[ #MINNO ] MAD DOG ¦ True Alpha x Pure Omega

ตอนที่ 44 : Mad Dog : Chapter 39 [END]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5,647
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 637 ครั้ง
    1 ก.ค. 63

 

 

 

Note: ตอนสุดท้ายแล้ว ค่อย ๆ อ่านนะคะ 

 

 

เจ้าของผิวขาวน้ำนมที่นอนหลับใหลในรังของตน ค่อย ๆ ลืมตาขึ้นอย่างช้า ๆ การกระทำซึ่งไม่ต่างจากลูกแมวตัวขาวที่ตัวเองเลี้ยง ย่อมสร้างภาพน่าเอ็นดูให้กับคนที่พึ่งเดินเข้ามาในห้องได้อย่างไม่ยากเย็น แต่ก่อนที่เจ้าของร่างสูงจะได้เอ่ยอะไรออกมา คนที่พึ่งลืมตาตื่นก็กลับลุกพรวดพราดหายเข้าไปในห้องน้ำ แว่วเสียงอาเจียนจากด้านใน คงเป็นตัวบ่งบอกได้ดีว่าอาการที่ว่าเป็นผลมาจากเจ้าลูกกระต่ายตัวน้อย

เธียร์ใช้หลังมือเช็ดคราบน้ำสีใสที่เลอะมุมปากของตัวเองออก ก่อนที่เจ้าตัวจะซบใบหน้าลงกับแขนของตน เพราะความรู้สึกมึนหัวและรู้สึกเหนื่อยเกินกว่าจะขยับตัวไปไหน

“เราทรมานมาก ๆ เลยเอนยา..”

คนตัวขาวบ่นพึมพำด้วยน้ำเสียงที่เจือหอบจากการหายใจไม่ทัน เมื่อได้ยินเสียงฝีเท้าที่เดินเมาจากด้านหลังของตนเอง ไหล่ผอมยังคงขยับขึ้นลงเพราะอาการเหนื่อยหอบ จากการอาเจียนเมื่อครู่จนไม่สามารถควบคุมลมหายใจให้เข้าออกปกติได้

คุณหนูเยลเวอร์ตันยังคงไม่รู้ตัวเลยสักนิดว่าคนที่เจ้าตัวเห็นผ่าน ๆ เมื่อครู่ในตอนตื่นไม่ใช่แม่บ้านคนสนิทของตน แต่กลับเป็นใครอีกคนที่เจ้าตัวเฝ้ารอมานับหลายวัน

กลิ่นไม้หอมไหม้ของแมดส์ที่ปะปนอยู่ในอากาศภายในห้อง ไม่ได้ทำให้เธียร์ที่คุ้นเคยกับกลิ่นแปลกใจ นอกเสียจากจะคิดว่ามันคือกลิ่นหอมที่ติดจมูกของตนมาตลอดทั้งคืน จากการนอนซุกตัวอยู่ในรังของตนที่เต็มไปด้วยกลิ่นของทรูอัลฟ่าคู่ชีวิต

“มันทรมานเท่าไม่ได้อยู่กับพี่หรือเปล่า?”

เสียงทุ้มต่ำของทรูอัลฟ่าหนุ่มทำให้เธียร์หันหน้ากลับไปมองด้วยความตกใจ ก่อนค่อย ๆ พยุงตัวลุกขึ้นยืน และโผเข้ากอดคนที่เดินเข้ามาหาตน พร้อมกับอ้าอ้อมแขนรับตัวของเธียร์ไว้อย่างมั่นคง

“พี่กลับมาตั้งแต่เมื่อไหร่กัน..” เพียวโอเมก้าตัวขาวซบลงกับลาดไหล่กว้าง ก่อนที่จะเอ่ยถามด้วยความดีใจ รอยยิ้มหวานของเจ้าดอกแม็กโนเลีย ได้กลับมาประดับบนใบหน้าน่ารักอีกครั้งในรอบหลายวัน เมื่อได้พบกับคนรักที่เฝ้าคิดถึง

“ตั้งแต่เมื่อคืน…” แมดส์เอ่ยตอบตามตรง พลางโอบกอดแม่กระต่ายตัวขาวไว้หลวม ๆ

“แล้วทำไมพี่ถึงไม่ปลุกเรา..”

“จะให้พี่ปลุกเราได้ยังไงในเมื่อเรากำลังนอนหลับอยู่” แมดส์กล่าว “แล้วไหนใครบอกพี่ว่าจะดูแลตัวเองดี ๆ ไม่เจอหน้ากันแค่ไม่กี่วัน ทำไมถึงได้ปล่อยให้ตัวเองผอมลงแบบนี้” ทรูอัลฟ่าผิวเข้มอดเอ่ยดุคนตัวขาวไม่ได้ เพียงแค่กอดแค่นี้ แมดส์ก็รับรู้ได้แล้วว่าคุณหนูเยลเวอร์ตันนั้นแปลกไป

“ก็เรากินได้แค่นี้” เธียร์ตอบด้วยน้ำเสียงไม่สู้ดีนัก “เราพยายามกินแล้ว… ไม่ใช่ว่าไม่พยายาม”

เมื่อได้ยินน้ำเสียงเข้มของแมดส์มันก็ทำให้เธียร์อดตกใจไม่ได้ ซ้ำยังรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังถูกดุ จนทำให้ดวงตาใสเริ่มคลอหน่วงไปด้วยน้ำตา

“แต่เอนยาบอกพี่ว่าระ…” แมดส์ที่กำลังจะอ้าปากเถียงถึงกับยอมหยุดพูดในทันที เมื่อรับรู้ถึงแรงสะอื้นน้อย ๆ ของคุณหนูตัวขาว

“อึก ชอบดุเราอีกแล้ว”

“พี่ไม่ได้ดุเราเลยนะเธียร์”

“ดุ..” คนที่ร้องไห้เงียบ ๆ เอ่ยเถียง ก่อนจะพยายามดันตัวออกจากคนตัวใหญ่กว่า แต่ก็ไปไหนไม่ได้เพราะวงแขนใหญ่รั้งคนตัวบางเอาไว้

“ปกติไม่งอแงแบบนี้ไม่ใช่หรือ?”

ริมฝีปากบางเม้มแน่นไม่ยอมตอบ ดวงตาใสที่เต็มไปด้วยหยาดน้ำตา จ้องมองใบหน้าของแมดส์อย่างเคือง ๆ เพียวโอเมก้าตัวเล็กเอาแต่เมินหน้าหนี และไม่ยอมมองหน้าทรูอัลฟ่าหนุ่มแม้แต่น้อย

“…..”

“เธียร์…” แมดส์เอ่ยเรียกคนตัวขาวอีกครั้ง แต่ก็ไม่ได้รับการโต้ตอบใด ๆ กลับมา นอกจากน้ำตาที่ไหลลงมาอาบแก้มขาว จนมือใหญ่ต้องเอื้อมไปเช็ดให้อีกฝ่ายอย่างเบามือ

ท่าทางว่าคุณหนูเยลเวอร์ตันจะโกรธเข้าให้แล้วจริง ๆ ถึงได้เมินใส่กันแบบนี้

ถึงคราวตกที่นั่งลำบากของเบลเลอมอนท์คนกลางเข้าแล้วล่ะ… เรื่องแบบนี้ใครก็ไม่สามารถช่วยแมดส์ได้ นอกจากเจ้าตัวจะหาทางช่วยเหลือตัวเอง และแก้ไขสถานการณ์ที่ยากจะรับมือกับแม่กระต่ายตัวขาว

“เด็กดีจะไม่ยอมคุยกับพี่หน่อยหรือ?”

สรรพนามเรียกแทนที่เปลี่ยนไป ทำให้คนที่กำลังน้อยอกน้อยใจคนตัวสูง หันขวับมามองอีกฝ่ายทั้งน้ำตา รอยยิ้มของแมดส์และดวงตาที่ดูอ่อนลง มันสะกดให้เธียร์รู้สึกใจอ่อนอย่างบอกไม่ถูก ถึงแม้ว่าก่อนหน้านี้เจ้าตัวจะรู้สึกไม่ดีเอามาก ๆ ที่ถูกอีกฝ่ายดุก็ตามแต่

“เราไม่ใช่เด็กดี”

คุณหนูเยลเวอร์ตันเอ่ยเถียงอีกฝ่ายด้วยน้ำเสียงติดสั่น มือขาวพยายามแกะมือของแมดส์ออกอีกครั้ง ซ้ำยังเบี่ยงใบหน้าหนีลมหายใจร้อน จากคนที่โน้มใบหน้าเข้ามาใกล้ตนเอง

“ดุเหมือนแมวขู่..”

คำเปรียบเทียบประหลาด ๆ ยิ่งทำให้เธียร์คิ้วขมวดมากกว่าเดิม น้ำตาที่เคยไหลเริ่มหายไป ก่อนจะแทนที่ด้วยใบหน้าง้ำงอของเจ้าตัว หลังจากถูกคนตัวใหญ่กว่าพูดจากวนประสาท ซ้ำยังส่งยิ้มเจ้าเล่ห์มาให้ตนเองอีกด้วย

“เราไม่ใช่แมว!”

ปลายจมูกโด่งของเธียร์ถูกมือใหญ่บิดเบา ๆ ด้วยความรู้สึกมันเขี้ยว เมื่อเห็นใบหน้าน่ารักแสดงสีหน้าดื้อดึง คล้ายกับเด็กที่กำลังจะเอาแต่ใจ

“ไม่ใช่แมวก็ไม่ใช่แมว” แมดส์ยอมไม่เถียงคนรักต่อ ซ้ำยังยอมเออออตามอีกฝ่าย สีหน้าของเธียร์ดีขึ้นกว่าเดิม แต่ก็ยังคงไร้สีสุขภาพดี ไม่เหมือนอาทิตย์ก่อนที่ได้เจอกัน

“แล้วแมวมันก็ไม่ชอบหมาด้วย โดยเฉพาะหมาบ้า” เธียร์เอ่ยด้วยน้ำเสียงเคือง ๆ ซ้ำยังใช้ตาใสแจ๋วของตนเองจ้องใบหน้าคม แต่ในสายตาของแมดส์แล้ว นอกจากคุณหนูตัวขาวจะไม่ได้ดูดุขึ้น มันยังทำให้เธียร์กลายเป็นสัตว์ตัวเล็กที่พยายามจะขู่สัตว์ใหญ่อย่างแมดส์ด้วย

ให้ตายสิ… อาการคนท้องนี่มันรับมือยากจริง ๆ เขาล่ะเชื่อเลย…

“ก็เรื่องของหมากับแมว..”

“…..”

“ยังไงเธียร์ก็ชอบพี่อยู่ดี”

“!!!”

คำตอบของ แมดส์ เบลเลอมอนท์ ทำให้คนที่กำลังเวียนหัวนิด ๆ ถึงกับรู้สึกสู้ไม่ได้ จนต้องร้องครางในลำคออย่างไม่ชอบใจ

“พี่ไม่ได้จะดุเราเลยเธียร์ ที่พี่พูดก็เพราะอยากให้เราดูแลตัวเองให้ดี” แมดส์ดึงบทสนทนาให้กลับมาเป็นเรื่องจริงจังอีกครั้ง

“เราพยายามแล้ว..”

เบลเลอมอนท์คนกลางไม่รู้หรอกว่าไอ้อาการพวกนี้มันจะทุเลาลงเมื่อไหร่ และก็ไม่รู้เช่นกันว่าเจ้าลูกกระต่ายจะดื้อกว่านี้มากแค่ไหนในอนาคต

“เรามาพยายามไปพร้อม ๆ กัน..”

มันต้องไม่เป็นแค่ความพยายามของเธียร์เพียงคนเดียวที่จะผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากนี้ แม้แมดส์จะไม่ได้ตั้งท้องด้วยก็จริง แต่เขาก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกปวดใจ เมื่อเห็นความทรมานของคนรัก

“อือ..”

“ใจคอจะไม่ให้พี่กอดนาน ๆ หน่อยหรือ” ประโยคตัดพ้อของเบลเลอมอนท์คนกลาง ทำให้คุณหนูเยลเวอร์ตันเหลือบมองใบหน้าของแมดส์อีกครั้ง ดวงตาคมที่กำลังออดอ้อนของแมดส์ แทบทำให้หัวใจของเธียร์หยุดเต้นเสียให้ได้

“จะกอดก็กอด”

คนตัวขาวที่งอแงก่อนหน้านี้เอ่ย ก่อนจะปล่อยให้คนตัวสูงกว่ากอดตัวเองได้อย่างตามใจ กลุ่มผมสีเข้มของเธียร์ถูกพรมจูบจากริมฝีปากหยักซ้ำแล้วซ้ำเล่า ส่วนวงแขนแข็งแรงก็ยังคงประคองเอวบางไว้ด้วยความเคยชิน

“คิดถึง..”

ประโยคที่เอ่ยออกมาสั้น ๆ ของแมดส์ ทำให้คนฟังหัวใจเต้นลิงโลด เจ้าดอกแม็กโนเลียที่ได้รับการดูแลอีกครั้งย่อมฟื้นคืนชีวิตกลับมาสดใสอย่างเช่นเคย

“เราก็คิดถึงพี่”

เธียร์ไม่รู้สึกกระดากปากตัวเองสักนิด ในการเอ่ยบอกความรู้สึกของตัวเองให้อีกฝ่ายได้รับรู้ ความรู้สึกของเธียร์มักผ่านออกมาจากคำพูด และเป็นคำสัตย์จริงที่ไม่มีการปรุงแต่งเพื่อเอาใจใคร

ทรูอัลฟ่าหนุ่มซบใบหน้าลงบนไหล่เล็กและปิดเปลือกตาลง เพื่อซึมซับบรรยากาศซึ่งอบอวลไปด้วยความสุข และความอิ่มเอม เมื่อได้กลับมาพบกับคนรักอย่างที่ตั้งใจไว้

มันเป็นช่วงเวลาหลายวันที่ แมดส์ เบลเลอมอนท์ ต้องจัดการปัญหาทุกอย่างในฮาร์เดนเจอร์ ชาวเมืองที่แบ่งกันเป็นกลุ่ม ๆ ย่อมมีบางส่วนที่ไม่เห็นด้วยกับการกระทำของเบลเลอมอนท์ แน่นอนว่าปัญหาที่ว่า มันย่อมเป็นฝั่งคนมีอำนาจในหมู่ชาวเมืองที่ได้รับผลประโยชน์จากการเอาเปรียบผู้อื่น

แม้จะยังไม่เรียบร้อยดีนัก แต่แมดส์ก็สามารถวางใจได้ว่ากลุ่มคนเหล่านั้น จะไม่กล้าลุกขึ้นมาต่อต้านตัวเองได้อีก ไม่ว่าจะทั้งทางตรงหรือทางอ้อม ก่อนจะเอ่ยบอกคนตัวขาวด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลง แต่ก็ยังคงเต็มเปี่ยมไปด้วยความมั่นคงในคำพูด

“จะไม่มีอะไรให้เราต้องกังวลอีกต่อไป..”

“…..”

“พี่เอาทุกอย่างกลับคืนมาให้เราทั้งหมดแล้วนะเธียร์”

 

 

 

หลังจากที่จัดการธุระส่วนตัวเป็นที่เรียบร้อย และทานมื้อเช้ากันอย่างเงียบ ๆ ทั้งคู่ก็ได้มีเวลาในการพูดคุยกันอย่างลำพัง โดยที่คนผิวเข้มเลือกนั่งบนพื้นตรงหน้าของคนที่นั่งห้อยขาอยู่บริเวณปลายเตียง  

ใบหน้าคมของคนที่เธียร์คุ้นเคยเป็นอย่างดี ถูกแต่งแต้มไปด้วยรอยฟกช้ำสองสามจุด แม้ไม่ได้สีเข้มอย่างเช่นในวันแรก แต่มันยังคงทิ้งรอยฟกช้ำให้ได้เห็นถึงการได้รับบาดเจ็บเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่อีกฝ่ายได้รับกลับมา  

มือขาวแตะรอยฟกช้ำของคนที่นั่งอยู่ต่ำกว่าตัวเองด้วยความเบามือ ดวงตาคู่สวยเอาแต่จดจ้องบนบาดแผลที่สามารถมองเห็นได้บนร่างกายของคนรัก ก่อนจะถอนหายใจออกมาเบา ๆ เมื่อเห็นว่าแมดส์ไม่ได้บาดเจ็บสาหัสอย่างที่ตนกังวล

“ไม่ต้องมายิ้มเลย..” คนน่ารักเมินหน้าหนีคนตัวโตกว่าที่นั่งเกยคางอยู่บนหน้าขาของตัวเอง ซ้ำยังส่งยิ้มจนทำให้เธียร์รู้สึกทำอะไรไม่ถูกเสียอย่างนั้น

“ทำหน้านิ่งก็หาว่าดุ พอยิ้มก็ห้าม เรานี่มันยังไงกัน..” แมดส์ตอบกลับคนตัวขาวอย่างกวน ๆ ก่อนจะได้รับค้อนวงโตกลับมา พร้อมกับมือขาวที่ดันใบหน้าของแมดส์ให้ออกจากหน้าตักนิ่ม

“แล้วพี่เป็นคนยังไงล่ะ ถึงได้มาขอเราแต่งงานแล้วก็หายไป”

แม้จะตื่นเช้ามาด้วยความรู้สึกประหลาดใจ ที่เห็นคนรักของตนกลับมาแล้ว แต่มันก็ทำให้เธียร์อดน้อยใจไม่ได้อยู่ดี ความดีใจและความรู้สึกเสียใจมันปะปนกันไปหมด

“อย่างน้อยมันก็เป็นการรอคอยที่มีความหวังไม่ใช่หรือ?”

มันไม่ผิดจากที่คนผิวเข้มพูดเลยสักนิด ความหวังที่แมดส์มอบให้กับเธียร์ แม้มันจะทำให้รู้สึกเจ็บปวดอยู่บ้าง แต่ในความเจ็บปวดนั้นมันก็ยังคงมีความหวังที่มากกว่า

“ต่อให้พี่ไม่บอก เราก็จะรอ..”

“รอเก่งขนาดนั้นเชียว”

คนตัวขาวพยักหน้ารับคำถามของคนผิวเข้ม จนกลุ่มผมสีเข้มขยับตามจังหวะการเคลื่อนไหว ใบหน้าที่เคยไร้เลือดฝาดค่อย ๆ กลับมามีสีสันอีกครั้ง เมื่อวันนี้เจ้าลูกกระต่ายในท้องไม่เล่นซนเหมือนทุกวัน จนทำให้เธียร์ต้องรู้สึกเหนื่อยอ่อน

“ในเมื่อพี่กล้าสัญญา พี่ก็ย่อมต้องมั่นใจว่าพี่จะกลับมาหาเรา”

น้อยครั้งที่ทรูอัลฟ่าหนุ่มจะสัญญากับเธียร์ มันไม่ใช่เพราะความขลาดกลัวหรือความไม่ใส่ใจใด ๆ แต่เพราะมองลึกลงไปในความรู้สึกที่ลึกซึ้งมากกว่าเพียงแค่คำพูด มันถึงทำให้แมดส์คิดอย่างรอบคอบเสมอ ถ้าต้องสัญญาใด ๆ กับเธียร์

หากไม่มั่นใจว่าสามารถทำได้ แมดส์ย่อมไม่มีทางให้คำสัญญากับเธียร์อย่างแน่นอน

“แล้วคำตอบของพี่ล่ะ?”

เจ้าของดวงตาคมเอ่ยถามคนตัวเล็กกว่า เพื่อทวงถึงคำขอของตัวเองที่เคยได้กล่าวกับอีกฝ่ายไว้ ทันทีที่เธียร์ได้ยินคำถามจากแมดส์ เจ้าตัวก็ถึงกับนั่งนิ่งและเอาแต่จ้องหน้าคนรักเงียบ ๆ

ยิ่งเธียร์มองหน้าแมดส์เท่าไหร่ มันก็ยิ่งทำให้เธียร์นึกย้อนถึงเรื่องราวที่ผ่านมา พวกเขาเคยมีช่วงเวลาน่าอึดอัด ตั้งแต่แรกเริ่มที่พบเจอกัน ความเฉยชาและคำพูดคำจาที่ยิ่งกว่าขวานผ่าซาก เธียร์ยังจดจำได้ดี ว่าแมดส์ เบลเลอมอนท์ ในตอนนั้นช่างแตกต่างกับคนที่อยู่ตรงหน้าตัวเองมากแค่ไหน

ความหยาบกระด้างต่าง ๆ แม้ไม่ได้หายไปทั้งหมด แต่มันก็ทดแทนด้วยการกระทำที่ทำให้เธียร์อบอุ่นไปทั้งหัวใจ และสิ่งที่ไม่เคยเปลี่ยนไปของแมดส์ นับตั้งแต่ที่เขาทั้งคู่ได้พบกันมันก็คือการกระทำที่สำคัญกว่าคำพูดของอีกฝ่าย

จากความไม่เข้าใจและไม่พยายามปรับตัวเข้าหากัน กำแพงที่ไม่ใช่แค่แมดส์คนเดียวที่สร้างขึ้น มันเป็นเรื่องที่ยากลำบากกว่าที่เราทั้งคู่จะยอมรับฟัง และมองเห็นความหวังดีของอีกฝ่าย  

มันมีอะไรมากมายที่เธียร์ไม่อาจพูดได้ทั้งหมด เกี่ยวกับความสุขและความอ่อนโยนของชีวิตที่ได้พบเจอกับแมดส์ เขารู้สึกได้ถึงอิสระ การมีชีวิตอย่างที่ใจตนเองต้องการ โดยไร้การผูกมัดหรือการกักขัง แม้จะต้องอยู่ในกรอบสายตา แต่ทุกครั้งที่เธียร์เฝ้ามองหรือแสดงท่าทีว่าอยากจะทำอะไรบางอย่าง ทรูอัลฟ่าหนุ่มก็สามารถรับรู้ได้อยู่เสมอ ราวกับคอยสังเกตและมองเขาตลอดเวลา

ท่ามกลางสภาพแวดล้อมที่เต็มไปด้วยความรักจากผู้คนมากมาย การต้อนรับที่แสนจริงใจ และความหวังดีที่มอบให้กับเธียร์อย่างไม่หวังสิ่งตอบแทน จากทั้งผู้คนที่กรีนเลคหรือหลาย ๆ คนที่เดอะฮิลล์ แม้เป็นช่วงระยะเวลาสั้น ๆ แต่มันก็กลับมีค่ามากมายเหลือเกินสำหรับเธียร์ และช่วงเวลาเหล่านั้นก็กลับมีค่าเพิ่มมากขึ้น เมื่อเขาได้เห็นรอยยิ้มของแมดส์ และตัวตนอีกด้านหนึ่งซึ่งเธียร์ไม่เคยได้เห็นมันมาก่อน

เขาโชคดีเหลือเกินที่ได้พบกับคู่แห่งโชคชะตาซึ่งตอบรับความรักของตนเอง ด้วยความรักอันมากมายจนไม่อาจประเมินค่าได้

มือนิ่มประคองใบหน้าคมไว้ด้วยสองมือของตน เจ้าของกลิ่นดอกแม็กโนเลียโน้มตัวลงไปหาอีกฝ่าย ก่อนจะเอ่ยกระซิบแผ่วเบาข้างหูของคนผิวเข้ม เสียงนุ่มหูและประโยคที่เอ่ยออกมาจากปากบาง ทำให้ทรูอัลฟ่าหนุ่มหัวใจเต้นถี่ระรัว และเกิดรอยยิ้มขึ้นบนใบหน้าหล่อคมในทันที

“พี่พูดให้เราฟังอีกครั้งสิ..”

รอยยิ้มเล็ก ๆ ของเธียร์ยังคงดูสดใสอยู่เสมอ ไม่นับนัยน์ตาสีเข้มที่เปล่งประกายล้อแสงสว่าง จนทำให้ตกหลุมรักได้อย่างไม่ยากแค่เพียงจ้องมอง

“ย่อมได้…”

ใบหน้าน่ารักเอียงข้างเล็กน้อย เพื่อปรับองศาให้ใบหน้าของตนได้คลอเคลียใกล้กับใบหน้าคม ปลายจมูกโด่งของเธียร์ปัดผ่านผิวแก้มของแมดส์อย่างตั้งใจ ซึ่งเป็นการกระทำที่คล้ายกับเจ้าโซเฟียเวลาเข้ามาออดอ้อน เพื่อแสดงความรักในยามที่มันรู้สึกสบายใจเมื่อได้อยู่ใกล้ชิดเจ้าของ

“เราอยากฟังแล้ว..” เสียงนุ่มถูกกลืนลงไปในลำคอ เมื่อเบลเลอมอนท์คนกลางผุดลุกขึ้นมากะทันหัน มือใหญ่ดันคนตัวขาวให้นอนราบลงไปบนเตียงหลังใหญ่ ก่อนจะทาบทับลงบนร่างกายของเพียวโอเมก้า โดยที่ใบหน้าคมยังคงคลอเคลียไม่ห่างจากคนตาสวย

“ตั้งใจฟังให้ดีล่ะ”

เธียร์ช้อนตามองคนตาคมอีกครั้ง ในขณะที่แขนเล็กยังคงโอบกอดรอบลำคอแกร่งไว้แน่น สายตาทั้งคู่ที่สอดประสานกันทำเอาคุณหนูตัวขาวประหม่าไม่น้อย ดวงตาดุดันที่จ้องมองเขาด้วยสายตาที่สื่อความหมาย มันทำให้ใบหน้าร้อนผ่าวแทบจะทุกครั้ง ต่อให้ไม่พูดประโยคใดออกมา การกระทำของแมดส์ก็ยังคงมีผลต่อหัวใจของเธียร์เสมอ

“แต่งงานกับพี่นะเธียร์..

เสียงทุ้มต่ำและประโยคที่เอ่ยออกมาอย่างไม่รีบร้อน ทำให้คนฟังสามารถได้ยินมันอย่างชัดถ้อยชัดคำ ทั้งแววตาที่จ้องมองอย่างซื่อตรง มันย่อมทำให้เธียร์รู้สึกเหมือนในวันนั้นไม่มีผิด

แม้จะเตรียมใจมารับฟังประโยคพวกนี้แล้ว แต่พอได้ฟังอีกครั้ง มันก็ยังคงทำให้เธียร์รู้สึกถึงขอบตาอันร้อนผ่าว และหยดน้ำตาที่ไหลออกมาจากหางตา จนเปรอะเปื้อนแก้มของตนเอง

“เราจะแต่งงานกับพี่…” เธียร์เอ่ยตอบคนผิวเข้ม ก่อนที่จะเอ่ยประโยคต่อไป และทำให้แมดส์ก้มลงไปหอมแก้มนุ่มอย่างรักใคร่ “ฝากพี่ดูแลเรากับลูกด้วยนะ..”

“พี่จะดูแลเรากับลูกให้ดี”

“เราไม่รู้จะขอบคุณพี่ยังไง.. ทุกอย่างที่พี่ทำให้เรา มันมากเกินกว่าที่เราจะรับไว้ด้วยซ้ำ”

มันมากเสียจนเธียร์เคยคิดว่าสิ่งที่ตัวเองได้ตอบแทนอีกฝ่าย มันจะน้อยเกินไปหรือเปล่าหากเทียบกับสิ่งที่อีกฝ่ายทำให้กับตนเองมาตลอด

“พี่มีเรื่องอยากขอเราอีกสักเรื่อง..”

สีหน้าที่จริงจังของแมดส์บ่งบอกได้ดีว่าเจ้าตัวให้ความสำคัญกับสิ่งที่จะพูดต่อไปแค่ไหน

“ระ..เรื่องอะไรหรือ?” คิ้วสวยขมวดเข้าหากันเล็กน้อย เมื่อแมดส์เงียบไปสักครู่หนึ่ง และมีท่าทีที่ครุ่นคิดไม่น้อย ก่อนที่จะเอ่ยประโยคที่ทำให้เธียร์แทบยิ้มไม่ออก  

“กลับไปอยู่ฮาร์เดนเจอร์ในฐานะภรรยาของผู้ปกครองคนใหม่ได้หรือเปล่า”

“ผะ ผู้ปกครองอะไรกัน” คนตัวขาวที่กำลังสับสนถึงกับจับต้นชนปลายไม่ถูก

“ฮาร์เดนเจอร์จะไม่ถูกปกครองจากตระกูลเยลเวอร์ตัน…”

“…..”

“จะมีเพียงเบลเลอมอนท์เท่านั้นที่ปกครองฮาร์เดนเจอร์สืบต่อไป”

แมดส์กำลังขอให้เขากลับไปฮาร์เดนเจอร์อย่างนั้นหรือ? สถานที่ที่มีแต่ความทรงจำเลวร้ายพวกนั้น เขาจะกล้าเผชิญหน้ากับมันได้อย่างไร

“ระ เราไม่กล้ากลับไปที่นั่น มันไม่ใช่ที่ของเรา”

แม้จะเป็นบ้านเกิดของตนเอง แต่มันก็ไม่เคยเป็นที่ที่เขาคู่ควร

“ไม่มีใครทำอะไรเราได้อีกแล้ว” แมดส์เอ่ยบอกคนที่กำลังวิตกอย่างเห็นได้ชัด แววตาของเธียร์เต็มไปด้วยความสั่นไหว เพราะความหวาดกลัวที่ฝังลึกอยู่ในจิตใจ “เราย่อมคู่ควรกับในสิ่งที่ควรเป็นของเรา..”

“เราไม่อยากกลับไปเป็นตัวประหลาด..”

เขาขยาดกลัวสายตาเหล่านั้น สายตาที่เต็มไปด้วยความดูถูกและดูแคลน..  

“การเป็นเพียวโอเมก้าไม่ใช่เรื่องประหลาด.. เราพิเศษกว่าใคร และความพิเศษของเราไม่ใช่เรื่องที่ผิด”

แมดส์ เบลเลอมอนท์ จูบซับน้ำตาที่ไหลลงมาตามแก้มขาว พลางลูบไหล่เล็กเบา ๆ เมื่อคนตัวขาวตัวสั่นเพราะความตื่นกลัว

“พวกเขาไม่มีทางยอมรับเราได้”

“ฮาร์เดนเจอร์ควรยอมรับความเท่าเทียมของทุกวรรณะ..”

การยอมรับในวรรณะมันยากมาตลอด ก็เพราะการปลูกฝังความคิดเหล่านั้นต่างหาก ที่ทำให้เพียวโอเมก้ากลายเป็นตัวประหลาดสำหรับใคร ๆ

“…..”

“เชื่อพี่อีกสักครั้งนะ...”

อำนาจในมือของ แมดส์ เบลเลอมอนท์ ย่อมเป็นใบเบิกทางที่จะทำให้เพียวโอเมก้า สามารถมีที่ยืนในสังคมทั่วไปได้อย่างไม่ต้องหลบซ่อน หรือแม้แต่วรรณะที่ใกล้เคียงกันอย่างโอเมก้าก็ย่อมมีสิทธิ์ที่จะใช้ชีวิตได้อย่างปกติเช่นกัน

“เราจะเชื่อ..”

แม้เจ้าของใบหน้าน่ารักจะมีคราบน้ำตาเปรอะเปื้อน แต่มันก็ยังคงดูน่าทะนุถนอมเหมือนเคย แมดส์รู้ดีว่าเธียร์ยังคงหวาดกลัวกับสิ่งเรานั้นฝังใจอีกฝ่ายมาตลอด แต่เขาก็ไม่มีทางเลือกมากเช่นกัน ยิ่งเห็นอะไรหลาย ๆ อย่างในฟลัม มันก็ยิ่งตอกย้ำว่าหากเขาไม่มีอำนาจมากพอ คนที่จะเดือดร้อนและอยู่อย่างไม่มีความสุข มันก็คือพวกเขาสองคน

เขาแสวงหาอำนาจเพื่อความมั่นคงของครอบครัว.. มันคือสิ่งที่แมดส์ต้องการทำ เขาเดินมาไกลเกินกว่าจะถอยหลังกลับไปได้อีก…  

มือใหญ่ยังคงลูบเรือนผมสีปีกกาเพื่อปลอบแม่กระต่ายที่กำลังกลัว ใช้เวลาสักครู่ใหญ่ก็ทำให้แม่กระต่ายเริ่มใจเย็นลง และค่อย ๆ คลายคิ้วที่ขมวดออก จนสีหน้าของเจ้าตัวเริ่มดีขึ้น  

ปลายนิ้วร้อนที่ไล่ลงมาเกลี่ยแก้มขาว สายตาของแมดส์ที่เอาแต่ไล่มองใบหน้าของเธียร์ แสดงออกอย่างชัดเจนว่าเจ้าตัวนั้นอยากจะจูบคนตรงหน้ามากแค่ไหน จวบจนกระทั่งปลายจมูกโด่งแตะแก้มนุ่ม และตามด้วยริมฝีปากหยักที่ทาบทับ

ริมฝีปากนิ่มเผยอรับจุมพิตอันนุ่มนวลที่เจ้าของไม้หอมมอบให้อย่างเต็มใจ ในขณะที่แขนเล็กโอบกอดรอบคอแกร่งไว้หลวม ๆ ฝ่ามืออุ่นร้อนของแมดส์สอดเข้าไปใต้สาบเสื้อที่แยกออกของคนตัวขาว เพื่อหวังจะลูบหน้าท้องแบนราบที่กำลังจะก่อเกิดอีกหนึ่งชีวิตขึ้นมา กลิ่นหอมละมุนที่คละคลุ้งผสมกันภายในห้อง ล้วนแล้วแต่ทำให้แมดส์ไม่อยากถอนจูบจากเธียร์  

“จูบเก่งแล้วนะเรา..”

“ก็เราได้คนสอนดีนี่”  

คุณหนูเยลเวอร์ตันเอ่ย ในขณะที่แก้มขาวขึ้นสีระเรื่อไม่แพ้กับริมฝีปากที่แดงช้ำ เจ้าของใบหน้าจิ้มลิ้มซุกหน้าหาอกกว้างของคนที่ล้มตัวลงมานอนข้างกายตนเอง วงแขนใหญ่พาดทับเอวบางพลางกระชับกอดไว้หลวม ๆ  ส่วนแขนเล็กของเพียวโอเมก้าก็โอบเอวสอบไว้เช่นกัน 

“เก่งแค่จูบหรือ?”  

มือขาวฟาดเข้าที่หน้าอกของแมดส์เข้าให้ เมื่อเจ้าของดวงตาดุเอ่ยถามอะไรทำนองนั้นออกมา ตาใสค้อนขวับใส่คนอายุมากกว่าพลางดันตัวหนีอ้อมกอดอุ่น  

“ถามอะไรของพี่กัน!”

“พี่หมายถึงเวลาเราอ้อน..”  

ใครมันจะไปเชื่อกันล่ะว่าแมดส์จะหมายถึงเรื่องนั้นจริง ๆ ต่อให้จะพยายามปกปิดสีหน้าเจ้าเล่ห์ด้วยใบหน้าเรียบนิ่ง มันก็ปิดไม่มิดเพราะสายตาของเจ้าตัว  

“เรารู้ว่าพี่แกล้งเรา” คนตัวขาวว่าพลางเบะปากน้อย ๆ  

“ชัดขนาดนั้นเชียว?”

“ก็สายตาพี่มันฟ้อง..” เธียร์ว่าพลางเอื้อมมือไปปิดดวงตาของแมดส์ แต่ก็ถูกมือใหญ่ดึงออกและหอมหลังมือขาวซ้ำ ๆ  

“กลิ่นเราหอมขึ้นหรือเปล่า?” แมดส์เอ่ยถามคนรักที่มีกลิ่นหอมฟุ้งขึ้นกว่าเดิม หรือไม่มันก็อาจจะเป็นเพราะกลิ่นน้ำนมของเจ้าลูกกระต่ายกับกลิ่นของเธียร์นั้นผสมกันได้อย่างลงตัว  

“ไม่รู้สิ..” เจ้าของผิวขาวน้ำนมตอบ “บางทีมันอาจจะเป็นเพราะพี่ไม่ได้กลิ่นเรามาสักพักก็ได้นะ” เธียร์ยอมปล่อยให้มือใหญ่จับมือของตัวเองอยู่แบบนั้น เพราะมันคงเป็นเรื่องยากในการบังคับให้แมดส์ทำในสิ่งที่เจ้าตัวไม่อยากทำ

“เรากำลังทำให้พี่ติดกลิ่นเรา..” คนผิวเข้มว่าอย่างที่ใจคิด เมื่อรับรู้ได้ว่าตนเองนั้นเริ่มจะติดกลิ่นของเธียร์ไปเสียแล้ว

“พี่ไม่ต้องพูดแล้ว..” เธียร์เอ่ยห้ามแมดส์ในทันที เมื่อรู้สึกว่าหัวใจของตัวเองกำลังทำงานหนักในตอนนี้  

“…..”

“เวลาพี่ปากหวานแบบนี้ทีไร มันไม่ดีกับตัวเราเลย..”

เธียร์ไม่อยากตกหลุมรักคน ๆ นี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่าหรอกนะ เพราะที่เป็นอยู่ทุกวันนี้เขาก็คิดว่ามันเป็นความรักที่มากเกินไปแล้วด้วยซ้ำ  

“นี่เราจะทำให้พี่เอ็นดูไปถึงเมื่อไหร่..”  

“พี่ต้องรักเราสิ.. มาเอ็นดูอะไรกันเล่า”

“พี่รักเรามากกว่าใครอยู่แล้ว”

“…..”

“รักจนไม่คิดชีวิตนี้จะต้องการความรักจากใครอีก..”

หลังจากที่แมดส์เอ่ยประโยคนี้ออกไป คนตัวขาวก็เอาแต่หลบสายตาของแมดส์ แก้มใสยิ่งแดงระเรื่อเมื่อเลือดในกายสูบฉีด ใช้เวลาพักใหญ่เลยด้วยซ้ำกว่าที่เจ้าของตาใสจะยอมเงยหน้าขึ้นมามองใบหน้าของแมดส์  

ถึงจะดูกล้าเถียงแมดส์มากขึ้น  แต่สุดท้ายคุณหนูตัวขาวก็ยังคงเป็นคนเดิมที่มักจะควบคุมตัวเองไม่ได้ เวลาที่ต้องอยู่ใกล้ชิดกับทรูอัลฟ่าหนุ่ม

จวบจนคนตัวสูงกว่ายอมลุกจากเตียงใหญ่ และปล่อยให้แม่กระต่ายได้นอนพักผ่อน เจ้าตัวก็ยังไม่วายสร้างเรื่องให้เธียร์ต้องหน้าแดงก่ำ เมื่อนิสัยชอบถอดเสื้อเวลาอยู่ในห้องส่วนตัวของแมดส์ที่กลายเป็นความเคยชิน ได้สร้างความคิดอะไรแปลก ๆ ในหัวของเธียร์ จนทำให้คนตัวขาวซุกตัวลงใต้ผ้าห่ม และเหลือเพียงช่วงดวงตาโผล่ออกมามองคนที่ยืนหันหลังให้ตนอยู่ปลายเตียง  

คนผิวเข้มถอดชุดทรงสง่าออก จนเหลือแค่เพียงกางเกงที่สวมใส่อย่างหมิ่นเหม่ ขอบกางเกงยังคงเกาะอยู่บนเอวสอบที่เต็มไปด้วยกล้ามเนื้อ ร่องรอยฟกช้ำบางจุดยังคงมีอยู่ให้เห็นประปราย แผ่นหลังกว้างเต็มไปด้วยมัดกล้ามเนื้อที่เห็นชัด เส้นเลือดตามลำแขนเองก็ขึ้นอย่างชัดเจน จนทำให้เธียร์รู้สึกหน้าร้อนเป็นบ้าในทุกครั้งที่ได้เห็นร่างกายของคนรัก  

“แล้วพี่ไม่พักผ่อนหรือ?”

“?” แมดส์หันกลับมามองคนที่ไม่ยอมหลับ ก่อนจะขมวดคิ้วเข้าหากันเล็กน้อย เมื่อเห็นสภาพของเธียร์ที่ดูตลกสิ้นดีกับการโผล่มาให้เห็นใบหน้าเพียงแค่ช่วงดวงตา

“พี่มานอนบนเตียงกับเราก็ได้นะ..”

“ไม่หวงรังแล้วหรือไง?” แมดส์ถึงกับแปลกใจเมื่อคนตัวขาวเป็นฝ่ายเอ่ยปากเอง

“เรายอมยกเว้นให้พี่วันนึงก็ได้..”

คำตอบของเธียร์ทำให้แมดส์รู้ได้ทันทีว่าลึก ๆ แล้วคนตัวขาวคงโหยหาอ้อมกอดของตนไม่น้อย นับตั้งแต่เธียร์สร้างรังเป็นของตนเอง มันก็น้อยครั้งนักที่เจ้าตัวจะได้นอนหลับในอ้อมกอดของแมดส์

คนอย่างเบลเลอมอนท์คนกลางมีหรือจะปฏิเสธคำอนุญาตของเธียร์ ไม่มีทางเสียหรอก…

ทั้งคู่ต่างใช้เวลาส่วนตัวแลกเปลี่ยนเรื่องราวที่ต่างคนต่างได้เผชิญ เรื่องราวในช่วงระยะเวลาที่ไม่ได้เจอหน้ากันถูกบอกเล่าให้อีกฝ่ายได้รับฟัง นับเป็นช่วงเวลาที่ผ่อนคลาย และรู้สึกอบอุ่นอย่างน่าประหลาดที่ได้ใช้เวลาไปกับอะไรที่เรียบง่ายเช่นนี้  

มันอบอวลไปด้วยความสุขและความสบายใจอย่างที่แมดส์ไม่เคยวาดฝันมาก่อน ว่าตัวเองจะได้มีช่วงเวลาดี ๆ เหล่านี้กับใครสักคนหนึ่ง

 

 

 

 

 

งานเฉลิมฉลองอันยิ่งใหญ่อย่างงานแต่งงานของเบลเลอมอนท์คนกลาง ทำให้เมืองท่าอย่างฟลัมเต็มไปด้วยแขกคนสำคัญจากเมืองต่าง ๆ เดินทางเข้ามาร่วมงานสำคัญนี้ ในเวลาเพียงไม่ถึงเดือนผู้ปกครองฟลัมก็สามารถจัดการทุกอย่างได้อย่างเรียบร้อย ตามคำร้องขอของน้องชายที่เอ่ยปากบอกตนเอง

บรรดาแขกเหรื่อที่ทยอยเข้ามาในงาน คงไม่มีใครสำคัญกับเธียร์เท่ากับอัลฟ่าเจ้าของผิวขาวน้ำนม ซึ่งเป็นแขกคนสำคัญที่เดินทางมาจากคาร์เลียนพร้อมกับเพิร์ซ ริชมอนด์

เพียวโอเมก้าตัวขาวที่กำลังนั่งเหม่อมองทะเลผืนใหญ่ตรงหน้า หันหน้ากลับมามองคนที่เข้ามาใหม่ ร่างขาวจะลุกขึ้นเดินเข้าไปหาอีกฝ่ายด้วยความดีใจ

“น้องนึกว่าพี่จะไม่มาแล้วเสียอีก” เธียร์สวมกอดพี่ชายของตนเองแน่น พลางเอ่ยตัดพ้อดีแลน เยลเวอร์ตัน ด้วยความรู้สึกน้อยใจ อีกฝ่ายดูซูบผอมอย่างเห็นได้ชัด ซ้ำยังมีร่องรอยของความทุกข์ที่ฉายชัด แม้จะพยายามซ่อนมันไว้ภายใต้หน้ากากที่ฉาบไปด้วยรอยยิ้มแค่ไหนก็ตาม

“พี่จะไม่มาได้อย่างไร..” ดีแลนลูบกลุ่มผมนุ่มของน้องชายอย่างที่ชอบทำ ก่อนจะปล่อยให้เธียร์กอดตนเองให้พอ “น้องกำลังจะมีความสุข พี่ก็ต้องมาแสดงความยินดีสิ”

“แล้วพี่มีความสุขดีหรือเปล่า?”

รอยยิ้มบนใบหน้าของดีแลนจืดจางลงไปอย่างเห็นได้ชัด ก่อนที่เจ้าของร่างสูงโปร่งจะเบี่ยงประเด็นพูดคุยเรื่องอื่นแทน เพื่อดึงดูดความสนใจของเธียร์ที่สร้างความลำบากใจให้กับตนเอง

“ดีใจด้วยนะเธียร์ที่น้องมีความสุขเสียที..”

ดีแลน เยลเวอร์ตัน รู้สึกละอายใจเหลือเกินที่ตนเองไม่สามารถช่วยเหลือเธียร์ได้เลยสักนิด แม้จะพยายามตามหาน้องชายเท่าไหร่ เขาก็ไม่เคยได้รับข่าวคราวกลับมา จนกระทั่งเมื่อเดือนก่อนที่ตนเองบังเอิญได้ยินบทสนทนาของริชมอนด์กับคนสนิท มันถึงทำให้เจ้าตัวรู้ว่าน้องชายของตนเองยังมีชีวิตอยู่อย่างสุขสบายดี

“พี่ไม่ยอมตอบน้อง” เธียร์เอ่ยแย้ง พลางดันตัวออกจากอ้อมกอดของพี่ชาย ดวงตาใสจ้องมองใบหน้าของพี่ชายอย่างกดดัน แต่ก็กลับไม่สามารถทำให้ดีแลนยอมพูดอะไรออกมา

“แล้วพี่ดูไม่มีความสุขตรงไหนกัน”

“พี่ต้องแต่งงานกับเขาแทนน้อง ทั้งที่พี่ไม่ได้รักเขา มันจะทำให้พี่มีความสุขได้อย่างไร”

“เขากับพี่ไม่ได้แต่งงานกันเสียหน่อย น้องเข้าใจผิดแล้ว” ดีแลนแสร้งยิ้มกว้างและตอบน้องชายด้วยน้ำเสียงปกติ

“จะเป็นไปได้อย่างไร”

“อย่าสนใจเรื่องของพี่เลย วันนี้เป็นวันของน้อง น้องควรจะมีความสุขให้มาก ๆ”

“ถ้าพี่อยากให้น้องเข้าใจแบบนั้น น้องก็จะไม่ถามอีก..” หากดีแลนไม่ยอมเปิดปากพูดเอง เธียร์ก็ไม่อยากจะถามซ้ำไปซ้ำมาให้อีกฝ่ายไม่สบายใจ

“โตขึ้นเยอะเลยนะเธียร์” ดีแลนเอ่ยชมน้องชายจากใจจริง “แมดส์คงดีกับน้องมากเลยใช่ไหม..”

“เขาเป็นเหมือนบ้านสำหรับน้อง” เธียร์กล่าวบอกคนเป็นพี่ทั้งรอยยิ้ม ดวงตาคู่สวยโค้งเป็นพระจันทร์เสี้ยว เมื่อริมฝีปากของเจ้าตัวฉีกยิ้มกว้าง บ่งบอกถึงความสุขมากมายที่ตนเองได้รับจากคนรัก “เป็นความรักที่ไม่ใช่แค่โชคชะตา..”

“…..”

“ถ้าไม่ใช่เพราะพี่ น้องก็ไม่รู้เหมือนกันว่าชีวิตของน้องจะเป็นอย่างไร”

สุดท้ายแล้วคนที่นำพาแมดส์ให้มาพบกับเธียร์ ก็คือดีแลน เยลเวอร์ตัน นี่คือความจริงที่เธียร์รู้ดีว่าการพบกันของเขาและแมดส์ไม่ใช่โชคชะตา แต่เป็นเพราะความตั้งใจของพี่ชายที่คิดจะช่วยเหลือตนเอง

“เป็นโชคดีของน้องที่เจอคนที่เหมาะสมกับตนเอง..”

“…..”

“ต่อจากนี้ก็ใช้ชีวิตให้สมกับสิ่งที่ตัวเองควรได้รับเสียทีนะเธียร์..”

“อื้อ..”

“ขอโทษจริง ๆ ที่เป็นพี่ที่แย่และไม่เคยช่วยเหลือน้องได้สักครั้ง”

“น้องเข้าใจดีว่าพี่มีภาระที่ต้องรับผิดชอบ..”

คนตัวสูงโปร่งไล่มองน้องชายของตนอีกครั้งด้วยความรู้สึกยินดี ยิ่งเห็นว่าใบหน้าของเธียร์ประดับไปด้วยรอยยิ้ม มันก็ยิ่งทำให้ดีแลนมั่นใจว่าน้องชายของตน จะพบความสุขที่แท้จริงและคู่ควรกับตนเอง ไม่ใช่ความทุกข์ทรมานอย่างที่เคยได้รับ พวกเขาทั้งสองคนต่างรู้อยู่แก่ใจดีว่าความสุขเหล่านี้ มันย่อมแลกมาด้วยความทรมานของผู้เป็นพ่อ ซึ่งเป็นสิ่งที่ทั้งเธียร์และดีแลนไม่อยากกล่าวถึงให้เกิดความเสียใจ

ตลอดเวลาที่ผ่านมามันไม่เคยมีสิ่งที่เรียกว่าความสุขสำหรับเขาสองพี่น้อง… ความรักอันเห็นแก่ตัวของผู้เป็นพ่อคือบ่อนทำลายตัวตนของดีแลนและเธียร์ ความสุขสบายที่คนเป็นพี่ได้รับมันก็เป็นเพียงนรกบนดิน ถูกควบคุมและต้องทำทุกอย่างตามที่คนเป็นพ่อสั่ง ไม่ต่างจากทาสรับใช้ที่คอยทำตามคำพูด ส่วนน้องชายเองก็กลับถูกรังเกียจราวกับไม่ใช่ลูกแท้ ๆ 

แต่ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานสักแค่ไหน ดีแลน เยลเวอร์ตัน ก็รับรู้ว่าสิ่งที่มันไม่เคยเปลี่ยนไปในตัวน้องชาย คือจิตใจที่อ่อนโยนของเธียร์

“พี่ขอบคุณเหลือเกินที่ความเจ็บปวดทุกอย่างไม่สามารถเปลี่ยนตัวตนของน้องได้”

มันสมแล้วจริง ๆ ที่เธียร์ควรได้รับความรักที่ดีตอบแทน… 

 

 

 

“ไม่ต้องกลัวฉันหรอกคุณหนู”

รีส เบลเลอมอนท์ เอ่ยบอกน้องสะใภ้ของตนด้วยน้ำเสียงเอ็นดู เมื่อเห็นว่าคุณหนูตัวขาวดูเกร็งไม่น้อย เมื่อต้องมายืนข้างตนเองเพื่อรอเวลาที่จะเดินเข้าไปในพิธีโดยเป็นการการส่งตัวจากผู้ปกครองฟลัม แม้ในคราแรกจะมีการเปลี่ยนตัวเป็นคุณชายเยลเวอร์ตันซึ่งเป็นพี่ชาย ให้ทำหน้าที่นี้แทนก็ตาม

“เราไม่ได้กลัว..”

เธียร์เอ่ยบอกคนที่อยู่ในชุดเต็มยศ จนขับให้ผู้ปกครองฟลัมดูสง่างามและเหมาะสมกับการเป็นผู้ปกครอง ทั้งด้วยการวางตัวและอำนาจที่รู้สึกได้อย่างชัดเจน แม้อีกฝ่ายจะไม่ได้แสดงท่าทีวางอำนาจอย่างชัดเจนก็ตาม

“ไม่กลัวแล้วทำไมถึงยืนห่างฉันขนาดนั้น”

“เดี๋ยวแกล้งเราอีก..” คำตอบของเธียร์ทำให้รีสหลุดหัวเราะออกมา ก่อนจะส่ายหัวน้อย ๆ กับน้องสะใภ้ที่ดูจะกลัวตัวเองเสียเหลือเกิน

“คุณหนูคิดมากเกินไปแล้ว”

ใครกันจะไม่กลัวคนแบบผู้ปกครองฟลัมกัน แม้จะไม่ได้รู้จักอีกฝ่ายมากมายนัก แต่เธียร์ก็รู้ดีว่าคนแบบ รีส เบลเลอมอนท์ มีอะไรมากกว่าที่ตัวเองเห็น

“ให้ฉันปลี่ยนตัวกับพี่ชายคุณหนูดีไหม เผื่อคุณหนูจะสบายใจขึ้น”

เธียร์เหลือบมองอัลฟ่าผมแดงที่เอ่ยด้วยน้ำเสียงสบาย ๆ ซ้ำยังไม่ได้แสดงท่าทีไม่พอใจอะไรเลยสักนิด

“ไม่ต้องหรอก..” คนตัวขาวว่า ก่อนจะยอมเดินเข้ามายืนอยู่ใกล้ ๆ ผู้ปกครองฟลัม “จริง ๆ เบลเลอมอนท์เองก็ดูแลเราอย่างดีมาตลอด ถึงแม้จะชอบแกล้งเราก็ตาม”

“ฉันก็อยากจะแกล้งคนอื่นอยู่หรอก แต่ติดที่ว่ารายนั้นไม่เล่นด้วยน่ะสิ” ผู้ปกครองฟลัมเหลือบมองอัลฟ่าผิวขาวซีด ที่ยืนเด่นอยู่ท่ามกลางผู้คนมากมาย ก่อนจะยกยิ้มน้อย ๆ เมื่อเห็นคุณชายเลสลีย์ทำสีหน้าไม่พอใจใส่ตนเอง

“คุณชายเลสลีย์หรือ?”

“คุณหนูคิดว่าเลสลีย์เป็นแมวที่เอาแต่ใจเหมือนฉันไหม?”

เธียร์ไม่อาจตอบคำถามของผู้ปกครองฟลัมได้ เพราะเจ้าตัวเองก็ไม่ได้รู้จักคุณชายเลสลีย์อะไรมากมายนัก แต่มันจะเป็นโชคดีหรือโชคร้ายของคุณชายเลสลีย์กัน ที่ต้องกลายเป็นเป้าหมายของเบลเลอมอนท์ในการปั่นหัว ยิ่งเห็นใบหน้าของเจ้าตัวที่ติดจะไม่พอใจ และแสดงออกทางสีหน้าอย่างชัดเจน ก็ทำให้คุณหนูตัวขาวได้แต่คิดกับตัวเองอยู่ในใจ

 

 

 

ขาเรียวก้าวเดินไปข้างหน้าด้วยความมั่นคง ภายในวิหารขนาดใหญ่ถูกตกแต่งอย่างงดงามอย่างสมเกียรติของเบลเลอมอนท์  แขนขาวของเพียวโอเมก้ายังคงเกี่ยวแขนของผู้ปกครองฟลัมที่เป็นผู้ส่งตัวเองในวันนี้พร้อมกับรอยยิ้มหวานที่ประดับบนใบหน้า  รอยยิ้มอ่อนหวานขับให้ใบหน้าของเธียร์ดูน่ามองมากขึ้นกว่าเดิม ทั้งดวงตาใสที่เต็มไปด้วยประกายของความสุขสะท้อนออกมา ก็ยิ่งดูน่ามองและเพลินตาเมื่อได้ชื่นชม ทางเดินที่ทอดยาวมีผู้คนมากมายยืนขนาบข้าง ทุกสายตาที่จดจ้องคุณหนูตัวขาวล้วนเต็มไปด้วยสายตาแห่งความยินดี และไร้ซึ่งสายตาดูถูกในสภาพวรรณะของเธียร์

บรรยากาศของช่วงเวลาอันสำคัญที่กำลังดำเนินในตอนนี้ นับเป็นช่วงเวลาที่เธียร์จะจดจำมันไปตลอดชีวิต 

วันสำคัญที่จะเกิดขึ้นเพียงครั้งเดียว และเป็นครั้งสุดท้ายสำหรับชีวิตคู่ 

ทันทีที่ละแขนออกจากวงแขนของผู้ปกครองฟลัม เธียร์ก็ได้มาหยุดยืนอยู่ข้างคนรักของตัวเองซึ่งยืนรออยู่ตั้งแต่แรก เบลเลอมอนท์คนกลางในชุดอันสง่า ย่อมเข้ากันได้ดีกับคุณหนูเยลเวอร์ตันที่สวมใส่ชุดที่เข้ากันได้อย่างไม่มีที่ติ

ถ้อยคำที่กล่าวออกมาด้วยความสัตย์จริง และเต็มไปด้วยความมั่นใจในการเข้าพิธีแต่งงานในครั้งนี้ ถือเป็นการสร้างความถูกต้องและไร้ซึ่งข้อกังขาใด ๆ 

ฝ่ามือของทั้งคู่ยังคงจับกันไว้ หลังจากสิ้นประโยคสุดท้ายที่ควรกล่าว รอยยิ้มเล็ก ๆ ที่มอบให้กัน ช่างเป็นภาพแห่งความยินดีของผู้คนทั้งหลายที่เฝ้ามองอยู่ด้านล่าง ทั้งเพื่อนสนิทจากกรีนเลคอย่างอัลฟ่าหน้าทะเล้นที่ยืนอยู่ข้าง ๆ อัลฟ่าผมเทา หรือรวมไปถึงเบต้าหนุ่มน้อย ทั้งผู้ปกครองฟลัมซึ่งยืนอยู่เชิงบันไดที่ต่ำกว่าได้แต่ยืนมองภาพของน้องชายด้วยสายตาที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความยินดี ส่วนหัวหน้าหน่วยเดอะฮิลล์ที่ยืนอยู่ข้างพี่ชายคนโตเองก็ยิ้มให้กับภาพชีวิตคู่ที่กำลังเริ่มต้นของพี่ชายฝาแฝด 

แม้ว่าครอบครัวที่แท้จริงจะไม่อาจมอบความรักให้กับแมดส์ได้อย่างสมบูรณ์ แต่ก็นับว่าเป็นโชคดีสำหรับแมดส์เหลือเกิน เมื่อได้พบกับคู่แห่งโชคชะตาที่นำโลกใบเดิมของเจ้าตัวกลับคืนมา

แมดส์หันข้างกลับมามองภาพของผู้คนด้านล่าง ก่อนที่จะหันกลับไปมองใบหน้าของคนรักที่ส่งยิ้มให้กับตน มือใหญ่ที่จับมือขาวเอาไว้หลวม ๆ ยกมือของอีกฝ่ายขึ้นอยู่ในระดับอก ซึ่งสามารถทำให้ทุกคนได้มองเห็นอย่างชัดเจน ใบหน้าหล่อคมกวาดตามองภาพด้านล่างอีกครั้ง จนลากสายตากลับมาที่เจ้าของใบหน้าจิ้มลิ้ม

ริมฝีปากหยักขยับเอ่ยประโยคที่ดังก้องกังวานไปทั่วทั้งวิหารใหญ่ ด้วยความตั้งใจให้มันกึกก้องเท่ากับความมั่นคงในความรักนี้.. ดวงตาสองคู่ที่สอดประสานและคำสัญญาอันหนักแน่น เปรียบดั่งการกระทำและคำพูดที่สอดคล้อง

 

“จูบนี้สำหรับคำมั่นและความภักดีในรักของฉัน..”

 

แมดส์สัญญาว่าจะปกป้อง เธียร์ เบลเลอมอนท์ ไปจนชั่วชีวิต

เขาจะจงรักภักดีในความรักนี้ และมอบความรักนี้ให้กับอีกฝ่ายเพียงผู้เดียว

 

 

เสียงปรบมือกึกก้องท่ามกลางรสจูบหวานละมุน ไม่อาจทำให้หูของเธียร์รับรู้เสียงเหล่านั้นได้ นอกจากได้ยินเพียงเสียงหัวใจของตน และเสียงชื้นแฉะจากริมฝีปากที่เคล้าคลึงกันไม่ห่าง ฝ่ามือนิ่มที่ถูกกอบกุมไว้ได้แต่บีบมือของคนตัวสูงแน่น ขณะที่เอวคอดถูกโอบประคองด้วยวงแขนแข็งแรง 

ริมฝีปากหยักถอนจูบออกจากกลีบปากบางด้วยความอ้อยอิ่ม ราวกับไม่อยากถอนจูบจากคนตรงหน้า ดวงตาคู่สวยยังคงช้อนมองตาคมคล้ายกับกำลังออดอ้อน มันช่างทำให้แมดส์ตกหลุมรักเธียร์ครั้งแล้วครั้งเล่า

เจ้าดอกแมกโนเลียที่แมดส์เฝ้าดูแลได้เติบโตอย่างเต็มที่ในวันสำคัญนี้ กลีบดอกของมันผลิบานอย่างสวยงาม จนทำให้ใครก็ตามที่ได้พบเห็นได้ชื่นชมในความงาม

จะไม่มีคุณหนูเยลเวอร์ตันอีกต่อไป.. จากนี้ไปจะมีเพียง เธียร์ เบลเลอมอนท์ 

“เราจะเป็นรักเดียวของพี่”

ถ้อยคำหวานหูจากชายหนุ่มที่มักแสดงออกแต่ด้านหยาบกระด้าง มีหรือจะไม่ทำให้คนฟังขัดเขิน และเอาแต่ผินหน้าหนีใบหน้าคมอย่างไม่กล้าสบตา

“เราก็รัก..”

กลีบปากบางที่ติดสีแดงช้ำจากจูบเมื่อครู่ขยับเอื้อนเอ่ยประโยคบอกรัก ในขณะที่แก้มขาวสองข้างเริ่มขึ้นสีระเรื่อ คล้ายกับสีขาวอมชมพูอย่างกลีบดอกแมกโนเลีย 

“เขาจะเติบโตและเป็นที่รักของทุกคนเหมือนกับแม่ของเขา..”

 ฝ่ามือใหญ่ที่โอบรอบเอวบางก็ลูบผ่านเอวเล็กอย่างเบามือ  ต้นอ่อนของเจ้าดอกแมกโนเลียที่กำลังจะเติบโตขึ้นในอนาคต แมดส์เชื่อว่าลูกของเขาต้องงดงามและเหมาะสมกับความรัก ดั่งเช่นดอกแม็กโนเลียที่บานสะพรั่งเช่นเธียร์ที่เป็นแม่ผู้ให้กำเนิด

ความอ่อนโยนของเธียร์ได้ละลายความหยาบกระด้างในกายเขา ความสุขและความเจ็บปวดหลั่งไหลออกมาอย่างพรั่งพรู ภาพวันวานในอดีตที่ยังคงชัดเจน แต่มันกลับไม่ทำให้เขารู้สึกเจ็บปวดอย่างแสนสาหัสเช่นที่เคยเป็น

แมดส์ค้นพบแล้วจริง ๆ ว่าชีวิตของตัวเองมีไว้เพื่อใคร… เหตุผลที่เขาเฝ้าถามหามันมาตลอด มันช่างเป็นคำตอบชัดเจนในวันนี้

แมกโนเลียที่เคยเฝ้ารอความรักอย่างไม่มีความหวัง ล้วนถูกเติมเต็มด้วยความรักที่ตอบแทนในความอดทนของมัน

การรอคอยและความหวังของเธียร์มันไม่เคยสูญเปล่าเลยสักนิด...

 

 

ดอกไม้งามแห่งวสันตฤดูจะเป็นบุปผาใดได้อีก นอกเสียจากดอกแมกโนเลียซึ่งผลิบานในฤดูใบไม้ผลิ

พฤกษาดอกงามที่ผู้คนต่างเฝ้ารอชื่นชม เมื่อหิมะสุดท้ายได้หลอมละลาย และทิ้งความชุ่มฉ่ำไว้บนผืนหญ้าเขียวชอุ่ม ความสวยงามของดอกไม้นี้ยังคงเป็นที่กล่าวขานเสมอ ยามฤดูหนาวได้ผ่านพ้น..

เมื่อไรที่ดอกแมกโนเลียได้ผลิบาน ย่อมเป็นเครื่องหมายแสดงถึงฤดูที่สิ้นสุด และต้อนรับด้วยฤดูใบไม้ผลิซึ่งเดินทางมาถึง

ยามความอบอุ่นได้โอบล้อมผืนแผ่นดินแทนหิมะสีขาวละออ ดอกตูมที่เคยห่อหุ้มความสวยงามภายใน เริ่มคลี่กลีบดอกละลานตาตลอดทั้งต้น  ผลิดอกงามสะพรั่งดั่งภาพวาดที่ไม่อาจเทียบกับสิ่งใดได้..

ใครเล่าจะไม่หลงใหลความงามที่ปลุกชีวิตขึ้นจากหิมะอันหนาวเหน็บ และความสดใสที่เปล่งประกายท่ามกลางไออุ่นของแสงแดด 

ดอกไม้อันเป็นสัญลักษณ์แห่งความอ่อนหวานและสง่างาม เหมาะสมแล้วในการนิยามการเป็นเธียร์ เบลเลอมอนท์

พฤกษาใดในวสันตฤดูก็มิอาจงามล้ำเทียบเท่าเจ้าดอกแม็กโนเลีย

 

 

แมกโนเลียแห่งแดนใต้จะเปรียบดั่งอีกครึ่งชีวิตของ แมดส์ เบลเลอมอนท์ และเป็นต้นไม้ใหญ่ที่คอยให้พักพิงในยามเหนื่อยล้า 

ผู้ปกครองฮาร์เดนเจอร์ย่อมถูกเคียงข้างด้วยแมกโนเลียดอกงาม จนกว่าเวลาของพวกเขาจะหมดลง เขาจะดูแลแมกโนเลียต้นนี้ตราบเท่าที่กำลังของเขาจะสามารถดูแลได้…

นับจากนี้และตลอดไป

 

 

 

 

END

 

 

 

HASHTAG #maddogmn

 

 

 

TALK: จบแล้วนะคะสำหรับฟิคเรื่องที่สองของจักรวาลไทเลอร์ T-T ดีใจมาก ๆ ที่มาถึงตอนจบได้ ถึงเราจะไม่อยากจบเรื่องนี้มากแค่ไหน แต่มันก็ต้องจบแล้วจริง ๆ ค่ะ ขอบคุณทุกคนมาก ๆ เลยนะคะที่อยู่ด้วยกันมาจนจบเรื่อง นับๆดูแล้วเป็นช่วงเวลาที่ยาวนานมาก ๆ สำหรับการเขียนแมดส์ด็อก เรายังคงรู้สึกผูกพันกับทุกตัวละครที่ได้เขียนในเรื่องนี้ มันเป็นอีกหนึ่งเรื่องที่ท้าทายตัวเรามาก ๆ ในการเขียน เราหวังว่าเรื่องราวนี้จะยังเป็นความทรงจำดี ๆ เสมอในทุกครั้งที่ทุกท่านได้เข้ามาอ่านหรือนึกถึงกันนะคะ  เราอาจจะมีช่วงเวลาที่ยากลำบากอยู่บ้างในการเขียน แต่ก็ขอขอบคุณสำหรับทุกกำลังใจที่แวะเวียนมาให้กันอยู่เสมอนะคะ มันมีความหมายสำหรับเรามากจริง ๆ ในการเขียนเรื่องราวนี้ได้ต่อไป สุดท้ายนี้ก็ขอฝากเรื่องราวของหลานแฝด ทั้งพี่แอนไอและน้องลินน์กันในเรื่อง Warrior กับ The Throne ด้วยนะคะ และท่านใดที่อยากอ่านเรื่องราวของเจ้าลูกกระต่ายก็สามารถตามอ่านได้ที่ #maddogdiary ที่เราจะอัพให้อ่านกันหลังจากนี้ จักรวาลไทเลอร์จะสิ้นสุดตรงไหน เรามารอลุ้นกันค่ะ ;-; 

ปล.ที่1สำหรับใครที่รอรวมเล่มแมกโนเลีย อาจจะต้องรอกันอีกสักหน่อยนะคะ เราคาดว่าจะเปิดพรีเล่มในช่วงกลางเดือนสิงหาคมที่จะถึงนี้ ตอนนี้กำลังอยู่ในช่วงดำเนินการเรื่องหน้าปกและแฟนอาร์ทต่างๆที่ประกอบรูปเล่ม ยังไงก็ฝากติดตามกันด้วยนะคะ หากใครมีข้อสงสัยหรือต้องการสอบถาม สามารถติดต่อเราได้ทาง DM @ninezexsky ค่ะ  

ปล.ที่2 ช่วงต้นเดือนสิงหาคมเราจะมีกิจกรรมตอบคำถามจำนวน 25 ข้อ (จากเนื้อเรื่องMad Dog รวมตอนสเปที่ลงในเว็บ) สำหรับท่านใดที่สามารถตอบคำถามได้ถูกต้องมากที่สุดจำนวน 3 รางวัล หากท่านใดสนใจร่วมเล่นกิจกรรมสามารถมาเล่นกันได้นะคะ เราจะอัพเดทรายละเอียดให้ทีหลังทางเว็บนี้เลย แต่กิจกรรมนี้ต้องทดสอบความจำกันหน่อยนะคะ ส่วนของรางวัลขออุบไว้ก่อน แต่บอกเลยว่าคุ้มค่ามากค่ะสำหรับท่านใดที่ได้รับไปครอบครอง  

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 637 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

6,517 ความคิดเห็น

  1. #6509 Faiiify (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 6 มกราคม 2564 / 13:44

    รู้สึกเสียดายมากๆเลยค่ะที่ตัวเองมาเจอนิยายเรื่องนี้เอาตอนนี้ แถมยังเผลออ่านก่อนyoung masterไปอีก;-; แต่เดี๋ยวจะไล่ตามอ่านตามซื้อให้หมดเลยค่ะ! ตั้งแต่เยลเวอร์ตันจนกลายเป็นเบลเลอมอนท์คือประทับใจทุกตอนเลยค่ะ เป็นอีกจักรวาลที่เราชอบมาก คุมไรท์วางพล๊อตทุกอย่างได้สุดยอดจริงๆเลยค่ะเราเห็นภาพได้ชัดเจนทุกที่จนเราวางมือถือไม่ลงเลย รู้สึกผูกผันกับตัวละครและจักรวาลนี้มากจริงๆค่ะ คือมีหลายอย่างมากที่อยากบอกคุมไรท์แต่หลักๆคงเป็นขอบคุณนะคะที่สร้างจักรวาลไทเลอร์ขึ้นมา เป็นโลกแห่งความสุขที่ถึงแม้จะจับต้องไม่ได้แต่ก็ทำให้ในทุกๆวันเรามีรอยยิ้มทุกครั้งที่ได้อ่าน /ถึงแม้ว่าลูกเธียร์จะร้องไห้แทบทุกตอนเลยก็ตามมุแง คุมไรท์เก่งมากจริงๆค่ะจะรอติดตามเรื่องต่อๆไปนะคะ

    #6,509
    0
  2. #6350 Cream (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 3 ธันวาคม 2563 / 15:11

    ขอโทษที่เสียมารยาทนะคะ แต่เราอยากทราบคู่ดีแลนมากเลยมันดูค้างคาแบบจบไม่สุด ถ้าไม่ได้แต่งงานแล้วสถานะอะไรกัน คูมไรท์มีแพลนจะเฉลยปมคู่นี้มั้ยคะ😭😭😭😭

    #6,350
    0
  3. #6335 PraeChayanin (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 1 ธันวาคม 2563 / 04:16
    ฮืออออ อยากรู้คู่ดีแลน
    #6,335
    0
  4. #6320 LILNCT23 (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 29 พฤศจิกายน 2563 / 08:43
    ฮือออออจบแล้วหรอจบเร็วมากเรารักตัวละครของไรท์ทุกตัวมากๆตั้งแต่เรื่องของคู่น้องแล้วขอบคุณที่แต่เรื่องดีๆแบบนี้ให้เราอ่านสำหรับเราไม่ใช่การอ่านเพียงเพราะความสนุกแค่อย่างเดียวแต่เรากลับได้ข้อคิดหลายๆอย่างด้วยซ้ำ ขอบมากๆค่ะเราจะจดจำพวด้ค้าตลอดไป และเราจะตามเรื่องอื่นๆของไรท์ตลอดไปเลยไรท์เก่งมากๆค่ะ ปล.อยากได้เล่มตั้งแต่คู่น้องแล้วค่ะจนถึงคู่นี้ก็ยังไม่ได้เราอยากสนับสนุนไรท์มากแต่มันติดตรงที่ช่วงนี้เราต้องค่าสอบต่างๆเพราะเรากำลังจะเข้ามหาลัยเสียดายมากค่ะ😭💕
    #6,320
    0
  5. #6298 Tyler lover (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 28 พฤศจิกายน 2563 / 08:37

    จบแล้ววว ขอบคุณที่เขียนเรื่องนี้ขึ้นมานะคะ เราดีใจมากที่มีโอกาสได้มาอ่าน ขอบคุณอะไรก็ตามที่ทำให้เราได้มาเจอกับจักรวาลไทเลอร์ ทุกอย่างมันดีมาก มันมีเรื่องราวของมัน เราผูกพันกับทุกตัวละครเลย ยินดีกับความสุขของแมดส์และน้องเธียร์ ชื่นชมคุณไรท์ที่แต่งมันออกมาได้ดีขนาดนี้ ขอบคุณมากนะคะ คุณเก่งมากเลย เรารักและชอบงานเขียนของคุณอ่าน จะตามอ่านเรื่องอื่นๆของคุณด้วยนะคะ (ตอนนี้ก็อ่านอยู่ รุ่นลูก555) ยังไงก็ขอให้คุณไรท์มีความสุขกับงานเขียนไปเรื่อยๆ ได้ทำในสิ่งที่ตัวเองรัก และมีแต่สิ่งดีๆเข้ามาในชีวิตเสมอนะคะ รักนะคะ ขอบคุณค่ะ ♥️

    #6,298
    0
  6. #6276 misssyouuu (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 23 พฤศจิกายน 2563 / 18:39

    ฮืออ นิยายของคุณมันดีมากจริงๆนะ คุณบรรยายดีมากๆ

    ภาษาดีมากๆ ชอบมากกกกก รักสุดๆ ขอบคุณสำหรับนิยายที่ดีมากๆแบบนี้นะคะ
    #6,276
    0
  7. #6231 Harry50 (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 11 พฤศจิกายน 2563 / 18:21
    บรรยายดีมากๆๆๆ ขอบคุณสำหรับนิยายเรื่องนี้ด้วยนะคะ 💜
    #6,231
    0
  8. #6216 janine9501 (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 25 ตุลาคม 2563 / 15:27
    อิ่มมากๆ ลงตัวมากๆเลยค่ะ ทุกอย่างก็คือปังไปหมด ใช้คำว่าอิ่มอกอิ่มใจไปกับจักรวาลนี้เยอะมากๆ ดีใจที่ได้มาอ่านผลงานดีๆของคุณไรท์นะคะ แงงงงงงง รักจักรวาลไทเลอร์;-;
    #6,216
    0
  9. #6212 Redcurrant (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2563 / 23:03
    ไม่คิดเลยว่าเเมดส์จะอบอุ่นขนาดนี้ จากการที่อ่านมาตั้งเเต่เเรกเราก็ไม่คาดคิดว่าเรื่องจะออกมาหวานจ๋อยขนาดนี้55555555 หลังจากนี้ขอให้ทั้งสองสร้างครอบครัวที่อบอุ่น รักกันดูเเละเเละใส่ใจกันไปตลอดนะ ดีใจมากที่เค้าก้าวข้ามผ่านเรื่องราวร้ายๆต่างๆมาได้ หลังจากนี้คือความสุขที่เเท้จริง
    #6,212
    0
  10. #6207 GKYON (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 20 ตุลาคม 2563 / 22:43
    ขอบคุณน้องโบที่แต่งเรื่องนี้นะคะ ขอบคุณมากจริงๆ เป็นตอนจบที่ดีมากเลยค่ะ น้องเธียร์และแม้ดต่างสมหวังมีความสุข และมีกระต่ายน้อยด้วยกัน จากนี้คงคิดถึงแย่เลย
    #6,207
    0
  11. #6190 ZeaNan Phatcharamon (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 16 ตุลาคม 2563 / 19:14
    อ่านรวดเดียวจบเลย บรรยายดีมาก คนสองคนที่แตกร้าว มาก่อรวมกันอีกครั้ง อยากอ่านรุ่นลูกต่อเลย
    #6,190
    0
  12. #6185 jjj_jaejamje (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 14 ตุลาคม 2563 / 15:49
    จบเเล้ววว มันอบอุ่นใจมากๆๆๆ มันลึกซึ้งมาก แมดดูแลดอกแม็กโนเลียนี้อย่างดี ขอให้ความรักของทั้งสองคนมีแต่ความราบรื่น มีเเต่ความสุขตลอดไปเล้ยยยย💖🌷
    #6,185
    0
  13. #6099 NGC224__ (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 2 ตุลาคม 2563 / 23:19
    🥺🥺🥺🥺🥺🥺🥺🥺🥺ดีมากๆๆๆที่สุดเลยค่ะะะะะะะะ พี่แมดส์น้องเธียร์ต่อไปนี้จงมีแต่รอยยิ้มและความสุขนะคะะ เจ็บปวดกันมามากเหลือเกินนน ฮือออออ พี่แมดส์เป็นคนที่ดีมากกกเลยยยยยยย น้องอยากร้องไหหหหห้ฮือออ สุภาพบุรุษมากกกกก น้องแพ้จริงๆค่ะไทป์การกระทำสำคัญกว่าคำพูดดด ถึงจะดุไปนิดด(ถึงมากที่สุดด) อยากไปขอแบบพี่แมดส์จากวัดแขกเลยยย🥺🥺🥺 ขอบคุณคุณไรท์ที่สร้างสรรค์ผลงานดีๆปบบนี้ขึ้นมานะคะะะ จะคอยติดตามๆเรื่องอื่นๆของคุณไรท์นะคะะ💕💕💕💕💕💕
    #6,099
    0
  14. #6087 babemay (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 27 กันยายน 2563 / 12:25
    ไม่ไหวจริงๆ อ่านแล้วอินมากถึงมากที่สุดเลย รักแมดส์กับน้องเธียร์มากๆ ผ่านร้อนผ่านหนาวกันมาเยอะมากเลย ตอนเริ่มต้นกับตอนนี้มันต่างกันมากๆ จากคนที่หัวใจพังสองคนตอนนี้เติมเต็มให้กันจนสมบูรณ์ อ่านแล้วรับรู้ถึงความรัก ห่วง หวง ทุกสิ่งทุกอย่างที่แมดส์ให้เธียร์คือรู้สึกได้จริงๆ ฮือ น้องเธียร์เองก็เหมือนกัน ขอบคุณที่เข้าไปซ่อมรอยร้าวในใจของแมดส์ แมดส์ตอนนี้เปลี่ยนไปมากจริงๆ เป็นคนรักที่ดี ทุกอย่างเพราะน้องเธียร์อยู่ข้างๆเลย เป็นคู่แห่งโชคชะตาแล้วก็คู่ชีวิตที่เหมาะสมกันที่สุดเลย TT_____TT ตื้นตันกินใจไปหมดเลยจริงๆค่ะ ไม่รู้จะพูดยังไงแต่รักเรื่องนี้มากจริงๆ ตามอ่านรวดเดียวเลย ทำไมเพิ่งได้มาอ่านเนี่ย ฮือ คุณไรท์เก่งมากๆเลยค่ะ บรรยายได้ดีมากจนเห็นภาพทุกอย่างชัดเจนในหัว ความรู้สึกของตัวละครก็ถ่ายทอดออกมาได้ดีแบบไม่มีที่ติเลย พัฒนาการของตัวละครก็ค่อยๆถ่ายทอดออกมาได้ดีมากจริงๆ ขอบคุณที่สร้างจักรวาลไทเลอร์ขึ้นมานะคะ อ่านแล้วมีความสุขมากๆแล้วก็อิ่มเอมใจกับการเดินทางของแมดส์และเธียร์มากจริงๆ ขอให้ทั้งคู่มีความสุขตลอดไปเลย รักมากๆเลยค่ะ 💚
    #6,087
    0
  15. #6039 doraaung (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 15 กันยายน 2563 / 20:34
    จบแล้วววว อบอุ่นมากๆๆๆ คุณหนูมีความสุขจริงๆแล้วนะ ส่วนแมดส์ก็เจอความหมายของการมีชีวิต พอมองย้อนกลับไปแรกๆ ทุกตัวละครเดินทางมาไกลมาก จากคนไม่รู้จักและใจร้ายใส่กันสู่คนรักกันในวันนี้ คุณหนูรอเก่งเราเชื่อ แต่นายแมดส์ไม่ให้รอหรอก กิ๊วๆ

    ขอบคุณสำหรับฟิคนะคะ ไรท์สู้ๆน๊าาา
    #6,039
    0
  16. #6037 copookung (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 14 กันยายน 2563 / 23:33
    เป็นตอนจบที่สวยงามมากจริงๆ ผ่านอะไรมามากมาย ได้ใช้ชีวิตที่มีความสุขอย่างที่ควรได้รับซักทีแล้วนะคะทั้งคู่เลย
    #6,037
    0
  17. #6036 uuika (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 14 กันยายน 2563 / 21:41
    เราชอบมากกกกกกกกกกกเลยค่ะ โดยเฉพาะคาแรคเตอร์ของแมด ไม่รู้ทำไม เรารู้สึกเขาอบอุ่นมาก ตั้งแต่ยังหยาบๆกระด้างๆใส่น้องเธียร์ อาจเพราะเป็นที่พึ่งและคอยดูแลน้องเธียร์เสมอ เราแบบรักนายแมดส์มาก ผูกพัน ;-; ขอบคุณไรท์ที่สร้างสรรผลงานดีๆมาให้อ่านนะคะ จะติดตามจักรวาลไทเลอร์ต่อไปคั้บ!🙆🏻‍♀️🤍
    #6,036
    0
  18. #6009 zepi (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 7 กันยายน 2563 / 15:44
    ถึงแม้ว่าจะพึ่งมาอ่านแต่ก็ขอบคุณไรท์มากๆที่สร้างพวกเขาทั้งหมดขึ้น น้ำตาซึมเลยเพราะเห็นพวกเขาเจ็บปวดจนมีความสุขกันสักที อบอุ่นหัวใจมากๆ หลังจากนี้อยากให้พวกเขาใช้ชีวิตอย่างมีความสุขอย่างเต็มที่
    #6,009
    0
  19. #5996 MickeyHC (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 31 สิงหาคม 2563 / 19:23
    ขอบคุณตัวเองที่เห็นเรื่องนี้ ได้มองดูเค้าเจ็บปวดจนถึงมีความสุขขนาดนี้ ขอบคุณไรท์มากๆนะคะที่แต่งเรื่องนี้ออกมา มันอบอุ่นในหัวใจมาก เรารักพ่อแมดส์กับน้องเธียร์มากๆเลย ขอให้พวกเธอมีความสุขตลอดไป 💘💘💘💖💖✨✨
    #5,996
    0
  20. #5990 Melody Byun (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 26 สิงหาคม 2563 / 20:35

    " เจ้าดอกแมกโนเลีย " ขอบคุณที่เติบโตมาอย่างสง่างามในสภาพแวดล้อมที่ไม่ดีนัก ขอบคุณแมดส์ ที่ดูแลเธียร์มาอย่างดีตลอด และขอบคุณไรท์อย่างสุดใจจริงๆที่ได้แต่งเรื่องนี้ขึ้นมา มันทั้งอบอุ่นทั้งตื้นตันมากมายและหลายความรู้สึกมากที่ได้อ่านเรื่องนี้ ขอบคุณมากๆเลยนะคะ ไม่ได้อ่านฟิคบรรยายล้วนๆมานานมากแล้ว คิดถึงความผูกพันความรู้สึกที่อินเวลาอ่านฟิคบรรยายแบบนี้มาก เรื่องนี้คงจะเป็นอีกเรื่องเลยที่เป็นเรื่องโปรดของเรา ขอบคุณมากๆเลยค่ะ

    #5,990
    0
  21. #5946 tttnalvrrrrr (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 17 สิงหาคม 2563 / 00:16
    ขอบคุณสำหรับตัวอักษรทุกๆตัวจากไรท์เลยนะคะ ขอบคุณที่แต่งเรื่องนี้นะคะ 💗
    #5,946
    0
  22. #5923 Oywctmw (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 10 สิงหาคม 2563 / 19:06
    ขอบคุณค่ะ รักคุณไรท์
    #5,923
    0
  23. #5922 Oywctmw (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 10 สิงหาคม 2563 / 19:05
    ขอบคุณ คุณไรท์ที่แต่งเรื่องนี้และจักรวาลไทเลอร์นะคะ มันดีมากๆๆๆๆ แบบเรารู้สึกผูกพันธ์กับตัวละครมากเลย ฮือออ ชอบมาก จากเราที่ไม่เคยอ่านฟิคในเด็กดี ตอนนี้กดเข้ามาบ่อยขึ้นเลย TT แงง ยังไงก็รักนะคะ ขอบคุณสำหรับฟิคดีๆ💖🥺❤️
    #5,922
    0
  24. #5905 hashug (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 8 สิงหาคม 2563 / 13:41
    ดองตอนจบไว้นานมากกว่าจะกล้าอ่านไม่อยากให้จบเลยจริงๆแต่งานเลี้ยงย่อมมีวันเลิกลา รู้สึกผูกพันกับตัวละครมาก ความเจ็บปวดและอุปสรรคต่างๆของแมดส์และน้องเธียร์กับตอนจบที่สวยงามอย่างที่ทั้งคู่ควรได้รับ💚

    เราขอบคุณคุณไรท์ที่สร้างสรรค์ผลงานดีๆเรื่องราวที่ทำให้คนอ่านแบบเรามีความสุขมากๆขอบคุณจากใจจริงนะคะ และเราก็ขอให้คุณไรท์มีความสุขจากการเขียนงานที่ตัวเองรักด้วยนะคะ💚💙💗❤💛🧡💜
    #5,905
    0
  25. #5875 dissilyn (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 7 สิงหาคม 2563 / 02:27
    เรื่องนี้เป็นไม่กี่เรื่องที่เราอ่านจบและอินจัดมากๆ พออ่านตอนสุดท้ายไปน้ำตาไหลไป เห็นคำว่า END คือโหวงในใจมาก ผูกพันกับตัวละครมากแม้จะเป็นช่วงระเวลาที่สั้นๆ เราได้เห็นถึงการเติบโตและอ่อนโยนของคุณแม่ เห็นความหนักแน่นเสมอต้นเสมอปลายของคุณพ่อ เป็นฟิคที่ให้ครบทุกรสจริงๆค่ะทั้งมิตรภาพ ครอบครัว หรือแม้แต่ศัตรู ขอบคุณไรท์มากจริงๆที่เขียนฟิคดีๆแบบนี้ขึ้นมา บรรยายดีมาก เข้าใจได้ง่าย ประกอบกับภาพในหัวเราก็คือเดอะเบสท์มาก เรามันส์มาก เราจะคอยซัพพอร์ตไรท์แบบนี้ต่อไปเรื่อยๆนะคะ จะตามไปทุกเรื่องเลย (แอบบอกว่ามาอ่านของแมดส์ก่อนเชส แอบตกใจตอนที่รู้ว่าเป็นภาคสอง แหะๆ) รักไรท์นะะะะ 💕💕💕
    #5,875
    0