[ #MINNO ] MAD DOG ¦ True Alpha x Pure Omega

ตอนที่ 12 : Mad Dog : Chapter 10

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 6,976
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,009 ครั้ง
    21 ธ.ค. 62

 

 

 

เจ้าของใบหน้าจิ้มลิ้มได้แต่นิ่วหน้าด้วยความเจ็บ เมื่อความชาจากบาดแผลนั้นหายไปจนหลงเหลือแต่เพียงความเจ็บแสบที่ทำให้เจ้าตัวแทบจะก้าวขาไม่ออก แม้จะไม่ได้มีเลือดไหลมากเท่าก่อนหน้านี้แต่ของเหลวสีเข้มก็ยังคงไหลออกมาจนชุ่มผ้าที่ถูกพันเอาไว้  

“ฉันว่ายังไงก็ไม่ไหว แค่จะยืนด้วยตัวเองคุณหนูตัวขาวนี่ยังทำไม่ได้เลยด้วยซ้ำ” เมเลคที่ยืนกอดอกมองเพียวโอเมก้าเอ่ย พลางเหลือบมองไทเลอร์ที่ยังคงยืนนิ่ง  

“เราไหว..” คำโต้แย้งของคนตัวขาวทำให้อัลฟ่าผิวสีแทนถึงกับหลุดหัวเราะออกมาอย่างช่วยไม่ได้ และการกระทำเช่นนั้นก็ย่อมทำให้คนตาใสหันมามองเมเลคในทันที “เราไม่ได้อยากเป็นภาระใครเสียหน่อย”

ถึงเจ้าตัวจะยืนยันว่าสามารถเดินได้เอง แต่ประเมินจากสภาพดูแล้วยังไงก็คงไม่มีทางไหวเป็นแน่ แค่คุณหนูเยลเวอร์ตันในสภาพร่างกายปกติก็พอจะเดาได้แล้วว่าคงเดินเท้าระยะยาวได้ไม่มาก ยิ่งสภาพที่บาดเจ็บที่ขาแบบนี้แล้วล่ะก็ หมดหวังไปได้เลยที่เจ้าตัวจะสามารถเดินเท้าต่อไปได้

ชีวิตของเพียวโอเมก้าที่ถูกจำกัดอยู่ในกรอบสี่เหลี่ยม มันคงแตกต่างเกินไปสำหรับชีวิตที่ไร้กรอบเช่น แมดส์ ไทเลอร์  

ยิ่งเข้าใกล้ ยิ่งสัมผัส มันก็ยิ่งชัดเจนมากขึ้นเรื่อย ๆ ว่าโลกของ เธียร์ เยลเวอร์ตัน กับ แมดส์ ไทเลอร์ นั้นแตกต่างกันราวฟ้ากับเหว

ฟุ่บ

“ขึ้นมา..” ทรูอัลฟ่าผิวสีเข้มที่ยืนฟังอยู่เงียบ ๆ เดินมาหยุดตรงหน้าเพียวโอเมก้าตัวขาว ก่อนที่จะหมุนตัวหันหลังและย่อตัวลงในระดับที่ทำให้คนซึ่งนั่งอยู่บนโขดหินสามารถขึ้นมาบนหลังของตัวเองได้ “ฉันจะไม่พูดซ้ำนะคุณหนู”

เสียงเข้มของแมดส์ย่อมสร้างความกดดันในการตัดสินใจให้กับคุณหนู จนเจ้าตัวต้องเลือกที่จะขยับตัวเพื่อขึ้นไปบนหลังของคนหน้าดุ แขนเล็กของเพียวโอเมก้าคว้ากอดคอแกร่งแทบไม่ทัน เมื่อไทเลอร์นั้นหยัดตัวลุกขึ้นยืนพลางใช้ท่อนแขนกระชับบริเวณขาของเธียร์ให้เข้าที่เข้าทาง  ด้วยความแข็งแรงทางร่างกายของทรูอัลฟ่าทำให้แมดส์สามารถแบกน้ำหนักของเพียวโอเมก้าตัวผอมบนหลังได้อย่างง่ายดาย  

ร่างกายนุ่มนิ่มของคนที่ยังพอมีเนื้อมีหนังอยู่บ้างแนบชิดไปกับร่างกายแข็งแรงของทรูอัลฟ่า ย่อมทำให้คนที่ไม่ค่อยให้ใครถูกเนื้อต้องตัวอย่างแมดส์ขมวดคิ้วเข้าหากันจนยุ่งไปหมด  

“ฉันไม่อยากจะเชื่อ..” เมเลคซึ่งเห็นทุกการกระทำอดร้องออกมาไม่ได้ด้วยความรู้สึกตกใจ แน่นอนว่ามันย่อมเป็นการกระทำที่ตั้งใจจะกวนประสาทแมดส์ ทำให้เจ้าของใบหน้าดุตวัดสายตาคมมามองเพื่อให้อัลฟ่าผิวสีแทนหยุดการกระทำที่กวนประสาทเสียที “ไม่คิดมาก่อนเลยว่านายจะยอมทำอะไรแบบนี้”

“ตื่นเต้นมากไหม?” แมดส์ ไทเลอร์ เอ่ยถามคนที่ยกยิ้มทะเล้นเสียงเรียบ

ทางด้านคนตัวขาวที่อยู่บนหลังของไทเลอร์ก็ได้แต่กะพริบตามองคนทั้งคู่ถกเถียงกัน  

“เราขอโทษนะที่ทำให้นายต้องลำบาก” ด้วยระยะห่างของใบหน้าที่อยู่ใกล้กัน แม้เธียร์จะพูดมันเบามากแค่ไหนก็ย่อมทำให้แมดส์ได้ยินอย่างชัดเจนทุกคำพูด และนั่นก็ทำให้แมดส์ยอมละความสนใจจากเมเลคที่กำลังกวนประสาทตัวเอง

“แค่ฝืนเดินมาได้ขนาดนี้ ก็นับว่าดีแค่ไหนแล้วสำหรับคนอย่างคุณหนู” แม้จะตอบไม่ตรงคำถามแต่ความหมายในประโยคก็ยังคงทำให้คนตัวขาวพูดไม่ออก “เลิกคิดว่าตัวเองเป็นภาระของคนอื่นสักทีเถอะ”

“ก็เรา…”

ถ้าเลือกได้เธียร์เองก็ไม่อยากมาอ่อนแอในตอนนี้เช่นกัน เขาเบื่อเต็มทนกับการต้องเป็นภาระให้คนอื่นหรือต้องให้ใครช่วยเหลือตัวเองอยู่ตลอด

“เอาไว้ค่อยว่ากันอีกที มันคงไม่ใช่เวลาที่จะมาคุยกันในตอนนี้” แมดส์ ไทเลอร์ ตัดบทคนตัวขาวที่กำลังอ้าปากพูด จนเธียร์ได้แต่เก็บคำพูดที่ตั้งใจจะพูดไว้ลงไปในลำคอของตัวเอง  

“พวกมันตามมาแล้ว” เมเลคเอ่ยบอกเพื่อนของตัวเอง ในขณะที่ดวงตาของเจ้าตัวละความสนใจจากแมดส์และคุณหนูตัวขาว เพื่อไปจับจ้องที่แสงไฟซึ่งกำลังเคลื่อนเข้ามาใกล้จุดที่พวกเขาทั้งสามคนอยู่ในตอนนี้  “ฉันว่านายล่วงหน้าไปก่อนดีกว่า ส่วนทางนี้ฉันจะจัดการเอง” 

“งั้นก็เจอกันที่จุดนัดพบ”  

แมดส์ ไทเลอร์ ไม่ได้ทักท้วง เมเลค ฟิทซ์รอย แต่อย่างใด เพราะแมดส์เองก็ไว้ใจในฝีมือของอัลฟ่าหนุ่มแบบที่ไม่ต้องกังวลอะไร  

“ให้มาออกกำลังกายตอนดึกแบบนี้ นี่มันไม่ใช่นิสัยของฉันเลยจริง ๆ” เมเลคยังคงบ่นงึมงำตามนิสัยของคนช่างพูด “แต่เห็นแก่คุณหนูตัวขาวนี่หรอกนะ ฉันจะเต็มใจทำให้ก็แล้วกัน” รอยยิ้มทะเล้นบนใบหน้าของเมเลคที่ถูกส่งให้คนที่อยู่บนหลังของทรูอัลฟ่าผิวสีเข้ม ก่อนที่เจ้าตัวจะได้รับสายตาดุ ๆ ของแมดส์ปรามเอาไว้

ใครมันจะไปถนัดต่อสู้ในช่วงเวลากลางคืนอย่าง แมดส์ ไทเลอร์ กัน  

“ถ้านายไสหัวกลับมาไม่ทันเวลานัด ฉันจะถือว่านายอยากอยู่ที่นี่ต่อ”  

เมเลค ฟิทซ์รอย รู้สึกชอบช่วงเวลานี้อย่างบอกไม่ถูก ยิ่งเห็นว่าคนอย่าง แมดส์ ไทเลอร์ ทำอะไรที่ไม่คาดคิดแบบนี้ มันยิ่งทำให้เขาเห็นความสนุกที่กำลังรอตรงหน้าอยู่รำไร  

“แทบวอดวายขนาดนี้ มันจะยังเหลืออะไรที่น่าสนใจให้ฉันอยากอยู่ต่ออีกล่ะ”

 “ถ้าจะตายก็ตายให้ศพมันสวยหน่อย”

ประโยคไม่น่าฟังของแมดส์ทำให้เมเลคชูนิ้วกลางให้อีกทรูอัลฟ่าหนุ่ม ก่อนจะสบถคำหยาบคายออกมาอย่างไร้เสียง

 

 

 

เสียงก้าวเดินของฝีเท้าซึ่งแผ่วเบาที่ย่ำลงกับพื้นด้วยน้ำหนักสม่ำเสมอ คงเป็นเพียงเสียงเดียวที่ดังขึ้นแทรกเสียงใบไม้ที่พลิ้วไหวไปตามแรงลม และเสียงของบรรดาสัตว์ต่าง ๆ ที่กำลังเริงร่าในยามค่ำคืน  

ความมืดในยามค่ำคืนกลางป่าย่อมมีเพียงแค่แสงสว่างจากดวงจันทร์เท่านั้น ที่พอจะเป็นตัวช่วยนำทางให้คนทั้งคู่ได้ในตอนนี้ เพียวโอเมก้าตัวขาวที่อยู่บนหลังของทรูอัลฟ่าหนุ่มได้แต่มองรอบ ๆ ด้วยความไม่คุ้นเคย ความมืดมนที่ไร้แสงสว่างยิ่งทำให้รอบข้างดูอันตรายมากขึ้นเป็นเท่าตัว แต่ทว่า แมดส์ ไทเลอร์ เองก็ดูคุ้นชินกับมันได้อย่างน่าทึ่ง

“อึก..” วงแขนเล็กของเธียร์ที่โอบรอบลำคอของแมดส์ เผลอกอดคออีกฝ่ายแน่นขึ้นอย่างไม่ได้ตั้งใจ เมื่อแรงกระแทกจากการก้าวเดินนั้นทำให้เจ้าตัวรู้สึกเจ็บแผลเพิ่มมากขึ้น  

แม้จะไม่ต้องเดินด้วยสองขาของตัวเอง แต่ก็ใช่ว่าความเจ็บปวดของบาดแผลมันจะทุเลาลงเสียเมื่อไหร่  

มันช่างน่าเจ็บใจสิ้นดีที่เธียร์นั้นไม่สามารถเอาชนะความเจ็บปวดพวกนี้ได้  

“ถ้าเจ็บก็กัดไหล่ฉันไว้..”

ทรูอัลฟ่าหนุ่มที่เงียบอยู่นานเอ่ยขึ้นมาลอย ๆ จนทำให้คนตัวขาวที่กำลังข่มความเจ็บถึงกับหันมองใบหน้าคมด้วยความไม่เข้าใจ แต่ที่น่าตกใจไปกว่านั้นมันก็คงไม่พ้นใบหน้าของแมดส์ที่หันมาหาใบหน้าของเธียร์อย่างพอดิบพอดี  

“นายจะมายอมเจ็บตัวทำไมกันไทเลอร์…” เจ้าของใบหน้าจิ้มลิ้มเอ่ยถามทรูอัลฟ่าหนุ่มอย่างต้องการคำตอบ ไม่ว่าจะพยายามจ้องมองเข้าไปภายใต้ดวงตาดุคมนี่มากแค่ไหน เธียร์เองก็ยังไม่สามารถที่จะสัมผัสความรู้สึกของอีกฝ่ายในตอนนี้ได้  

แววตาของ แมดส์ ไทเลอร์ มันยังคงมีแต่ความว่างเปล่าที่ไม่ต่างจากการมองผืนน้ำที่นิ่งสงบ..

“….”

“ที่เราเจ็บตัวแบบนี้ก็เพราะเราทำตัวเองทั้งนั้น เพราะฉะนั้นมันก็ไม่ใช่เรื่องที่นายจะต้องมาเจ็บกับเรา”  

เจ็บเองก็ต้องรับผิดชอบความเจ็บปวดนี้ มันก็ถูกแล้วไม่ใช่หรือ?  

“กัด..”

แต่ดูเหมือนว่า แมดส์ ไทเลอร์ จะไม่ใส่ใจกับสิ่งที่เธียร์พูดเลยสักนิด  

“เราทนได้ นะ นาย อึก” เพียวโอเมก้าตัวขาวเบ้หน้าด้วยความเจ็บจนน้ำตาคลออีกรอบ เมื่อมือใหญ่ของทรูอัลฟ่าหนุ่มนั้นขยับโดนบาดแผลที่ขาของตัวเองจนเจ็บจี๊ด  

“ทางข้างหน้ามันเป็นทางขึ้นเขา ฉันคงเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องจับขานาย” ไทเลอร์ให้เหตุผลกับคนที่อยู่บนหลังตัวเองตามความจริง การเดินในระดับพื้นราบมันอาจจะทำให้แมดส์ไม่ต้องแตะต้องบริเวณขาของเธียร์มากเพราะการรับน้ำหนักที่ยังคงสมดุล แต่ในทางข้างหน้าที่ต้องผ่านขึ้นไปยังไงเสียเพื่อการเดินที่ถนัดและป้องกันให้คนบนหลังไม่ตกลงมา ก็ย่อมทำให้แมดส์ต้องล็อกขาของอีกฝ่ายเพิ่มมากขึ้น ซึ่งแน่นอนว่ามันย่อมต้องมีบางจังหวะที่จะเสี่ยงไปโดนบาดแผลสดของคุณหนูเยลเวอร์ตัน  

“งั้นเราจะเดินเอง” คนตัวขาวแย้งในทันที

“นอกจากจะได้แผลที่หินครูดก่อนหน้านี้แล้ว ยังอยากตกเขาเพิ่มอีกหรือคุณหนู?” แมดส์ว่า “บอกไว้ก่อนนะว่าไม่คุ้ม”  

แมดส์ ไทเลอร์ ไม่ได้ขู่เลยสักนิด แต่ถ้าหากคุณหนูเยลเวอร์ตันอยากจะลองดูก็คงไม่ใช่เรื่องเสียหาย

คนตัวขาวได้แต่กลืนน้ำลายอึกใหญ่ลงไปในลำคอ พลางเหลือบมองทางด้านหน้าซึ่งเป็นทางชันอย่างที่ไทเลอร์พูด  

“จะมาว่าเราทีหลังไม่ได้นะไทเลอร์” คนตัวขาวเอ่ยดักไว้ก่อน “นายเป็นคนเสนอเอง..”

“ฉันจะพยายามใช้เวลาให้น้อยที่สุด”

แมดส์ก็ยังคงเป็นแมดส์ นอกจากจะเมินบทสนทนาที่คุยกันเก่งแล้ว เจ้าตัวก็ยังสามารถทให้คู่สนทนาตามไม่ทันไปเสียทุกที  

เสียงร้องอู้อี้ในลำคอของคนบนหลังยังคงดังเข้ามาในหูของคนที่กำลังใช้สมาธิในการก้าวเดิน ความเจ็บนิด ๆ บริเวณช่วงบ่าที่ทรูอัลฟ่าหนุ่มเป็นคนอนุญาตให้อีกฝ่ายกัดลงมาได้อย่างเต็มที่ บ่งบอกได้ดีว่าคุณหนูเยลเวอร์ตันนั้นก็คงเจ็บบาดแผลไม่น้อย น้ำหนักของแรงกัดที่ผ่อนตามความเจ็บปวดของอีกฝ่ายยังคงชัดเจนพอ ๆ กับไอ้น้ำตาอุ่น ๆ ที่ไหลซึมผ่านเสื้อผ้าของแมดส์จนกระทบกับผิวเนื้อ  

คุณหนูเยลเวอร์ตันซุกใบหน้าเข้าหาซอกคอของทรูอัลฟ่าผิวสีเข้มจนทำให้ได้กลิ่นประจำตัวที่ชัดขึ้น จมูกโด่งของเธียร์เองก็เผลอสูดดมความหอมอันน่าประหลาดนั้นด้วยความไม่รู้ตัว จนทำให้ในตอนนี้กลายเป็นแมดส์เองที่ต้องขบกรามแน่น เพราะสัมผัสนุ่มหยุ่นจากริมฝีปากอุ่นของเธียร์ที่แนบชิดกับผิวเนื้ออ่อนบริเวณต้นคอของตัวเอง  

“คุณหนู..” แมดส์ ไทเลอร์ เอ่ยเรียกอีกฝ่ายเพื่อเตือนสติคนบนหลัง “ตั้งสติหน่อย”

“เราพยายามแล้ว..”  

เธียร์ เยลเวอร์ตัน อดไม่ได้ที่จะเอ่ยเช่นนั้น ทำไมเขาถึงทำไม่ได้อย่างไทเลอร์ กับแค่สัญชาตญาณพวกนั้นทำไมเขาถึงไม่เคยฝืนมันได้เลย  

หากไม่ใช่คนที่ต้องรู้สึกก่อน เขาก็คงไม่ต้องเจ็บปวดเช่นนี้

เพียงแค่การกระทำเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่ใส่ใจมันก็ทำให้เธียร์หวั่นไหวไปกับอีกฝ่าย ทั้งที่ก่อนหน้านี้คนใจร้ายอย่างแมดส์จะทำให้เจ้าตัวเสียใจมากก็ตาม

ในขณะที่สำหรับแมดส์มันคือหน้าที่ แต่สำหรับเธียร์นั้นมันไม่ใช่เลยสักนิด..

“เราจะห้ามมันได้ยังไง ในเมื่อเรากับนายต้องอยู่ใกล้กันขนาดนี้”

 

 

 

เปลวเพลิงที่ยังคงลุกไหม้จนทำให้ปราสาทซึ่งตั้งอยู่บนเขานั้นโดดเด่นในยามค่ำคืน แสงสว่างจ้าที่ไม่ได้เกิดจากการเฉลิมฉลองคงเป็นที่น่าตกใจไม่น้อยสำหรับใครที่ได้พบเห็น รวมไปถึงเขตเมืองที่ได้รับผลกระทบจนวอดวายเองก็เช่นกัน ยิ่งมองจากบนภูเขาลูกนี้ที่อยู่ถัดมาในระยะทางหนึ่งก็นับว่าช่างเป็นภาพที่สวยงาม จนแมดส์นั้นอดไม่ได้ที่จะยกยิ้มน้อย ๆ กับผลงานของตัวเองในครั้งนี้

ไม่บ่อยครั้งนักที่ แมดส์ ไทเลอร์ จะใช้วิธีป่าเถื่อนเช่นนี้ในการทำลายใครสักคน แน่นอนว่าการเป็นนักฆ่าของแมดส์ก็ไม่ใช่การรับจ้างที่ถูกที่ควรสักเท่าไหร่ ด้านมืดภายในจิตใจที่ยังคงครอบงำมันทำให้ แมดส์ ไทเลอร์ สามารถตัดสินใจฆ่าคนได้อย่างไม่มีความเห็นใจ  

ทรูอัลฟ่าหนุ่มทำงานตามคำว่าจ้างซึ่งถือว่าเป็นหน้าที่ และงานที่เลือกรับมาในแต่ละครั้งก็ย่อมเกิดจากการตัดสินใจของเจ้าตัวล้วน ๆ ไม่ใช่เพียงเพราะแค่เงินมากมายที่ถูกหยิบยื่นให้

สิ่งที่ฮาร์เดนเจอร์ได้รับในครั้งนี้ มันย่อมสมควรแล้วกับสิ่งที่คนพวกนั้นปฏิบัติต่อคนที่ด้อยกว่าในเรื่องของเพศรอง  

ไม่ใช่แค่ตระกูลเยลเวอร์ตันที่รังเกียจความเป็นเพียวโอเมก้า แต่เพราะความคิดอันไม่น่าให้อภัยที่ แมดส์ ไทเลอร์ เองก็เคยได้ยินจากพวกพ่อค้าตามร้านรวงนั่นต่างหากที่ทำให้เจ้าตัวเลือกจะเผาสถานที่โลกีย์นั้นอย่างไม่ลังเล  โอเมก้าที่ถูกจับมาเพื่อค้าประเวณีและค้าทาสเองได้รับการปลดปล่อยเช่นเดียวกับนักโทษในค่ำคืนนี้ กว่าที่จะหาทางดับไฟที่กำลังลุกโหมได้ก็คงต้องใช้เวลาเกินกว่าครึ่งคืนเป็นอย่างน้อย นับว่าเป็นจุดบอดของการสร้างปราสาทไว้บนภูเขาซึ่งห่างจากแหล่งน้ำที่เห็นได้อย่างชัดเจน จนทำให้แมดส์สามารถเลือกเอาจุดนี้มาเป็นตัวเพิ่มการทำลายในทางอ้อม  

เพราะต่อให้เอาน้ำจากบ่อน้ำซึ่งอยู่ใจกลางระหว่างตัวปราสาทซึ่งโอบล้อม ก็คงมีไม่มากพอที่จะช่วยดับไฟไหม้ในบริเวณกว้างพวกนั้นได้  

“ทำไมถึงต้องทำกันขนาดนี้ พวกเขาไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับเรื่องของเราเลยสักนิด”

“ตัดแขน ตัดขา ไปสักข้างก็คงไม่ทำให้ตายหรอก” แขนและขาที่ว่าก็คงไม่พ้นบ้านเรือนในแหล่งชุมชนค้าขายที่ถูกเผาไหม้และปราสาทที่ถูกเผาทำลาย  “ฮาร์เดนเจอร์อยู่อย่างสุขสบายมานานเกินไป จนหลงลืมความทุกข์ทรมานที่เคยทำไว้กับคนอื่น”  

“นายพูดเหมือนกับว่าพวกเราเคยไปทำความเดือดร้อนให้ใคร..”

“เคยทำไว้กับบ้านเมืองอื่นเช่นไร มันก็ย่อมต้องได้รับสิ่งนั้นกลับคืน”

แค่ทะเลเพลิงที่เผาไหม้สิ่งก่อสร้างให้วอดวายมันยังคงใช้เวลาสร้างใหม่ได้ แต่กับชีวิตที่ต้องสูญเสียไปพร้อมเปลวไฟย่อมไม่มีทางหวงคืนกลับมา  

“เราไม่เคยรู้..”

“แล้วมันจะแปลกตรงไหนที่คุณหนูจะไม่เคยรับรู้ถึงความเลวระยำของครอบครัวตัวเอง”

“….”

“การเป็นเยลเวอร์ตันไม่ได้ทำให้คุณหนูสูงส่งไปกว่าใครเลยสักนิด”

“เราไม่เคยยินดีกับการเป็นเยลเวอร์ตัน” เพียวโอเมก้าตัวขาวเถียงขึ้นมาในทันที  

“ถ้าคุณหนูคิดได้อย่างนั้นก็เป็นเรื่องที่ดี” แมดส์ ไทเลอร์ ว่าในขณะที่เจ้าตัวหันกลับมาทรุดตัวลงนั่งตรงหน้าเพียวโอเมก้าหลังจากที่เดินไปหยิบผ้าผืนสะอาดในกระเป๋าที่อยู่บนหลังม้าตัวใหญ่ซึ่งถูกผูกไว้กับต้นไม้แถวนั้น  เพื่อจัดการดึงผ้าที่ชุ่มเลือดซึ่งพันไว้ก่อนหน้าทิ้ง  “ถ้างั้นมันก็คงไม่ใช่เรื่องยากสำหรับคุณหนูที่จะละทิ้งความเป็นเยลเวอร์ตัน”

“เพื่ออะไรกัน?”

มือหยาบที่กำลังทำแผลให้คนตัวขาวใหม่อีกครั้งถึงกับหยุดชะงักลง ก่อนที่ใบหน้าคมจะเงยหน้าขึ้นมองคนตรงหน้า

“หากยังไม่อยากตายเพราะการเป็นเยลเวอร์ตัน ก็อย่าแสดงมันออกมาให้คนอื่นได้รับรู้”

ผลพวงจากการกดขี่ผู้คนมานักต่อนัก ย่อมทำให้ตระกูลเยลเวอร์ตันเป็นที่หมายหัวสำหรับผู้คนที่เคยถูกกดขี่ มันคงไม่ใช่เรื่องดีเป็นแน่หากจะให้คนเหล่านั้นรับรู้ถึงการมีตัวตนของบุตรชายคนเล็กที่ถูกหลงลืม

แม้ เธียร์ เยลเวอร์ตัน จะถูกหลงลืมจากคนในครอบครัว แต่ก็ใช่ว่าจะเป็นที่ลืมเลือนสำหรับคนที่เกลียดชังต่อตระกูลเสียเมื่อไหร่ ตราบใดที่เจ้าตัวยังมีชื่อตระกูลของตัวเองต่อท้ายชื่ออยู่

“ไม่มีใครสนใจเราหรอก”

“ถ้าอย่างนั้นคุณหนูก็คงต้องปิดหน้าปิดตาตัวเองทั้งชีวิต”

ต่อให้ไม่มีใครรู้ว่าคนตัวขาวคือเพียวโอเมก้า ยังไงเจ้าตัวก็ยังคงสามารถดึงดูดความสนใจจากผู้คนด้วยหน้าตาได้อยู่ดี หากให้เจ้าตัวต้องยืนอยู่ท่ามกลางผู้คนนับร้อยนับพัน ก็คงไม่ใช่เรื่องยากที่จะหาอีกฝ่ายพบได้อย่างง่ายดาย

ความแตกต่างของพวกพิเศษที่โดดเด่นกว่าคนทั่วไปจะถูกปกปิดได้อย่างไรกัน

“ยิ่งปกปิดมันก็ยิ่งชัดเจน..”

แต่ไม่ต้องห่วงหรอกว่ามันจะเกิดเรื่องวุ่นวายอะไรขึ้นอีก เมื่อใดที่ เธียร์ เยลเวอร์ตัน เดินทางถึงวัลเดส เจ้าตัวเองก็จะใช้ชีวิตเหมือนคนที่ไม่เคยมีตัวตนอยู่บนโลกใบนี้  

เธียร์ยินดีที่จะถูกลืมเลือนมากกว่าที่จะต้องถูกจดจำ

ผ้าพันแผลผืนใหม่ถูกพันด้วยความรวดเร็วจากฝีมือของทรูอัลฟ่าหนุ่มในลักษณะที่ป้องกันบาดแผลมากกว่าเดิม แม้น้ำหนักมือที่ไม่ได้เบาของไทเลอร์จะสร้างความเจ็บปวด แต่มันก็ทำให้คุณหนูเยลเวอร์ตันรับรู้ได้ถึงความตั้งใจในการพันแผลที่ฉายออกมาจากดวงตาของอีกฝ่าย

“ก็ลองคิดดูดี ๆ แล้วกันว่าสิ่งที่ตระกูลของคุณหนูได้รับในวันนี้ มันเทียบได้เท่ากับสิ่งที่คุณหนูได้รับมันมาตลอดทั้งชีวิตหรือเปล่า”

“….”

“เพราะถ้าให้ฉันคิดแทน ฉันก็คงตอบได้ทันทีว่ามันเทียบไม่ได้”

“แต่มันก็ไม่จำเป็นที่นายจะต้องทำอะไรร้ายแรงถึงขนาดนี้”

“ยังคิดจะปกป้องคนพวกนั้นอยู่อีกหรือ”

“….”

“ทั้งที่คนพวกนั้นไม่เคยคิดปกป้องนายเลยสักครั้ง”

 คำพูดของทรูอัลฟ่าหนุ่มและสรรพนามที่เปลี่ยนไปย่อมสะท้อนกลับเข้ามาที่ใจคนฟัง จนเธียร์ไม่สามารถโต้เถียงอะไรได้ ในเมื่อเรื่องทุกอย่างที่อีกฝ่ายพูดมันคือความจริง

ความรู้สึกที่มักจะสงสารและความเห็นอกเห็นใจที่เป็นนิสัยของเธียร์ มันคือข้อเสียที่ไม่สามารถแก้ไขได้ง่าย ๆ  

“พวกเขาคือครอบครัวของเรา”

“ครอบครัวที่ทำร้ายกันแบบนี้ มันยังเรียกว่าครอบครัวได้อีกหรือ”

“….”

“ก่อนจะไปสงสารคนอื่นก็หัดสงสารตัวเองเสียบ้าง”

“….”

“นายไม่สามารถเข้าใจและให้อภัยทุกคนได้หรอกเธียร์..”

คุณหนูเยลเวอร์ตันปิดปากเงียบสนิทในขณะที่เก็บเอาคำพูดของทรูอัลฟ่าผิวสีเข้มไปขบคิด ภาพทุกอย่างที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ตรงหน้าหากคิดให้ดีแล้ว มันก็คือจุดเริ่มต้นของความพังพินาศที่ฮาร์เดนเจอร์จะต้องได้รับมันต่อไปอีกเรื่อย ๆ  

หากเลือกที่จะหันหลังให้มันแล้ว เขาก็ควรจะหันหลังให้กับมันอย่างถึงที่สุดสินะ..

“แล้วเอนยาล่ะ?” เธียร์อดถามถึงใครอีกคนไม่ได้ ระยะทางที่ค่อนข้างไกลพอสมควรเช่นนี้คงเป็นปัญหาสำหรับโอเมก้าคนสนิทเป็นแน่ “นายมั่นใจใช่ไหมว่าเอนยาจะมาที่นี่ได้”

แต่ก่อนหน้านี้เอนยาเองก็ไม่เคยพูดถึงเรื่องจุดนัดพบให้กับเธียร์ได้รู้เรื่องเลยสักนิด

“ฉันจะให้เวลาถึงแค่เมเลคกลับมาที่นี่” แมดส์ว่า

“มันเป็นไปไม่ได้อยู่แล้วที่เอนยาจะมาทัน” คิ้วสวยเริ่มขมวดเข้าหากัน เมื่อได้ยินอีกฝ่ายพูดเช่นนั้นออกมาหน้าตาเฉย “จริง ๆ แล้วนายไม่ควรทิ้งเธอให้ตามพวกเรามาทีหลังด้วยซ้ำ”

“ในสถานการณ์แบบนั้นฉันก็ควรดึงตัวนายออกมาก่อนคนแรกไม่ใช่หรือ?”

“ถ้าเกิดคนพวกเขาจับเอนยาได้ขึ้นมา…”

“ไม่รอดก็ตาย มันมีอยู่แค่สองทาง”

ประโยคตรงไปตรงมาของแมดส์ ทำให้เธียร์ใจเสียยิ่งกว่าเดิมเมื่อนึกถึงความเป็นไปได้ที่มีเพียงน้อยนิดสำหรับโอกาสรอดของคนสนิท  

“นายช่วยเอนยาได้ไหม..” คนตัวขาวเอ่ยขอร้องอย่างไม่คิดลังเล

เธียร์ไม่สามารถสูญเสียคนสำคัญในชีวิตของตัวเองได้อีกจริง ๆ นี่เขาคิดผิดหรือคิดถูกกันที่ทำแบบนี้ ถ้าหากทุกอย่างยังดำเนินต่อไปอย่างเช่นที่มันควรเป็น เอนยาอาจจะไม่ต้องเดือดร้อนเช่นนี้  

“ฉันช่วยไม่ได้..”  

“….”

“ถ้าพี่ชายนายไม่ตุกติกกับฉันก่อน ฉันก็คงไม่ต้องเปลี่ยนแผนกะทันหันแบบนี้..”

“เราจะกลับไป!”

คำตอบที่เธียร์รู้อยู่แก่ใจดีว่าจะต้องเกิดอะไรขึ้นกับคนสนิท ทำให้เจ้าตัวนั้นรู้สึกผิดจนไม่สามารถเห็นแก่ตัวที่จะเอาตัวรอดได้อีกต่อไป

ชีวิตของคน ๆ หนึ่งไม่สมควรจะต้องมาจบชีวิตเพื่อเขา

“มันไม่สายไปหน่อยหรือ”  

มือใหญ่ของแมดส์จับเข้าที่ข้อแขนเล็กของคนที่หมายจะลุกขึ้นยืนไว้แน่น ก่อนที่ใบหน้าคมจะระบายยิ้มเล็ก ๆ ที่ทำให้เธียร์รู้สึกเสียวสันหลังวาบ  

“กว่าฉันจะได้ตัวนายออกมามันไม่ใช่เรื่องง่าย ๆ”  

 “....”

“ถ้าทำแบบนั้น ทุกอย่างที่ฉันทำมามันก็สูญเปล่าหมดน่ะสิ”

แมดส์ ไทเลอร์ เกิดบ้าอะไรขึ้นมาอีกกัน

“แต่เราจะไปไม่วัลเดสถ้าไม่มีเอนยา!”

ความรู้สึกแปลก ๆ ที่สะกิดใจของเธียร์มาตลอดทางเริ่มชัดเจนมากขึ้น จวบจนเจ้าตัวได้เห็นรอยยิ้มร้ายกาจที่ฉีกยิ้มกว้างบนใบหน้าของ แมดส์ ไทเลอร์ เป็นครั้งแรก  

“แล้วฉันบอกหรือว่าจะพานายไปที่วัลเดส”

 

 

HASTAG #maddogmn  

 

Talk : มาวัดใจกับนายแมดส์กันหน่อยเป็นไง?  

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.009K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

6,517 ความคิดเห็น

  1. #6454 Rannaree Rannaree (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 28 ธันวาคม 2563 / 16:36
    แง ถึงจะยังปากร้ายเหมือนเดิม แต่บทนี้ก็คือใจดีมากๆสำหรับพี่แมดส์แล้วนะ ให้ขี่หลัง ให้กัดไหล่อ่ะ ไม่คิดว่าพี่เขาจะยอมมม
    #6,454
    0
  2. #6360 ParkMild (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 11 ธันวาคม 2563 / 20:15
    แต่ในสถานการณ์แบบนี้ตะช่วยใครเพิ่มก็เสี่ยงมากเลยนะ
    #6,360
    0
  3. #6323 __0997 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 29 พฤศจิกายน 2563 / 13:50
    ดีแลนไปทำอะไรไว้เนี้ย ทำไมหมามันบ้าขนาดนี้กรี้ดดดดดด แต่ฉลาดมากรู้ทันทุกอย่างเลยนายแมดส์ เชื่อดิ ยังไงก็ต้องเจอเอนยาแน่นอน เชื่อมันในคนสนิทของคุณหนู ถ้ายังไม่เห็นกับตาว่าคุณหนูปลอดภัยก็ไม่ยอมตายหรอก
    #6,323
    0
  4. #6305 LILNCT23 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 28 พฤศจิกายน 2563 / 20:28
    นายแมดส์ไอคิวเท่าไหร่เนี้ยยยยยยยยฉลาดมากแผนการเต็มไปหมดด
    #6,305
    0
  5. #6154 jjj_jaejamje (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 13 ตุลาคม 2563 / 11:24
    กรี้ดดดดด สรุปแมดทำทำไมอ่ะ
    #6,154
    0
  6. #6124 BBbyunbua (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 7 ตุลาคม 2563 / 22:20
    กรี๊ดดดดดดกนายแมดนายวางแผนอะไร๊ พ่อคนร้ายกาจจจจ
    #6,124
    0
  7. #6056 babemay (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 26 กันยายน 2563 / 12:59
    แมดส์ไทเลอร์ร้ายกาจที่สุด แล้วพี่ดีแลนตุกติกอะไร อยากรู้ ฮือ
    #6,056
    0
  8. #6024 uuika (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 13 กันยายน 2563 / 19:32
    นายแมด!!!!
    #6,024
    0
  9. #5960 doraaung (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 19 สิงหาคม 2563 / 20:29
    สมกับเป็นนักฆ่าจริงๆ คุณหนูจะตามเขายังไงให้ทันคะ

    ขอบคุณสำหรับฟิคนะคะ ไรท์สู้ๆน๊าาาา
    #5,960
    0
  10. #5931 mefallinginlovewithjeno (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 13 สิงหาคม 2563 / 18:07
    นายแมด นายแกงน้องเหรอ
    #5,931
    0
  11. #5891 Oywctmw (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 7 สิงหาคม 2563 / 23:34
    กลัวแมดอ่ะ4555555
    #5,891
    0
  12. #5849 Felicia_Kirisora (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 6 สิงหาคม 2563 / 02:29
    โว๊ยยยยย ตาแมดส์จะพาน้องเธียร์ไปไหน? แล้วจะทำอะไรน้องมั้ยเนี่ยยยย?!
    #5,849
    0
  13. #5724 dissilyn (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 27 กรกฎาคม 2563 / 14:22
    แมดเป็นคนของใครกันแน่เนี่ยยย
    #5,724
    0
  14. #5651 itong42 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 22 กรกฎาคม 2563 / 00:51
    กลัวใจนายแมดส์เลยนะขอร้องอย่าร้ายกับน้องนะ🥺
    #5,651
    0
  15. #5543 lopenav (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 12 กรกฎาคม 2563 / 21:24
    ฮือ ดีที่เผื่อใจไว้หน่อยว่าอย่าพึ่งปักใจเชื่อใครทั้งนั้น ทีมคุณหนูอย่างเดียวเลยตอนนี้;-;
    #5,543
    0
  16. #5466 Optimusya (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 4 กรกฎาคม 2563 / 23:13
    เจ้าเล่ห์ที่สุดแล้วนายแมด
    #5,466
    0
  17. #5173 machada07 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 13 มิถุนายน 2563 / 23:53
    นายแมดจะพาน้องไปไหนนนนน
    แผนจริงๆของแมดส์คืออะไรอ่ะ มีอะไรซ้อนอยู่อีกแน่ๆ อุแง้น้องเธียร์ของมี๊
    #5,173
    0
  18. #5153 Crush_on_you (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 11 มิถุนายน 2563 / 23:03
    คิดแล้วเชียวว่าตาแมดไม่พาไปหรอก
    #5,153
    0
  19. #4838 ปงจี้ (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2563 / 00:42
    อะไรที่ทำให้นายแมดส์ถึงกับดั้นด้นช่วยน้องออกมาขนาดนี้ ทั้งๆที่ก็ไม่ได้มีส่วนได้ส่วนเสียใดๆเลย บับ ถ้าจะโดนดีแลนไม่จ้างต่อ ก๊ะแร้วไงมั้ย ยังไงนายแมดส์
    #4,838
    0
  20. #4319 thatdimplepeach (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2563 / 01:36

    ชั้นจะตี จีงง

    #4,319
    0
  21. #4269 ปงจี้ (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2563 / 15:58
    นายแมดส์นี่มันไม่เคยไว้ใจได้จริงๆค่ะ แต่เล่นกับใจน้องเก่ง ฮือออออออ ฉันก็ใจน้วยตามนายเนี่ย!!!!
    #4,269
    0
  22. #3557 om_kanokrat (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 10 เมษายน 2563 / 16:20
    ร้ายตลอดดนายคนเนี้ย
    #3,557
    0
  23. #3409 pplinyeol (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 8 เมษายน 2563 / 03:09
    คิดจะทำอะไรกันแน่นายแมดส์
    #3,409
    0
  24. #3387 DxxnRK (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 4 เมษายน 2563 / 22:44
    สรุปเตงจะเป็นพระเอกหรือตัวร้ายคะ555
    #3,387
    0
  25. #3380 Blsuni (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 4 เมษายน 2563 / 02:24

    แมดส์อย่าร้ายย

    #3,380
    0