[ #MINNO ] | Young Master ¦ Alpha x Alpha

ตอนที่ 9 : Young Master : Chapter 8

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 325 ครั้ง
    15 มิ.ย. 62



















                    แอชเชอร์รู้สึกตัวตื่นขึ้นมาอีกครั้งหลังจากได้ยินเสียงเรียกของเชส ซึ่งทำหน้าที่เป็นหมอนจำเป็นให้ตัวเอง บรรยากาศรอบข้างนั้นแทบจะไร้แสงอยู่เต็มทนจนแทบมองไม่เห็นอะไร และแน่นอนว่ามันคงถึงเวลาที่ทั้งคู่ต้องหยุดพักเสียที แม้ก่อนหน้านี้ไทเลอร์จะคอยหยุดพักให้กับแอชเชอร์อยู่เป็นระยะถึงสองสามครั้งแล้วก็ตาม 



               "คืนนี้เราคงต้องนอนกันที่นี่" เชสเอ่ยหลังช่วยประคองตัวของแอชเชอร์ลงมาจากหลังม้า โดยที่คนตัวขาวไม่ได้ร้องขอความช่วยเหลือใดๆ "ฉันไม่อยากเสี่ยงเดินทางตอนกลางคืนสักเท่าไหร่" 



               มันเป็นสถานการ์ณที่ช่วยไม่ได้จริงๆ หากให้รีบเดินทางออกมาตั้งแต่ช่วงเช้าตรู่นั่นก็เท่ากับว่าจะทำให้แอชเชอร์ที่กำลังบาดเจ็บได้พักผ่อนน้อยลง และยังต้องเดินทางติดต่อกันตลอดครึ่งวัน ทางเลือกในการเดินทางกลับช่วงบ่ายจึงเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดเพราะอย่างน้อยหากฟ้ามืด ยังไงเสียพวกเขาทั้งคู่ก็ต้องหยุดพักการเดินม้าอย่างเลี่ยงไม่ได้ 



               "มันก็คงต้องเป็นแบบนั้น" แอชเชอร์ตอบอย่างไม่คิดจะขัด 



               "นายไปนั่งรอตรงนั้น เดี๋ยวตรงนี้ฉันจัดการเอง"



               "ฉันไม่ได้เป็นง่อยนะไทเลอร์"



               "ถ้าไม่อยากให้แผลตัวเองช้ำกว่านี้ก็อยู่เฉยๆ ซะเลสลีย์" หัวหน้าหน่วยตอบด้วยน้ำเสียงจริงจัง พลางหันไปสั่งชาลีให้คอยอยู่ที่นี่กับอัลฟ่าแดนเหนือ ส่วนตัวเองนั้นก็เดินหายเข้าไปอีกด้านซึ่งก็คงไม่พ้นหาเชื้อเพลิงมาก่อกองไฟเพื่อให้ความอบอุ่นในคืนนี้ 



               ฝ่ายแอชเชอร์ที่โดนสั่งให้นั่งเฉยๆ ก็ใช้เวลาที่อยู่เพียงคนเดียวนั้นเลิกเสื้อของตัวเองขึ้นเพื่อดูรอยช้ำที่บริเวณหน้าท้องของตัวเอง ซึ่งแผลช้ำพวกนั้นก็ยังคงเหมือนเดิมจนน่ารำคาญในความรู้สึกของคนตัวขาว 



               นอกจากจะต้องจำใจหลับเพื่อหลีกหนีความเจ็บปวดแล้ว แอชเชอร์เองก็ต้องหลับเพื่อหลีกเลี่ยงไทเลอร์ด้วยเช่นกัน เรียกได้ว่าตอนนี้ต้องยกให้เป็นตัวอันตรายอันดับหนึ่งที่ควรอยู่ให้ห่างเลยก็ว่าได้ 



               จูบระหว่างทั้งคู่ที่เกิดขึ้นจะด้วยความตั้งใจหรือไม่ตั้งใจนั่นไม่ใช่เรื่องที่ดีเลยสักนิด สัมผัสลึกซึ้งพวกนั้นมันคงปฏิเสธได้ยากว่าไม่รู้สึกหวั่นไหว แม้แอชเชอร์เองพยายามจะคิดว่ามันเป็นผลพวงมาจากการกลบกลิ่นก็เถอะ 



               "นายเป็นคนยังไงกันแน่ไทเลอร์..." 

 

               เสียงทุ้มนุ่มบนพึมพำกับตัวเองด้วยความเคลือบแคลงไม่หายกับการกระทำของไทเลอร์ ยิ่งนั่งมองฝ่ามือของตัวเองในตอนนี้มันก็ทำให้นึกถึงภาพที่ไทเลอร์จูบหลังมือตัวเอง 



               ฝั่งเกรย์วูล์ฟตัวโตที่นอนหมอบมองน้ำไหลของลำธารเล็กๆ ที่อยู่ติดกับที่พักของเจ้านายในคืนนี้ ก็หันหน้ามามองใบหน้าของคนที่มันต้องเฝ้าด้วยความสงสัย ใบหูที่เต็มไปด้วยขนนั้นกระดิกไปมาฟังเสียงของอัลฟ่าตัวขาวที่ยังคงบ่นพึมพำกับตัวเองไม่เลิกซ้ำยังนั่งหน้านิ่วคิ้วขมวด จนกระทั่งได้ยินเสียงเดินของใครอีกคนที่หายไปนั่นแหละ ถึงทำให้มนุษย์ตัวขาวซีดนั่นกลับมาทำตัวเป็นปกติ 



               เชส ไทเลอร์กลับมาพร้อมไม้ฟืนจำนวนหนึ่งที่มากพอในการใช้สำหรับคืนนี้ หลังจากวางสิ่งที่ได้มาลงเจ้าตัวก็เริ่มต้นจัดการก่อกองไฟอย่างคล่องแคล่วอย่างที่เคยทำ หางตาคมยังคงมองเห็นอัลฟ่าตัวขาวซีดที่นั่งใช้แขนโอบท้องของตัวเองเอาไว้ คงไม่พ้นเจ็บแผลเข้าให้อีก 



               "เจ็บแผลเพิ่มขึ้นหรือเลสลีย์?"



               "เรียกว่าระบบแผลมากกว่า" 



               "ยังไงก็อดทนอีกสักหน่อยเดี๋ยวฉันจะต้มยาให้ มันคงช่วยนายได้" ยาที่เอริคให้มานั้นก็เพียงพอสำหรับการใช้จนถึงวันพรุ่งนี้ กะเวลาแล้วทั้งคู่เองก็น่าจะเดินทางถึงเดอะฮิลล์ได้อย่างพอดีพอดี 



               "...." อัลฟ่าแดนเหนือไม่ได้เอ่ยอะไรต่อ นอกเสียจากจะมองหน้าของไทเลอร์นิ่ง 


     

               "มองหน้ากันแบบนี้ อยากจูบฉันอีกหรือไง?" ไทเลอร์เอ่ยกวนประสาทคนหน้านิ่งขึ้นมาอีกรอบ หลังจากหมดสิ้นความอดทนที่จะห้ามให้ตัวเองเลิกแหย่เลสลีย์ 



               "นายมากกว่าที่อยากจูบฉัน" แอชเชอร์ไม่ลังเลที่จะตอกกลับคนที่กวนประสาทตัวเอง



               "ถ้าฉันจูบนายจริงๆ ขึ้นมา จะมาว่ากันไม่ได้นะเลสลีย์" 



               "หยุดความคิดพวกนั้นของนายไปซะ" 



               จะมีบ้างไหมที่แอชเชอร์จะพูดคุยกับไทเลอร์ดีๆ ได้เกินสิบนาที ถ้ามีวันนั้นขึ้นมาล่ะก็คงจะเหลือเชื่อน่าดู 



               "นายจะมาห้ามความคิดฉันได้ยังไง"



               "ต้องให้ฉันทำยังไงนายถึงจะเลิกกวนประสาท ฉันเหนื่อยจะต่อปากต่อคำกับนายเต็มที"



               "คำถามนี้คงไม่มีคำตอบหรอก" 



               ถ้าแอชเชอร์สังเกตสักนิดก็คงจะรู้คำตอบแล้วด้วยซ้ำว่าต้องทำอย่างไร เพราะยิ่งเจ้าตัวยิ่งเถียงหรือยิ่งแสดงอาการว่าไม่พอใจ ไทเลอร์ก็จะยิ่งกวนประสาทมากขึ้น 



               อัลฟ่าตัวขาวซีดฮึดฮัดกับตัวเองอยู่สักพักก่อนจะคว้ากระบอกขวดน้ำที่อยู่ใกล้ๆ ขึ้นมากระดกดื่มแก้กระหายระหว่างที่รอไทเลอร์ต้มยาให้ตัวเอง ความเงียบเริ่มโรยตัวขึ้นเมื่อทั้งเชสและแอชเชอร์ต่างไม่มีใครเปิดบทสนทนาหลังจากที่เถียงกันจบไปหนึ่งยก 



               "สนใจกินอะไรรองท้องหน่อยไหม?" ไทเลอร์ยื่นกระต่ายป่าที่ถูกย่างจนสุกให้กับคนตัวขาวที่นั่งมองนิ่งๆ "เกิดหิวตอนกลางดึก มันคงไม่มีอะไรให้นายกิน"



               "นายกินไปเถอะ เมื่อกี้ตอนรอนายฉันกินขนมปังที่มอร์แกนให้มาไปแล้ว" 



               "มั่นใจนะ?"



               "อือ.." คนตัวขาวครางรับในลำคอเบาๆ ก่อนจะขยับไปจัดที่นอนที่จะใช้นอนในคืนนี้ แต่ก็ไม่ทันคนผิวสีแทนที่แทรกเข้ามาแย่งไปทำต่อหน้าต่อตา 



               "อยู่เฉยๆ บ้างจะได้ไหม" เชสว่าเสียงเข้มก่อนจะใช้สายตาคมดุอีกฝ่ายที่ทำอะไรไม่ดูสภาพร่างกายตัวเอง



               "ฉันไม่ได้เจ็บขนาดที่จะทำอะไรพวกนี้ไม่ได้"



               "งั้นก็ตามใจ" เชสเองก็ไม่อยากจะทำให้แอชเชอร์อึดอัดใจเท่าไหร่นัก แม้จะคอยดูแลแต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่านิสัยของอัลฟ่านั้นยังคงเป็นพวกที่ไม่ชอบให้ใครมาคอยเอาใจใส่สักเท่าไหร่ ไม่สิ ต้องเรียกว่าไม่ชอบอยู่ในจุดที่ด้อยกว่าคนอื่นถึงจะถูก 



               ดวงตาคมยังคงมองการกระทำของเลสลีย์ที่พยายามจัดแจงที่นอน สำหรับคืนนี้ด้วยท่าทางที่เงอะงะไม่น้อย มองแล้วก็ดูเหมือนคนที่พึ่งเคยทำอะไรแบบนี้ครั้งแรกไม่มีผิด 



               "นายจะนอนตรงไหน" อัลฟ่าแดนเหนือหันมาถามคนที่นั่งกินเนื้อกระต่ายทันทีเมื่อจัดการที่นอนของตัวเองเรียบร้อย 



               "ที่ข้างๆ นายก็ว่างนี่" 



               "นายหมายถึงจะนอนข้างฉัน?" 



               "ฉลาดดีเลสลีย์"  ไทเลอร์ดีดนิ้วก่อนจะเอ่ยชมคนตัวขาวพลางส่งรอยยิ้มทะเล้นให้อีกฝ่าย 



               "แต่ฉันไม่อยากนอนข้างนาย"



               "นี่อย่าบอกนะว่ากลัวฉันจะทำอะไรนาย?" 



               "แล้วนายมันน่าไว้ใจมากงั้นสิ" 



               จนแล้วจนรอดสุดท้ายก็กลายเป็นว่าทั้งคู่ต้องนอนข้างกันอย่างเลี่ยงไม่ได้ โดยที่อัลฟ่าแดนเหนือนั้นยังคงส่งสายตาเคืองๆ มาให้กับหัวหน้าหน่วยเป็นระยะๆ 



               "นายยังไม่ได้เล่าให้ฉันฟัง เรื่องที่พวกสเปนเซอร์มาเดอะฮิลล์" 



               "นายอยากรู้อะไรล่ะ" เชสยอมเปิดโอกาสให้เลสลีย์คนเล็กได้ซักถามตัวเองเป็นครั้งแรก แม้ใจจริงจะไม่อยากพูดถึงสักเท่าไหร่ก็ตามแต่ 



               "พี่ชายฉัน.." 



               "หมอนั่นไม่ได้มาด้วย.. ท่าทางสเปนเซอร์จะหวงน่าดู นายไม่รู้หรือ?" เชสย้อนถามแอชเชอร์อย่างไม่คาดหวังในคำตอบที่ตัวเองโยนไปส่งๆ 



               "ทำไมฉันต้องรู้เรื่องพวกนี้" แอชเชอร์ตอบกลับด้วยใบหน้าเรียบเฉยในขณะที่ดื่มยาในถ้วยไปด้วย 



               "ฉันก็แค่ถาม เห็นสองคนนั้นดูแปลกๆ ดีก็เลยอยากรู้อะไรกับเขาบ้าง" 



               "ก็ขอให้จริงอย่างที่ปากนายว่า" คิดหรือว่าแอชเชอร์จะเชื่อในคำพูดของไทเลอร์ง่ายๆ คนอย่างหมอนี่ไม่มีทางถามอะไรแบบนี้ออกมาหรอก ถ้าหากไม่คิดจะหว่านล้อมให้ตัวเขาพูดอะไรบางอย่าง



               "ไม่ใช่ว่ามีอะไรที่มากกว่านี้แต่นายไม่ยอมบอกฉันหรอกหรือ" 



               "นายต่างหากที่ไม่ยอมบอกฉัน" 



               ทั้งแอชเชอร์และไทเลอร์ต่างก็มีเรื่องที่ปกปิดไว้ในใจด้วยกันทั้งคู่ แม้จะพูดคุยราวกับว่าไม่รู้เรื่องอะไรแต่ต่างฝ่ายต่างก็รู้ดีว่าลมปากที่พูดออกมาพวกนั้นมันไม่ได้มีความหมายอะไรเลยสักนิด 



               "งั้นมานายกับฉัน ลองมาแลกกันตอบคำถามคนละข้อไหมล่ะ" เชสเป็นฝ่ายยื่นข้อเสนอให้กับแอชเชอร์ ซึ่งเจ้าตัวก็มั่นใจเป็นอย่างมากว่าคนอย่างแอชเชอร์จะไม่ลังเลที่จะกระโดดตะครุบข้อเสนอนี้แน่นอน 



               "ตกลง" 



               เห็นไหมล่ะว่าคนอย่างไทเลอร์เดาอะไรไม่เคยพลาด 



               "ฉันให้สิทธินายถามก่อนเลสลีย์" เชสว่าหลังจากที่ตกลงกับอีกฝ่ายเรียบร้อย แสงไฟจากกองไฟตรงหน้ายังคงทำหน้าที่ของมันได้อย่างดี ทั้งให้ความอบอุ่นและทำให้เชสได้เห็นใบหน้าของเลสลีย์ได้อย่างชัดเจน 



               "นายกับอาเธอร์คิดจะทำอะไรกัน?" 



               นับว่าเป็นคำถามที่เหนือความคาดหมายของเชสไปนิดหน่อย แต่ก็ไม่ได้มากเกินกว่าที่เจ้าตัวจะตั้งรับไว้ไม่ได้ หัวหน้าหน่วยเดอะฮิลล์อดคิดในใจไม่ได้ว่าตัวเองนั้นประเมินเลสลีย์คนเล็กต่ำไปหน่อย ถึงได้ทำให้เจ้าตัวระแคะระคายอะไรได้มากขนาดนี้ 



               "ทำทุกอย่างให้นายอยู่ห่างจากพวกแดนเหนือให้ได้มากที่สุด" 



               "นายตอบไม่ชัดเจนพอ" 



               "พี่ชายนายกำลังกันนายให้ออกห่างจากริโอ.. เอาเป็นว่าถ้าพูดกันตรงๆ นายในตอนนี้ก็ไม่ต่างจากคนในปกครองของฉันสักเท่าไหร่หรอกเลสลีย์ ทั้งหมดพี่ชายนายเป็นคนขอร้องฉันเอง" 



               "นายสนิทกับอาเธอร์ขนาดที่ยอมช่วยฉันทั้งที่มันผิดกฎเนี่ยนะ" ความสัมพันธ์ระหว่างอาเธอร์กับเชสคงไม่ใช่แค่คนรู้จักกันธรรมดาแน่นอน เรื่องที่เสี่ยงขนาดนี้ใครจะยอมทำกันถ้าไม่เชื่อใจกันมากจริงๆ 



               "ฉันให้นายถามฉันได้แค่คำถามเดียว.." 



               ยิ่งไทเลอร์ตัดบทแบบนี้ก็ยิ่งทำให้แอชเชอร์สงสัยมากขึ้นกว่าเดิม ว่าทั้งคู่นั้นสนิทสนมกันมากขนาดนี้ได้ยังไง 



               "นายตอบไม่หมดไทเลอร์"



               "ตาฉันถามนายบ้างแล้วเลสลีย์" ฝากเอาไว้ก่อนเถอะ คิดหรือว่าจะปกปิดความลับพวกนั้นได้หมด ไม่มีทางเสียหรอก ยังไงแอชเชอร์ก็จะต้องรู้ให้ได้ 



               "นายโกงฉัน" 



               "บอกฉันมาหน่อยสิว่านายรู้อะไรเกี่ยวกับความสัมพันธ์ของอาเธอร์กับริโอบ้าง?" 



               เจ้าของผิวขาวซีดถึงกับหยุดคิดไปชั่วครู่เมื่อได้ยินคำถามของไทเลอร์ ที่มุ่งประเด็นมาเรื่องพี่ชายของตัวเองอย่างไม่มีอ้อมค้อม 



               "ว่ายังไงล่ะ?" เชส ไทเลอร์ ถามย้ำเมื่อยังเห็นอีกฝ่ายเอาแต่เงียบไม่ยอมเปิดปากพูดเสียที 



               "เขาสองคนเป็นเพื่อนกัน.."



               "นายมั่นใจ?" เชสเค่นเสียงหัวเราะในลำคอกับคำตอบที่ได้รับอย่างไม่เกรงใจ 



               "แต่ดูเหมือนว่าริโอจะไม่คิดแค่นั้นกับอาเธอร์ ก่อนหน้านี้เขาทะเลาะกันหนักมากจนฉันคิดว่าเขาเกลียดกันไปแล้วด้วยซ้ำ เพราะไม่ว่าอาเธอร์จะทำอะไรหมอนั่นก็ขัดขวางไปเสียหมดรวมไปถึงเรื่องในตระกูลของฉันก็ด้วย"



               "ฉันว่ามันเรียกว่าการเอาชนะมากกว่า" 

 

               "ฉันไม่รู้.. แต่ถ้ามันเป็นการเอาชนะอย่างที่นายพูด ก็แปลว่าหมอนั่นไม่ได้มีความรู้สึกลึกซึ้งอะไรขนาดนั้นกับอาเธอร์" 



               แม้จะพูดไปแบบนั้นแต่แอชเชอร์เองก็กลับไม่แน่ใจเสียเท่าไหร่ ว่าการคาเดาของตัวเองมันจะมีความถูกต้องมากน้อยสักแค่ไหน



               "แต่ที่ฉันยังสงสัยก็คือ ทำไมหมอนั่นต้องคิดจะกำจัดนาย



               "นี่มันเกินหนึ่งข้อแล้ว..."



               "คำถามนี้ไม่เกี่ยวกับข้อตกลง ฉันแค่อยากถามความคิดเห็นของนายก็เท่านั้น" 



               "ฉันไม่แน่ใจ.. มันเป็นไปได้หลายอย่างเกินกว่าที่จะมั่นใจว่าเพราะอะไรกันแน่" 



               "เรื่องของพวกตระกูลชั้นสูงนี่มันน่าปวดหัวจริงๆ ไม่แปลกเลยสักนิดที่คนอย่างฉันจะไม่เข้าใจ" 


     
               "อย่ามาโกหกกันดีกว่า นายไม่ใช่คนโง่ไทเลอร์" 



               "นายไม่คิดบ้างหรือไงว่าบางทีฉันอาจจะโง่จริงๆ ก็ได้"



               "คงไม่มีใครเลือกคนโง่ขึ้นมาเป็นหัวหน้าคนเป็นพันหรอก จริงไหม?" 



               ไทเลอร์ล่ะเกลียดพวกชอบรู้ทันจริงๆ.... 



               "เผื่อนายจะลืมว่าฉันถนัดใช้กำลังมากกว่าสมอง



               "กำลังปากของนายก็ด้วย" แอชเชอร์ว่าก่อนจะส่งคืนถ้วยยาที่ตัวเองดื่มจนหมดคืนให้กับไทเลอร์ ที่ยังคงนั่งยิ้มอย่างไม่สะทกสะท้าน 



               "นายก็ลองกับปากฉันแล้วนี่เลสลีย์



               "...."



               "ถ้าฉันไม่ถนัดจริง คงไม่จูบนายจนปากช้ำได้ขนาดนี้หรอก" 




               ถ้าไม่ติดว่าแอชเชอร์เองยังเจ็บตัวอยู่ เชื่อเถอะว่าป่านนี้ไทเลอร์คงได้โดนหมัดหนักๆ เข้าสักทีให้มันจบไป 













/////















               แม้เวลาจะล่วงเลยมาเกือบครึ่งคืนแล้ว แอชเชอร์ก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะนอนหลับแต่อย่างใด เจ้าตัวยังคงนอนมองสิ่งรอบตัวไปเรื่อย ในขณะที่ไทเลอร์ซึ่งนอนอยู่ข้างๆ นั้นกลับหลับไปแล้ว คนตัวขาวเองก็ไม่แปลกใจเท่าไหร่นักหากหัวหน้าหน่วยเดอะฮิลล์จะนอนหลับได้ง่ายขนาดนี้ ก็ในเมื่อวันทั้งวันเชส ไทเลอร์เองก็ไม่ได้พักผ่อน แตกต่างจากตัวแอชเชอร์ที่ได้หลับไปเสียหลายตื่น จนเป็นผลทำให้ไม่รู้สึกอยากนอนในตอนนี้ 



               ไม่ห่างจากตัวของแอชเชอร์นั้นก็มีชาลีที่ทิ้งตัวนอนหมอบหลับอยู่ จะมีบ้างที่มันยังคงลืมตามามองแอชเชอร์อยู่ยามที่คนตัวขาวขยับตัว ถึงจะมีสายตาที่ไม่เป็นมิตรแต่หลังจากที่แอชเชอร์ได้อยู่กับชาลีเพียงลำพังอยู่เป็นวันๆ ก็ทำให้รู้ว่าแท้ที่จริงแล้วชาลีนั้นก็ไม่ได้มีพิษภัยอะไร  ไม่อย่างนั้นมันคงไม่ยอมให้แอชเชอร์ลูบขนที่หลังคอให้แบบนี้หรอก... 



               จนถึงตอนนี้คนตัวขาวก็ยังอดคิดถึงคำพูดของไทเลอร์ไม่ได้  คำถามที่เกิดจากข้อตกลงนั้นมันดูเป็นคำถามที่คนเจ้าเล่ห์นั่นถามแอชเชอร์มาอย่างไม่คาดหวังในคำตอบ  ไม่อย่างนั้นคงไม่ถามย้ำราวกับไม่เชื่อในสิ่งที่แอชเชอร์พูด 



               แอชเชอร์มั่นใจเลยว่าเชส ไทเลอร์ จะต้องรู้จักอาเธอร์เป็นอย่างดีถึงขนาดที่ทำให้พี่ชายของเขาไว้ใจ และ เชื่อใจคนที่ไม่ใช่พวกเดียวกัน  



               เข็มกลัดประจำตัวของอาเธอร์ที่แอชเชอร์พกติดตัวมาด้วยถูกหยิบออกมาอีกครั้ง ความสวยงามของมันยังคงสะท้อนให้เห็นภายในดวงตาที่กำลังจ้องมองมันอย่างไม่วางตา นิ้วเรียวสวยค่อยๆ สัมผัสมันอย่างเบามือ 




               'นายบ้าไปแล้วหรือไงอาเธอร์! ถ้าพ่อรู้เรื่องนี้ขึ้นมานายจะเดือดร้อนแค่ไหนรู้บ้างไหม' ภาพของพี่น้องตระกูลเลสลีย์ที่โต้เถียงกันในห้องนั้นสร้างความตกใจให้กับคนรับใช้ภายในบ้านได้เป็นอย่างดี ยิ่งเป็นนายน้อยคนเล็กที่ไม่ค่อยจะทะเลาะกับผู้เป็นพี่แล้วด้วยล่ะก็



               'ฉันไม่มีทางเลือกแอช..' เลสลีย์คนโตที่เป็นฝ่ายโดนน้องชายขึ้นเสียงใส่ยังคงตอบกลับด้วยน้ำเสียงปกติ แม้ใบหน้าของเจ้าตัวจะเต็มไปด้วยความตึงเครียดก็ตามแต่



               'นายกำลังกลืนน้ำลายตัวเอง อะไรที่นายเคยพูดไว้ว่าจะไม่ทำ คำพูดพวกนั้นมันโกหกทั้งหมด!" 



               'ฟังฉันก่อนได้ไหมแอช..' 



               แต่ในวินาทีนั้นความรู้สึกนายน้อยของเลสลีย์มันเต็มไปด้วยความโกรธ เกินว่าที่จะฟังเหตุผลอะไรทั้งสิ้นจากปากคนที่สร้างความผิดหวังให้กับตัวเอง



               'มันก็ชัดเจนอยู่แล้ว นายยังจะอธิบายอะไรอีก' 



               'นายต้องฟัง'



               'ฉันฟังนายมามากพอแล้ว นายอย่าทำให้ฉันรูุ้สึกแย่กับนายไปมากกว่านี้เลยอาเธอร์



               'แอช..'



               'คิดไม่ถึงเลยจริงๆ ว่าหมอนั่นจะทำให้นายเป็นไปได้ขนาดนี้' 



               แววตาตัดพ้อที่ถูกส่งมาจากอาเธอร์นั้นแอชเชอร์เองก็เลือกที่จะเมินหนี  แสร้งไม่รับรู้ถึงความรู้สึกของพี่ชายที่แทบจะกลายเป็นคนที่แอชเชอร์ไม่เคยรู้จัก 



               'แค่ความรู้สึกพวกนั้นมันทำให้นายยอมกดตัวเองให้ตกต่ำได้ขนาดนี้เลยหรือ? นายยังมีศักดิ์ศรีของเลสลีย์เหลืออยู่บ้างไหม" 



               '....'



               'ต่อให้ดันทุรังแทบตาย เรื่องของพวกนายก็ไม่มีทางเป็นไปได้หรอกอาเธอร์..' 





               ในตอนนั้นเขาพูดจาร้ายกาจแบบนั้นออกไปได้อย่างไร.. แอชเชอร์ได้แต่ถามตัวเองซ้ำไปซ้ำมากับความขลาดเขลาที่มากเกินกว่าจะให้อภัย 



               ความรู้สึกอุ่นร้อนไหลรินรดมาจากบริเวณหัวตากระทบกับแก้มขาวซีด จนทำให้เจ้าของดวงตาแดงก่ำกะพริบตาถี่ๆ เพื่อไล่น้ำตาที่ไหลออกมาอย่างห้ามไม่ได้ของตัวเอง ความรู้สึกผิดต่างๆนานาอัดแน่นอยู่เต็มอกของคนที่รู้ทุกอย่างดีอย่างแอชเชอร์ 



               คำพูดที่แอชเชอร์เคยเอ่ยทำร้ายคนฟังอย่างอาเธอร์มันก็ไม่ต่างจากมีดสองคม  ที่ไม่ว่าจะจับด้านไหนก็สร้างความเจ็บปวดได้ทั้งนั้น




               การร้องไห้ที่ไร้เสียงสะอื้นและมีแต่เพียงน้ำตานั้นดูๆ ไปก็ทรมานไม่น้อยสำหรับคนที่ต้องเก็บความรู้สึกแย่ๆ พวกนั้นเอาไว้ในใจไม่ให้ใครได้รับรู้  ยิ่งแอชเชอร์รู้ว่าพี่ชายของตัวเองพยายามช่วยตัวเองมากแค่ไหนมันก็ยิ่งทำให้ก้อนเนื้อในอกเจ็บปวดมากขึ้นกว่าเดิม 



               อาเธอร์ผลักเขาออกมาจากโลกโสมมพวกนั้น ในขณะที่ตัวเองทำได้เพียงแค่ก้มหน้าก้มตายืนอยู่ในโลกแสนสกปรกพวกนั้น  นี่มันถูกต้องแล้วหรือ? 



               แค่ความสูญเสียที่ได้รับก่อนหน้านี้มันก็มากเกินพอ ที่แอชเชอร์จะต้องยอมสูญเสียคนสำคัญในครอบครัวอีกคนหนึ่งไป  



               แดนเหนือในตอนนี้ก็ไม่ต่างจากเชื้อเพลิงดีๆ ที่กำลังรอให้ใครสักคนมาจุดชนวนนัก.. 



                "คิดถึงพี่ชายหรือไงเลสลีย์.." คนที่แอชเชอร์คิดว่าหลับไปแล้วนั้นจู่ๆก็พูดโพล่งออกมา จนทำให้คนที่กำลังร้องไห้อยู่เงียบๆนั้นถึงกับนอนตัวแข็ง 



               "นายยังไม่หลับหรือ?" เสียงนุ่มเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงที่เบากว่าทุกครั้ง จนคนถูกถามต้องขยับเข้ามาใกล้ๆ 



               "นายว่าอะไรนะ" มือใหญ่ของไทเลอร์สัมผัสเบาๆ เข้าที่ไหล่ของคนตัวขาวซีดก่อนที่เจ้าตัวจะชะโงกหน้าไปมองคนที่นอนตะแคงหันหลังให้กับตัวเอง 



               ซึ่งก็ไม่ผิดจากที่คาดไว้.. นายน้อยของเลสลีย์นั้นกำลังร้องไห้อยู่จริงๆ อีกทั้งในมือของเจ้าตัวเองก็ยังคงมีเข็มกลัดของพี่ชายที่ตัวของไทเลอร์เป็นคนเอามามอบให้  



               "อย่าพึ่งพูดอะไรตอนนี้ได้ไหม.." 



               เมื่อเห็นคราบน้ำตาที่ยังคงเปื้อนแก้มขาวนั่นก็ทำให้ไทเลอร์ต้องยอมปิดปากในทันที  คนที่แสนดื้อรั้นและพยศอย่างแอชเชอร์ยามที่เป็นแบบนี้มันทำให้ไทเลอร์รู้สึกไม่ดีไปด้วย จะด้วยเพราะเหตุผลไหนก็ตามแต่ที่ทำให้เจ้าตัวเสียน้ำตา 



               ไทเลอร์เองก็ไม่รู้จะทำอย่างไรกับเลสลีย์ สถานการ์ณที่ไม่คาดคิดว่าจะเกิดแบบนี้เล่นเอาไทเลอร์รับมือลำบากเช่นกัน เขาเองก็ไม่เคยปลอบคนร้องไห้มาตั้งแต่ไหนแต่ไร จะมีก็แต่ปล่อยให้หยุดร้องเองโดยไม่ต้องมานั่งพะเน้าพะนอเอาอกเอาใจ 



               ฟุ่บ



               ไทเลอร์ที่นอนอยู่ข้างๆ ดึงไหล่ของคนตัวขาวให้พลิกตัวหันหน้าเข้าหาตัวเอง ก่อนจะดึงรั้งช่วงเอวคอดได้รูปของแอชเชอร์ที่ซ่อนอยู่ภายใต้ชุดตัวหนาเข้ามาจนร่างกายของทั้งคู่แนบชิดกัน ซึ่งคนที่ถูกดึงเข้าไปกอดนั้นก็ใช้มือดันเข้าที่หน้าอกอีกฝ่ายในทันที 



               "อยากร้องก็ร้องซะ ฉันไม่ห้าม" เชสว่าเสียงเข้ม พลางกดใบหน้าของอีกคนให้ซุกลงที่หน้าอกของตัวเอง 



               "ทำบ้าอะไรของนาย"



               "ฉันจะยอมเป็นพี่ชายให้นายสักคืนหนึ่งก็แล้วกันเลสลีย์ตัวน้อย



               คำเรียกที่ใช้เรียกแอชเชอร์ของไทเลอร์นั้นทำให้คนตัวขาวถึงกับกระดากอายขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้ เลสลีย์ตัวน้อยบ้าบออะไรกัน ไทเลอร์ชักจะใช้คำน่าเกลียดกับเขาเกินไปแล้ว!!



               "ไทเลอร์!"



               "ว่ายังไงเลสลีย์ตัวน้อย" 



               อย่างไทเลอร์น่ะไม่มีทางเป็นพี่ชายให้แอชเชอร์ได้เลยสักนิด... ถ้าเป็นอาเธอร์หมอนั่นคงไม่มีทางพูดจากวนประสาทแบบนี้กับแอชเชอร์แน่ๆ 



               "ใครสั่งให้สอนให้นายปลอบใจคนอื่นด้วยการกวนประสาทกันไทเลอร์!"



               "ก็ในแบบของฉันไง :)" 













/////














               ท่ามกลางสถาปัตยกรรมอันงดงามและแสงไฟจากโคมไฟที่ตกแต่งภายในห้องนั้นกลับไม่ได้ทำให้คนที่อยู่อาศัยรู้สึกสุขใจเลยสักนิด ความงามของมันกลับกลายเป็นพิษร้ายที่คอยทำร้ายให้คนที่อยู่บอบช้ำมากขึ้นในทุกวัน คำภาวนาที่เฝ้าสวดอ้อนวอนต่อพระเป็นเจ้าก็ดูจะถูกเมินเฉย 



               ปัญหาทุกอย่างยิ่งเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ จนน่าหวั่นใจว่าสักวันมันจะกลายเป็นตัวทำลายทุกคนที่อยู่รอบข้าง... 



               "ถ้านายไม่อยากเดือดร้อน ก็หยุดยุ่งกับเรื่องนี้ซะอาเธอร์" 



               ร่างขาวจัดที่อยู่ในชุดสีอ่อนตัวยาวกำลังนั่งอ่านหนังสือที่โต๊ะไม้ลวดลายสลักสวยงามภายในห้องส่วนตัว เงยหน้ามองผู้ที่เข้ามาใหม่เล็กน้อย ก่อนจะหันหลับมาสนใจในหน้าหนังสือที่ตัวเองกำลังอ่านดังเดิม ราวกับไม่สะทกสะท้านในคำพูดของคนที่ยืนอ้าปากพูดปาวๆ 



               "ฉันกำลังอ่านหนังสือ..." แต่ถึงอย่างนั้นเลสลีย์คนโตก็ยังคงตอบกลับไปอย่างรักษามารยาท ซึ่งมันก็ไม่ได้ช่วยให้คนอย่างริโอยอมล่าถอยออกไปง่ายๆ 



               เจ้าของร่างสูงใหญ่ในชุดผ้าเนื้อดีของชนสูงศักดิ์นั้นก้าวเท้าเข้ามาหาคนที่ยังนั่งเมินเฉยตัวเองไม่เลิก ยิ่งอาเธอร์ทำแบบนี้ก็ยิ่งทำให้ริโออยากจะเอาชนะ 



               "อ่านเข้าไป มันก็ไม่ได้ทำให้นายออกไปจากที่นี่ได้.." แขนแข็งแรงของรอยัลอัลฟ่าเท้าคร่อมซ้อนทับจากทางด้านหลังของคนตัวขาวที่นั่งอยู่ ก่อนจะโน้มใบหน้าลงมาพูดคุยกับคุณชายเลสลีย์ 



               "อย่างน้อยฉันก็ทำให้แอชหนีนายพ้น.." ใบหน้างดงามของอัลฟ่าหนุ่มที่ต้องแสงไฟสีนวลยังคงเชิดขึ้นอย่างถือดี จนริโออดขบขันภายในใจอย่างเสียไม่ได้ 



               "อย่าหวังว่าฉันจะหยุด จนกว่าจะได้ตัวแอชเชอร์.."



               "พอสักทีเถอะริโอ สิ่งที่นายกำลังทำมันมากเกินไปแล้ว" 



               "แล้วฉันทำเพื่อใคร? นายรู้บ้างไหมอาร์ธ"  



               "ฉันไม่ต้องการ..."



               "...."



               "ไม่เคย.. ฉันไม่เคยต้องการอะไรจากนายทั้งนั้น ริโอ"



               ใบหน้าขาวผินเข้าหาคนที่โน้มใบหน้าลงมาคุยกับตัวเองทันที เมื่อฝ่ามือของคนที่เท้าแขนคร่อมตัวเองนั้นเลื่อนเข้ามาทาบทับฝ่ามือของตัวเองทั้งสองข้าง ซ้ำย้ำยังออกแรงบีบจนทำให้อาเธอร์ต้องยอมปล่อยหนังสือที่อยู่ในมือออก 



               "แต่ฉันต้องการนาย" 



               ฝ่ามือใหญ่ของร่างสูงใหญ่นั้นบังคับฝ่ามือขาวที่ตัวเองจับอยู่ ให้ขึ้นมาทาบทับที่บริเวณอกด้านซ้ายของอาเธอร์เอง ซึ่งในตำแหน่งนั้นเองก็คือตำแหน่งที่มีเข็มกลัดของตระกูลสเปนเซอร์ติดเอาไว้ เพื่อตอกย้ำให้คุณชายของเลสลีย์ได้ตระหนักอยู่ทุกเมื่อยามที่สัมผัสหรือเห็นมัน



               "จำเอาไว้.." 



               หรือนี่จะเป็นบทลงโทษของคนทรยศที่อย่างอาเธอร์ต้องชดใช้กัน... 













'เชส! ฉันหาอุโมงค์นั่นเจอแล้วตามที่นายเคยบอกไว้..'







HASTAG #youngmastermn 








TALK : จากตอนแรกที่คิดว่าจะจบเรื่องนี้ภายในไม่เกิน 12 ตอน แต่ตอนนี้คิดว่าไม่น่าจะจบได้แล้วจริงๆค่ะเพราะว่ายังมีอีกหลายประเด็นที่ยังไม่เคลียร์บวกความสัมพันธ์ของไทเลอร์กับเลสลีย์ที่ยังไม่ชัดเจนเท่าไหร่ แต่จะพยายามวางไว้ไม่ให้เกิน 20 ตอนนะคะ (ถ้าทำได้) (ღ˘⌣˘ღ) 


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 325 ครั้ง

1,213 ความคิดเห็น

  1. #1210 fystar94 (@pomize94) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 22 สิงหาคม 2562 / 10:22
    เริ่มสงสัยมากๆตามแอชเชอร์ว่าความสัมพันธ์ระหว่างเชสกับอาร์เธอร์เป็นยังไง ทำไมดูมีอะไร แต่คุณหัวหน้าหน่วยก็มีมุมอบอุ่นเหมือนกันนะคะ แค่ทำเป็นกวนตามนิสัยคุณเขา แอบเขินเลยค่าาา >____<
    #1210
    0
  2. #1181 ;Pocky (@american0_0420) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 19 สิงหาคม 2562 / 12:56
    ปมปัญหาฝั่งแดนเหนือดูซับซ้อนมาก ไหนจะริโอกะอาเธอร์อีก
    #1181
    0
  3. #1021 Potts (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 9 สิงหาคม 2562 / 05:59

    30 ตอนก็อ่านค่ะไรต์ ไม่ต้องรีบนะคะค่อยๆเคลียร์ปม ชอบมากๆค่ะ

    #1021
    0
  4. #965 คุกกี้รสฮีโร่ (@milkcookie) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 2 สิงหาคม 2562 / 19:25
    ความสัมพันธ์ของอาเธอร์กับเชสคือยังไงๆๆ คงไม่ได้รุ้จักกันเฉยๆอย่างที่แอชเข้าใจแน่ๆ สงสารแอช คิดถึงพี่แย่เลยสิ ฮือ นายเชสก้ปลอบดีๆหน่อย ไม่ใช่เอาแต่กวนประสาท ปั่ดโถ่ แล้วไหนจะความสัมพันธ์ของริโอกับอาเธอร์อีก ที่แดนเหนือมันเกิดอะไรขึ้นกันแน่!! อยากรุ้แล้ววว><
    #965
    0
  5. #943 Bantanboys (@Bantanboys) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 29 กรกฎาคม 2562 / 14:15
    ซับซ้อน มีปมหลายปมจริงๆค่ะแง / เชสก็จะปลอบแอชแต่ก็ยังกวนประสาท!! ริโอ อาเธอร์ นี่จะยังไงอ่ะ ฮื่อ
    #943
    0
  6. #909 JKCBB (@JKCBB) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 27 กรกฎาคม 2562 / 10:35
    ฝั่งแดนเหนือนี่ซับซ้อนมากจริงๆ ต่างคนต่างใช้อำนาจที่ตัวเองมีฟาดฟัน อาเธอร์เนี่ยนะเป็นคนทรยศ ไม่อยากจะเชื่อเลยอ่ะ แต่เชื่อนะว่าไทเลอร์ตกหลุมแอชเชอร์เข้าเต็มเปา ไม่ใช่แค่อัลฟาอยากได้รับการปกป้องจากทรูอัลฟาอย่างเดียวแล้วนะ ทรูอัลฟาก็หวงคนไม่เบา
    #909
    0
  7. #859 panda69 (@mymonster69) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 25 กรกฎาคม 2562 / 18:02
    ซับซ้อน หลายปม หลายความสัมพันธ์ แต่ชอบมาเลย แต่ไทเลอร์ก็ละมุนเป็นเหมือนกันนะ
    #859
    0
  8. #837 Limonin (@lemon39) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 24 กรกฎาคม 2562 / 01:44
    ซับซ้อน ชอบค่ะ ;-; อะไรสนุกๆกำลังรออยู่เต็มไปหมด เราออกจะติดนิสัยชอบเดาทางฟิคจะไม่ทำแล้ว!! จะตั้งใจอ่าน เป็นกำลังใจให้นะงับ
    #837
    0
  9. #810 reallerng (@reallerng) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 20 กรกฎาคม 2562 / 02:31
    เขินทุกตอนนเลยแงง หลงรักไทเลอร์เข้าแล้ว ฮื่อออ แอชสู้ๆนะ ส่วนริโอ อาเธอร์นี่ยังไงอ่ะแงง
    #810
    0
  10. #712 ThePAR (@ti7ddeung) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 14 กรกฎาคม 2562 / 00:15
    อยากยีอะไรซักอย่างอ่ะ มันเป็นความเครียดที่ยังไม่เครียด มันอยากรู้ มันลุ้น มันอะฮึ่มมมมม
    #712
    0
  11. #700 VANESSA_ (@1529902038003) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 13 กรกฎาคม 2562 / 13:45
    คือเขินไม่ไหวแร้วอ่ะตอนนี้ อ้ยๆๆๆๆๆ มันตะเกินไปแร้วไหมเชส-///////-
    #700
    0
  12. #681 Trexjj12 (@papangnapaporn) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 11 กรกฎาคม 2562 / 23:32
    แต่งดีมากค่ะ // เขินคุณเชส น้องแอชโหมดนี้เห็นใจหนูนะคะ
    #681
    0
  13. #614 sleeplessgirlx (@memiscrez) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 8 กรกฎาคม 2562 / 16:51
    จริงๆก็เป็นห่วงเขานั่นแหละ แบบไม่เคยเห็นเขาร้องไห้มาก่อนเลยใจอ่อนยวบยาบสินะ

    แต่เริ่มอยากจะรู้ปมจริงๆของเลสลีย์แล้วอ่ะ ว่าอะไรยังไง
    #614
    0
  14. #580 gunsnrosesj (@skyc) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 6 กรกฎาคม 2562 / 01:45
    เอาใหญ่แล้วนะเชส มาเป็นพี่ชายให้คืนนึงอะไรกัน ฮือ ทำไมดีขนาดนี้นะ! /ฝากดูแลน้องแอชเชอร์ด้วยนายเชส ชั้รเป็นห่วงน้อน แง
    #580
    0
  15. #523 myfluffypeach (@koiifinkoko) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 4 กรกฎาคม 2562 / 15:01
    คนกวนประสาทอย่างเชสนี่น่ารักมากเลย ใจฟู ชอบมากก ส่วนริโออาร์เธอร์นี่ยังไงกันนนน รอยัลอัลฟ่าเป็นยังไง อยากรู้จัก
    #523
    0
  16. #404 cool !!! (@33048) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 29 มิถุนายน 2562 / 15:57
    ร้อยตอนก็อ่านค่ะ 5555
    #404
    0
  17. #325 GKYON (@mooguz) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 25 มิถุนายน 2562 / 17:30
    คนโตคนทรยศ เคยทำอะไรไว้เหรอ เขาก็รักน้องดีนี่นา ไม่สมควรต้องทนทุกข์อยู่แบบนั้นเลย ดูทำอะไรไมาได้เลย มันไม่มีความสุข
    #325
    0
  18. #261 freakingaim (@cha-em_moo) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 24 มิถุนายน 2562 / 00:54
    สงสารทั้งเลสลีย์คนโตและคนเล็กเลยค่ะ คนนึงก็พยายามเพื่อช่วยน้องทุกอย่าง อีกคนก็มานั่ง regret ที่เคยไปพูดไม่ดีกับพี่ โถ สู้ๆนะคะ ฮือ ลูกแม่ทั้งคู่เลย
    #261
    0
  19. #240 pyuhoshi (@mypookt0068) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 21 มิถุนายน 2562 / 22:42
    อยากกอดโอ๋แอชเชอร์แง
    #240
    0
  20. #202 Seesar (@Seesar) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 21 มิถุนายน 2562 / 01:26
    สนุกมากกก ปมมาเรื่อยๆเลย ติดงอมแงม เดาว่าอาเธอร์กับเชสเปนคนรักเก่ากันรึปล่าว ได้กลิ่นดราม่า ฮือ
    #202
    0
  21. #187 เต้าหู้มยองเนส (@tofupie) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 19 มิถุนายน 2562 / 19:56
    คุณคะเกินยี่สิบตอนก็ได้เหมือนซีรีย์ดีๆเราก็อยากชมไปนานๆ
    ต่อไปขอชม แสดงว่าทุกอย่างเริ่มจากเลสลีย์คนโต? กับความรักต้องห้าม? ริโอเลยทำอะไรวะ คือเหมือนจะสัมผัสได้ของความรักระหว่างคนโตกับคนของตระกูลสเปนเซอร์นะ แต่แบบทำไมทุกอย่างพังจนกลายเป็นแบบนี้? ผมยังรอตอนคลายปมนะ รอชมตอนนายริโอบ้าคลั่งด้วย เพราะผมคิดว่าคนตระกูลเขสลีย์น่ะสง่างามและเข้มแข็ง เดาทางยากจนน่ากลัวเลยละ รอชมๆ แบบอยากเห็นการเฉือนคมกันอีก สนุกมากๆ
    แต่ตอนนี้สงสารน้องมากๆแบบอ่อนแอไปหมดร่างกายจิตใจ
    ไหนจะคุณเชสที่มีแต่ความลับ แบบคสพของคนพี่กับคุณเชสอีกแบบไหน น่าสนใจมากๆ แต่ท้ายที่สุดก็คือปลอบด้วยความกวนประสาทเค้าเหมือนเดิทเลยนะคะคุณเชส 55
    มู้ดโทนตอนนี้ก็คือแบบหม่นๆงะ ตอนท้ายที่เล่าฝั่งเหนือนี่แบบหม่นหมองมากบรรยากาศไม่น่าไว้ใจสุด
    #187
    0
  22. #155 Momi Moko (@tangmonoii) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 17 มิถุนายน 2562 / 17:31
    อาเธอร์ก็คือทำเพื่อน้องมากกก
    #155
    0
  23. #147 gisel (@gisel) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 17 มิถุนายน 2562 / 00:09
    ปมมาเรื่อยๆเลยยยย
    #147
    0
  24. #145 prk♡ (@king-banana) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2562 / 23:52
    เเหมเอะอะคว้าหมับนะเชส
    #145
    0
  25. #139 19PJ (@19PJ) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2562 / 22:30

    นี่ขนาดปลอบไม่เป็นนะคว้าหมับเร็วเชียว อาเธอร์สู้ๆ;-;

    #139
    0