[ #MINNO ] | Young Master ¦ True Alpha x Alpha [END]

ตอนที่ 8 : Young Master : Chapter 7

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 8,750
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,180 ครั้ง
    22 พ.ย. 62


 

 

 

 

 

 

 

“แล้วมันจะแปลกอะไรถ้าอัลฟ่าอย่างนายที่อ่อนแอกว่าทรูอัลฟ่าแบบฉัน จะรู้สึกอยากถูกครอบครอง”

หลังจากที่เชสพูดออกไปเลสลีย์คนเล็กก็เอาแต่นั่งนิ่งจนผิดวิสัยจะมีก็แต่มือขาวที่บีบแขนของเชสแน่น หากจะให้เดาก็คงไม่พ้นจะระบายความหงุดหงิดที่แสดงออกมาไม่ได้ เพราะร่างกายที่ไม่เอื้ออำนวยของตัวเอง

ดูแล้วมันก็ไม่ต่างจากหมาป่าตัวเล็กที่เขี้ยวเล็บยังไม่แหลมคมดี ทำได้อย่างมากที่สุดก็คงจะเป็นแค่การขู่

“ถึงฉันจะรู้สึกแต่นายคงไม่มีวันได้ครอบครองหรอกไทเลอร์”

“เอาเถอะ ฉันแค่บอกไว้ให้นายรู้ตัว.. ไม่ได้หวังจะทำเรื่องพวกนั้นกับนาย” เชสตอบด้วยความสัตย์จริง ก่อนจะจัดการเช็ดเนื้อเช็ดตัวให้อีกฝ่ายจนเรียบร้อย “ไม่ต้องกังวล”

ถ้าคนแบบเชส ไทเลอร์ เป็นพวกเอาแต่ผลประโยชน์ไม่สนใจเรื่องความถูกต้อง ป่านนี้ในเดอะฮิลล์ก็คงมีโอเมก้าเอาไว้เป็นของเล่นให้พวกคนในหน่วยไปแล้ว

“ขนาดไม่ได้หวังแล้วรอยแดงพวกนี้ที่นายทำไว้ นายจะบอกว่าไม่ได้ตั้งใจงั้นสิ”

“ตามสัญชาตญาณ..”

นับว่าเป็นคำตอบที่ห่วยแตกสิ้นดีในความคิดของแอชเชอร์ มันจะมีสักครั้งไหมที่ไทเลอร์จะหาเหตุผลชักจูงให้แอชเชอร์คล้อยตามได้อย่างไม่ตะขิดตะขวงใจ

“....”

“แต่อย่างน้อยฉันก็ยังหักห้ามมันได้” หากเชสไม่สามารถหักห้ามใจได้ เชื่อเถอะว่าเลสลีย์คงได้กลายเป็นใครอีกคนที่ต้องหยุดอยู่ภายใต้คำสั่งของอัลฟ่าคู่ชีวิตอย่างเชสไปแล้ว

ช่างเป็นการกลบกลิ่นที่เชสเองนั้นไม่ได้ประโยชน์และไม่เสียประโยชน์อะไร…

“ได้ยินแบบนี้ฉันก็สบายใจ.. ว่าอย่างน้อยหัวหน้าหน่วยเดอะฮิลล์ก็ยังมีเกียรติ” ฝ่ายเชสที่ขยับตัวลุกขึ้นยืนอยู่ข้างเตียงทำเพียงก้มหัวเล็กน้อยด้วยท่าทางที่อ่อนน้อม แต่ก็ยังคงทำให้แอชเชอร์แอบรู้สึกหมั่นไส้กับการกระทำนั้นอย่างเสียไม่ได้

ยิ่งพูดคุยกับไทเลอร์ก็ยิ่งทำให้แอชเชอร์ต้องฝืนร่างกายของตัวเองหนักขึ้น ต่างจากตอนที่เจ้าตัวอยู่ภายในห้องเพียงคนเดียว ความเจ็บปวดที่ต้องกัดฟันฝืนทนมันก็ไม่ต่างจากการอยู่ใกล้ขีดความอดทนที่มีอยู่จำกัด

“นับว่าเป็นเกียรติที่ได้รับคำชมจากนายน้อย”

บนใบหน้าคมของไทเลอร์ยังคงมีรอยยิ้มมุมปากประดับอย่างเช่นเคย แต่เรื่องแปลกก็คือการที่หัวหน้าหน่วยคนเก่งดันคว้ามือของแอชเชอร์ไปจูบบริเวณหลังมือ

“นาย...”

คนป่วยถึงกับอ้าปากค้างด้วยความตกใจ ต่อให้สัมผัสอุ่นร้อนจากริมฝีปากเมื่อครู่จะละออกไปแล้ว แต่ความรู้สึกที่ยังชัดเจนนั่นกำลังทำให้แอชเชอร์เบลอไปหมด มิหนำซ้ำเจ้าของการกระทำนั่นก็ยังเดินออกไปจากห้องโดยไม่สนใจคนที่กำลังตกใจเลยสักนิด

ให้ตายเถอะ.. นี่หัวหน้าหน่วยเดอะฮิลล์สมองกลับไปแล้วหรือไงถึงได้ทำอะไรแบบนี้ลงไป การกระทำที่ไร้ซึ่งเหตุผลพวกนี้มันไม่ควรเกิดขึ้นกับ เชส ไทเลอร์ เลยสักนิด

“เช็ดตัวแล้วแต่ทำไมยังหน้าแดงขนาดนั้นอยู่อีกล่ะเลสลีย์”

คำทักของผู้ที่เดินเข้ามาใหม่อย่างเอริค ทำให้คนถูกทักถึงกับชะงักค้างไปยิ่งกว่าเดิม อุณหภูมิในร่างกายที่ว่าร้อนอยู่แล้วก็ยิ่งเพิ่มมากขึ้นเมื่อเจอประโยคที่ทักตัวเองมาแบบนั้น

“เอ่อ...”

“เชสคงไม่ได้แกล้งอะไรนายหรอกใช่ไหม?”

นั่นสิ.. การกระทำพวกนั้นของเชสมันเรียกว่าแกล้งได้หรือเปล่า? แอชเชอร์เองก็ไม่สามารถตีความได้กับคน ๆ นี้

“ไม่...”

“ก็ดี...” เอริคไม่ได้ถามซักไซ้อะไรคนป่วยต่อ นอกจากจะเข้ามาดูอาการที่เริ่มจะแย่ของแอชเชอร์ คนป่วยก็ดูจะให้ความร่วมมือเป็นอย่างดีอย่างที่เคยเป็น ร่องรอยช้ำตามร่างกายกับแผลที่มีคงต้องใช้เวลาสักระยะในการรักษาซึ่งแน่นอนว่ามันอาจจะทำให้แอชเชอร์ยังไม่สามารถกลับไปที่เดอะฮิลล์ได้ แรงกระแทกในการขี่ม้าระยะทางจำนวนหนึ่งคงไม่ใช่เรื่องดีนักสำหรับคนที่ร่างกายนั้นยังบอบช้ำ “ยังไงช่วงนี้ก็อย่าฝืนทำอะไรที่เกินตัวแล้วกัน ถ้านายอยากรีบหาย”

“อือ..”

ผ้าพันแผลผืนใหม่ถูกบรรจงพันเข้าที่ต้นแขนด้านซ้ายของแอชเชอร์อย่างเรียบร้อย การบาดเจ็บในครั้งนี้คงยังไม่เท่ากับครั้งแรกที่เอริคได้พบกับแอชเชอร์ แต่จะว่าไม่หนักก็คงพูดไม่ได้ในเมื่อแผลเก่าของแอชเชอร์ที่ยังไม่ถึงกับหายเต็มที่นั่นกลับมาโดนเพิ่มรอยช้ำให้เจ็บเพิ่ม

แพทย์หนุ่มเก็บข้าวของที่ใช้ทำแผลให้กับแอชเชอร์จนเรียบร้อย ในขณะที่ปล่อยให้อีกฝ่ายกินยาที่อยู่ในถ้วยให้หมด แม้คนป่วยจะมีสีหน้าที่ขยาดกับยาในถ้วยไม่น้อยก็ตาม

“ถ้านายไม่อยากทนกินอะไรพวกนี้ คราวหน้าคราวหลังก็พยายามทำให้ตัวเองเจ็บน้อยที่สุดเสีย”

แอชเชอร์ทำได้เพียงแค่ยกยิ้มเล็ก ๆ พลางส่ายหัวเล็กน้อยกับคำพูดของเอริคที่ดูจะเป็นไปได้ยากเหลือเกิน

“พักซะแล้วค่อยตื่นมาตั้งคำถามที่นายอยากรู้จากฉัน..”

เพียงแค่มองสายตาของเลสลีย์ก็ทำให้เอริครับรู้ได้ว่าอีกฝ่ายคงอยากรู้เรื่องราวที่เกิดในเดอะฮิลล์ไม่น้อย แต่จากสภาพเจ้าตัวแล้วคงจะไม่เหมาะหากจะสนทนากับคนป่วยในตอนนี้

 

ฝ่ายเชสเองหลังจากที่ออกมาจากห้องซึ่งเลสลีย์ใช้พักอยู่ชั่วคราว เจ้าตัวก็ไม่ลืมที่จะเรียกชาลีออกมาด้วยกันเพื่อให้เอริคได้ทำอะไรสะดวกมากยิ่งขึ้น ขืนให้ชาลีอยู่ด้วยมีหวังเอริคคงได้ออกมาบ่นเชสอีกยาวเหยียดในแบบที่เรียกว่าฟังวันนี้แล้วเผื่อไปอีกสองเดือนข้างหน้า

เชสหายเข้าไปคุยกับราเชลสักพักตามประสาคนคุ้นเคย ก่อนจะเดินสำรวจรอบ ๆ เหมืองแร่อย่างเช่นทุกครั้งที่มาโดยมีชาลีคอยตามสภาพของหมู่บ้านเล็ก ๆ ที่ค่อนข้างจะไร้ต้นไม้นั้นไม่ใช่เรื่องแปลกในเขตของการทำเหมืองแร่ แต่ก็ยังคงมีคูน้ำรอบ ๆ เพื่อใช้ในชีวิตประจำวัน

กระต่ายป่าในถุงผ้าสีทึบที่ได้รับมาจากราเชลตกอยู่ในมือของเชสเมื่อร่างสูงเดินกลับมาถึงที่พัก ก่อนที่เจ้าตัวจะหยิบกระต่ายป่าที่ตายขึ้นมาโยนส่งให้กับชาลี และนี่ก็นับว่าเป็นรางวัลชิ้นโตสำหรับเกรย์วูล์ฟที่ทำตามหน้าที่ได้อย่างดีเยี่ยม เพราะกระต่ายป่าในถุงใบขนาดกลางก็คืออาหารของชาลีทั้งหมดอย่างไม่มีข้อแม้

แม้ใครจะมองว่าจ่าฝูงของการ์เดียนดูน่ากลัวมากแค่ไหนแต่สำหรับเชสแล้วชาลีนั้นนับได้ว่าเป็นเพื่อนที่อยู่เคียงข้างกันมาตลอด เรียกได้ว่าเป็นคู่หูต่างสปีชีย์เลยก็ว่าได้ถ้าจะเปรียบเทียบอย่างนั้น

“เลสลีย์คงต้องพักอยู่ที่นี่สักระยะ..”

เอริคที่เดินเข้ามาเจอกับเชสเอ่ยบอกทันทีพลางทรุดตัวลงนั่งไม่ใกล้ไม่ไกลจากที่เชสกำลังยืนอยู่ ด้านคนฟังเองก็เพียงแค่พยักหน้ารับในสิ่งที่หมอหนุ่มบอก มองเผิน ๆ อาจจะดูเหมือนไม่ใส่ใจ แต่ในความจริงแล้วเจ้าตัวกำลังไล่เรียงลำดับเรื่องที่ต้องทำภายในหัวก็เท่านั้น

“นายกลับไปก่อนก็ได้ ส่วนทางนี้ก็ฝากไว้กับฉัน” เอริคเอ่ยพูดต่อในขณะที่ยังคงลอบสังเกตการกระทำของเชสเพื่อเก็บข้อมูลบางอย่างมาแก้ไขข้อสงสัยของตัวเอง

“บางทีการอยู่ที่นี่ก็อาจจะเสี่ยงไปสำหรับเลสลีย์” เชสตอบเสียงเรียบ

“ยังไง?”

“หน่วยกลางต้องเข้ามาเอาแร่ที่นี่ทุก ๆ ห้าวัน ครั้งล่าสุดที่พวกนั้นมาที่นี่คือเมื่อสองวันก่อน” หัวหน้าหน่วยคนเก่งอดกังวลไม่ได้ แม้เชสจะคุมคนในเดอะฮิลล์ได้ดีแต่เขาเองก็ไม่สามารถควบคุมคนอื่นที่นอกเหนือได้หมด หากมีใครพลั้งปากพูดเรื่องของเลสลีย์ขึ้นมาก็คงจะได้รับผลกระทบไม่น้อย

“ฉันก็ลืมคิดเรื่องนี้ไป..”

ก็ไม่แปลกที่เชสจะรอบคอบและถี่ถ้วนขนาดนี้ ในเมื่อตำแหน่งที่เจ้าตัวยืนอยู่นั้นต้องแบกความรับผิดชอบอยู่เต็มบ่าทั้งสองข้าง

“รักษาให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้.. ยังไงเราก็ต้องออกจากโรสต์ก่อนที่หน่วยกลางจะมา” แน่นอนว่าถ้าพวกเขาออกจากโรสต์ก่อนที่หน่วยกลางจะมา นั่นจะทำให้ไม่มีทางที่ทั้งสองฝ่ายได้พบกันด้วยทิศทางของการเดินทาง เดอะฮิลล์ต้องขึ้นไปทางฝั่งชายแดนที่ติดกับตอนเหนือ ส่วนหน่วยกลางอย่างโวกันนั้นต้องเดินทางลงไปทางด้านทิศใต้

“นั่นร่างกายคนไม่ใช่เหล็กที่นายจะตีขึ้นมาใหม่ตอนไหนก็ได้นะเชส”

“เราไม่มีทางเลือก”

เอริคถึงกับถอนหายใจออกมาหนัก ๆ อย่างไม่รู้จะแย้งอย่างไรในเมื่อทุกอย่างมันมีเหตุผลของมัน

“ทุกอย่างที่ทำเพราะสัญญาของเลสลีย์คนโตหรือเพราะความรู้สึกจริง ๆ ของนายกันแน่?”

“นั่นไม่ใช่เรื่องที่ฉันต้องตอบนาย”

ให้มันได้แบบนี้สิไทเลอร์.. นี่ขนาดเอริคยอมถามโดยการเกริ่นเรื่องอื่นมาก่อนหน้าแล้ว เชสก็ยังคงจะปากหนักไม่ยอมพูดเหมือนเคย

“งั้นคืนนี้นายก็คงต้องคิดหาคำตอบหนัก ๆ เพื่อไปตอบเลสลีย์แล้วล่ะ”

“?”

“เรื่องที่เกิดขึ้นที่เดอะฮิลล์วันนี้ นายคิดเหรอว่าเลสลีย์จะไม่ถามถึง”

“คงจะเป็นนายมากกว่ามั้งที่จะโดนถาม” เชสว่าก่อนจะเดินกลับมานั่งใกล้ ๆ กับเอริคหลังจากให้อาหารชาลีเรียบร้อย

“นายมีโอกาสเจอหน้ามากกว่าฉัน”

“ก็ไม่แน่..”

“แต่นายก็คงรู้ว่าเรื่องที่อาเธอร์มาเดอะฮิลล์เป็นเรื่องที่นายไม่ควรเล่าให้แอชเชอร์ฟัง”

“ฉันไม่เข้าใจว่าทำไมพวกนายต้องปิดบังแอชเชอร์ มันมีเหตุผลอะไรที่ทำให้นายต้องทำแบบนี้”

“สักวันนายจะรู้..”

แล้วมันต้องใช้เวลาสักเท่าไหร่กัน?

 

 

 

หลังจากที่ได้กินยาและนอนหลับพักผ่อน อาการของแอชเชอร์ก็ดีขึ้นมากว่าเดิมแม้จะยังมีไข้อยู่ในช่วงเช้าของวันที่สองนี้ราเชลเองก็นำข้าวที่ต้มกับมันฝรั่งและหัวหอมที่พึ่งทำมาใหม่ ๆ เข้ามาให้อัลฟ่าตัวขาวซีดอย่างเช่นเคย ซึ่งเจ้าตัวเองก็ไม่มีท่าทีอิดออดในการกินอาหารต่างจากคนป่วยทั่วไปที่มักจะไม่ค่อยกิน ราเชลเองก็เดาได้ว่าอัลฟ่าตรงหน้าตัวเองคงไม่พ้นเป็นพวกฝืนทานเพื่อให้หายเป็นแน่ มองอีกฝ่ายโดยรวมแล้วก็ทำให้ราเชลยิ่งมั่นใจเข้าไปใหญ่ว่าอัลฟ่าตัวขาวนี่ต้องไม่ใช่คนธรรมดาทั่วไปอย่างคนอื่น ต่อให้ตัดเรื่องใบหน้าที่ไร้ที่ตินั่นออก ก็ยังคงมีการกระทำอย่างอื่นที่แสดงถึงการถูกอบรบสั่งสอนมาอย่างดี

ยกตัวอย่างเช่นในตอนนี้.. ทั้งท่าทางทั้งการกินอาหารที่ดูเรียบร้อยไปเสียหมด จนเรียกได้ว่าราเชลเองแทบจะไม่ได้ยินเสียงช้อนกระทบกับถ้วยภาชนะที่ตัวเองใส่ซุปมาให้อีกฝ่าย แน่นอนว่ามันไม่ใช่ท่าทางที่เชื่องช้าจนน่าเกลียด

“มีอะไรหรือเปล่า ทำไมนายถึงเอาแต่จ้องฉันแบบนั้น” หลังจากที่กลืนข้าวลงไปในคอแล้ว เจ้าของผมสีสว่างจึงหันมาตั้งคำถามกับคนที่เอาแต่มองหน้าตัวเอง

“นายต้องไม่ใช่คนธรรมดาแบบเรา..”

เลสลีย์คนเล็กเอียงคอมองอีกฝ่ายเล็กน้อยก่อนจะหลุดหัวเราะออกมาเบา ๆ เมื่อเห็นใบหน้าที่จริงจังของเจ้าตัว

“อะไรที่ทำให้นายคิดว่าฉันเป็นแบบนั้น”

“ทุกอย่าง..”

“....”

“นายเป็นคนของหัวหน้าไทเลอร์ในแบบไหนกัน”

จากริมฝีปากที่เคยยกยิ้มขึ้นมานิดหน่อยก็กลับบึ้งตึงในทันที เมื่อได้ยินประโยคที่แสนจะฟังไม่เข้าหู ฟังดูแล้วมันทำให้แอชเชอร์รู้สึกอยากจะบีบคอไทเลอร์ขึ้นมาเสียในตอนนี้

“ฉันอิ่มแล้ว..” แอชเชอร์ตัดบทก่อนจะดันถ้วยอาหารตรงหน้าให้ออกห่างจากตัวเอง ท่าทางที่เปลี่ยนไปของแอชเชอร์ก็ทำให้ราเชลรู้ตัวในทันทีว่าตัวเองได้ทำอะไรพลาดลงไปแล้ว

“ฉันคงถามอะไรนายมากไป หวังว่านายคงไม่ถือสา”

“ฉันจะขอบคุณมากถ้านายไม่พูดถึงเรื่องนี้อีก”

แอชเชอร์ไม่ต้องการให้ใครมาย้ำสิ่งที่ตัวเองกำลังเป็นอยู่ในตอนนี้ ใครจะคิดว่าแค่การกลบกลิ่นมันจะสร้างความปั่นป่วนให้กับร่างกาย และความรู้สึกของตัวเองได้มากขนาดนี้ เรียกได้ว่าเป็นความรู้สึกที่ไม่สามารถควบคุมได้จนต้องตีอกชกลมอยู่ในใจคนเดียว

ทั้งที่เป็นอัลฟ่าแท้ ๆ แต่กลับมีความรู้สึกพวกนี้มันก็น่าเจ็บใจไม่น้อย สำหรับ แอชเชอร์ เลสลีย์ แล้วเขาไม่ต้องการครอบครองใครและไม่ต้องการให้ใครมาครอบครองตัวเอง เขารักอิสระเกินกว่าที่จะมาผูกความรู้สึกไว้กับสิ่งที่จะบั่นทอนจิตใจของตัวเอง

“นี่ยา..” มือขาวรับถ้วยยาในมือของราเชลมาก่อนจะค่อย ๆ ประคองดื่มมันจนหมดถ้วย ทั้งที่อยากคายมันออกมาแค่ไหนแต่ก็เลือกไม่ได้ ในเมื่ออยากหายก็ต้องฝืนทนกินเข้าไปจะให้มานอนเจ็บไข้ซมอยู่แบบนี้เห็นจะเป็นการทรมานร่างกายตัวเองเปล่า ๆ

“แล้วนี่พวกเขาไปไหนแล้วล่ะ” แอชเชอร์อดถามไม่ได้

เอริคอยู่ที่บ้านพัก ส่วนหัวหน้าไทเลอร์ออกไปช่วยสร้างสะพานอยู่ที่หลังหมู่บ้าน”

เท่าที่ผ่านมาสิ่งที่แอชเชอร์มั่นใจอย่างหนึ่งของไทเลอร์ก็คือการที่อีกฝ่ายไม่เคยจะอยู่นิ่งเฉย วันหนึ่งต้องได้ออกไปทำอะไรสักอย่างให้ได้เหมือนพวกไม่ชอบอยู่สบาย ๆ

“แต่หัวหน้าบอกว่าตอนเย็นจะแวะเข้ามาดูอาการนายอีกรอบ”

ก็ขอให้ไทเลอร์เข้ามาดูอาการจริง ๆ ไม่ใช่มาชวนต่อปากต่อคำ..

คล้อยหลังที่ราเชลออกไป แอชเชอร์เองยังคงนั่งพิงหัวเตียงอยู่แบบนั้นเพื่อใช้เวลาคิดทบทวนกับตัวเองไปเรื่อย ๆ ทุกอย่างที่แอชเชอร์ตั้งใจจะทำมันดูยากเย็นไปเสียหมด ทุกอย่างมันดูไม่เป็นใจต่อให้ไทเลอร์จะช่วยเหลือเขาได้ก็ตาม

“มันต้องมีอะไรที่ฉันยังไม่รู้อีกสิ”

ยิ่งเป็นไทเลอร์ก็ยิ่งเต็มไปด้วยความสงสัยคนที่ดูมีความลับอะไรเยอะแยะแบบนี้ แอชเชอร์จะต้องทำยังไงให้หมอนั่นเปิดปากโดยไม่ต้องบีบบังคับหรือว่าแอชเชอร์จะต้องญาติดีกับไทเลอร์จริง ๆ

 

 

 

“อาการดีขึ้นบ้างไหมนายน้อย”

ทันทีที่โผล่หน้าเข้ามาให้เห็น ไทเลอร์ก็กวนประสาทแอชเชอร์เข้าให้จนใบหน้าดูดีเรียบนิ่งในทันที เมื่อวานในตอนเย็นไทเลอร์เองก็ไม่ได้โผล่เข้ามาเจอเลสลีย์ตามที่ราเชลบอก ซึ่งนับว่าโชคดีในตอนนั้นแต่กลับไม่ใช่ในตอนนี้

“ก็ดีขึ้นตามที่นายเห็น”

“ร่างกายนายยังฟื้นฟูเร็วเหมือนเดิม” เชสว่าพลางเดินวนรอบเตียงของแอชเชอร์ ก่อนจะหยุดยืนอยู่ที่ปลายเตียง “แบบนี้คงไม่เป็นปัญหาเท่าไหร่ ตอนเดินทางกลับเดอะฮิลล์”

“ฮะ?”

“เราไม่มีเวลาอยู่ที่นี่นานหรอกเลสลีย์ ฉันยังไม่อยากให้หน่วยกลางมาเจอตัวนายตอนนี้” เชสว่าด้วยท่าทีจริงจัง “พวกเราต้องเดินทางออกจากที่นี่บ่ายนี้”

“แล้ว...”

“ไม่ต้องกลัวว่าฉันจะปล่อยให้นายขี่ม้าเองหรอกเลสลีย์ เพราะขืนปล่อยไปแบบนั้น นายคงได้ตายเพราะตกหลังม้ากันพอดี”

เชสกระตุกยิ้มมุมปากทันทีที่เอ่ยจบ ยิ่งเห็นเลสลีย์มันก็อดไม่ได้ที่จะต้องพูดจาให้ใบหน้าดูดีนั่นบูดบึ้ง หรือไม่ก็ต้องทำให้เลสลีย์คนเล็กเปิดปากเถียงอะไรออกมาสักประโยคให้แสบคัน ๆ

“พึ่งรู้ว่านายมีงานอดิเรกชอบทรมานคนป่วย”

“มองฉันในแง่ดีบ้างก็ได้นะเลสลีย์ นี่นายคงไม่ได้คิดว่าฉันจะให้นายเดินกลับหรอกใช่ไหม”

“แล้วนายจะให้ฉันกลับยังไงไทเลอร์” หัวคิ้วสวยขมวดเข้าหากันอีกครั้ง โดยที่สายตายังคงจ้องคนที่ยืนอยู่ปลายเตียง “ในเมื่อนายไม่ให้ฉันขี่ม้า..”

“ไปกับฉัน..”

“!!”

“ไม่ต้องดีใจออกนอกหน้าขนาดนั้นก็ได้นะเลสลีย์”

ดีใจบ้าดีใจบออะไรกัน นี่มันไม่ใช่เรื่องที่แอชเชอร์ต้องมาดีใจสักนิด

“หน้าตาฉันดูดีใจมากหรือ?”

“อย่างน้อยในฐานะคนที่ถูกกลบกลิ่น นายก็ควรจะดีใจนะที่ได้อยู่ใกล้ฉัน”

“ถ้าฉันรู้ว่ามันจะกระทบกับเรื่องอื่นแบบนี้ ชาตินี้นายก็ไม่มีวันได้กลบกลิ่นฉันหรอกไทเลอร์”

“แต่ดูเหมือนว่าชาตินี้ฉันจะได้ทำแล้ว..” แล้วแอชเชอร์จะเถียงอะไรได้ในเมื่อมันเป็นเรื่องจริง

“แล้วเอริคล่ะ?”

“ฉันให้เอริคล่วงหน้ากลับไปตั้งแต่เมื่อเช้า ตอนนี้ที่นี่เหลือแค่เรา”

พระเจ้า.. วินาทีแอชเชอร์แทบอยากจะบ้าตายให้รู้แล้วรู้รอด

“นายควรพูดว่าแค่ฉันกับนาย มากกว่าที่จะใช้คำว่าเรา”

“ฉันก็ไม่เห็นว่ามันจะต่างกันตรงไหนนะเลสลีย์”

“ถ้าไม่มีทางเลือกให้ฉันตั้งแต่แรกก็อย่ามาอ้อมค้อม”

“เหมือนนายเวลาที่หลอกถามอะไรจากเอริคใช่ไหม?” เชสเท้าแขนลงกับปลายเตียงใกล้ ๆ กับปลายเท้าของแอชเชอร์

ช่วงที่พักร่างกายนั้นเอริคต้องเข้ามาดูอาการของแอชเชอร์อยู่บ่อย ๆ ซึ่งนั่นก็ทำให้เจ้าตัวถูกคนตัวขาวหลอกถามอะไรหลายอย่างและคนตอบก็ดูเต็มใจจะบอกง่าย ๆ เหมือนตั้งใจกวนประสาทให้เชสมาจัดการอัลฟ่าแดนเหนือที่แสนอยากรู้อยากเห็นนี่เอง

ไม่เคยมีใครบอกเลสลีย์เลยหรือไงว่าบางทีความอยากรู้อยากเห็นมันก็มักจะนำพาความเจ็บปวดมาให้

รู้เท่าที่สมควรรู้ ให้ตัวเองไม่เดือดร้อนมันก็มากพอแล้ว..

“ฉันไม่ได้หลอก”

“ไม่ได้หลอกเพราะเอริคเต็มใจตอบให้นายว่างั้น?”

“แล้วฉันไปบังคับคนอื่นให้พูดได้ไหม ก็ไม่..”

“ถ้าอยากรู้นัก ทำไมไม่มาถามฉันตามตรง”

“คนแบบนายน่ะหรือจะตอบฉัน”

“มันก็ต้องมีข้อแลกเปลี่ยน..”

“แน่นอนว่าฉันคงไม่เสี่ยงกับคนเจ้าเล่ห์แบบนายอีก”

แต่สุดท้ายแล้วนายน้อยของเลสลีย์ก็ต้องจำใจขึ้นมานั่งบนหลังม้า โดยมีหัวหน้าหน่วยเดอะฮิลล์นั่งซ้อนอยู่ทางด้านหลังของตัวเอง ส่วนชาลีก็ยืนอยู่ใกล้ ๆ คอยรอรับคำสั่งจากคนเป็นเจ้านาย

ใบหน้าดูดีก้มมองขนแผงคอม้าตัวสีดำสนิทที่มีขนมันเงา แทนที่จะสบตากับราเชลและมอร์แกนที่ออกมาส่งทั้งคู่บริเวณหน้าโรสต์

“แอชเชอร์จะไหวหรือหัวหน้าไทเลอร์” ราเชลเองก็อดเป็นห่วงคนที่เอาแต่ก้มหน้านิ่งอย่างช่วยไม่ได้ ล่าสุดที่เขาช่วยเช็ดเนื้อเช็ดตัวให้อีกฝ่ายรอยช้ำบนร่างกายนั้นก็ยังไม่หายดี

“ไม่ไหวก็ต้องอดทนจริงไหม?”

“อย่ากังวลเลย ฉันไหว..” แอชเชอร์เอ่ยตอบคนที่ยืนมองอยู่ก่อนจะส่งยิ้มเล็ก ๆ ให้อีกฝ่าย

“ถ้าไม่ติดว่าพรุ่งนี้เช้าพวกเราต้องส่งแร่ให้หน่วยกลาง ก็จะขออาสาพานายไปส่งที่เดอะฮิลล์”

“ลำบากพวกนายเปล่า ๆ น่ะราเชล” เชสเป็นฝ่ายตอบแทน

“ยังไงก็ขอให้เดินทางกลับอย่างปลอดภัย หากมีอะไรให้พวกเราช่วยก็บอกได้ทันที”

“ขอบใจทั้งสองคนมากที่ช่วยเหลือพวกเรา ไว้ถึงวันปลดประจำการเมื่อไหร่ เดอะฮิลล์ยินดีที่จะส่งคนของเรามาช่วยพวกนายที่นี่”

“ขอบคุณ”

เมื่อพูดคุยกันเป็นที่เรียบร้อยแล้วเชสเองก็ค่อย ๆ ควบม้าออกมาจากโรสต์โดยมีอัลฟ่าแดนเหนือนั่งนิ่งเป็นรูปปั้นอยู่ข้างหน้าตัวเอง ไทเลอร์เองก็ยังคงได้กลิ่นหอมอ่อน ๆ ของแอชเชอร์ปะปนกับกลิ่นประจำตัวของตัวเองที่เข้ากันได้ดีอย่างน่าประหลาด

“นายหลับหรือเลสลีย์” เชสเอ่ยถามขึ้นมาลอย ๆ เมื่อยังเห็นอีกฝ่ายเอาแต่นั่งนิ่ง ไม่ยอมปริปากพูดกับตัวเองสักคำทั้งที่อยู่กันเพียงสองคน

“ฉันเจ็บแผล..” มือขาวซีดแตะลงบนหน้าท้องของตัวเองก่อนจะแสดงสีหน้าเหยแก “มันกระแทก” ฟังดูจากน้ำเสียงของเลสลีย์แล้วก็คงจะเจ็บไม่น้อย

“ไว้สักอีกระยะหนึ่งฉันจะแวะพักให้นาย”

“อืม..”

แอชเชอร์รับข้อเสนอของเชสอย่างเลี่ยงไม่ได้ แม้จะอยากกัดฟันทนแต่มันก็คงไม่ดีกับร่างกายของตัวเองเท่าไหร่นัก ครั้นจะให้ช้าลงกว่านี้ก็คงจะทำให้การเดินทางมันยืดยาวเข้าไปอีก เมื่อมองลงไปด้านล่าง ๆ ฝั่งข้างกันนั้น แอชเชอร์ก็ยังคงเห็นชาลีที่เดินทอดน่องอยู่อย่างสบายอกสบายใจ

“เดี๋ยวยาที่เอริคให้นายไว้ก็คงจะออกฤทธิ์”

“แต่ฉันไม่อยากหลับ..”

“ไม่อยากหลับหรือว่าไม่อยากนอนพิงอกฉันกันแน่เลสลีย์”

ทั้งที่แอชเชอร์อุตส่าห์เลี่ยงพูดแล้วแท้ ๆ แต่ไทเลอร์ก็กลับพูดมันออกมาหน้าตาเฉย

“นายก็รู้นี่”

“แค่นอนพิงอกฉันมันจะทำให้นายเสียศักดิ์ศรีอะไรกัน” เชสก้มหน้าลงไปถามใกล้กับใบหูขาว จนทำให้คนที่กำลังนั่งนิ่งนั้นตกใจจนสะดุ้ง แล้วเอี้ยวใบหน้ากลับมาหาเจ้าของผิวสีแทน

“ไทเลอร์...”

กลีบปากบางแสนจะนุ่มนิ่มนั้นสัมผัสกับริมฝีปากของเชสทุกครั้งที่ขยับปากพูด ครั้นจะให้ขยับถอยหนีก็ถูกแขนที่เต็มไปด้วยกล้ามเนื้อซึ่งโอบผ่านรอบเอวตัวเองนั้นล็อกเอาไว้

นี่เป็นครั้งแรกในรอบหลายวันที่แอชเชอร์ได้มองตาของไทเลอร์ในระยะที่ใกล้ขนาดนี้และเต็มตา ซึ่งในเวลานี้มันก็ช่างเป็นจังหวะที่ไม่สมควรจริง ๆ

กลิ่นไม้ซีดาร์ที่มาจากทรูอัลฟ่าผิวสีแทนไม่ได้ทำให้แอชเชอร์รู้สึกสดชื่นอย่างที่ควรเป็น มันตรงกันข้ามด้วยซ้ำเพราะตอนนี้แอชเชอร์กับรู้สึกร้อนผ่าวขึ้นมาอย่างควบคุมไม่ได้ เหมือนกับวันนั้นไม่มีผิดที่ไม่สามารถควบคุมตัวเองได้

“ฉันไม่เล่น..” ยิ่งพูดก็ยิ่งทำให้สัมผัสกันมากขึ้นจนเกินความจำเป็น

“กลิ่นนายนี่มันหอมกว่ากลิ่นโอเมก้าด้วยซ้ำ” ดวงตาเจ้าเล่ห์มีประกายบางอย่างขึ้นมาทันทีที่ประสานสายตากับอัลฟ่าตัวขาว

“อย่าเอาฉันไปเปรียบกับโอเมก้า”

“แน่นอนว่านายอยู่สูงกว่าพวกนั้นอยู่แล้วเลสลีย์”

“....”

“โอเมก้าพวกนั้นไม่มีทางเป็นได้เหมือนอย่างที่นายเป็นเลยสักนิด”

“ฉัน..”

“จูบได้ไหม..”

คำขออนุญาตของเชสนั้นคงเป็นเพียงแค่พูดตามมารยาทที่ไร้ประโยชน์สิ้นดี ในเมื่อสุดท้ายไทเลอร์ก็ได้โอกาสลิ้มรสความหอมหวานจากริมฝีปากของเจ้าของกลิ่นกุหลาบดามัสก์อีกครั้ง... โดยที่แอชเชอร์เองก็ทำได้แค่เพียงรับสัมผัสนั้นอย่างจำยอม

“อยู่ ๆ ในหัวฉันตอนนี้ มันก็กลับคิดอยากจะทำมากกว่าจูบเสียอีกเลสลีย์”

แรงดึงดูดระหว่างอัลฟ่ากับโอเมก้า คงเทียบไม่ได้กับแรงดึงดูดระหว่างอัลฟ่าและทรูอัลฟ่า..

“ฉันอยากนอนแล้ว” แอชเชอร์ตัดบทก่อนจะเอี้ยวใบหน้าหนีริมฝีปากร้อนที่บดขยี้ริมฝีปากตัวเองจนแดงช้ำเมื่อครู่

“ไม่รังเกียจอกฉันแล้วหรือไง” แต่เชสก็ยังคงแหย่อีกฝ่ายไม่เลิก “ถ้าจะนอนก็ต้องพิงอกฉัน”

“หุบปากสักทีไทเลอร์” คนตัวขาวที่ไร้ทางเลือกกระแทกตัวลงพิงกับอกของเชสก่อนจะหลับตาหนี ทิ้งให้คนที่กลายเป็นหมอนจำเป็นทำหน้าที่ของตัวเองต่อไป

“ถ้าเจ็บแผลมากกว่านี้ก็บอก”

“....”

“เพราะถ้าไม่บอกนายคงได้นอนพิงอกฉันแบบนี้จนถึงเดอะฮิลล์แน่...”

 


 

HASTAG #youngmastermn


 


 


 


 



 


 


 


 


 


 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.18K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

3,777 ความคิดเห็น

  1. #3727 __0997 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 21 พฤศจิกายน 2563 / 18:12
    อ้ายยยย เขินมากฮื่อบ้าเอ้ยยย เชสรุกแรงมากกกไหนนนนนน ไหนคนที่บอกว่าไม่ชอบหรอกไหนนนนนนน เกร้ดสกวหงหลหบไ ฮื่อๆๆ แอชช้ำเพราะแผลไม่พอ ยังจะช้ำเพราะนายเชาอีกนะ!!!!
    #3,727
    0
  2. #3616 babemay (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 25 กันยายน 2563 / 22:52
    เชส ไทเลอร์ รุกแรงมาก !!!!!!!!!!!! แต่ชอบอ่า ฮือๆ ยียวนกวนประสาทมาก อะไรคือขอเขาจูบคะ กี๊ด
    #3,616
    0
  3. #3587 KimCho (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 16 กันยายน 2563 / 19:22
    ชอบอ่ะดิ๊ๆ กิ้วๆ ///
    #3,587
    0
  4. #3554 doraaung (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 16 สิงหาคม 2563 / 10:09
    เขินความเชสมาก ชอบนะคะ อยากได้ 5555
    อย่าเจ้าเล่ห์กับแอชใ้ห้มันมากนักคุณ
    ตอนนี้แอชอาจจะแพ้ทางเพราะยังจัดการกับตัวเองไม่ได้ แต่อนาคตอาจจะเป็นเทอนะเชส

    ขอบคุณสำหรับฟิคนะคะ ไรท์สู้ๆน๊าาา
    #3,554
    0
  5. #3486 fararaferren (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 3 สิงหาคม 2563 / 20:46
    สงสารน้อง ต้องมาขี่มาแผลก็เจ็บพูดตามตรงว่านี่ร้อง เอ้า
    #3,486
    1
    • #3486-1 fararaferren(จากตอนที่ 8)
      3 สิงหาคม 2563 / 20:48
      ตอนที่ไทเลอร์ขอจูบดิฉันงงไป 1 กรุบ อะไรอ่ะ ชอบเขาก็พูดมาทำเป็นกวนประสาทเขา
      #3486-1
  6. #3483 Oywctmw (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 3 สิงหาคม 2563 / 18:00
    ไม่ไหวแล้ว นายเชส😭😭😭😭😭 อมกกกกกก
    #3,483
    0
  7. #3465 วิสกี้ปาร์ค (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 19 กรกฎาคม 2563 / 09:08
    แรงมากกสกสกวกวกวหวกวกวกววกสกสก
    #3,465
    0
  8. #3458 Ssnnman (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 15 กรกฎาคม 2563 / 22:09
    โอ๊ยยยย เขินไม่ไหวแน้วว อีกใจก้เป็นห่วงลูก

    อีกใจแม่ก็เขินไม่ไหวๆๆๆฟ >\\<
    #3,458
    0
  9. #3429 lopenav (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 11 กรกฎาคม 2563 / 22:50
    แรงมากพ่อ คนหรือระเบิด รุนแรงเหลือเกิน ใจช้านก้อมีเท่านิ
    #3,429
    0
  10. #3397 E.L.F.THAI (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 24 มิถุนายน 2563 / 19:39
    เชส เบาได้เบานะ
    #3,397
    0
  11. #3391 JUNSX23 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 18 มิถุนายน 2563 / 17:32
    ฮืออ เขินมากๆ
    #3,391
    0
  12. #3371 Siminx (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 11 มิถุนายน 2563 / 00:33
    เบาได้เบาาา5555555555555555
    #3,371
    0
  13. #3337 ปงจี้ (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2563 / 20:01
    เชส เบาค่าาาา เบ้าาาาาา
    #3,337
    0
  14. #3127 pimpitchant (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 18 เมษายน 2563 / 16:36
    เขินนนมากกก
    #3,127
    0
  15. #3117 ineedmoney (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 16 เมษายน 2563 / 00:35
    มาจูบลูกชั้นอีกแล้วววววววววว โอ้ยคือดี อ่านแล้วก็ลุ้นตลอด
    #3,117
    0
  16. #3093 machada07 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 14 เมษายน 2563 / 05:15
    เขินแบบอุดปากกรี๊ดหลายรอบมาก แว้กกกกก
    #3,093
    0
  17. #2964 กุ๊ดจี่~• (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 5 เมษายน 2563 / 10:06
    นายคนนี้นี่มัน!!
    คนฉวยโอกาสสสสส
    #2,964
    0
  18. #2942 pplinyeol (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 30 มีนาคม 2563 / 04:26
    เก็บเล็กเก็บน้อยเก็บทุกครั้งที่มีโอกาสนะคะนายคนนี้!!!! หัวใจจาวายแล้ววววววววว
    #2,942
    0
  19. #2793 kiki3k (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 13 มีนาคม 2563 / 16:51
    แกกกกกกกก แกกกกกก เป็นนิยายที่ปังมาก ทั้งภาษาทั้งจังหวะลำดับ แงเขิน
    #2,793
    0
  20. #2780 patcharabammy (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 9 มีนาคม 2563 / 21:01
    ฮือออออออออออออ
    #2,780
    0
  21. #2778 Kanwarakim (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 8 มีนาคม 2563 / 08:00
    อ้ยย ฟฟ้ฟ้้ฟ้้ััฟััีฟดดดฟพพพฟพ มันเปนเขิน
    #2,778
    0
  22. #2758 jezbunnnn (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 1 มีนาคม 2563 / 19:59
    เชส นายมันร้าย
    #2,758
    0
  23. #2756 เจ้าชายอี้ฟาน (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 29 กุมภาพันธ์ 2563 / 12:51
    แม่!!!!!!!!
    #2,756
    0
  24. #2748 irinee_b (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2563 / 09:24
    อะไรมันจะขนาดนี้T^T
    #2,748
    0
  25. #2740 LuckyMyFriend (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2563 / 10:42
    เขินนนนน
    #2,740
    0