[ #MINNO ] MAD DOG ¦ True Alpha x Pure Omega

ตอนที่ 34 : Mad Dog : Chapter 29

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 8,067
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,021 ครั้ง
    6 พ.ค. 63

 

 

 

 

 

ความสัมพันธ์ของแมดส์ และเธียร์ถูกถักทอเพิ่มมากขึ้นในแต่ละวันอย่างค่อยเป็นค่อยไป จนผ่านไปวันแล้ววันเล่า ความสัมพันธ์ที่ว่าก็เริ่มก่อตัวเป็นรูปเป็นร่าง

หากลองเปรียบเทียบกับจุดเริ่มต้นที่ติดลบ ก็นับว่าเป็นการพัฒนาที่ทั้งคู่เองก็ไม่เคยคาดคิด ว่าจะสามารถเดินมาถึงจุดนี้ได้ เส้นทางที่ไม่ได้หวานหอมเหมือนกับทางเดินที่ห้อมล้อมไปด้วยดอกไม้งาม ตรงกันข้าม ในเส้นทางที่พวกเขาทั้งคู่เลือกเดิน มันไม่ต่างจากเส้นทางที่ไม่มีใครเคยค้นพบ

ไม่มีแม้แต่รอยเท้าของใครสักคนที่เคยผ่านมา

ไม่มีใครล่วงรู้ได้ว่าเส้นทางข้างหน้าจะเป็นอย่างไร

จนสุดท้ายมันก็กลับกลายมาเป็นคำถาม ว่าจุดสิ้นสุดของการเดินทางนี้จะจบลงเช่นไร

เมื่อไหร่ที่พวกเขาจะหยุดก้าวเดิน.. เมื่อไหร่เส้นทางที่ว่าจะนำพาพวกเขาไปถึงปลายทางที่วาดฝัน

แมดส์ ไทเลอร์ ได้แต่คิดทบทวนเรื่องราวที่เกิดขึ้นซ้ำไปซ้ำมา เพื่อหาคำตอบที่ตัวเองต้องการ แต่แล้วมันก็กลับเป็นความว่างเปล่า ทั้งที่เขาควรจะมีความสุข แต่สุดท้ายมันก็ยังคงมีสารพัดเรื่องยิบย่อยที่ยังคิดไม่ตก

แค่คำว่ารักหรือความรู้สึก มันไม่มากพอที่จะทำให้พวกเขาทั้งคู่ก้าวผ่านไปได้

สุดท้ายแล้วหมาบ้า มันก็ยังคิดว่าตัวเองไม่คู่ควร.. แม้ต่อให้ลึก ๆ มันจะถวิลหาเจ้าดอกแม็กโนเลียมากแค่ไหนก็ตาม

มือของมันที่เปื้อนเลือดของคนมานักต่อนัก จะควรค่าแก่การดูแลใครสักคนจริง ๆ หรือ นั่นเป็นคำถามที่แมดส์ไม่สามารถมั่นใจในตัวเองได้ ชนักติดหลังของชีวิตที่ก้าวเข้าสู่โลกอีกใบที่คนปกติไม่อาจเป็น

แม้จะจริงที่มันมักจะอาศัยอยู่ในกรีนเลคเสียส่วนใหญ่ แต่สุดท้ายมันก็ไม่ใช่คนที่อยู่เป็นที่เป็นทางนัก นั่นก็เป็นเพราะการเดินทางของมันไม่เคยมีจุดหมาย มันไม่เคยคิดว่าตัวเองจะต้องหยุด ไม่เคยคิดว่าวันหนึ่งจะต้องเปลี่ยนแปลงเพื่อใคร

มันไม่เคยคิดเรื่องพวกนี้มาก่อน จนกระทั่งมันตกหลุมรักใครที่แสนดีคนนั้น

คนที่ทำให้มันหันกลับมามองโลกแห่งความเป็นจริงอีกใบ โลกที่คนปกติพึงเป็น..

ปีศาจในตัวมันกำลังดิ้นรนอย่างถึงที่สุด มันไม่อาจยอมรับได้หากต้องสูญเสียตัวตนให้กับโลกอีกฝั่ง มันขยาดกลัวในความอ่อนแอ ความพ่ายแพ้ที่เคยทำให้ชีวิตของมันมีแต่ความอัปยศ

ความรู้สึกนึกคิดที่ใครต่อใครต่างช่างน้ำหนัก วัดเอาความถูกต้องนั้นเป็นมาตรฐาน มันไม่เคยมีความชอบธรรม สำหรับคนที่แข็งแกร่งซึ่งหวาดกลัวคนที่อ่อนแอตั้งแต่แรก

มันไม่อาจละทิ้งปีศาจในตัวมันเอง… ปีศาจที่เหมือนกับพระเจ้าซึ่งคนเหล่านั้นนับถือสุดจิตสุดใจ

ทว่าความคิดของมันกลับต้องหยุดลง เสียงของใครอีกคนที่ยืนอยู่ในห้อง เรียกสติของมันที่กำลังลอยละล่อง ไปกับความคิดที่ตบตีกันจนยุ่งเหยิง

“นายกำลังจะบอกฉัน ว่ายาพวกนี้ใช้ไม่ได้ผลกับพวกนายทั้งสองคนอีกแล้ว งั้นหรือ?” วินซ์ คลาเวน เหลือบมองห่อยาในมือของตัวเองนิ่ง

“ต่อให้จะมียาดีสักแค่ไหน แต่ถ้าขึ้นชื่อว่าเป็นคู่แห่งโชคชะตา ก็ย่อมหนีกันไม่พ้น”

“หากมองกลับกัน.. ถ้านายกับคุณหนูไม่ได้เป็นคู่แห่งโชคชะตาของกันและกัน มันจะเป็นอย่างไร”

“นายกำลังคิดว่า หากไม่ใช่เพราะโชคชะตา ฉันก็คงไม่มีความรู้สึกกับคุณหนูสินะ”

“ใครจะรู้ดีได้เท่าตัวของนาย.. แต่ถึงอย่างไร ฉันก็แค่อยากจะมั่นใจก็เท่านั้น ว่าความรู้สึกของนายมันจริงแท้มากแค่ไหน”

“….”

“มันไม่ใช่แค่ความสัมพันธ์ที่นายจะอยู่ไปเรื่อย ๆ ”

“…..”

“นายเองก็รู้อยู่แก่ใจว่าฮีทนี้ ยังไงเสียพวกนายก็หนีกันไม่พ้น พันธะที่นายจะสร้างมันไม่ต่างจากหินก้อนหนักที่ตกใส่บ่าของคุณหนู ฉันไม่คิดดูถูกความอ่อนแอของโอเมก้า ซ้ำยังคิดว่าพวกเขาแข็งแกร่งกว่าพวกเราที่เป็นอัลฟ่าด้วยซ้ำ เขาไม่ขี้ขลาด และวิ่งหนีความรู้สึกของตัวเอง แล้วนายล่ะ? มีอะไรที่ทำให้คุณหนูมั่นใจแล้วหรือ”

อัลฟ่าผมเทาตั้งคำถามแสนง่าย แต่กลับทำให้คนตอบนั้นคิดหนัก เสียจนแสดงสีหน้าไม่สู้ดี มันเต็มไปด้วยความกังวล และประกายบางอย่างที่น่าหวั่นใจ

“ฉันไม่มีทางกลับไป”

“ในบางครั้ง คนเราก็ต้องแสวงหาความมั่นคง…”

“ฉันจะไม่ขายวิญญาณตัวเอง เพื่อรับใช้ใคร”

แมดส์ ไทเลอร์ เอ่ยตอบวินซ์ด้วยน้ำเสียงเฉียบขาด ใบหน้าที่เคยหวั่นวิตกก่อนหน้า แปรเปลี่ยนเป็นใบหน้าเรียบเฉย เฉกเช่นทุกครั้งอย่างที่อีกฝ่ายเป็น

“แล้วจะยอมตายง่าย ๆ ทั้งที่นายยังมีคุณหนูเยลเวอร์ตันน่ะหรือ?”

“จะตายหรือไม่ตาย ค่ามันก็ย่อมเท่ากัน”

“ตัวนายอาจจะไม่เจ็บปวด แต่ไม่คิดหรือว่าคุณหนูจะรู้สึกอย่างไร”

“แต่ฉันไม่อยากหลอกคุณหนู ด้วยคำว่าตลอดไป”

 

 

สองเท้าเหยียบย่ำ ฝ่าเท้าล้วนแล้วแต่เปื้อนคราบสกปรก ทั้งฝุ่นหยาบ ทั้งดินโคลนที่ย่ำเก้า ฝ่ามือแข็งกระด้างที่ทำงานหนัก จนทำให้ผิวมือหยาบกร้าน มือที่สัมผัสการมีชีวิตอยู่ และการไร้ซึ่งชีวิต หยดเลือดที่เคยเลอะฝ่ามือมานับครั้งไม่ถ้วน

ต่อให้จะล้างมันออกไปสักกี่ครั้ง ทำความสะอาดจนผิวหนังถลอกสักเท่าไหร่ มันก็ไม่ได้ทำให้ฝ่ามือนั้นกลับมาบริสุทธิ์เหมือนเคย

เงาบนผืนน้ำที่สะท้อนใบหน้า ชวนให้คนที่ยืนนิ่งได้แต่ทอดมองมันเงียบ ๆ ผืนน้ำพลิ้วไหว กลายเป็นระลอกคลื่นเล็ก ๆตามแรงที่ถูกลมพัดผ่าน สีสันของทะเลสาบสีงาม ถูกย้อมไปด้วยสีดำมืด เพราะสายตาของแมดส์ที่จดจ้อง

ธรรมชาติน่าอัศจรรย์ที่ล้อมรอบตัวตน กลับทำให้แมดส์รู้สึกแปลกแยก ราวกับถูกดีดออกมาจากโลกแห่งความสุข และก้าวเข้าสู่โลกอีกใบที่เต็มไปด้วยเส้นทางอันตกต่ำ

เท้าสกปรกค่อย ๆ ก้าวเข้าใกล้ผืนดินชื้นแฉะ เหยียบย่ำ และสัมผัสกับผืนน้ำเย็นที่แตกต่างจากอุณหภูมิสภาพแวดล้อม จวบจนร่างกายของทรูอัลฟ่าหนุ่มได้ดำดิ่งลงไปในผืนน้ำอันกว้างใหญ่

สายน้ำที่โอบล้อมรอบตัว ล้วนเต็มไปด้วยความกดดันที่พรั่งพรู มันบีบอัดจนทำให้คนที่กำลังดำดิ่ง ได้แต่ต่อสู้กับมันด้วยความเงียบ

ใต้ผืนน้ำที่ไร้เกลียวคลื่น มันช่างเงียบสงบแตกต่างจากโลกบนผืนดินโดยสิ้นเชิง

แต่สุดท้ายแมดส์ก็ต้องกลับมาสู่โลกของความเป็นจริง

โลกที่ต่อให้เขามีเข็มทิศในมือ ก็ไม่อาจสามารถนำพาเขาไปถึงเส้นทางที่ต้องการได้…

ร่างกายกำยำผุดขึ้นมาเหนือผิวน้ำ ก่อนที่จะลูบใบหน้าของตัวเอง เพื่อให้เส้นผมที่ตกลงมาที่ด้านหน้า ไม่ปิดบังการมองเห็นของตัวเอง ผิวกายสีแทนเต็มไปด้วยหยดน้ำที่เกาะพราว เส้นผมที่เปียกลู่และถูกเสยไปด้านหลังทั้งหมด แมดส์ยังคงลอยตัวอยู่บนผิวน้ำ

จากเขตน้ำสีเข้มที่แสดงให้เห็นถึงความลึกของทะเลสาบ ขยับเข้ามาเป็นสีที่อ่อนลง เมื่อแมดส์พาตัวเองว่ายเข้ามาใกล้ในระดับน้ำที่ตื้นขึ้น จวบจนขาของเจ้าตัวสามารถแตะพื้นหินเล็กใหญ่บริเวณชายทะเลสาบได้ แต่ระดับน้ำนั้นเองก็ยังคงละไล่อยู่ในระดับอกของเจ้าตัว

“เรานึกว่านายเป็นอะไรไปเสียอีก ถ้านายโผล่มาช้ากว่านี้อีกนิด เราคงได้วิ่งไปตามฟิทซ์รอยแน่ ๆ ”

ทันทีที่เข้ามาใกล้เพียวโอเมก้ากำลังนั่งห้อยขาตีน้ำเล่นอยู่ แมดส์ก็ถูกเธียร์ทักด้วยน้ำเสียงติดเคืองนิดหน่อย ใบหน้าของเจ้าตัวแสดงออกชัดเจน ว่าเป็นห่วงเขาอย่างจริงใจ กับการกระทำที่น่าตกใจเมื่อครู่

ฝ่ามือใหญ่ของแมดส์จับขาเรียวที่ยังคงแช่อยู่ในน้ำ จนทำให้คนที่ถูกจับขา เลิกคิ้วสูงด้วยความสงสัยในการกระทำ

“เราอยากเล่นน้ำ..” เธียร์เอ่ยบอกคนที่อยู่ในระดับต่ำกว่าตัวเอง ก่อนที่จะเท้าแขนลงข้างลำตัว และโน้มใบหน้าพูดคุยกับอีกฝ่าย

“ฉันยังไม่ได้พูดสักคำว่าจะให้คุณหนูลงมา”

“แต่นายจับขาเราอยู่..” เจ้าของดวงตาสุกใสมองตามมือที่กำลังจับขาตัวเอง

“กลัวหรือ?” แมดส์ ไทเลอร์ เอ่ยถามคนที่ดูจะชื่นชอบน้ำ แต่ในอีกมุมก็กลับดูหวาดกลัวมันไม่น้อย

“เราเคยมีความทรงจำที่ไม่ดีกับมัน ก็ไม่แปลกที่เราจะกลัว..”

การพยายามฆ่าตัวตายของเธียร์ในครั้งแรก มันช่างเป็นการทรมานตัวเอง ที่เจ้าตัวจดจำได้อย่างขึ้นใจ ไม่ว่าเวลาจะผ่านมาสักเท่าไหร่

ต่อให้ภาพตรงหน้ามันสวยงาม แต่ยังไงมันก็ยังเป็นความขมขื่นที่ติดอยู่ในใจ…

“แม้กระทั่งอยู่กับฉัน ก็ยังกลัวอีกหรือ?”

เจ้าของใบหน้าจิ้มลิ้มเผลอขมวดคิ้วเข้าหากันน้อย ๆ ก่อนที่จะหยุดขยับขาของตัวเอง ที่กำลังกวัดแกว่งใต้ผิวน้ำ ก่อนจะขยับริมฝีปากเอ่ยโต้ตอบกับคนที่อยู่ในน้ำ

“ไม่…” มือที่เคยวางเท้าอยู่ข้างตัว เอื้อมไปจับใบหน้าของทรูอัลฟ่าหนุ่ม พลางใช้ปลายนิ้วของตัวเอง ไล่จัดเส้นผมของอีกฝ่ายให้เสยไปข้างหลังอย่างเรียบร้อย “ไม่มีอะไรให้ต้องกลัว หากอยู่กับนาย”

ผมของแมดส์แม้จะไม่ได้นุ่มลื่น เหมือนกับขนของเจ้าลูกแมวอย่างโซเฟีย แต่เธียร์เองก็ยินดีที่จะสัมผัสมันอย่างไม่นึกรังเกียจ ต่อให้ฝ่ามือกระด้างของแมดส์ จะแตะสัมผัสร่างกายของตัวเอง เจ้าตัวก็ยังรู้สึกเต็มใจ

ดวงตาที่สอดประสานกันท่ามกลางความเงียบ ไม่อาจละสายตาออกจากกันได้ แม้เธียร์จะรับรู้ถึงสัมผัสจากฝ่ามือใหญ่ ที่ช้อนจับบริเวณใต้วงแขนของตัวเอง ก่อนจะยกร่างกายของเพียวโอเมก้าให้ลงมาแตะสัมผัสสายน้ำเย็นฉ่ำ เสื้อผ้าที่เปียกปอน แม้ไม่ได้แนบชิดไปตามผิวกายขาว แต่ก็เผยให้เห็นร่างกายอันงดงามของคุณหนูเยลเวอร์ตัน ภายใต้น้ำสีใสที่สามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจน

แต่นั่นก็ไม่อาจดึงดูดสายตาของแมดส์ให้จ้องมอง เท่ากับดวงตาของเธียร์ที่สะกดให้แมดส์ต้องจ้องมอง ประกายระยิบระยับจากน้ำที่หล่อเลี้ยงดวงตาคู่สวย ยิ่งมองก็ยิ่งนึกชมชอบ

ฝ่ามือนิ่มของเธียร์แปะทับลงบนหน้าอกของคนที่สูงกว่าตัวเอง ระดับน้ำที่ปริ่มท่วมไหล่ของเพียวโอเมก้า ทำให้เห็นความแตกต่างของร่างกายของคนทั้งคู่ได้อย่างชัดเจน

“ไม่สบายใจอะไรอยู่ เล่าให้เราฟังได้หรือเปล่า”

เธียร์จับสังเกตท่าทีที่แปลกไปของแมดส์ได้อย่างชัดเจน แม้อีกฝ่ายจะพูดคุยกับตนตามปกติ ทำอะไรเหมือนเคย แต่มันกลับเป็นความรู้สึกลึก ๆ ที่ทำให้เธียร์รู้สึกไม่สบายใจไปกับอีกฝ่าย

“สัญชาตญาณมันกำลังบอกให้ฉันครอบครองคุณหนู และทำทุกอย่างให้คุณหนูเป็นของฉัน”

“….”

“คุณหนูเคยคิดบ้างไหม ว่าถ้าวันหนึ่งเราไม่สามารถอยู่ด้วยกันได้ตลอดไป มันจะเป็นอย่างไร”

มันเป็นเรื่องปกติที่อัลฟ่าจะอยากครอบครองสิ่งที่ควรเป็นของมัน แต่ทว่าอิทธิพลที่มันหมายจะควบคุมโอเมก้า กลับเป็นเรื่องที่ผูกมัด และทำให้คนเสียเปรียบกว่าตกเป็นรอง

“นายพูดเหมือนนายจะหายไปจากเรา…”

“ฉันไม่ได้จะหายไป”

“แล้วนายถามเราด้วยคำถามนี้ทำไม” คนโดนถามซึ่งกำลังรู้สึกใจเสียไม่น้อย ได้แต่เอ่ยปากถามทรูอัลฟ่าตรงหน้าด้วยความสับสน

“ฉันไม่เคยหวาดกลัวความตาย ถ้ามันจะต้องมาถึง..”

“….”

ปลายนิ้วของแมดส์ไล่เกลี่ยหยดน้ำตา ที่ไหลลงมาจากดวงตาของเธียร์ หยดแล้วหยดเล่า พร้อมกับเสียงสะอื้นฮักที่ชวนทำให้รู้สึกชาหนึบไปทั้งอก

“แต่ตอนนี้ ฉันกลับหวาดกลัวมันขึ้นมา..”

“….”

“กลัวว่าวันหนึ่งถ้ามันเกิดขึ้นจริง ฉันจะทำให้คุณหนูต้องเสียใจ”

“ยังไงเราห้ามความตายไม่ได้ ถ้าวันหนึ่งมันต้องมาถึง”

“….”

“เราแค่อยากมีความสุขในสิ่งที่ตัวเองเลือกให้มากที่สุด แม้สุดท้ายมันอาจจะทำให้เราเจ็บ เราก็ไม่คิดจะเปลี่ยนใจ”

“ทั้งที่ตัวเลือกนั้นเป็นฉันงั้นหรือ..”

“เชื่อเถอะ ว่าเราเห็นแก่ตัวมากพอ ที่จะรั้งนายไว้กับตัวเองเหมือนกัน”

ยิ่งเราทั้งคู่ต่างรู้ว่าโชคชะตาของตัวเอง มันมากเกินกว่าจะฝืนเท่าไหร่ มันก็ยิ่งสร้างความกังวลสารพัด มันเป็นไปไม่ได้ที่แมดส์จะอดทนได้ หากเธียร์ฮีทขึ้นมาในครั้งนี้

พวกเขาไม่มีโอกาสอีกเป็นครั้งที่สอง ในเมื่อทั้งเขาและเธียร์ต่างไม่สามารถใช้ตัวช่วยใด ๆ ได้ ในการสะกดกลั้นสัญชาตญาณของตัวเอง

“พันธะระหว่างเรา มันจะติดตัวคุณหนูไปตลอดชีวิต..”

ไม่ว่าจะแมดส์หรือเธียร์ ต่างก็ต้องติดอยู่กับความรู้สึกที่ถูกสร้างขึ้นมาด้วยกันทั้งคู่ ธรรมชาติของคู่แห่งโชคชะตา มันไม่สามารถทำให้พวกเขาจับคู่กับใครได้อีก

“ปลอกคอที่นายเคยให้เราตอนนั้น มันคงไม่จำเป็นอีกต่อไป”

“….”

“เราไม่ต้องการใส่ปลอกคอพวกนั้น…”

ยิ่งใส่ปลอกคอ มันก็ยิ่งทำให้โอเมก้านั้นดึงดูดสายตาของพวกอัลฟ่า ปลอกคอที่แสดงว่าเขายังไม่ถูกตีตราเป็นของอัลฟ่าคนไหน ปลอกคอที่ว่ามันก็เหมือนดาบสองคม แม้จะป้องกันไม่ให้ถูกอัลฟ่ากัดคอ แต่ก็ใช่ว่าจะหยุดยั้งความคิดสกปรก ของพวกที่ต้องการครอบครองได้เสียเมื่อไหร่

“คุณหนูรู้ไหมว่าตัวเองกำลังพูดอะไรออกมา”

ดวงตาสั่นไหวที่สะท้อนอยู่ในดวงตาคมกริบของทรูอัลฟ่าผิวเข้ม มันเต็มไปด้วยความซื่อตรง และไร้ความอ้อมค้อม ผิดกับคำพูดของเธียร์ที่เต็มไปด้วยความหมายโดยนัย

“มันคงจะดีกว่า ถ้าตัวเรามีอิทธิพลแค่กับนาย และนายจะเป็นแค่คนเดียว ที่ตอบสนองต่อกลิ่นของเรา”

เป็นที่รู้กันดี ว่าถ้าหากโอเมก้าผูกพันธะกับอัลฟ่าคู่ของตนแล้ว กลิ่นที่เคยดึงดูดอัลฟ่าของเจ้าตัว จะไม่สามารถมีอิทธิพลกับอัลฟ่าคนไหนได้อีก นอกจากคู่ของตัวเอง

“ฉัน…”

“ช่วยดูแลแม็กโนเลียต้นนี้ให้มันเติบโตได้ไหมแมดส์..”

“….”

“นายไม่จำเป็นต้องใส่ใจอะไรมันก็ได้ ขอแค่อย่าปล่อยให้มันยืนต้นอย่างโดดเดี่ยวก็พอ..”

การปลูกต้นไม้ต้นหนึ่ง ก็เหมือนการเฝ้าดูใครสักคนเติบโต มันมีความละเอียดอ่อนที่ไม่แพ้กับจิตใจของคนเลยสักนิด แม้ว่าแมดส์จะพยายามควบคุมมือของตัวเองไม่ให้สั่น แต่มันก็ยากเหลือเกิน เมื่อฝ่ามือของเจ้าตัวนั้นประคองใบหน้าของเธียร์

“เธียร์..”

“มันไม่อยากให้ใครดูแลมัน นอกจากนาย..”

 

 

 

ภายในห้องกว้างถูกเติมเต็มความสว่าง ด้วยแสงไฟจากเชิงเทียน และตะเกียงที่ถูกจุดขึ้น กลิ่นหอมละมุนที่คล้ายจะค่อย ๆ เข้มข้นขึ้น ทำให้ร่างของคนทั้งคู่ที่ตระกองกอดกันอยู่บนเตียงหลังใหญ่ เริ่มรู้สึกถึงความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น

ช่วงเวลาแห่งการพักผ่อน ถูกปลุกด้วยความรู้สึกปั่นป่วนที่ทำให้เธียร์รู้สึกร้อนผ่าวไปทั้งตัว เม็ดยาที่ถูกหยิบยื่นจากทรูอัลฟ่าข้างกาย ถูกกลืนลงไปในลำคอพร้อมกับน้ำในแก้ว แต่มันก็ไม่ได้ช่วยลดความปั่นป่วนในร่างกายของเพียวโอเมก้า กลิ่นหอมของคู่แห่งโชคชะตาแม้จะชวนให้รู้สึกปลอดภัย แต่อีกนัยนึงมันก็เป็นอีกหนึ่งชนวนที่ปลุกสัญชาตญาณในตัวของเธียร์เช่นกัน 

แผ่นหลังของคุณหนูตัวขาวยังคงแนบชิดกับแผ่นอกแข็งแรง ทรูอัลฟ่าที่เป็นคู่แห่งโชคชะตาของเพียวโอเมก้า ได้แต่ไล้มือไปตามหลังมือของคุณหนูอย่างเชื่องช้า ในขณะที่ศีรษะได้รูปของเธียร์เองก็อิงแอบอยู่ที่ไหล่ของอีกฝ่าย กลิ่นหอมของทั้งคู่กำลังดึงดูดกันและกันเสียจนไม่อาจหักห้ามใจได้

“กลัวหรือ?”

ความใกล้ชิดของทั้งคู่ในตอนนี้ ทำให้แมดส์ได้ยินเสียงหัวใจของคนตัวขาวที่กำลังเต้นถี่ระรัว แม้เธียร์จะพยายามสูดลมหายใจเข้าออกให้เป็นปกติเช่นไร แต่เจ้าตัวก็ไม่สามารถควบคุมร่างกายตัวเองได้ ผิวกายเริ่มร้อนจัดขึ้นเรื่อย ๆ และกลิ่นกายที่เริ่มหอมฟุ้ง เหงื่อเม็ดโตผุดขึ้นข้างขมับขาว จนทำให้เส้นผมสีเข้มเปียกชื้น

เธียร์ไม่ได้กลัวสักนิดที่จะต้องอยู่ใกล้ชิดอีกฝ่าย แต่ที่ร่างกายของเขากำลังสั่นเทาเช่นนี้ มันก็เพราะเขาไม่อยากให้กลไกร่างกายของตัวเอง มันไปกระตุ้นแมดส์ก็เท่านั้น ถึงได้พยายามที่จะควบคุมตัวเอง แต่มันก็ดูจะเป็นเรื่องที่ยากเกินไป 

“ไม่ต้องกลัว..”

สัมผัสอ่อนโยนที่คอยโอบกอดและจับมือของเขามาตลอด มันยังคงเป็นความอุ่นใจอยู่เสมอ ในทุก ๆ ครั้งที่เจ้าตัวได้รับ  

ใบหน้าจิ้มลิ้มเอียงใบหน้าเพื่อปรับองศา ก่อนจะรับสัมผัสจากริมฝีปากของคนด้านหลัง กลีบปากนุ่มเผยอรับเรียวลิ้นที่ไร้ลุกสำรวจภายใน สัมผัสเนิบนาบชวนให้คนรับสัมผัสหลับตาพริ้ม และปล่อยให้ร่างกายได้ตอบสนองอย่างค่อยเป็นค่อยไป จนกระทั่งกลิ่นแม็กโนเลียนั้นเริ่มเข้มข้นขึ้นเรื่อย ๆ จนกระทั่งเจ้าตัวเองนั้นรับรู้ได้ถึงกลไกของร่างกายตัวเอง

ช่องทางด้านหลังของเพียวโอเมก้าเปียกชุ่ม มันชุ่มโชกไปด้วยของเหลวหล่อลื่น ที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อรองรับการตอบสนองการฮีทในครั้งนี้

เปลือกตาสีอ่อนถูกเปิดขึ้นอีกครั้ง ก่อนที่ดวงตาคู่สวยจะค้นพบว่าแววตาของทรูอัลฟ่านั้นแปรเปลี่ยนไปจากกเดิม สายตาที่เรียบนิ่งก่อนหน้านี้ได้หายไปแล้ว มันหลงเหลือแต่เพียงสายตาคมกริบของสัตว์นักล่า

กลิ่นของเพียวโอเมก้าซึ่งกำลังฮีทได้ที่ ปลุกสัญชาตญาณที่ไม่สามารถสะกดกลั้นของมันขึ้นมา…

 

 

เนื่องจากมีฉากที่ไม่เหมาะสม จึงขออนุญาตตัดเนื้อหาส่วนนี้ไปลงใน ReadAWrite นะคะ

สามารถหาลิงก์ได้ทาง ไบโอทวิต @ninezexsky ได้เลยค่ะ

 

.

.

.

.

.

.

 

 

 

 

แมดส์ ไทเลอร์ ไม่รู้ว่านี่เป็นครั้งที่เท่าไหร่แล้ว สำหรับความสัมพันธ์ลึกซึ้งของเขาทั้งคู่ วันเวลาที่ล่วงเลยเข้าวันที่สาม นับตั้งแต่พวกเขาเอาแต่ขลุกตัวอยู่ในห้องนี้ วันแล้ววันเล่า คราบเปรอะเปื้อนต่าง ๆ ที่เลอะเทอะบนผืนผ้าถูกดึงออกไปนับหลายผืน กลิ่นกายหอมคลุ้งของเจ้าดอกแม็กโนเลียผสมผสานกับกลิ่นไม้หอมของแมดส์ จนยากที่จะแยกออกจากกันได้

กลิ่นของแมดส์ ไทเลอร์ สร้างความอบอุ่นและไว้ใจให้กับเพียวโอเมก้า ส่วนกลิ่นหอมของดอกแม็กโนเลียเองก็สร้างความพึงพอใจให้กับทรูอัลฟ่าที่เป็นเจ้าของมัน

คนตัวสูงดึงร่างกายส่วนที่เชื่อมติดกับร่างกายของเธียร์ออกอย่างเนิบนาบ ก่อนจะโอบรั้งคนตัวขาวที่ผลอยหลับไปตั้งแต่พวกเขาปลดปล่อยออกมาเป็นครั้งสุดท้าย

รอยกัดที่หลังคอของเธียร์ยังคงเห็นได้อย่างชัดเจน และมันก็จะเป็นสัญลักษณ์เช่นนี้ตลอดไป

ใบหน้าจิ้มลิ้มยังคงมีความอ่อนล้าแฝงอยู่บ้าง แต่ที่มากกว่านั้นก็คงเป็นใบหน้าและผิวกายที่ดูเปล่งปลั่ง มันยังคงเป็นภาพที่สวยงามเหมือนเคย แมดส์คว้าผ้าแถวนั้นมาเช็ดคราบคาวที่เลอะเทอะ ออกจากร่างกายของอีกฝ่าย เพื่อให้เจ้าตัวได้สบายตัวขึ้นสักนิด

แต่ทว่าหางตาคมก็เหลือบไปเห็นช่องทางแดงช้ำ ซึ่งถูกเคี่ยวกรำมานับหลายวัน จนเพียวโอเมก้าเจ้าของกลิ่นดอกแม็กโนเลีย แทบจะสามารถตอบสนองและเรียนรู้ได้ว่าทรูอัลฟ่าหนุ่มชอบให้ทำเช่นไร

“อือ..”

คนที่ถูกรบกวนจากการสัมผัส ปรือตาขึ้นมามองทรูอัลฟ่าหนุ่ม ก่อนที่จะเบะปากน้อย ๆ

“พักผ่อนเถอะเธียร์..”

“พี่ก็ควรพักผ่อนด้วย”

เจ้าดอกแม็กโนเลียคว้ามือของแมดส์มากอดไว้ ก่อนที่จะดึงแขนแกร่งเข้าไปหาตนเอง และซุกซบกับแขนของแมดส์อย่างออดอ้อน พลางเอ่ยประโยคที่ทำให้แมดส์กระตุกยิ้มน้อย ๆ เจ้ากระต่ายขาวอ้อนขอเปลี่ยนสรรพนามตั้งแต่วันก่อน จนกลายเป็นสรรพนามที่เธียร์ใช้เรียกแทนตัวของแมดส์

ช่วงอายุที่ห่างกัน 4 ปี เช่นนี้ มันก็คงเหมาะสมแล้วสำหรับสรรพนามนี่..

“เลิกอ้อนได้แล้วน่า..”

“เรารู้หรอกว่าพี่ชอบ.. ไม่งั้นคงไม่ยิ้มแบบนี้”

“ตั้งแต่เป็นคนของไทเลอร์เต็มตัว นี่ชักจะกล้าพูดขึ้นเยอะเลยนะเธียร์”

“หรือพี่จะเถียงเรา ว่ามันไม่ใช่เรื่องจริง”

ถ้าไม่ติดว่าร่างกายของ เธียร์ ไทเลอร์ บอบช้ำเสียขนาดนี้ อย่าหวังเลยว่าแมดส์จะปล่อยให้เจ้ากระต่ายตัวขาวมาลับฝีปากกับตัวเองเช่นนี้

“พี่ยังเหลือแรงอยู่นะเธียร์..”

ดวงตาร้ายกาจของหมาบ้าจดจ้องเจ้ากระต่ายขาว ที่ก้มหน้างุดหนีตัวเอง แถมยังพลิกตัวหันหลังหนี แล้วก็อดหัวเราะในลำคอไม่ได้

“….”

“ไม่อยากลองทดสอบแรงของพี่หน่อยหรือ?”

เผื่อว่าที่ผ่านมาหลายวันนี้ เธียร์ ไทเลอร์ จะยังรู้สึกหาคำตอบได้ไม่ชัดเจนพอ..

“พี่หยุดบ้าพลังเดี๋ยวนี้เลยนะ!”

 

 

HASHTAG : #maddogmn

 

 

Talk : คุณแม่น้องเธียร์ไม่ต้องร้องไห้นะคะ เรายังต้องเก็บน้ำตาไว้ใช้อีก..

 

 

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.021K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

6,517 ความคิดเห็น

  1. #6478 Rannaree Rannaree (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 2 มกราคม 2564 / 08:48
    ว้ากกกก เรียบร้อยโรงเรียนนายแมดส์ฮะ นายงาบน้องไปแล้วไม่พอ นายกัดคอสร้างพันธะด้วย โอย อกรีดเดอร์จะแตก มันเป็นเขินจริงๆเลยเชียว ฮือ เป็นของกันและกันโดยสมบูรณ์แล้วนะ เขินมากจริงๆค่ะตอนอ่าน คุณไรท์เขียนดีมากกก ชอบเวลาเธียร์เรียกแมดส์ว่าพี่มาก ฮือ น่ารักๆๆ
    #6,478
    0
  2. #6377 ParkMild (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 12 ธันวาคม 2563 / 11:27
    เขินไม่ไหวแล้ว ชุ้นตายที่น้องเรียกแมดส์ว่าพี่ ฮืออ ชั้นน่ะชั้น แง ช้ำหมดแล้วมั้ยลูกพี่เขาบ้าพลัง
    #6,377
    0
  3. #6349 __0997 (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 2 ธันวาคม 2563 / 12:45
    ....กว่าเราจะอ่านจบ กลั่นหายใจไปหลายรอบมากๆๆ ในที่สุดฮื่ออออออออ เป็นหนึ่งเดียวกันอย่างแท้จริงแล้วนะ แต่แบบโอ้ยยยขอนิดนึง นายแมดส์มันแสบจังอ่ะ มันแบบหากงหวหวหเขิน!!!! เขินมาก ขนาดตัวตังตางเอ่ยอะไรเอย ไหนจะสรรพนามอีก เอ็นดูไม่ไหวฮื่อออ หมาบ้ามันบ้าจริงๆแหละ หลานมาแน่!!!! รอรับขวัญหลานเลยยยย
    #6,349
    0
  4. #6315 LILNCT23 (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 29 พฤศจิกายน 2563 / 07:21
    ลูกเป็นฝั่งเป็นฝา
    #6,315
    0
  5. #6175 jjj_jaejamje (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 14 ตุลาคม 2563 / 09:59
    เขินจนจะร้องไห้ พี่ อ้ากกกก พี่ ตุยไปเลย
    #6,175
    0
  6. #6077 babemay (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 26 กันยายน 2563 / 20:24
    ชั้นเขินไม่ไหวแล้ว แต่โอ้ยแมดส์ไทเลอร์อ่อนโยนนะ คิดเยอะมากเลย คนแบบที่เคยไม่กลัวตายพอจะมีใครซักคนมันก็เลยต้องคิดมากอะเนอะ แต่แบบ ฉากนั้นชั้นแบบ กรี๊ดมาก ฮือ ไหนจะน้องเธียร์เรียกแมดส์ว่าพี่ โอ้ยยยยยย เขิน !!!!!!
    #6,077
    0
  7. #6040 baby1994 (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 16 กันยายน 2563 / 16:14
    แกฉันเขิน เขินแบบน้วยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย (ลาก ยอยักษ์ยาวไปรอบโลกเลยนะ))) อิฉากสวาทยังไม่เขินเท่าสรรพนามพี่กับเธียร์เลยอ่ะ อิหมาบ้ามันอบอุ่นเปนหมาไมโครเวฟตั้งกะเมื่อไหร่ อ้ยๆๆๆๆๆ
    #6,040
    0
  8. #6032 uuika (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 14 กันยายน 2563 / 13:32
    สะสามวัน... น้องเธียร์ลูก พี่เค้ารังแกหนูสามวันเลยหรอคะ ฮือ อิแม่ร้องไห้ แต่เดี๋ยวนะคะ ไรท์หมายความว่ามาม่ายังมีอีกถ้วยใช่มั้ย เกียมทิชชู่แปบ ;-;
    #6,032
    0
  9. #6017 doraaung (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 8 กันยายน 2563 / 12:42
    จมูกบานกับสรรพนามที่เปลี่ยนไป ฮือออ
    ชอบในความแมดส์ที่คิดเยอะนะ แบบดูเป็นคนจริงจังอ่ะ อาจจะเพราะด้วยใช้ชีวิตแบบนั้นมาตลอด พอถึงเวลาที่ทุกอย่างมันอาจจะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป มันคงเป็นเรื่องยากสำหรับแมดส์ที่จะผูกใครไว้กับตัวจริงๆ ซึ่งจุดนี้มันทำให้แมดส์หล่อมาก ฮืออออ แพ้แล้วววววว

    ขอบคุณสำหรับฟิคนะคะ ไรท์สู้ๆน๊าาา
    #6,017
    0
  10. #6005 zepi (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 7 กันยายน 2563 / 12:34
    โอโหมาก เขินสรรพนามมมมมม
    #6,005
    0
  11. #5987 Melody Byun (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 24 สิงหาคม 2563 / 00:14

    ยิ้มแก้มแตกแล้วตอนนี้ มันเขินมากกกกกกกกกกกกกก อ๊ากกกกกกกกก ไม่ไหวแล้ว

    #5,987
    0
  12. #5983 mefallinginlovewithjeno (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 22 สิงหาคม 2563 / 12:50
    น้องเธียร์ของคุณแม่โตแล้ว;-;
    #5,983
    0
  13. #5935 tttnalvrrrrr (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 14 สิงหาคม 2563 / 13:52
    ฮืออออออออออ น้องเธียร์!

    น่ารักมาก!;;-;:
    #5,935
    0
  14. #5907 Oywctmw (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 8 สิงหาคม 2563 / 15:40
    ทำไมชั้นเขินคำว่าพี่ขนาดนี้ อมก น้องเธียร์แบบสุดมาก ฮรือ
    #5,907
    0
  15. #5872 Felicia_Kirisora (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 7 สิงหาคม 2563 / 00:31
    ฮืออออออ คำว่าพี่คือแอทแทคแรงมาก น้องเธียร์ของฉันโตแล้ว อุแงงงง มันไม่ไหว มันเป็นล้นปรี่จนจุกอกไปหมด
    #5,872
    0
  16. #5845 UmeMomo (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 5 สิงหาคม 2563 / 12:36
    คุณแม่ร้องไห้ ขอนุยาดปาดน้ำตาค่ะ
    #5,845
    0
  17. #5767 Ssnnman (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2563 / 21:47
    มันไม่ไหวแล้วววว ทั้งเขิน ทั้งฟิน ยิ้มบิดอยู่คนเดียวเหมือนคนบ้าแร้วว น่ารักมากๆๆๆๆ

    มันดีมากแงงงงง ใจพ้มมม;-;
    #5,767
    0
  18. #5764 dissilyn (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2563 / 01:09
    'พี่' มันแบบ ฟห่กเเาวกฃง่ขวสไ แม่ไม่ไหวแล้วน้อง ลมจะจับ น้องเรียกพี่ไม่เท่าไหร่ พี่แทนตัวเองเนี่ยสิ สู่ขิตในวันที่ดือ
    #5,764
    0
  19. #5750 Hzenkoic (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 29 กรกฎาคม 2563 / 11:17
    พี่เลยนะฮืออออ น้องเธียร์ขาาา;-;
    #5,750
    0
  20. #5699 itong42 (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 24 กรกฎาคม 2563 / 19:46
    ' พี่ ' แงงงงงงงงงงงแสนจะน่ารักเลยยัยเธียร์

    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 24 กรกฎาคม 2563 / 19:57
    #5,699
    0
  21. #5695 sepiaq (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 24 กรกฎาคม 2563 / 16:07
    'พี่' แบบโฮดาสกวห มันเขินมากเล่ยค่ะ แงงงงงง
    #5,695
    0
  22. #5678 fararaferren (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 23 กรกฎาคม 2563 / 21:21
    ร้องกี้ดเลยค่ะ มันทุ้มอยู่ในใจไม่ไหวแล้ว ฉากนั้รมันลุนแลงมากกกก จะบ้าตายโว้ย มาเรียกกันแบบนี้อีก ฉีดยาให้ชั้นตายเถอะค่ะหมอ!!
    #5,678
    0
  23. #5585 Chompoo (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 15 กรกฎาคม 2563 / 02:18

    ตอนน้องเธียร์เรียกพี่ชั้นก็กัดมือแร้วแต่พอพี่แมดส์แทนตัวว่าพี่ชั้นร้องกรี๊ดเลยกรี๊ดดดดดดดดดดดดดดด

    #5,585
    0
  24. #5571 lopenav (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 13 กรกฎาคม 2563 / 20:35
    วหสแสปสปาแาผสหาแาปสปสสปาอสปทกสหสกทแสก "พี่" อหหกรด่กาแืปาแาสกสปสกสปาแาแสกยกยยกยแยแปยปย สุ่ขิต
    #5,571
    0
  25. #5469 Optimusya (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 5 กรกฎาคม 2563 / 23:15
    ในที่สุดดดด!! เขินที่เรียกกันและแทนตัวเองว่าพี่มากก แง >////<
    #5,469
    0