[ #MINNO ] | Young Master ¦ True Alpha x Alpha [END]

ตอนที่ 9 : Young Master : Chapter 8

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 8,433
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,055 ครั้ง
    22 พ.ย. 62



 


 

แอชเชอร์รู้สึกตัวตื่นขึ้นมาอีกครั้งหลังจากได้ยินเสียงเรียกของเชสซึ่งทำหน้าที่เป็นหมอนจำเป็นให้ตัวเอง บรรยากาศรอบข้างนั้นแทบจะไร้แสงอยู่เต็มทนจนแทบมองไม่เห็นอะไร แน่นอนว่ามันคงถึงเวลาที่ทั้งคู่ต้องหยุดพักเสียที แม้ก่อนหน้านี้ไทเลอร์จะคอยหยุดพักให้กับแอชเชอร์อยู่เป็นระยะถึงสองสามครั้งแล้วก็ตาม

“คืนนี้เราคงต้องนอนกันที่นี่” เชสเอ่ยหลังช่วยประคองตัวของแอชเชอร์ลงมาจากหลังม้า โดยที่คนตัวขาวไม่ได้ร้องขอความช่วยเหลือใด ๆ “ฉันไม่อยากเสี่ยงเดินทางตอนกลางคืนสักเท่าไหร่”

มันเป็นสถานการณ์ที่ช่วยไม่ได้จริง ๆ หากให้รีบเดินทางออกมาตั้งแต่ช่วงเช้าตรู่นั่นก็เท่ากับว่าจะทำให้แอชเชอร์ที่กำลังบาดเจ็บได้พักผ่อนน้อยลง และยังต้องเดินทางติดต่อกันตลอดครึ่งวัน ทางเลือกในการเดินทางกลับช่วงบ่ายจึงเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดเพราะอย่างน้อยหากฟ้ามืด ยังไงเสียพวกเขาทั้งคู่ก็ต้องหยุดพักการเดินม้าอย่างเลี่ยงไม่ได้

“มันก็คงต้องเป็นแบบนั้น” แอชเชอร์ตอบอย่างไม่คิดจะขัด

“นายไปนั่งรอตรงนั้น เดี๋ยวตรงนี้ฉันจัดการเอง”

“ฉันไม่ได้เป็นง่อยนะไทเลอร์”

“ถ้าไม่อยากให้แผลตัวเองช้ำกว่านี้ก็อยู่เฉย ๆ ซะเลสลีย์” หัวหน้าหน่วยตอบด้วยน้ำเสียงจริงจัง พลางหันไปสั่งชาลีให้คอยอยู่ที่นี่กับอัลฟ่าแดนเหนือ ส่วนตัวเองนั้นก็เดินหายเข้าไปอีกด้านซึ่งก็คงไม่พ้นหาเชื้อเพลิงมาก่อกองไฟเพื่อให้ความอบอุ่นในคืนนี้

ฝ่ายแอชเชอร์ที่โดนสั่งให้นั่งเฉย ๆ ก็ใช้เวลาที่อยู่เพียงคนเดียวนั้นเลิกเสื้อของตัวเองขึ้น เพื่อดูรอยช้ำที่บริเวณหน้าท้องของตัวเอง แผลช้ำพวกนั้นก็ยังคงเหมือนเดิมจนน่ารำคาญในความรู้สึกของคนตัวขาว

นอกจากจะต้องจำใจหลับเพื่อหลีกหนีความเจ็บปวดแล้ว แอชเชอร์เองก็ต้องหลับเพื่อหลีกเลี่ยงไทเลอร์ด้วยเช่นกัน เรียกได้ว่าตอนนี้ต้องยกให้เป็นตัวอันตรายอันดับหนึ่งที่ควรอยู่ให้ห่างเลยก็ว่าได้

จูบระหว่างทั้งคู่ที่เกิดขึ้นจะด้วยความตั้งใจหรือไม่ตั้งใจนั่นไม่ใช่เรื่องที่ดีเลยสักนิด สัมผัสลึกซึ้งพวกนั้นมันคงปฏิเสธได้ยากว่าไม่รู้สึกหวั่นไหว แม้แอชเชอร์เองพยายามจะคิดว่ามันเป็นผลพวงมาจากการกลบกลิ่นก็เถอะ

“นายเป็นคนยังไงกันแน่ไทเลอร์”

เสียงทุ้มนุ่มบนพึมพำกับตัวเองด้วยความเคลือบแคลงไม่หายกับการกระทำของไทเลอร์ ยิ่งนั่งมองฝ่ามือของตัวเองในตอนนี้มันก็ทำให้นึกถึงภาพที่ไทเลอร์จูบหลังมือตัวเอง

ฝั่งเกรย์วูล์ฟตัวโตที่นอนหมอบมองน้ำไหลของลำธารเล็ก ๆ ซึ่งอยู่ติดกับที่พักของเจ้านายในคืนนี้ก็หันหน้ามามองใบหน้าของคนที่มันต้องเฝ้าด้วยความสงสัย ใบหูที่เต็มไปด้วยขนกระดิกไปมาฟังเสียงของอัลฟ่าตัวขาวที่ยังคงบ่นพึมพำกับตัวเองไม่เลิก ซ้ำยังนั่งหน้านิ่วคิ้วขมวด จนกระทั่งได้ยินเสียงเดินของใครอีกคนที่หายไป ถึงทำให้มนุษย์ตัวขาวซีดนั่นกลับมาทำตัวเป็นปกติ

เชส ไทเลอร์ กลับมาพร้อมไม้ฟืนจำนวนหนึ่งที่มากพอในการใช้สำหรับคืนนี้ หลังจากวางสิ่งที่ได้มาลงเจ้าตัวก็เริ่มต้นจัดการก่อกองไฟอย่างคล่องแคล่วอย่างที่เคยทำ หางตาคมยังคงมองเห็นอัลฟ่าตัวขาวซีดที่นั่งใช้แขนโอบท้องของตัวเองเอาไว้ มันคงไม่พ้นเจ็บแผล

“เจ็บแผลเพิ่มขึ้นหรือ?”

“เรียกว่าระบมแผลมากกว่า”

“ยังไงก็อดทนอีกสักหน่อยเดี๋ยวฉันจะต้มยาให้ มันคงช่วยนายได้” ยาที่เอริคให้มานั้นก็เพียงพอสำหรับการใช้จนถึงวันพรุ่งนี้ กะเวลาแล้วทั้งคู่เองก็น่าจะเดินทางถึงเดอะฮิลล์ได้อย่างพอดิบพอดี

“....” อัลฟ่าแดนเหนือไม่ได้เอ่ยอะไรต่อ นอกเสียจากจะมองหน้าของไทเลอร์นิ่ง

“มองหน้ากันแบบนี้ อยากจูบฉันอีกหรือไง?” ไทเลอร์เอ่ยกวนประสาทคนหน้านิ่งขึ้นมาอีกรอบ หลังจากหมดสิ้นความอดทนที่จะห้ามให้ตัวเองเลิกแหย่เลสลีย์

“นายมากกว่าที่อยากจูบฉัน” แอชเชอร์ไม่ลังเลที่จะตอกกลับคนที่กวนประสาทตัวเอง

“ถ้าฉันจูบนายจริง ๆ ขึ้นมา จะมาว่ากันไม่ได้นะเลสลีย์”

“หยุดความคิดพวกนั้นของนายไปซะ”

จะมีบ้างไหมที่แอชเชอร์จะพูดคุยกับไทเลอร์ดี ๆ ได้เกินสิบนาที ถ้ามีวันนั้นขึ้นมาก็คงจะเหลือเชื่อน่าดู

“นายจะมาห้ามความคิดฉันได้ยังไง”

“ต้องให้ฉันทำยังไงนายถึงจะเลิกกวนประสาท ฉันเหนื่อยจะต่อปากต่อคำกับนายเต็มที”

“คำถามนี้คงไม่มีคำตอบหรอก”

ถ้าแอชเชอร์สังเกตสักนิดก็คงจะรู้คำตอบแล้วด้วยซ้ำว่าต้องทำอย่างไร เพราะยิ่งเจ้าตัวยิ่งเถียงหรือยิ่งแสดงอาการว่าไม่พอใจ ไทเลอร์ก็จะยิ่งกวนประสาทมากขึ้น

อัลฟ่าตัวขาวซีดฮึดฮัดกับตัวเองอยู่สักพัก ก่อนจะคว้ากระบอกขวดน้ำที่อยู่ใกล้ ๆ ขึ้นมากระดกดื่มแก้กระหายระหว่างที่รอไทเลอร์ต้มยาให้ตัวเอง ความเงียบเริ่มโรยตัวขึ้นเมื่อทั้งเชสและแอชเชอร์ต่างไม่มีใครเปิดบทสนทนาหลังจากที่เถียงกันจบไปหนึ่งยก

“กินอะไรรองท้องเสียหน่อย?” ไทเลอร์ยื่นกระต่ายป่าที่ถูกย่างจนสุกให้กับคนตัวขาวที่เอาแต่นั่งมองนิ่ง ๆ “เกิดหิวตอนกลางดึก มันคงไม่มีอะไรให้นายกิน”

“นายกินไปเถอะ เมื่อครู่ตอนรอนายฉันกินขนมปังที่มอร์แกนให้มาไปแล้ว”

“มั่นใจนะ?”

“อือ..” คนตัวขาวครางรับในลำคอเบา ๆ ก่อนจะขยับไปจัดที่นอนที่จะใช้นอนในคืนนี้ แต่ก็ไม่ทันคนผิวสีแทนที่แทรกเข้ามาแย่งไปทำต่อหน้าต่อตา

“อยู่เฉย ๆ บ้างจะได้ไหม” เชสว่าเสียงเข้มก่อนจะใช้สายตาคมดุอีกฝ่ายที่ทำอะไรไม่ดูสภาพร่างกายตัวเอง

“ฉันไม่ได้เจ็บขนาดที่จะทำอะไรพวกนี้ไม่ได้”

“งั้นก็ตามใจ” เชสเองก็ไม่อยากจะทำให้แอชเชอร์อึดอัดใจเสักท่าไหร่นัก แม้จะคอยดูแลแต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่านิสัยของอัลฟ่านั้น ยังคงเป็นพวกที่ไม่ชอบให้ใครมาคอยเอาใจใส่สักเท่าไหร่ ไม่สิ ต้องเรียกว่าไม่ชอบอยู่ในจุดที่ด้อยกว่าคนอื่นถึงจะถูก

ดวงตาคมยังคงมองการกระทำของเลสลีย์ที่พยายามจัดแจงที่นอนสำหรับคืนนี้ด้วยท่าทางที่เงอะงะไม่น้อย มองแล้วก็ดูเหมือนคนที่พึ่งเคยทำอะไรแบบนี้ครั้งแรกไม่มีผิด

“นายจะนอนตรงไหน” อัลฟ่าแดนเหนือหันมาถามคนที่นั่งกินเนื้อกระต่ายทันทีเมื่อจัดการที่นอนของตัวเองเรียบร้อย

“ที่ข้าง ๆ นายก็ว่างนี่”

“นายกำลังหมายถึงว่าจะนอนข้างฉัน?”

“ฉลาดดีเลสลีย์” ไทเลอร์ดีดนิ้วก่อนจะเอ่ยชมคนตัวขาว พลางส่งรอยยิ้มทะเล้นให้อีกฝ่าย

“แต่ฉันไม่อยากนอนข้างนาย”

“นี่อย่าบอกนะว่ากลัวฉันจะทำอะไรนาย”

“แล้วนายมันน่าไว้ใจมากงั้นสิ”

จนแล้วจนรอดสุดท้ายก็กลายเป็นว่าทั้งคู่ต้องนอนข้างกันอย่างเลี่ยงไม่ได้ โดยที่อัลฟ่าแดนเหนือนั้นยังคงส่งสายตาขุ่นเคืองมาให้กับหัวหน้าหน่วยเป็นระยะ ๆ

“นายยังไม่ได้เล่าให้ฉันฟัง เรื่องที่พวกสเปนเซอร์มาเดอะฮิลล์”

“นายอยากรู้อะไรล่ะ” เชสยอมเปิดโอกาสให้เลสลีย์คนเล็กได้ซักถามตัวเองเป็นครั้งแรก แม้ใจจริงจะไม่อยากพูดถึงสักเท่าไหร่ก็ตามแต่

“พี่ชายฉัน..”

“หมอนั่นไม่ได้มาด้วย.. ท่าทางสเปนเซอร์จะหวงน่าดู นายไม่รู้หรือ?” เชสย้อนถามแอชเชอร์อย่างไม่คาดหวังในคำตอบที่ตัวเองโยนไปส่ง ๆ

“ทำไมฉันต้องรู้เรื่องพวกนี้” แอชเชอร์ตอบกลับด้วยใบหน้าเรียบเฉยในขณะที่ดื่มยาในถ้วยไปด้วย

“ฉันก็แค่ถาม เห็นสองคนนั้นดูแปลกดีก็เลยอยากรู้อะไรกับเขาบ้าง”

“ก็ขอให้จริงอย่างที่ปากนายว่า” คิดหรือว่าแอชเชอร์จะเชื่อในคำพูดของไทเลอร์ง่าย ๆ คนอย่างหมอนี่ไม่มีทางถามอะไรแบบนี้ออกมา หากไม่คิดจะหว่านล้อมให้ตัวเขาพูดอะไรบางอย่าง

“ไม่ใช่ว่ามีอะไรที่มากกว่านี้แต่นายไม่ยอมบอกฉันหรอกหรือ”

“นายต่างหากที่ไม่ยอมบอกฉัน”

ทั้งแอชเชอร์และไทเลอร์ต่างก็มีเรื่องที่ปกปิดไว้ในใจด้วยกันทั้งคู่ แม้จะพูดคุยราวกับว่าไม่รู้เรื่องอะไร แต่ต่างฝ่ายต่างก็รู้ดีว่าลมปากที่พูดออกมาพวกนั้นมันไม่ได้มีความหมายอะไรเลยสักนิด

“งั้นมานายกับฉันลองมาแลกกันตอบคำถามคนละข้อดูไหมล่ะ” เชสเป็นฝ่ายยื่นข้อเสนอให้กับแอชเชอร์ ซึ่งเจ้าตัวก็มั่นใจเป็นอย่างมากว่าคนอย่างแอชเชอร์จะไม่ลังเลที่จะกระโดดตะครุบข้อเสนอนี้แน่นอน

“ตกลง”

เห็นไหมว่าคนอย่างไทเลอร์เดาอะไรไม่เคยพลาด

“ฉันให้สิทธิ์นายถามก่อน” เชสว่าหลังจากตกลงกับอีกฝ่ายเรียบร้อย แสงไฟจากกองไฟตรงหน้ายังคงทำหน้าที่ของมันได้อย่างดี ทั้งให้ความอบอุ่นและทำให้เชสได้เห็นใบหน้าของเลสลีย์ได้อย่างชัดเจน

“นายกับอาเธอร์คิดจะทำอะไรกัน?”

นับว่าเป็นคำถามที่เหนือความคาดหมายของเชสไปนิดหน่อย แต่ก็ไม่ได้มากเกินกว่าที่เจ้าตัวจะตั้งรับ หัวหน้าหน่วยเดอะฮิลล์อดคิดในใจไม่ได้ว่าตัวเองนั้นประเมินเลสลีย์คนเล็กต่ำไปหน่อย ถึงได้ทำให้เจ้าตัวระแคะระคายอะไรได้มากขนาดนี้

“ทำทุกอย่างให้นายอยู่ห่างจากพวกแดนเหนือให้ได้มากที่สุด”

“นายตอบไม่ชัดเจน”

“พี่ชายนายกำลังกันนายให้ออกห่างจากริโอ.. เอาเป็นว่าถ้าพูดกันตรง ๆ นายในตอนนี้ก็ไม่ต่างจากคนในปกครองของฉันสักเท่าไหร่หรอกเลสลีย์ ทั้งหมดพี่ชายนายเป็นคนขอร้องฉันเอง”

“นายสนิทกับอาเธอร์ขนาดที่ยอมช่วยฉันทั้งที่มันผิดกฎเนี่ยนะ” ความสัมพันธ์ระหว่างอาเธอร์กับเชสคงไม่ใช่แค่คนรู้จักกันธรรมดาแน่นอน เรื่องที่เสี่ยงขนาดนี้ใครจะยอมทำกันถ้าไม่เชื่อใจกันมากจริง ๆ

“ฉันให้นายถามฉันได้แค่คำถามเดียว..”

ยิ่งไทเลอร์ตัดบทแบบนี้ ก็ยิ่งทำให้แอชเชอร์สงสัยมากขึ้นกว่าเดิม ว่าทั้งคู่นั้นสนิทสนมกันมากขนาดนี้ได้อย่างไร

“นายตอบไม่หมดไทเลอร์”

“ตาฉันถามนายบ้าง” ฝากเอาไว้ก่อนเถอะ คิดหรือว่าจะปกปิดความลับพวกนั้นได้หมด ไม่มีทางเสียหรอก ยังไงแอชเชอร์ก็ต้องรู้ให้ได้

“นายโกงฉัน”

“บอกฉันมาหน่อยสิว่านายรู้อะไรเกี่ยวกับความสัมพันธ์ของอาเธอร์กับริโอบ้าง?”

เจ้าของผิวขาวซีดถึงกับหยุดคิดไปชั่วครู่ เมื่อได้ยินคำถามของไทเลอร์ที่มุ่งประเด็นมาเรื่องพี่ชายของตัวเองอย่างไม่อ้อมค้อม

“ว่ายังไงล่ะ?” เชส ไทเลอร์ ถามย้ำเมื่อยังเห็นอีกฝ่ายเอาแต่เงียบไม่ยอมเปิดปากพูดเสียที

“เขาสองคนเป็นเพื่อนกัน..”

“นายมั่นใจ?” เชสเค่นเสียงหัวเราะในลำคอกับคำตอบที่ได้รับอย่างไม่เกรงใจ

“แต่ดูเหมือนว่าริโอจะไม่คิดแค่นั้นกับอาเธอร์ ก่อนหน้านี้เขาทะเลาะกันหนักมาก จนฉันคิดว่าเขาเกลียดกันไปแล้วด้วยซ้ำ ไม่ว่าอาเธอร์จะทำอะไรหมอนั่นก็ขัดขวางไปเสียหมดรวมไปถึงเรื่องในตระกูลของฉันก็ด้วย”

“ฉันว่ามันเรียกว่าการเอาชนะมากกว่า”

“ฉันไม่รู้.. แต่ถ้ามันเป็นการเอาชนะอย่างที่นายพูด ก็แปลว่าหมอนั่นไม่ได้มีความรู้สึกลึกซึ้งอะไรขนาดนั้นกับอาเธอร์”

แม้จะพูดไปแบบนั้นแต่แอชเชอร์เองก็กลับไม่แน่ใจเสียเท่าไหร่ ว่าการคาเดาของตัวเองมันจะมีความถูกต้องมากน้อยสักแค่ไหน

“แต่ที่ฉันยังสงสัยก็คือ ทำไมหมอนั่นต้องคิดจะกำจัดนาย”

“นี่มันเกินหนึ่งข้อแล้ว..”

“คำถามนี้ไม่เกี่ยวกับข้อตกลง ฉันแค่อยากถามความคิดเห็นของนายก็เท่านั้น”

“ฉันไม่แน่ใจ.. มันเป็นไปได้หลายอย่างเกินกว่าที่จะมั่นใจว่าเพราะอะไรกันแน่”

“เรื่องของพวกตระกูลชั้นสูงนี่มันน่าปวดหัวสิ้นดี ไม่แปลกเลยสักนิดที่คนอย่างฉันจะไม่เข้าใจ”

“อย่ามาโกหกกันดีกว่า นายไม่ใช่คนโง่หรอกไทเลอร์”

“นายไม่คิดบ้างหรือไงว่าบางทีฉันอาจจะโง่จริง ๆ ก็ได้”

“คงไม่มีใครเลือกคนโง่ขึ้นมาเป็นหัวหน้าคนเป็นพันหรอกจริงไหม?” ไทเลอร์ล่ะเกลียดพวกชอบรู้ทัน

“เผื่อนายจะลืมว่าฉันถนัดใช้กำลังมากกว่าสมอง”

“กำลังปากของนายก็ด้วย” แอชเชอร์ว่า ก่อนจะส่งคืนถ้วยยาที่ตัวเองดื่มจนหมดคืนให้กับไทเลอร์ที่ยังคงนั่งยิ้มอย่างไม่สะทกสะท้าน

“นายก็ลองกับปากฉันแล้วนี่เลสลีย์”

“....”

“ถ้าฉันไม่ถนัดจริง คงไม่จูบนายจนปากช้ำได้ขนาดนี้หรอก”

ถ้าไม่ติดว่าแอชเชอร์เองยังเจ็บตัวอยู่ เชื่อเถอะว่าป่านนี้ไทเลอร์คงได้โดนหมัดหนัก ๆ เข้าสักทีให้มันจบไป

 

 

 

แม้เวลาจะล่วงเลยมาเกือบครึ่งคืนแอชเชอร์ก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะนอนหลับแต่อย่างใด เจ้าตัวยังคงนอนมองสิ่งรอบตัวไปเรื่อย ในขณะที่ไทเลอร์ซึ่งนอนอยู่ข้าง ๆ นั้นกลับหลับไปแล้ว คนตัวขาวเองก็ไม่แปลกใจเท่าไหร่นักหากหัวหน้าหน่วยเดอะฮิลล์จะนอนหลับได้ง่ายขนาดนี้ ก็ในเมื่อวันทั้งวัน เชส ไทเลอร์เองก็ไม่ได้พักผ่อน แตกต่างจากตัวแอชเชอร์ที่ได้หลับไปเสียหลายตื่นจนเป็นผลทำให้ไม่รู้สึกอยากนอนในตอนนี้

ไม่ห่างจากตัวของแอชเชอร์นั้นก็มีชาลีที่ทิ้งตัวนอนหมอบหลับอยู่ จะมีบ้างที่มันยังคงลืมตามามองแอชเชอร์อยู่ยามคนตัวขาวขยับตัว ถึงจะมีสายตาไม่เป็นมิตร แต่หลังจากแอชเชอร์ได้อยู่กับชาลีเพียงลำพังอยู่เป็นวัน ๆ ก็ทำให้รู้ว่าแท้จริงแล้วชาลีนั้นก็ไม่ได้มีพิษภัยอะไร ไม่อย่างนั้นมันคงไม่ยอมให้แอชเชอร์ลูบขนที่หลังคอให้แบบนี้...

จนถึงตอนนี้คนตัวขาวก็ยังอดคิดถึงคำพูดของไทเลอร์ไม่ได้ คำถามที่เกิดจากข้อตกลงนั้นมันดูเป็นคำถามที่คนเจ้าเล่ห์นั่นถามแอชเชอร์มาอย่างไม่คาดหวังในคำตอบ ไม่อย่างนั้นคงไม่ถามย้ำราวกับไม่เชื่อในสิ่งที่แอชเชอร์พูด

แอชเชอร์มั่นใจเลยว่า เชส ไทเลอร์ จะต้องรู้จักอาเธอร์เป็นอย่างดีถึงขนาดที่ทำให้พี่ชายของเขาไว้ใจและเชื่อใจคนที่ไม่ใช่พวกเดียวกัน

เข็มกลัดประจำตัวของอาเธอร์ที่แอชเชอร์พกติดตัวมาด้วยถูกหยิบออกมาอีกครั้ง ความสวยงามของมันยังคงสะท้อนให้เห็นภายในดวงตาที่กำลังจ้องมองมันอย่างไม่วางตา ในขณะที่นิ้วเรียวสวยค่อย ๆ สัมผัสมันอย่างเบามือ

‘นายบ้าไปแล้วหรือไงอาเธอร์! ถ้าพ่อรู้เรื่องนี้ขึ้นมานายจะเดือดร้อนแค่ไหนรู้บ้างไหม’ ภาพของพี่น้องตระกูลเลสลีย์ที่โต้เถียงกันในห้องนั้นสร้างความตกใจให้กับคนรับใช้ภายในบ้านได้เป็นอย่างดี ยิ่งเป็นนายน้อยคนเล็กที่ไม่ค่อยจะทะเลาะกับผู้เป็นพี่แล้วด้วยล่ะก็

‘ฉันไม่มีทางเลือกแอช..’ เลสลีย์คนโตที่เป็นฝ่ายโดนน้องชายขึ้นเสียงใส่ยังคงตอบกลับด้วยน้ำเสียงปกติ แม้ใบหน้าของเจ้าตัวจะเต็มไปด้วยความตึงเครียดก็ตาม

‘นายกำลังกลืนน้ำลายตัวเอง อะไรที่นายเคยพูดไว้ว่าจะไม่ทำ คำพูดพวกนั้นมันโกหกทั้งหมด!’

‘ฟังฉันก่อนได้ไหมแอช..’

แต่ในวินาทีนั้นความรู้สึกนายน้อยของเลสลีย์มันเต็มไปด้วยความโกรธ เกินว่าที่จะฟังเหตุผลอะไรทั้งสิ้นจากปากคนที่สร้างความผิดหวังให้กับตัวเอง

‘มันก็ชัดเจนอยู่แล้ว นายยังจะอธิบายอะไรอีก’

‘นายต้องฟัง’

‘ฉันฟังนายมามากพอแล้ว อย่าทำให้ฉันรู้สึกแย่กับนายไปมากกว่านี้เลยอาเธอร์’

‘แอช..’

‘คิดไม่ถึงเลยจริง ๆ ว่าหมอนั่นจะทำให้นายเป็นไปได้ขนาดนี้’

แววตาตัดพ้อที่ถูกส่งมาจากอาเธอร์นั้นแอชเชอร์เองก็เลือกที่จะเมินหนี แสร้งไม่รับรู้ถึงความรู้สึกของพี่ชายที่แทบจะกลายเป็นคนที่แอชเชอร์ไม่เคยรู้จัก

‘แค่ความรู้สึกพวกนั้นมันทำให้นายยอมกดตัวเองให้ตกต่ำได้ขนาดนี้เลยหรือ? นายยังมีศักดิ์ศรีของเลสลีย์เหลืออยู่บ้างไหม’

‘....’

‘ต่อให้ดันทุรังแทบตาย เรื่องของพวกนายก็ไม่มีทางเป็นไปได้หรอกอาเธอร์..’

 

ในตอนนั้นเขาพูดจาร้ายกาจแบบนั้นออกไปได้อย่างไร.. แอชเชอร์ได้แต่ถามตัวเองซ้ำไปซ้ำมากับความขลาดเขลาที่มากเกินกว่าจะให้อภัย

ความรู้สึกอุ่นร้อนไหลรินรดมาจากหัวตากระทบกับแก้มขาวซีด จนทำให้เจ้าของดวงตาแดงก่ำกะพริบตาถี่ ๆ เพื่อไล่น้ำตาที่ไหลออกมาอย่างห้ามไม่ได้ของตัวเอง ความรู้สึกผิดอัดแน่นอยู่เต็มอกของคนที่รู้ทุกอย่างดีอย่างแอชเชอร์

คำพูดที่แอชเชอร์เคยเอ่ยทำร้ายคนฟังอย่างอาเธอร์มันก็ไม่ต่างจากมีดสองคม ที่ไม่ว่าจะจับด้านไหนก็มีแต่จะสร้างบาดแผลและความเจ็บปวด

การร้องไห้ที่ไร้เสียงสะอื้น และมีแต่เพียงน้ำตานั้นดูไปก็ทรมานไม่น้อยสำหรับคนที่ต้องเก็บความรู้สึกแย่ ๆ พวกนั้นเอาไว้ในใจไม่ให้ใครได้รับรู้ ยิ่งแอชเชอร์รู้ว่าพี่ชายของตัวเองพยายามช่วยตัวเองมากแค่ไหน มันก็ยิ่งทำให้ก้อนเนื้อในอกเจ็บปวดมากขึ้นกว่าเดิม

อาเธอร์ผลักเขาออกมาจากโลกโสมมพวกนั้น ในขณะที่ตัวเองทำได้เพียงแค่ก้มหน้าก้มตายืนอยู่ในโลกแสนสกปรกพวกนั้น นี่มันถูกต้องแล้วหรือ?

แค่ความสูญเสียที่ได้รับก่อนหน้านี้มันก็มากเกินพอ ที่แอชเชอร์จะต้องยอมสูญเสียคนสำคัญในครอบครัวอีกคนหนึ่งไป

แดนเหนือในตอนนี้ก็ไม่ต่างจากเชื้อเพลิงดี ๆ ที่กำลังรอให้ใครสักคนมาจุดชน..

“คิดถึงพี่ชายหรือไงเลสลีย์..” คนที่แอชเชอร์คิดว่าหลับไปแล้วนั้นจู่ ๆ ก็พูดโพล่งออกมา จนทำให้คนที่กำลังร้องไห้อยู่เงียบ ๆ นั้นถึงกับนอนตัวแข็ง

“นายยังไม่หลับหรือ?” เสียงนุ่มเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงที่เบากว่าทุกครั้ง จนคนถูกถามต้องขยับเข้ามาใกล้ ๆ

“นายว่าอะไรนะ” มือใหญ่ของไทเลอร์สัมผัสเข้าที่ไหล่ของคนตัวขาวซีด ก่อนเจ้าตัวจะชะโงกหน้าไปมองคนที่นอนตะแคงหันหลังให้กับตัวเอง ซึ่งก็ไม่ผิดจากที่คาดไว้.. นายน้อยเลสลีย์นั้นกำลังร้องไห้อยู่จริง ๆ อีกทั้งในมือของเจ้าตัวเองก็ยังคงมีเข็มกลัดของพี่ชายที่ตัวของไทเลอร์เป็นคนนำมามอบให้

“อย่าพึ่งพูดอะไรตอนนี้ได้ไหม..”

เมื่อเห็นคราบน้ำตาที่ยังคงเปื้อนแก้มขาวนั่นก็ทำให้ไทเลอร์ต้องยอมปิดปากในทันที คนที่แสนดื้อรั้นและพยศอย่างแอชเชอร์ ยามที่เป็นแบบนี้มันทำให้ไทเลอร์รู้สึกไม่ดีไปด้วย ไม่ว่าจะด้วยเพราะเหตุผลไหนก็ตามแต่ที่ทำให้เจ้าตัวเสียน้ำตา

ไทเลอร์เองก็ไม่รู้จะทำอย่างไรกับเลสลีย์ สถานการณ์ที่ไม่คาดคิดว่าจะเกิดแบบนี้เล่นเอาไทเลอร์รับมือลำบากเช่นกัน เขาเองก็ไม่เคยปลอบคนร้องไห้มาตั้งแต่ไหนแต่ไร จะมีก็แต่ปล่อยให้หยุดร้องเองโดยไม่ต้องมานั่งพะเน้าพะนอเอาอกเอาใจ

ฟุ่บ

ไทเลอร์ที่นอนอยู่ข้าง ๆ ดึงไหล่ของคนตัวขาวให้พลิกตัวหันหน้าเข้าหาตัวเอง ก่อนจะดึงรั้งช่วงเอวคอดได้รูปของแอชเชอร์ที่ซ่อนอยู่ภายใต้ชุดตัวหนาเข้ามาหา ซึ่งคนที่ถูกดึงเข้าไปกอดนั้นก็ใช้มือดันเข้าที่หน้าอกอีกฝ่ายในทันที

“อยากร้องก็ร้องซะ ฉันไม่ห้าม” เชสว่าเสียงเข้ม พลางกดใบหน้าของอีกคนให้ซุกลงที่หน้าอกของตัวเอง

“ทำบ้าอะไรของนาย”

“ฉันจะยอมเป็นพี่ชายให้นายสักคืนหนึ่งก็แล้วกันเลสลีย์ตัวน้อย”

คำเรียกที่ใช้เรียกแอชเชอร์ของไทเลอร์นั้นทำให้คนตัวขาวถึงกับกระดากอายขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้ เลสลีย์ตัวน้อยบ้าบออะไรกัน ไทเลอร์ชักจะใช้คำน่าเกลียดกับเขาเกินไปแล้ว!!

“ไทเลอร์!”

“ว่ายังไงเลสลีย์”

อย่างไทเลอร์น่ะไม่มีทางเป็นพี่ชายให้แอชเชอร์ได้เลยสักนิด... ถ้าเป็นอาเธอร์หมอนั่นคงไม่มีทางพูดจากวนประสาทแบบนี้กับแอชเชอร์แน่ ๆ

“ใครสั่งให้สอนให้นายปลอบใจคนอื่นด้วยการกวนประสาทกันไทเลอร์!”

“ก็ปลอบใจในแบบของฉันไง :)”

 

 

ท่ามกลางสถาปัตยกรรมอันงดงามและแสงไฟจากโคมไฟซึ่งประดับตกแต่งภายในห้อง กลับไม่ได้ทำให้คนที่อยู่อาศัยรู้สึกสุขใจเลยสักนิด ความงามของมันกลับกลายเป็นพิษร้ายที่คอยทำร้ายให้คนที่อยู่อาศัยนั้นบอบช้ำมากขึ้นในทุกวัน คำภาวนาที่เฝ้าสวดอ้อนวอนต่อพระผู้เป็นเจ้าก็ดูจะเป็นเรื่องที่ถูกเมินเฉย

ปัญหาทุกอย่างยิ่งเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ จนน่าหวั่นใจว่าสักวันมันจะกลายเป็นตัวทำลายทุกคนที่อยู่รอบข้าง...

“ถ้านายไม่อยากเดือดร้อนก็หยุดยุ่งกับเรื่องนี้ซะอาเธอร์”

ร่างขาวจัดที่อยู่ในชุดสีอ่อนตัวยาวซึ่งกำลังนั่งอ่านหนังสือที่โต๊ะไม้ลวดลายสลักสวยงามภายในห้องส่วนตัว เงยหน้ามองผู้ที่เข้ามาใหม่เล็กน้อย ก่อนจะหันหลับมาสนใจในหน้าหนังสือที่ตัวเองกำลังอ่านดังเดิม ราวกับไม่สะทกสะท้านในคำพูดของคนที่ยืนอ้าปากพูดปาว ๆ

“ฉันกำลังอ่านหนังสือ...” แต่ถึงอย่างนั้นเลสลีย์คนโตก็ยังคงตอบกลับไปอย่างรักษามารยาท ซึ่งมันก็ไม่ได้ช่วยให้คนอย่างริโอยอมล่าถอยออกไปง่าย ๆ

เจ้าของร่างสูงใหญ่ในชุดผ้าเนื้อดีของชนสูงศักดิ์นั้นก้าวเท้าเข้ามาหาคนที่ยังนั่งเมินเฉยตัวเองไม่เลิก ยิ่งอาเธอร์ทำแบบนี้ก็ยิ่งทำให้ริโออยากจะเอาชนะ

“อ่านไปมันก็ไม่ได้ทำให้นายออกไปจากที่นี่ได้..” แขนแข็งแรงของรอยัลอัลฟ่าเท้าคร่อมซ้อนทับจากทางด้านหลังของคนตัวขาวที่นั่งอยู่ ก่อนจะโน้มใบหน้าลงมาพูดคุยกับคุณชายเลสลีย์

“อย่างน้อยฉันก็ทำให้แอชหนีนายพ้น..” ใบหน้างดงามของอัลฟ่าหนุ่มที่ต้องแสงไฟสีนวลยังคงเชิดขึ้นอย่างถือดี จนริโออดขบขันภายในใจอย่างเสียไม่ได้

“อย่าหวังว่าฉันจะหยุดจนกว่าจะได้ตัวแอชเชอร์..”

“พอสักทีเถอะริโอ สิ่งที่นายกำลังทำมันมากเกินไปแล้ว”

“แล้วฉันทำเพื่อใคร? นายรู้บ้างไหมอาร์ธ”

“ฉันไม่ต้องการ...”

“....”

“ฉันไม่เคยต้องการอะไรจากนายทั้งนั้นริโอ”

ใบหน้าขาวผินเข้าหาคนที่โน้มใบหน้าลงมาคุยกับตัวเองทันที เมื่อฝ่ามือของคนที่เท้าแขนคร่อมตัวเองนั้นเลื่อนเข้ามาทาบทับฝ่ามือของตัวเองทั้งสองข้าง ซ้ำย้ำยังออกแรงบีบจนทำให้อาเธอร์ต้องยอมปล่อยหนังสือที่อยู่ในมือออก

“แต่ฉันต้องการนาย”

ฝ่ามือใหญ่ของร่างสูงใหญ่นั้นบังคับฝ่ามือขาวที่ตัวเองจับอยู่ ให้ขึ้นมาทาบทับที่บริเวณอกด้านซ้ายของอาเธอร์เองซึ่งในตำแหน่งนั้นเองก็คือตำแหน่งที่มีเข็มกลัดของตระกูลสเปนเซอร์ติดเอาไว้ เพื่อตอกย้ำให้คุณชายของเลสลีย์ได้ตระหนักถึงสถานะของตัวเองในตอนนี้

“จำเอาไว้..”

หรือนี่จะเป็นบทลงโทษของคนทรยศอย่างอาเธอร์ต้องชดใช้กัน...


 

HASTAG #youngmastermn


 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.055K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

3,798 ความคิดเห็น

  1. #3782 Kll (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 25 มกราคม 2564 / 16:08

    ; - ; กอดๆอาเธอร์

    #3,782
    0
  2. #3728 __0997 (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 21 พฤศจิกายน 2563 / 18:58
    คู่พี่รุ่นแรงมากจริงๆ เดาว่าน่าจะมีเบื้องหลังที่ไม่ค่อยดีเท่าไรจนทำให้เป็นแบบนี้ ที่ส่งเข็มกลัดของตัวเองมาให้น้องเพราะโดนให้อยู่ใต้อำนาจจริงๆด้วย ส่วนความสัมพันธ์ของพี่น้อง โอ้ยทะเลาะกันเพราะเรื่องนี้แน่เลย อาเธอร์คงยอมที่จะอยู่ใต้สเปนเซอร์แล้วให้น้องหนีไป เนี้ยเชสนายใจดีอ่ะ นายรักเค้าแล้ว เห็นเค้าร้องไห้แล้วไปไม่เป็นเลยนะ
    #3,728
    0
  3. #3617 babemay (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 25 กันยายน 2563 / 23:22
    ความสัมพันธ์ของเชสกับแอชเชอร์ก้าวหน้ามาก เขิน ฮือ แต่อยากกอดๆน้องมากเลย ไม่เป็นไรนะลูก ขอให้พี่อาเธอร์ปลอดภัยตลอดนะคะ ,____, ไม่ชอบริโอเลย!!!!!! แต่ก็ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น ฮือ
    #3,617
    0
  4. #3588 KimCho (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 17 กันยายน 2563 / 06:56
    "เลสลีย์ตัวน้อย" เกิ๊นนนนนน -///- ปมใหญ่กลับมาแล้วว ที่อยากรู้เลยคือเหตุผลที่แอชโดนตามตัว มีเรื่องของตระกูลมาบ้างหรือเปล่า เงิ่มๆ
    #3,588
    0
  5. #3555 doraaung (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 16 สิงหาคม 2563 / 10:44
    มันพูดยากมาก ไม่รู้ว่าก่อนหน้าที่อาเธอร์จะอยู่จุดนี้มันเกิดอะไรขึ้น แต่มันเป็นเรื่องที่ทำให้แอชผิดหวัง ตอนนั้นแอชคงโมโหจริงๆ ตอนนี้เลยรู้สึกผิดมากๆที่รู้ว่าพี่ชายพยายามช่วยตัวเองขนาดไหน อยากรู้เรื่องของแดนเหนือสุดใจ ส่วนคุณเชสคะ ตกหลุมเลสลีย์ตัวน้อยแล้วล่ะค่ะ มันเป็นน่ารักนักนะ

    ขอบคุณสำหรับฟิคนะคะ ไรท์สู้ๆน๊าา่
    #3,555
    0
  6. #3487 Oywctmw (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 4 สิงหาคม 2563 / 18:11
    เชสสสสสสสส เขินนน / ส่วนพี่อาเธอร์นี่ทรยศอะไรรร ฮือ
    #3,487
    0
  7. #3430 lopenav (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 11 กรกฎาคม 2563 / 23:16
    ปลอบแบบเชสคือแบบ คุรพรี่คร๊ หววกวกสหหสาดกสกากาหส ส่วนคู่พี่คือน่าสงสารจัง;-;
    #3,430
    0
  8. #3416 กินเล่นเที่ยว (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 30 มิถุนายน 2563 / 02:26
    เอ๋????
    #3,416
    0
  9. #3338 ปงจี้ (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2563 / 20:30
    มันเป็นยังไง อยากรูมากว่าแดนเหนือเกิดอะไรขึ้นไปบ้าง
    #3,338
    0
  10. #3119 ineedmoney (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 16 เมษายน 2563 / 00:59
    กรี้ด คู่พี่ก้แซ่บจ้า แบบเชลยรักอ่ะเทอ ชั้นชอบบบบบบบบ โอ้ยอะไรยังไงกันคู่นี้ ส่วนคู่น้องนี่คือเริ่มมุ้งมิ้งแง ว่าแต่ก่อนหน้านี้ทะเลาะอะไรกัน
    #3,119
    0
  11. #3094 machada07 (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 14 เมษายน 2563 / 05:40
    เค้าปลอบกันแบบนี้รึคะะ ยังไงคะ ยื่นไมค์
    #3,094
    0
  12. #2818 FridayChilling (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 20 มีนาคม 2563 / 23:45
    โอ่ยเจ็บ
    #2,818
    0
  13. #2794 kiki3k (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 13 มีนาคม 2563 / 17:07
    เจ็บจนจะร้องไฟ้
    #2,794
    0
  14. #2706 firstchxnx (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2563 / 11:59
    เชสแกชอบน้องตั้งแต่ตอนไหน
    #2,706
    0
  15. #2681 เกรดสี่ที่หายไป_ (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2563 / 21:08
    รักน้องแจม ดูแลในแบบของเค้าแหละค่ะทุกคน อยากลุกขึ้นป้องปากว่า ฮิ้ววววว ดังๆแต่ทำไม่ได้หม่ามี๊นอนแล้ว เฮ้อ
    #2,681
    0
  16. #2660 mrschxnk (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2563 / 01:25
    เห็นน้องเจ็บหรือร้องไห้ทีไม่ชินเลย อยากกอดปลอบแต่ก็ดันมีคนทำแทนไปแล้ว 😌
    #2,660
    0
  17. #2648 flufffyfluffjj (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2563 / 15:22
    รักริโอจริงๆสินะอาเธอร์​ แต่เธอก็ดูเหมือนมีแผนอะไรในใจ​ แง​ เชสดูแลน้องดีดีนะคะ​ ;~;
    #2,648
    0
  18. #2622 SUCHA_ (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2563 / 17:02
    อยากรู้เรื่องทางเหนือใจจะขาดดด ไรท์เขียนดีมากๆ ลุ้นทุกตอน ทุกตัวละคร อาเธอร์ดูจากที่ไม่ค่อยอยู่ในกรอบ ชอบไปเที่ยวเล่น น่าจะเป็นคนที่ชอบอิสระสูงมาก แต่ตอนนี้ต้องติดอยู่กับริโอ กลายเป็นคนของสเปนเซอร์? น่าสงสารทั้งพี่ทั้งน้องเลย น้องแอชก็ร้องไห้ รู้สึกผิดกับพี่อีก
    #2,622
    0
  19. #2601 ❥rainywinter (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2563 / 10:44
    งืม อาเธอร์นี่ไม่แน่ใจเลย เดาไม่ถูก อาจจะรักริโอจริงๆแต่ก็อยากแก้แค้นให้ตระกูลด้วย...มั้ยนะ
    #2,601
    0
  20. #2545 K_57 (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 26 มกราคม 2563 / 18:49
    ความสัมพันธ์พี่น้องเป็นอะไรที่ยากจริง ๆ ค่ะแต่ทั้งนี้ทั้งนั้นอยากโอ๋เจ้าแอชเชอร์มากเลยค่ะ โถ่เด็กน้อย;-;
    #2,545
    0
  21. #2528 malay_77 (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 23 มกราคม 2563 / 08:27
    ไทเลอร์พอเถอะคนเค้าดูออก เธอชอบแอช
    #2,528
    0
  22. #2483 fridaytennight (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 17 มกราคม 2563 / 21:29
    ริโอนี่ไม่น่าจะธรรมดาเลยอะ ส่วนอาเธอร์จะทำอะไรอะ แผนซ้อนแผนหรือเปล่าอะ ดูตึงๆ แต่ตัดภาพไปที่นายเชสส มันมากกว่ากลบกลิ่นแล้วม้างง
    #2,483
    0
  23. #2337 นมผงตราหมี (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 3 มกราคม 2563 / 17:02
    อาเธอร์ทำอะไร แงๆๆๆๆๆ TT พ่อทรูอัลฟ่าเขามือไม้ไวเหมือนกันนะ
    #2,337
    0
  24. #2315 KhunTun (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 1 มกราคม 2563 / 21:34
    ริโอกับอาเธอร์นี่คือยังไง เป็นความสัมพันธ์ที่ทั้งเกลียดทั้งรักรึป่ะ? หรือยังไง แถมพวกสเปนเซอร์ยังเป็นรอยัลอัลฟ่าอีกก แล้วพวกริโออยากได้ตัวแอชไปทำอะไร อาเธอร์กับเชสรู้จักกันเมื่อไร ความสัมพันธ์ขนาดไหน โอ้ยยยยยยย คือไงก่อนนน แต่เหนือสิ่งอื่นใดทั้งปวงเลยนะ คือยัยคยเล็กกับนายเชสคือดี คือน่ารัก ชอบกันก็บอกชอบกันไม่ใช่บอกรำคาญ แอแงงงงงงงงงงง
    #2,315
    0
  25. #2281 zaran (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 29 ธันวาคม 2562 / 13:51
    งื้อออออ สงสารสองพี่น้อง
    #2,281
    0