[ #MINNO ] MAD DOG ¦ True Alpha x Pure Omega

ตอนที่ 14 : Mad Dog : Chapter 11

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 6,523
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 976 ครั้ง
    30 ธ.ค. 62

 

 

 

NOTE : อัพนายแมดส์ส่งท้ายปี 2019 สักหน่อยแล้วกันนะคะ :)

 

 

“แล้วฉันบอกหรือว่าจะพานายไปวัลเดส”

คำพูดของแมดส์ยังคงก้องอยู่ในหูของเธียร์นับตั้งแต่บัดนั้นจนมาถึงตอนนี้ รอยยิ้มกว้างที่ดูไม่น่าไว้ใจกำลังสร้างความกังวลให้กับเพียวโอเมก้า จนเจ้าตัวไม่สามารถข่มความกลัวลึก ๆ ในใจของตัวเองไว้ได้อีก  

 เธียร์เกลียดความคิดอันคาดเดาไม่ได้ของทรูอัลฟ่าหนุ่มเหลือเกิน ความคิดที่ไม่สามารถคาดการณ์มันไม่เคยส่งผลดีต่อเพียวโอเมก้าเลยสักครั้ง  

เวลาที่กำลังเดินผ่านไปอย่างช้า ๆ ยังคงสร้างความกระวนกระวายให้คุณหนูเยลเวอร์ตัน เจ้าตัวเอาแต่มองไปยังทางเดินที่เขาทั้งคู่ขึ้นมาเมื่อก่อนหน้านี้ ด้วยความหวังที่เหลือเพียงน้อยนิดว่าจะได้เห็นการปรากฏตัวของคนสนิท  

เธียร์รู้ดีอยู่แก่ใจว่ามันเป็นคงเป็นไปได้ยากที่เอนยาจะออกมาจากที่นั่นได้ ยิ่งในตอนนี้ที่ทุกอย่างกำลังชุลมุนวุ่นวาย คนในนั้นก็คงกำลังตามหาตัวเขากันให้ทั่วเป็นแน่ ไม่ว่าจะจากทั้งพี่ชายหรือคนเป็นพ่อก็ตาม และคนที่ใกล้ชิดกับเธียร์มากที่สุดรวมถึงอยู่กับเธียร์เป็นคนสุดท้ายมันก็คือ’เอนยา’

ภาพทะเลเพลิงของฮาร์เดนเจอร์ในตอนนี้ แทบไม่สามารถเรียกความสนใจจากคนที่กำลังรอคอยใครบางคนได้ คงจะมีก็แต่ทรูอัลฟ่าหนุ่มที่ยังยืนมองความพินาศของเมืองอยู่เงียบ ๆ โดยที่เธียร์เองก็คงไม่รู้ว่าตัวเองยังคงอยู่ในกรอบสายตาของเจ้าตัวตลอดเวลา จากประสาทสัมผัสทั้งหมดของคนที่ความรู้สึกไวอย่างไทเลอร์

ไร้ซึ่งวี่แววของคนที่เฝ้ารอคอย และไร้ซึ่งความเป็นไปได้ที่จะได้พบเจอ มันคงเป็นความจริงที่ยากเกินจะต้องยอมรับสำหรับคุณหนูเยลเวอร์ตัน หยาดน้ำตาสีใสคลอหน่วงในดวงตาคู่สวยมาสักพักใหญ่ เพราะเจ้าตัวเอาแต่พยายามกลั้นมันเอาไว้อย่างถึงที่สุด แต่สุดท้ายมันก็ไม่สามารถฝืนทนต่อไปได้อีก…

“ฉันจัดการให้เรียบร้อยแล้ว…”

การปรากฏตัวของ เมเลค ฟิทซ์รอย ทำให้คุณหนูเยลเวอร์ตันปล่อยหยดน้ำตาที่พยายามกลั้นไว้ของตัวเอง จนสายตาของเจ้าตัวนั้นพร่าเลือนไปด้วยม่านน้ำตา แน่นอนว่าคนที่โผล่มาร่วมสมทบทีหลังก็ได้แต่ส่งสายตาที่เต็มไปด้วยคำถามไปยัง แมดส์ ไทเลอร์ ที่ยืนอยู่ไม่ไกล  

“หมดเวลาแล้วคุณหนู ถึงเวลาที่เราต้องเดินทางกันต่อเสียที” แมดส์ ไทเลอร์ เอ่ยเพียงแค่นั้น ก่อนที่จะเดินไปดูความพร้อมของม้าที่จะต้องใช้ในการเดินทางครั้งนี้  

“แต่เอนยา..” เจ้าของผิวขาวพยายามจะเอ่ยทักท้วงคนผิวเข้ม แต่มันก็ไม่ได้ทำให้ไทเลอร์สนใจฟังคำพูดของเจ้าตัวแต่อย่างใด มิหนำซ้ำเจ้าตัวเองก็ยังปฏิเสธเธียร์อย่างตรงไปตรงมา

“ฉันเสียเวลากับที่นี่มามากพอแล้ว”

คำพูดของแมดส์สร้างบรรยากาศที่น่าอึดอัดให้เกิดขึ้น จนไม่มีใครพูดออกมาเลยสักคำเดียว จะทั้งจากคุณหนูเยลเวอร์ตันที่เจ็บใจกับคำพูดของไทเลอร์ หรือแม้แต่เมเลคเองที่ฟังอยู่เงียบ ๆ ก็เช่นกัน

“ถ้าคนที่คุณหนูกำลังพูดถึงคือคนสนิทของคุณหนู ฉันว่าเราคงไม่จำเป็นต้องรอเธอแล้วล่ะ…” อัลฟ่าผิวสีเข้มเอ่ยบอกคุณหนูเยลเวอร์ตันด้วยน้ำเสียงจริงจัง  

“ทะ ทะไมล่ะ?”  

เธียร์ เยลเวอร์ตัน เอ่ยถามคนตรงหน้าได้ไม่เต็มเสียง ประกอบกับสายตาของเมเลคที่จ้องมองตัวเองอยู่ชั่ววินาทีหนึ่ง ราวกับกำลังชั่งใจมันก็ย่อมไม่ได้ทำให้คนที่รอฟังคำตอบรู้สึกดีเลยสักนิด

“ก่อนที่ฉันจะมาถึงที่นี่ ฉันเห็นเธอโดนทหารพวกนั้นจับตัวไป..” อัลฟ่าหนุ่มเอ่ย “ผู้หญิงผมลอนสีเปลือกมะฮอกกานีคนนั้น คนที่ใส่สร้อยข้อมือถักเหมือนที่คุณหนูมีอยู่”  

ภาพจำของคนสนิทที่มีเส้นผมสีน้ำตาลแดงอันเป็นเอกลักษณ์ เป็นสิ่งที่เธียร์มักจะชมเจ้าหล่อนอยู่บ่อยครั้ง ลักษณะภายนอกอันเด่นชัด คงชัดเจนไม่เท่ากับสร้อยข้อมือถักที่อัลฟ่าหนุ่มพูดถึง

แม้จะเห็นเหตุการณ์นั้นเกิดขึ้น แต่เมเลคเองก็ไม่สามารถยื่นมือเข้าไปช่วยสุ่มสี่สุ่มห้าได้ เพราะนอกจากจะไม่ได้ช่วยให้อะไรดีขึ้นแล้ว มันก็จะยิ่งทำให้ตัวเองทำงานลำบากขึ้นมากกว่าเดิม  

“คะ แค่ จับตัวไปใช่ไหม..”  

เพียงแค่มองสายตาของเมเลคในตอนนี้ เธียร์ก็สามารถรับรู้ได้ว่าสิ่งที่อีกฝ่ายพูดมันไม่ได้มีแค่นี้เป็นแน่ และนั่นก็ทำให้เมเลคต้องหันกลับไปขอความช่วยเหลือจาก แมดส์ ไทเลอร์ ที่ไม่แม้แต่จะหันมาสนใจ แต่เชื่อเถอะว่าคนที่กำลังยืนหันหลังให้อยู่ในตอนนี้ได้ยินสิ่งที่พวกเขาทั้งสองคนคุยกันหมดทุกอย่าง

“ไม่…”

“….”  

“อย่ารอเธออีกเลยคุณหนู”

“….”

“เพราะต่อให้รออีกนานแค่ไหน เธอก็คงกลับมาหาคุณหนูไม่ได้อีก”

เมเลค ฟิทซ์รอย พยายามใช้คำพูดเพื่อหลีกเลี่ยงคำนั้นมากที่สุด เพื่อไม่ให้คนที่รับฟังจะต้องเจ็บปวดไปมากกว่านี้ เพราะแค่ประโยคที่สามารถตีความหมายถึงคำสั้น ๆ มันก็มากพอแล้วที่จะทำให้ความรู้สึกคุณหนูเยลเวอร์ตันแตกสลาย

มือขาวเอื้อมมาจับสร้อยข้อมือที่สวมใส่อยู่แน่น ในขณะที่ดวงตาซึ่งพร่าเลือนนั้นเอาแต่เหม่อมองพื้นตรงหน้า

สร้อยข้อมือถักที่เป็นของขวัญในวันเกิดจากแม่บ้านคนสนิท เจ้าหล่อนเป็นคนทำมันมาให้เจ้านายของตัวเองกับมือ วันที่ไร้ซึ่งคำอวยพรและการถูกจดจำจากใคร ๆ  ก็มีเพียงเอนยาที่จดจำมันได้ดี สิ่งของที่ไม่ได้มีค่ามากมายทางด้านราคา แต่มันกลับมีคุณค่าทางจิตใจจนประเมินค่าไม่ได้ 

‘สอนเราทำบ้างสิเอนยา..’

‘คุณหนูจะทำให้คุณชายหรือคะ’  

‘ไม่ใช่หรอก’

‘?’

‘เอนยาทำอะไรให้เรามาตั้งเยอะแล้ว เราก็อยากทำอะไรให้เอนยาบ้าง’

บทสนทนาครั้งวันวานที่เธียร์จดจำได้อย่างไม่มีวันลืม มันคงจะเป็นความทรงจำที่มีความสุขในยามนึกถึง ไม่ใช่ความรู้สึกเจ็บปวดที่หวนนึกถึงคนตาย

เธียร์ เยลเวอร์ตัน ผูกพันกับ เอนยา เคย์เลอร์ มากพอที่จะเรียกโอเมก้าคนสนิทว่าเป็นพี่สาวอีกคนของตัวเองได้

อัลฟ่าผิวสีแทนเข้มเมินหน้าหนีภาพตรงหน้าอย่างไม่อาจทนเห็นได้ เพียวโอเมก้าตัวเล็กที่กำลังโอบกอดตัวเองแน่น ในขณะที่เจ้าตัวนั้นร้องครางอยู่ในลำคอของตัวเอง เพราะความเจ็บปวดที่ไม่สามารถระบายออกมาเป็นหยดน้ำตาได้อีก  

เรื่องของการสูญเสียมันคงไม่สามารถปลอบประโลมได้ด้วยคำพูดใด ๆ นอกจากจะให้บาดแผลนั้นมันเยียวยา และรักษาตัวของมันเองในเวลาที่ผ่านไป

“ฉันไม่น่าบอกคุณหนูไปเลยจริง ๆ” เมเลคเอ่ยบอกแมดส์อย่างอดรู้สึกผิดไม่ได้  

“จะรู้ตอนไหนค่ามันก็เท่ากัน มันไม่มีทางทำให้เสียใจได้น้อยลงกว่าเดิม”

“แล้วจะเอายังไงต่อ ดูจากสภาพคุณหนูยังไงก็ไม่ไหว”

“ไม่ไหวก็ต้องไป ยังไงเราก็ต้องเดินทางออกจากที่นี่คืนนี้”  

“ฉันถามจริง ๆ นะแมดส์ นายไม่สงสารคุณหนูตัวขาวนี่บ้างหรือไง”

“….”

เมเลค ฟิทซ์รอย ก็ไม่ได้คาดหวังคำตอบจาก แมดส์ ไทเลอร์ อยู่แล้ว เพราะที่เจ้าตัวถามออกไปแบบนี้ก็เพื่อให้เพื่อนสนิทของตัวเองนั้นได้คิดทบทวนสิ่งที่ตัวเองกำลังทำอยู่อีกครั้ง  

“ทุกอย่างขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของนาย ฉันเองก็ไม่ได้อยากจะก้าวก่าย แต่ฉันไม่เห็นด้วยจริง ๆ ถ้านายจะทำแบบนั้น”

“พึ่งเจอกันแค่นี้ มันทำให้นายรู้สึกได้มากขนาดนี้เลยหรือ?” แมดส์ ไทเลอร์ เอ่ยเสียงเรียบ ก่อนที่จะเหลือบตามองคนตัวขาวที่จมอยู่กับกองน้ำตา  

“ถามตัวนายดีกว่าว่าไม่รู้สึกเลยหรือไง ทั้งที่เจอกับเขามานานกว่าฉัน..”  

แวบนึงที่อัลฟ่าหนุ่มเห็นแววตาไม่พอใจของแมดส์ที่แสดงออกมาอย่างไม่คิดปกปิด และนั่นก็เล่นเอาเมเลคถึงกับเสียวสันหลังวาบขึ้นมาทันที  

“ฉันให้นายมาช่วย ไม่ได้ให้มาออกความเห็น”

“แล้วสักวันนายจะต้องกลับมาคิดทบทวนในสิ่งที่ฉันพูด”  

เมเลคไม่รอให้ทรูอัลฟ่าได้โต้ตอบอะไรต่อ เจ้าตัวก็เลี่ยงเดินกลับไปหาคุณหนูเยลเวอร์ตันอีกครั้ง โดยที่การกระทำของอีกฝ่ายนั้นเรียกปฏิกิริยาโต้ตอบของ แมดส์ ไทเลอร์ ได้อย่างคาดไม่ถึง

“ลุกไหวไหมคุณหนู” เจ้าของเสียงติดสูงเอ่ยถามคนที่เจ็บขา ก่อนจะได้รับคำตอบเป็นการส่ายหน้าช้า ๆ ซึ่งก็พอเดาได้ว่าแผลที่ได้รับมาก่อนหน้านี้คงจะเริ่มระบมขึ้นมากกว่าเดิม “เดี๋ยวฉันช่วย..” อัลฟ่าหนุ่มขยับตัวเข้าใกล้เพียวโอเมก้าตัวขาวอย่างไม่คิดอะไร เพราะตั้งใจจะช่วยอย่างใจจริง  

“ไม่ต้องยุ่ง”  

เมเลคชะงักการกระทำของตัวเองในทันที เมื่อได้ยินเสียงของเพื่อนสนิทที่เอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงเข้ม มิหนำซ้ำยังเดินแทรกเบียดเข้ามาบังหน้า จนทำให้เจ้าตัวต้องถอยหลีกออกมาอย่างช่วยไม่ได้  

ไอ้การกระทำที่แปลกประหลาดของแมดส์ซึ่งขัดกับอะไรหลาย ๆ อย่างนี่มันน่ารำคาญจริง ๆ แต่เมเลคก็ไม่สามารถพูดอะไรได้ นอกเสียจากทำได้เพียงแค่กลอกตามองบนและหัวเราะในลำคอเบา ๆ  

ให้มันได้อย่างนี้สิ แมดส์ ไทเลอร์  

“เดินช้า ๆ หน่อยได้ไหม..”  

คุณหนูเยลเวอร์ตันที่ถูกรั้งเอวเข้าไปโอบเอ่ยออกมา หลังจากที่ถูกคนตัวใหญ่กว่าพยุงลุกขึ้นเดิน แต่ก็ดูเหมือนว่าความใจร้อนของแมดส์จะขัดกับการเดินที่ไม่สะดวกของเธียร์ และนั่นก็ทำให้เมเลคเห็นความแตกต่างระหว่างรูปร่างของทรูอัลฟ่าหนุ่มกับเพียวโอเมก้าอย่างชัดเจน

สิ่งที่คนทั้งคู่เป็นมันตรงข้ามราวกับสีขาวและสีดำซึ่งตัดกันอย่างชัดเจน 

 แต่สิ่งที่ทำให้เมเลคซึ่งเดินตามหลังนั้นต้องอ้าปากค้าง ก็คงเป็นเพราะการที่ไทเลอร์ดันช้อนตัวคุณหนูเยลเวอร์ตันขึ้นอุ้มอย่างหน้าตาเฉย คนตาแดงช้ำจากการร้องไห้เองก็ไม่ได้พูดอะไรออกมา นอกเสียจากจะปล่อยให้ทุกอย่างมันเป็นไปตามนั้น  

คำถามหลายอย่างผุดขึ้นมากมายในหัวของเพื่อนสนิทอย่างเมเลค แค่เพียงระยะเวลาไม่กี่เดือนที่ผ่านมานี้ มันทำให้ แมดส์ ไทเลอร์ เปลี่ยนไปได้ขนาดนี้เลยหรือ ต่อให้ไม่ได้มากมายนัก แต่การเปลี่ยนแปลงนี้ก็ย่อมสร้างความแปลกใจเป็นอย่างมาก  

ทางด้านคนที่จู่ ๆ ก็ถูกช้อนตัวขึ้นอุ้มในท่าทางน่าอาย ก็ได้แต่มองไปที่ช่วงลำคอของอีกฝ่ายซึ่งพอดีกับระดับสายตาของตัวเอง หากเป็นก่อนหน้านี้เธียร์คงรู้สึกไม่ดีแน่นอนกับการที่ถูกอีกฝ่ายจับเนื้อตัวของตัวเองอย่างใกล้ชิดขนาดนี้ แต่เพราะตอนนี้คุณหนูเยลเวอร์ตันยังคงไม่สามารถเอาตัวเองออกมาจากความสูญเสียที่ได้รับได้ต่างหาก ถึงทำให้เจ้าตัวยังคงนิ่งได้ขนาดนี้  

“นั่งนิ่ง ๆ”  

หลังจากที่ แมดส์ ไทเลอร์ อุ้มเพียวโอเมก้าตัวขาวขึ้นไปไว้บนหลังม้าเป็นที่เรียบร้อย เจ้าตัวก็เอ่ยเสียงเข้มสั่งคนที่นั่งอยู่ด้านบน เพื่อไม่ให้เจ้าตัวทำอะไรที่จะทำให้ม้านั้นแตกตื่น  

“เราขี่ม้าไม่เป็น…”

“ฉันก็ไม่ได้จะให้นายขี่เสียหน่อย” พูดจบทรูอัลฟ่าหนุ่มก็ขึ้นหลังมาตัวเดียวกันกับอีกฝ่าย จนทำให้พื้นที่บนหลังม้านั้นแคบลง  

“งั้นนายก็นำหน้าไปแล้วกัน” เมเลค ฟิทซ์รอย ที่ขึ้นหลังม้าของตัวเองเป็นที่เรียบร้อยเอ่ย  

“ตามนั้น..”  

คำตอบของแมดส์ทำให้เมเลคลอบยิ้มเล็ก ๆ กับตัวเอง แต่ก็ยังไม่วายโดนสายตาดุของไทเลอร์ตวัดมอง อัลฟ่าหนุ่มจึงได้แต่ผิวปากแก้เซ็งพลางแหงนหน้ามองดาวบนท้องฟ้าแทน และจังหวะที่หันกลับมามองเพื่อนสนิทของตัวเอง ก็ทำให้อัลฟ่าหนุ่มเห็นจังหวะที่แมดส์ก้มหน้าลงไปคุยกับคุณหนูตัวขาวอย่างใกล้ชิด  

ให้ตายเถอะ นี่มันสถานการณ์อะไรกันวะเนี่ย?  

 

 

 

การเดินทางในช่วงเวลากลางคืนนั้นเป็นการเดินทางที่ยากลำบาก และต้องระมัดระวังเพิ่มมากขึ้นอีกเท่าตัว ยิ่งทางลาดชันที่ไม่เอื้ออำนวยความสะดวกก็ยิ่งทำให้แมดส์ต้องใช้ความชำนาญของตัวเอง โดยที่ต้องคำนึงถึงใครอีกคนที่นั่งอยู่ทางด้านหน้าของตัวเองด้วย  

“ไม่มีใครสอนหรือว่าถ้าขี่ม้าเวลาลงเขาที่มันชันให้เอนตัวไปด้านหลัง..”  

แต่ก่อนที่แมดส์จะเอ่ย ความมือไวของเจ้าตัวก็โอบช่วงลำตัวของเพียวโอเมก้าให้เอนมาทางด้านหลัง ส่งผลทำให้เธียร์ตัวแข็งทื่อในทันที  

ไร้เสียงตอบรับแตกต่างจากทุกที มีแต่เพียงหัวกลมที่ส่ายไปมาช้า ๆ เป็นคำตอบเพียงเท่านั้น

“งั้นก็จำไว้..” ทรูอัลฟ่าผิวเข้มเอ่ยบอก ก่อนที่จะปล่อยให้คนตัวขาวนั้นสามารถพิงอกตัวเองได้อย่างไม่ต้องเกร็ง “มันก็คงใกล้ไปมากกว่านี้ไปไม่ได้แล้วล่ะคุณหนู”

แค่นั่งซ้อนหลังกันอยู่แบบนี้มันก็แนบชิดกันไปทุกสัดส่วน ทั้งแผ่นหลังที่แนบกับอกกว้าง รวมไปถึงเอวบางคอดที่ถูกโอบอย่างเลี่ยงไม่ได้  

“บอกได้ไหมว่าจะพาเราไปที่ไหน..”

“….”

“อย่างน้อยก็ให้เรารู้บ้างว่าอนาคตมันจะเป็นยังไง”  

เขาเกลียดเหลือเกินกับอนาคตที่คาดเดาไม่ได้ และพลิกผันจนน่ากลัว ความสูญเสียที่ไม่ได้ทันตั้งตัวว่ายากรับมือแล้ว แต่อนาคตที่มันเคว้งคว้างไปหมดมันน่ากลัวยิ่งกว่า

“กรีนเลค..”  

“มันคือที่ไหนกัน?”

“เดี๋ยวนายก็จะรู้เอง”  

มันไม่ใช่เมืองที่เธียร์คุ้นหู และก็คงไม่ใช่ชื่อเมืองแน่นอน..  

“นายคงไม่ได้คิดจะส่งเราให้กับพวกคาร์เลียนหรอกใช่ไหม?”

เธียร์ไม่รู้หรอกว่าสิ่งที่ตัวเองคิดมันจะใช่เรื่องจริงหรือเปล่า แต่เขาเองก็ไม่สามารถไว้ใจ แมดส์ ไทเลอร์ ได้อย่างสนิทใจ เขาไม่เหลือแม้กระทั่งเอนยาเป็นที่พึ่ง ไม่เหลือแม้กระทั่งความช่วยเหลือจากคนที่รู้จัก  

ทุกอย่างในชีวิตของ เธียร์ เยลเวอร์ตัน กำลังอยู่ในกำมือของ แมดส์ ไทเลอร์ ทั้งหมด  

“ทำไมถึงคิดแบบนั้น?”

“แล้วเราไม่มีสิทธิ์กลัวหรือ.. นายช่วยเราหนีออกมาก็จริง แต่เราก็ไม่รู้อยู่ดีว่านายจะทำอะไรกับเราต่อไป”

“….”

“ที่เรายอมออกมากับนายก็เพราะเราอยากมีชีวิตเป็นของตัวเอง ไม่ใช่ให้ใครมากำหนดเหมือนที่ผ่านมา”

“….”

“แต่นายกำลังทำให้เรารู้สึกแบบนั้นซ้ำสองในตอนนี้..”  

แมดส์ ไทเลอร์ ไม่สามารถคาดเดาใบหน้าของคนที่นั่งอยู่ทางด้านหน้าของตัวเองได้ มีแค่เพียงน้ำเสียงของอีกฝ่ายเท่านั้นที่พอจะบ่งบอกความรู้สึกได้อย่างชัดเจน

“กังวลเกินไปมั้งคุณหนู”

“ทุกอย่างมันควรจบถ้านายพาเราไปวัลเดส”

“….”

“หลังจากนั้นเราจะเป็นยังไงมันก็เรื่องของเรา”

“ที่นั่นไม่ปลอดภัยสำหรับคุณหนู”

“แล้วอยู่กับนายมันปลอดภัยตรงไหน?” เธียร์ เยลเวอร์ตัน เอ่ยตอกกลับในทันที “ขนาดพี่ชายเราที่เป็นคนว่าจ้างนาย นายยังซ้อนแผนเขาได้เลย แล้วเราล่ะ?”

“พี่ชายคุณหนูทำให้มันเป็นเรื่องเอง”

“คนอย่างนายที่ทำตามหน้าที่ตัวเองมาตลอด จะมาสนใจทำไมว่าเราจะปลอดภัยหรือไม่ปลอดภัยถ้าไปวัลเดส”

“….”

“หน้าที่ของนายมันมีแค่นั้น”  

“ฉันไม่จำเป็นต้องอธิบายให้นายฟัง.. พูดไปก็คงไม่เข้าใจ”

“นายจะมาเข้าใจคนที่ต้องสูญเสียแบบเราได้ยังไงกัน…”

แมดส์ ไทเลอร์ เงียบไปครู่หนึ่ง จนทำให้เธียร์เริ่มกังวลว่าคำพูดของตัวเองนั้นจะไปสร้างความไม่พอใจให้กับอีกฝ่ายหรือเปล่า

“ไม่เข้าใจงั้นหรือ?”

“….”

“แล้วทำไมเราจะต้องให้ใครมาเข้าใจความสูญเสียของเรา”

“….”

“พอจะตอบได้ไหมล่ะคุณหนู?”  

“อย่างน้อยมันก็คงดีกว่าที่เราจะต้องเก็บมันไว้คนเดียว”

ความรู้สึกแหลกละเอียดที่พยายามประกอบกลับมาใหม่อย่างเงียบ ๆ มันคงไม่ใช่เรื่องดี หากเศษแก้วพวกนั้นจะไปบาดเข้ากับใครอื่นที่ไม่ได้เกี่ยวข้อง  

“ไม่มีทางที่ทุกคนจะเข้าใจเรา..”

“ต่อให้มีคนเข้าใจเราแค่คนเดียว มันก็พอแล้วสำหรับเรา"

“….”

“เพราะอย่างน้อยคน ๆ นั้นที่เราเลือกจะบอกเขาว่าเราเจ็บ”

“….”

“เขาก็ต้องเป็นคนที่อยากเข้าใจเรา”

“ใครกันล่ะ?”

แล้วใครกันที่ เธียร์ เยลเวอร์ตัน จะสามารถพูดได้ว่าตัวเองเจ็บปวดและสูญเสียไปมากแค่ไหน?  

“มันคงไม่ใช่นายหรอกไทเลอร์ เพราะคนอย่างนายไม่มีทางอยากเข้าใจเรา”

 

 

HASTAG : #maddogmn  

 

 

Talk : แมดส์อย่าเข้าใจยากได้เปล่า คุณหนูเข้าใจนายไม่ไหวหรอก…  

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 976 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

6,515 ความคิดเห็น

  1. #6456 Rannaree Rannaree (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 28 ธันวาคม 2563 / 16:54
    เวลาสองคนนี้คุยกันมันแบบเหมือนแม่เหล็กคนละขั้วเลยค่ะ คือไม่ได้ขนาดทะเลาะกัน แต่เห็นเลยว่าทัศนคติ ชีวิต ประสบการณ์ที่เคยเจอต่างกันอย่างชัดเจน แมดส์อาจจะยังดูใจร้าย แต่กล้าบอกเลยว่าแมดส์หวงน้องจากเมเลคด้วย ฉากที่เอาตัวเองไปยืนบังแล้วประคองเขาเองน่ะ!
    #6,456
    0
  2. #6362 ParkMild (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 11 ธันวาคม 2563 / 20:28
    น้องไม่เหลือใครแล้ว กับเอนยายังไม่ได้ลาเลยสักนิด
    #6,362
    0
  3. #6325 __0997 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 29 พฤศจิกายน 2563 / 14:04
    แมดส์รู้ตัวซักทีว่าคือนายยยยยโอ้ยยยย แง้ตอนนี้เหมือนเราหลอกตัวเองเลยอ่ะฮื่อ ที่บอกไปตอนที่แล้วว่าเอนยายังไงก็ต้องมาหาคุณหนูแน่ๆก็เหมือนหลอกตัวเอง ตอนนี้คุณหนูไม่เหลือใครแล้ว เหลือแค่คนเดียวเลยแมดส์ คู่แห่งโชคชะตาของคุณหนู แง้ แต่ก็ยังเชื่ออยู่นะว่าแมดส์ถ้าไม่รู้สึกไม่ทำอบบนี้หรอก ดีไม่ดีรู้สึกมากๆๆๆไปแล้วด้วยซ้ำ
    #6,325
    0
  4. #6233 mnissaimork (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 18 พฤศจิกายน 2563 / 23:56
    พอกลับมาอ่านใหม่ ซีนน้องด่าไทเลอร์ว่าไม่มีวันเข้าใจนี่จุกอยู่ในคอเหมือนกันแหะ ที่แมดส์เจอมามันแบบ ... ;——;
    #6,233
    0
  5. #6208 pimpitchant (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2563 / 12:45
    ฮืออ เอนยา เธียร์ไม่เหลือใครแล้วอะ แมด ช่วยใจดีกับน้องหน่อยนะ
    #6,208
    0
  6. #6156 jjj_jaejamje (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 13 ตุลาคม 2563 / 11:48
    แงแออออออ สงสารน้องเธียร์ เอนยาเปนคนเดียวเลยที่เข้าใจน้อง แบบ😭😭
    #6,156
    0
  7. #6126 BBbyunbua (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 7 ตุลาคม 2563 / 22:28
    จริงต่างกันจนไม่เห็นทางที่จะรักกันได่เลย แต่ล้นว่าแมดก็มีแหละความรู้สึก แต่คาดเดาไม่ได่เลย แต่มั่นใจว่าชอบน้องแน่ๆชั้นมั่นใจ มั่นหน้าด้วย
    #6,126
    0
  8. #6057 babemay (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 26 กันยายน 2563 / 13:09
    ต่างกันมาก แต่เพื่อนอย่างเมเลคก็ยังตกใจที่แมดส์เปลี่ยนไป มันดีมั้ยนะ ฮือ แต่แมดส์เข้าใจยากมากๆ อยากรู้เรื่องของแมดส์บ้างจัง ส่วนเรื่องเอนยาขนาดเป็นคนอ่านเรายังใจหายเลย ฮือ
    #6,057
    0
  9. #5961 doraaung (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 19 สิงหาคม 2563 / 20:53
    ต่างกันมากจริงๆ แต่คงได้เรียนรู้ในความต่างของกันและกัน ลุ้นเหมือนกันนะว่าจะผ่านกันไปได้ไกลขนาดไหน

    ขอบคุณสำหรับฟิคนะคะ ไรท์สู้ๆน๊าาาา
    #5,961
    0
  10. #5933 mefallinginlovewithjeno (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 14 สิงหาคม 2563 / 10:33
    สงสารเอนยามาก สงสารน้องเธียร์ด้วย เหม่อไปพักนึง;-;
    #5,933
    0
  11. #5851 Felicia_Kirisora (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 6 สิงหาคม 2563 / 02:50
    คำพูดน้องคือกระแทกใจอย่างแรง น้องกับแมดส์ต่างกันมากจริงๆ แหละ คงต้องใช้เวลาปรับตัวกันอีกนาน แต่ปวดใจแทนคุณหนูตอนนี้มากเลย เรื่องที่คุณหนูเจอมาตลอดมันหนักมาก แล้วคราวนี้ยังมาสูญเสียคนสนิทที่ดูแลน้องดีกว่าครอบครัวอย่างเอนยาไปอีก พี่แมดส์ช่วยใจดีกับน้องหน่อยนะ น้องก็ใจแค่นั้นเอง ;—;
    #5,851
    0
  12. #5726 dissilyn (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 28 กรกฎาคม 2563 / 00:23
    คนนึงไม่ค่อยพูดพูดทีก็ปากไม่ตรงกับใจส่วนอีกคนก็อยากให้คนอื่นเข้าใจแต่ก็ชอบคิดเผื่อคนอื่น แล้วจะสนทนากันให้ตรงกันได้ยังไงใจเจ่บไปหมดเลยย ;-;
    #5,726
    0
  13. #5545 lopenav (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 12 กรกฎาคม 2563 / 21:48
    ฉากที่คุณหนูรู้เรื่องจองเอนยาทำเราใจสลายจริงๆ..... ส่วนแมดส์กับคุณหนู ก็เป็นสีดำกับสีขาวที่ต่างกันสุดขั้วอย่างที่เมเลคว่าจริงๆนั่นแหละ;-;
    #5,545
    0
  14. #5363 satannoy2929 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 26 มิถุนายน 2563 / 14:39
    คือออออ ก้ไม่ใช่ว่าไม่เข้าใจนะ อย่างเราก้เปนประเภทไม่พูดเรื่องตัวเอง ไม่ต้องการให้ใครเข้าใจเหมือนกัน แต่ก้ต้องยอมรับว่าถ้าไม่พูดก้จะปรับตัวเข้าหากันไม่ได้ ทั้งสองคนเหมือนยังมีกำแพงไง หวังว่ามันจะดีขึ้นในเร็ววันนะ
    #5,363
    0
  15. #5175 machada07 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 14 มิถุนายน 2563 / 13:50
    ใจดีกับน้องหน่อยนายแมดส์ ;-;
    #5,175
    0
  16. #5161 kmx03 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 12 มิถุนายน 2563 / 23:24
    ;-;;;;
    #5,161
    0
  17. #4869 Issi'da (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2563 / 17:45
    ขอเมินนายแมดได้ไหม ขอกรี๊ดนายเมเลคก่อน กรี๊ดดดดดดดด
    #4,869
    0
  18. #4840 ปงจี้ (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2563 / 01:11
    คำพูดจุกอกทั้งคู่เลยแม่ กี้ดดดดด
    #4,840
    0
  19. #4800 mugirita (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 29 พฤษภาคม 2563 / 15:00
    ฮือ น้องเธียร์
    #4,800
    0
  20. #4487 Mmaaeebb (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 16 พฤษภาคม 2563 / 23:13
    คุณหนูน่าสงสารมากกก อยากเอามากอดปลอบตอนน้องสูญเสียเอนยาอ่ะ ชีวิตอยู่ในกำมือนายแมดจริงๆนั่นแหละใจดีกับคุณหนูหน่อยนะนายย
    #4,487
    0
  21. #4320 thatdimplepeach (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2563 / 01:45

    ม้าายยยยยย ๆอ้คนใจน้ายยยยยยยยย

    #4,320
    0
  22. #4271 ปงจี้ (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2563 / 16:54
    คนซึนมากนายแมดส์เนี่ย เห้อ
    #4,271
    0
  23. #3558 om_kanokrat (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 10 เมษายน 2563 / 16:43
    คือเอาเเน่เอานอนอะไรได้บ้าง
    #3,558
    0
  24. #3411 pplinyeol (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 8 เมษายน 2563 / 03:53
    ฉันเปียกปอนกับฉากที่น้องรู้ว่าเอนยาไม่อยู่แล้วมากแงงงงงน้องงงงงงงคนที่เห็นคุณค่าของน้องคนี่น้องรักมาจากไปแบบนี้ใจสลายน่าดู แล้วนายคนนั้นน่ะ “หวง” พิมพ์แบบนี้นะค่ะแหมมมมมมมมมมมมม
    #3,411
    1
    • #3411-1 monster_evil(จากตอนที่ 14)
      3 พฤษภาคม 2563 / 16:50
      นะคะ พิมพ์แบบนี้นะเตง5555555555555หยอกๆ
      #3411-1
  25. #3382 Blsuni (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 4 เมษายน 2563 / 02:42

    แมดส์มีอะไรก็บอกน้องบ้างง

    #3,382
    0