[ #MINNO ] MAD DOG ¦ True Alpha x Pure Omega

ตอนที่ 40 : Mad Dog : Chapter 35

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5,189
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 688 ครั้ง
    7 มิ.ย. 63

 

 

กองทัพขนาดย่อมที่เต็มไปด้วยทหารของเดอะฮิลล์และทหารจากฟลัม ต่างตระเตรียมข้าวของทุกอย่างในการเดินทางอีกครั้ง หลังจากที่พวกเขาพักอยู่ในกรีนเลคยาวนานร่วมสัปดาห์ ทั้งเพื่อพักฟื้นร่างกายของเหล่าทหารที่ได้รับการบาดเจ็บ และให้คุณหนูเยลเวอร์ตันอยู่ในสภาพร่างกายที่แข็งแรงเพื่อความปลอดภัยในการเดินทาง

ฝ่ามือเล็กของเพียวโอเมก้าที่ร่างกายพึ่งฟื้นตัวจนหายเป็นปกติ ค่อย ๆ พับเสื้อผ้าและเก็บข้าวของที่จำเป็น ทั้งในส่วนของตัวเองและของทรูอัลฟ่าคู่ชีวิต ทุกอย่างถูกจัดอย่างเป็นระเบียบด้วยฝีมือของเธียร์ ก่อนที่แมดส์จะเป็นคนยกมันออกไปยังด้านนอก เพื่อนำไปขึ้นรถม้าที่ใช้สำหรับการเดินทาง

“อยากออกไปคุยกับควินน์สักหน่อยไหมเธียร์” แมดส์ ไทเลอร์ เอ่ยถามคนรักที่ยังคงนั่งนิ่งอยู่บนเตียง ดวงตาคู่งามของเจ้าตัวยังคงมีความกังวลบางอย่างแอบแฝงอยู่ แต่ก็ไม่พ้นสายตาของแมดส์อยู่ดี

ตลอดช่วงเวลาหลายวันที่ผ่านมา ควินน์ เดอเกล พยายามที่จะหาทางเข้ามาพูดคุยกับเธียร์ แต่ก็ไม่สามารถเข้าถึงตัวเธียร์ได้ เพราะตัวของเพียวโอเมก้าเองก็ไม่ต้องการที่จะสนทนาอะไรกับควินน์อีก

“พี่ว่าเราผิดไหม ถ้าเราจะบอกว่าเรายังโกรธควินน์อยู่...”

“เรามีสิทธิ์โกรธ แต่เราเองก็เลือกที่จะให้อภัยเขาไม่ใช่หรือ”

“เรารู้สึกอึดอัด... ใจหนึ่งเราก็อยากให้ทุกอย่างเป็นเหมือนเดิม แต่อีกใจหนึ่งเราก็ยังกลัว”

กลัวว่าความไว้ใจพวกนั้นจะถูกทำลายเข้าสักวันหนึ่ง มันกลายเป็นความรู้สึกติดลบที่ไม่ว่าจะทำอย่างไร เธียร์ก็ไม่สามารถกำจัดมันออกไปได้ ความถูกต้องกับความรู้สึกมันช่างขัดแย้งกันสิ้นดี

เหมือนกับยังมีอะไรบางอย่างที่ติดค้างในใจ ซึ่งเธียร์ยังไม่สามารถหาคำตอบได้

“เขาเองก็ได้รับบทลงโทษที่สมควรกับการกระทำของเขา”

“.....”

“อย่าปล่อยให้ความรู้สึกติดค้างพวกนี้ มันต้องติดอยู่ในใจของเราไปตลอดเลยเธียร์”

“…..”

“หากการพูดคุยคือทางออก มันก็ไม่ใช่เรื่องเสียหายอะไร หากเราจะออกไปพบกับควินน์ ก่อนที่เราจะไปจากที่นี่”

ทรูอัลฟ่าผิวเข้มเอ่ยประโยคทิ้งท้ายไว้ให้คนที่นั่งอยู่บนเตียงได้ทบทวนคิด และตัดสินใจทุกอย่างเอง หลังจากนั้นแมดส์จึงเลี่ยงออกไปรอด้านนอก เพื่อให้เวลาส่วนตัวกับอีกฝ่าย

คล้อยหลังจากที่แมดส์ออกไปจากห้อง เธียร์ก็ได้แต่นั่งคิดทบทวนถึงเรื่องที่เกิดขึ้นอีกครั้ง พร้อมกับชั่งใจของตัวเองอยู่พักใหญ่ เธียร์เอาแต่คิดซ้ำแล้วซ้ำเล่าเพื่อความมั่นใจ แต่เมื่อหันไปเห็นโซเฟียที่นอนหลับอยู่ข้าง ๆ มันก็ทำให้เธียร์อดนึกถึงความทรงจำเก่า ๆ ระหว่างตัวเองกับควินน์ขึ้นมา

มันเป็นช่วงเวลาที่เธียร์มีความสุข และรู้สึกถึงคำว่าเพื่อนที่ตัวเองไม่เคยได้รู้จัก แม้จะค่อนข้างมีอายุที่แตกต่าง แต่เธียร์ก็มีความสุขดีกับการมีเพื่อนใหม่อย่างควินน์ มันทำให้เธียร์รู้สึกว่าตัวเองไม่ถูกคุกคาม ไม่มีเหตุผลอะไรที่ทำให้เพียวโอเมก้าตัวเล็กซึ่งหวาดกลัวการเข้าหาผู้คนจะรู้สึกกังวลใจ เว้นก็แต่เพียงเรื่องเดียวที่ทำให้เธียร์รู้สึกผิด

เรื่องที่เขาเป็นเยลเวอร์ตัน…

มันคงยากสำหรับควินน์ที่จะให้อภัยในการที่เธียร์เป็นเยลเวอร์ตัน แต่ในมุมกลับกัน มันก็ยากเช่นกันที่เธียร์จะรู้สึกว่ามันคือสิ่งที่ตัวเองควรได้รับ จากเรื่องที่ตัวเองไม่เคยได้ก่อและไม่มีความผิดในเรื่องนี้

เธียร์หันมามองโซเฟียอีกครั้ง หลังจากที่ตัดสินใจได้ว่าจะทำเช่นไร แววตาของเจ้าตัวดูหม่นลงไปชั่วขณะ ก่อนที่จะกลับมาเป็นประกายสดใสอย่างเดิม เมื่อต้องออกไปเผชิญหน้ากับสิ่งที่ตัวเองได้เลือก

อย่างน้อยเขาก็ควรจะจัดการเรื่องที่ค้างคาใจของตัวเอง ก่อนที่มันจะเป็นความรู้สึกติดค้างกับตัวเองไปตลอดชีวิต

ฝ่าเท้าเปลือยเปล่าของเธียร์ก้าวเดินออกมาจากห้องอย่างเงียบเชียบ ความเย็นของพื้นไม้มันยังคงให้ความรู้สึกเหมือนในคืนนั้นไม่มีผิด จนทำให้เธียร์เผลอนึกถึงสิ่งที่ไม่น่าจดจำอย่างไม่ได้ตั้งใจ

เสียงเนื้อผ้าเสียดสีระหว่างก้าวเดิน ฟังดูไม่น่ารำคาญหู เนื่องจากเจ้าตัวก้าวเดินด้วยท่าทางมั่นคง ความสง่างามของคุณหนูเยลเวอร์ตันยังคงฉายชัด แม้จะไม่ได้เติบโตในสภาพสังคมที่ห้อมล้อมไปด้วยกฎระเบียบ

ทันทีที่เธียร์ก้าวเดินเข้าไปใกล้เบต้าหนุ่มที่นั่งรออยู่บริเวณส่วนที่จัดไว้สำหรับนั่งพักผ่อน มันก็ทำให้ควินน์กระวนกระวายอย่างเห็นได้ชัด ความเงียบที่กลายเป็นตัวสื่อสารจำเป็น ย่อมทำให้บรรยากาศเริ่มน่าอึดอัดและเต็มไปด้วยความเฉยชา

แม้เธียร์จะส่งยิ้มเล็ก ๆ ให้กับควินน์เป็นการทักทาย แต่มันก็ยังดูเป็นรอยยิ้มที่ควินน์ไม่อาจรับได้ด้วยความรู้สึกสบายใจ เส้นกั้นบางอย่างเป็นตัวสร้างช่องว่างระหว่างพวกเขาทั้งคู่ ต่อให้จะนั่งห่างกันอยู่เพียงแค่ช่วงตัว แต่มันก็ไกลมากเหลือเกินสำหรับควินน์ที่กำลังพยายามวิ่งตามเธียร์

“เรานึกว่าพี่จะไม่ออกมาคุยกับเราเสียอีก” เบต้าหนุ่มน้อยเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่ติดสั่นไม่น้อย เมื่อพยายามรวบรวมความกล้าที่มีทั้งหมดของตัวเอง

“จริง ๆ เราก็ตั้งใจแบบนั้น” คำตอบของเธียร์ที่แม้จะเอ่ยด้วยน้ำเสียงรื่นหู แต่มันกลับทำให้ควินน์สะอึกไปไม่น้อย แต่มันก็สมควรแล้วที่คนทำผิดอย่างควินน์จะได้รับเช่นนี้

“เราอยากขอโทษ”

“คำขอโทษมันไม่ได้ช่วยแก้ไขสิ่งที่เกิดขึ้นไปแล้ว..”

“…..”

“และมันก็ไม่ได้ช่วยให้เราสามารถเอาความรู้สึกที่เคยมีกลับมาได้”

“เราไม่มีอะไรจะแก้ตัว เรารู้ดีว่าสิ่งที่เราทำมันโง่แค่ไหน” ควินน์ไม่แม้แต่จะแก้ตัวให้ตัวเอง เขาทำอะไรลงไปเขาย่อมรู้ดี

“รู้บ้างไหมว่าการที่นายหลอกเราไปเจอกับเอ็ดมันด์วันนั้น มันทำให้เราทรมานมากแค่ไหน” มันไม่ผิดที่ควินน์ไม่เคยรู้ว่าเธียร์เคยเจออะไรมาบ้าง.. แต่มันก็น่าเจ็บปวดสิ้นดีที่ความทรงจำพวกนั้นต้องถูกกระตุ้นอีกครั้ง “เราได้แต่คิด และได้แต่ถามตัวเองว่าควรทำอย่างไร สำหรับทางเลือกที่บีบบังคับเราทั้งหมดแบบนั้น”

“…..”

“ถ้าเราเลือกกรีนเลค มันก็เท่ากับว่าเราต้องทำร้ายความรู้สึกแมดส์ แต่ถ้าเลือกตัวเอง เราก็ต้องถูกตราหน้าว่าเป็นตัวปัญหา เราไม่เคยอยากเป็นตัวปัญหาของใคร และก็ไม่คิดอยากจะทำลายความรู้สึกของคนที่ตัวเองรัก”

แมดส์ ไทเลอร์ เปรียบเสมือนบ้านหลังใหม่ของเธียร์ บ้านที่ทำให้เธียร์ไม่รู้สึกถูกทอดทิ้งไม่ว่าจะอยู่ในสถานการณ์เช่นไร แต่เยลเวอร์ตันคือบ้านที่ไม่ต่างจากกรงขัง มันเป็นบ้านที่เธียร์ไม่เคยได้สัมผัสถึงคำว่าครอบครัว นอกเสียจากการถูกกล่าวหาว่าเป็นตัวปัญหา

“…..”

“แต่นาย… นายเป็นคนที่เราไว้ใจและเชื่อใจ ความรู้สึกของนายตอนนั้น มันไม่มีสักเศษเสี้ยวหนึ่งเลยหรือที่นายจะตอบตัวเองว่ารู้จักเราที่เป็นเรา ไม่ใช่เพียงเพราะการเป็นเยลเวอร์ตัน”

“…..” ยิ่งฟังสิ่งที่เธียร์พูด ควินน์ก็ยิ่งสะอึก ขอบตาเริ่มร้อนผ่าวคล้ายจะกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่

“ความเป็นห่วงของเราที่ถูกทำลายด้วยความไว้ใจจากนาย มันเจ็บปวดยิ่งกว่าอะไร..”

“พะ..พี่เธียร์”

“เรามีความรู้สึกเหมือนกับนายนั่นแหละควินน์ เจ็บปวดเป็น โกรธเป็น และเสียใจเป็น”

“เราขอโทษ อึก ขอโทษจริง ๆ”

“ก็ถือเสียว่าเราได้ชดใช้ให้กับสิ่งที่นายสูญเสียไปก็แล้วกัน…” พอกันเสียทีสำหรับสิ่งที่เขาต้องชดใช้ในการเป็นเชื้อสายของเยลเวอร์ตัน “ให้มันจบกันตรงนี้ แล้วอย่าได้ติดค้างอะไรกันอีก”

“พ พี่ให้อภัยเราใช่ไหม ฮึก”

“มันคงเป็นบทเรียนครั้งใหญ่ให้นายได้เรียนรู้…” เธียร์เม้มปากแน่น ก่อนจะเมินหน้าหนีภาพของควินน์ที่ใบหน้าเต็มไปด้วยน้ำตา “จำเอาไว้นะควินน์ ว่าความคิดของนายมันไม่สามารถตัดสินคนอื่นได้ แม้ว่านายจะคิดว่ามันถูกต้องมากแค่ไหน เพราะสุดท้ายความถูกต้องที่นายว่า มันก็คือผลลัพธ์ของการเอาตัวเป็นที่ตั้ง”

“ฮึก”

“เราเองก็ต่างเจ็บปวดกันมามากพอ ต่อจากนี้ไปก็ใช้ชีวิตที่ตัวเองเลือก” ควินน์ได้แต่ก้มหน้านิ่ง จนมองไม่เห็นรอยยิ้มแสนเศร้าของเธียร์ “อย่างน้อยหากเรานึกถึงนาย เราก็จะนึกถึงแต่ความทรงจำดี ๆ อย่าได้กังวลว่าเราจะเกลียดนาย”

“เราไม่มีทางกลับมาเป็นเหมือนเดิมได้เลยหรือ” ควินน์ยอมรับว่ามันเป็นคำถามงี่เง่าที่ตัวเองรู้คำตอบอยู่แก่ใจ

“มันคงเร็วไปสำหรับตอนนี้..”

คำตอบของเธียร์ไม่ได้ผิดเพี้ยนไปจากการคาดเดาของควินน์เลยสักนิด แม้ว่าเพียวโอเมก้าตรงหน้าของเขาจะมีจิตใจที่ดีแค่ไหน แต่มันก็ไม่ได้หมายความว่าเจ้าตัวจะยอมรับเรื่องพวกนี้ได้ง่าย ๆ

มันเร็วไปสำหรับการหลงลืมความรู้สึกเจ็บปวดพวกนั้น

และเธียร์เองไม่ใช่คนที่จะยอมให้ใครมาเอาเปรียบตัวเองอยู่ฝ่ายเดียว...

เมื่อมอบความรู้สึกให้กับผู้อื่นไปเท่าใด ก็ย่อมต้องรับความรู้สึกเหล่านั้นคืนอย่างเท่าเทียมกัน

“ละ แล้วพี่จะกลับมาที่นี่อีกไหม”

“ไม่รู้สิ..” เธียร์ระบายยิ้มจาง ๆ “แต่ถึงเราจะไม่กลับมา มันก็ไม่ได้หมายความว่านายจะไปหาเราไม่ได้เสียหน่อย”

หากวันเวลาผ่านไป จนความเจ็บปวดของเขาเริ่มทุเลาลง มันก็อาจจะเป็นโอกาสที่เขาทั้งคู่จะกลับมาพูดคุยกันได้เหมือนเดิม

“ขอให้พี่รักษาตัวเองให้แข็งแรง เราหวังว่าเขาจะไม่ดื้อ จนทำให้พี่ต้องลำบาก” ควินน์จ้องมองหน้าท้องบางของเพียวโอเมก้าตัวเล็ก ที่ตอนนี้กำลังมีอีกหนึ่งชีวิตซึ่งกำลังเติบโต “เราเชื่อว่าเขาจะเติบโตขึ้นอย่างอ่อนโยนและเข้มแข็ง ไม่ต่างจากพี่ที่เป็นแม่ของเขา”

ต้นอ่อนของเจ้าดอกแม็กโนเลีย ย่อมต้องเติบโตเช่นแม็กโนเลียต้นใหญ่ ที่เต็มไปด้วยความสวยงามและแข็งแรง

“ขอบใจมากนะควินน์...”

“เราฝากดูแลโซเฟียด้วยนะ.... หากได้เจอมันครั้งหน้า มันคงจะตัวใหญ่มากจนเราอุ้มไม่ไหวแล้วแน่ ๆ”

“ส่วนนายเองก็คงเติบโตเป็นผู้ใหญ่เช่นกัน..”

แม้จะรู้สึกเจ็บเล็กน้อยในยามที่ควินน์โถมตัวเข้ามากอดตัวเอง แต่เธียร์เองก็ไม่ได้รู้สึกรังเกียจหรืออยากผลักไสอีกฝ่าย มือขาวลูบแผ่นหลังของเด็กหนุ่มเบา ๆ เพื่อปลอบเด็กน้อยที่เอาแต่ร้องไห้

เขายังคงเป็นเพียงแค่เด็กน้อย ที่ยังไม่รู้จักโลกแห่งความจริงอันแสนโหดร้าย

คนเราผิดพลาดกันได้ แต่เมื่อผิดพลาดแล้วก็ย่อมสมควรจะรู้ว่ามันไม่ควรเกิดขึ้นอีกเป็นครั้งที่สอง และเธียร์เองก็หวังว่าควินน์จะคิดอะไรได้จากสิ่งที่เกิดขึ้นในครั้งนี้

 

 

 

“ไว้มีโอกาสพวกเราจะแวะไปเยี่ยมนะคุณหนู” เมเลค ฟิทซ์รอย เอ่ยบอกเพียวโอเมก้าตัวเล็กที่ยืนอยู่ข้างเพื่อนสนิท พร้อมฉีกยิ้มกว้างเมื่อเห็นรอยยิ้มของคุณหนูเยลเวอร์ตัน “หวังว่าจะไม่มีเรื่องอะไรมาสร้างความทุกข์ใจให้กับคุณหนูอีก”

“เราก็หวังว่ามันจะเป็นเช่นนั้น” เพียวโอเมก้าในชุดสีอ่อนเอ่ยตอบ ก่อนจะก้มหัวให้กับอัลฟ่าทั้งสองที่คอยช่วยเหลือตัวเองมาโดยตลอด “หากในวันหน้ามีอะไรที่เราพอจะตอบแทนพวกนายได้ เราก็ยินดีที่จะช่วยเหลือเสมอ”

“ขอแค่ใช้ชีวิตอย่างมีความสุข และดูแลเจ้าลูกกระต่ายในท้องให้น่าเอ็นดูได้เหมือนคุณหนูก็พอ” อัลฟ่าผมเทาเอ่ยด้วยความหวังดี “ส่วนนายเองขอให้โชคดีกับสิ่งที่ตัวเองได้เลือก” วินซ์เองก็ไม่ลืมที่จะอวยพรให้กับเพื่อนของตัวเอง ที่กำลังเริ่มต้นเส้นทางในชีวิตใหม่ของตัวเอง

“ฉันก็หวังว่ามันจะเป็นสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับฉันและเธียร์” ทรูอัลฟ่าหนุ่มอดคิดไม่ได้ถึงสิ่งที่กำลังจะเกิดในอนาคต ยิ่งเขาเริ่มมีตัวตนขึ้นมากเท่าไหร่ มันก็ยิ่งสร้างความประหม่าให้กับหมาบ้าที่มันใช้ชีวิตอย่างหลบซ่อนมาตลอด

“นายไม่เคยเป็นเงาของใคร.. และไม่เคยเป็นคนที่ถูกลืมสำหรับครอบครัว” วินซ์เอ่ยย้ำถึงความจริงที่อยากจะให้แมดส์ได้จดจำ และไม่คิดขุ่นเคืองหรือยึดเอาอดีตอันเลวร้ายมาตัดสินปัจจุบันที่กำลังเป็น

“จริง ๆ มันก็น่าน้อยใจนะที่นายจะหนีพวกฉันไปอีกแล้ว ทั้งที่พึ่งกลับมาที่นี่ได้ไม่เท่าไหร่” เมเลคแอบตัดพ้ออย่างแสร้งทำ เพื่อไม่ให้บรรยากาศในการพูดคุยดูเต็มไปด้วยความเครียด “กรีนเลคคงจะเหงาน่าดูถ้าไม่มีนาย..”

“เหงาปากนายล่ะสิไม่ว่า”

“กวนประสาทวินซ์มันไม่สนุกเท่ากวนประสาทนายแล้วเพื่อน”

“เหนื่อยหน่อยนะวินซ์ ต่อไปนายคงต้องหูชา เพราะฟังหมอนี่พูดทั้งวันแน่นอน”

“พวกนายกล่าวหาฉันเกินไปแล้วมั้ง ดูคนพวกนี้สิคุณหนู” เมเลคหันไปขอความช่วยเหลือจากคนน่ารักที่เอาแต่ยืนฉีกยิ้มจนตาหยี แต่ก็ไม่วายโดนแมดส์เขม่นเข้าให้ เพราะดันไปทำตาเจ้าชู้ใส่เธียร์อย่างลืมตัว

“ให้มันน้อย ๆ หน่อยฟิทซ์รอย” แมดส์เอ่ยเตือนเพื่อนสนิทของตัวเองในทันที

ท่าทางว่าหมาบ้าจะได้กลายเป็นหมาบ้าของจริงแล้วล่ะ….

 

 

 

 

หลังจากเอ่ยร่ำลาและพูดคุยกันเรียบร้อย ก็ถึงเวลาที่แมดส์และเธียร์จะได้เดินทางออกจากกรีนเลค ระยะทางจากกรีนเลคกลับไปยังฟลัมค่อนข้างใช้เวลาอยู่พอควร มันอาจจะต้องใช้เวลาสักสองหรือสามวันเลยด้วยซ้ำ เนื่องจากพวกเขาไม่สามารถเร่งความเร็วในการเดินทางได้จากเหตุผลหลาย ๆ อย่าง

เบาะรองนั่งและรองนอนอย่างดีในรถม้าสร้างความสะดวกสบายให้กับเพียวโอเมก้าตัวเล็กได้เป็นอย่างดี บนร่างกายของเจ้าของใบหน้าน่ารักยังคงมีเสื้อตัวใหญ่ของแมดส์ไว้ใช้ปกคลุมร่างกาย กลิ่นไม้หอมชวนให้เธียร์เคลิ้มหลับไปได้อย่างง่ายดายไม่ต่างกับโซเฟียที่นอนหลับอุตุอยู่ข้างกัน โดยมีเอนยาที่อาการดีขึ้นจนน่าหมดห่วง เป็นคนช่วยดูแลคุณหนูของเจ้าหล่อนตามเดิม

แน่นอนว่ามันคงเป็นช่วงเวลาที่เธียร์จะได้ใช้อยู่กับเอนยา หลังจากที่ไม่ได้พบเจอกันมาเป็นช่วงเวลานาน ประโยคสนทนาในเรื่องแล้วเรื่องเล่าถึงสิ่งที่ต่างฝ่ายต่างพบเจอ มันช่างน่าหดหู่ไม่น้อยสำหรับเธียร์ที่ได้ฟังสิ่งที่คนพวกนั้นทำกับเอนยา จากหญิงสาวที่สุขภาพร่างกายแข็งแรงกับกลายเป็นคนที่ดูขี้โรคและอ่อนแออย่างถนัดตา ร่างกายที่เคยเต็มไปด้วยเนื้อหนังก็กลับผอมจนอีกนิดก็คงจะเห็นกระดูกของเจ้าหล่อน

นับว่าพระเจ้ายังเห็นใจเธียร์อยู่บ้าง ถึงได้ยังไม่ทำให้เธียร์ต้องสูญเสียคนที่ตัวเองรักไป.. ส่วนเอนยาเองก็ไม่ได้มีท่าทีรังเกียจแมดส์แต่อย่างใด นอกเสียจากขอบคุณชายหนุ่มที่ดูแลคุณหนูของเธอเป็นอย่างดี ซ้ำยังตอบแทนความรักที่คุณหนูของเธอมีให้ด้วยความรู้สึกเดียวกัน

ส่วนทางด้านทรูอัลฟ่าหนุ่มเองก็เป็นคนที่นั่งอยู่ทางด้านหน้าของรถม้า คอยควบคุมทุกอย่างด้วยตัวเอง เพื่อความปลอดภัยของคนรักที่อยู่ภายใน

เชส ไทเลอร์ ที่คุมม้าตามอยู่ใกล้ ๆ ก็ได้แต่สังเกตพี่ชายฝาแฝดของตนเองในอีกมุมหนึ่ง ที่ไม่คิดว่าจะได้เห็นจากตัวของหมาบ้า การกระทำแทบทุกอย่างของแมดส์แม้จะดูไม่ได้นุ่มนวลนัก แต่มันก็ยากที่จะปฏิเสธว่าอีกฝ่ายนั้นใส่ใจเพียวโอเมก้าจากฮาร์เดนเจอร์มากแค่ไหน

หัวหน้าหน่วยเดอะฮิลล์ได้แต่เฝ้าถามตัวเองว่าคนอย่างคุณหนูเยลเวอร์ตัน มีอะไรที่ทำให้พี่ชายของตนเปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้นได้มากขนาดนี้ และเขาก็ได้ค้นพบว่าสิ่งที่เพียวโอเมก้าตัวเล็กเป็น มันไม่ต่างจากภาพสะท้อนของคน ๆ หนึ่งที่ใช้ชีวิตแตกต่างจากคนที่มือเปื้อนเลือดเช่นพวกเขา

มันไม่ใช่แค่ความเป็นห่วงฝ่ายเดียวของแมดส์ที่มีให้เธียร์สักนิด เพราะคุณหนูตัวขาวเองก็ดูห่วงใยและรักษาความรู้สึกของแมดส์เช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นผ่านทางคำพูดหรือการกระทำก็ตามแต่

แต่ก็ยังดีที่ช่วงระหว่างวันที่ผ่านมานี้ คุณหนูเยลเวอร์ตันจะไม่มีความรู้สึกอยากอยู่คนเดียว หรือต้องการไม่ให้ใครก็ตามเข้าใกล้ เหมือนกับช่วงวันแรกที่เดินทางออกมาจากกรีนเลค รังขนาดย่อมในรถม้าที่ถูกสร้างขึ้นเป็นการชั่วคราวในระหว่างการเดินทาง ย่อมยังเป็นเขตหวงห้ามที่เธียร์ไม่ต้องการให้ใครเข้าไปยุ่ง แม้กระทั่งแมดส์เองก็ยังทำได้แค่ยืนรออยู่ด้านนอก จนกว่าเจ้าตัวจะเป็นฝ่ายยอมออกมาด้านนอกเอง

มองดูแล้วก็อดทำให้เชสและลูฟที่สังเกตกันอยู่ห่าง ๆ ได้แต่กลั้นขำจนหน้าบูดหน้าเบี้ยว ขืนไปหัวเราะให้แมดส์เห็น คงได้มีประโยคจิกกัดกันอย่างแน่นอน แค่นี้พี่ชายฝาแฝดของเขาก็เฉาจะแย่อยู่แล้ว

ดูท่าว่า แมดส์ ไทเลอร์ คงจะต้องเตรียมตัวและเตรียมใจรับมือกับการทำรังของโอเมก้าในช่วงตั้งท้องไปอีกพักใหญ่ แต่มันก็ดูน่าขำขันอยู่ดีเมื่อคนอย่างแมดส์ต้องมานั่งเฉา หรือไม่ก็เดินเป็นหนูติดจั่นเพราะเธียร์

แต่จะว่าไปแล้ว มันก็ทำให้หัวหน้าหน่วยเดอะฮิลล์อดคิดถึงหิมะแรกขึ้นมา จดหมายที่เขียนส่งกลับไปยังเดอะฮิลล์เมื่อช่วงกลางอาทิตย์ คงจะถึงมือแอชเชอร์เป็นที่เรียบร้อย เชสก็ได้แต่ภาวนาว่าคนตัวขาวจะไม่เคืองตัวเอง เพราะเดินทางกลับไปยังเดอะฮิลล์ล่าช้ากว่าที่บอกกล่าวกับอีกฝ่ายไว้

สถาปัตยกรรมอันโดดเด่นของฟลัมตั้งตระหง่านให้เห็นอยู่ไกล ๆ ถึงแม้ว่าในตอนนี้พวกเขาจะอยู่ห่างจากฟลัมอยู่ในระยะทางหนึ่ง แต่ความใหญ่โตและโดดเด่นของฟลัมก็ฉายชัดเต็มสายตาของเหล่าทหารที่กำลังเคลื่อนพลเข้าไปใกล้เมือง เมื่อหลุดพ้นออกมาจากเขตเทือกเขาสลับซับซ้อน ธรรมชาติรอบข้างก็เต็มไปด้วยทุ่งหญ้าโล่งซึ่งเขียวขจี สลับกับต้นไม้หมู่มากที่ขึ้นสลับกันจนมีให้เห็นตลอดทาง

ยิ่งเดินทางเข้าใกล้ฟลัมขึ้นมากเท่าใด แมดส์ก็จำต้องข่มความประหม่าลึก ๆ ของตัวเอง เขารู้ตัวดีว่าการตัดสินใจในครั้งนี้มันจะเปลี่ยนชีวิตที่เคยเป็นมาตลอด

เขาจะไม่ใช่หมาบ้าที่คอยรับใช้ใครหน้าไหนอีกต่อไป นอกเสียจากจะเป็นเบลเลอมอนท์ที่รับใช้ตัวเอง

ทรูอัลฟ่าหนุ่มเหลือบมองนายทหารของฟลัมที่ควบม้าขึ้นมาตีคู่กับตัวเอง ก่อนจะพ่นลมหายใจหนัก ๆ ด้วยความเหม็นขี้หน้า ดูท่าว่าเขาไม่ควรจะสลับตำแหน่งในการขี่รถม้ากับลูฟ เพื่อมาขี่ม้าของตัวเองเลยสักนิด

“ยังไม่เลิกสงสัยในตัวฉันอีกหรือเอเดน?”

“เรื่องนี้มันโคตรบ้า.. ฉันล่าตัวหมาบ้ามาตั้งหลายปี แต่สุดท้ายใครจะคิดกัน ว่านายจะเป็นฝาแฝดของหัวหน้าหน่วยเดอะฮิลล์”

“แต่สิ่งที่น่าเหลือเชื่อว่าก็คงเป็นการที่นายต้องมาช่วยฉัน ตามคำสั่งของเบลเลอมอนท์”

“ฉันล่ะไม่เข้าใจจริง ๆ ว่าทำไมฟลัมถึงต้องช่วยนายถึงขนาดนี้ ทั้งที่นาย…” สายตาของ เอเดน เกลฟ์ ยังคงเต็มไปด้วยความเคลือบแคลงและคิดสงสัย

“บางทีถ้านายได้รู้คำตอบ นายอาจจะไม่อยากสงสัยแล้วก็ได้” รอยแผลเป็นที่หลังมือของเอเดนซึ่งสามารถมองได้ชัดเจน มันเป็นแผลที่เกิดจากคมมีดของแมดส์ ในวันที่ทั้งเขาและเธียร์หลบหนีออกจากฟลัม “และฉันก็ขอเตือนให้นายสงบปากสงบคำแบบจาเร็ตเสียจะดีกว่า”

เจ้าของผิวเข้มที่นั่งอยู่บนม้าสีขาวสะอาดเอ่ยบอกด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง ใบหน้าคมเข้มที่เหมือนกันกับหัวหน้าหน่วยเดอะฮิลล์ ไม่ได้ทำให้คนมองรู้สึกว่าแมดส์คือเชสเลยสักนิด ทั้งที่หน้าตาเหมือนกันอย่างกับแกะ แต่ความรู้สึกในยามที่มองใบหน้าของฝาแฝดคู่นี้ มันก็ทำให้ทุกคนต่างแยกฝาแฝดไทเลอร์ได้อย่างง่ายดาย

เพราะอย่างน้อยหัวหน้าหน่วยเดอะฮิลล์ ก็ไม่ได้มีภาพลักษณ์ที่มองแล้วชวนให้รู้สึกอึดอัดอย่างเช่นแมดส์ ไทเลอร์

“นายอยากเจ็บตัวเพิ่มหรือไงเอเดน” จาเร็ตที่ขี่ม้าตามอยู่ด้านหลังเอ่ยถามเพื่อนของตัวเองอย่างเหนื่อยหน่าย บาดแผลที่เจ้าตัวเคยได้รับก่อนหน้านี้ มันคงไม่ได้ช่วยทำให้อัลฟ่าหนุ่มจดจำมันเลยสักนิด

“ถ้าพวกนายอยากรู้อะไร ถามฉันแทนก็ได้นะ”

“ฉันคงไม่กล้ารบกวนหัวหน้าไทเลอร์..” เอเดน เกลฟ์ แอบจิ๊ปากเบา ๆ เมื่อมีผู้เข้ามาร่วมสนทนาเพิ่มด้วยอีกคนอย่างไม่ได้รับเชิญ แถมยังเป็นใครอีกคนที่เขาควรจะต้องเกรงใจเสียด้วย

“ท่าทางว่านายจะมีแววได้ออกไปประจำการในน่านน้ำ แทนที่จะได้ประจำการอยู่ในเมืองแล้วแหละเอเดน” จาเร็ต โบฟอร์ต อดไม่ได้ที่จะเอ่ยเช่นนั้น เพื่อให้เพื่อนของตัวเองได้หยุดสงสัยอะไร

“หรือว่านายอยากจะลองไปอยู่เดอะฮิลล์กันดีล่ะ? อีกไม่กี่เดือนข้างหน้า เดอะฮิลล์เองก็จะปลดประจำการทหารชุดเดิมออกแล้ว บางทีนายอาจจะสนใจไปอยู่ที่นั่นมากกว่าอยู่ที่ฟลัมก็ได้” เชส ไทเลอร์ ยังคงเอ่ยด้วยน้ำเสียงสบาย ๆ แต่แฝงไปด้วยความกวนประสาทที่นายทหารของฟลัมเองก็รับรู้ได้

ถ้าต้องให้เลือกระหว่างฟลัมกับเดอะฮิลล์ แน่นอนว่าตัวเลือดที่สองย่อมถูกตัดทิ้งอย่างไม่ต้องเสียเวลาคิด สภาพอากาศของเดอะฮิลล์แม้จะมีความคล้ายคลึงกับแดนใต้ถึงสามในสี่ แต่อากาศหนาวเหน็บของเดอะฮิลล์ในช่วงฤดูหนาว ก็เรียกได้ว่าเป็นที่กล่าวขานและรู้ดีในหมู่ของคนแดนใต้

แมดส์ ไทเลอร์ ที่เงียบฟังบทสนทนาของน้องชายฝาแฝด และนายทหารช่างสงสัยของฟลัม รอยยิ้มเล็ก ๆ ถูกจุดขึ้นที่มุมปากหยัก เพราะความขบขันในเรื่องราวอันซับซ้อนของไทเลอร์และเบลเลอมอนท์

เพราะ เชส ไทเลอร์ เองก็ไม่เคยแสดงตัวตนว่าเป็นเบลเลอมอนท์ แม้กระทั่งผู้ปกครองฟลัมที่เป็นพี่ชายต่างมารดาของเขาเอง ก็ยังเลือกที่จะปกปิดความจริงและเคารพในชีวิตส่วนตัวของพวกเขาทั้งคู่ จนกระทั่งวันนี้... มันกลับเป็นตัวของเขาเองที่ไม่อาจปฏิเสธรากเหง้าที่แท้จริงของตัวเองได้

มันอาจจะฟังดูเห็นแก่ตัวที่เขาจะใช้ประโยชน์จากเบลเลอมอนท์เพื่อตัวเอง ในยามที่เดือดร้อน แต่มันก็ช่วยไม่ได้อยู่ดี เพราะสุดท้ายแล้วทุกคนต่างก็มีความเห็นแก่ตัวด้วยกันทั้งหมด

แล้วมันจะผิดอะไร หากเขาจะเห็นแก่ตัวบ้างเพื่อครอบครัวของตัวเอง

 

 

“รีสยังไม่ว่างพบกับพวกเราในตอนนี้ ฉันว่านายกับคุณหนูไปพักผ่อนกันก่อนจะดีกว่า” เชส ไทเลอร์ เดินกลับมาบอกพี่ชายฝาแฝดที่ยืนรออยู่บริเวณห้องรับรองแขกของฟลัมด้วยท่าทีหัวเสียไม่น้อย “ท่าทางพวกที่คิดว่าตัวเองคานอำนาจของเบลเลอมอนท์อยู่ คงจะหาเรื่องปวดหัวให้อีกตามเคย”

อันที่จริงการเป็นคนที่กุมอำนาจไว้ในมือ ก็ไม่ใช่คนที่สุขสบายสักเท่าไหร่นัก หากเลือกที่จะไม่เมินเฉยต่อการกระทำที่ผิดกฎ หรือ การกระทำที่ใช้อำนาจโดยมิชอบ

“มัวแต่เล่นละครกับพวกมันอยู่ได้ทุกวัน ฉันล่ะนับถือความอดทนของเบลเลอมอนท์”

เมื่อใดที่รอยยิ้มของ รีส เบลเลอมอนท์ ไม่ได้ถูกแต่งแต้มบนใบหน้า ก็ย่อมเป็นสัญญาณของความปั่นป่วนที่กำลังจะเกิดขึ้นโดยที่ทุกคนคาดไม่ถึง

“มันคงเป็นวิธีในการปกครองของรีส แต่ถ้าถามว่าฉันเห็นด้วยไหม ก็คงตอบได้เลยว่าไม่” หัวหน้าหน่วยเดอะฮิลล์ที่มักจะประนีประนอมเองก็ยังไม่ค่อยเห็นด้วยเท่าไหร่กับการกระทำนี้

แมดส์ได้แต่ถอนหายใจออกมาหนัก ๆ กับนิสัยของพี่ชายต่างมารดา

ห้องพักขนาดใหญ่ที่ถูกจัดเตรียมไว้ แม้จะสร้างความสะดวกสบายในการใช้งาน แต่มันก็ทำให้ห้องดูอ้างว้างไม่น้อย เมื่อทั้งเขาและเธียร์ไม่ได้ใช้สอยในส่วนต่าง ๆ ของห้อง เว้นก็เสียแต่ห้องนอนหลักที่ถูกใช้อยู่ในตอนนี้

กลิ่นหอมของเครื่องหอมที่เจือจางอยู่ในห้อง ทำให้อากาศภายในห้องไม่ดูอับจนเกินไป ทั้งลมเย็น ๆ จากด้านนอกที่พัดเข้ามาก็ยิ่งช่วยสร้างบรรยากาศของความผ่อนคลายมากขึ้น

เสื้อผ้าของคนทั้งคู่ต่างถูกปลดออกจากร่างกาย จนหลงเหลือแต่เพียงผิวกายเปลือยเปล่า เจ้าของร่างกายสูงใหญ่โอบอุ้มคนตัวเล็กกว่าไว้แนบอก ก่อนที่จะก้าวเท้าลงไปในบ่ออาบน้ำแร่เดี่ยวขนาดกลาง ที่ถูกจัดเตรียมไว้อย่างเรียบร้อย

ทั้งที่น้ำในบ่อซึ่งพวกเขาแช่ตัวอยู่ไม่ได้อุ่นจัด แต่ก็น่าแปลกดีเหมือนกันที่คุณหนูตัวขาวกลับอวดแก้มแดงก่ำให้ทรูอัลฟ่าหนุ่มได้เห็น

“อากาศมันร้อนหรือ” คนตัวใหญ่กว่าก้มลงมากระซิบข้างใบหูขาวของเธียร์ ก่อนที่มือใหญ่จะจัดการวักน้ำขึ้นมาลูบไล้ผิวขาวละเอียด ไล่ตั้งแต่ช่วงหัวไหล่มนจนมาถึงช่วงแขนของอีกฝ่าย พลางบีบนวดด้วยน้ำหนักที่ทำให้คนตัวขาวรู้สึกสบายตัว และไล่ความขบเมื่อยในการเดินทาง และสลับกับการอาบน้ำตัวเองอยู่เป็นระยะ

“กะ ก็แล้วทำไมพี่ต้องมาอาบน้ำพร้อมเรา..” คุณหนูตัวขาวเอ่ยถามทั้งที่ยังเอาแต่จ้องมองหน้าต่างบานขนาดกลาง ซึ่งทำให้เห็นภาพวิวทิวทัศน์ของเมือง

“อาบน้ำพร้อมกันก็ไม่เห็นจะแปลกตรงไหน”

“แต่เรา...”

“เคยจับมาหมดแล้วไม่ใช่หรือ?” เจ้าของเสียงทุ้มต่ำเอ่ยถามอีกฝ่าย พลางไล่บีบนวดที่ฝ่ามือขาว ก่อนจะที่จะยกมือเล็กขึ้นมากดจูบบนหลังมือเบา ๆ “จริงไหมล่ะเธียร์”

เพียวโอเมก้าตัวเล็กรอบกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ มือขาวเผลอกำเข้าหากันด้วยความประหม่า เพราะลมหายใจร้อนของแมดส์ที่รินรดอยู่บริเวณหลังคอ ที่เป็นตัวกระตุ้นทำให้ก้อนเนื้อในอกของเธียร์เต้นแรงขึ้นเรื่อย ๆ

“เราไม่อยากแช่น้ำนานจนตัวเปื่อย” เธียร์แสร้งเปลี่ยนเรื่องที่กำลังสนทนา เพื่อไม่ให้ตัวเองโดนอีกฝ่ายไล่ต้อนด้วยคำถามที่เจ้าตัวไม่กล้าตอบ

“แล้วถ้าไม่แช่น้ำจะให้พี่ทำอะไร?”

คุณหนูตัวขาวส่งเสียงฮึดฮัดในลำคอก่อนที่จะผินหน้ากลับไปมองคนที่แกล้งตัวเอง รอยยิ้มเล็ก ๆ ของแมดส์ แม้จะทำให้เธียร์รู้สึกอยากยิ้มตาม แต่ในขณะเดียวกันประโยคกำกวมของแมดส์มันก็ทำให้เธียร์อยากตีอีกฝ่ายแรง ๆ บ้าง

“วันนี้เราจะนอนในรัง!”

เมื่อรู้ว่าสู้อีกฝ่ายไม่ได้ เธียร์ก็เลือกใช้วิธีนี้เพื่อกดดันให้แมดส์เลิกแกล้งตน แต่ท่าทางว่าครั้งนี้จะใช้ไม่ได้ผลอีกต่อไป เพราะทรูอัลฟ่าคู่ชีวิตของเขา ไม่ได้เกรงกลัวคำขู่นี้เลยสักนิด

“นอนกอดพี่อุ่นกว่าเป็นไหน ๆ”

ผ้าผืนนุ่มและเสื้อผ้าที่เธียร์ใช้ทำรังและซุกตัวนอน มันจะอุ่นสู้อกกว้างและอ้อมกอดอุ่นของแมดส์ได้อย่างไรกัน

“พี่เข้าข้างตัวเองมากกว่า” เธียร์เถียงอีกฝ่ายจนปากบาง ๆ นั้นดูจีบปากจีบคอ

“ก็เห็นนอนซุกอกทุกที” แมดส์พูดประโยคพวกนั้นด้วยสีหน้าเรียบเฉย แต่กลับทำให้คนฟังหน้าร้อนผ่าว แถมรู้สึกอับอายทุกครั้งที่พูดถึงเรื่องนี้ เพราะมันเป็นเรื่องจริงที่เธียร์เองไม่อาจโต้แย้งอีกฝ่ายได้

เพียวโอเมก้าตัวเล็กถึงกับร้องครางฮือในลำคอ เมื่อริมฝีปากของแมดส์กดจูบลงบนรอยกัดที่หลังคอของเจ้าตัว จนทำให้เกิดความรู้สึกร้อนผ่าวไปทั้งร่างกาย

“พี่ต่างหากที่มากอดเราเอง”

“ถ้าพี่ทำเอง มันไม่ใช่แค่กอดหรอกเธียร์”

“…..”

“พี่โลภได้มากกว่าที่เราคิดเสียอีก”

คนหลับลึกอย่างเธียร์คงไม่รู้ตัวหรอกว่าในทุกวันตอนเช้า นับตั้งแต่กลับมากรีนเลค แมดส์ ไทเลอร์ คิดค่าจ้างในการเป็นหมอนข้างจำเป็นให้กับเธียร์ด้วยจูบยามเช้าอยู่ทุกวัน

“อย่าเจ้าเล่ห์ใส่เราแบบนี้ได้ไหม เราตามพี่ไม่ทันหรอกนะ”

ขนาดมองตากันอยู่แบบนี้ คุณหนูเยลเวอร์ตันยังไม่กล้าเดาเลยด้วยซ้ำ ว่าแมดส์กำลังคิดอะไรอยู่ในตอนนี้

“พี่เจ้าเล่ห์ยังไง มันมีตรงไหนหรือที่พูดแล้วเรียกว่าอ้อมค้อม”

“.....”

“อยากจูบก็บอกอยากจูบ”

“.....”

“ถ้าอยากกอดก็บอกอยากกอด”

ต่อไปนี้เธียร์จะไม่เถียงอะไรกับแมดส์อีกแล้ว ไม่ว่ายังไงก็จะไม่ทำอีก เขาสาบานเลย

“พี่แมดส์...”

“แล้วเราล่ะ? ไม่อยากกอดพี่จริง ๆ หรือ”

 

 

HASHTAG #maddogmn

 

 

Talk : อีก 5 ตอนเท่านั้น y-y คาดว่าเรื่องการร่วมเล่มน่าจะเป็นช่วงกลางเดือนสิงหาคมนะคะ

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 688 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

6,517 ความคิดเห็น

  1. #6381 ParkMild (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 12 ธันวาคม 2563 / 16:52
    โอโห้แมดส์เวอร์ชั่นเลิกปากแข็งพลังทำลายล้างสูงมาก
    #6,381
    0
  2. #6226 22miu (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 8 พฤศจิกายน 2563 / 23:07
    จะเปนลมมมมมม55555555555 แต่มันคือความจริง แมดส์ก็คือผชพูดตรงๆจริงๆอะ เถียงไม่ได้เลย5555555 บรรยายดีมากเห็นภาพทุกตอน
    #6,226
    0
  3. #6209 Redcurrant (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2563 / 21:24
    โหพ่อ เกินไปมั้ยคะ
    #6,209
    0
  4. #6181 jjj_jaejamje (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 14 ตุลาคม 2563 / 14:21
    รับมือไม่ไหวหรอกนะ จะเปนลม
    #6,181
    0
  5. #6096 nxjm (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 30 กันยายน 2563 / 00:04
    พี่แมดส์ น้องเรียกว่าพี่แมดส์อ้ากากากกาดาาดดาดดา
    #6,096
    0
  6. #6083 babemay (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 27 กันยายน 2563 / 00:55
    ขำแมดส์ที่เฉาเพราะน้องไม่ออกจากรัง แง 55555555555 แต่โอ้ยผุ้ชายคนนี้ก็ทำเขินได้เขินดีจริงๆ
    #6,083
    0
  7. #6028 doraaung (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 13 กันยายน 2563 / 21:27
    นายแมดส์!!!! อันตรายเสียจริงนายคนนี้
    เขินแทนคุณหนูเลยยย

    ขอบคุณสำหรับฟิคนะคะ ไรท์สู้ๆน๊าาาา
    #6,028
    0
  8. #5870 dissilyn (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 7 สิงหาคม 2563 / 00:00
    อย่าว่าแต่น้องไม่ไหวเลย แม่ก็ไม่ไหว คนตรงๆนี่มันตรงจนใจสั่นเลยจริงจริ๊งงงงงงง
    #5,870
    0
  9. #5811 Chompoo (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 2 สิงหาคม 2563 / 02:12

    พ่อพอก่อนน้องไม่ไหวหนูก็ไม่ไหว

    #5,811
    0
  10. #5805 Ssnnman (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 1 สิงหาคม 2563 / 22:42
    น่ารักมากกก

    >\\< อ่อนโยนเหลือเกินพี่จ๋าา ;-;
    #5,805
    0
  11. #5703 sepiaq (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 24 กรกฎาคม 2563 / 23:46
    พี่แม้ดดดด ทำไมพี่ถึงอบอุ่นได้ขนาดนี้คะTT
    #5,703
    1
    • #5703-1 sepiaq(จากตอนที่ 40)
      24 กรกฎาคม 2563 / 23:53
      แอบสะกิดใจคำพูดของเธียร์ตอนพูดกับควินซ์ เติบโตเป็นผู้ใหญ่อะไรนั่น เราว่าเรื่องนี้คงเป็นตราบาปที่ติดใจควินซ์ไปนานเลยแหละ ความผิดพลาดที่เกิดจากความไม่ยั้งคิดปล่อยให้ความเกลียดชังเข้าครอบงำจนเกิดเรื่องขึ้น ต่อให้โตขึ้นแต่เรื่องนี้กับคงจะหลอกหลอนอยู่อย่างนั้น มันจะเรียกว่าบทเรียนหรือตราบาปดี การพูดคุยของเธียร์กับควินซ์ดูเหมือนจะไม่ติดค้างต่อกัน แต่เป็นความไม่ติดค้างที่มีความผิดหวังอยู่เต็มอก
      #5703-1
  12. #5694 idotoo (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 24 กรกฎาคม 2563 / 13:30
    อ้ย พี่แม้ดไม่อ่อนโยนต่อใจ
    #5,694
    0
  13. #5591 copookung (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 18 กรกฎาคม 2563 / 09:55
    กี้ดดดดด เขินมากนุน้วยลงไปกองกับพื้นแน้ว
    #5,591
    0
  14. #5578 lopenav (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 14 กรกฎาคม 2563 / 12:54
    หสากากสหาแดาสกอสแสปวกาแาแสกสกยเนดนกสกาอาดา อะไรกันคะเนี่ยยยยยน ละมุนนีมากไม่ไหวแร้วววววว หมกทกกทกทดสสกกสสกกสดส
    #5,578
    0
  15. #5430 ;; (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 2 กรกฎาคม 2563 / 14:23
    หยุดอบอุ่นได้แล้วพ่อไมโครเวฟบอย;__;
    #5,430
    0
  16. #5424 ry_chobiss (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 2 กรกฎาคม 2563 / 09:35
    เขินมากจริงๆๆๆ อยากกอดน้องเธียร์ได้เหมือนนายแมดส์
    #5,424
    0
  17. #5377 Jarvismint (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 30 มิถุนายน 2563 / 23:18
    โอ๊ยยยยยยย มือจีบไปหมดเลยค่ะ
    #5,377
    0
  18. #5356 Nnabee (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 23 มิถุนายน 2563 / 20:23
    น้องน่ารักก🥺🥺
    #5,356
    0
  19. #5351 Phenber (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 23 มิถุนายน 2563 / 13:48
    เขินบ้าอะไรก็ไม่รู้เลยค่ะ แง่ //เธียร์ได้เคลียร์กับควินน์แล้วนะ แล้วควินน์ก็ได้รับบทเรียนครั้งใหญ่แล้วด้วย เราขอให้ในอนาคตเธียร์จะเกิดความเชื่อใจในตัวควินน์อีกครั้งนะคะ
    #5,351
    0
  20. #5291 firstchxnx (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 20 มิถุนายน 2563 / 01:59
    ตัวจริงอุ้นกว่าแล้วก็มีกลิ่นหอมกว่าด้วยน้า
    #5,291
    0
  21. #5290 K_57 (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 19 มิถุนายน 2563 / 22:57
    เอ็นดูความจีบปากจีบคอเถียงพี่ ความขู่พี่ของน้องเขาค่ะ น่ารักไปหมดเลย
    #5,290
    0
  22. #5277 tianjate (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2563 / 22:10
    เม้นผิดตอน อ่ยๆๆๆเค้าจะเม้นตอนล่าสุดนะ แง
    #5,277
    0
  23. #5276 tianjate (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2563 / 22:06
    ปั่นอะไรเนี่ย มาปั่นอีกเลยนะ 55555555 แง
    #5,276
    0
  24. #5243 GKYON (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 15 มิถุนายน 2563 / 00:59
    นอนในอกพี่ไม่ปลอดภัยกว่าหรือคะคนดี นอนในรังมันปลอดภัยตรงไหนหื้ออออ
    #5,243
    0
  25. #5165 WNR.8991 (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 12 มิถุนายน 2563 / 23:49
    เขินๆๆๆๆๆๆ หวานไม่ไหวแล้วววว
    #5,165
    0