[ #MINNO ] MAD DOG ¦ True Alpha x Pure Omega

ตอนที่ 3 : Mad Dog : Chapter 2

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 9,692
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,215 ครั้ง
    22 ก.ย. 63


 


 


 

 

Note: ตรวจคำผิดครั้งที่ 1

 

 

หลังจากที่ แมดส์ ไทเลอร์ เอ่ยประโยคใจร้ายนั้นออกไป จนได้รับคำตัดพ้อจากเจ้าของกลิ่นดอกแมกโนเลียตอบโต้กลับมา ก็เกิดความเงียบระหว่างคนทั้งคู่ คนหนึ่งยังคงเอาแต่คิดว่าเพราะอะไรที่ทำให้ทรูอัลฟ่าเอ่ยเหมือนรำคาญตน ส่วนด้านทรูอัลฟ่าหนุ่มก็ยังคงเมินเฉยกับสิ่งที่เกิดขึ้นราวกับว่าตนเองนั้นไม่ได้ทำอะไรผิด

“เอนยา.. เราอิ่มแล้ว”

คุณหนูเยลเวอร์ที่ทานอาหารไปได้เพียงนิดหน่อยเอ่ยบอกแม่บ้านโอเมก้าที่ดูแลตนเองเบา ๆ พลางวางช้อนในมือของตัวเองลง ดวงตาคู่สวยที่ฉายแววโศกหลุบตามองมือของตัวเองในทันที เมื่อหันไปสบตาเข้ากับทรูอัลฟ่าปากร้ายที่เป็นสาเหตุของการทานอาหารมื้อเย็นที่ไม่รื่นรมย์ในวันนี้

“มันจะอิ่มได้อย่างไร ในเมื่อคุณหนูยังทานไม่ถึงครึ่งด้วยซ้ำ” แมดส์ ไทเลอร์ ซึ่งยืนอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลเอ่ยเสียงเข้มเมื่อโอเมก้าตัวขาวดูท่าจะเอาใจยากกว่าที่คิด

“ปกติคุณหนูเธอก็ทานไม่ได้มากกว่านี้ ไม่เห็นจะต้องเสียงเข้มใส่กันขนาดนี้ก็ได้นี่” เอนยาเป็นฝ่ายเอ่ยปากแทนคุณหนูของตัวเองที่นั่งเงียบ อาการและท่าทางที่ดูไม่ดีเช่นนี้ ทำไมเธอจะมองไม่ออกกันว่ามันเกิดจากใคร ถ้าไม่ใช่เพราะ แมดส์ ไทเลอร์

“ฉันไม่แปลกใจเลยสักนิดว่าทำไมคุณหนูของเธอถึงได้ดูอ่อนแอขนาดนี้” เจ้าของผิวสีแทนเข้มเอ่ยเสียงเรียบ พลางเสสายตาไปมองคนสนิทของคุณหนูเยลเวอร์ตันด้วยสายตาที่ไม่ได้เป็นมิตรสักเท่าไหร่

ร่างผอมบางที่ดูขี้โรคนี่ ก็คงเป็นผลพวงมาจากการถูกดูแลอย่างตามใจเป็นแน่ ..

“เราไม่ได้อ่อนแออย่างที่นายว่า..” คนถูกกล่าวหาเอ่ยก่อนจะยอมเงยหน้าขึ้นมาสบตากับเจ้าของดวงตาดุ ในขณะที่คิ้วสวยเองก็ขมวดเข้าหากันน้อย ๆ

“คุณหนูเอาอะไรมามั่นใจ” แมดส์อดที่จะหัวเราะออกมาเบา ๆ ไม่ได้เมื่อได้ยินคำตอบนั้นจากปากคุณหนูเยลเวอร์ตัน “เพราะเท่าที่เห็นคุณหนูก็เป็นอย่างที่ว่าไม่ใช่หรือ”

มือขาวของ เธียร์ เยลเวอร์ตัน กำชายเสื้อที่ตนเองสวมใส่อยู่อย่างช่วยไม่ได้ เมื่อเจ้าตัวรู้สึกเจ็บแสบไม่น้อยกับคำพูดและสายตาของทรูอัลฟ่า

“นั่นสินะ..” คนตัวขาวเอ่ยพึมพำกับตัวเอง ก่อนจะจำใจหยิบช้อนที่ถูกวางลงไปก่อนหน้าขึ้นมาตักอาหารตรงหน้าทานอีกครั้ง

“คุณหนู..” เอนยาเอ่ยเรียกคนที่ฝืนทานอาหารเข้าไปอีกอย่างไม่คิดจะสนับสนุนนัก ก็เห็นกันชัด ๆ อยู่ว่าเพราะอะไรที่ทำให้คุณหนูของเจ้าหล่อนเป็นแบบนี้ แต่เพราะมือขาวที่ยกมือขึ้นโบกไปมาน้อย ๆ เป็นการสื่อว่าไม่เป็นไรนั้นก็ทำให้เจ้าหล่อนได้แต่ยืนมองเงียบ ๆ พลางขบเขี้ยวเคี้ยวฟันกับการกระทำของหัวหน้านายทหารคนใหม่ ตั้งแต่การที่ทรูอัลฟ่าผิวสีแทนโอบอุ้มคุณหนูเยลเวอร์ตันที่ถูกปลดโซ่ออกจากข้อเท้า มันก็ดูจะเป็นการถึงเนื้อถึงตัวมากเกินสมควร ทั้งสถานะและชนชั้นของทั้งคู่ก็ใช่ว่าจะใกล้เคียงกันเสียเมื่อไหร่

แต่เพราะสายตาของคุณหนูเยลเวอร์ตันที่คอยปรามแม่บ้านคนสนิทนั้นถึงทำให้เจ้าหล่อนยอมยืนมองอยู่เงียบ ๆ แทนที่จะเข้าไปต่อว่าอย่างที่ควรจะเป็น มองดูแล้วก็ย่อมเป็นเรื่องที่ไม่ธรรมดาแน่นอนสำหรับการที่ ดีแลน เยลเวอร์ตัน จะอนุญาตให้ใครที่ไหนก็ไม่รู้ว่ายุ่มย่ามกับน้องชายของตัวเองได้มากถึงขนาดนี้

นับว่าเป็นมื้ออาหารที่ยากลำบากสำหรับ เธียร์ เยลเวอร์ตัน ไม่น้อย เมื่อเจ้าตัวนั้นต้องทานอาหารที่มากเกินกว่าปกติเข้าไป แม้ไม่ได้ถึงกับจะอาเจียน แต่ความไม่เคยชินของปริมาณอาหาร ก็ทำให้เจ้าตัวรู้สึกไม่ดีสักเท่าไหร่จนแสดงออกผ่านทางสีหน้า

“ก็แค่นี้..” คนที่ยืนเฝ้าจนกว่าโอเมก้าตัวขาวจะทานหมดเอ่ยขึ้น สำหรับ แมดส์ ไทเลอร์ แล้วมันค่อนข้างเป็นเรื่องที่น่ารำคาญตาไม่น้อยสำหรับการทานอาหารที่เหมือนแค่ดมของคุณหนูเยลเวอร์ตัน “หวังว่ามื้อต่อ ๆ ไปมันจะเป็นแบบนี้..”

“เราว่ามันไม่ใช่หน้าที่ของนาย” เธียร์เอ่ยบอกด้วยน้ำเสียงที่สุภาพ แต่เนื้อความในประโยคกลับแอบกระทบกระเทียบกับทรูอัลฟ่าหนุ่มไม่น้อย

“ที่คุณหนูพูดมันก็ไม่ผิด”

“มันคงจะดีกว่าถ้านายทำหน้าที่ในส่วนของนาย อีกอย่างเราก็มีเอนยาคอยดูแลแล้ว”

“หรือคุณหนูจะขัดคำสั่งพี่ชายตัวเอง?”

นี่มันเรื่องบ้าชัด ๆ ที่ ดีแลน เยลเวอร์ตัน ฝากฝังน้องชายของตัวเองไว้กับคนอารมณ์แปรปรวนแบบนี้

“....”

“ฉันว่าเราคงต้องเปลี่ยนข้อตกลงกันใหม่...” ทรูอัลฟ่าหนุ่มยกยิ้มน้อย ๆ ก่อนจะเอ่ยประโยคที่ทำให้คนตัวขาวนั้นผุดลุกขึ้นมาจากเก้าอี้ "เอนยาจะต้องเข้าออกที่นี่ทุกวันเหมือนเดิม.."

“แต่นายอนุญาตให้เอนยาอยู่กับเรา..” เสียงลื่นหูของคุณหนูเยลเวอร์ตันนั้นร้อนรนไม่น้อยเมื่อได้ยินเช่นนั้น

“นี่มันอะไรกัน” แม่บ้านคนสนิทของคุณหนูเยลเวอร์ตันแทบจะลมจับในทันที “ก็ไหนเราตกลงกันแล้วว่าจะให้ฉันอยู่ดูแลคุณหนู”

“ฉันจะดูแลแทนเธอเอง..”

แมดส์ ไทเลอร์ ตอบในขณะที่สายตาดุจ้องมองใบหน้าสวยของคุณหนูเยลเวอร์ตัน เพื่อยืนยันถึงสิ่งที่ได้พูดออกไปของตัวเอง แววตาที่กำลังสั่นไหวของคุณหนูตัวขาว บ่งบอกถึงอารมณ์ของเจ้าตัวได้เป็นอย่างดี  

“สุดท้ายทุกอย่างก็เหมือนเดิม..”

เป็นตัว เธียร์ เยลเวอร์ตัน ที่ยังคงต้องใช้ชีวิตเช่นเดิม ชีวิตที่เฝ้ารอยามเช้าตรู่ในการมาถึงแม่บ้านคนสนิทและช่วงเย็นย่ำที่ทำได้แค่ทอดมองคนสนิทที่ต้องกลับออกไป และใช้ชีวิตอยู่อย่างลำพังในยามค่ำคืน

ความรู้สึกดีใจในเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อนหน้านั้นกลับหายไปในชั่วพริบตาเมื่อ แมดส์ ไทเลอร์ เกิดเปลี่ยนใจอย่างกะทันหัน คล้ายเป็นการกลั่นแกล้ง

มันไม่ใช่เรื่องตลกเลยสักนิดสำหรับคนที่มีความหวังเพียงริบหรี่อย่างคุณหนูเยลเวอร์ตัน

“อย่าคาดหวังในเรื่องที่มันเป็นไปไม่ได้เลยคุณหนู..”

“....”

“อย่าลืมสิว่าตัวคุณหนูเองอยู่ในสถานะอะไร”

หลังจากที่เอนยากลับออกไปแล้วตามคำสั่งของไทเลอร์ เพียวโอเมก้าตัวขาวเองก็ทำได้แค่ยืนมองจากบริเวณประตูปราสาทที่ด้านหลังของเจ้าตัวนั้นมีทรูอัลฟ่าหนุ่มยืนอยู่ ความรู้สึกเดิม ๆ ที่เกิดขึ้นหลังจากต้องอยู่คนเดียววนเวียนมาเสมอเมื่อถึงยามค่ำคืน

ไม่ว่าจะถูกขังอยู่ในห้องหรือได้รับการปลดปล่อยให้สามารถเดินไปไหนมาไหนได้เอง แต่สุดท้ายแล้วเธียร์ก็ยังคงทำได้แค่อยู่ในปราสาทที่ริดรอนอิสระของเจ้าตัวไปจนหมดสิ้น

ยิ่งเมื่อเจ้าตัวหมุนตัวกลับมาเผชิญหน้ากับเจ้าของผิวสีแทน ก็ยิ่งทำให้เธียร์นั้นกลืนก้อนที่จุกบริเวณคอตัวเองลงไปในทันที ร่องรอยของความเสียใจที่ปิดไม่มิดในดวงตาคู่สวยนั้นสะท้อนออกมาทุกอย่างให้คนมองได้เห็น ขาเรียวพยายามเดินเบี่ยงหลบทรูอัลฟ่าหนุ่มโดยไม่ปริปากพูดอะไรออกไป เพราะรู้สึกเหนื่อยเกินกว่าที่จะสนทนากับคนปากร้าย โชคดีที่ไทเลอร์ไม่ได้ขวางทางคุณหนูเยลเวอร์ตัน นอกเสียจากจะทำเพียงแค่มองตามแผ่นหลังบางของคนตัวขาวด้วยแววตาที่ยากจะคาดเดา

ทางด้านเธียร์ที่ขึ้นมาด้านบนแล้ว เจ้าตัวก็จัดการลงล็อกประตูห้องของตัวเองอย่างไม่ลังเล ก่อนจะทิ้งตัวลงนั่งบนปลายเตียงนุ่มที่เจ้าตัวใช้นอนมาในช่วงเวลาหลายปีที่ผ่านมา ไฟสลัวภายในห้องที่ถูกจุดขึ้น ยังคงส่องแสงสว่างพอให้ได้เห็นสิ่งต่าง ๆ ภายในห้อง

โอเมก้าตัวขาวทั้งสับสนและรู้สึกอึดอัด การถูกปลดโซ่ออกจากข้อเท้า แม้มันช่วยให้เจ้าตัวใช้ชีวิตได้อย่างสบายขึ้นในปราสาทแห่งนี้ แต่การที่มี แมดส์ ไทเลอร์ เข้ามาควบคุมที่นี่มันก็ยิ่งทำให้เธียร์รู้สึกว่าตัวเองกำลังถูกจับตามองเข้าไปใหญ่

ความรู้สึกอันตรายจากไทเลอร์มันยังคงชัดเจนเหมือนเช่นครั้งแรกที่พบเจอ ยิ่งขยับเข้าใกล้ก็ยิ่งรู้สึกได้ถึงความรู้สึกบางอย่างที่บ่งบอกว่าทรูอัลฟ่านั่นมีอะไรมากกว่าที่คิด

 

มันยากจะเชื่อเกินไปว่าคนที่เต็มไปด้วยการกระทำหยาบคายเช่นนั้นจะเป็นคนที่ดูแลเขาได้..

ไม่มีเหตุผลดี ๆ สักข้อที่จะทำให้ เธียร์ เยลเวอร์ตัน มั่นใจว่าตัวเองจะปลอดภัยหากอยู่ใกล้กับ แมดส์ ไทเลอร์

ไม่มีเลยจริง ๆ

 

ความเงียบที่โรยตัวภายในห้องกว้าง ย่อมเป็นบ่อเกิดชั้นดีของความคิดที่ดำดิ่ง และนี่ก็คงเป็นอีกวันหนึ่งที่คุณหนูเยลเวอร์ตันยังคงต้องใช้เวลาอยู่กับตัวเองและน้ำตาที่ไหลออกมาจากดวงตา

ความรู้สึกสารพัดที่เกิดจากทรูอัลฟ่านิสัยเสียสร้างความอึดอัดใจให้กับเจ้าตัวได้อย่างมากโข ทั้งวาจาที่ร้ายกาจและการกระทำที่ดูจะสนุกกับการที่ได้เห็นเขากระวนกระวาย ยามที่รับรู้ว่าข้อตกลงในการอยู่ที่นี่ของเอนยานั้นถูกยกเลิก

เขาไม่รู้ว่าตัวเองทำอะไรผิด.. ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าทำไมทรูอัลฟ่านั่นถึงมองเขาเป็นแบบนี้

ถ้าเลือกได้ใครกันจะอยากเป็นคนอ่อนแอ และถ้าเลือกได้ เธียร์ เยลเวอร์ตัน ก็ไม่ได้อยากเป็นเพียวโอเมก้าที่จะต้องทนรับสายตาดูแคลนจากคนอื่นที่มองมาเช่นกัน

ความรู้สึกของคนที่อยู่บนจุดสูงสุดของห่วงโซ่อาหารคงย่อมไม่มีวันเข้าใจคนที่อยู่ต่ำสุดเช่นเขา..

ร่างกายผอมบางของคุณหนูเยลเวอร์ตันกลับยิ่งเล็กลงเข้าไปอีก เมื่อเจ้าของร่างกายนั้นชันขาขึ้นและใช้วงแขนโอบกอดพลางซบหน้าลงบนเข่า ไหล่ขาวที่สั่นน้อย ๆ คงไม่อาจเทียบเท่าหยดน้ำตาที่ยังคงไหลรินลงมาอย่างไม่ขาดสาย ความหวาดกลัวลึก ๆ ที่ยังคงฝังอยู่ในใจกับภาพความทรงจำเมื่อคืนก่อนยังคงไม่จางหาย บวกทั้งความรู้สึกกังวลจากเรื่องที่ได้คุยกับพี่ชายวันนี้ก็ย่อมทำให้เธียร์มีเรื่องมากมายต้องให้ขบคิด

ถึงเขาจะอยากออกไปจากที่นี่ แต่ก็ใช่ว่าจะหมายความว่าเขาจะยินยอมออกไปเพราะข้อแลกเปลี่ยนพวกนั้น..

แล้วจะมีใครกันที่ช่วยเขาได้?

 

 

*

 

 

เธียร์ เยลเวอร์ตัน ตื่นขึ้นมาตั้งแต่เช้าตรู่อย่างที่เจ้าตัวเคยพูดไว้จริง ๆ เสียงก่อกแก่กที่ดังจากภายในห้องก็ทำให้รู้ได้ว่าคนในห้องนั้นตื่นแล้วเป็นที่เรียบร้อย ไม่นานนักบานประตูใหญ่ก็ถูกเปิดออกมาด้วยฝีมือของคนผิวขาวที่หอมฟุ้งไปด้วยกลิ่นกายประจำตัว ร่างโปร่งบางในชุดสีอ่อนยังคงเข้ากันได้ดีกับผิวขาวเนียนละเอียด กลุ่มผมสีเข้มที่คลอเคลียบนใบหน้าก็ยิ่งตัดกับสีผิวสว่างอย่างชัดเจน

เมื่อเริ่มวันใหม่ เธียร์ เยลเวอร์ตัน เองก็เหมือนจะเริ่มต้นทุกอย่างในวันรุ่งขึ้นใหม่เช่นกัน แม้จะยังคงมีร่องรอยแดงช้ำที่ดวงตาปรากฎให้เห็นเหมือนในทุกวันแต่ก็มีรอยยิ้มน้อย ๆ ถูกจุดขึ้นยามที่เจ้าตัวนั้นพาตัวเองเดินออกมาข้างนอกปราสาทเพื่อรับอากาศในยามเช้า

ทหารที่ยืนเฝ้าอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลก็ยังคงทำหน้าที่ของตัวเองได้อย่างดีในการเป็นหูเป็นตาสอดส่องคุณหนูเยลเวอร์ตันที่ตื่นเช้าเป็นพิเศษ ขาเรียวเดินลัดเลาะมาตามทางเดินของปราสาทที่ทอดยาวจนมาถึงทางด้านฝั่งตะวันออกที่ถูกจัดเป็นสวนขนาดย่อม แน่นอนว่าภายในสวนยังคงถูกดูแลเป็นอย่างดีแม้ว่าคุณหนูเยลเวอร์ตันจะไม่ได้ลงมาที่นี่นานนับเกือบครึ่งปีก็ตาม

ใบไม้เขียวชะอุ่มสลับกับดอกไม้ที่ถูกปลูกไว้อย่างเข้ากันคงเป็นภาพที่น่ามองจนยากที่จะละสายตา ลมเย็นที่พัดเข้ามาปะทะก็ยิ่งเพิ่มความกระปรี้กระเปร่าในยามเช้า ผืนน้ำที่ล้อมรอบปราสาทเมื่อตัดกับต้นไม้ที่อยู่บนฝั่งและขอบฟ้าสะอาดตาชวนให้มองได้อย่างไม่มีเบื่อ

นานเท่าไหร่กันที่เธียร์ต้องมองทุกอย่างผ่านช่องหน้าต่างของห้องด้านบนปราสาทในมุมเดิม ๆ ในทุกวัน ชีวิตในห้องสี่เหลี่ยมที่ไม่ได้ออกมาสูดอากาศบริสุทธิ์มันทำให้เจ้าของรอยยิ้มสวยหม่นหมองมาเท่าไหร่

ชิงช้าตัวโปรดที่เธียร์จำได้ว่าได้มันมาจากคำสั่งของพี่ชาย มันยังคงเป็นตำแหน่งเดิมที่เหมาะกับการนั่งมองบรรยากาศโดยรอบ

จากรอยยิ้มที่เคยประดับบนใบหน้ากลับค่อย ๆ จางหายไปเมื่อใบหน้าขาวนั้นหันไปมองทางขวามือของตัวเองซึ่งทำให้เจ้าตัวเห็นสถาปัตยกรรมสิ่งปลูกสร้างของทางฝั่งเมืองซึ่งโดดเด่นให้ได้มองเห็นจากที่ไกล ๆ

และนั่นก็เป็นมุมที่เธียร์จะไม่มีโอกาสได้เห็นหากอยู่บนห้องด้านบนซึ่งตั้งอยู่อีกฝั่ง วิหารขนาดใหญ่ที่เด่นตระหง่านอดทำให้โอเมก้าตัวขาวนึกถึงภาพความทรงจำในยามที่ยังใช้ชีวิตอยู่ในเมืองไม่ได้ ช่วงชีวิตในวัยเด็กที่มีความสุขพวกนั้นทำไมมันถึงหายไปอย่างรวดเร็วได้ขนาดนี้ ในขณะที่ความทุกข์ของช่วงชีวิตวัยหนุ่มสาวกลับเดินผ่านไปอย่างช้า ๆ ราวกับจะให้เขาได้จดจำทุกความเจ็บปวดพวกนี้เอาไว้

เพราะไม่รู้จะพูดกับใคร เขาถึงทำได้แค่เพียงพูดกับตัวเองในใจ..

กี่ร้อยกี่พันความรู้สึกที่เขาทำได้เพียงเก็บมันไว้ในใจ เขาพยามปล่อยมันแล้วแต่สุดท้ายมันก็ยังคงเป็นความรู้สึกที่ย้อนกลับมาทำร้ายเขาซ้ำไปซ้ำมา ในช่วงอารมณ์ที่อ่อนไหว

ใครว่าการก้าวพ้นความเจ็บปวดคือการเติบโต..

ถ้าเป็นเช่นนั้นยิ่งเติบโตมากขึ้นนั่นก็แปลว่าเราต้องเจ็บปวดมากขึ้นอย่างนั้นหรือ?

มันไม่จริงเลยสักนิด...

“แค่การที่ได้ออกมาข้างนอก มันทำให้คุณหนูดีใจจนน้ำตาไหลเชียวหรือ?” เสียงที่ลอยมาจากทางด้านหลังทำให้คนตัวขาวที่กำลังเหม่อมองภาพตรงหน้าทั้งน้ำตาก้มหน้านิ่ง จนเส้นผมสีเข้มปรกใบหน้าขาว

“....”

แมดส์ ไทเลอร์ ที่เดินตามคุณหนูเยลเวอร์ตันเงียบ ๆ มาตั้งแต่แรกแล้วเอ่ยทักอย่างอดไม่ได้ เมื่อจู่ ๆ เพียวโอเมก้าตัวขาวกลับปล่อยโฮ ทั้งที่ในตอนแรกนั้นก็ดูจะดีใจด้วยซ้ำที่ได้ออกมาด้านนอก

ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่า เธียร์ เยลเวอร์ตัน เป็นคนที่ร่ำไห้ได้อย่างน่าสงสารอย่างจับใจ

“ว่าอย่างไรล่ะ”

“แค่นี้ก็ดีมากแล้ว..” เจ้าของน้ำตาเม็ดโตว่า “อย่างน้อยที่นี่ก็ยังดีกว่าการอยู่กับคนใจร้ายพวกนั้น”

แก้วใบสวยที่แตกซ้ำแล้วซ้ำเล่านับครั้งไม่ถ้วน ย่อมแหลกละเอียดไปตามแรงกระทบที่กระทำต่อมันจนยากจะประกอบคืน

ชีวิตดั่งนกในกรงทอง หาใช่การถูกเลี้ยงมาอย่างไข่ในหิน มันเป็นแค่สัตว์ตัวน้อยที่มีไว้ให้ได้ชื่นชม และดูถูกหากไม่เข้าตาผู้มอง ไม่ว่าจะถอยไปทางใด ก็ย่อมวนเวียนอยู่ภายในกรงที่ถูกสร้างไว้

อิสระเพียงเอื้อมมือที่ไม่อาจคว้าไว้ได้ ช่างเป็นเรื่องที่น่าเสียดาย…

“ฉันไม่เข้าใจหรอก”

ทรูอัลฟ่าหนุ่มเอ่ยด้วยความรู้สึกที่ยังคงเฉยเมยต่อคนที่กำลังแตกร้าวอยู่ตรงหน้า แม้จะรู้ว่าน้ำตาที่ว่าเกิดจากความเสียใจ แต่แมดส์เองก็ไม่สามารถเข้าใจได้ว่ามันเพราะอะไร แล้วทำไมตัวเขาถึงจำเป็นที่จะต้องเอาความรู้สึกพวกนั้นมาทำให้ตัวเองรู้สึกตามไปด้วย

“นายไม่เคยมีเรื่องที่ต้องเสียใจบ้างหรือ” เธียร์เอ่ยถามในขณะที่หลังมือขาวยังคงเช็ดน้ำตาตัวเองลวก ๆ

“ไม่มีอะไรที่ต้องเสียใจ”

“นายไม่มีความรู้สึกบ้างหรือ?”

ใบหน้าเฉยชาที่ไร้ซึ่งอารมณ์ดูด้านชา จนเธียร์ไม่แปลกใจเลยสักนิดที่อีกฝ่ายจะสามารถลงมือฆ่าทหารชุดก่อนที่เฝ้าปราสาทนี้ได้อย่างไม่รู้สึกผิดอะไร

“คุณหนูจะอยากรู้ไปทำไม” ทรูอัลฟ่าผิวสีแทนเอ่ยถาม พลางสาวเท้าเดินเข้ามาใกล้คุณหนูตัวขาวที่ใบหน้านั้นแดงก่ำจากการร้องไห้ “รู้ไปก็คงไม่ช่วยอะไร…”

“แค่คุยดี ๆ กับเรามันยากมากหรือ..” คนตัวขาวว่า

“ทั้งที่ก็ดูกลัวกันขนาดนี้ แล้วจะยังอยากคุยกับฉันอีกทำไม” เจ้าของผิวสีแทนเอ่ยถามเสียงเข้มในขณะที่พินิจมองใบหน้าของอีกฝ่ายช้า ๆ ก่อนจะอดค่อนขอดในใจ ถึงใบหน้าที่ถูกสร้างขึ้นมาอย่างลงตัวจนแทบไม่มีที่ติของคุณหนูเยลเวอร์ตัน

“เราอยากมีเพื่อนคุย อย่างน้อยมันก็คงจะดีกว่าการคุยกับตัวเอง”

แมดส์ ไทเลอร์ ไม่รู้หรอกว่า เธียร์ เยลเวอร์ตัน เติบโตมาเช่นไร แต่การแสดงออกของอีกฝ่ายที่ไม่ต่างจากเด็กซึ่งถูกห้ามทุกอย่าง แม้กระทั่งติดต่อกับใครมันก็ชัดเจนจนพอจะเดาได้

“ฉันไม่ใช่เพื่อนคุยที่ดีนักหรอก”

“แต่นายต้องดูแลเรา..”

“อย่าดีกว่า” ไทเลอร์ปฏิเสธอย่างไม่ลังเล โอเมก้าตัวขาวหลุบตามองเท้าของตัวเองเงียบ ๆ ก่อนที่คุณหนูตัวขาวจะรับรู้ถึงการเดินออกไปของใครอีกคน  

 

 

*

 

 

แผ่นหลังชื้นเหงื่อที่แนบติดกับผนังกำแพง เกิดจากหัวใจที่กำลังเต้นเร็วมากกว่าปกติเพราะการสูบฉีดของหัวใจที่มากขึ้น ดวงตาใสของคนผิวขาวนั้นกวาดมองรอบ ๆ เพื่อตรวจสอบความปลอดภัยของตัวเอง หลังจากที่เจ้าตัวนั้นแอบออกมาจากห้องของตัวเองในยามวิกาล และอาศัยความมืดในการหลบหลีกทหารที่เฝ้ายาม

แต่ทว่าเสียงดังเอะอะที่เกิดขึ้นของทหารในปราสาทก็ทำให้คนที่กำลังก้าวเดินเพื่อมุ่งไปยังจุดหมายที่คาดไว้นั้นชะงักงันในทันที ฝีเท้าหนักที่ย่ำก้องให้ทั่วพร้อมกับแสงไฟจากคบเพลิงที่เคลื่อนไหวกันให้วุ่นไปหมด ถือเป็นลางไม่ดีสำหรับคนที่กำลังคิดจะหลบหนี

นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ เธียร์ เยลเวอร์ตัน คิดหนีออกจากที่นี่ แต่มันเป็นครั้งแรกสำหรับทหารชุดใหม่ที่ถูกเปลี่ยนมาต่างหาก แน่นอนว่าหลายวันที่ผ่านมา เธียร์เองย่อมเห็นความหละหลวมบางอย่างที่เกิดขึ้นเพราะความชะล่าใจของทหารพวกนี้ จนทำให้เจ้าตัวนั้นเริ่มคิดวางแผนในการหนีครั้งนี้อย่างละเอียดอีกครั้ง โดยได้รับความร่วมมือจากเอนยาที่คอยช่วยเหลืออยู่ห่าง ๆ

และที่เขามั่นใจในการหนีวันนี้ก็เพราะ แมดส์ ไทเลอร์ ไม่ได้อยู่ที่ปราสาท เจ้าตัวออกไปทำธุระด้านนอกกว่าจะกลับก็คงไปวันพรุ่งนี้ ช่วงเวลาเช่นนี้ย่อมเป็นวันที่เอื้ออำนวยที่สุดสำหรับการออกจากปราสาทที่ขังเขาไว้ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา

เพียงแค่ข้ามทะเลสาบนี่ออกไปได้ เขาก็จะได้เจอกับอีกฝากฝั่งหนึ่งของเมืองซึ่งเป็นเส้นทางที่จะมุ่งขึ้นไปทางแดนเหนือ

เสื้อผ้าสีดำสนิทแม้จะช่วยอำพรางให้กลมกลืนกับความมืด แต่มันก็ยากเหลือเกินสำหรับผิวขาวสว่างที่แทบจะเรืองแสงได้ของคุณหนูเยลเวอร์ตัน ร่างกายที่ไม่ได้แข็งแรงเช่นคนออกกำลังอย่างสม่ำเสมอ ย่อมเป็นขีดจำกัดที่เป็นผลเสียต่อคุณหนูเยลเวอร์ตัน แต่เจ้าตัวก็ยังคงพยายามฝืนทนที่จะไปให้ถึงที่สุด ก่อนที่จะไม่มีโอกาส หากพลาดโอกาสในครั้งนี้ไป มันคงเป็นเรื่องยากสำหรับโอกาสครั้งใหม่ที่เขาจะได้รับ

“ไปดูทางนั้น!” เสียงตะโกนพูดคุยจากทางด้านบนตัวสะพานทางเชื่อม ทำให้คนที่หลบอยู่นั้นเริ่มหายใจได้ไม่ทั่วท้อง เสียงรองเท้าส้นหนักกระทบกับหินและอิฐดังให้ก้องไปหมด จนแทบฟังไม่รู้เรื่องว่ามาจากทิศใดบ้าง

ร่างขาวรอจนมั่นใจแล้วว่าไม่มีใครอยู่ตรงนั้น ขาเรียวค่อย ๆ ก้าวเดินต่อไปยังด้านข้างของปราสาท น้อยคนนักถึงจะรู้ว่ามีทางเดินลงไปด้านล่างที่อยู่ใกล้กับท่าเรือเล็กซึ่งไม่ได้ถูกใช้งาน

เงาดำพาดผ่านที่เห็นผ่านหางตา ทำให้คนที่กำลังเดินอยู่นั้นหันขวับกลับมามองด้วยความระวังตัว แต่ก็พบแต่เพียงความว่างเปล่า มือขาวนั้นยังคงกุมผ้าสีดำซึ่งคลุมศีรษะของตัวเองไว้แน่น ก่อนที่จะตัดสินใจก้าวเดินต่อด้วยฝีเท้าที่พยายามจะทำให้เบาที่สุด

หมับ!

“จะไปไหนหรือคุณหนู?”

แรงกระชากจากทางด้านหลังที่ทำให้ผ้าคลุมสีดำสนิทนั้นหลุดออกไป ก่อนที่ข้อแขนขาวจะถูกคว้าบีบแน่นจากฝ่ามือใหญ่ของคนตาดุ วินาทีที่ตาใสสบเข้ากับตาดุของคนที่จับแขนตัวเอง ก็ทำให้เธียร์นั้นแทบอยากจะร้องไห้ให้กับความอัปยศของชีวิตตัวเอง

“ไทเลอร์..”

“แล้วคุณหนูคิดว่าใครกันล่ะ..” น้ำเสียงแหบต่ำที่เข้มกว่าทุกทีเอ่ยถาม ในขณะที่เจ้าตัวนั้นออกแรงบีบข้อมือขาวเสียจนใบหน้าน่ารักเบ้ลงเพราะความเจ็บปวด ใบหน้าเรียบนิ่งยังคงชัดเจน แม้จะอยู่ในความมืดยังคงฉายแววความเกรี้ยวกราดไว้ในดวงตาดุ

“นะ นายควรจะกลับมาพรุ่งนี้” ทั้งลำคอและริมฝีปากในตอนนี้ของเยลเวอร์ตันกลับแห้งผากไปหมด เมื่อเผชิญหน้ากับตัวอันตรายที่ไม่คิดว่าจะโผล่มา

“คุณหนูนี่มันหลอกง่ายกว่าที่คิดเสียอีก”

หมายความว่าอย่างไรกัน...

“!!!”

“คิดหรือว่าฉันจะออกไปข้างนอกจริง ๆ น่ะเยลเวอร์ตัน”

ทรูอัลฟ่าหนุ่มเอ่ยเรียกสกุลของอีกฝ่ายห้วน ๆ ไม่เหมือนกับทุกที คงด้วยเพราะอารมณ์ที่หงุดหงิดจากความดื้อดึงที่มากเกินของ เธียร์ เยลเวอร์ตัน ซึ่งคิดจะลองดีกับคนอย่าง แมดส์ ไทเลอร์ อยู่สบาย ๆ ในปราสาทแบบที่ไม่ถูกขังก็ดูจะไม่ชอบ คิดอยากจะออกไปด้านนอกเพื่อหาอิสระ ทั้งที่ยังไม่ได้รับอนุญาต ช่างเป็นโอเมก้าที่ดื้อรั้นสิ้นดี

“ปล่อย!”

“ฉันปล่อยให้นายวิ่งเล่นมามากเกินพอแล้ว”

สรรพนามที่เปลี่ยนไป บ่งบอกได้ดีว่าอีกฝ่ายนั้นไม่ได้ล้อเล่นเลยสักนิด เพียงแค่ออกแรงกระชากไม่เท่าไหร่ก็ทำให้คนร่างโปร่งนั้นแทบเดินล้มเพราะตามทรูอัลฟ่าหนุ่มนั่นไม่ทัน ไม่มีบทสนทนาใด ๆ เกิดขึ้นระหว่างทางที่แมดส์กำลังลากเพียวโอเมก้าตัวดีเข้ามาในปราสาท เสียงร้องโอดโอยของเธียร์ ย่อมใช้ไม่ได้ผลกับคนที่แทบจะหูดับไปแล้วในตอนนี้

บรรดาทหารที่กำลังวิ่งวุ่นนั่นได้แต่มองทรูอัลฟ่าหนุ่มที่กำลังลากคุณหนูเยลเวอร์ตันอย่างไม่กล้าขัดอะไร ใบหน้าดุคมที่ดุดันเสียจนน่ากลัวนั้นใครกันจะกล้าเข้าไปขวาง สงสารก็แต่คุณหนูตัวขาวที่กำลังถูกลากอยู่มากกว่า

ปัง!

เสียงประตูที่ถูกเหวี่ยงปิดดังโครมใหญ่ดังสนั่นไปทั่วทั้งปราสาท ก่อนที่ร่างผอมของคุณหนูเยลเวอร์ตันจะถูกเหวี่ยงเข้าไปในห้องพร้อม ๆ กับการประชิดตัวที่รวดเร็วของ แมดส์ ไทเลอร์ ก่อนที่มือใหญ่จะกระชากข้อเท้าเล็กที่ครั้งหนึ่งทรูอัลฟ่าหนุ่มเคยได้ทำเช่นนี้มาแล้วเข้ามาหาตัวอย่างแรง จนทำให้คนที่ถูกกระชากนั้นหวีดร้องเพราะความตกใจกับการกระทำที่รุนแรงของอีกฝ่าย

นับถือความใจกล้าของ เธียร์ เยลเวอร์ตัน อยู่เหมือนกันที่คิดจะลองดีกับหมาบ้าอย่าง แมดส์ ไทเลอร์

“การที่ฉันปลดโซ่ให้นาย มันไม่ได้แปลว่านายจะทำอะไรได้ตามใจชอบนะเยลเวอร์ตัน”

“แต่คนอย่างนายไม่มีสิทธิ์ล่ามเรา ไทเลอร์!!”

 


 

HASTAG : #maddogmn

 


 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.215K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

6,517 ความคิดเห็น

  1. #6445 Rannaree Rannaree (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 28 ธันวาคม 2563 / 11:39
    เราสงสารน้องอ่ะ อย่ากลับไปล่ามน้องได้มั้ยแมดส์ น้องเป็นคนนะ ไม่ใช่สัตว์เลี้ยง T—T
    #6,445
    0
  2. #6354 ParkMild (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 11 ธันวาคม 2563 / 15:45
    น้องดูโดดเดี่ยสมากเลยใจดีกับน้องหน้อยไม่ได้หรอ
    #6,354
    0
  3. #6287 __0997 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 25 พฤศจิกายน 2563 / 22:36
    พระเอกดรื่องนี้มันแบดจังโว้ย เอะอะก็ใช้กำลัง!!!! ต้องตัวเล็กเท่านิ้วก้อย
    อย่าทำน้อง!!!!
    #6,287
    0
  4. #6145 jjj_jaejamje (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 13 ตุลาคม 2563 / 02:05
    สงสารน้องㅠㅠㅠㅠ
    #6,145
    0
  5. #6115 BBbyunbua (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 7 ตุลาคม 2563 / 19:02
    ลูกก็ดื้อ แต่ว่าที่แฟนลูกก็ดุสะเหลือเกินพ่อคุณ ใครทำไรมาค้า อารมสวิงตลอดเวลาจริงๆผู้ชายคนเน้😂
    #6,115
    0
  6. #6048 babemay (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 26 กันยายน 2563 / 11:07
    ทำไมไร้หัวใจขนาดนี้แมดส์!!!! น้องน่าสงสารขนาดนี้!!!!!
    #6,048
    0
  7. #6044 KimCho (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 19 กันยายน 2563 / 23:12
    วันไหนที่แมดส์ยอมคุณหนู ชั้นจะล้อนายจนลูกโตเลยคอยดู แง่ง
    #6,044
    0
  8. #5967 Baozi99_Mandoo (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 20 สิงหาคม 2563 / 17:43
    อย่าให้เห็นว่านายคลั่งรักทีหลังนัไทเลอร์!!
    #5,967
    0
  9. #5950 doraaung (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 17 สิงหาคม 2563 / 20:24
    โคตรเห็นใจคุณหนูเลยอ่ะ เรายังไม่ชัดเจนว่าทำไมคุณหนูถึงถูกทำแบบนี้จากครอบครัว หมายถึงว่า มันแย่มากขนาดนั้นเลยเหรอกับการเป็นโอเมก้า อ่านแล้วก็อึดอัดและหดหู่ตามไปด้วย ส่วนคุณหมาบ้าก็บ้าเสมอต้นเสมอปลาย ระวังตัวเถอะพ่อ!!!!!

    ขอบคุณสำหรับฟิคนะคะ ไรท์สู้ๆน๊าาา
    #5,950
    0
  10. #5914 nmisthebest (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 10 สิงหาคม 2563 / 07:10
    ปล่อยน้องไปเถ๊อะะะ t———t
    #5,914
    0
  11. #5882 Oywctmw (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 7 สิงหาคม 2563 / 17:39
    สงสารน้องอ่ะ น้องค้องการอิสระไง เห้อ
    #5,882
    0
  12. #5833 Felicia_Kirisora (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 5 สิงหาคม 2563 / 06:28
    ไม่แปลกใจที่คุณหนูจะอยากหนีอะ เราไม่มองว่าดื้อเลยนะเทียบกับสิ่งที่น้องถูกปฏิบัติ ใครมันจะไปทนได้กัน T T อิสระก็ไม่มี คนให้พูดคุยระบายความในใจก็ไม่มี แล้วแมดส์คือใจร้ายมาก ไม่อ่อนโยนกับน้องไม่พอยังมาเล่นกับใจน้องอีก ตอนที่เอนยาถูกสั่งให้ไปกลับเช้าเย็นเหมือนเดิมคือสะเทือนใจแทนน้องมาก ถ้าจะเปลี่ยนใจแบบนี้ก็อย่ามาทำให้น้องมีความหวังแต่แรกจะได้มั้ย? โคตรโกรธตาแมดส์เลยเอาจริง ใจร้ายเกินไป
    #5,833
    0
  13. #5747 Kttjj (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 29 กรกฎาคม 2563 / 10:46
    น้องแค่ต้องการอิสระ ทำไมต้องโหดร้ายกับน้อง อยากพาน้องหนีจากหมาบ้าฮืออออ
    #5,747
    0
  14. #5661 sepiaq (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 23 กรกฎาคม 2563 / 00:04
    น้องไม่ได้ดื้อ คุณหนูแค่โหยหาอิสระอะ ดูสิ่งที่เขาทำกับคุณหนูสิTT
    #5,661
    0
  15. #5641 fararaferren (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 20 กรกฎาคม 2563 / 23:54
    น้องดื้ออะไร แค่อยากได้ในสิ่งที่ตัวเองควรได้ เป็นใครมาจากไหนกันไทเลอร์ ทำกับน้องแบบนี้อ่ะ นี่เหรอดูแล แกมันใจร้ายที่สุดเลย ฮือๆๆๆ
    #5,641
    0
  16. #5533 lopenav (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 12 กรกฎาคม 2563 / 18:47
    เราไม่ได้มองว่าน้องดื้อเลยอ่ะ ทำแบบนี้โคตรจะไร้สิทธิมนุษยชน ไม่แปลกเลยสักนิดที่คุณหนูจะโหยหาอิสระขนาดนี้ สงสารน้องมาก
    #5,533
    0
  17. #5475 pimpitchant (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 8 กรกฎาคม 2563 / 07:09
    อ่อนโยนกับน้องหน่อยเตงง
    #5,475
    0
  18. #5156 machada07 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 12 มิถุนายน 2563 / 20:39
    แว้กกกก อย่าทำน้องงงง
    #5,156
    0
  19. #4827 ปงจี้ (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 1 มิถุนายน 2563 / 01:20
    น้องเธียร์ลูก แงงงงง
    #4,827
    0
  20. #4824 kmx03 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 31 พฤษภาคม 2563 / 22:13
    ขอให้น้องไม่รัก!!
    #4,824
    0
  21. #4313 thatdimplepeach (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2563 / 00:03

    อย่าาทำน้องงงงงงงงงงงงงงงงง

    #4,313
    0
  22. #4256 ปงจี้ (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2563 / 04:10
    อย่าทำน้องงงงง แงงงงงงง้
    #4,256
    0
  23. #3548 om_kanokrat (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 10 เมษายน 2563 / 12:44
    อ่ยยรุนเเรงจิง
    #3,548
    0
  24. #3398 pplinyeol (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 7 เมษายน 2563 / 02:01
    เบาหน่อยนายน้องช้ำหมดแล้วววววววววววววว
    #3,398
    0
  25. #3334 พี่สาวน้องมาร์ค (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 29 มีนาคม 2563 / 18:37

    เมื่อไหร่แมดส์จะหยุดบ้า สงสารน้อง

    #3,334
    0