[ #MINNO ] MAD DOG ¦ True Alpha x Pure Omega

ตอนที่ 8 : Mad Dog : Chapter 7

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 7,632
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,073 ครั้ง
    3 ธ.ค. 62

 

 

 

ช่วงเช้าตรู่ที่สมควรจะเป็นเวลาพักผ่อนต่ออีกสักนิดกลับไม่ได้ทำหน้าที่ของมัน หลังจากที่เธียร์พยายามข่มตานอนเมื่อได้ทราบถึงคำสั่งที่มีการเรียกตัวคุณหนูเยลเวอร์ตันเข้าไปในเมือง และนี่ก็คงเป็นคำตอบที่ทำให้เธียร์หาเหตุผลได้ว่าชุดพวกนั้นที่ถูกส่งมามันมีไว้เพื่ออะไร

อากาศที่ดูจะไม่สดชื่นเหมือนทุกวัน ก็ไม่อาจมั่นใจได้ว่ามันหม่นหมองเพราะสภาพอากาศหรือเพราะความขุ่นมัวในจิตใจของตัวเองกันแน่ ความกังวลที่ไม่อาจจะสลัดมันออกจากความคิดได้ คงเป็นเพราะมันไม่ใช่เรื่องปกติเลยสักนิดที่คนเป็นพ่อจะเรียกลูกชายคนเล็กให้เข้าไปพบ คิดยังไงก็คิดไม่ออกว่าอะไรคือเหตุผลที่ทำให้หัวหน้าตระกูลเยลเวอร์ตันทำเช่นนี้

“คุณหนูไม่จำเป็นต้องใส่ชุดนี้ด้วยซ้ำ..” เอนยาที่เป็นคนช่วยเพียวโอเมก้าตัวขาวแต่งตัวเอ่ยขึ้น เมื่อเห็นใบหน้าที่เต็มไปด้วยความกังวลของคุณหนูเยลเวอร์ตัน แม้เสื้อผ้าสีอ่อนพวกนี้จะช่วยเสริมให้เธียร์ดูงดงามมากขึ้น แต่ทว่ามันก็เป็นความงดงามที่กล้ำกลืนไม่น้อย  

“จะไม่ให้เราใส่ได้ยังไงกัน.. ในเมื่อท่านพ่อเป็นคนส่งมาให้เรา”  

มือขาวยกขึ้นจับชายเสื้อแขนยาวที่ปักลวดลายสวยงามที่ทำจากผ้าเนื้อดีพลางยกยิ้มเล็ก ๆ ที่ก่อเกิดจากเศษเสี้ยวหนึ่งของความดีใจที่อย่างน้อยตัวเขาเองก็ยังมีตัวตนในสายตาคนเป็นพ่อ ดอกแมกโนเลียกลีบสวยที่ซ่อนลวดลายอยู่ตามผ้าสีสบายตาก็ยังคงงดงามไม่ได้เท่ากับเจ้าของกลิ่นแมกโนเลีย  

“คุณหนู..”

เอนยารู้ดีว่าคุณหนูของหล่อนไม่ใช่คนโง่ แม้จะดูอ่อนต่อโลกไปบ้างแต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าเธียร์จะไม่รู้เรื่องอะไร มันอยู่ที่ว่าคนที่รู้ดีทุกอย่างอยู่แก่ใจจะแสดงออกมาเช่นไรมากกว่า  

“เราเข้าใจดีว่าทำไมเขาถึงไม่ยอมรับว่าเราเป็นเยลเวอร์ตัน..”  

คุณหนูเยลเวอร์ตันยังคงตอบกลับด้วยน้ำเสียงปกติ ก่อนจะสูดลมหายใจเข้าปอดเฮือกใหญ่เพื่อไล่ความอึดอัดที่เกิดขึ้น แต่ในสายตาของโอเมก้าคนสนิทที่มองทุกการกระทำและรับฟังทุกคำพูดกลับไม่รู้สึกเห็นด้วยเลยสักนิดที่คนเป็นเจ้านายจะยังคงคิดแบบนั้น  

ในบางครั้งการมองโลกในแง่ดีก็อาจจะเป็นการสร้างความทุกข์ให้กับตัวเอง  

อย่างเช่นในตอนนี้ที่ เธียร์ เยลเวอร์ตัน ยังคงเลือกจะมองโลกในแง่ดี ทั้งที่รู้อยู่เต็มอกตัวเองว่าโลกแห่งความจริงนั้นมันช่างโหดร้ายกับตัวเองมากแค่ไหน  

“คุณหนูย่อมรู้ดีว่าตัวเองเป็นใคร..” ต่อให้ไม่ได้รับการยอมรับอย่างเปิดเผย แต่เธียร์ก็ยังคงเป็นทายาทที่สืบต่อเชื้อสายของเยลเวอร์ตันมาอย่างถูกต้อง  

“หากไม่ใช่เยลเวอร์ตัน เราคงไม่ได้รับความเกลียดชังมากขนาดนี้”  

โลกที่ไร้ซึ่งความยุติธรรมและเต็มไปด้วยผู้คนที่ต่างกดขี่กันเอง มันก็ย่อมไม่แปลกเลยสักนิดที่คนอ่อนแอจะกลายเป็นพวกที่อยู่ต่ำสุดของวงจรน่ารังเกียจพวกนี้  

“แค่การที่คุณหนูรักตัวเองได้มากขนาดนี้ มันก็ย่อมมีค่ามากเกินกว่าจะเอาไปเปรียบเทียบกับความเกลียดชังพวกนั้น”  

“รักหรือ?” เธียร์เค่นยิ้มให้กับตัวเองในกระจก ก่อนจะไล่สายตามองใบหน้าที่ใครหลายคนเคยเอ่ยชมว่ามันงดงามหนักหนา แต่พอรับรู้ว่าเขาเป็นเพียวโอเมก้าก็มีแต่จะหน่ายหน้าหนี “ถ้าเรารักตัวเองจริง ๆ เราคงไม่ทำแบบนั้นหรอกเอนยา”

“เรื่องมันผ่านมาแล้วค่ะคุณหนู..”  

เหตุการณ์ที่ใครก็ไม่อาจคาดคิดว่า เธียร์ เยลเวอร์ตัน จะทำ มันยังคงสร้างความทรงจำที่ไม่น่าจดจำให้กับทั้งพี่ชายและคนสนิทอย่างไม่มีวันลืม  

“หากวันนั้นพี่ปล่อยให้เราได้ทำอย่างที่ใจเราต้องการ เราอาจจะไม่ต้องเจ็บปวดอย่างทุกวันนี้..”  

ความสุขเล็ก ๆ น้อย ๆ พวกนั้นมันจะสามารถเยียวยาความเจ็บปวดที่ได้รับมาตลอดได้อย่างนั้นหรือ

เขาที่ไม่มีแม้แต่เพื่อน ไม่มีสัตว์เลี้ยงที่คอยเป็นเพื่อนยามเหงา เขาที่ต้องโดดเดี่ยวอยู่เสมอจะยังมีความสุขได้จากอะไรกันอีก  

หากไม่อยากให้เขาแม้แต่จะมีชีวิตในการเป็นเยลเวอร์ตันก็ควรที่จะเลิกขังเขาไว้เสียที.. เขาไม่ใช่นักโทษ ไม่ใช่สัตว์เลี้ยงที่ต้องถูกขัง  

อิสระที่เขารอคอยมาทั้งชีวิต อีกนานสักแค่ไหนกว่าที่เขาจะได้รับมัน..

 

 

“หัวหน้าไทเลอร์ไม่เดินทางไปกับพวกเราด้วยหรือ?” โอเมก้าคนสนิทของคุณหนูเยลเวอร์ตันเอ่ยถามไทเลอร์ที่ยังคงนิ่งเงียบหลังจากที่เจ้าตัวนั้นเป็นคนพายเรือพาทั้งเพียวโอเมก้าและโอเมก้าคนสนิทออกมายังฝั่ง ไร้บทสนทนาใด ๆ ทั้งสิ้นระหว่างที่ทั้งแมดส์และเธียร์พบหน้ากัน จะมีก็แต่เอนยาเท่านั้นที่เป็นคนนั่งคั่นกลางเพื่อไม่ให้คุณหนูของตัวเองนั้นใกล้ชิดกับทรูอัลฟ่ามากจนเกินไป ทางด้านคุณหนูเยลเวอร์ตันเองก็เอาแต่เหม่อมองผืนน้ำที่อยู่รอบตัวนิ่งอย่างไม่อาจคาดเดาได้ว่าเจ้าตัวนั้นกำลังคิดอะไรอยู่ และในตอนนี้เองที่ตัวของเธียร์ขึ้นรถม้าเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ทรูอัลฟ่าหนุ่มก็ยังคงทำเพียงยืนนิ่งเฉยและมองทหารจากฮาร์เดนเจอร์ที่ส่งมารับตัวเธียร์เงียบ ๆ  

“มันไม่ใช่หน้าที่ของฉัน” แมดส์ ไทเลอร์ เอ่ยตอบก่อนจะเลื่อนสายตาไปมองคนตัวขาวที่มองหน้าตัวเองอยู่บนรถม้า “อีกอย่างก็มีคนจากฮาร์เดนเจอร์มารับแล้วไม่ใช่หรือ?” ท่าทางที่ไม่เป็นเดือดเป็นร้อนแม้กระทั่งรับรู้แล้วว่าเธียร์จะต้องเข้าไปในฮาร์เดนเจอร์ ย่อมทำให้คนที่นั่งฟังบทสนทนานั้นหลุบตามองฝ่ามือของตัวเองนิ่ง

ระยะห่างที่ต่างฝ่ายต่างเว้นให้แก่กัน ใครจะรู้กันว่าแท้ที่จริงแล้วนั้นเพียวโอเมก้าตัวขาวจะรู้สึกแย่ได้มากขนาดนี้ ทุกอย่างมันแย่ยิ่งกว่าตอนที่เขาทั้งคู่ต่างไม่รับรู้ว่าตัวเองเป็นคู่แห่งโชคชะตากันเสียอีก  

การเมินเฉยที่แสนเย็นชาจนทำให้เธียร์สะอึกทุกครั้งที่ได้สบตากับไทเลอร์ และมันก็ยิ่งทำให้เธียร์รู้สึกได้อย่างชัดเจนเลยว่าเป็นตัวเองจริง ๆ ที่ก้าวนำไทเลอร์ไปมากกว่าหนึ่งก้าว จนทำให้ตัวเองเริ่มถลำลึกเพิ่มขึ้นไปเรื่อย ๆ  

“ไปกันเถอะเอนยา” เจ้าของผิวขาวเอ่ยบอกคนสนิท ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองใบหน้าของแมดส์อีกครั้งด้วยสายตาที่ตัดพ้อ “ไทเลอร์เขาต้องทำตามหน้าที่..”  

หน้าที่ซึ่งแลกมากับเงินที่ว่าจ้าง ยังไงเสียคนอย่างไทเลอร์ก็คงไม่มีทางทำอะไรที่มันนอกเหนือคำสั่งอย่างแน่นอน อีกอย่างเรื่องนี้มันก็ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับไทเลอร์ด้วยซ้ำ

“แต่ว่า…”

“เราไม่อยากให้พี่ต้องรอนาน” เธียร์ตัดบทอย่างไม่คิดจะฟังในสิ่งที่เอนยาพูด ก่อนที่เจ้าตัวจะเลือกเมินหน้าหนีไปทางอื่นราวกับว่าไม่ต้องการใส่ใจถึงการมีตัวตนของ แมดส์ ไทเลอร์  “แล้วเราก็ไม่ได้อยากเป็นภาระให้ใครเพิ่มอีก”  

เอนยามองคนเป็นเจ้านายสลับกับทรูอัลฟ่าหนุ่มด้วยความไม่เข้าใจ แม้เจ้าหล่อนจะรู้อยู่แก่ใจถึงความพิเศษระหว่างคนทั้งคู่ก็ตามแต่  

ส่วนทางด้าน แมดส์ ไทเลอร์ เมื่อได้ยินประโยคที่หลุดออกมาจากปากคุณหนูเยลเวอร์ตันก็ยังคงแสดงสีหน้าเรียบเฉย อย่างไม่รู้สึกยินดียินร้ายกับสิ่งที่ได้ยิน

“ก็หวังว่าจะเป็นเช่นนั้น..”  

แมดส์ ไทเลอร์ เอ่ยด้วยน้ำเสียงนิ่ง ๆ ตามแบบฉบับของเจ้าตัว โดยที่ไม่ลืมที่จะโค้งหัวให้กับคุณหนูเยลเวอร์ตันเพื่อทำความเคารพอย่างที่ควรจะปฏิบัติ ซึ่งการกระทำเหล่านี้ที่แสดงออกมาก็ย่อมทำให้คนที่เห็นนั้นขมวดคิ้วเข้าหากันไม่น้อย  

หรือนี่จะเป็นผลของการฝืนธรรมชาติและโชคชะตาที่สะท้อนกลับมาในรูปแบบของความอึดอัด จนชวนให้อยากจะหายออกไปจากตรงนี้เสียให้ได้ เพราะในขณะที่เธียร์กระวนกระวายขนาดนี้แต่ทำไมไทเลอร์ถึงยังนิ่งเฉยได้มากขนาดนี้ แท้จริงแล้วเรื่องของคู่แห่งโชคชะตามันมีผลต่อใครมากกว่ากัน หากต้องมีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งที่ต้องรู้สึกมากกว่า มันก็คงจะเป็นเรื่องแย่สำหรับเธียร์ไม่น้อยที่จะต้องแบกรับความรู้สึกพวกนั้นไว้  

“หากได้ออกจากที่นี่ไปแล้ว ก็หวังว่าคุณหนูจะไม่ได้กลับมาที่นี่อีก..”  

“นายหมายความว่ายังไง?” ยังไม่ทันที่มือขาวจะได้เอื้อมไปคว้าแขนของอีกฝ่ายไว้ ทรูอัลฟ่าหนุ่มก็ก้าวถอยหลังออกไปก่อนจะส่งยิ้มมุมปากให้ โดยที่ไม่วายจะหันไปตะโกนบอกทหารทางด้านหน้าให้ออกเดินทางทันที

“ออกเดินทางกันได้แล้ว!”  

“ไทเลอร์!” เธียร์เรียกทรูอัลฟ่าผิวสีเข้มเสียงดัง ก่อนจะพยายามที่จะลงมาจากรถม้าซึ่งก็ช้าเกินกว่าที่จะทำอะไร เมื่อม้าที่ถูกใช้ในการเดินทางครั้งนี้เริ่มออกก้าวเดินจนทำให้ล้อนั้นเริ่มหมุน  

“ไม่มีอะไรหรอกค่ะคุณหนู” เอนยาปรามคนตัวขาวที่ดูกระวนกระวายอย่างเห็นได้ชัด ดวงตาคู่สวยนั้นเอาแต่มองไปทางด้านหลังอย่างพะว้าพะวง  

“ไม่ได้ยินที่ไทเลอร์พูดหรือเอนยา..” เจ้าของใบหน้าน่ารักหันกลับมาพูดคุยกับคนสนิทของตัวเองด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความกังวล “ทำไมเขาถึงพูดจาแปลก ๆ แบบนั้นกับเรากัน”

แมดส์ ไทเลอร์ กำลังพูดเหมือนว่าตัวของเขาจะไม่ได้กลับมาที่นี่อีกอย่างนั้นล่ะ..

“บางทีการไปเข้าไปในเมืองครั้งนี้ อาจจะทำให้คุณหนูไม่ต้องกลับไปถูกขังอยู่ที่นั่นอีกก็ได้นะคะ”  

ปราสาทบนเกาะกลางทะเลสาบแม้จะงดงามสักเท่าไหร่ แต่ก็คงไม่มีใครอยากที่จะเข้าไปอยู่ในที่แห่งนั้น กรงขังชั้นดีที่โอบล้อมด้วยน้ำลึกซึ่งเป็นทั้งการป้องกันการบุกรุกจากคนนอกและป้องกันคนในที่จะคิดหลบหนี

“เรายังมีความหวังพวกนั้นกันได้อีกหรือ”  

 การเดินทางจากเขตนอกเมืองที่เป็นสถานที่ตั้งของปราสาทกลางทะเลสาบ เมื่อผ่านทะเลสาบผืนใหญ่อันเป็นที่ตั้งของกรงขังชั้นดี ความสวยงามของที่ธรรมชาติสร้างขึ้นแท้ที่จริงแล้วกลับเป็นความน่ากลัวที่ซ่อนอยู่ต่างหาก ทั้งสองข้างทางถัดมากจากการผ่านพ้นเขตทะเลสาบก็เต็มไปด้วยป่ารกทึบที่เธียร์เคยได้เห็นมันเมื่อนานมาแล้ว ครั้งตอนที่ถูกพาตัวมาอยู่ที่ปราสาทแห่งนั้น เส้นทางที่ไม่ได้ราบเรียบและสะดวกสบายนักย่อมทำให้คนที่นั่งอยู่บนรถม้าซึ่งไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อให้นั่งได้อย่างสะดวกสบายเช่นอย่างที่สมควรจะได้รับจากคนของตระกูลย่อมทำให้เจ้าตัวรู้สึกไม่สบายตัว จนพานทำให้ต้องขยับตัวอยู่บ่อยครั้ง  

ไม่มีแม้แต่ผ้าปูรองนุ่ม ๆ ให้ได้นั่งอย่างสะดวกสบาย ไม่มีแม้แต่หมอนใบใหญ่ให้ได้นั่งพักเอนอิง และก็ไม่มีแม้แต่ผ้าม่านที่คอยกั้นแสงแดดที่เริ่มร้อนมากขึ้นเรื่อย ๆ ตามช่วงเวลาของวันให้กับคุณหนูเยลเวอร์ตัน

การปฏิบัติของเยลเวอร์ตันยังคงไม่เคยมีความเห็นใจใด ๆ ให้กับบุตรชายคนเล็กเลยสักนิดไม่ว่าจะครั้งไหน  

“อดทนหน่อยนะคะคุณหนู” เพียงแค่มองปราดเดียว เอนยาก็รับรู้ได้ทันทีเลยว่าไม่ช่วงแขนเล็กก็ต้องเป็นบริเวณหลังช่วงเอวของคุณหนูของหล่อนจะต้องเป็นรอยช้ำอย่างแน่นอน จากการที่กระแทกเข้ากับไม้ซ้ำไปซ้ำมาเช่นนี้  

“เราทนได้”  

หัวกลมของเจ้าของกลุ่มผมสีเข้มส่ายหน้าไปมาเพียงเล็กน้อยเมื่อเห็นว่าโอเมก้าคนสนิทนั้นแสดงท่าทีเป็นห่วงตนเอง รอยยิ้มเล็ก ๆ ที่ยังคงพิมพ์เดียวกันกับตอนเป็นเด็ก ไม่ว่าจะมองครั้งไหนก็ทำให้เอนยาอดนึกถึงคุณหนูตัวขาวในช่วงเวลาเหล่านั้นไม่ได้

ช่วงเวลาที่ เธียร์ เยลเวอร์ตัน ยังคงเป็นเพียงแค่เด็กบริสุทธิ์ที่ไม่ต้องเติบโตมารับรู้ถึงความเจ็บปวดในโลกของความเป็นจริง กลีบดอกไม้สีขาวสะอาดที่ร่วงหล่นจนถูกใครต่อใครเหยียบย่ำซ้ำแล้วซ้ำเล่า จะต้องบอบช้ำอีกสักเท่าไหร่กันถึงจะเป็นที่พอใจของคนใจร้ายพวกนั้น

“เมื่อไหร่พวกเขาจะเลิกใจร้ายกับคุณหนูของเอนยาเสียที..”  

เจ้าหล่อนไม่รู้หรอกว่าการเดินทางในครั้งนี้จะเป็นเช่นไร แต่สัญชาตญาณที่บ่งชี้และเกิดเป็นความรู้สึกย่อมไม่ได้ทำให้ตัวเอนยารู้สึกดีตามที่ปากว่าเลยสักนิด

มันจะมีสักกี่เหตุผลกันที่ทำให้ผู้ปกครองฮาร์เดนเจอร์จะเรียกหาบุตรชายคนเล็ก.. หากไม่ใช่…

 

 

แค่เพียงก้าวแรกที่คุณหนูเยลเวอร์ตันได้เหยียบลงยังบ้านที่แท้จริงของตัวเอง ก็กลับไม่ได้สร้างความสุขให้กับเพียวโอเมก้าเลยสักนิดเดียว ไร้ซึ่งการต้อนรับและไร้ซึ่งผู้คนจะมีก็แต่เพียง ดีแลนด์ เยลเวอร์ตัน ที่ยืนรอน้องชายของตัวเองพร้อมกับรอยยิ้มอย่างเช่นทุกครั้งที่พบเจอ

“ยินดีต้อนรับกลับบ้านของเรา..” อ้อมกอดของคนเป็นพี่ชายยังคงอบอุ่นอยู่เสมอจนทำให้เธียร์สวมกอดอีกฝ่ายอย่างไม่ลังเล พลางสูดกลิ่นประจำตัวของคนเป็นพี่ที่ถูกปล่อยออกมากลบกลิ่นของตัวเองเข้าไปเต็มปอด  

“น้องคิดถึง” ประโยคสั้น ๆ ของเธียร์ที่เอ่ยบอกพี่ชายโดยไม่ลืมที่จะฉีกยิ้มจนตาโค้งให้คุณชายเยลเวอร์ตัน การกระทำแสนน่าเอ็นดูของเธียร์ย่อมทำให้ดีแลนด์ฉีกยิ้มกว้างขึ้นมากกว่าเดิม ก่อนที่ปลายจมูกของคนเป็นพี่จะกดลงบนแก้มขาวของคนเป็นน้องเบา ๆ  

“พี่ก็คิดถึง” อัลฟ่าหนุ่มเอ่ยตอบน้องชาย พลางไล่มองน้องชายแท้ ๆ เพื่อสำรวจอีกครั้งว่าบาดเจ็บตรงไหนบ้างหรือเปล่า “เดินทางมาอย่างปลอดภัยดีใช่ไหม..”  

แม้ดีแลนด์จะคุยกับเธียร์อยู่ก็จริง แต่สายตาของคุณชายเยลเวอร์ตันกลับเลยไปมองโอเมก้าคนสนิทที่ดูแลน้องชายตัวเออย่างต้องการคำตอบ  

“น้องสบายดี ไม่ได้บาดเจ็บตรงไหนเลย” คนเป็นน้องว่าก่อนจะกะพริบตามองคนเป็นพี่ที่ยังคงเอาแต่คาดคั้นเอนยาที่ยืนอยู่ทางด้านหลัง เพราะไม่เชื่อในคำตอบของเธียร์ “พี่ไม่เชื่อน้องหรือ..”

“ถ้าเจ็บก็แค่บอกพี่ ไม่มีความจำเป็นที่น้องต้องทนแล้วบอกว่าไม่เป็นอะไร” ดีแลนด์เอ่ยเสียงเข้ม เพียงแค่เห็นรถม้าที่เธียร์นั่งมาในครั้งนี้ เจ้าตัวก็มั่นใจไปเต็มร้อยเลยว่ามันสร้างความลำบากให้กับคนที่เดินทางเป็นอย่างมาก ทั้งที่เขาเองก็มั่นใจแล้วว่าเป็นคนสั่งให้เปลี่ยนรถม้าที่จะไปรับน้องชาย แต่แล้วทำไมมันถึงได้กลายเป็นแบบนี้กันไปได้

ผิวขาวที่ไม่สมควรจะแดงเพราะไอร้อนนั้นย่อมชัดเจนเหลือเกินว่าคุณหนูเยลเวอร์ตันนั้นไม่ได้รับอะไรที่สมควรในการเดินทางครั้งนี้เลยสักนิด

“พี่จะดุน้องหรือ” คนตาใสช้อนตามองคนเป็นพี่ ก่อนที่จะเอื้อมมือไปจับมือของดีแลนด์มาบีบเบา ๆ “พวกเขาทำตามหน้าที่ หาใช่ความผิดของพวกเขาที่ไหนกัน”

“แต่อย่างน้อยพวกมันก็ควรดูแลน้อง..”

“แค่น้องมาถึงที่นี่อย่างปลอดภัยมันก็มากพอแล้ว” มือเล็กยังคงลูบมือของคนเป็นพี่ที่กำลังใจร้อนให้สงบลง ซึ่งมันก็ได้ผลทุกครั้งสำหรับดีแลนด์  

“หัดใจร้ายกับคนอื่นบ้างเถอะเธียร์..”

“….”

“ความใจดีของน้อง มันไม่ได้ทำให้ทุกคนจะหวังดีกับน้องกลับมาหรอกนะ”

“น้องไม่เคยอยากใจร้ายกับใคร..”

“สักวันหนึ่งน้องจะรู้ว่าการใจร้ายกับคนอื่น อาจจะทำให้ตัวน้องมีความสุขในชีวิตมากขึ้นกว่าที่เป็นอยู่”

เธียร์ เยลเวอร์ตัน ยังคงอ่อนต่อโลกนักหากเทียบกับดีแลนด์แล้ว เขาไม่ปฏิเสธเลยสักนิดว่านิสัยของเธียร์นั้นคือสิ่งที่ใครหลายคนอาจจะเฝ้าปรารถนาอยากจะเป็น แต่ก็แน่นอนว่ามันย่อมเป็นไปไม่ได้ที่คนเราจะคิดเช่นนั้นได้ ความรู้สึกด้านมืดที่ซ่อนอยู่ในจิตใจมันมักจะมีอิทธิพลมากกว่าความรู้สึกทางด้านดีอยู่เสมอ  

“มาถึงเร็วกว่าที่คิดนะเธียร์..”  

เสียงทุ้มต่ำจากทางด้านหลังของดีแลนด์ทำให้เธียร์เผลอขยับตัวเข้าหาพี่ชายตัวเองมากขึ้น จนทำให้เพียวโอเมก้าตัวบางนั้นตัวเล็กลงกว่าเดิมขึ้นไปอีก เมื่อยามที่ได้เห็นใบหน้าของผู้ที่เข้ามาใหม่  

“แล้วมันเรื่องอะไรของนายหรือเอ็ดมันด์”

เป็นดีแลนด์ที่เอ่ยโต้ตอบแทนน้องชายที่แสดงท่าทางหวาดกลัวออกมาอย่างเห็นได้ชัด ยามที่ได้เห็นอัลฟ่าหนุ่มในชุดสีเข้ม ผู้ซึ่งเป็นญาติของตัวเองนั้นเดินเข้ามาหา  

“คุณหนูเยลเวอร์ตันได้กลับเข้ามาในฮาร์เดนเจอร์ทั้งที จะไม่ให้ฉันออกมาต้อนรับเลยหรือไง” เอ็ดมันด์ เลนนิกซ์ ยังคงรอยยิ้มระรื่นอย่างเช่นเคย พลางใช้สายตาไล่มองคนตัวขาวที่เอาแต่ซุกหาพี่ชายของตัวเอง ร่างผอมบางของเธียร์ดูเล็กลงอย่างถนัดตาเมื่อไม่ได้เจอกับเจ้าตัวมาสักพักใหญ่ “เพราะครั้งที่แล้วคุณหนูเยลเวอร์ตันไม่ให้ฉันเข้าพบนี่..”

ความรู้สึกเสียหน้าในวันนั้นเอ็ดมันด์ยังคงจดจำมันได้เป็นอย่างดี ท่าทางโอหังของทรูอัลฟ่าที่ดูแลปราสาทนั่นสร้างความหัวเสียให้กับคุณชายเลนนิกซ์เป็นอย่างมาก  

“นั่นมันก็แสดงว่าเธียร์ไม่อยากเสวนากับนายยังไงล่ะ” คุณชายเยลเวอร์ตันคร้านจะต่อปากต่อคำกับเด็กหนุ่มตรงหน้าเต็มทน “ถ้าไม่มีอะไรแล้ว เกรงว่าฉันคงต้องพาเธียร์ไปพักผ่อนก่อน หากนายว่างมากนักก็น่าจะไปหาอะไรทำที่มีประโยชน์กว่านี้จะดีกว่า”

“มันก็ผ่านนานมาแล้ว ยังจะระแวงกันอีกหรือ?” เอ็ดมันด์เอ่ยถามเพียวโอเมก้าตัวขาวอย่างเจาะจง ในขณะที่ขายาวของอัลฟ่าหนุ่มก้าวเข้าไปใกล้กับคุณหนูเยลเวอร์ตันมากขึ้น จนทำให้เห็นใบหน้าน่ารักนั้นอย่างชัดเจนจนไม่อยากจะละสายตา

“นายจะพูดถึงมันอีกทำไม..” เจ้าของกลุ่มผมสีดำสนิทเอ่ยถามอัลฟ่าผู้น้องด้วยน้ำเสียงที่สั่นไม่น้อย “ต่อให้นายจะลืมมันได้ แต่ฉันไม่มีวันลืม”

ฝันร้ายที่ยังตามหลอกหลอนเธียร์ถึงทุกวันนี้ มันคงไม่ใช่เรื่องที่จะลืมกันได้ง่าย ๆ ยิ่งพบเจอก็ยิ่งตอกย้ำจนทำให้คนตัวขาวนั้นสั่นเทาอย่างควบคุมไม่ได้ ร้อนถึงคนเป็นพี่ที่ต้องโอบกอดร่างกายของคนเป็นน้องไว้ให้ไม่ล้มลงไป  

“ฉันในสายตานายวันนั้น คือฉันที่นายรู้จักจริงหรือเธียร์..” เอ็ดมันด์ เลนนิกซ์ ถามเพียวโอเมก้าตัวขาวอีกครั้งโดยมุมปากนั้นปราศจากรอยยิ้มอย่างเช่นทุกที

“ฉัน…” เธียร์เงยหน้ามองคนตรงหน้าได้ไม่เต็มตานัก ภาพทับซ้อนของเอ็ดมันด์ในวันนั้นมันยังคงแทรกขึ้นมา พอ ๆ กับภาพความทรงจำในเรื่องอื่นที่ทำให้คุณหนูเยลเวอร์ตันรู้สึกสับสน

“จะวันนี้หรือวันไหน นายก็เป็นคนผิดเอ็ดมันด์”  

“พูดแบบนี้ก็ไม่ถูกหรือเปล่า” เอ็ดมันด์เบี่ยงสายตามามองหน้าคุณชายเยลเวอร์ตันอย่างไม่เกรงกลัวในสายตาที่แทบจะฆ่ากันของอีกฝ่าย “พี่ก็น่าจะรู้ดีนี่ว่าอัลฟ่ามือใหม่มันควบคุมตัวเองไม่ได้”

“ควบคุมไม่ได้หรือแกไม่คิดจะควบคุมมันกันแน่?” ดีแลนด์ เยลเวอร์ตัน ไม่อยากจะฟังคำแก้ตัวของญาติผู้น้องอีกต่อไป ภาพจำที่ฉายชัดในวันนั้นมันยังคงทำให้ดีแลนด์รู้สึกผิดถึงทุกวันนี้ หากเขาเข้าไปช้ามากกว่านี้อีกเพียงนิดเดียว เธียร์ เยลเวอร์ตัน ที่อยู่ข้างกายในตอนนี้อาจจะไม่ใช่น้องชายที่สามารถยิ้มให้เขาได้เช่นนี้

“ก็แล้วแต่พี่จะคิด” ดีแลนด์ เยลเวอร์ตัน ไม่ใช่เป้าหมายของเลนนิกซ์เลยสักนิดที่จะต้องมาใส่ใจ เพราะเพียวโอเมก้าที่กำลังหวาดกลัวตัวเองต่างหากที่น่าสนใจมากที่สุด  “อย่าลืมสิว่าพี่เองก็ปกป้องเธียร์ไม่ได้ตลอด..”

“เธียร์เป็นพี่แก..”

“เราก็เรียกแบบนั้นกันปกติไม่ใช่หรือ จริงไหมเธียร์?” เจ้าของผิวขาวก้มหน้าหนีเอ็ดมันด์ในทันที “ท่าทางเธียร์คงเหนื่อยน่าดูกับการเดินทาง ไว้ว่าง ๆ เราคงมีโอกาสได้คุยกันอีก”  

เอ็ดมันด์ เลนนิกซ์ พูดทิ้งท้ายไว้แค่นั้นก่อนจะเดินออกไปจากตรงนั้น โดยที่ไม่ลืมจะส่งยิ้มเผื่อแผ่ไปให้กับดีแลนด์ที่ยืนกำหมัดตัวเองแน่นอย่างข่มความอดทนสุด ๆ  

“อย่าไปสนใจเลย..”

ดีแลนด์ก้มลงมองคนเป็นน้องที่เอาแต่ซุกใบหน้าเข้าหาอกตัวเอง พลางลูบกลุ่มผมสีเข้มของเธียร์อย่างเบามือเพื่อปลอบประโลมความหวาดกลัว  

“ถ้าไม่เกิดเรื่องวันนั้น น้องกับเอ็ดมันด์ก็คงไม่ต้องเป็นแบบนี้..”

 

 

 

  “อีกสองวันคนของทางฝั่งนั้น จะมารับตัวแกไปอยู่ที่คาร์เลียน..”  

ประโยคแสนใจร้ายที่เอ่ยขึ้นมาท่ามกลางความเงียบและออกมาจากปากผู้เป็นพ่อซึ่งยืนหันหลังให้กับเธียร์ ย่อมทำให้เพียวโอเมก้าที่รับรู้ถึงโชคชะตาของตัวเองนั้นชาดิกไปทั้งร่างกาย ถ้อยคำที่เอ่ยออกมาราวกับว่ามันเป็นเพียงเรื่องปกติ ไร้ซึ่งความห่วงใย ทั้งที่กำลังจะส่งบุตรชายไปให้คนอื่น คงเป็นความเย็นชาที่ไร้เยื่อใยจนไม่อาจจะอธิบายได้

ชุดที่เจ้าตัวตั้งใจสวมใส่ในวันนี้ก็เพื่ออยากจะให้คนที่ส่งไปนั้นได้เห็น กลับไร้ความหมายเมื่อคนเป็นพ่อไม่แม้แต่จะสนใจในสิ่งที่ตัวเองได้มอบให้ลูกคนเล็ก มีแค่เพียงความหมางเมินอย่างเช่นทุกครั้งจนเธียร์ได้แต่กล้ำกลืนความเสียใจนั้นลงไป

แค่การส่งเขาไปให้คนอื่นก็ยังไม่แม้แต่จะให้เกียรติของเยลเวอร์ตันไปกับเขา.. ทั้งที่ใช้เขาเป็นเครื่องมือเพื่อหาผลประโยชน์ให้กับฮาร์เดนเจอร์  

“ถ้าลูกบอกว่าไม่อยากไป.. ท่านพ่อจะฟังคำขอร้องของลูกบ้างไหม”  

กว่าแต่ละคำในประโยคจะหลุดออกมาจากปากของเธียร์ก็กลับเต็มไปด้วยหยดน้ำตาที่ไหลรินออกมาเพราะความเสียใจ  ยิ่งเห็นว่าผู้เป็นพ่อยังนิ่งเฉยก็ชัดเจนมากพอแล้วว่าคำอ้อนวอนของเธียร์นั้นไม่เคยส่งไปถึง

“มันคือหน้าที่ของแก..”

“หากไม่แม้แต่จะรักลูกคนนี้ กะ อึก ก็อย่าทำร้ายชีวิตของลูกไปมากกว่านี้อีกเลย”

หยาดน้ำตายังคงไหลรินออกมาจากดวงตาคู่สวยอย่างไม่ขาดสาย ในขณะที่เสียงสะอื้นของคนที่เจ็บปวดแทบเจียนตายกับการถูกผลักไสนั้นบ่งบอกถึงความเสียใจที่ไม่อาจเยียวยา ไหล่ผอมสั่นเทาอย่างหนักท่ามกลางความโดดเดี่ยวที่รายล้อมอยู่รอบตัว การพูดคุยส่วนตัวที่ไม่ต้องการให้ใครได้รับรู้เช่นนี้คงไม่อาจมีใครเข้ามาช่วยเหลือเธียร์ได้

“มันดีต่อตัวแกที่สุดแล้วเธียร์”

“ถ้าลูกเป็นอัลฟ่า ท่านพ่อจะรักลูกอย่างที่รักพี่ใช่หรือเปล่า..”

แค่รักลูกคนนี้บ้างจะได้ไหม..

“….”

“หากเกลียดลูกมากถึงขนาดนี้ ทำไมถึงไม่ฆ่าลูกตั้งแต่แรกให้มันจบกันไป จะเก็บเอาความอัปยศอย่างลูกเอาไว้เพื่ออะไรกัน” จะต้องให้เขารู้สึกไร้ค่าอีกเท่าไหร่ถึงจะพอ…

“เพราะแกยังมีประโยชน์กับพวกเรา”

“งั้นท่านพ่อก็ควรรู้ไว้ว่าคนที่ผิด และเป็นต้นเหตุที่ทำให้ลูกต้องเกิดมาพร้อมกับความอัปยศมันก็คือท่านพ่อ”

“เธียร์!”

“ถ้าลูกเลือกได้ ลูกเองก็ไม่อยากเกิดมาในตระกูลที่น่ารังเกียจเช่นนี้เหมือนกัน”

เพี๊ยะ!

ร่างขาวของเพียวโอเมก้าตัวผอมล้มฟุบลงไปกับพื้นทันที เมื่อใบหน้าซีกขวาของตัวองนั้นถูกผู้เป็นพ่อตวัดฝ่ามือลงมาอย่างแรง มืออันสั่นเทาของเธียร์แทบไม่มีแรงยกขึ้นมาจับใบหน้าของตัวเองด้วยซ้ำ เมื่อรับรู้ถึงความเจ็บแสบที่แล่นริ้วบนซีกหน้าด้านซ้ายของตัวเอง กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งในปากจากมุมปากที่แตก ย่อมชัดเจนว่าการกระทำเมื่อครู่มันคือเรื่องจริง

“แกไม่มีสิทธิ์มาอวดดีกับฉัน” ผู้ปกครองฮาร์เดนเจอร์เอ่ยเสียงเรียบ โดยที่สายตายังคงจ้องมองลูกชายคนเล็กที่มีปากเสียงกับตัวเองเมื่อครู่

“….”

“แกคือความผิดพลาดของเยลเวอร์ตันที่ฉันไม่อยากให้อภัย..”

หยดน้ำตาอุ่นยังคงร่วงเผาะลงกับพื้นอย่างที่เจ้าของน้ำตาไม่คิดจะเช็ดมันออก ชีวิตอันมืดมนที่ไร้ซึ่งทางออกมันช่างน่าสมเพชสิ้นดี เธียร์ไม่ได้อยู่ในสถานะที่จะต่อรองกับใครได้ ไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะเลือก

เจ็บปวดจากร่างกายที่ถูกทำร้ายหรือจะเท่าความเจ็บปวดจากการถูกทำร้ายจิตใจ

“แล้วนี่คือสิ่งที่ลูกต้องชดใช้คืนให้งั้นหรือ..”

“….”

“ชดใช้ด้วยชีวิตของลูกเพื่อความผิดพลาดของเยลเวอร์ตัน”  

 

 

ดีแลนด์ เยลเวอร์ตัน ได้แต่ยืนมองแผ่นหลังของเธียร์ที่นั่งอยู่บนเตียงนอนสี่เสาหลังใหญ่ด้วยความเป็นห่วง หลังจากที่เจ้าตัวหายเข้าไปคุยกับคนเป็นพ่อก็กลับมีร่องรอยแดงบนใบหน้าออกมา จนทำให้คนเป็นพี่นั้นแทบทำอะไรไม่ถูก นอกจากทำได้เพียงแค่สวมกอดเด็กน้อยที่ต้องการที่พึ่งพิงอยู่เงียบ ๆ  

คุณชายเยลเวอร์ตันรู้อยู่แก่ใจว่าจะมีอะไรเกิดขึ้นต่อไป แต่สำหรับเธียร์แล้วมันคงไม่ใช่เรื่องที่จะทำให้เจ้าตัวทำใจได้ง่าย ๆ และเขาก็ไม่คาดคิดเช่นกันว่าคนเป็นน้องจะกล้ามีปากเสียงกับคนเป็นพ่อ จนถึงขั้นทำให้อีกฝ่ายลงไม้ลงมือได้มากขนาดนี้

“เฝ้าเธียร์ไว้ให้ดี ๆ อย่าให้คลาดสายตา” ดีแลนด์ไม่อาจวางใจให้เธียร์อยู่คนเดียวได้ เหตุการณ์ไม่คาดคิดในครั้งก่อนมันสอนให้คนเป็นพี่ระมัดระวังมากขึ้น เขาไม่อยากให้เรื่องเลวร้ายพวกนั้นเกิดขึ้นเป็นครั้งที่สอง เพียวเสี้ยววินาทีพวกนั้นมันอาจจะทำให้คนที่เขารักจากไป

“มันเรื่องจริงหรือคะคุณชาย..” เอนยาเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเบาหวิวอย่างไม่อยากจะเชื่อ  

“พวกคาร์เลียนเร่งเวลาฝั่งเราเร็วขึ้นกว่าเดิม จนฉันเองก็ไม่ทันได้ตั้งตัวเหมือนกัน”

ขนาดดีแลนด์ยังไม่ได้ตั้งตัว แล้วเธียร์ล่ะจะรู้สึกเช่นไร..

“ไม่มีทางช่วยคุณหนูได้หรือ.. คุณชายก็น่าจะรู้ว่าคนพวกนั้นไม่มีทางจะเชิดชูคุณหนูแน่นอน”

ดีแลนด์ เยลเวอร์ตัน ไม่ได้ตอบอะไรนอกเสียจากจะหันไปมองน้องชายอีกครั้งด้วยความกังวลที่ไม่แพ้ใคร

“ถ้าฉันช่วยเธียร์ไม่ได้ ฉันคงให้อภัยตัวเองไม่ได้..”

เขาที่เห็นความทรมานของน้องชายมานับครั้งไม่ถ้วน ก็เพียงแค่อยากจะทำอะไรสักอย่างเพื่อที่จะให้น้องชายของตัวเองได้หลุดพ้นจากวงโคจรที่น่ารังเกียจพวกนี้เสียที

อย่างน้อยเขาเองก็ได้พยายามทำทุกอย่างเต็มที่เพื่อเธียร์แล้ว..

 

เวลาที่เดินหน้าไปเรื่อย ๆ ยิ่งทำให้เพียวโอเมก้าตัวขาวรับรู้ได้ว่าเวลาของตัวเองนั้นเหลือน้อยลงไปเต็มที หากหยุดเวลาตอนนี้เอาไว้ได้ เขาก็คงอยากจะหยุดมันและไม่ให้เดินหน้าต่อไปอีก  

คุณหนูเยลเวอร์ตันได้แต่นั่งนิ่งอยู่บนเตียงนอนหลังใหญ่ด้วยจิตใจที่เหม่อลอย ภาพความสวยงามของวิวด้านนอกในตอนกลางคืนมันจะสวยงามได้อย่างไร ในเมื่อในใจของเธียร์นั้นไม่มีแม้แต่เศษเสี้ยวความสุขให้ได้รู้สึก มันมีแต่ความทุกข์ที่กลืนกินทีละน้อย ๆ จนยากที่จะขจัดได้

แค่คิดว่าตัวเองจะต้องไปอยู่กับใครก็ไม่รู้ที่ไม่รู้จัก มันก็ทำให้เธียร์หวาดกลัวอย่างไม่ต้องหาเหตุผลอื่น เขาไม่คุ้นชินกับผู้คนมากมาย ไม่คุ้นชินกับอัลฟ่าคนอื่นที่นอกจากพี่ชายหรือคนรู้จัก และเขาก็ไม่อาจยอมรับคู่ชีวิตที่ถูกบังคับให้แต่งงานได้

ชุดที่สวมใส่ในวันนี้ถูกถอดออกวางไว้ปลายเตียงโดยที่เจ้าของชุดนั้นไม่แม้แต่อยากจะมองมันอีกครั้ง ความสุขเล็ก ๆ พวกนั้นที่ถูกทำลายลงไปในชั่วพริบตา มันยังคงฝังลึกในความทรงจำของเธียร์ พอ ๆ กับความเจ็บปวดที่ได้รับมาอย่างมากมายในวันนี้  

“เอาชุดไปเก็บได้แล้วเอนยา..” คนตัวขาวเอ่ยบอกแม่บ้านคนสนิทที่อยู่ในห้องเป็นเพื่อนตัวเองเสียงเบา หลังจากที่เจ้าตัวนั้นเปลี่ยนเสื้อผ้าเป็นที่เรียบร้อย ขาเรียวหยัดตัวลุกขึ้นยืนก่อนที่จะก้าวเดินไปทางบริเวณริมหน้าต่างอย่างช้า ๆ โดยที่ไม่ได้สนใจเสียงฝีเท้าที่เดินอยู่ทางด้านหลังของตัวเอง “เราคงไม่มีโอกาสได้กลับไปที่นั่นอย่างที่ไทเลอร์ว่าจริง ๆ แล้วล่ะเอนยา”

เธียร์ เยลเวอร์ตัน เอ่ยพลางยกมือขึ้นจับของหน้าต่างซึ่งเป็นกำแพงอิฐแน่น จนมือขาวนั้นเกร็งจนเห็นกระดูกที่นูนขึ้นมา ภาพความงดงามของฮาร์เดนเจอร์ในยามค่ำคืนนั้นคงจะดีกว่านี้ หากเธียร์ไม่ได้อยู่ในสภาพอารมณ์ที่หดหู่แบบนี้

“อย่าคิดที่จะกระโดดลงไปเชียวล่ะคุณหนู”  

เสียงแหบต่ำที่เอ่ยทักกับกลิ่นไม้หอมไหม้ที่เธียร์เคยได้กลิ่น ทำให้เพียวโอเมก้าที่กำลังเหม่อลอยมองออกไปด้านนอกนั้นหันขวับกลับเข้ามาในห้องด้วยความตกใจ

“ไทเลอร์..” เป็น แมดส์ ไทเลอร์ ที่โผล่เข้ามาในห้องส่วนตัวของเธียร์โดยที่ไม่มีการบอกกล่าว ทรูอัลฟ่าหนุ่มในชุดเสื้อผ้ามิดชิดที่เหมือนกันกับครั้งแรกไม่มีผิด ยิ่งทำให้ไทเลอร์ดูมีกลิ่นอายของความน่ากลัวมากขึ้นเข้าไปอีก

“ไม่เจอกันแค่ไม่ถึงวัน ไปเล่นซนอะไรมากอีกล่ะคุณหนู ถึงได้แผลที่หน้ามาแบบนี้” คำทักทายที่เหมือนจะตั้งใจกวนประสาท แต่กลับทำให้คนฟังนั้นห้ามน้ำตาของตัวเองไม่ได้

“เราไม่อยากอยู่ที่นี่แล้ว..”  

แรงโผกอดที่โถมเข้าหาตัวทรูอัลฟ่าหนุ่มทำให้คนผิวเข้มนั้นได้แต่ยืนนิ่งรับฟังคนที่ร้องไห้ใส่ตัวเอง  

“ร้องไห้ได้ตลอดขนาดนี้ ไม่เหนื่อยบ้างหรือไงคุณหนู?”

แน่นอนว่าคำพูดของแมดส์นั้นไม่ได้ทำให้คนที่กำลังร้องไห้สนใจแต่อย่างใด นอกเสียจากจะเอาแต่กอดตัวเองแน่นพลางซบหน้าลงบนหน้าอกแข็งแรง

“เราขอร้องนะไทเลอร์.. พาเราออกไปจากที่นี่ที ไปที่ไหนก็ได้ ขอแค่พาเราออกไป” คนตัวขาวเงยหน้าขึ้นมาขอร้องแมดส์ทั้งน้ำตา เธียร์ลืมคิดเรื่องอื่นทุกอย่างไปจนหมด ลืมแม้กระทั่งว่าคนตรงหน้านั้นคือคู่แห่งโชคชะตาที่ตัวเองหลีกเลี่ยงมากแค่ไหน

ใบหน้าน่ารักที่เต็มไปด้วยคราบน้ำตานั้นถูกเชยขึ้นด้วยฝ่ามือใหญ่ ในขณะที่นิ้วมือสากของแมดส์นั้นไล่เกลี่ยไปตามรอยแดงบนใบหน้าของเธียร์อย่างพิจารณาด้วยสายตาที่ยากจะคาดเดา  

“ก็มันหน้าที่ของฉันอยู่แล้วไม่ใช่หรือ”  

 

 

HASTAG : #maddogmn  

 

TALK : ใครตีน้องเธียร์ต้องเอาไปประหาร!! // ตอนหน้าจะมีตัวละครใหม่แล้วนะคะ รอติดตามกันได้เลย 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.073K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

6,517 ความคิดเห็น

  1. #6450 Rannaree Rannaree (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 28 ธันวาคม 2563 / 12:53
    กรี๊ดดดดด มาแล้ว พ่อพระเอกของเรามาทำหน้าที่แล้ว ไม่ต้องร้องนะน้องเธียร์ อยากเข้าไปกอดปลอดมากๆ อยากขับมาสด้าตัวเองไปพาน้องออกมา ฮือ
    #6,450
    0
  2. #6357 ParkMild (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 11 ธันวาคม 2563 / 17:36
    อยากเข้าไปกอดน้อง น้องควรได้รับความรักเยอะ ๆ
    #6,357
    0
  3. #6302 LILNCT23 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 28 พฤศจิกายน 2563 / 19:57
    นายแมดส์ทิ้งน้องไม่ลงหรอกกกจัมมม!! ปล.ทุกคนใจร้ายกับน้องมากT-T
    #6,302
    0
  4. #6294 __0997 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 26 พฤศจิกายน 2563 / 12:19
    แมดส์ใช้ความเป็นหมาบ้าของตัวเองได้ถูกจังหวะจริงๆ ถ้าเป็นคนอื่นคงไม่กล้าทำแบบนี้อ่ะ แต่นี่ใคร แมดส์ ไทเลอร์ไง สุดยอดดดดด เราว่ามันต้องมีบ้างแหละ เห็นน้องโดนทำร้ายแล้วอารมณ์ขึ้นอ่ะ
    #6,294
    0
  5. #6150 jjj_jaejamje (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 13 ตุลาคม 2563 / 02:52
    แงแออออ สงสารน้อง น้องไม่ผิดเลย คุณพ่อใจร้ายมาก ตัวเองทำให้น้องเกิดมาไม่ใช่รึไง
    #6,150
    0
  6. #6120 BBbyunbua (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 7 ตุลาคม 2563 / 21:52
    ถ้าพ้มเข้าไปอยู่ในนิยายได้ บอกเลยจะจิกหัวพ่อของน้องเธียร์มาตบเลยจ่ะ ไม่ไหวแล้ว ตัวเองทำให้ลูกเกิดมาเอง ก็ต้องดูแลไหม บ้าป่าวหงิดเลย แต่เหนือสิ่งอื่นใดคือเชียร์พี่แมดมากจ่ะ สู้ๆนะพี่ พ่อคนโหด
    #6,120
    0
  7. #6053 babemay (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 26 กันยายน 2563 / 12:05
    คุณพ่อใจร้ายมาก สงสารน้องเธียร์ ฮือ พี่ดีแลนพยายามช่วยมากเลย ;-; ดีจังที่น้องยังมีพี่ชายที่ดี แล้วนายแมดส์มาหาแล้ว แง คิดถึงอะดิดูออก!!!!
    #6,053
    0
  8. #5974 Baozi99_Mandoo (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 21 สิงหาคม 2563 / 15:51
    แหมคุณพ่อเป็นคนทำให้น้องเกิดมาเองไม่ใช่เหรอมีหน้ามาพูดว่าเป็นความอัปยศโถอี
    #5,974
    0
  9. #5955 doraaung (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 18 สิงหาคม 2563 / 21:23
    ถึงเวลาแล้วววววว ดีแลนด์ได้พยายามเต็มที่แล้ว ไม่อยากคิดเหตุการณ์หลังจากนี้เลย ต้องถูกล่าแน่นอนอ่ะ แต่พาคุณหนูไปเถอะไทเลอร์

    ขอบคุณสำหรับฟิคนะคะ ไรท์สู้ๆน๊าาาา
    #5,955
    0
  10. #5927 mefallinginlovewithjeno (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 12 สิงหาคม 2563 / 16:18
    ฝากนายแมดดูแลน้องเธียร์ด้วยค้าบ
    #5,927
    0
  11. #5886 Oywctmw (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 7 สิงหาคม 2563 / 18:45
    ขอให้ผ่านไปได้ด้วยดี
    #5,886
    0
  12. #5840 Felicia_Kirisora (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 5 สิงหาคม 2563 / 08:17
    กรี๊ดแล้ว พี่แมดส์พาน้องหนีไปเลย หนีไปให้ไกลจากพ่อใจร้าย!!! เป็นครั้งแรกที่ดีใจหนักมากที่เห็นแมดส์โผล่มาหาน้อง เขินสุดยอดเลยตอนนี้
    #5,840
    0
  13. #5799 aitagawa (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 1 สิงหาคม 2563 / 19:16
    อย่ามาแตะต้องคนดีของฉัน!!!
    #5,799
    0
  14. #5739 Ssnnman (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 28 กรกฎาคม 2563 / 23:09
    ฮือออออ ทำไมชีวิตน้องเธียร์ของแม่น่าสงสารขนาดนี้ พี่แมดส์ก้อย่าใจร้ายกับน้องอีกเลยนะคะะ ;-;,
    #5,739
    0
  15. #5721 dissilyn (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 27 กรกฎาคม 2563 / 10:27
    ขอต่อยพ่อคุณหนูได้มั้ยคะ
    #5,721
    0
  16. #5647 fararaferren (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 21 กรกฎาคม 2563 / 20:13
    เป็นครั้งแรกที่รู้ดีมากๆที่นายแม้ดมาเจอน้อง พาน้องออกไปที ช่วยพาน้องออกไปจากที่โหดร้ายแบบนี้ที
    #5,647
    0
  17. #5538 lopenav (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 12 กรกฎาคม 2563 / 20:23
    แมดส์ พาน้องหนีไป!!!!!! โอ้ยยยย ตอนนี้คือแบบ ทุกอย่าง พังหมดแล้ว จริงๆ คุณหนูคงใจสลายมากแน่ๆ
    #5,538
    0
  18. #4865 MickeyHC (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2563 / 15:08
    ฮืออออ แมดดีมาก แง
    #4,865
    0
  19. #4833 ปงจี้ (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 1 มิถุนายน 2563 / 22:00
    ไม่เคยจะให้น้องเป็นเยลเวอร์ตัน แต่ก็เอาคำว่าเยลเวอร์ตันมาทำให้น้องต้องมาเจออะไรแบบนี้ ปสดนะคะคุณพ่อ เหม็นเบื่อความคิด อยากจะสาปๆๆๆๆ เห้อ ละนายแมดส์ บับ ทำตามหน้าที่ไม่ขาดตกบกพร่องเลยนะคะ ฮื่ออออออ เพราะหน้าที่จริงๆหรือมีอะไรผสมมั้ยคะ🥺
    #4,833
    0
  20. #4263 ปงจี้ (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2563 / 14:33
    ดิฉันกำหมัดแน่นแล้ว คุณพ่อคือแบบ โว้ยยยยย ฉันจะสาปแก!!! กี้ดดดดดดดด
    #4,263
    0
  21. #4262 monster_evil (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2563 / 14:13
    หรือวันนั้นเอ็ดมันด์ไม่ได้ทำ ดีแลนน่าฉงฉัยนะเนี่ย
    #4,262
    0
  22. #4044 nutnanbb (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 24 เมษายน 2563 / 12:50
    ชั้นอยากได้กลิ่นนายไทเลอร์บ้าง ขอยาดไปดมไม้เปียกก่อน
    #4,044
    0
  23. #3697 Natcha_FF (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 14 เมษายน 2563 / 18:45
    ชั้นเขินนนน โว้ยยยยย ตายๆเเร้ววววว
    #3,697
    0
  24. #3582 Redcurrant (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 11 เมษายน 2563 / 19:32
    ถึงกับต้องสมัครเเอคมาเม้น ชั้นจะบอกว่าเขินเเมดส์ตัวบิดมาก ไม่ไหวเเล้ว ㅠ ㅠ
    #3,582
    0
  25. #3554 om_kanokrat (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 10 เมษายน 2563 / 13:58
    คือก้เส้าเเต่ก้เขิลลลโว้ยยย
    #3,554
    0