[ #MINNO ] MAD DOG ¦ True Alpha x Pure Omega

ตอนที่ 26 : Mad Dog : Chapter 22

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 7,730
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,176 ครั้ง
    5 มี.ค. 63

 

Note : ไม่ต้องเอาทิชชู่มาก็ได้ แค่เตรียมใจมานิดหน่อยก็พอ...
 

 

“สะ สุดท้ายนายเอง ฮึก มันก็ไม่ได้ต่างจากอัลฟ่าพวกนั้นเลยสักนิด..”

ความรู้สึกเจ็บปวดที่เจ็บปวดเกินกว่าครั้งไหน ๆ ที่เคยถูกทำร้ายจิตใจ กำลังกัดกินหัวใจของเพียวโอเมก้าเกินกว่าที่เจ้าตัวจะเยียวยาตัวเองได้เหมือนเช่นทุกครั้งที่ผ่านมา

ทั้งที่ในตอนนี้ทรูอัลฟ่าตรงหน้าจะไม่ได้บีบข้อแขนของเธียร์ แต่สุดท้ายเธียร์ก็ยังเจ็บเพราะคำพูดที่ออกมาจากปากอีกฝ่าย และการกระทำที่ไม่แยแสความรู้สึกของตัวเอง

“ไปเอามาจากไหนว่าฉันจูบกับเลสลีย์” คนตาดุเอ่ยถามเสียงเข้ม

“ปะ ปล่อย อึก” เธียร์ไม่ยอมตอบคำถามของแมดส์ ทั้งยังพยายามที่จะดึงแขนของตัวออกจากมือของอีกฝ่าย เพราะอยากจะหนีออกไปจากสถานการณ์อันน่าอึดอัดให้เร็วที่สุดในตอนนี้

“คุยกันให้รู้เรื่อง..” แมดส์ดึงตัวอีกฝ่ายไว้อย่างไม่ยอมปล่อย ยิ่งต่างฝ่ายต่างดึงดันสุดท้ายคนที่เจ็บตัวก็ยังคงเป็นเพียวโอเมก้าตัวเล็ก ข้อแขนที่เป็นรอยช้ำขึ้นมาให้เห็นอย่างชัดเจน จนไม่ต้องถามก็พอจะรู้ว่าคงเจ็บไม่น้อย

“จะ เจ็บ ฮึก” คนที่ร้องไห้จนหน้าแดงก่ำได้แต่เอ่ยบอกคนตรงหน้าทั้งน้ำตา

“เธียร์”

“ตอบ”

แมดส์ ไทเลอร์ เอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง ทั้งยังเลือกใช้คำสั้น ๆ เป็นตัวกดดันให้คุณหนูเยลเวอร์ตันตอบตัวเอง แทนที่จะใช้ประโยคยาวเหยียด

“ละ อึก เลสลีย์” คุณหนูเยลเวอร์ตันยอมตอบคำถามทั้งที่ยังสะอื้นฮัก “เรา อะ อึก เจ็บนะไทเลอร์” เพียวโอเมก้าตัวขาวเบะปากด้วยความเจ็บ

“….”

“ระ เราไม่น่าเลยจริง ๆ อึก ไม่น่าคิดอยากจะมี ฮึก อะ อิสระ ทั้งที่รู้ว่าตัวเองไม่มีทางได้มันมา” 

เมื่อลองคิดดูแล้ว ถ้าหากในวันนั้นเขาไม่คิดจะหนี ไม่พยายามฝืนสิ่งที่ควรจะเป็นของตัวเอง บางทีเขาอาจจะไม่ต้องพบเจอกับความเจ็บปวดที่มากมายเช่นนี้

ความเจ็บปวดของคนที่ไม่เคยเป็นที่ต้องการ ไม่ว่าจะเจ็บอีกสักกี่ครั้ง มันก็ไม่มีวันชินชาได้

ทุกการกระทำที่ผ่านมาของ แมดส์ ไทเลอร์ มันคืออะไรกันแน่… ในวันที่เขาหมดสิ้นซึ่งหนทางและไร้ที่พึ่งพาแม้จะมีอีกฝ่ายอยู่ข้างกาย แต่สุดท้ายไทเลอร์ก็คือคนเดียวกับที่กำลังจะเดินหันหลังให้เขาในวันนี้

“คะ เคยนึกถึงความรู้สึกของเราบ้างไหม..” คนตัวขาวทรุดตัวลงกับพื้นดินที่เฉอะแฉะอย่างไม่กลัวว่าคราบสกปรกจะทำให้เสื้อผ้าตัวเองเปรอะเปื้อน “ถ้า อึก นายไม่ได้รู้สึกอะไรกับเราก็บอกเรามา บอกให้คนอย่างเรา ฮะ ฮึก เลิกโง่เสียที”

“ฉันจูบเลสลีย์จริง..” ทรูอัลฟ่าผิวคร้ามแดดเอ่ยตอบคนที่ทรุดลงไปนั่งร้องไห้กับพื้น ทันทีที่เจ้าตัวเอ่ยออกไปเช่นนั้น ใบหน้าจิ้มลิ้มของคุณหนูเยลเวอร์ตันก็เงยหน้าขึ้นมามองนักฆ่าหนุ่มด้วยความผิดหวังเต็มที

สายตาที่สั่นไหวดั่งผืนน้ำที่เกิดระลอกคลื่นเมื่อลมพัดผ่าน ความรู้สึกที่ไม่สามารถจับต้องได้ ล้วนแล้วแต่ถูกทำลายด้วยคำพูดเพียงไม่กี่คำ

เจ้าของกลุ่มผมสีเข้มพยักหน้ารับช้า ๆ ก่อนที่เปลือกตาสีอ่อนจะปิดลง เพื่อสะกดกลั้นน้ำตาที่กำลังจะไหลลงมาอีกระลอกใหญ่ เธียร์ เยลเวอร์ตัน ฉุกคิดสิ่งที่กำลังพรั่งพรูออกมาอย่างมากมายภายในใจของตัวเองชั่ววินาที แล้วตัดสินใจเอ่ยประโยคที่ทำให้ แมดส์ ไทเลอร์ ใช้ดวงตาคมกริบจ้องมาที่ตัวเองราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ

“เราไม่อยากหนีอีกต่อไปแล้ว… แม้แต่อิสระพวกนั้นเราก็ไม่อยากได้มันอีก”

เขาจะอยากได้มันมาเพื่อะไรกันอีก ในเมื่ออิสระที่ว่ามันไม่ได้หอมหวานอย่างที่คิด..

ถ้าหากตรงหน้านี่เป็นหน้าผาสูงชัน.. เธียร์เองก็จะไม่ลังเลเลยสักนิดที่จะกระโดดลงไป

“…..”

“นะ นายไม่จำเป็นต้องพาเราไปกรีนเลค ไม่จำเป็นต้องมาสนใจเราอีก ฮึก ระ เราอยากกลับฮาร์เดนเจอร์

บางทีมันก็คงถึงเวลาที่เขาควรจะกลับไปยอมรับความจริงเสียที คู่แห่งโชคชะตาที่ใครต่างเฝ้ารอคอย อาจจะไม่ใช่คู่ชีวิตเสมอไป

“พูดอะไรออกมา รู้ตัวบ้างไหม?”

“มะ ไม่มีวันไหนที่นายเคยจะหยุดวิ่งหนีเรา ฮึก มะ ไม่มีวันไหนเลยจริง ๆ การกระทำของนายมันมีอะไรที่เป็นจริงบ้าง”

การกระทำที่ แมดส์ ไทเลอร์ สามารถทำกับใครคนอื่นได้ เหมือนที่ทำกับ เธียร์ เยลเวอร์ตัน มันคงจะเป็นเรื่องปกติ

“นายคิดว่าทุกอย่างมันคือเรื่องล้อเล่นหรือเธียร์”

“….”

“ฉันผิดอะไรที่ไม่อยากให้นายต้องมาเผชิญกับอัลฟ่าที่นี่ ทั้งที่ฉันพยายามปกป้องนายมาตลอด แต่มันก็เป็นนายที่ไม่เคยฟัง”

“….”

“อย่างน้อยการที่ฉันจูบกับเลสลีย์ มันก็ทำให้ฉันมั่นใจอะไรมากขึ้นในเรื่องที่ฉันกำลังสับสน”

“….”

“และการที่นายมาเดอะฮิลล์โดยไม่ฟังฉันแบบนี้ มันก็ไม่ต่างจากนายกำลังทรยศฉันหรอกเธียร์”

“การที่เราเป็นห่วงนายมันคือการทรยศหรือ..” คำกล่าวว่าที่อีกฝ่ายใช้มันกับคุณหนูเยลเวอร์ตัน มันช่างรุนแรงเกินกว่าครั้งไหน ๆ ที่อีกฝ่ายเคยพูดจาร้ายกาจใส่กัน “นายดูถูกความเป็นห่วงของเรามากไปไทเลอร์…”

“ก็เพราะนายไม่เคยเข้าใจอะไร”

“นายบอกว่าเราไม่เข้าใจนาย.. แล้วตัวนายเคยเปิดใจให้เราบ้างไหม..”

แมดส์ ไทเลอร์ ได้แต่เงียบเมื่อถูกคุณหนูเยลเวอร์ตันถามออกไปเช่นนั้น

“งั้นก็ยินดีด้วยจริง ๆ ที่คนอย่างนายเป็นทั้งคนที่ทำให้ฉันทั้งเปิดใจ และปิดใจอีกครั้งได้อย่างไม่น่าเชื่อ”

“….”

“ฉันมาไกลเกินกว่าที่จะพาตัวเองกลับไปเป็นเหมือนเดิมได้แล้วเธียร์..”

“….”

“ความหวังดีของนายมันทำร้ายฉัน..”

“….”

“นายกำลังทำร้ายฉันเหมือนผู้หญิงคนนั้นไม่มีผิด”

เจ้าของใบหน้าคมเองก็เอ่ยด้วยน้ำเสียงเจ็บปวดไม่ต่าง ก่อนที่เจ้าตัวจะเดินเลี่ยงออกไป โดยเดินผ่านคนที่กำลังเดินเข้ามาใหม่ไปอย่างไม่คิดจะสนใจ และปล่อยให้คุณหนูเยลเวอร์ตันได้แต่นิ่งงันเพราะประโยคอันเจ็บแสบ

“ฮึก..”

ผลตอบแทนที่ได้รับจากความเป็นห่วงของเขา มันช่างไร้ค่าสิ้นดี..

ไม่ว่าจะให้ไปสักเท่าไหร่ มันก็ไม่เคยมีความหมายสำหรับ แมดส์ ไทเลอร์

 

 

“เดี๋ยวมันหายบ้าเมื่อไหร่ คุณหนูค่อยเข้าไปคุยมันก็คงยังไม่สาย”

เพียวโอเมก้าตัวเล็กสะดุ้งน้อย ๆ ก่อนที่จะหันไปมองอัลฟ่าผมสีเพลิงที่ยืนหลบมุมพิงกับเสาไม้ขนาดใหญ่ ท่าทางที่ไม่ได้ยินดียินร้ายของเจ้าตัวไม่ได้ช่วยทำให้เธียร์รู้สึกดีขึ้นเลยสักนิด

“เขาคงไม่อยากคุยกับเราแล้วล่ะ..”

“ถ้าคุณหนูฉลาดพอ ก็น่าจะเข้าใจได้ว่าการกระทำของหมอนั่นในวันนี้ มันเกิดจากอะไรกันแน่…”

“นี่คือเหตุผลที่เรียกเรามางั้นหรือ?”

“ทำไมถึงพูดแบบนั้นล่ะคุณหนู” รีส เบลเลอมอนท์ คลี่ยิ้มน้อย ๆ ก่อนที่จะเดินเข้ามายื่นมาตรงหน้าคนตัวขาว เพื่อให้อีกฝ่ายลุกขึ้นจากพื้นสกปรกนี่

“อย่ายุ่งกับเราดีกว่าเบลเลอมอนท์” เธียร์ เยลเวอร์ตัน เลือกที่จะปัดความช่วยเหลือของผู้ปกครองฟลัม ก่อนที่จะลุกขึ้นยืนด้วยตัวเอง

“เห็นทีว่ามันคงจะเป็นเรื่องยาก”

“….”

“ยังไง แมดส์ ไทเลอร์ ก็เป็นน้องชายของฉันคนหนึ่งเหมือนกัน”

“นะ น้องชาย?”

“แล้วคุณหนูไม่แปลกใจหรือว่าทำไมแม่ของแมดส์ถึงอยู่ในฝั่งปราสาท แล้วทำไมทหารของฟลัมถึงไม่มีสิทธิ์ทำอะไรหมอนั่นได้”

“….”

“ฉันเชื่อได้เลยว่าคนอย่างแมดส์ คงยังไม่มีทางเล่าเรื่องพวกนั้นให้คุณหนูฟังอย่างแน่นอน”

“เพราะเรารู้ว่ามันเป็นเรื่องที่เจ็บปวดสำหรับไทเลอร์ เราถึงไม่อยากถาม..”

“แต่ในบางครั้งความเจ็บปวดก็ยังคงต้องการได้รับการเยียวยา”

“....”

“เพราะสำหรับแมดส์ ฉันเองก็คงเป็นใครอีกคนที่เขายังคงรู้สึกต่อต้าน..”

“พวกนายทำอะไรกับเขากันแน่..”

“….”

“ถ้าสิ่งที่เขาเป็นอยู่ในตอนนี้มันเกิดขึ้นเพราะคำว่าครอบครัว เราเองก็ไม่แปลกใจเลยสักนิดที่เขาจะเกลียดคนในครอบครัว

“ฉันไม่มีอะไรจะแก้ตัว…”

“ทั้งที่รู้ว่าเขาเจ็บปวดกับเรื่องพวกนี้ แต่นายก็ยังเลือกที่จะทำให้เขาเจ็บกับมันซ้ำอีก”

“….”

“นายมันเป็นพี่ชายที่แย่ที่สุดเท่าที่เราเคยเจอ”

“แล้วคุณหนูจะเดือดร้อนอะไรกัน ในเมื่อคุณหนูเองก็ดูจะเจ็บปวดกับตัวตนของแมดส์ไม่น้อย”

“….”

“ถ้าอยากกลับฮาร์เดนเจอร์จริง ๆ ฉันเองก็สามารถช่วยคุณหนูได้”

“เรา….”

“กลับไปคิดดูให้ดี ก่อนตัดสินใจทำอะไร”

“….”

“คุณหนูเองก็น่าจะรู้ว่าหมาบ้าของตัวเอง มันใจเด็ดมากแค่ไหน”

หมาบ้าของเขางั้นหรือ? นี่เบลเลอมอนท์กำลังพูดเรื่องตลกอะไรให้เขาฟังอยู่กันแน่..

 

 

ฝนที่เทกระหน่ำลงมาอีกครั้งในช่วงเย็น จนทำให้ไม่สามารถที่จะทำอะไรได้ ย่อมทำให้คุณหนูเยลเวอร์ตันต้องกลับมาที่บ้านพักซึ่งถูกจัดเตรียมไว้ให้ และมันก็เป็นอีกเรื่องที่น่าอึดอัดใจสำหรับเธียร์เหลือเกิน เมื่อเจ้าตัวนั้นรับรู้ว่าจะต้องอยู่ร่วมชายคาเดียวกับหมาบ้าที่พูดจาทำร้ายจิตใจเขาเมื่อช่วงบ่าย

หลายชั่วโมงก่อนหน้านี้ที่ เธียร์ เยลเวอร์ตัน เอาแต่นั่งเงียบ ๆ และปล่อยให้น้ำตาที่เคยไหลพรากได้แห้งเหือดไปตามกาลเวลา แม้ในตอนนั้นจะนั่งอยู่กลางวงล้อมของอัลฟ่าแปลกหน้าอย่างเช่นเบลเลอมอนท์และคนสนิทของอีกฝ่าย มันก็ไม่ได้ทำให้เธียร์นึกกังวลเลยสักนิด เมื่อเทียบกับเรื่องที่เจ้าตัวขบคิดอย่างหนักอยู่ในหัวตอนนี้

ละอองน้ำฝนเย็น ๆ ที่กระทบกับผิว สร้างความไม่สบายเนื้อไม่สบายตัวให้กับเพียวโอเมก้าตัวเล็ก มือขาวได้แต่ลูบน้ำที่เปียกบนใบหน้าของตัวเองออก ก่อนจะยกแขนขึ้นกอดตัวเองเพื่อเพิ่มความอบอุ่น

อากาศของเดะฮิลล์ช่างแปรปรวนยิ่งนัก ทั้งที่เมื่อช่วงเช้าก่อนที่เธียร์จะมาที่นี่มันจะมีเพียงแค่เมฆอันมืดครึ้ม และเมื่อมาถึงเดอะฮิลล์ก็ไร้ซึ่งหยดน้ำที่ตกลงมาจากบนฟ้า หลงเหลือก็แต่เพียงความชื้นเฉะที่ถูกทิ้งไว้ต่างหน้า

สภาพอากาศอันหม่นหมองและหดหู่ มันประจวบเหมาะเสียเหลือเกินกับปัญหาที่กำลังถาโถมในตอนนี้ บรรยากาศอันไม่น่าภิรมย์ และความรู้สึกที่ยังคงดำดิ่ง ช่างยากเหลือเกินที่จะฉุดรั้งตัวเองขึ้นมาจากบ่วงความรู้สึกนี้ได้

บานประตูไม้ถูกผลักให้เปิดออกอย่างช้า ๆ ด้วยฝีมือของเพียวโอเมก้าตัวเล็ก อาการครั่นเนื้อครั่นตัวจากสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงจนไม่สามารถปรับตัวได้ทัน สร้างความรู้สึกมันหัวนิด ๆ ให้กับเธียร์ได้อย่างไม่ยาก

กลิ่นไม้หอมอันเป็นเอกลักษณ์ของ แมดส์ ไทเลอร์ ดูจะเข้มขึ้นกว่าทุกครั้ง และมันก็เป็นตัวบ่งบอกได้ดีว่าเจ้าของกลิ่นไม้หอมนี้อยู่ในบ้านพัก ผิดจากความคิดของเธียร์ในตอนแรกที่คาดว่าอีกฝ่ายคงจะยังไม่กลับเข้ามา

บ้านพักชั้นเดียวที่ตั้งอยู่บริเวณแถบหลังหน่วยป้องกัน มันช่างปลีกวิเวกและไร้ซึ่งบ้านพักที่อยู่ข้างเคียง ภายในที่พักที่จัดออกเป็นสัดส่วนอย่างชัดเจน พอให้สามารถใช้อยู่อาศัย บานประตูห้องแรกสุดคือห้องน้ำในตัวที่พึ่งถูกใช้งานไป จนทำให้พื้นห้องน้ำนั้นมีคราบน้ำที่ติดพื้น ส่วนอีกห้องหนึ่งซึ่งอยู่เยื้องกันก็เป็นเป็นเพียงห้องเก็บของเท่านั้น ส่วนห้องสุดท้ายที่อยู่ด้านในสุดของทางเดินก็คงจะเป็นห้องนอนอย่างไม่ต้องสงสัย

ประตูห้องที่ปิดไม่สนิท ทำให้แสงสว่างจากเชิงเทียนภายในห้องส่องสว่างมายังทางเดิน แสงของมันวูบไหวไปตามแรงลมที่พัดผ่าน และห้องที่ว่าก็คือต้นตอของกลิ่นหอมที่ลอยคละคลุ้งอยู่ภายในบ้านพัก

คุณหนูเยลเวอร์ตันเองก็เลือกที่จะเดินไปหยิบเสื้อผ้าของตัวเอง ก่อนจะหายเข้าไปชำระร่างกายภายในห้องน้ำ เพื่อกำจัดคราบสกปรกที่เปรอะเลอะเทอะตามร่างกายของตัวเอง ร่องรอยแดงช้ำที่เกิดจากน้ำมือของทรูอัลฟ่าหนุ่มยิ่งฉายชัด เมื่อผิวกายสีน้ำนมนั้นถูกชำระจนสะอาดสะอ้าน

บานกระจกใหญ่ที่ตั้งอยู่ด้านนอก สะท้อนความบอบช้ำของ เธียร์ เยลเวอร์ตัน ทั้งจากภายนอกและภายในที่แสดงผ่านออกมาทางสายตา หลังจากที่เจ้าตัวทำธุระส่วนตัวเสร็จเรียบร้อย

แสงสว่างอันน้อยนิดภายในบ้าน เริ่มจะเหลือน้อยลงเต็มทีเพราะเวลาที่ใกล้เข้าช่วงพลบค่ำ หยาดน้ำฝนเม็ดเล็กยังคงตกกระทบกับตัวบ้าน จนทำให้เกิดเสียงอื้ออึงสลับกับเสียงคำรามของฟ้าฝนแทนความเงียบ

กึก

เธียร์เผลอหยุดเท้าของตัวเองที่กำลังก้าวเดิน เมื่อคนที่อยู่ในห้องนอนนั้นเดินพรวดพราดออกมาในสภาพที่ค่อนข้างแย่กว่าเมื่อตอนช่วงบ่าย เมื่อไร้อาภรณ์ซึ่งปกปิดร่างกาย มันก็ทำให้เธียร์มองเห็นร่องรอยบาดแผล และรอยแดงช้ำที่เกิดขึ้นบนช่วงตัวของอีกฝ่าย

ผ้าพันแผลที่ถูกพันลวก ๆ บริเวณช่วงไหล่อย่างไม่คำนึงถึงความเรียบร้อย ก็เต็มไปด้วยของเหลวสีแดงเข้มจนทะลุผ่านผ้าออกมาให้ได้เห็น แม้จะไม่ได้เป็นฝ่ายเจ็บตัว แต่เธียร์ก็รับรู้ได้ว่าบาดแผลที่เกิดขึ้นมันคงเจ็บไม่น้อย

“เชิญตามสบาย..”

ทรูอัลฟ่าหนุ่มเอ่ยเสียงห้วน ก่อนที่จะเดินหลบทางให้กับคุณหนูเยลเวอร์ตัน ท่าทางเฉยเมยและคำพูดอันแสนห้วนเช่นนี้ ยิ่งตอกย้ำว่าเธียร์ไร้ตัวตนแค่ไหน ในสายตาของ แมดส์ ไทเลอร์

“แล้วนายจะไปไหน..”

“….” แมดส์ ไทเลอร์ ไม่ยอมตอบอะไร นอกเสียจากจะหมุนตัวเดินไปอีกมุมหนึ่งของบ้านพัก การกระทำที่แสดงออกว่าไม่อยากสนทนาของไทเลอร์ มันทำให้เธียร์ได้แต่ก้มลงมองเท้าของตัวเอง ก่อนที่เจ้าตัวจะเดินคอตกเข้าไปในห้องนอน

แค่เพียงทิ้งตัวลงนั่งบนเตียงนอนขนาดกลาง เธียร์ก็ได้กลิ่นประจำตัวของแมดส์อย่างชัดเจน ไม่ว่าจะทั้งจากหมอนใบโตหรือผ้าห่มที่กำลังใช้ให้ความอบอุ่นตัวเองอยู่ในตอนนี้ บวกกับกลิ่นจาง ๆ จากไม้ที่กำลังไหม้บริเวณเตาผิงก็ยิ่งทำให้กลิ่นของแมดส์นั้นเข้ากันได้ดี

เนื่องจากความรู้สึกไม่สบายตัวหลังจากที่ตากฝนมา ก็ทำให้คุณหนูเยลเวอร์ตันเลือกที่จะล้มตัวนอน หวังจะบรรเทาอาการครั่นเนื้อครั่นตัวของตัวเอง ก่อนจะผล็อยหลับไปอย่างไม่รู้ตัวเพราะสภาพอากาศที่เป็นใจในการนอน

สถานการณ์ที่น่าอึดอัดกลับมาอีกครั้ง เมื่อทรูอัลฟ่าหนุ่มกลับเข้ามาในห้องโดยที่เธียร์เองก็ไม่รู้ตัว จนเจ้าตัวสะดุ้งตื่นเพราะเสียงฟ้าร้องดังสนั่นจากฝนทางด้านนอกที่ไม่มีทีท่าว่าจะหยุดตก เพียวโอเมก้าตัวเล็กขยับตัวขึ้นนั่งพิงหัวเตียง โดยได้แต่มองเจ้าของแผ่นหลังกว้างที่นั่งนิ่งอยู้บริเวณปลายเตียง

ร่างกายที่สวมใส่เพียงกางเกงตัวยาวซึ่งเกาะหมิ่นเหม่บนช่วงสะโพกสอบ จนทำให้เห็นกล้ามเนื้อบริเวณเชิงกราน ช่วงบนที่เปลือยเปล่ามาตั้งแต่แรกประดับไปด้วยรอยช้ำ และบาดแผลต่าง ๆ ที่น่ากลัวไม่น้อย

ผ้าพันแผลที่ชุ่มเลือดก่อนหน้าของไทเลอร์ถูกเปลี่ยนใหม่จนกลับมาอยู่ในสภาพที่ดีกว่าเดิม เสียงจิ๊ปากด้วยความหงุดหงิดของแมดส์เกิดจากความรู้สึกน่ารำคาญของบาดแผล ไอ้รอยแผลที่ได้มาแต่แรกคงจะไม่อักเสบเลยสักนิด หาก แมดส์ ไทเลอร์ ไม่เผลอตัวอาละวาดใส่ ราเชล สแตนลีย์ โดยที่ไม่คำนึงถึงสภาพร่างกายของตัวเองเช่นนั้น

“ขอโทษที่เราสร้างแต่ปัญหาให้นาย..” เธียร์เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเบาหวิว ระหว่างเขาทั้งสองคนมันยังมีเรื่องค้างคาใจที่ต่างฝ่ายต่างไม่ได้พูดมันออกไปทั้งหมด

“ถ้าฉันพาคุณหนูไปส่งที่วัลเดสตั้งแต่แรก เรื่องมันก็คงจะจบแล้ว” คนที่นั่งหันหลังให้กับเธียร์ ผินใบหน้ากลับมามองคนตัวขาวเล็กน้อย ก่อนจะหันกลับไปและเอ่ยต่อ

“….”

“ไม่รู้สึกบ้างหรือว่ายิ่งคุณหนูวิ่งไล่ตามฉันมากเท่าไหร่ มันก็มีแต่คุณหนูเองที่ต้องเจ็บ”

แมดส์ ไทเลอร์ รู้ตัวดีว่าตัวเองอันตรายเกินกว่าที่จะอยู่ข้างใครได้ สิ่งที่เจ้าตัวเป็นและการใช้ชีวิตของเจ้าตัว มันยากเกินกว่าที่จะให้ใครเข้ามาในชีวิต

ยังไงเสีย เขาเองก็คงไม่สามารถรักษาใครไว้ได้.. เพราะแม้กระทั่งความเป็นตัวเอง เขาเองก็ไม่สามารถรักษามันไว้ได้เช่นกัน น้ำหนักของความเจ็บปวดที่มันตกตะกอนอยู่ในใจ มันยังคงเป็นสาเหตุที่ทำให้แมดส์สามารถผลักทุกคนออกไปจากชีวิตของตัวเอง

“นายคือใครกันแน่ไทเลอร์..”

มือที่กำลังหมุนมีดสั้นในมือเล่นไปมาหยุดชะงักลง เมื่อได้ยินคำถามจากปากคุณหนูเยลเวอร์ตัน จนทำให้เจ้าตัวนึกถึงตัวตนที่แท้จริงของตัวเองขึ้นมา

เขาควรเป็นใครกันดีล่ะ? เป็น แมดส์ ไทเลอร์ หรือใครอีกคนที่ตัวเขาเองไม่อาจยอมรับได้ แต่การเป็นหมาบ้าที่มันไร้หัวนอนปลายเท้าเช่นนี้

มันก็ถูกแล้วไม่ใช่หรือ

“….”

“บอกเราได้ไหม..”

“แล้วทำไมฉันถึงต้องบอกอะไรคุณหนู.. มันจำเป็นหรือที่คุณหนูต้องรู้เรื่องของฉัน”

“แล้วเมื่อไหร่เราถึงจะเข้าใจนาย” แรงสวมกอดบริเวณช่วงเอวสอบซึ่งมาจากทางด้านหลัง ทำให้ทรูอัลฟ่าที่ถูกเพียวโอเมก้าสวมกอดนิ่งงัน

“….”

“เมื่อไหร่ที่เราจะรู้ว่านายกำลังเจ็บปวดกับอะไรอยู่” ผิวแก้มเย็นจากสภาพอากาศที่เย็นกว่าเมื่อช่วงกลางวันของเธียร์แนบลงบนแผ่นหลังกว้าง

“ไม่มีใครช่วยฉันได้..” ลมหายใจที่สะดุดของไทเลอร์ มันแสนสะกิดใจคนที่กำลังโอบกอดเจ้าตัวจากทางด้านหลัง

ไม่มี…

ฝันร้ายอันไม่อาจลืมเลือน มันจะจางหายไปได้อย่างไร

“แม้กระทั่งความรู้สึกที่เคยมีกับคุณหนู มันก็ไม่มีทางเหมือนเดิม..”

“….”

“สิ่งที่น่าเจ็บปวดกว่าคำพูดพวกนั้น มันคือสายตาของคุณหนู..”

สายตาที่มองเขาอย่างผิดหวัง แม้ปากของเจ้าตัวจะบอกว่าสิ่งที่ทำคือความเป็นห่วง มันช่างย้อนแย้งสิ้นดีในสายตาของ แมดส์ ไทเลอร์ สายตาที่เหมือนกับที่ผู้หญิงคนนั้นมองเขา.. ไม่ว่าจะผ่านมานานแค่ไหน จะชินชาสักเท่าไหร่ หรือต่อให้เขาจะตายด้านเรื่องความรู้สึก มันก็ไม่อาจปฏิเสธได้ว่ามันยังคงเจ็บปวดเหลือเกิน

เจ็บที่ไม่รู้จะต้องอธิบายอย่างไรให้ใครเข้าใจ และเจ็บที่ตัวเองต้องเป็นแบบนี้

“คำพูดของนายมันก็ทำให้เราเจ็บปวดไม่แพ้กัน..”

“….”

“เพราะความคิดน้อยเพียงครั้งแรกของเรา มันทำให้นายเลือกที่จะหันหลังให้เราเลยหรือไทเลอร์” หยดน้ำตาอุ่นรินรดบนแผ่นหลังอุ่นร้อน แมดส์ ไทเลอร์ สามารถสัมผัสได้ถึงน้ำตาของคนตัวเล็ก ทั้งที่ เธียร์ เยลเวอร์ตัน ไม่ได้กอดไทเลอร์ด้วยแรงมากมาย แต่มันก็มากพอที่จะทำให้ทรูอัลฟ่าที่เริ่มสงบลงได้นิ่งฟัง

เงาสะท้อนของคนทั้งคู่ในตอนนี้ มันช่างดูอ้างว้างทั้งที่ร่างกายต่างแนบชิด…

“แค่ตอนนี้ฉันยังมีอิทธิพลกับคุณหนูได้มากขนาดนี้ หากต่อไปมีเรื่องที่ร้ายแรงกว่านี้ คุณหนูเองต่างหากที่จะทนไม่ไหว และต้องเป็นฝ่ายเดินหนีไปจากฉัน”

คนที่ไร้ตัวตนเช่นเขา ไม่จำเป็นต้องมีใครยืนข้างกายเลยสักนิด…

“นาย อะ อึก จะทิ้งเราจริงหรือ..”

“….”

“ทะ ทำไม ฮึก ทำไมต้อง อะ อึก ทิ้งเราไปอีกคน”

ใครว่าเขาทิ้งกัน.. การที่เขาเลือกที่จะเดินออกไป มันคือความตั้งใจที่จะให้อีกฝ่ายได้ก้าวเดินต่อไปโดยไม่ต้องกังวลอะไร เพราะในทุกวันนี้ แมดส์ ไทเลอร์ ก็รู้ตัวดีว่าไม่สามารถที่จะเป็นความสุขให้กับอีกฝ่ายได้

แม้เขาจะไม่ใช่ความสุขของเพียวโอเมก้า ทว่าคุณหนูเยลเวอร์ตันเองก็เป็นความสุขเล็ก ๆ ที่ทำให้เขากลับมารู้สึกอีกครั้ง บ่อยครั้งที่เขามักจะเห็นรอยยิ้มน่ามองของอีกฝ่าย และมันก็บ่อยครั้งเช่นกันที่เขามักจะเห็นอีกฝ่ายร้องไห้

เขาอาจจะเรียนรู้วิธีในการปลูกต้นไม้ให้เติบโตได้ดี แต่ในความจริง เขากลับไม่รู้จักวิธีดูแลเจ้าต้นแม็กโนเลียเลยสักนิด…

“ระ เราไม่เหลือใครแล้ว ฮึก มะ ไม่มีเลยสักคน”

แมดส์ ไทเลอร์ ก็เหมือนกับไฟที่พร้อมจะเผาทุกอย่างให้วอดวาย ไม่ว่าจะเผาตัวมันเองหรือเผาสิ่งที่พยายามวิ่งเข้ามาหามันก็เช่นกัน

ฝ่ามือใหญ่ของไทเลอร์ทาบทับหลังมือขาวของเพียวโอเมก้า หลังจากที่โยนมีดในมือทิ้งลงกับพื้น ก่อนที่จะใช้ปลายนิ้วไล้วนบนหลังมือนิ่ม ใบหน้าคมเข้มที่มีร่องรอยของบาดแผลแต่งแต้มบนใบหน้า ยังคงเหม่อมองไฟที่กำลังลุกไหม้อยู่ในเตาผิงนิ่ง ก่อนที่จะเอ่ยประโยคอันน่าเจ็บปวดที่ทำให้เพียวโอเมก้ากอดรัดเอวสอบแน่น และปล่อยโฮออกมาอย่างกลั้นไม่อยู่

มันเป็นตัวปัญหา”

ต่อให้ไม่วิ่งเข้าหาปัญหา ปัญหาทุกอย่างมันก็พร้อมจะวิ่งเข้ามาหาเขา…

“….”

มันน่ารังเกียจ”

การต้องกลายเป็นหมาบ้าในสายตาคนอื่น มันมีหรือที่จะรอดพ้นจากการถูกรังเกียจ

“….”

มันไม่มีอะไรที่คู่ควรกับคุณหนู”

ความรักที่เห็นแก่ตัวจากการรักตัวเองมากเกินไป.. มันจะไปเหมาะสมกับคนอย่างคุณหนูเยลเวอร์ตันได้อย่างไร

“….”

มันควรอยู่คนเดียว”

มันโชคดีที่พบเจอกับคู่แห่งโชคชะตาโดยบังเอิญ แต่ในขณะเดียวกันมันก็โชคร้ายที่ไม่สามารถพาใครเข้ามาในชีวิตของตัวเองได้

“ทะ ทำไมถึงได้คิดแบบนี้..” เมื่อได้ฟังมันก็ยิ่งทำให้เธียร์ได้แต่ตั้งคำถามในใจมากขึ้นเรื่อย ๆ

สรรพนามที่ทรูอัลฟ่าใช้เรียกแทนตัวเอง มันช่างดูรังเกียจตัวเองจนเธียร์รู้สึกได้ ระยะห่างที่ใกล้กันแค่นี้ แม้จะมีเสียงดังจากด้านนอกรบกวนอยู่ตลอด แต่เขาก็รับรู้ได้ถึงเสียงแหบต่ำที่สั่นไม่น้อยตอนที่เจ้าตัวพูด

เธียร์ไม่กล้าแม้แต่จะเงยหน้าขึ้นไปมองว่าอีกฝ่ายกำลังแสดงสีหน้าเช่นไร ไม่กล้าเลยจริง ๆ แค่แผ่นหลังกว้างที่เขากำลังกอดอยู่ในตอนนี้ มันก็ช่างโดดเดี่ยวเกินกว่าที่จะคาดคิดได้ว่าใบหน้าของอีกฝ่ายในตอนนี้กำลังแสดงสีหน้าเช่นไร

ต่อให้บ้างครั้งเขาจะไม่เข้าใจไทเลอร์จนได้แต่ตั้งคำถาม เขาไม่รู้ว่าอีกฝ่ายกำลังเก็บซ่อนอะไรไว้ในใจบ้าง เพราะอีกฝ่ายไม่ใช่คนที่จะพูดอะไรมากมาย จากการที่เธียร์ได้สัมผัสอีกฝ่ายมาในช่วงระยะเวลาหนึ่ง

แม้จะเจ็บปวดมาเหมือนกัน แต่มันก็ไม่ได้หมายความว่าทุกคนจะมีวิธีการรับมือกับความเจ็บปวดแบบเดียวกัน

“แต่เขาคนนั้นที่นายว่า เขาคือคนที่เราอยากจะรัก

“….”

“ทั้งที่เขาทำร้ายเราด้วยคำพูดสารพัด ทั้งการกระทำที่แย่มากแค่ไหน แต่สุดท้ายเขาก็ยังเป็นคนที่ทำให้เรารู้สึกว่าชีวิตตัวเองยังมีค่า…”

“….”

“ถึงแม้ตอนนี้เขาจะทำลายความไว้ใจของเราไปแล้วก็ตาม”

“ฉันมันขี้ขลาดเกินกว่าจะตอบแทนความรู้สึกของคุณหนู” รอยยิ้มบิดเบี้ยวเกิดขึ้นบนใบหน้าของทรูอัลฟ่า เมื่อเจ้าตัวพยายามจะยิ้มออกมา ทั้งที่มันฝืนทนเหลือเกิน

“….”

“ฉันเคยสับสนว่าตัวเองรู้สึกอย่างไรกันแน่กับคุณหนู จนมาถึงวันนี้ ฉันก็เข้าใจแล้วว่าคำตอบที่ว่ามันคืออะไร และที่คุณหนูเคยถามเรื่องที่ฉันจูบกับเลสลีย์..”

“….”

จูบของคุณหนูที่ฉันเป็นคนอยากจูบ มันดีกว่าจูบของเลสลีย์ที่ฉันแค่อยากพิสูจน์อะไรบางอย่าง”

“มะ หมายความว่ายังไง” เขาสับสนไปหมดแล้ว..

“ถึงฉันจะเห็นแก่ตัวมากแค่ไหน แต่ฉันก็ไม่กล้าพอที่จะเอาโลกที่เลวร้ายของตัวเองเข้าไปในชีวิตของคุณหนูหรอกนะ”

“นายเคยรักตัวเองบ้างไหมไทเลอร์…”

“….”

“สิ่งที่นายทำมันคือการทำร้ายตัวเอง..”

“มันดีที่สุดแล้ว… สำหรับคนที่ไม่เคยเข้าใจว่าความรักคืออะไร”

“การที่นายผิดหวังกับครอบครัว มันไม่ได้แปลว่านายจะผิดหวังกับทุกสิ่ง”

“….”

“เราไม่รู้หรอกว่าพวกเขาเคยทำอะไรกับนายมาบ้าง แต่เราไม่อยากให้นายจมปลักอยู่กับมัน”

“คุณหนูรู้อะไรมา..” แมดส์เอ่ยถามเสียงเข้มขึ้น ก่อนที่จะบีบมือขาวแน่นขึ้น

“นายในวันนี้ไม่ใช่นายในวันนั้น มันคือคนละคน”

“เราแค่อยากรู้จักนายที่เป็นนาย..”

“….”

ราอยากรู้จักนายที่เป็นแมดส์ ไม่ใช่ แมดส์ ไทเลอร์”

ตัวตนที่แท้จริงของแมดส์ต่างหากที่เธียร์อยากจะรู้จัก

“มันสายไปแล้ว..”

ความเชื่อใจที่เสียไปมันไม่สามารถเอากลับคืนมาได้ในตอนนี้..

“ทะ ทำไม..”

“ความรู้สึกของเรามันเริ่มต้นไม่เหมือนกันสักนิด อีกอย่างคุณหนูเองก็อยากจะกลับไปฮาร์เดนเจอร์ไม่ใช่หรือ”

“....”

“ทางเลือกที่ดีที่สุดสำหรับเราทั้งคู่ มันอาจจะเป็นการเดินคนละทางก็ได้”

ในขณะที่เธียร์เริ่มจากร้อย ตัวแมดส์เองก็กลับเริ่มจากศูนย์ มันคงเป็นเรื่องยากที่จะหาทางบรรจบกันได้…

“อยากให้เรากลับไปนักหรือถึงพูดแบบนี้..” คนตัวขาวเอ่ยถามด้วยความน้อยใจ เมื่อได้ยินอีกฝ่ายพูดเช่นนั้น

“คุณหนูเป็นคนพูดมันออกมาเอง”

“พะ เพราะเราโกรธ อึก ระ เราถึงพูดแบบนั้น” เธียร์ เยลเวอร์ตัน ผละตัวออกจากแผ่นหลังของอีกฝ่าย ก่อนที่จะนั่งจ้องแผ่นหลังกว้างของคนตัวใหญ่เงียบ ๆ พลางยกหลังมือปาดน้ำตาที่ไหลลงมาของตัวเอง

คุณหนูเยลเวอร์ตันเริ่มปวดกระบอกตาและเจ็บขอบตา เพราะความช้ำจากการร้องไห้หนักหลายครั้งในรอบวันนี้

“….”

“อะ อย่าไล่ ฮึก เรา อะ อึก อีกเลยนะไทเลอร์”

คนตัวขาวเอ่ยบอกทั้งน้ำตาและเอาแต่ก้มหน้านิ่ง เสียงขยับตัวจากการลุกขึ้นยืนของไทเลอร์ ทำให้คนตัวขาวฟุบหน้าลงกับผืนเตียงอย่างไม่อยากเห็นอะไรอีกแล้วทั้งนั้น

ความเงียบของไทเลอร์มันคงเป็นคำตอบที่ตอบคำถามของเธียร์ได้..

สุดท้าย แมดส์ ไทเลอร์ ก็ยังเลือกที่จะเดินจากไปจากเขา

“มานี่มาเธียร์..”

เสียงแหบต่ำที่ดังขึ้นแทรกเสียงสะอึกสะอื้นของคนตัวขาว ทำให้เพียวโอเมก้าตัวเล็กยอมเงยหน้าขึ้นมา ก่อนจะพบกับคนตัวโตกว่าที่ยังหยุดยืนอยู่บริเวณปลายเตียง ใบหน้าหล่อคมที่ย้อนแสงไฟแม้จะไม่ชัดเจน แต่ทว่าสายตาของอีกฝ่ายที่กำลังมองมาที่เธียร์ ก็กลับชัดเจนเสียจนไม่ต้องพึ่งความสว่างใด ๆ

“ระ เรา อึก ขอโทษ” คนตัวขาวโผเข้ากอดคนที่ยืนอยู่บริเวณปลายเตียง ก่อนจะพูดประโยคเดิมซ้ำไปซ้ำมา จนถูกทรูอัลฟ่าหนุ่มดุเสียงเข้ม

“เลิกขอโทษฉันได้แล้ว..”

“อึก..”

“มันควรเป็นฉันต่างหากที่ควรขอโทษคุณหนู..” เจ้าของผิวเข้มลูบเรือนผมสีเข้มของคนที่กอดเอวตัวเองแน่น ก่อนที่จะค่อย ๆ ดันตัวอีกฝ่ายให้นั่งลงกับเตียงดี ๆ ในขณะที่ทรูอัลฟ่าหนุ่มเท้าวงแขนคร่อมทับและโน้มตัวลงไปคุยกับอีกฝ่าย

“มะ ไม่เจ็บหรือ” เธียร์เอ่ยถามคนที่โน้มใบหน้าลงมาใกล้ชิดตัวเองเสียงสั่น ก่อนจะเหลือบมองบาดแผลช่วงไหล่ที่ถูกพันผ้าเอาไว้ของอีกฝ่าย

“ไม่เท่าไหร่..”

เจ้าของใบหน้าน่ารักได้แต่เสมองอกของอีกฝ่ายอย่างไม่รู้จะวางสายตาไว้ที่ไหน แต่ก็ไม่วายถูกเจ้าของใบหน้าคมไล่ต้อนให้เงยหน้าขึ้นมาสบตากันอีกครั้ง

“ขอโทษที่ฉันวู่วามจนมองข้ามความเป็นห่วงของคุณหนู..” นิ้วมือของไทเลอร์ไล่เกลี่ยน้ำตาที่ยังคงไหลลงมาจากหางตาสวย ก่อนที่จะไล่เช็ดมันอย่างเบามือเพราะกลัวว่าขอบตาของอีกฝ่ายจะช้ำไปมากกว่านี้ “คุณหนูไม่จำเป็นต้องยกโทษให้ฉัน แต่ขอให้รับรู้มันไว้ว่าฉันเองก็รู้สึกผิดไม่น้อยที่ทำแบบนั้นลงไป”

คนตัวขาวส่ายหน้าไปมาช้า ๆ ก่อนจะเอียงใบหน้าซบกับมือใหญ่ที่กำลังเช็ดน้ำตาให้กับตัวเอง

“ขอโทษสำหรับทุกอย่างที่เกิดขึ้นจริง ๆ ”

“….”

“มันคงอาจจะช้าไป ถ้าฉันอยากขอโอกาสที่จะเริ่มต้น”

“ระ เริ่มต้นอะไร”

“ยังอยากรู้จักฉันอยู่ไหมเธียร์..”

“….”

“ช่วยทำให้ฉันมั่นใจได้ไหมว่าความไว้ใจของฉันจะไม่ถูกหักหลังอีกเป็นครั้งที่สอง”

“….”

“ถ้าฉันให้คุณหนูเข้ามาในโลกของฉัน ฉันจะไม่เจ็บปวดอีกใช่หรือเปล่า..”

เธียร์ เยลเวอร์ตัน ไม่สามารถคิดคำตอบเพื่อตอบอีกฝ่ายได้ นอกเสียจากจะพยักหน้ารับช้า ๆ

จูบแผ่วเบาที่เธียร์เต็มใจรับมันจากอีกฝ่าย มันเติมเต็มความว่างเปล่าที่อยู่ในอก หยดน้ำตาของคนผิวเข้มตกกระทบลงบนผิวแก้มใส จนเธียร์เลือกที่จะหลับตาเพื่อที่จะให้อีกฝ่ายได้ร้องไห้ออกมาอย่างไม่อาย แค่เพียงดวงตาที่แดงก่ำและหยดน้ำตาที่คลอหน่วง มันก็มากเกินกว่าที่เธียร์จะทนมองเห็นอีกฝ่ายเป็นแบบนี้ได้

ความรู้สึกที่ส่งผ่านจากสัมผัสแผ่วเบา ช่วยปลอบประโลมความเจ็บปวดที่เกิดขึ้นในใจของคนทั้ง ริมฝีปากหยักบดคลึงกลีบปากสีระเรื่ออย่างนุ่มนวล ชวนให้เกิดความวาบโหวงในท้องราวกับมีผีเสื้อบินวนอยู่ในช่องท้อง

ก้อนเนื้อในอกที่เคยถูกบีบจากมือที่มองไม่เห็น กลับมาเต้นเป็นจังหวะถี่ระรัวอีกครั้ง เพราะสัมผัสอันลึกซึ้งจากปลายลิ้นร้อนที่กวาดต้อนลิ้นเล็กอย่างค่อยเป็นค่อยไป

อากาศหนาวเย็นจากฝนด้านนอกที่ยังคงตกอย่างไม่ยอมหยุด คงไม่สามารถทำให้คุณหนูเยลเวอร์ตันรู้สึกไม่สบายตัวได้ เมื่อเจ้าของวงแขนแข็งแรงนั้นโอบกอดกายขาวไว้ในอ้อมอก

สัมผัสสุดท้ายของริมฝีปากที่ประทับบนข้างแก้มขาวถูกละออกไป ก่อนที่เธียร์จะได้มองหน้าคนที่ล้มตัวนอนข้างกายตัวเอง มือเล็กไล่สัมผัสตามรอยแผลและรอยช้ำบนใบหน้า และร่างกายของอีกฝ่ายด้วยความเป็นห่วง แต่ก็ถูกมือใหญ่นั้นจับไว้ก่อนที่จะได้ทำอะไรต่อไปอีก

“ไม่กี่วันมันก็หาย”

เรื่องแค่นี้ ไม่ใช่เรื่องที่ลำบากสำหรับพวกที่มีร่างกายพิเศษเลยสักนิด..

“ไม่ทำแบบนี้แล้วนะไทเลอร์..”

“….”

“เราจะไม่ทำร้ายกันอีกแล้ว..”

แมดส์ ไทเลอร์ พยักหน้ารับคนตัวขาว ก่อนที่จะดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุมร่างกายให้อีกฝ่าย เพื่อไม่ให้ลมเย็นจากทางด้านนอกสร้างความรู้สึกหนาวให้กับคนตัวเล็ก

ใบหน้าจิ้มลิ้มยังคงมีสีแดงก่ำจากความบอบช้ำซึ่งเป็นผลมาจากการร้องไห้ ทั้งจมูกที่แดงก่ำ รวมไปถึงดวงตาที่แดงช้ำอย่างไม่น้อยหน้า แต่ถึงอย่างนั้นคุณหนูเยลเวอร์ตันก็ยังคงยกยิ้มให้กับแมดส์อย่างไม่คิดลังเล

“อยากฟังเรื่องเล่าของฉันไหม…” เธียร์ครางรับในลำคอ ก่อนที่จะลูบไหล่ของอีกฝ่ายเบา ๆ เมื่อเห็นว่าไทเลอร์นิ่งไปเมื่อพูดจบ

“….”

“ถ้าคุณหนูฟังจบแล้วก็อย่าพึ่งสมเพชฉันไปเสียก่อนล่ะ..”

“เราไม่มีทางทำแบบนั้น..”

“ขอบใจ..”

แต่ใครจะคิดกันเล่าว่าการตัดสินใจรับฟังเรื่องราวจากปากของ แมดส์ ไทเลอร์ ในครั้งนี้ของ เธียร์ เยลเวอร์ตัน จะทำให้คนตัวขาวนั้นนอนฟังอย่างนิ่งงัน ดวงตาคู่สวยได้แต่มองใบหน้าของคนที่เอ่ยเล่าเรื่องราวบางอย่างออกมา ทั้งที่ดวงตาคมนั้นแดงก่ำไปด้วยหยาดน้ำตาที่พร้อมจะรินไหลออกมาอีกครั้ง น้ำเสียงอันเจ็บปวดที่แม้จะแทรกอยู่ภายใต้เสียงแหบต่ำ มันกลับทำให้เธียร์รู้สึกสลดและหดหู่ใจ จนเกินกว่าที่จะอ้าปากเอ่ยถามอะไรออกไปได้

เพียงแค่รับฟัง เขาก็กลับรู้สึกเจ็บปวดไปพร้อม ๆ กับไทเลอร์

สิ่งที่เธียร์ทำมันได้ในตอนนี้คือการกอดอีกฝ่ายแน่น ๆ และเช็ดน้ำตาบนใบหน้าของอีกฝ่ายออก ทั้งที่มือของเจ้าตัวนั้นกำลังสั่นไม่แพ้ไหล่กว้างเลยสักนิด และเมื่อเจ้าของใบหน้าคมนั้นซบใบหน้าลงกับช่วงไหล่เล็ก เพื่อปลดปล่อยน้ำตาที่ไม่สามารถสะกดกลั้นได้ แรงสั่นน้อย ๆ จากร่างกายของคนตัวโตกว่าก็ชัดเจนขึ้นเรื่อย ๆ

สัตว์ตัวโตที่กำลังบาดเจ็บจากแผลฉกรรจ์ที่กลับมาอีกครั้ง ยังคงส่งเสียงร้องครางต่ำในลำคอด้วยความเจ็บปวด ต่อให้มันจะสะกดกลั้นเอาไว้มากสักเท่าไหร่ มันก็ยังคงเล็ดลอดออกมาให้ได้ยินจนปวดใจไปด้วย

แม้เขาจะเคยเห็นความอ่อนแอของ แมดส์ ไทเลอร์ แต่ทว่าความอ่อนแอในครั้งนี้มันช่างหนักหนาเกินกว่าที่จะปล่อยอีกฝ่ายไว้ได้

คนที่มีบาดแผลมาเหมือนกันจากคำว่าครอบครัว สุดท้ายแล้วก็กลับต้องมาช่วยกันรักษาบาดแผลพวกนั้นด้วยความกล้ำกลืน ความเจ็บปวดที่ว่ามันคงไม่มีใครเข้าใจดีไปกว่าคนที่เคยเจ็บปวดมาเช่นเดียวกัน

“มันไม่ใช่ความผิดของนายสักนิดเลยแมดส์”

โลกใบนี้มันมันช่างใจร้ายเหลือเกินสำหรับพวกเขาสองคน…

 

 

HASHTAG #maddogmn

 

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.176K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

6,517 ความคิดเห็น

  1. #6469 Rannaree Rannaree (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 30 ธันวาคม 2563 / 20:08
    โอยยยย ดีใจมากๆๆๆที่ยังคุยกันรู้เรื่อง นึกว่าตอนนี้จะดราม่าหนักๆแบบโกรธกันมาก คุยกันไม่ได้ซะแล้ว ยังดีนะที่ไทเลอร์ยืนให้เธียร์มากอด ไม่หนีน้องไป ขอบคุณทั้งคู่จริงๆที่อดทน เข้มแข็ง และยอมเปิดใจคุยกันตรงๆ
    #6,469
    0
  2. #6373 ParkMild (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 12 ธันวาคม 2563 / 02:37
    อยากรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่ ตอนนี้คือขอบคุณที่น้องเข้าหาไทเลอร์อะ เป็นคนอื่นโดนพูดใส่ขนาดนี้คงไปแล้ว ร้องพยายามเข้าหาจริง ๆ ดีแล้วที่คุยกันอีกครั้ง
    #6,373
    0
  3. #6341 __0997 (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 1 ธันวาคม 2563 / 17:46
    เปียกปอนฮื่อ บอกได้คำเดียวว่าเปียกป้อน อารมณ์เราสวิงมากเพราะร้องไห้แล้วก็ยิ้ม โอ้ยยยยในที่สุด อย่างน้อยๆตอนนี้ความเจ็บปวดของแมดส์ก็ยังพอมีคนได้รับรู้และพร้อมจะเข้าใจอ่ะ มันหนักหนานะ กับคำว่าครอบครัว ยิ่งเกิดมาจากความผิดพลาดก็ยิ่งมีตำหนิ จริงๆทั้งแมดส์และเธียร์เองเหมือนกันตรงที่เกิดมาจากความผิดพลาดของพ่อแม่จริงๆแหละ แล้วไงอ่ะ แล้วความผิดพลาดของพ่อแม่ต้องให้ลูกชดใช้หรอ การเกิดมาโดยที่ครอบครัวไม่ต้องการ หรือคาดหวังให้เราเป็นดั่งใจทั้งๆที่แม้แต่ตัวเองก็ยังทำไม่ได้ อย่าเอาความคาดหวังของตัวเองมาทิ้งไว้ที่ลูกเพราะตัวเองผิดหวังหรือล้มเหลวไดัไหม เห็นไหมว่ามีกี่คนที่ต้องเจ็บ ทั้งเธียร์ที่เกิดมาเป็นโอเมก้า แทนที่จะได้รับความคุ้มครอง และใช้ประโยชน์จากการที่ตัวเองเป็นผู้ปกครองเมืองในการปกป้องลูกจากอันตราย กับยกลูกให้ใครก็ไม่รู้เพียงเพื่ออำนาจร้อนๆที่ไม่อาจอยู่สงบได้ แมดส์กับเชสก็ต้องทนแบกรับว่าตัวเองเป็นลูกที่เกิดจากความผิดพลาด ต้องพยายามอย่างหนักเพื่อให้ตัวเองหลุดพ้น และแอชก็โดนความเกลียดชังของทุกคนที่เกลียดพ่อแม่ตัวเอง ตอนนี้อ่านแล้วสะท้อนสังคมได้เยอะมากเลยค่ะ ไหนจะเรื่องโอเมก้าที่เป็นจุดต่ำสุดของห่วงโซ่อีก ขอบคุณคุณไรท์จริงๆที่เขียนนิยายดีๆแบบดีนะคะ เราประทับใจมากๆเลย
    #6,341
    0
  4. #6311 LILNCT23 (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 28 พฤศจิกายน 2563 / 22:48
    อีพีนี้ให้ข้อคิดกับเราเยอะมาก😭
    #6,311
    0
  5. #6289 Tyler lover (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 25 พฤศจิกายน 2563 / 22:58

    น้ำตาไหลเป็นหมา แง

    #6,289
    0
  6. #6167 jjj_jaejamje (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 14 ตุลาคม 2563 / 00:18
    แงงงงงง เข้าใจกันเเล้วใช่มั้ย กอดโอ๋แมด
    #6,167
    0
  7. #6069 babemay (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 26 กันยายน 2563 / 17:32
    ยากมากเลย แต่เป็นตอนที่ชอบที่สุดมากๆเหมือนกันค่ะ ค่อยๆละเลียดทีละตัวอักษร อ่านแล้วอีโมมากจริงๆ TT_____TT กลัวเขาจะประชดประชันกัน แต่ดีจังที่จบด้วยดี น้องเธียร์ก็พูดความรู้สึกแบบไม่ปิดบัง แมดส์เองก็เปิดใจมากแล้ว คนเปราะบางสองคนจริงๆนะ มีแผลใจกันทั้งคู่ ขอให้ซ่อมแผลใจให้กันและกันได้นะคะ แมดส์อาการหนักมากจริงๆร้องไห้ด้วย แพ้น้ำตาอะ TT______TT ขอบคุณที่อย่างน้อยก็ต่างฝ่ายต่างซื่อตรงต่อความรู้สึก
    #6,069
    0
  8. #6010 doraaung (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 7 กันยายน 2563 / 16:16
    เปิดอกคุยกันเสียที มันคงยากมากแน่ๆ
    ถึงเราจะไม่เข้าใจความรักขนาดนั้น ไม่เข้าใจความรู้สึกที่ทั้งสองคนเผชิญอยู่ แต่เราดีใจที่เปิดใจคุยกันและให้อีกฝ่ายเข้าไปในโลกของตัวเองนะ เก่งมากทั้งแมดส์และคุณหนู

    ขอบคุณสำหรับฟิคนะคะ ไรท์สู้ๆน๊าาา
    #6,010
    0
  9. #5965 mefallinginlovewithjeno (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 20 สิงหาคม 2563 / 15:58
    ดีแล้วที่ได้คุยกัน เปียกปอนจริงๆ อยากกอดทั้งคู่เลย
    #5,965
    0
  10. #5901 Oywctmw (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 8 สิงหาคม 2563 / 12:10
    สู้ๆนะ ทั้งสองคน
    #5,901
    0
  11. #5861 Felicia_Kirisora (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 6 สิงหาคม 2563 / 09:30
    เป็นตอนที่ดีมาก ทุกอย่างมันทัชใจไปหมด ร้องไห้ตามทั้งสองคนแล้ว ดีใจที่ในที่สุดก็ได้เข้าใจกันสักที พวกเขาทั้งสองเหมาะสมกันมากเลย คนสองคนที่ต่างก็มีบาดแผลในใจอย่างหนักจากคำว่าครอบครัว สุดท้ายแล้วย้อนกลับมาเยียวยาและเติมเต็มจิตใจให้กันและกัน ยิ่งตอนที่พี่แมดส์เรียกให้เธียร์มาหาคือเหมือนตายไปเลย อุแงงงงง
    #5,861
    0
  12. #5741 dissilyn (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 29 กรกฎาคม 2563 / 00:23
    เปียกปอน ฉันว่าจะไม่ร้องไห้แล้วเชียววว 😭 ต่อจากนี้ก็คุยกันด้วยเหตุผลนะลูก
    #5,741
    0
  13. #5561 lopenav (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 13 กรกฎาคม 2563 / 13:08
    ฮืออออออ โอเค ดีแล้วที่เริ่มเบลนเข้าหากัน ซีนแมดส์ร้องไห้ทำเราปวดไปหมดเลย 😭
    #5,561
    0
  14. #5483 downdoii (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 11 กรกฎาคม 2563 / 09:31
    แค่แมดส์พูดว่า “มานี่มา” น้ำตาไหลเลย 😭
    #5,483
    0
  15. #5172 kmx03 (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 13 มิถุนายน 2563 / 23:29
    ซีนอารมณ์สุดๆ พี่แมดส์แบบร้องไห้เลยอะ พี่คะ โอ๋ๆนะ ไม่ร้องๆๆ
    #5,172
    0
  16. #4854 ปงจี้ (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2563 / 21:37
    ฉันร้องไห้ มันหนักจริงๆ แงงงงงง เมื่อไหร่ทั้งคู่จะมีความสุขอ่ะ😭
    #4,854
    0
  17. #4511 Mmaaeebb (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 17 พฤษภาคม 2563 / 05:54
    แงงงงงตอนต้นเปิดมาก็คือร้องเลยอ่ะแบบเรื่องของทั้งคู่มันยากจริงๆนั่นแหละ อ่านไปแล้วคิดไปถ้าเราเป็นน้องหนูเธียร์เราก็คงยอมแพ้กับการปีนกำแพงที่ไม่รู้ว่าความสูงมันหยุดที่ตรงไหน หรืิถ้าเราเป็นแมดส์เรื่องในอดีตของเราก็คงทำให้เราก่อกำแพงของตัวเองสูงจึ้นเรื่อยๆและคงไม่หยุดก่อกำแพงนี้อ่ะ ขอบคุณน้องหนูนะลูกที่สู้ที่พยายามมากขนาดนั้น ขอบคุณแมดส์ที่สุดท้ายก็ยอมรับหัวใจตัวเอง หลังจากนี้คุยกันดีๆเนอะลูกกก
    #4,511
    0
  18. #4406 Sodium97 (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2563 / 02:24
    พวกเขาแบบสุดจะเหมาะสมกันแล้วคอยปลอบประโลมซึ่งกันและกันแบบนี้ต่อไปเลยนะ
    #4,406
    0
  19. #4294 10K๋. (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2563 / 04:32
    ตอนแรกซึมเปนหมา หลังมาชั้นกี๊ดดด ฮืออออออออแฝงไปด้วยความละมุนอ่านายคนนี้
    #4,294
    0
  20. #4282 ปงจี้ (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2563 / 00:29
    ฉันร้องไห้อุ้งอิ้งไปหมดแล้ว กอดๆทั้งคู่เลย แงงงงงงงง
    #4,282
    0
  21. #4037 toki000 (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 23 เมษายน 2563 / 23:03
    ร้องไห้ แมดส์ยอมเปิดใจให้เธียร์แล้วโอ้ยยยฉันร้องแล้วววว
    #4,037
    0
  22. #3705 nnnnnnnnnnnnnnnnnm (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 15 เมษายน 2563 / 13:31
    น้ำตาไหลถึงตีนของจริง
    #3,705
    0
  23. #3574 Blsuni (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 11 เมษายน 2563 / 03:30

    เข้าใจกันแล้วต่อไปก็ใจเย็นๆกันนะทั้งสองง

    #3,574
    0
  24. #3571 pplinyeol (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 11 เมษายน 2563 / 02:09
    ฉันนั้นเปียกปอนนนนนนนหอมหัวทั้งนายแมดส์ ทั้งน้องเธียร์
    #3,571
    0
  25. #3375 firstchxnx (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 1 เมษายน 2563 / 23:21
    เปิดใจกันแล้ว หวังว่าจะเข้าใจกันมากขึ้น น้องเธียร์ช่วยพี่แมดส์ด้วยนะ
    #3,375
    0