ็ดมันด์ตั้งใจพูดให้พี่ชายของคนในอ้อมกอดได้ยิน ก่อนที่เจ้าตัวจะยอมปล่อยเธียร์ ก่อนที่คนตัวขาวนั้นจะรีบวิ่งไปหลบทางด้านหลังพี่ชายของตัวเอง

“ออกไปจากห้องนี้ซะ ก่อนที่ฉันจะให้คนมาลากตัวแกออกไป” เพียงแค่ดีแลนด์คลาดสายตาเธียร์ในเวลาชั่วครู่ เลนนิกซ์ก็กลับใช้ช่องว่างนี้บุกรุกเข้ามาหาเธียร์จนได้

“พี่ก็มีสิทธิ์หวงเธียร์ได้แค่ตอนนี้เท่านั้นล่ะ” เอ็ดมันด์ยังคงยอกย้อนคุณชายเยลเวอร์ตันที่กางปีกปกป้องน้องชายตัวเอง ไม่ต่างจากแม่นกที่คอยปกป้องลูกนกตัวน้อย

คิดไม่ออกเลยจริง ๆ ว่าถ้าปีกของมันถูกหัก มันจะเอาอะไรไปปกป้องลูกของตัวเองได้

“เลนนิกซ์..”

“คิดดูดี ๆ แล้วกันว่าสิ่งที่พี่ทำ มันคุ้มแล้วหรือกับผลที่จะตามมา”

ดีแลนด์ เยลเวอร์ตัน ยังคงยืนกำมือแน่นจนเล็บของเจ้าตัวนั้นจิกเข้าหาฝ่ามือตัวเองจนได้เลือด รอยยิ้มเย็นของเอ็ดมันด์กำลังทำให้ร่างสูงโปร่งรู้สึกชาไปทั้งตัวไม่น้อย

ไอ้เด็กไม่สิ้นกลิ่นน้ำนม

 

 

 

เมื่อทั้งห้องหลงเหลือแค่เพียงพี่น้องตระกูลเยลเวอร์ตันที่ยืนกอดกัน ย่อมทำให้เอนยาที่ยืนมองอยู่เงียบ ๆ นั้นเลี่ยงออกมาอยู่ด้านนอก เพื่อให้ความเป็นส่วนตัวแก่ทั้งคู่

“ร้องไห้จนตาช้ำไปหมดแล้วนะเธียร์”

มันจะมีสักวันไหมที่ดีแลนด์จะได้เห็นใบหน้าน้องชายของตัวเองเต็มไปด้วยคราบน้ำตา ยิ่งเห็นมันก็ยิ่งตอกย้ำว่าน้องชายผู้เป็นที่รักนั้นบอบช้ำมากแค่ไหน

“น้องขอโทษ..”

“มีอะไรที่น้องยังไม่ได้บอกพี่อีกหรือเปล่า” ดีแลนด์ เยลเวอร์ตัน ได้กลิ่นที่ไม่คุ้นเคยบนตัวของเธียร์อย่างชัดเจน ยิ่งเห็นความสับสนในแววตาของคนเป็นน้องก็ยิ่งทำให้เจ้าตัวมั่นใจว่าเธียร์จะต้องมีเรื่องอะไรที่ปิดบังตัวเองอยู่เป็นแน่

“ถ้าน้องบอกพี่ไป พี่สัญญากับน้องได้ไหมว่าจะฟังคำขอร้องของน้อง” มือนิ่มที่บีบฝ่ามือของคนเป็นพี่เป็นเชิงอ้อนวอน ทำให้ดีแลนด์ยอมพยักหน้ารับอย่างจำใจ

“ก็ว่ามาสิ”

“น้องเจอเขาแล้ว..” เธียร์ไม่รู้ว่ามันจะส่งผลดีกับตัวเองหรือไม่ในตอนนี้ แต่ตัวเขาเองก็ไม่อยากปิดบังพี่ชายเลยสักนิด ยิ่งรู้ว่าตัวเองจะไม่ได้อยู่ที่นี่แล้ว เขาก็ยิ่งอยากจะบอกเล่าทุกอย่างให้คนที่เป็นที่พึ่งหนึ่งเดียวในครอบครัวฟัง “เขาคนนั้นที่พี่เคยบอกว่าจะเห็นคุณค่าของเรา”

“น้องกำลังพูดถึงเรื่องอะไร” ดีแลนด์ไม่ใช่คนโง่ แต่เขาแค่ไม่ได้เตรียมใจที่จะมารับรู้เรื่องราวพวกนี้ “พี่ไม่ตลกกับน้องหรอกนะ”

“คู่แห่งโชคชะตา..”

แต่แล้วทำไม เธียร์ เยลเวอร์ตัน ถึงได้ดูโศกเศร้าเหลือเกินเมื่อยามที่พูดถึงคู่แห่งโชคชะตาของตัวเอง

“ใครกัน..” คนเป็นพี่แทบจะหาเสียงของตัวเองไม่เจอ มือขาวที่ไม่แพ้กันกับคนเป็นน้องแตะสัมผัสที่ไหล่เล็กของคนเป็นน้องซึ่งเริ่มสั่นเทา ยามที่เจ้าตัวนั้นก้มหน้าหนีสายตาคนเป็นพี่

เช่นนั้นแล้วกลิ่นประหลาดที่ติดอยู่บนร่างกายของเธียร์ ก็คงหนีไม่พ้นกลิ่นของคู่แห่งโชคชะตา..

“เขาคือคนที่พี่ส่งไปให้ดูแลน้อง…”

เธียร์เงยหน้าขึ้นมองคนเป็นพี่ด้วยความรู้สึกหวาดกลัวไม่น้อย ยิ่งเห็นแววตาที่แข็งกร้าวของคนเป็นพี่ และมือที่เผลอบีบเข้าที่ไหล่ของตัวเองทั้งที่มือนั้นสั่นเทาไม่แพ้ตัวของเธียร์เอง

“ไทเลอร์งั้นหรือ..”

“เป็นเขาจริง ๆ”

ดีแลนด์ เยลเวอร์ตัน แทบจะล้มทั้งยืนอยู่ตรงนั้น โชคชะตาทำไมถึงได้เล่นตลกกับชีวิตพวกเขาสองคนพี่น้องถึงขนาดนี้ เหตุผลที่เลือก แมดส์ ไทเลอร์ ก็เพราะมันเป็นทางเลือกเดียวที่เขาจะสามารถช่วยเหลือน้องชายตัวเองได้ แต่ใครเล่าจะคิดว่าการตัดสินใจเลือกในครั้งนี้จะสร้างผลกระทบอันมหาศาลให้กับชีวิตของเธียร์

แมดส์ ไทเลอร์ เหมาะกับการเป็นแค่เพียงผู้ดูแล ไม่ใช่คู่แห่งโชคชะตาของเธียร์

ดีแลนด์ เยลเวอร์ตัน ไม่สามารถยอมรับได้จริง ๆ ว่าบุคคลอันตรายคนนี้จะสามารถเป็นคู่ชีวิตของน้องชายตัวเองได้ เพราะนอกจากจะสร้างปัญหาอันใหญ่หลวงแล้ว ไทเลอร์เองก็ไม่ใช่คนที่จะสามารถไว้ใจได้มากพอ

“แสดงว่ารู้มาตั้งแต่แรก..”

“น้องก็พึ่งรู้ตัว”

สัญชาตญาณของอัลฟ่าที่ดีเยี่ยมเป็นที่หนึ่งคงปฏิเสธไม่ได้ว่าแมดส์เองก็น่าจะรู้ตั้งแต่ครั้งแรกที่พบเจอกับเธียร์ หากเป็นเช่นนี้แล้วดีแลนด์จะไว้ใจไทเลอร์ได้อย่างไรกัน

แผนการที่ถูกเตรียมการมาไว้แล้วล่วงหน้าเพื่อช่วยเหลือเธียร์จะต้องล้มเลิกเพียงเพราะเหตุผลนี้อย่างนั้นหรือ?

ทั้งที่ใจของดีแลนด์ในตอนนี้กำลังร้อนรนมากแค่ไหน แต่เขาก็ไม่อาจเอาความรู้สึกของตัวเองมาหักล้างกับสิ่งที่ตั้งใจไว้ได้ หากเป็นคู่แห่งโชคชะตานั่นก็หมายความว่าเขาเองจะต้องยอมให้น้องชายของตัวเองใช้ชีวิตอยู่กับคนเช่นนั้นจริงหรือ…

แมดส์ ไทเลอร์ ไม่ใช่คนที่ไม่น่าไว้ใจเลยสักนิด

“ไทเลอร์ได้ทำอะไรน้องหรือเปล่า..”

เจ้าของกลุ่มผมสีเข้มส่ายหน้าไปมาช้า ๆ ในขณะที่ยังยกยิ้มให้กับพี่ชายของตัวเอง

“เขาไม่ได้ทำอะไรน้อง.. แต่ก็ใช่ว่าจะดีไปเสียทุกเรื่อง” ประโยคหลังนั้นเธียร์เอ่ยออกมาเสียงเบาหวิวจากความรู้สึกที่แท้จริงของตัวเอง “เขาทำตามหน้าที่อย่างที่พี่สั่งทุกอย่าง…”

“ถ้าพี่รู้เรื่องนี้ตั้งแต่แรก พี่จะไม่มีทางส่งไทเลอร์ไปอยู่กับน้อง”

“พี่อย่าห่วงไปเลย ยังไงเสียน้องกับเขาก็ไม่มีทางเป็นแบบนั้นได้..”

“หลอกตัวเองอยู่หรือเธียร์” ดีแลนด์ว่า พลางลูบผมน้องชายที่ชี้ฟูขึ้นมานิด ๆ หลังจากที่เจ้าตัวผละออกจากอ้อมกอดของตัวเอง

“คนแบบเขาจะรักคนอื่นเป็นได้อย่างไร..”

แววตาที่เจ็บปวดยามพูดถึงใครอีกคน มันทำให้ดีแลนด์มั่นใจมากเหลือเกินว่าคนที่รู้สึกก่อนคงหนีไม่พ้นน้องชายของตัวเอง

“ถ้าต้องเลือกระหว่างพี่กับไทเลอร์ น้องจะเชื่อใจใครมากกว่ากัน”

การตัดสินใจที่เกิดขึ้นด้วยความรวดเร็วของดีแลนด์ที่มีต้นเหตุมาจากเรื่องนี้ เจ้าตัวย่อมรู้ดีว่ามันเป็นสิ่งที่ไม่สมควรที่สุดที่ตัวเองพึงจะกระทำ

“….”

“หากเป็นเช่นนี้แล้ว คิดหรือว่าพี่จะยอมปล่อยให้น้องหนีออกไปกับคนอันตรายเช่นนั้น”

“พะ พี่จะทำอะไร” ลางสังหรณ์บางอย่างกำลังบอกเธียร์ว่ามันต้องเป็นเรื่องไม่ดีแน่นอน

“ถ้าเราสองคนหลุดออกไปจากที่นี่ได้ พี่สัญญาว่าจะไม่มีวันพาน้องกลับมาที่นี่อีก”

มันจะเป็นอะไรไปหากตระกูลเยลเวอร์ตันจะไร้ซึ่งคนสืบสกุลและทายาทในการปกครองฮาร์เดนเจอร์

“พี่ทำแบบนี้ไม่ได้ แค่นี้พี่ก็ช่วยเหลือน้องมากพอแล้ว อย่าให้น้องรู้สึกว่าตัวเองต้องทำให้พี่เดือดร้อนไปมากกว่านี้เลย”

“แล้วจะให้พี่ปล่อยน้องไปได้ยังไง!” คุณชายเยลเวอร์ตันขึ้นเสียงใส่น้องชายของตัวเองทั้งที่ดวงตาแดงก่ำไม่แพ้คนเป็นน้อง “ใครหน้าไหนมันจะรักน้องได้เท่าพี่”

“ท่านพ่อไม่มีวันปล่อยพี่ง่าย ๆ พี่ก็น่าจะรู้..” ดีแลนด์ เยลเวอร์ตัน คือทายาทลำดับหนึ่งของตระกูล หากเจ้าตัวหนีหายไปมีหรือที่คนเป็นพ่อจะไม่ไล่ล่าตามหาตัว ร่องรอยของความเครียดบนใบหน้าทำให้เธียร์อดไม่ได้ที่จะเอื้อมมือไปลูบแก้มนิ่มของคนเป็นพี่ “อย่าได้เป็นห่วงถึงความสัมพันธ์ระหว่างน้องกับเขาเลย..”

“เธียร์..”

“หากเสร็จสิ้นหน้าที่ของเขาแล้ว ไทเลอร์กับน้องก็ไม่มีเหตุจำเป็นที่จะต้องพบเจอกันอีก”

 

 

HASTAG : #maddogmn

 

 

Talk : แมดส์!! แกแอบเนียนจูบจมูกน้องเธียร์!! ก็ไม่เท่าไหร่หรอกนะนายคนนี้อะ ฮือออ ตอนแรกเราว่าจะเอาตัวละครใหม่ออกมา แต่พอเขียนแล้วดันทำให้ตอนนี้จะยาวเกินเลยขอรวบยอดเป็นตอนหน้าแล้วกันนะคะ ตอนหน้าน้องได้หนีออกจากที่นี่แน่นอน! เชื่อเรา!!

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 999 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

6,515 ความคิดเห็น

  1. #6451 Rannaree Rannaree (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 28 ธันวาคม 2563 / 13:02
    เราไม่เชื่อหรอกว่าไทเลอร์รักใครไม่เป็น อ่อนโยนลงขนาดนี้ ไม่ใช่ว่าหลงรักน้องเธียร์ไปบ้างแล้วหร้อ จุ๊บจมูกจุ๊บแก้มเลยนะ ปกติเวลาน้องกอด ยังไม่กอดกลับด้วยซ้ำ!
    #6,451
    0
  2. #6358 ParkMild (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 11 ธันวาคม 2563 / 18:04
    อยากรู้ว่าเพราะอะไรแมดส์ถึงมีนิสัยอันตรายอย่างนั้น
    #6,358
    0
  3. #6303 LILNCT23 (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 28 พฤศจิกายน 2563 / 20:05
    คู่นี้สงสารน้องมากแล้วก็แอบสงสารนายแมดส์อยู่เหมือนกันที่สร้างกำแพงขึ้นมาสูงขนาดนั้นเพราะปมในอดีตฮือออ
    #6,303
    0
  4. #6295 __0997 (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 26 พฤศจิกายน 2563 / 15:45
    ฝืนใจน้องจริงๆแหละ น้องรู้สึกไปแล้วแบบมากๆเลยด้วย ดูจากการที่เริ่มไม่ค่อยกลัว(จริงๆก็เริ่มไม่กลัวแมดส์ตั้งแต่ต้นๆแล้ว หมายถึงในฐานะอัลฟ่าอ่ะนะ แต่ถ้าในฐานะที่เป็นแมดส์ ก็คงต้องบอกว่าใครก็กลัว5555555) สงสารน้องง โดนจุ๊บจมูกก็แล้ว นายแมดส์!!!!!
    #6,295
    0
  5. #6151 jjj_jaejamje (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 13 ตุลาคม 2563 / 02:59
    แมดเเกแอบแต๊ะอั๋งลูกเราหรอ
    #6,151
    0
  6. #6121 BBbyunbua (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 7 ตุลาคม 2563 / 21:59
    ฮือออออสงสารน้องอ่ะ ชาตินี้จะได้รักกันไหมก่อนคู่นี้
    #6,121
    0
  7. #6054 babemay (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 26 กันยายน 2563 / 12:14
    ตอนต้นแชปเตอร์ก็เกือบดีแล้ว ฮือ ดูก็รู้ว่าคิดถึง ;-; แต่เศร้ากับชะตาชีวิตของพี่น้องเยลเวอร์ตันจริงๆค่ะ ขอให้ออกไปได้นะคะ ;-;
    #6,054
    0
  8. #6045 NGC224__ (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 21 กันยายน 2563 / 02:51
    หื้มมมมมนายพี่แมดส์เขาดูซอฟกว่าเรื่องที่แล้วนะคะ แงงงงงง หรือยังไม่ถึงเวลาบู๊
    #6,045
    0
  9. #5957 doraaung (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 19 สิงหาคม 2563 / 19:12
    แมดคนซึนไม่จริง แหมะ
    ชีวิตแห่งโชคชะตาจะเป็นไปอย่างดีไหมเนี่ย
    มองเห็นแต่อุปสรรค

    ขอบคุณสำหรับฟิคนะคะ ไรท์สู้ๆน๊าาา
    #5,957
    0
  10. #5928 mefallinginlovewithjeno (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 12 สิงหาคม 2563 / 20:15
    นายแมดไม่เบาเลยน้า
    #5,928
    0
  11. #5887 Oywctmw (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 7 สิงหาคม 2563 / 22:51
    อะแหนะ นายแมด
    #5,887
    0
  12. #5841 Felicia_Kirisora (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 5 สิงหาคม 2563 / 08:34
    ไม่ค่อยเลยนะตาแมดส์ ปากบอกว่าไม่รู้สึกแต่ที่มาจูบจมูกน้องคืออะไรกัน?!! แถมยังทิ้งกลิ่นไว้บนตัวเขาอีก ปากแข็งมากตาคนนี้ ส่วนเอ็ดมันส์คือไม่รู้ว่ามาดีมาร้ายหรอกแต่อยากฟาดสักที ชอบมาแกล้งน้องเธียร์นัก!!!
    #5,841
    0
  13. #5648 fararaferren (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 21 กรกฎาคม 2563 / 20:54
    นึกว่าจะแน่นะนายแม้ด สุดท้ายก็อดจะเอ็นดูน้องไม่ได้สินะ หึๆ ว่าแต่ไม่เข้าใจความต้องการของเอ็ดมันมาก เหมือนคิดเกินเลย แต่ก็เป็นญาติไม่ใช่เหรอ แต่บางทีก็เหมือนแค่อยากเห็นน้องทรมานใจเฉยๆ จะว่าหึง แต่เห็นตอนพูดถึงเพิร์สก็ไม่มีท่าที จะว่าไม่รู้สึกอะไร นังก็ไม่พอใจที่ได้กลิ่นนายแม้ด งงมากค่ะ555 ตกลงเอาไงห๊ะเลนนิกซ์
    #5,648
    0
  14. #5539 lopenav (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 12 กรกฎาคม 2563 / 20:33
    ทำไมแมดส์ละมุนขึ้นแปลกๆ555555555555 และน้องเธียร์ก็น่าสงสารขึ้นทุกตอน
    #5,539
    0
  15. #4866 MickeyHC (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2563 / 15:19
    แมดก็เอ็นดูแมวอยู่นะจริงๆแล้ว
    #4,866
    0
  16. #4834 ปงจี้ (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 1 มิถุนายน 2563 / 23:07
    แมดส์แบบ เทอเตงคะ ทำขนาดนี้ มีใจก็บอก อุนพี่แงงงงงงงงง ขอบคุณที่ยังมีดีแลนอยู่กับน้องจริงๆ รักน้องมาก ล้องงงง
    #4,834
    0
  17. #4264 ปงจี้ (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2563 / 14:52
    แมดส์ ยอมรับมาเถอะว่าเทอก๊ะแอบห่วงน้องอ่ะ🥺
    #4,264
    0
  18. #4045 nutnanbb (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 24 เมษายน 2563 / 13:06
    ฮืออยากดมไทเลอร์ ไอ่ผุ้ชายกลิ่นไม้หอม ฮือออ ดูแลน้องด้วย!!!
    #4,045
    0
  19. #3406 pplinyeol (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 8 เมษายน 2563 / 01:32
    ไม่เนียนเลยนะนายแมดส์ การกระทำสวนทางกับคำพูดมากกกกกก จุ๊บหมูกน้องทำไมมมมมมมมวอวไมแสพยวไวกทเรพวกมทเาะสวไดทเาเยะไดยเขาะ
    #3,406
    0
  20. #3340 พี่สาวน้องมาร์ค (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 29 มีนาคม 2563 / 19:29

    ยัยน้องเธียร์สู้ๆ หนีให้ได้นะลูก

    #3,340
    0
  21. #3250 Chompoo (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 28 มีนาคม 2563 / 03:42

    พี่แมดส์เธอจุ๊บจมูกน้องอะวั้ยยๆๆ

    #3,250
    0
  22. #2771 Mary Jane' (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2563 / 20:39
    ท่าทางจะงานหินเลยน้า ทั้งแมดส์ เธีย์ ดีแลนด์ หวังว่าจะไม่มีใครเสียใจไปมากกว่านี้อีกนะ
    ps. คือนายเอ็ดมันส์ชอบน้องเธียร์หรืออะไร ทำไมชอบเข้ามาวุ่นวายอยู่เรื่อยทั้งทีพี่น้องเยลเวอร์ตันไม่ต้อนรับ หรือแค่อยากมาเล่นสนุกปั่นประสาทเฉยๆ?
    #2,771
    0
  23. #2554 flufffyfluffjj (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2563 / 17:18
    จริง​ ใครจะรักเทอได้เท่าพี่ดีแลน! แต่นายแมด​ทิ้งกลิ่นไว้คือต้องการจะสื่ออารัยหรอออเทอออ
    #2,554
    0
  24. #2498 firstchxnx (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2563 / 03:05
    ใครมันจะรักน้องได้เท่าพี่ t-t
    #2,498
    0
  25. #2442 bbbbbnn (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2563 / 16:52
    แมดส์เธอแอบจุ้บจมูกน้องเธียร์T—T ไม่จริงงอย่างไงก็ต้องเจอกันสิๆๆๆๆ
    #2,442
    0