[ #MINNO ] MAD DOG ¦ True Alpha x Pure Omega

ตอนที่ 41 : Mad Dog : Chapter 36

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5,407
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 687 ครั้ง
    9 มิ.ย. 63

 

 

 

 

เช้าวันใหม่ได้เริ่มต้นขึ้นอีกครั้ง เมื่อแสงอาทิตย์เริ่มส่องแสงจับขอบฟ้า ช่วงเวลาแห่งการดำเนินชีวิตได้หมุนเวียนมาบรรจบ หลังจากใช้เวลาอยู่ในห้วงนิทรามาตลอดทั้งคืน ทรูอัลฟ่าผิวเข้มที่นอนหัวหน้าออกไปทางหน้าต่างบานใหญ่ เริ่มรู้สึกตัวตื่นขึ้นมาเพราะแสงอาทิตย์ที่แยงตา ม่านกรองแสงปลิวไสวจากลมอ่อน ๆ ทางด้านนอก เนื้อผ้าบางขยับเขยื้อนจนกลายเป็นลอนริ้วแข่งกับเกลียวคลื่นในอ่าวของฟลัม

ทรูอัลฟ่าผิวเข้มซึ่งรู้สึกตัวตื่นก่อน ยังคงนอนมองใบหน้าสะอาดสะอ้านของคนรักเงียบ ๆ จนอดที่จะนึกย้อนไปถึงความทรงจำแรกที่เราพบเจอกันอย่างช่วยไม่ได้ คุณหนูเยลเวอร์ตันในความทรงจำของแมดส์เป็นเพียงแค่คนท่าทางขี้โรค ดวงตาของเจ้าตัวเต็มไปด้วยความหม่นหมองและโศกเศร้า ทุกครั้งที่อีกฝ่ายพยายามยิ้มออกมา มันช่างเป็นรอยยิ้มที่ดูกล้ำกลืน และไร้ความสุขที่แท้จริง มันเทียบไม่ได้เลยสักนิดกับชีวิตใหม่ที่เขาได้มอบมันให้กับอีกฝ่าย

 

เขาเห็นดวงตาใสที่สุกสกาว

เห็นรอยยิ้มกว้างที่ไร้ความโศกในแววตา

และเห็นความสุขที่ฉายชัดผ่านการแสดงออก

ถึงแม้ในบางครั้งมันจะยังมีความทุกข์ใจที่สร้างความเจ็บปวดและน้ำตา

 

แขนเล็กพาดทับบริเวณเอวสอบด้วยความเคยชิน ใบหน้าจิ้มลิ้มที่ซบอยู่ตรงช่วงอก ทำให้หัวใจของแมดส์พองโตและรู้สึกอบอุ่นไปทั่วทั้งอกอย่างน่าประหลาด พวกเขาเคยชินกับการสัมผัสของกันและกัน จนกลายเป็นความคุ้นเคยที่ไม่อาจรู้ตัว

เขาไม่รู้ว่ามันเริ่มตั้งแต่เมื่อไหร่ที่เธียร์เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตของเขา ทั้งที่เขาเองก็พยายามจะปฏิเสธความรู้สึกพวกนั้นมาตลอด เพราะไม่อยากให้คนที่เข้ามาในชีวิตของตัวเอง ต้องพบเจอกับเรื่องเจ็บปวดและรับผลกระทบจากชีวิตที่ไม่แน่นอนของตัวเอง

แมดส์กล้าเรียกเธียร์ว่าคู่ชีวิตได้อย่างเต็มปากเต็มคำ เพราะเหตุการณ์มากมายนับไม่ถ้วนที่พวกเขาได้ผ่านมันมาด้วยกัน อดีตที่ว่าอาจจะเป็นเพียงจุดเริ่มต้น เขาไม่ได้คาดหวังว่าชีวิตต่อจากนี้ พวกเขาจะมีความสุขในทุกช่วงชีวิตที่เหลือ แต่สิ่งที่เขาคิดก็คือการอยากจะใช้ชีวิตร่วมกับคนตรงหน้าให้ได้ดีที่สุด เท่าที่เขาจะสามารถมอบมันให้กับอีกฝ่ายได้

เมื่อละสายตาจากใบหน้าของเธียร์ และมองไปรอบ ๆ ห้องซึ่งเต็มไปด้วยศิลปะที่ถูกตกแต่งเป็นอย่างดี สมกับการเป็นหนึ่งในห้องหับของปราสาทหลังงาม ที่อยู่ในอำนาจการครอบครองของผู้ปกครองฟลัม สายตาของแมดส์หยุดจ้องมองที่ชุดผ้าเนื้อดีซึ่งปักด้วยลวดลายประจำตระกูล

 

‘หวังว่าลูกจะใส่ชุดนี้ในวันสาบานตน..’

กลางดึกสงัดของเมื่อคืนที่มีใครบางคนนำชุดนี้มาให้กับแมดส์ พร้อมกับเอ่ยประโยคที่ทำให้แมดส์ขบคิดมันตลอดทั้งคืน อัลฟ่าหญิงผู้เป็นเจ้าของโครงหน้าและรูปตาหวานซึ้งที่เป็นผู้ให้กำเนิดเขา ผู้เป็นมารดาที่แมดส์ไม่สามารถมองหน้าอีกฝ่ายได้อย่างเต็มตาและไร้ความรู้สึกเจ็บปวด

‘มันคงไม่จำเป็น’ แมดส์เอ่ยปฏิเสธในน้ำใจของเจ้าหล่อนด้วยหัวใจที่ด้านชา แม้จะยอมรับการเป็นเบลเลอมอนท์ แต่ความทรงจำในอดีตที่เขาเคยได้รับ มันยังไม่สามารถทำให้แมดส์ให้อภัยคนเป็นแม่ได้อย่างไร้ซึ่งการติดค้าง

‘เกลียดแม่ขนาดนั้นเชียวหรือ?’

‘แล้วความเกลียดชังมันช่วยเอาสิ่งที่เสียไปคืนมาได้บ้างไหม..’

‘......’

‘ในตอนที่มันนั่งรอความตายอยู่ตรงหน้า คนเป็นแม่ที่ควรจะช่วยเหลือมัน หายไปอยู่ที่ไหนกัน’

‘.....’

‘คำพูดของมันไม่เคยมีความหมายเพราะแม่ของมันไม่เคยคิดจะรับฟัง... จนถึงตอนนี้ มันก็ยังไม่เข้าใจ ว่าสิ่งที่มันพูดและสิ่งที่มันคิด มันผิดตรงไหน?’

‘เลสลีย์แค่ต้องการทุกอย่าง.. เขาเสนอความช่วยเหลือเราให้รอดจากพวกที่ไม่หวังดี เขาไม่เคยบอกแม่ว่าต้องการโจมตีฟลัม’

‘เขารักผู้หญิงที่มีลูกแล้ว ทั้งที่ตัวเองก็มีครอบครัวอยู่ที่แดนเหนือแล้วน่ะหรือ’

‘ต่อให้เขาจะรัก แต่แม่ก็ไม่เคยคิดอะไรเช่นนั้นกับเขา นอกเสียจากการเป็นมิตร’

‘และมันก็คงเป็นเหตุผลที่ทำให้เลสลีย์อยากกำจัดเด็กสองคนนั้นสินะ’

มันช่างเป็นโชคร้ายของเขาจริง ๆ ที่ถูกกำจัดเป็นคนแรกโดยไร้ซึ่งการเหลียวแลจากคนเป็นแม่

 

 

กลิ่นหอมอ่อน ๆ ของเจ้าดอกแม็กโนเลียที่อยู่ใกล้แค่เพียงปลายจมูก เมื่อคนตัวเล็กกว่ากำลังช่วยคนตัวใหญ่แต่งกายให้เรียบร้อย คิ้วสวยแอบขมวดเข้าหากันเล็กน้อย เมื่อไม่สามารถจะติดกระดุมเม็ดสุดท้ายให้กับแมดส์ได้ เนื่องจากความยากของชุดที่ต้องอาศัยความรู้และความชำนาญในการสวมใส่

จนในที่สุดคนตัวขาวก็สามารถติดกระดุมเม็ดสุดท้ายได้อย่างเรียบร้อย มือเรียวสวยแตะสัมผัสผ้าเนื้อดีที่ถูกปักด้วยลวดลายอันงดงามอย่างชื่นชม ยิ่งเมื่อสวมใส่อยู่บนร่างกายของแมดส์แล้ว ก็ยิ่งทำให้ทรูอัลฟ่าหนุ่มเต็มไปด้วยความสง่าที่แฝงไปด้วยความน่าเกรงขาม

แสงสว่างจากหน้าต่างบานใหญ่ทำให้ดิ้นสีทองซึ่งปักอยู่บนชุดสีเข้ม ได้อวดความงามของมันซึ่งถูกรังสรรค์อยู่บนผ้าเนื้อดี

“มันเหมาะกับพี่..”

เพียวโอเมก้าตัวขาวเอ่ยเสียงเบา เธียร์ยกยิ้มน้อย ๆ เพื่อสนับสนุนคำพูดของตัวเอง ยิ่งเห็นว่าแมดส์เปลี่ยนไปมากเท่าไหร่ในตอนนี้ มันก็ยิ่งทำให้เธียร์รู้สึกยินดีกับชีวิตอันคู่ควรของอีกฝ่าย

เธียร์เข้าใจดีว่าการได้รับการยอมรับจากคนในตระกูล มันคือความสุขที่หอมหวานมากแค่ไหน แม้เขาจะไม่เคยได้รับ แต่สำหรับคนที่ถูกมองข้ามมาตลอด มันย่อมเป็นการเติมเต็มความหวังจนล้นปริ่ม

แหวนวงเดิมที่แมดส์เคยโยนมันคืนให้กลับพี่ชายคนโต มันได้ถูกนำกลับมาสวมบนนิ้วมือของทรูอัลฟ่าหนุ่มอย่างที่สมควรเป็น

‘สักวันหนึ่งมันจะช่วยนาย..’

ไม่เชื่อก็คงต้องเชื่อ ว่าคำพูดของ รีส เบลเลอมอนท์ ในวันนั้น มันจะกลายเป็นเรื่องจริงที่แมดส์ไม่เคยคาดคิด

จวบจนเข็มกลัดประจำตระกูลซึ่งเป็นสิ่งสุดท้าย ถูกบรรจงติดบนหน้าอกข้างซ้าย องค์ประกอบทุกอย่างที่อยู่บนร่างกายต่างเสริมอำนาจในตัวของ แมดส์ ไทเลอร์ แม้กระทั่งเธียร์ที่ถอยออกมายืนมองอีกฝ่ายในระยะอันสมควร ก็ได้แต่เม้มปากแน่นด้วยความประหม่า

ราวกับไม่ใช่ แมดส์ ไทเลอร์ ที่เขาเคยได้เห็นมาตลอด ใครอีกคนหนึ่งซึ่งเขาไม่เคยได้เห็นได้ปรากฏออกมา ดวงตาดุคมยังคงมีกลิ่นอายของความบ้าคลั่งซึ่งยังหลงเหลือ เสื้อผ้าที่ปกปิดร่างกายของแมดส์ จนเห็นแค่เพียงช่วงข้อมือและใบหน้าจนถึงลำคอแกร่ง ก็ไม่สามารถบดบังความแข็งแกร่งภายใต้เสื้อผ้าไว้ได้

รูปลักษณ์ของหมาบ้าที่มักจะแสดงออกถึงความบ้าคลั่งอยู่เสมอ ถูกทดแทนด้วยภาพลักษณ์อันดุดันซึ่งเต็มไปด้วยอำนาจ ในฐานะของทายาทอีกคนหนึ่งที่สืบเชื้อสายของเบลเลอมอนท์โดยตรง

“ทำไมถึงมองพี่ด้วยสายตาแบบนั้น เธียร์” คนตัวสูงกว่าเอ่ยถามคนที่เอาแต่เงียบ ๆ ซ้ำยังเอาแต่จ้องหน้าเขาอยู่แบบนั้น

“พี่ดูสง่าและมีอำนาจ จนเราอดชื่นชมไม่ได้..”

“มันเป็นเพียงอำนาจทางสังคม”

อำนาจที่เขาได้มันมาทั้งหมดมันล้วนเป็นเพราะคนตรงหน้า ไม่ใช่การแสวงหาอำนาจเพื่อสร้างความทุกข์ให้กับใคร เขาไม่ใช่พวกไม่รู้จักพอที่จะต้องหาความรักเพื่อมาเติมเต็มตัวเอง จนไม่สนว่าความรักพวกนั้นจะทำร้ายใคร แค่ความรักจากคนคนเดียวที่เขาต้องการ มันก็มากเกินกว่าที่เขาจะต้องการสิ่งใดเพิ่มอีก

ไม่มีเหตุผลและความชอบธรรมใด ที่เขาจะต้องกดขี่หรือบังคับให้คู่ชีวิตของตนอยู่ต่ำกว่าตัวเอง

เรื่องงี่เง่าที่ปฏิบัติกันมาหลายชั่วรุ่น จนกลายเป็นความเคยชินมันช่างไร้สาระสิ้นดี สำหรับวรรณะที่ถูกแบ่งแยก จนลดทอนค่าของความเป็นมนุษย์ที่ทุกคนมีอยู่เท่ากัน

ฝ่ามือที่สวมแหวนของทรูอัลฟ่าหนุ่มยื่นมาตรงหน้าคนตัวขาว บนใบหน้าคมประดับไปด้วยรอยยิ้มเล็ก ๆ ที่ทำให้เธียร์กล้าที่จะเอื้อมมือมาจับมืออีกฝ่าย ปลายนิ้วหัวแม่มือของแมดส์ยังคงลูบหลังมือขาวเพื่อให้ความมั่นใจกับอีกฝ่าย จนในที่สุดเพียวโอเมก้าตัวขาวจะยอมคลายสีหน้ากังวล และส่งยิ้มสดใสให้กับตัวเองดวงตากลายเป็นรูปพระจันทร์เสี้ยว

“ไม่มีเหตุผลให้เราต้องกลัวว่าพี่จะเปลี่ยนไป”

ไม่มีสิ่งไหนที่จะสามารถเปลี่ยนตัวตนของเขาไปได้อีก ไม่ว่าจะวันนี้หรือวันหน้า มันจะไม่มีอะไรที่เปลี่ยนไปทั้งนั้น ทั้งความรู้สึกและความมั่นคงที่เขามีต่อเธียร์

 

 

 

ทางเดินทอดยาวที่ถูกสร้างขึ้นอย่างสวยงามและตกแต่งด้วยข้าวของราคาแพง มันกำลังนำแมดส์ไปพบกับผู้ปกครองฟลัมที่กำลังรอเขาอยู่ ทางด้านหน้าของแมดส์มีเพียงคนสนิทของอัลฟ่าผมแดงอย่าง ลาคลัน คาร์เตอร์ ที่กำลังเดินนำเจ้าตัวไปยังห้อง ๆ หนึ่ง กลิ่นอายของทะเลที่พัดผ่านเข้ามาตามช่องหน้าต่าง ยังคงตอกย้ำให้แมดส์ระลึกว่าตัวเองกำลังอยู่ที่ใดในตอนนี้

ทรูอัลฟ่าผิวเข้มที่สวมใส่เสื้อผ้าเฉกเช่นคนในตระกูลเบลเลอมอนท์ การกลับเข้ามาอยู่ในที่ของตัวเองมันย่อมเหมาะสมกับแมดส์ ท่าทางการเดินที่ผ่าเผยและสง่างาม รวมไปถึงรูปหน้าคม นับว่าเป็นศิลปะที่หากใครได้เห็น ต่างก็ต้องหยุดมอง ยิ่งกว่ารูปปั้นชั้นเยี่ยมกลางห้องโถงของช่างฝีมือดี

ส้นรองเท้าที่กระทบพื้นหินซึ่งถูกขัดมันและลงลวดลายอย่างเหมาะสม เสียงตกกระทบของมันทำลายความเงียบระหว่างทาง เคล้าคลอไปกับเสียงลมซึ่งพัดผ่านเป็นระยะ ความกว้างของปราสาททำให้พวกเขาต้องเสียเวลาไปครู่ใหญ่ ก่อนที่จะมาถึงห้อง ๆ หนึ่งซึ่งบานประตูไม้นั้นประดับไปด้วยลวดลายศิลปะไม่แพ้กับที่ใดในปราสาท

“นายท่านต้องการพูดคุยกับนายเป็นการส่วนตัว..”

แมดส์ไม่ได้ตอบรับคนสนิทของพี่ชายแต่อย่างใด นอกเสียงจากจะพยักหน้ารับนิ่ง ๆ แล้วเดินเข้าไปภายในห้อง โดยได้ลาคลันเป็นคนเปิดและปิดประตูให้อย่างเรียบร้อย

ทันทีที่ทรูอัลฟ่าหนุ่มเดินเข้ามาในห้อง กลิ่นหอมสะอาดภายในห้องก็นับเป็นสิ่งแรกที่แมดส์สัมผัสได้ ก่อนจะตามมาด้วยภาพของห้องขนาดใหญ่ที่ดูท่าว่าจะเป็นห้องทำงานของผู้ปกครองฟลัม แสงสว่างจากด้านนอกส่องเข้ามาภายในห้องผ่านกระจกสูงจรดเกือบถึงเพดานห้อง และที่ข้างบานหน้าต่างขนาดใหญ่ก็มีอัลฟ่าผมแดง ซึ่งกำลังยืนชื่นชมวิวทิวทัศน์ด้านนอกอยู่อย่างเงียบ ๆ

“นายคงแปลกใจ ว่าทำไมฉันถึงให้นายมาพบฉันที่นี่..” มือของอัลฟ่าผมแดงลดระดับแก้วเครื่องดื่มสีเข้มในมือลงมา ก่อนจะเป็นฝ่ายเริ่มต้นบทสนทนาอย่างรู้นิสัยของน้องชายคนกลางดี

แมดส์ ไทเลอร์ มักไม่ใช่ฝ่ายเปิดสนทนาที่ดีสักเท่าไหร่นักในวงสนทนา ข้อนี้ผู้ปกครองฟลัมรู้ดี ว่านิสัยเช่นนี้ของเจ้าตัวคงไม่มีทางเปลี่ยนแปลงอย่างแน่นอน

“ฉันต้องการทำทุกอย่างให้เรียบร้อยโดยเเร็วที่สุด” แมดส์เอ่ยบอกจุดประสงค์ของตัวเอง เขามีสิ่งที่ต้องทำต่อหลังจากนี้ “นายก็น่าจะรู้ดี”

“ฉันไม่ยื้อทุกอย่าง ให้มันเสียเวลานายนักหรอกน้องชาย..” อัลฟ่าผมแดงกระตุกยิ้มคล้ายจะขบขันกับความใจร้อนของน้องชายตนเอง “ที่ฉันให้นายมาพบกับฉันก่อน เพราะฉันไม่ต้องการให้นายสาบานตนว่าจะรับใช้ฟลัม”

“นายกำลังพูดเรื่องบ้าอะไรอีก”

“ฉันไม่ได้จะผิดข้อตกลงระหว่างเรา แต่ฉันเพียงต้องการกันให้นายออกห่างจากสิ่งที่ฉันกำลังทำมากที่สุด” แววตาของ รีส เบลเลอมอนท์ ไม่มีความล้อเล่นหลงเหลืออยู่อย่างเช่นทุกที

“…..”

“ฟลัมเปรียบเหมือนโรงละครหลังใหญ่ มันมีเรื่องมากมายที่นายอาจไม่เข้าใจ”

“แล้วฉันจะเป็นเบลเลอมอนท์เพื่ออะไร ถ้านายคิดจะกันฉันให้ออกห่างจากเรื่องพวกนั้น?”

“เรื่องวุ่นวายพวกนี้ฉันควบคุมได้ ไม่จำเป็นที่จะต้องรบกวนนาย แต่สิ่งที่ฉันคำนึง..คือความมั่นคงและความปลอดภัยของตัวนายและคนของนาย..”

“…..” ทรูอัลฟ่าหนุ่มมีสีหน้าเคร่งเครียดผิดกับผู้ปกครองฟลัมที่ยังคงยกยิ้มจาง ๆ ราวกับเรื่องที่เอ่ยเป็นเพียงบทสนทนาเกี่ยวกับเรื่องทั่วไป

“ได้ข่าวมาว่านายส่งตัวเลนนิกซ์กลับไปที่ฮาร์เดนเจอร์แล้วนี่”

“อย่าใช้คำว่าส่งตัวเลยดีกว่า ถ้าฉันจะส่งมันกลับไปด้วยสภาพแบบนั้น” แมดส์หัวเราะหึในลำคอก่อนจะนึกถึงสภาพคุณชายเลนนิกซ์ที่อ่วมพอตัว ซ้ำยังถูกส่งกลับไปพร้อม ๆ กับรถของพ่อค้าที่มาซื้อสินค้าจากฟลัมกลับไปยังฮาร์เดนเจอร์ พร้อมด้วยคนของฟลัมที่ตามไปป่าวประกาศการไม่รับมิตรไมตรีจากฮาร์เดนเจอร์อีกต่อไป

“ถือเป็นการเริ่มต้นสงครามได้ดี..”

รอยยิ้มเย็นเยียบซึ่งปรากฏบนใบหน้าของผู้ปกครองฟลัม บ่งบอกได้ดีว่าเจ้าตัวจะไม่ยอมนิ่งเฉยอีกต่อไปกับมิตรที่ตั้งตนเป็นศัตรูกับฟลัม

“…..”

“ฉันปล่อยให้ฮาร์เดนเจอร์กอบโกย สิ่งที่ควรจะเป็นผลประโยชน์ของฟลัมมามากพอ.. ทั้งเรื่องที่เยลเวอร์ตันแอบค้าขายทาสลับ ๆ กับพวกฝั่งตะวันออก หรือจะเรื่องที่สร้างกองกบฏหวังปั่นป่วนการค้าของฟลัมเองก็ด้วย”

ภายใต้ฉากบังหน้าซึ่งผูกมิตรกัน จากการเป็นเมืองซึ่งอยู่ใกล้เคียง มันทำให้เยลเวอร์ตันไร้ความเกรงใจ และยำเกรงในอำนาจของฟลัม จนใช้ช่องโหว่ที่ รีส เบลเลอมอนท์ จงใจปล่อยทิ้งไว้เพื่อเป็นการทดสอบความซื่อสัตย์ของเยลเวอร์ตัน แต่สุดท้ายความทะเยอทะยานเหล่านั้น ก็นำพามาซึ่งการเอาเปรียบและกระทำในสิ่งที่ไม่สมควร

“จะให้ฉันทำอะไรก็พูดมา” แมดส์เอ่ยถามอย่างตรงไปตรงมา

“สาบานตนเสีย.. ว่านายจะทำทุกอย่างในฐานะของเบลเลอมอนท์แต่ไม่ใช่เพื่อฟลัม..”

อัลฟ่าผมสีแดงเพลิงหมุนตัวกลับมาเผชิญหน้ากับน้องชายตรง ๆ ก่อนที่จิ้งจอกเจ้าเล่ห์แห่งโรงละครหลังใหญ่จะเดินไปทรุดตัวนั่งบนเก้าอี้ของตนเอง

เป็นระยะเวลาชั่วหลายวินาทีที่แมดส์ยืนจองหน้าพี่ชายคนโตของตัวเองนิ่ง มันเป็นธรรมเนียมที่ทรูอัลฟ่าหนุ่มรู้ดี ว่าตัวเองจะต้องทำอย่างไรในการสาบานตน

การคุกเข่าสาบานตนมันย่อมเป็นเรื่องที่ขัดต่อความยโส ในตัวคนที่ถือตนเป็นใหญ่อย่างแมดส์ ซึ่งไม่มีวันยอมคุกเข่าให้กับใครง่าย ๆ

“นายคือตัวแทนของเบลเลอมอนท์ที่จะต้องผงาดขึ้นมา..”

แมดส์กลอกตามองสิ่งต่าง ๆ รอบห้องเป็นครั้งสุดท้าย ลำคอที่เคยตั้งตรงและใบหน้าที่เคยเชิดขึ้นอย่างพวกถือดี จะยอมก้มหัวลงพร้อมกับการคุกเข่าข้างเดียวต่อหน้าคนที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ มือข้างซ้ายของแมดส์วางทับลงบนเข่าซ้ายที่ชันขึ้น ในขณะที่มือขวาก็วางทับลงบนหลังมือซ้าย

ความเงียบภายในห้องกว้าง ย่อมทำให้ได้ยินถึงเสียงลมหายใจ และหัวใจซึ่งกำลังสูบฉีดด้วยความเร็วที่เพิ่มขึ้น

เขาสวมใส่เสื้อผ้าของคนในตระกูล สวมใส่แหวนที่เป็นของตนมาตั้งแต่แรกในฐานะเบลเลอมอนท์ รวมไปถึงเข็มกลัดของการประกาศตนว่าเป็นเชื้อสายจากตระกูลใด

เขาคือเบลเลอมอนท์ ไม่ใช่หมาบ้าที่ใครต่อใครตราหน้าอีกต่อไป..

 

“แมดส์ ไทเลอร์ บุตรแห่งเบลเลอมอนท์และไทเลอร์ ขอสวามิภักดิ์ต่อเบลเลอมอนท์ด้วยชีวิต...”

“.....”

“ไม่ใช่เพื่อฟลัม แต่เพื่อเบลเลอมอนท์สืบต่อไป”

 

ดวงตาคู่คมสบตากับผู้ปกครองฟลัมโดยไม่กะพริบตา จวบจนกล่าวประโยคสาบานตนเป็นที่เรียบร้อย หลังจากที่ได้ฟังคำสาบานตนและสวามิภักดิ์ของแมดส์ อัลฟ่าผมสีเพลิงเพียงแค่พยักหน้ารับเล็กน้อย และขยับริมฝีปากเพื่อเอ่ยจุดประสงค์ที่แท้จริง ในการเรียกพบแมดส์ในครั้งนี้

 

“นับแต่นี้ต่อไป ขอให้นายจงพึงระลึกไว้เสมอ ว่านายคือเบลเลอมอนท์..”

“.....”

“ฉันต้องการให้นายทำทุกวิถีทางเพื่อปกครองฮาร์เดนเจอร์

 

ปกครองฮาร์เดนเจอร์อย่างงั้นหรือ? นี่รีสกำลังคิดอะไรกันอยู่ ถึงได้ตัดสินใจให้เขาทำเช่นนี้

“ฉันอยากรู้เหตุผล”

แมดส์ลุกขึ้นมายืนอย่างสง่าผ่าเผยอีกครั้ง พร้อมจ้องหน้าผู้ปกครองฟลัมเขม็ง

“ที่นี่ไม่เหมาะกับนายและเธียร์ ฉันวางทุกอย่างไว้ก็เพื่อตัวนายไม่ใช่เพื่อตัวเอง”

“แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ไม่ใช่หรือ ว่าการที่นายให้ฉันทำแบบนี้ มันก็เพื่อคานอำนาจทุกอย่าง”

หากเกิดปัญหาในฟลัมขึ้นเกินกว่าที่ รีส เบลเลอมอนท์ จะรับมือได้ เจ้าตัวก็ย่อมมีคนคอยสนับสนุนที่ไว้ใจได้อย่างไม่ต้องกังวลว่าจะถูกหักหลัง หากแมดส์ขึ้นปกครองฮาร์เดนเจอร์ได้อย่างชอบธรรม ไม่ว่าใครก็ไม่อาจมีข้อขัดแย้งได้เพราะ เธียร์ เยลเวอร์ตัน หรือคนรักของแมดส์ก็นับว่าเป็นคนในตระกูลเยลเวอร์ตันที่ถูกต้อง

“ฉันยอมปล่อยให้ตัวเองล้มลงมาไม่ได้”

“…..”

“การคานอำนาจทุกอย่างไว้ไม่ใช่เรื่องที่ผิด การขัดแย้งย่อมเกิดขึ้นหรือไม่เกิด ไม่มีใครอาจคาดเดา”

“…..”

“อย่างน้อยนี่ก็เป็นความมั่นคงที่ฉันให้อิสระทุกอย่าง ตามแต่นายจะไขว่คว้ามันไว้ และมันก็ไม่ใช่การรับใช้เบลเลอมอนท์ด้วยการขายวิญญาณของนาย”

“เธียร์คงไม่ยอมแน่นอน ถ้าฉันต้องทำแบบนั้น” แมดส์คล้ายจะปฏิเสธข้อเสนอของรีส “ยังไงเสีย เขาก็เป็นพ่อลูกกัน”

“บางทีนายอาจจะไม่ต้องลงมือทำอะไรเลยก็ได้ สถานการณ์ของฮาร์เดนเจอร์เองก็ใช่ว่าจะสู้ดีสักเท่าไหร่ ชาวเมืองของที่นั่นต่างเริ่มมีปากมีเสียง และปลุกระดมคนขึ้นมาเป็นกลุ่มก้อน”

“…..”

“การถูกกดขี่ในฮาร์เดนเจอร์กำลังใกล้ได้รับการปลดปล่อย เมื่อมันถูกที่และถูกเวลาโดยคนที่สมควร”

“…..”

“หรือนายจะยอมปล่อยให้เลนนิกซ์ปกครองฮาร์เดนเจอร์ แล้วตามกลับมาฆ่าคนของนายอีกรอบกันดีล่ะน้องชาย”

ชักจูงด้วยเหตุผลอันน่าคล้อยตาม ก่อนจะตบท้ายด้วยการยุแหย่ที่เรียกความคุกรุ่นในใจของแมดส์ ซึ่งยังไม่สามารถดับสนิทได้ ช่างสมกับเป็นเบลเลอมอนท์ที่รู้จักใช้คนได้ดีจริง ๆ

“ไม่มีทาง”

“ถ้าเช่นนั้นก็จงทำตามในสิ่งที่นายควรทำเสีย”

“…...”

“เพราะการที่ฉันไม่ให้นายสาบานตนต่อหน้าพวกชอบสอดรู้สอดเห็น มันก็เพื่อต้องการให้นายพิสูจน์ทุกอย่างด้วยตัวนายเอง หาใช่คำพูดของฉันที่เป็นแค่เพียงลมปาก”

“นายมันร้ายกาจกว่าที่ฉันคิด..”

“หากยังพูดมากกว่านี้ ฉันเองก็คงต้องคุยกับคุณหนูเยลเวอร์ตันเป็นการส่วนตัวเช่นกัน”

“…..”

“นายคงรู้ใช่ไหม ว่าคนอย่างฉันถนัดปั่นหัวคนอื่นมากแค่ไหน”

“เธียร์เกลียดขี้หน้านายยิ่งกว่าอะไรดี”

“ถ้าลองคิดให้ดี ๆ นายต่างหากที่ควรต้องขอบคุณฉันนะแมดส์”

“…..”

“แต่ฉันจะไม่ถือว่ามันเป็นบุญคุณก็แล้วกัน”

รอยยิ้มยียวนของ รีส เบลเลอมอนท์ มันช่างยั่วอารมณ์ของแมดส์ได้เป็นอย่างดี หากไม่ติดว่าอีกฝ่ายมีอำนาจมากกว่าตน เขาคงอยากจะซัดปากหมอนี่สักครั้งให้ได้หุบปากตัวเองเสียบ้าง

“เพราะหลานที่อยู่ในท้องของน้องสะใภ้ มันทำให้ฉันมีความสุขมากเชียวล่ะ”

การได้หลานในระยะเวลาไล่เลี่ยกันขนาดนี้ มีหรือที่คนอย่างรีสจะไม่ดีใจจนเนื้อเต้น

“ฉันไม่มีทางปล่อยให้ลูกฉันมาคลุกคลีกับนายเป็นอันขาด”

ถ้าคิดว่าทำได้อย่างที่ปากพูด ก็ลองดู : )

 

 

 

 

 

บรรยากาศภายในห้องโถงใหญ่ เต็มไปด้วยเหล่าทหารยศใหญ่และผู้มีอำนาจทั้งหลายในฟลัม ซึ่งต่างเดินทางมาเข้าร่วมการประชุมที่ถูกจัดขึ้นอย่างกะทันหัน เสียจนเป็นที่สงสัยของใครหลายคน

เสียงในห้องโถงยิ่งดังระงมจนจับความไม่ได้มากขึ้น เมื่อร่างสูงใหญ่ของคนที่อยู่ในชุดเสื้อผ้าที่มองเพียงปราดเดียว ก็รับรู้ได้ทันทีว่าคือเป็นชุดซึ่งสงวนไว้แค่เพียงคนในตระกูลเบลเลอมอนท์ เจ้าของดวงตาดุได้ก้าวตามหลังผู้ปกครองฟลัมเข้ามา ซ้ำยังเดินคู่กับหัวหน้าหน่วยเดอะฮิลล์ที่อยู่ในชุดเต็มยศ ทั้งใบหน้าที่เหมือนกันจนแทบแยกไม่ออก และการแต่งกายของแมดส์ กลายเป็นเรื่องตื่นตกใจของเหล่าสัตว์น้อยใหญ่ในโรงละครของผู้ปกครองฟลัม

ทั้งเชสและแมดส์ต่างไม่ได้มีความสนใจใด ๆ ทั้งสิ้น ในสายตาที่เคลือบแคลงและสงสัยของคนเหล่านั้น นอกเสียจากจะมองตรงไปยังข้างหน้า ก่อนจะหยุดยืนขนาบข้างผู้ปกครองฟลัมที่ขึ้นไปนั่งอยู่บนเก้าอี้ด้านบน ซึ่งถูกยกระดับด้วยพื้นบันไดหิน

“ดูเขาสิ..”

ลูอิส เชอร์ชิล ซึ่งยืนอยู่ข้าง ๆ คุณหนูเยลเวอร์ตันเอ่ยบอกเพียวโอเมก้าตัวเล็ก พลางจะแหงนหน้ามองหมาบ้าที่ยืนขนาบข้างผู้ปกครองฟลัม ส่วนอีกฝั่งก็คือ เชส ไทเลอร์ ที่ลูฟคุ้นชินดีกับการแต่งกายเต็มยศของเจ้าตัว

เธียร์ไม่ได้ตอบอะไรอัลฟ่าตัวสูง นอกเสียจากจะส่งยิ้มให้กับอีกฝ่าย และเหลือบมองโอเมก้าคนสนิทที่ยืนอยู่ด้วยกัน สายตาของเธียร์ที่มองขึ้นไปยังคนรักของตัวเอง มันเต็มเปี่ยมไปด้วยความรู้สึกชื่นชม และหลากหลายความรู้สึกที่มากล้นเกินกว่าจะบรรยาย

บรรยากาศของการประชุมที่คล้ายจะเป็นการประกาศอำนาจอีกสองขั้วที่สนับสนุน รีส เบลเลอมอนท์ ย่อมทำให้อสรพิษซึ่งแฝงอยู่ในโรงละครเริ่มเกิดความกระวนกระวาย และเพ่งเป้าไปที่ฝาแฝดซึ่งยืนขนาบข้างกับรีส

“อันที่จริง ฉันเองก็ไม่อยากปิดบังเรื่องราวของพวกเขาสักเท่าไหร่ แต่ด้วยความเคารพในหมู่พี่น้อง ฉันจึงเลือกไม่เอ่ยถึงพวกเขาจนกว่าเขาจะเป็นฝ่ายเอ่ยปากร้องขอ และวันนี้ก็เป็นวันที่ฉันรอคอยมันตลอด..”

รีส เบลเลอมอนท์ เว้นจังหวะในการพูดของตัวเอง ตาเหยี่ยวเหลือบมองน้องชายฝาแฝดของตนอีกครั้ง ก่อนจะเผยรอยยิ้มแสยะที่ฉีกกว้างจนหลายคนในที่นี้กลืนน้ำลายลงไปอึกใหญ่

“เบลเลอมอนท์ยังคงมีทายาทอีกสองคนซึ่งเกิดจากไทเลอร์.. ฝาแฝดคู่นี้ที่ทุกท่านต่างสงสัยว่าคือใครมาจากไหน เขาทั้งสองคนคือน้องชายต่างมารดาของฉันที่มีเชื้อสายเบลเลอมอนท์ไม่ต่างไปจากฉัน”

“ลูกนอกสมรสย่อมไม่มีสิทธิ์มิใช่หรือ นายท่าน..”

ข้อโต้แย้งของใครบางคนในกลุ่มผู้เข้าร่วมประชุม ทำให้รีสตวัดสายตาไปมองอย่างจดจำว่าอีกฝ่ายคือใคร

“นี่ไม่ใช่การประชุมเพื่อขอความคิดเห็นจากทุกท่าน..” ผู้ปกครองฟลัมตอกกลับคำถามนั้นด้วยรอยยิ้ม และสายตาที่กดดันให้ใครคนนั้นที่กล้าโต้แย้งยอมสงบปากสงบคำ “แต่นี่คือการประชุมเพื่อแจ้งให้ท่านทั้งหลายได้ทราบ ว่านับแต่นี้ต่อไป แมดส์ เบลเลอมอนท์ จะเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของการปกครอง”

นอกจากสายตาของคุณหนูเยลเวอร์ตันที่กำลังจ้องมองแมดส์อย่างไม่กะพริบตาแล้ว ก็ยังมีอีกหนึ่งสายตาที่กำลังเฝ้ามองฝาแฝดไทเลอร์อยู่ในมุมหนึ่งของห้องโถง รอยยิ้มกว้างปรากฏบนหน้าของเจ้าหล่อน ในยามที่เห็นชุดที่ตัวเองนำไปมอบให้กับลูกชายคนโตกับมือเมื่อคืน ได้ถูกนำมาสวมใส่ในวันนี้ตามที่เธอวาดหวังไว้ ส่วนลูกชายคนเล็กเองก็ยังคงเต็มไปด้วยความน่าชื่นชมอยู่เสมอ

อย่างน้อยชุดที่ เอเลนา ไทเลอร์ ตั้งใจทำมันให้ลูกชายคนโต นับตั้งแต่ผู้ปกครองฟลัมแจ้งข่าวให้เธอทราบว่าอีกไม่นาน แมดส์จะเดินทางกลับมาที่ฟลัมและเข้ารับการเป็นเบลเลอมอนท์ มันก็คุ้มเหลือเกินกับการที่เธอยอมอดหลับอดนอน

เธอเห็นสายตาของลูกชายคนโตที่จ้องมองแต่เพียงเพียวโอเมก้าตัวเล็ก อย่างไม่คิดจะสนใจวางสายตาไว้ที่ใคร สายตาที่เต็มไปด้วยความรักแม้จะไม่ได้หวานซึ้ง แต่กลับเต็มไปด้วยความเป็นห่วงจนคนมองอย่างเธอรับรู้ได้

เด็กคนนั้นที่อยู่กับลูกชายของเธอในครั้งก่อน คือคนที่ที่แมดส์เลือกเป็นคู่ชีวิต และเลือกที่จะทำทุกอย่างเพื่ออีกฝ่าย ความรักที่เกิดขึ้นอย่างบริสุทธิ์มันช่างเป็นความรักที่คู่ควรกับแมดส์

มันเป็นความรักที่เธอไม่อาจมอบมันให้กับเลือดเนื้อของตัวเองได้

“ขอให้ทุกท่านรับรู้ไว้โดยทั่วกัน ณ ที่นี้ ว่าใครก็ตามที่คิดจะเป็นปรปักษ์กับเบลเลอมอนท์ ก็ขอให้ทบทวนการกระทำนั้นไว้ให้ดี”

“…..”

“คงไม่มีใครในที่นี้.. อยากให้ฉันจัดงานเลี้ยงโดยใช้เลือดของพวกทรยศ ในการเฉลิมฉลองหรอกจริงไหม?”

“ฉันหวังว่าคงไม่มีใครข้องใจกับการเป็นเบลเลอมอนท์ของน้องชายฉัน... เพราะปฏิเสธให้ตายยังไง คน ๆ นี้ก็คือ แมดส์ เบลเลอมอนท์ ที่จะมีอำนาจเหนือทุกท่านในที่นี้ไม่น้อยไปกว่าฉัน..”

“เบลเลอมอนท์ก็แค่ขู่คนพวกนั้น..” ลูฟกระซิบบอกคุณหนูเยลเวอร์ตันที่มีท่าทีตื่นตระหนก หลังจากได้ยินสิ่งที่ผู้ปกครองฟลัมเอ่ย

“ขะ เขาคงไม่ได้สั่งให้...”

“เชื่อฉันสิ ว่าแมดส์ไม่ได้ถูกสั่งให้ฆ่าใครอย่างที่คุณหนูคิดหรอก” ลูฟว่าก่อนจะพยักพเยิดหน้าไปทางหมาบ้าที่จ้องตัวเองตาเขม็ง เพราะเห็นว่าตนโน้มใบหน้าลงมาพูดคุยกับคุณหนูเยลเวอร์ตัน “ถ้าจะฆ่าใคร หมอนั่นคงอยากบีบคอฉันมากกว่า..”

เจ้าของตาใสมองตาสายตาของลูฟ ก่อนจะเจอเข้ากับสายตาดุ ๆ ของแมดส์ แน่นอนว่ามันทำให้เธียร์รีบหลุบตาหลบสายตานั้นทันที

“นายแกล้งเรานี่..” เพียวโอเมก้าตัวเล็กค้อนอัลฟ่าตัวสูงจนตาเขียว ก่อนที่จะขยับตัวถอยห่างมาอยู่ใกล้เอนยาแทน

“ก็ลองมาดูกัน ว่าฉันจะโดนหมอนั่นฆ่าหรือจะเป็นคุณหนูที่โดนหมาบ้าขย้ำ”

 

 

 

 

HASHTAG #maddogmn

 

 

 

Talk : ต่อไปนี้ให้เรียกเขาว่า แมดส์ เบลเลอมอนท์!

 

 

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 687 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

6,517 ความคิดเห็น

  1. #6319 LILNCT23 (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 29 พฤศจิกายน 2563 / 08:23
    กราบพี่รีสเค้สดูรักน้องๆมากๆชอบ คสพ สามพี่น้องมากกกกกกไๆๆๆ
    #6,319
    0
  2. #6218 ณัฐชา. (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 4 พฤศจิกายน 2563 / 00:25
    รักรีสมาก คือนางไม่มีความรังเกียจน้องตัวเองเลย แถมพร้อมช่วยเหลือเต็มที่ ยกให้เป็นพระเอกเลยตอนนี้
    #6,218
    0
  3. #6206 oh selu (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 20 ตุลาคม 2563 / 21:50
    ยิ่งใหญ่ เกรียงไกร เบลเลอมอนท์ !
    #6,206
    0
  4. #6182 jjj_jaejamje (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 14 ตุลาคม 2563 / 14:48
    ดีใจมาก แสนจาเท่เลย! แต่ขี้หวงมาก555555
    #6,182
    0
  5. #6084 babemay (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 27 กันยายน 2563 / 11:03
    ชอบตอนนี้มากๆเลยค่ะ สัมผัสได้ถึงความตึงเครียดแต่แบบอำนาจของตระกูลนี้สุดยอดไปเลย พี่รีสเท่มาก ทรงอิทธิพลสมกับเป็นผู้ปกครองเมือง ฮือ ซีนที่ฝาแฝดยืนขนาบสองฝั่งพี่รีสนี่ชอบมากกกก อ่ย เท่สุดๆไปเลย แต่แมดส์คือนักขับเคลื่อนสังคมมาก เป็นทรูอัลฟ่าแต่ไม่อินกับการเอาชนชั้นวรรณะมาข่มกัน ฮือๆ
    #6,084
    0
  6. #6034 doraaung (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 14 กันยายน 2563 / 20:47
    มันเป็นภูมิใจยิ่งนัก ฮืออออ
    บอกไม่ถูก แต่แบบมันดีมากๆๆๆ

    ขอบคุณสำหรับฟิคนะคะ ไรท์สู้ๆน๊าาา
    #6,034
    0
  7. #6033 uuika (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 14 กันยายน 2563 / 17:09
    อย่าขย้ำลูกชั้น!
    #6,033
    0
  8. #5985 MickeyHC (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 23 สิงหาคม 2563 / 16:43
    โง้ยยยยยยยยยยใจเจ่บบบ
    #5,985
    0
  9. #5942 copookung (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 15 สิงหาคม 2563 / 21:01
    แมดส์แสนตาเท่ที่สุดในหัวใจชั้น ลูฟก็ปั่นเก่งนะคะ555555555555
    #5,942
    0
  10. #5917 Oywctmw (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 10 สิงหาคม 2563 / 17:47
    ปังมั่กกกก
    #5,917
    0
  11. #5871 dissilyn (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 7 สิงหาคม 2563 / 00:26
    เยสสสสสสส ไฟนอลลี่พี่ก็เป็นเบลเลอมอนท์ หาความมั่นคงให้ลูกเมีย นายนี่มันคนเท่ห์จริงๆ
    #5,871
    0
  12. #5713 idotoo (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 25 กรกฎาคม 2563 / 11:40
    เท่ฝุดๆเลยนายแม้ดดด ขี้หึงเหมือนกันนะเราา
    #5,713
    0
  13. #5708 ยัยแงวเด็ก (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 25 กรกฎาคม 2563 / 01:05
    พี่แมดส์แสนจะเท่เลย🥺
    #5,708
    0
  14. #5704 sepiaq (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 25 กรกฎาคม 2563 / 00:06
    เท่จังค่ะฮือออออ พี่แม้ดดด
    #5,704
    0
  15. #5579 lopenav (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 14 กรกฎาคม 2563 / 13:52
    ฮือ คุรพรี่แมดส์ทรงพระเท่มากเพคะ เขินสายตาชื่นชมของน้องเธียร์มาก
    #5,579
    0
  16. #5442 waika (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 2 กรกฎาคม 2563 / 20:45
    ปรบแปะๆให้พี่แมดส์เลยค่ะ / ลูฟนี่ร้ายจริงๆนะ
    #5,442
    0
  17. #5431 ;; (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 2 กรกฎาคม 2563 / 14:37
    ลูกชายเรานี่มันเท่จริงๆ!
    #5,431
    0
  18. #5425 ry_chobiss (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 2 กรกฎาคม 2563 / 09:49
    มันเท่สุดๆไปเลยครอบครัวนี้
    #5,425
    0
  19. #5292 firstchxnx (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 20 มิถุนายน 2563 / 08:42
    คุณพี่จะทำไรน้อ
    #5,292
    0
  20. #5286 pv04 (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 18 มิถุนายน 2563 / 22:56
    แลงมากกกก
    #5,286
    0
  21. #5281 jyajya (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 17 มิถุนายน 2563 / 03:23
    พี่แมดส์สุดยอด!
    #5,281
    0
  22. #5244 GKYON (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 15 มิถุนายน 2563 / 01:14
    เท่จัง หลังจากนี้ต้องไปปกครองอีกเมืองด้วย จะเกิดอะไรขึ้นอีกมั้ย อย่ามีใครได้บาดเจ็บอีกเลยน
    #5,244
    0
  23. #5230 Sunset_97 (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 14 มิถุนายน 2563 / 23:38
    มันเท่สุด ๆ ไปเลยนะแม้ดนะ! สุดยอดจริง ๆ ฮึกเหิมมาก ๆ ขนลุกสุด ๆ!
    #5,230
    0
  24. #5169 นมผงตราหมี (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 13 มิถุนายน 2563 / 17:47
    แมดส์ เบลเลอมอนท์!!!!!!!!! อ่านเสร็จกุมหัวเลยค่ะ เท่มาก ทำไมเท่แบบนี้ แต่มีคู่ชีวิตกันหมดแล้ว แต่คุณรีสอ่า แบบว่าจะมีแฟนไหมคะ หรืออยู่เลี้ยงหลานตลอดไปป อยากทำหน้าที่เมี ยให้พี่เขา มุ้แง
    #5,169
    0
  25. #5167 WNR.8991 (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 13 มิถุนายน 2563 / 00:07
    แมดส์ เบลเลอมอนท์!!!!!!!
    #5,167
    0