[ #MINNO ] MAD DOG ¦ True Alpha x Pure Omega

ตอนที่ 2 : Mad Dog : Chapter 1

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 12,349
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,334 ครั้ง
    22 ก.ย. 63

 

 

 

 

 

 

Noted : ตรวจคำผิดครั้งที่ 1

ดีแลน เยลเวอร์ตัน = เซฮุน

Warning: มีฉาก Sexual Harrasment ในตอนนี้ เป็นการกระทำที่คุกคามซึ่งไม่เหมาะสมและเป็นพฤติกรรมที่ไม่ควรมองว่าเป็นความโรแมนติกหรือมองในเชิงที่ควรสนับสนุน เหตุผลของการกระทำชี้ให้เห็นถึงมุมมองของตัวละคร ผู้เขียนไม่ได้มีความตั้งใจและคิดสนับสนุนการกระทำนี้ว่าเป็นเรื่องที่สมควรทำและเพิกเฉยได้

 

 

 

“ช่างเป็นเยลเวอร์ตันที่ไร้เกียรติเสียจริง..”

ปฏิกิริยาที่ แมดส์ ไทเลอร์ ได้รับตอบกลับมาจากโอเมก้าผิวขาว หาใช่คำพูดใด ๆ นอกเสียจากมือขาวที่จับเข้าที่ข้อเท้าของตน โดยที่ดวงตากลมยังคงเอาแต่จับจ้องรอยแดงที่เพิ่มมากขึ้นเพราะแรงกระชากเมื่อครู่ เจ้าตัวไม่แต่จะสนใจทรูอัลฟ่าผิวสีแทนที่เอาแต่จดจ้องตัวเองอย่างไม่วางตาด้วยซ้ำ  

“....”

“เป็นใบ้หรือ?”

คำกล่าวหาของผู้บุกรุกทำให้เจ้าของกลิ่นดอกแมกโนเลียเงยหน้าขึ้นมาสบตากับดวงตาคมกริบของคนตาดุเล็กน้อย ก่อนที่เปลือกตาสีอ่อนที่ประดับด้วยแพขนตายาว จะเริ่มชุ่มไปด้วยหยดน้ำตาที่กำลังเอ่อล้นออกมาจากดวงตาคู่งาม

“ระ เราพูดได้”

กลีบปากสีระเรื่อขยับปากเอื้อนเอ่ยประโยคอันแสนแผ่วเบาออกมา เมื่อถูกสายตาคู่คมกดดันมากขึ้น โอเมก้าผิวขาวกำลังอยู่ในจุดที่เรียกว่าสติแตกก็คงจะได้ ผู้บุกรุกที่อุกอาจเข้ามานี้ ย่อมไม่ใช่คนแรกที่ เธียร์ เยลเวอร์ตัน ได้พบเจอ แต่คนตรงหน้ากลับเป็นคนแรกที่สามารถเข้าถึงตัวของเธียร์ได้ในระยะใกล้ชิด จนรับรู้ได้ถึงลมหายใจที่รินรดบนผิวกาย  

ความทรมานจากการถูกทอดทิ้งให้อยู่อย่างโดดเดี่ยวในสถานที่ที่ไม่ต่างจากที่คุมขัง คงเทียบไม่ได้กับความหวาดกลัวที่เกิดขึ้นอยู่บ่อยครั้ง เพราะผู้บุกรุกที่พยายามจะเข้ามาที่นี่

เป้าหมายเพียงข้อเดียวของผู้คนเหล่านั้น คงไม่พ้นชีวิตของคุณหนูเยลเวอร์ตัน

“เสียงน่าฟังเสียด้วย...” ทรูอัลฟ่าท่าทางอันตรายตรงหน้าคุณหนูเยลเวอร์ตันเอ่ย ฝ่ามือใหญ่ยอมปล่อยโซ่ที่จับไว้ออกก่อนจะไล่ขึ้นมาจับบริเวณข้อเท้าเล็ก มือใหญ่สามารถกุมรอบข้อเท้าเล็กได้อย่างง่ายดาย “กลัวว่าฉันจะฆ่านายหรือ?”

“ปล่อย..”

เสียงน่าฟังเอ่ยก่อนที่เจ้าตัวจะพยายามดึงข้อเท้าของตนให้หลุดออกจากมือใหญ่  

“จะหนีไปไหนกัน.. ในเมื่อถูกล่ามโซ่ไว้เสียขนาดนี้”

เพราะต่อให้ แมดส์ ไทเลอร์ ไม่ได้จับอีกฝ่ายไว้ ก็ไม่ได้หมายความว่า เธียร์ เยลเวอร์ตัน จะหนีรอดออกไปจากห้องนี้ได้

พลั่ก!

ฝ่าเท้าขาวของโอเมก้าที่คนผิวสีแทนเคยกล่าวหาว่าดูอ่อนแอ กลับถีบเข้าที่หน้าอกของทรูอัลฟ่าหนุ่มเข้าอย่างแรง จนทำให้หัวคิ้วเข้มขมวดเข้าหากันด้วยความหงุดหงิดกับการกระทำที่แสนไร้ประโยชน์

ทรูอัลฟ่าหนุ่มกระชากโซ่ด้วยแรงที่มากกว่าเดิม จนทำให้คนที่พยายามจะคลานหนีนั้นถูกลากกลับมาอย่างง่ายดาย โดยครั้งนี้เจ้าของผิวสีแทนใช้ร่างกายที่ใหญ่กว่าของตนซ้อนทับคนผิวขาว จนร่างของโอเมก้าตัวผอมนั้นแทบจะจมหายไปในอกของตนเอง

“ไม่เคยมีใครบอกคุณหนูเยลเวอร์ตันหรือว่าไม่ควรหันหลังให้อัลฟ่าแบบนี้”

“น่ารังเกียจ...”

คนที่ถูกกอดจากด้านหลังเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ ในขณะที่ยังคงพยายามดิ้นรนจากวงแขนกว้างที่กอดรัดช่วงเอว จนแผ่นหลังของเจ้าตัวแนบชิดไปกับร่างกายแข็งแรง

“ยังมีอะไรน่ารังเกียจกว่าการเป็นโอเมก้าที่ทำให้ตระกูลของตัวเองตกต่ำอีกหรือ? ลองคิดดูดี ๆ นะคุณหนู”

ไม่ต้องให้ใครมาตอกย้ำเรื่องนี้ คุณหนูเยลเวอร์ตันเองก็รู้อยู่แก่ใจว่าตัวเองเป็นสิ่งที่ผิดแปลกจากผู้อื่นมากแค่ไหน

“นายไง”

“....”

“แค่ความคิดของนายมันก็น่ารังเกียจมากกว่าการเป็นโอเมก้าของเราเสียอีก”

“งั้นหรือ..”

ทรูอัลฟ่าผิวสีแทนกระตุกยิ้มมุมปากอย่างอดไม่ได้ เมื่อได้รับการต่อต้านที่แสนจะขัดกับภาพลักษณ์ของคนตรงหน้า ทั้งที่หวาดกลัวจนตัวสั่น แต่ก็ยังคงปากกล้าต่อปากต่อคำ

ช่างเป็นเหยื่อที่ไม่เจียมตนเสียจริง แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าคำพูดของคุณเยลเวอร์ตันได้ทำให้ร่างสูงใหญ่ฉุกคิดถึงการกระทำของตนเองในตอนนี้ 

“ก็แค่หยอกเล่นน่าคุณหนู..”

แมดส์ ไทเลอร์ ยอมปล่อยมือที่เปื้อนเลือดของตนออกจากใบหน้าขาวกระจ่าง ก่อนส่งรอยยิ้มเย็นที่ทำให้คุณหนูตัวขาวรู้สึกชาดิกราวกับกำลังถูกแช่แข็ง ทั้งที่อากาศในห้องไม่ได้ใกล้เคียงกับคำว่าหนาวเย็นเลยสักนิด

“.....”

ยิ่งต่อต้าน ยิ่งแข็งข้อ แมดส์ ไทเลอร์ ก็ยิ่งอยากจะเอาชนะ เพื่อข่มความอวดดีพวกนั้นให้จมอยู่ใต้แทบเท้าตัวเอง และการทำให้คนอื่นหมดทางเลือก ก็นับเป็นเรื่องที่ทรูอัลฟ่าตาดุถนัดนัก.. อย่างเช่นที่เจ้าตัวกำลังทำมันกับ เธียร์ เยลเวอร์ตัน ในตอนนี้

 

 

*

 

 

บานประตูไม้ได้ถูกปิดลงอย่างเช่นเคยพร้อมกับผู้บุกรุกที่เดินออกไป หลงเหลือไว้แต่เพียงคุณหนูเยลเวอร์ตันที่ยังคงถูกจองจำอยู่ในห้องคุมขังนี้ ใบหน้าขาวที่เต็มไปด้วยน้ำตาซุกซบลงกับหมอนใบใหญ่ ในขณะที่ร่างผอมของตัวโอเมก้าขดกอดตัวเอง เพื่อกอดปลอบตัวเองอย่างเช่นทุกครั้งที่รู้สึกหวาดระแวง

สัมผัสและคำพูดแสนหยาบคายที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ มันทั้งหยาบกระด้างและไร้ซึ่งความเห็นใจ ฝ่ามือเปื้อนเลือดของอีกฝ่ายที่แตะต้องลงบนใบหน้าสวย จนแก้มใสเปื้อนคราบเลือดสีสด แน่นอนว่ายามที่มือขาวเช็ดใบหน้าของตนเอง ก็ทำให้คราบเลือดพวกนั้นเลอะเปรอะเปื้อนมือของคนที่มือไม่เคยเปื้อนเลือด

หากผู้บุกรุกนั้นตั้งใจจะเข้ามาฆ่าเขาจริง ๆ มันคงจะดีกว่าการปล่อยให้เขามีลมหายใจไปพร้อมกับความหวาดกลัวที่เพิ่มขึ้นมาอีกนับเท่าตัว

‘ไม่มีเหตุผลที่ต้องฆ่าคุณหนูเยลเวอร์ตัน’

ร่างกายที่แทบไม่เคยมีใครแตะต้องนอกเสียจากคนสนิท กลับถูกคนแปลกหน้าจับต้องอย่างถือวิสาสะ การกระทำที่ไม่ต่างจากการคุกคามเมื่อครู่มันช่างน่ากลัวสิ้นดี ท่าทางว่าคืนนี้คงเป็นอีกหนึ่งค่ำคืนที่แสนยาวนาน สำหรับโอเมก้าตัวขาวที่ต้องผ่านมันไปให้ได้...

นานเท่าไหร่แล้วที่เธียร์ต้องเผชิญกับความโดดเดี่ยว เขาควรจะโทษใครกันที่ทำให้ตัวเองต้องเกิดมามีวรรณะทางชนชั้นเช่นนี้ มันอาจจะเป็นความผิดพลาดหรือความโชคร้ายที่เกิดจากบาปกรรม  

ไม่มีใครรู้ ไม่มีใครสามารถตอบได้ เพราะสุดท้ายคนที่ต้องแบกรับความขมขื่นนี้ไว้ มันก็คือตัวของเขาเอง

ชีวิตที่เลือกไม่ได้และไม่มีใครต้องการ มันเป็นความอัปยศที่ยากจะปฏิเสธสำหรับเธียร์ เขายังจำได้ดีว่าครั้งสุดท้ายที่ได้เห็นหน้าของคนเป็นแม่ มันเต็มไปด้วยความโศกเศร้าแค่ไหน

ผู้หญิงคนนั้นที่ทำให้เขาเกิดมาแต่ไม่สามารถปกป้องเขาได้... เพราะในความเป็นจริงแล้วไม่มีใครเลยสักคนที่จะสามารถปกป้องตัวเขาได

คำปลอบประโลมจากใครก็คงไม่ช่วยเท่ากับความคิดของตัวเอง หากบิดเบี้ยวและผิดเพี้ยนที่ใจของตน ใครเล่าจะช่วยเขาได้...

ไม่ใช่ไม่เคยคิดหนี แต่เพราะร่างกายที่ไม่เอื้ออำนวย จึงทำให้ความพยายามของเธียร์นั้นสูญเปล่า และเป็นสาเหตุที่ทำให้เธียร์ต้องถูกล่ามโซ่และกักขังไว้ในห้องอย่างทุกวันนี้  

ช่างน่าสมเพชสิ้นดีกับการชีวิตเพื่อรอคอยการถูกนำไปใช้ประโยชน์

ข่าวคราวที่เคยได้ยินมาก่อนหน้าเกี่ยวกับตัวเองจากปากคนที่ดูแล เป็นเครื่องยืนยันได้อย่างดีว่า เธียร์ เยลเวอร์ตัน จะต้องถูกส่งไปทางเมืองซึ่งอยู่ทางด้านทิศตะวันตก เพื่อจับคู่กับอัลฟ่าผู้มีอำนาจในแถบนั้น

ความหวังอันริบหรี่ที่จะได้มีชีวิตเป็นของตัวเอง คงไม่มีทางเกิดขึ้นจริงสำหรับ เธียร์ เยลเวอร์ตัน

 

 

รุ่งเช้าตรู่ซึ่งเต็มไปด้วยเสียงเอะอะโวยวายปลุกให้คนที่พึ่งได้ข่มตาหลับไปเมื่อก่อนรุ่งสาง เปิดเปลือกตาขึ้นมาด้วยความยากลำบาก ทั้งกระบอกตาที่ปวดตุบจากการร้องไห้ติดต่อกัน และอาการปวดหัวเพราะการพักผ่อนที่น้อยนิด ทำให้เจ้าของร่างกายนั้นรู้สึกไม่สบายตัว จนไม่อยากแม้แต่จะขยับตัวลุกขึ้นนั่ง

เสียงประตูที่ถูกเปิดเข้ามาอย่างแรง พร้อมกับเสียงเรียกของโอเมก้าหญิงที่เข้าออกที่นี่ในทุกวัน ก็ทำให้เธียร์ต้องเปิดเปลือกตาขึ้นมาอย่างยากลำบากอีกครั้ง เจ้าหล่อนดูกระวนกระวายไม่น้อย เมื่อพบเจอภาพอันน่าสยดสยอง ตั้งแต่ที่หล่อนก้าวขาขึ้นมาบนท่าเรือ ศพของทหารเฝ้ายามดูแลปราสาทกลางทะเลสาบแห่งนี้ที่ถูกฆ่า ยังคงมีให้เห็นเกลื่อนกลาดตามทางเดินอันทอดยาวของปราสาท  

แน่นอนว่าเจ้าหล่อนไม่ได้สนใจเสียงเอ่ยเตือนของพวกทหารที่มาเปลี่ยนเวรยามพร้อมกับเธอแต่อย่างใด นอกเสียจากที่จะวิ่งตรงเข้ามาในปราสาท เพื่อขึ้นไปยังด้านบนซึ่งมีคนสำคัญที่หล่อนดูแลมาเสมอ

“คุณหนู...”

และก็เป็นที่น่าโล่งใจเมื่อเจ้าหล่อนเห็นคนเป็นนายไม่ได้ถูกทำร้ายอย่างที่คาดคิดเอาไว้ ทว่าดวงตาแดงช้ำของเพียวโอเมก้าตัวขาว ก็ทำให้เจ้าหล่อนรับรู้ถึงความผิดปกติที่ต้องเกิดขึ้นกับตัวคุณหนูเยลเวอร์ตัน

“ร้องไห้ทำไมกันเอนยา เราไม่ได้เป็นอะไรเสียหน่อย..” เสียงน่าฟังที่แม้ไม่ได้หวานจับใจ แต่กลับลื่นหูจนไม่อาจเบื่อที่จะฟังของคุณหนูตัวขาว ยิ่งทำให้เจ้าหล่อนน้ำตาไหลขึ้นยิ่งกว่าเดิม

“เอนยากลัวว่าคุณหนูจะเป็นอะไรไป...” มือของเจ้าหล่อนค่อย ๆ ไล่สำรวจตามร่างกายของคุณหนูเยลเวอร์ตัน ก่อนที่จะสะดุดเข้ากับบาดแผลถลอกที่บริเวณข้อศอกสีอ่อน และคราบเลือดที่ติดอยู่บนใบหน้าน่ารัก “มันทำอะไรคุณหนู..”

คนถูกถามชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะตอบกลับมาด้วยประโยคที่ทำให้ใจคนฟังแทบร่วงหล่น

“เราไม่อยากพูดถึงเรื่องนั้น...” ไม่อยากแม้แต่จะนึกถึงการกระทำนั่น “แค่เรายังมีชีวิตมันก็ดีแล้วไม่ใช่หรือ”

บทสนทนาของทั้งคู่ถูกขัดขึ้น เมื่อหัวหน้านายทหารที่เข้ามาพร้อมกับเอนยาในวันนี้ ได้ขึ้นมาตรวจสอบเรื่องที่เกิดขึ้นด้วยท่าทีร้อนใจไม่ต่างกัน อีกทั้งยังต้องรีบรายงานเรื่องที่เกิดขึ้นไปให้ทางฝั่งในเมืองทราบ ก็เล่นเอาวุ่นวายกันไปหมด

ผ้าเช็ดตัวที่ถูกบิดน้ำจนหมาดค่อย ๆ เช็ดไปตามผิวกายขาวของคุณหนูเยลเวอร์ตันที่ยังคงนั่งพิงหัวเตียงอยู่เงียบ ๆ ร่องรอยบาดแผลและรอยแดงช้ำบริเวณข้อศอกและหัวเข่าถูกทำแผลอย่างเรียบร้อย ใบหน้าสวยที่ปกติมักจะเต็มไปด้วยรอยยิ้มกลับดูเป็นทุกข์อย่างเห็นได้ชัดเจน ตาแดงช้ำยังคงคลอหน่วงไปด้วยน้ำสีใสจดจ้องมองที่ฝ่ามือของตัวเองเงียบ ๆ

คงไม่มีทางเป็นไปไม่ได้ที่ผู้บุกรุกจะไม่ได้เข้ามาในห้องนี้.. ยิ่งร่างกายที่มีบาดแผลของคุณหนูตัวขาวก็ยิ่งสนับสนุนความคิดนี้เข้าไปใหญ่

จวบจนที่เจ้าหล่อนเปลี่ยนเสื้อผ้าให้กับคนตัวขาวเรียบร้อย เจ้าตัวก็ชิงหนีล้มตัวลงนอนโดยที่ไม่ยอมแตะต้องอาหารที่หล่อนเตรียมมาแม้แต่น้อย

“เราอยากนอนพักสักหน่อย..”

มีหรือที่เจ้าหล่อนจะปฏิเสธคำขอของคุณหนูได้ อาการที่ยากจะรับมือแบบนี้ต่อให้เป็นพี่ชายอย่าง ดีแลน เยลเวอร์ตัน ก็คงไม่สามารถรับมือได้เช่นกัน

 

 

 

*

 

 

 

“นายทำเกินคำสั่งของฉัน..”

คนที่ถูกเรียกตัวมาตำหนิไม่ได้มีทีท่าจะสนใจแต่อย่างใด นอกเสียจากนั่งกอดอกฟังเงียบ ๆ ด้วยท่าทีเมินเฉย พลางจ้องมองภาพวาดในห้องของอัลฟ่าที่ยืนอยู่ตรงข้ามตนเองอย่างสนอกสนใจ

“ถ้าไม่ฆ่าให้หมด จะให้เหลือไว้เป็นปัญหาทำไม”

“แต่นั่นไม่ใช่คำสั่งของฉัน” ดีแลนเอ่ยเสียงเข้ม พลางจดจ้องทรูอัลฟ่าที่ตัวเองเป็นผู้ว่าจ้างให้ทำเรื่องบางอย่าง

“คำสั่งของคุณชายมันก็ส่วนหนึ่ง แต่ความคิดที่ว่าควรหรือไม่ควร มันย่อมขึ้นอยู่ที่ตัวฉัน” แล้วคิดหรือว่า แมดส์ ไทเลอร์ จะสนใจคำพูดของผู้ว่าจ้าง “ถ้าคิดจะทำแล้วล่ะก็ สิ่งที่คุณชายควรโยนมันทิ้งไปก็คือความกลัว”

“ฉันไม่ได้...”

“ฉันไม่ใช่ทหาร ข้อนี้คุณชายเองก็รู้ดี” แมดส์เอ่ยตัดบท “อีกย่างคุณชายเองก็เป็นคนยื่นข้อเสนอพวกนี้ จำไม่ได้หรือ?” สายเลือดที่ไม่ได้เกิดมาเพื่อเป็นทหาร ย่อมไม่มีทางที่จะเป็นได้ และทั้งที่รู้ว่าแมดส์เป็นยังไงแต่ดีแลนก็ยังคงดึงดันที่จะใช้ตัวของแมดส์ทำงาน

“นี่ฉันคิดผิดหรือคิดถูกกันแน่ที่เลือกนาย”

“ก็คงจะผิดล่ะมั้ง..”

ยิ่งเห็นว่า แมดส์ ไทเลอร์ เป็นคนอย่างไร ก็ยิ่งทำให้ดีแลนรู้สึกเป็นกังวลเพิ่มมากขึ้นเท่านั้น คนอย่างไทเลอร์นั้นเป็นอันตรายกับทุกคนจนเกินไป จนคิดภาพไม่ออกเลยว่าคน ๆ นี้จะดูแลน้องชายของเขาได้อย่างไร

หากเขาสามารถทำมันได้ด้วยตัวเอง มันก็คงจะดีกว่านี้ คงไม่มีพี่ชายคนไหนที่จะยินดียอมปล่อยให้น้องชายแท้ ๆ ของตันเอง ต้องใช้ชีวิอยู่อย่างนักโทษเช่นนั้นทั้งที่เจ้าตัวไม่ได้ทำอะไรผิด

เขาไม่เคยรังเกียจที่จะมีน้องชายเป็นเพียวโอเมก้า เพราะไม่ว่าจะอยู่ในสถานะใด เธียร์ เยลเวอร์ตัน ก็ยังคงเป็นเด็กดีที่สมควรจะได้รับการปกป้องไม่ใช่การเหยียบย่ำอย่างที่เป็นอยู่

“ฉันขอร้อง”

หลังจากนั้นเพียงไม่กี่ชั่วโมง แมดส์ ไทเลอร์ ก็ถูกเรียกตัวเพื่อเข้าไปรวมกับกำลังทหารชุดใหม่ที่ถูกสับเปลี่ยนแทนทหารชุดเดิมซึ่งไก้กลายเป็นศพไปเมื่อคืน โดยไร้ร่องรอยของผู้บุกรุกที่อุกอาจเข้าไป แน่นอนว่าทหารแทบทั้งหมดนี้เป็นคนของดีแลน เยลเวอร์ตัน ที่เจ้าตัวตั้งใจส่งให้ไปประจำการอยู่ที่ปราสาทกลางทะเลสาบ

แมดส์ ไทเลอร์ คิดไม่ออกว่าใครกันที่จงเกลียดจงชัง เธียร์ เยลเวอร์ตัน ขนาดที่ส่งคนไปลอบทำร้ายโอเมก้านั่นอยู่บ่อยครั้ง ตามคำบอกเล่าของดีแลนผู้เป็นพี่ชาย

นับเป็นอีกครั้งในช่วงเวลาไม่ถึงรอบวันที่ แมดส์ ไทเลอร์ ได้กลับเข้ามาที่ปราสาทแห่งนี้ แต่แตกต่างก็ตรงที่ครั้งนี้เจ้าตัวไม่ได้เข้ามาในฐานะผู้บุกรุกดั่งเช่นครั้งแรก

 

 

*

 

 

ดีแลน เยลเวอร์ตัน เป็นผู้ที่เดินนำเข้าไปก่อนในปราสาท ก่อนจะหายขึ้นไปด้านบนโดยที่สั่งห้ามให้ทุกคนรบกวน แมดส์ ไทเลอร์ เองก็ไม่ได้ให้ความสนใจกับพี่น้องคู่นี้สักเท่าไหร่นัก นอกเสียจากจะออกคำสั่งให้ทหารชุดใหม่ที่เข้ามาทำหน้าที่แยกย้ายกันไปตามจุดต่าง ๆ ส่วนตัวเองก็เดินสำรวจรอบ ๆ เพื่อความมั่นใจและเพื่อเรียบเรียงอะไรภายในหัวของตัวเองอย่างเงียบ ๆ

ทางด้านพี่ชายของโอเมก้าตัวขาวเองเมื่อได้มีโอกาสเข้ามาพบกับน้องชาย ก็เอาแต่กอดเจ้าของผิวขาวเสียแน่น จนคนเป็นน้องนั้นได้แต่ลูบแผ่นหลังกว้างของพี่ชายตัวเองเบา ๆ

“อดทนอีกหน่อยนะเธียร์..”

คนเป็นพี่เอ่ยบอกน้องชายอย่างหนักแน่นในขณะที่สวมกอดเธียร์ด้วยความคิดถึง น้องชายที่เขาเฝ้าเลี้ยงดูและเฝ้ามองการเติบโตนั้นมีค่ายิ่งกว่าสิ่งใด เจ้าของรอยยิ้มหวานที่ควรพบเจอแต่สิ่งดี ๆ นั้นกลับมีโชคชะตาที่หลีกเลี่ยงไม่ได้

“เราไม่อยากไปที่นั่น จะให้เขาขังเราไว้ที่นี่ตลอดชีวิตก็ได้ แต่อย่าพาเราไป...”

“พี่จะไม่ปล่อยให้ใครพาเธียร์ไปไหนทั้งนั้น พี่สัญญา”

จมูกโด่งของดีแลนกดลงบนกลุ่มผมสีเข้มของน้องชายเบา ๆ ก่อนที่จะผละกอดออกจากร่างขาวที่ดูตัวเล็กลงกว่าครั้งก่อนที่ได้เจอกัน รอยยิ้มละมุนละไมแม้จะดูสวยงาม แต่กลับไม่ทำให้รู้สึกว่ามันคือความสุขเท่ากับรอยยิ้มกว้างที่ เธียร์ เยลเวอร์ตัน เคยมีในก่อนหน้านี้

“เราอยากออกไปจากที่นี่”

“....”

“เราไม่เคยอยากเป็นเยลเวอร์ตัน”

“เธียร์”

คนตัวขาวที่เติบโตมาพร้อมกับความเกลียดชังย่อมรู้ดีว่าเรื่องทุกอย่างมันเป็นเช่นไร

“เราเป็นเยลเวอร์ตันที่ไร้เกียรติอย่างที่เขาว่า..”

ความรู้สึกพวกนี้มันไม่ควรเกิดกับน้องชายที่เขาเฝ้าทะนุถนอมและดูแลเลยสักนิด แต่มันก็ปฏิเสธได้ยากเหลือเกิน ยิ่งเติบโตเท่าไหร่การเป็นโอเมก้าของ เธียร์ เยลเวอร์ตัน กลับกลายเป็นที่ต้องการของใครหลายคนที่รับรู้ ถึงการมีอยู่ของโอเมก้าตระกูลเยลเวอร์ตัน และนั่นอาจเป็นปัญหาใหญ่สำหรับฮาร์เดนเจอร์ในอีกไม่ช้า

 

 

โอเมก้าผิวขาวได้แต่ยืนมองเรือที่กำลังถูกพายห่างออกไปจากตัวปราสาทเรื่อย ๆ ด้วยสายตาเศร้าสร้อย ดีแลนออกจากที่นี่ไปแล้ว หลังจากที่อีกฝ่ายนั้นขลุกอยู่กับ เธียร์ เยลเวอร์ตัน ร่วมค่อนวันจนเกือบเย็นย่ำ เป็นที่น่าแปลกใจไม่น้อยที่เอนยานั้นได้รับอนุญาตให้อยู่ที่นี่ได้ตลอดเวลา ผิดกับก่อนหน้านี้เจ้าหล่อนต้องไป ๆ มา ๆ ทุกเช้าเย็น

ดูเหมือนว่าผู้คุมคนใหม่ของปราสาทกลางทะเลสาบจะปรับเปลี่ยนกฎของที่นี่ใหม่ ทั้งที่ปกติจะถูกสั่งห้ามอะไรหลาย ๆ อย่าง จนที่นี่ไม่ต่างจากคุกคุมขังนักโทษ

“ทำไมเขาถึงยอมให้เอนยาอยู่กับเราได้..” ร่างขาวที่หมุนตัวเดินกลับมานั่งบนเตียงเอ่ยถามแม่บ้านคนสนิทด้วยความสงสัย ก่อนที่เจ้าตัวจะได้รับรอยยิ้มจากเจ้าหล่อน

“คนพวกนี้เป็นคนของพี่ชายคุณหนู..”

“ทั้งหมดเลยหรือ?”

“นายท่านเป็นคนบอกเองว่าคนพวกนี้ไว้ใจได้ทั้งหมด” เจ้าหล่อนว่า ก่อนจะขอตัวออกไปเตรียมอาหารให้กับเจ้านายของตนในมื้อเย็น

คล้อยหลังจากที่เอนยาเดินออกไปจากห้องโอเมก้าตัวขาวถึงได้มีเวลาส่วนตัวเป็นของตัวเอง ใบหน้าน่ารักดั่งตุ๊กตากระเบื้องเคลือบ ได้แต่จ้องมองภาพในกระจกที่สะท้อนภาพของตนเองอย่างช้า ๆ ก่อนจะหลุบตาต่ำ มือขาวแตะสัมผัสน้ำมันหอมที่ได้รับมาจากพี่ชายของตนลงบนข้อมือของตัวเอง กลิ่นหอมชวนให้สูดดมเช่นนั้น คงไม่เป็นที่ชื่นชอบสักเท่าไหร่นักสำหรับ เธียร์ เยลเวอร์ตัน

ทว่าเงาสะท้อนที่ปรากฎภาพของใครอีกคนที่ยืนซ้อนทางด้านหลังทำให้โอเมก้าตัวขาวนั้นชะงักงันไปชั่วครู่ ใบหน้าดุคมอันแสนเรียบนิ่งที่เธียร์เคยได้เห็นมาครั้งหนึ่ง  

บุคคลที่เป็นเจ้าของการกระทำหยาบโลนนั่น..

“ตกใจหรือคุณหนู”

ทรูอัลฟ่าหนุ่มเอ่ยถามเสียงเรียบ พลางถอยห่างจากอีกฝ่ายระยะหนึ่ง มันคงจะผิดที่ แมดส์ ไทเลอร์ นั้นเปิดประตูเบาจนเกินไป จนทำให้เจ้าของห้องนั้นไม่ได้ยินเสียง ถึงได้ทำให้เจ้าตัวทำหน้าตากลืนไม่เข้าคายไม่ออกเสียขนาดนั้น

“นายเข้ามาได้ยังไง...”

“มันก็ไม่ใช่เรื่องยากอะไร” เจ้าของผิวสีแทนเข้มเอ่ย “ในเมื่อต่อไปนี้ คนที่จะเข้ามาคุมปราสาท และดูแลทุกอย่างที่นี่ก็คือฉัน”

“!!!”

ไหนเอนยาบอกว่าคนพวกนี้เป็นคนของดีแลนอย่างไรกัน แต่แล้วทำไมถึงได้กลับกลายเป็นผู้บุกรุกนี่กันได้ ไม่ทันที่เจ้าของผิวขาวจะหลบหลีกอีกฝ่าย เมื่อทรูอัลฟ่าหนุ่มพุ่งเข้ามาหาเจ้าตัวพร้อมกับคุกเข่าข้างหนึ่ง เพื่อย่อตัวลงปลดล็อกโซ่ที่ล่ามข้อเท้าเล็กของคุณหนูเยลเวอร์ตันด้วยความรวดเร็ว

“ก็แค่นี้...”

“นายไม่ได้จะมาฆ่าเราหรอกหรือ?”

“ก็บอกแล้วไงว่าแค่หยอกเล่น”

เสียงแหบต่ำที่เป็นเอกลักษณ์เอ่ยตอบด้วยโทนเสียงราบเรียบ ดวงตาดุไล่มองคุณหนูเยลเวอร์ตัน ตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยสายตาที่แทบจะปลดเปลื้องเสื้อผ้าที่อีกฝ่ายสวมใส่

“ออกไป..”  

“ไม่คิดจะทำความรู้จักกันหน่อยหรือคุณหนู...”

“ไม่..”

อันตราย... มันเป็นคำเดียวที่วนเวียนอยู่ในหัวของเธียร์ในตอนนี้ เมื่อต้องเผชิญหน้ากับอีกฝ่าย เขาแทบไม่อยากจะเชื่อเลยจริง ๆ ว่าพี่ชายของตัวเองจะส่งคนอันตรายเช่นนี้มาอยู่ใกล้กับเขา

อันตรายจากภายนอกคงยังเทียบไม่ได้กับอันตรายจากคนหยาบคายนี่..

“แต่ฉันอยากรู้จัก”

เสียงเข้มกดต่ำลงจนทำให้โอเมก้าตัวขาวรู้สึกอึดอัดไม่น้อย แต่มันก็ทำให้เยลเวอร์ตันยอมอ้าปากถามอีกฝ่ายอย่างไม่มีทางเลือก

“นายเป็นใครกันแน่..”

“แมดส์ ไทเลอร์”

ฟังดูแล้วก็เป็นชื่อที่เหมาะสมกับท่าทางและนิสัยของทรูอัลฟ่าหนุ่มอย่างหาข้อปฏิเสธได้ยาก ทั้งชื่อทั้งตัวคนดูเข้ากันได้ดีไปเสียหมด เหตุการณ์ที่ทำให้ทั้งคู่พบเจอกันครั้งแรก มันย่อมยากเกินไปสำหรับเธียร์ที่จะลืมการกระทำนั้นได้

“พี่คิดอะไรกันอยู่ ถึงไว้ใจนายขนาดนี้..” คนตัวขาวตั้งใจพูดให้อีกฝ่ายได้ยิน

“ไว้เจอหน้าพี่ชาย คุณหนูก็ลองถามดูแล้วกัน”

พรึ่บ!

“ปล่อยเราลง!” คนตัวขาวร้องเสียงหลง เมื่อถูกอุ้มอย่างไม่ทันได้ตั้งตัว

“ได้ข่าวว่าคุณหนูไม่ยอมทานอะไรตั้งแต่เช้าไม่ใช่หรือ.. ไหน ๆ ก็ไม่มีโซ่ที่คอยล่ามแล้ว เปลี่ยนบรรยากาศสักหน่อยคงจะไม่เลว”

คุณหนูเยลเวอร์ตันได้แต่จ้องตาคนที่ช้อนตัวเองขึ้นมาอุ้มในท่าทางน่าอายด้วยความไม่พอใจ ร่างกายที่แนบชิดกันจนเกินไป มันทำให้เธียร์ไม่คุ้นชินกับความแข็งแรงของร่างกายทรูอัลฟ่าหนุ่มจนคนตัวขาวนั้นสั่นน้อย ๆ อัลฟ่าเพียงคนเดียวที่เจ้าตัวเคยใกล้ชิดอย่างไม่รู้สึกหวาดหวั่น ก็คงมีแต่พี่ชายเท่านั้น  แขนขาวจำต้องโอบรอบต้นคอของอีกฝ่ายไว้เพราะกลัวตก และมันก็ทำให้ปลายจมูกโด่งของ แมดส์ ไทเลอร์ เฉียดแก้มของเจ้าของกลิ่นดอกแมกโนเลีย

“เราเดินเองได้”

“ถ้ารอให้คุณหนูเดินลงไปเอง ชาติไหนถึงจะได้กินข้าวกัน?” เจ้าของดวงตาดุก้มหน้าลงมาถามคนที่อยู่ในอ้อมแขนของตัวเองพลางเลิกคิ้วสูง

“แต่เราอยากเดินเอง” โอเมก้าที่ไม่ค่อยพบเจอกับอัลฟ่า ย่อมมีอาการเฉกเช่นคุณหนูเยลเวอร์ตันมันคงไม่ใช่เรื่องแปลก “แล้วก็อยากออกไปสูดอากาศข้างนอกด้วย..”

“เห็นทีว่าวันนี้คงจะหมดเวลาสำหรับการออกไปข้างนอกแล้วล่ะคุณหนู” ทรูอัลฟ่าหนุ่มปฏิเสธเสียงเรียบ ก่อนที่จะได้เห็นหัวกลม ๆ ของคุณหนูเยลเวอร์ตันพยักขึ้นลงรับคำของตัวเองอย่างช้า ๆ

“ถ้าอย่างนั้นพรุ่งนี้เราจะตื่นแต่เช้า..”

ดวงตาใสฉายแววดีใจอย่างปิดไม่มิด ถ้าให้ แมดส์ ไทเลอร์ ลองเดาดูแล้วล่ะก็ สวนทางด้านหลังปราสาทที่ยังคงถูกดูแลไว้เป็นอย่างดี คงจะเป็นสถานที่ที่คนตัวขาวนี่หวังจะออกไปชื่นชมเป็นแน่ หากมีชีวิตชีวามากกว่านี้ ปราสาทที่ตั้งอยู่กลางทะเลสาบคงเป็นที่พักผ่อนที่ใครหลายคนล้วนเฝ้าฝันและอยากจะสัมผัส

“นั่นมันก็เรื่องของคุณหนู”

ช่างเป็นคนที่เปลี่ยนอารมณ์ได้เร็วยิ่งกว่าอะไรเสียจริงสำหรับคุณหนูเยลเวอร์ตัน ทั้งที่ก่อนหน้านี้ตัวสั่นเป็นลูกนกเพราะกลัวเขา แต่พอพูดถึงอิสระเพียงน้อยนิดที่จะได้รับ ก็กลับตื่นเต้นดีใจจนลืมกลัว  

หากมองไม่ผิดดวงตาที่ว่าสวยนักสวยหนาของคุณหนูเยลเวอร์ตัน ก็ยังมีความสามารถพิเศษที่โค้งลงกลายเป็นพระจันทร์เสี้ยวได้อีกด้วย

“เราก็แค่บอกให้นายฟัง..”

คำพูดที่ไร้ความรู้สึกร่วมด้วยของ แมดส์ ไทเลอร์ เองก็คงทำให้คนฟังนั้นหน้าเสียไปไม่น้อยจนหลุดตัดพ้อออกมาเสียงแผ่ว

“อืม..”

“มันคงน่ารำคาญสำหรับนาย”

 

 

 

 

HASTAG : #maddogmn

 

 

 

 

 

 

 

 

 

Talk : คุณหนูของพี่อย่าไปคุยกับนายคนนี้ลูก...

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.334K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

6,517 ความคิดเห็น

  1. #6444 Rannaree Rannaree (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 28 ธันวาคม 2563 / 11:31
    งงพระเอกมั่กกก ไปช้อนอุ้มน้อง พาไปกินข้าวขนาดนั้น พอน้องคุยด้วยทำเป็นไม่อยากคุย แหมมม
    #6,444
    0
  2. #6385 suwichaya88 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 12 ธันวาคม 2563 / 21:48
    อยากกอด เอ้นดูน้อง ดีใจมากไปหน่อยแต่คนพี่ไม่อินด้วย เย้นชานักก็เมินใส่ไปเลยลูกกกกก
    #6,385
    0
  3. #6286 __0997 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 25 พฤศจิกายน 2563 / 22:26
    น้องเธียร์ลูกโอ้ยยยย อยากเข้าไปมู้ๆแล้วกระโดนถีบนายแมดส์ แต่นายแมดส์น่าจะฆ่าเราตายก่อน หน่อย!!!!
    #6,286
    0
  4. #6221 22miu (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 8 พฤศจิกายน 2563 / 00:01
    น้องเธียร์อย่าไปคุยกะมันค่ะ มันไม่อยากคุยกะเรา เราไม่ต้องง้อ!!!!!
    #6,221
    0
  5. #6202 oh selu (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 19 ตุลาคม 2563 / 20:37
    รับบทเย็นชานัก
    #6,202
    0
  6. #6144 jjj_jaejamje (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 13 ตุลาคม 2563 / 01:55
    กอดโอ๋นะลูก หนูอย่าไปคุยกับผุชายเย็นชา!
    #6,144
    0
  7. #6138 iicm (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 10 ตุลาคม 2563 / 14:48
    น้องเธียร์เปนไอต้าว บีบแจ้มแย้วมีเสียงบี๊บๆ แงงงงง
    #6,138
    0
  8. #6114 BBbyunbua (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 7 ตุลาคม 2563 / 18:55
    หนอยนายแมด ตอนนี้ล่ะมาทำเย็นชา หึอย่าให้เห็นว่าตอนหลังหลงลูกเรานะ ลูกเราก็ตะเร้กแค่นี้ แต่ตอนนี้คือไม่รู้จะเขิน จะสงสาร หรืออะไรดีหลากอารมณ์มาก แต่ใดๆล้วนชอบภาษาคุณไรท์ค่ะ สารภาพเลยว่ากะจะรอสอบเสร็จก่อนค่อยมาอ่าน แต่ใจมันห้ามไม่ได้เลยค่ะ ขอแวบๆก่อนเร้กน้อย🤣
    #6,114
    0
  9. #6047 babemay (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 26 กันยายน 2563 / 10:55
    แมดส์น่ากลัวมาก ไม่ดีเลยที่ทำแบบนั้น แง 😭😭😭😭😭😭 แต่คุยกับคุณหนูแข็งกระด้างมากพ่อคุณเอ้ย น้องเธียร์น่ารักมากเสมอต้นเสมอปลายเลย!
    #6,047
    0
  10. #6043 KimCho (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 19 กันยายน 2563 / 18:08
    เอิ่มแมดส์ แกอันตรายไปปะวะ ส่วนเธียร์บี๊บๆน่ารักนุ่มๆ
    #6,043
    0
  11. #5999 zepi (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 6 กันยายน 2563 / 17:18
    นายแมดใจร้ายมาก!!
    #5,999
    0
  12. #5949 doraaung (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 17 สิงหาคม 2563 / 15:09
    โคตรของความต่าง ทุกอย่างเลย
    แต่มันดูลงตัวกันแปลกๆ ดีเลยคุณหนู เราอยากเห็นหมาบ้า 5555

    ขอบคุณสำหรับฟิคนะคะ ไรท์สู้ๆน๊าาา
    #5,949
    0
  13. #5913 nmisthebest (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 10 สิงหาคม 2563 / 06:19
    น้องเธียร์น่ารักมาก เป็นนุ้บนิ้บ ส่วนนายแมดทำนิสัยไม่ดีกับน้องตั้งแต่เริ่มเลยนะ
    #5,913
    0
  14. #5832 Felicia_Kirisora (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 5 สิงหาคม 2563 / 06:08
    อยากหอมหัวน้องเธียร์ น้องบอบบางขนาดนี้ทำไมตาแมดส์ถึงรังแกได้ลง หึยยยยย อยากฟาด!!!
    #5,832
    0
  15. #5825 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 3 สิงหาคม 2563 / 01:22
    น้องนุ่มนิ่มขนาดนี้ทำไมถึงดุน้องลง แงงงง
    #5,825
    0
  16. #5660 sepiaq (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 22 กรกฎาคม 2563 / 23:45
    คุณหนูTT แงงง
    #5,660
    0
  17. #5640 fararaferren (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 20 กรกฎาคม 2563 / 23:35
    อิตาแม้ด ชั้นจะจิกเปียเทอ มาทำเป็นพูดจาแบบนี้ใส่เจ้าน้องเธียร์ของชั้นนะ รอตอนแกหลงรักน้องไม่ไหวแล้วว
    #5,640
    0
  18. #5532 lopenav (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 12 กรกฎาคม 2563 / 18:37
    คุณหนูเหมือนแก้วบางใสร้าว ที่พร้อมแตกตลอดเวลาเลย ฮือ ที่แมดส์ทำตอนบุกรุกคือไม่โอเคมากๆอ่ะ
    #5,532
    0
  19. #5468 pinku (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 5 กรกฎาคม 2563 / 18:50
    คุณหนูน่าเอ็นดูจังงง
    #5,468
    0
  20. #5370 nahme (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 29 มิถุนายน 2563 / 00:12
    คุณหนูอย่าไปยุ่งกับพี่แมดส์เขาเลยลูก
    #5,370
    0
  21. #5294 JUNSX23 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 21 มิถุนายน 2563 / 00:21
    แง นุ่มนิ่มจังเลยคุณหนู
    #5,294
    0
  22. #5268 Eyesnes. (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 15 มิถุนายน 2563 / 23:47
    รับรู้ถึงความนุ่มนิ่มน่าทะนุถนอมของน้อง แต่นายแมดส์ต้องได้รับการลงโทษที่มาทำกับน้องแบบนี้ต้องเอาให้สาสม โกดมากเลยนะ
    #5,268
    0
  23. #5155 machada07 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 12 มิถุนายน 2563 / 20:15
    แง้งง น้อน
    #5,155
    0
  24. #5129 dnwmz_tksw (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 10 มิถุนายน 2563 / 14:34
    อ้ยยยย คุยดีๆกับน้องสิิิ
    #5,129
    0
  25. #4864 MickeyHC (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2563 / 13:54
    คุณหนูน้อยใจแล้วนะนายแมด
    #4,864
    0