[ #MINNO ] | Young Master ¦ True Alpha x Alpha [END]

ตอนที่ 6 : Young Master : Chapter 5

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 8,925
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,131 ครั้ง
    4 พ.ค. 63



 

 

อัลฟ่าที่ถูกกลบกลิ่นด้วยทรูอัลฟ่ามันคงเป็นเรื่องตลกร้ายมากที่สุดอีกเรื่องหนึ่งในชีวิตของ แอชเชอร์ เลสลีย์ ใบหน้ารูปสลักยังคงเรียบนิ่งไม่บ่งบอกความรู้สึกจนแทบจะกลายเป็นรูปปั้นชั้นเลิศ ไว้ประดับตกแต่งอยู่ในห้องส่วนตัวของเชส ไทเลอร์ หรือ หัวหน้าหน่วยป้องกันเดอะฮิลล์ ท่าทางเหมือนคนโดนขัดใจ และพยายามเก็บอารมณ์ที่แสดงออกมานั้นทำให้ไทเลอร์ที่นั่งมองอยู่แอบหัวเราะในลำคอเบา ๆ

มันช่วยไม่ได้จริง ๆ ที่การกลบกลิ่นแบบกะทันหันนี่ทำให้เลสลีย์ต้องมาขลุกตัวอยู่กับไทเลอร์อย่างเลี่ยงไม่ได้ ตัวคนที่ไม่ใช่ฝ่ายโดนกลบกลิ่นเองก็ไม่ได้มีท่าทีเดือดร้อน แตกต่างจากคนที่ต้องโดนกลบกลิ่นอย่างเห็นได้ชัด

เพราะนับตั้งแต่ก้าวเท้าเข้ามาในห้องของไทเลอร์ ตัวของเลสลีย์ก็หยุดยืนอยู่ที่หน้าประตู และไม่ยอมก้าวเท้าไปที่ไหนต่อ ดีไม่ดีคงจะคิดหาทางเอาตัวรอดด้วยการออกไปนอนกับเซเบอร์ที่มีพี่เลี้ยงจำเป็นอย่างร็อคกี้ก็ได้ ใครจะไปรู้..

“จะไม่นอนพักเอาแรงหน่อยหรือเลสลีย์ พรุ่งนี้นายต้องออกจากที่นี่ก่อนที่ฟ้าจะสาง นายลืมหรือ?” เจ้าของไหล่กว้างเอ่ยทักคนที่ยังยืนนิ่งเป็นรูปปั้นอย่างช่วยไม่ได้ ก็ใครเล่นให้เลสลีย์เอาแต่ยืนนิ่งอยู่แบบนั้นกันล่ะ

“ฉันยังไม่ได้อาบน้ำ”

“พอนายพูดขึ้นมามันก็ทำให้ฉันนึกขึ้นได้พอดี..” เชสยกมือขึ้นมาลูบคางตัวเองก่อนจะเดาะลิ้นเบา ๆ พลางใช้ความคิดไปเรื่อย “นี่ก็ดึกมาแล้ว ส่วนห้องอาบน้ำก็มีอยู่ห้องเดียว..”

แค่แอชเชอร์ได้ฟังคำพูดของไทเลอร์ เจ้าตัวก็คาดเดาถึงเรื่องตลกร้ายที่จะเกิดขึ้นกับตัวเองในกี่วินาทีข้างหน้าได้อย่างไม่ต้องคิด

คนกวนประสาทแบบไทเลอร์ คงได้หาทางกลั่นแกล้งแแอชเชอร์อีกแน่

“หยุดความคิดนั้นของนายซะไทเลอร์” อัลฟ่าตัวขาวซีดเอ่ยเตือนคนที่แสดงแววตาเจ้าเล่ห์อย่างออกนอกหน้า

“หวังว่าเลสลีย์คงไม่รังเกียจที่จะอาบน้ำพร้อมกับฉันหรอกนะ..”

นัยน์ตาคู่สวยของอัลฟ่ารูปปั้นถึงกับเบิกกว้าง ก่อนที่ใบหน้าขาวจะขึ้นริ้วสีเข้มอย่างห้ามไม่ได้ สายตาดุของไทเลอร์ยามที่แปรเปลี่ยนเป็นสายตากะลิ้มกะเหลี่ยนั้น เป็นใครที่ถูกมองแบบนี้ก็ต้องไม่ชอบ

“ถ้านายอยากรีบอาบก็ไปอาบก่อน ฉันอาบทีหลังได้”

“เสียเวลาน่า..”

“ฉันยอมเสียเวลา”

“ในฐานะเจ้าของห้องที่นายจะนอนคืนนี้ ฉันขอสั่งให้นายไปอาบน้ำพร้อมกับฉัน”

“!!”

“นายก็รู้อยู่แก่ใจว่าการกลบกลิ่นมันไม่ใช่แค่นั้น..”

 

 

หากพูดถึงการกลบกลิ่น.. ใครต่างก็รู้ว่าการกระทำนี้ถ้าเลี่ยงก็ควรจะเลี่ยง ยิ่งเป็นอัลฟ่าก็ยิ่งต้องเลี่ยงเรื่องพวกนี้ให้มากขึ้นกว่าพวกโอเมก้า ถ้าให้อธิบายให้ถูกและเห็นภาพชัดเจน การกลบกลิ่นมันก็ไม่ต่างจากการแสดงความเป็นเจ้าของ

กลิ่นประจำตัวของผู้ที่เป็นฝ่ายกลบกลิ่นให้จะติดอยู่บนผิวของคนที่ถูกกลบกลิ่นนานนับอาทิตย์กว่า ก่อนจะค่อย ๆ จางหายไป และนั่นก็คงเป็นช่วงเวลาที่ทรมานสำหรับผู้ไม่ใช่เจ้าของกลิ่น ถ้าเป็นโอเมก้ากลิ่นพวกนี้ก็อาจจะทำให้ฮีทขึ้นมาได้อย่างไม่ยาก จึงไม่แปลกที่จะเห็นอัลฟ่ากลบกลิ่นโอเมก้าเท่าไหร่ แต่สุดท้ายการกระทำพวกนั้นมันก็คือการเอาเปรียบผู้ที่อยู่ในจุดต่ำสุดของห่วงโซ่อาหาร

แต่ใครจะรู้ว่าอัลฟ่าที่อยู่บนจุดสูงสุดเองก็มีจุดบกพร่อง ที่ทำให้ตัวเองถูกกดได้เหมือนกัน เผลอ ๆ อาจจะมากกว่าด้วยซ้ำ เพราะยิ่งอยู่สูงเท่าไหร่ ยามที่ถูกเขี่ยลงมามันก็เท่ากับถูกบดขยี้ความภูมิใจพวกนั้น

เสื้อผ้าที่เคยปกปิดอยู่บนร่างกายของไทเลอร์ถูกถอดออกทันทีด้วยฝีมือของเจ้าตัว เมื่อไร้การปกปิดแล้วผิวกายสีเข้มที่เต็มไปด้วยกล้ามเนื้อแน่น ก็เผยออกมาให้เห็นเต็ม ๆ ตา ของร่างขาวที่ยังยืนนิ่ง

หุ่นดีเป็นบ้า..

ด้วยผิวสีแทนเข้มจึงทำให้เวลากระทบเข้ากับแสงของไฟที่กำลังเผาไหม้ ก็ยิ่งขับให้ผิวกายนั้นดูน่ามอง

“ลงมาอาบน้ำได้แล้วเลสลีย์..” เจ้าของกล้ามเนื้อสีแทนเข้มเอ่ยขึ้น พลางทิ้งตัวลงนั่งพิงหลังกับขอบบ่อน้ำอุ่นที่มีไอร้อนระเหยขึ้นมาเหนือผิวน้ำ แสงไฟที่ส่องมาจากเพียงเตาผิงที่อยู่ไม่ใกล้ไม่ไกล ช่วยทำให้ภายในสถานที่ที่ใช้อาบน้ำนี้ยังพอมีแสงสว่างมองเห็น

แอชเชอร์ไม่มีทางเลือกที่จะปฏิเสธเชสอีกแล้วในยามนี้ ไม่ใช่ว่าไม่เคยเปลือยเปล่าต่อหน้าใคร แต่เพราะไม่เคยมีอัลฟ่าคนไหนที่เคยได้เห็นร่างกายของแอชเชอร์ต่างหาก และดูเหมือนว่า เชส ไทเลอร์ จะเป็นคนแรกที่ได้เห็นร่างกายของอัลฟ่าแดนเหนือ...

“นี่จะเป็นครั้งเดียวที่ฉันจะยอมทำตามคำสั่งนาย”

เสียงนุ่มหูของเจ้าของผิวขาวเอ่ยก่อนจะยกมือขึ้นมากลัดกระดุมเสื้อผ้าที่ตัวเองสวมใส่ออก ท่ามกลางสายตาคมของหัวหน้าหน่วยที่นั่งพิงขอบบ่อหันหน้าเข้าหาตัวของเลสลีย์..

เชสจ้องมองการกระทำของเลสลีย์เงียบ ๆ ตาคมไล่มองตามนิ้วเรียวสวยที่กำลังถอดเสื้อผ้าของตัวเองออกอย่างค่อยเป็นค่อยไป ตามนิสัยที่ค่อนข้างรักระเบียบ จนยามที่กระดุมเม็ดสุดท้ายถูกปลดออกจากรังดุมก็ปรากฏผิวกายขาวเนียนละเอียด ลาดไหล่ผายที่เข้ากับเอวคอดได้รูป คงไม่ทำให้เชสเผลอจ้องมองเท่ากับยามที่ร่างขาวนั้นหันหลัง แล้วถอดกางเกงที่สวมใส่ออก..

เรียวขายาวก้าวลงมาในบ่อน้ำตามคำสั่งของไทเลอร์ ก่อนจะนั่งกอดเข่าหันหลังให้เชสในระยะที่ไม่ห่างกันมากนัก เชสขยับท่านั่งอีกครั้งก่อนจะรั้งเจ้าของแผ่นหลังขาวให้เข้ามาใกล้ตัวเองมากขึ้น จนผิวกายของทั้งคู่แนบชิดสนิทกันจนแทบไม่เหลือช่องว่าง

“ถึงกับหลับตาเลยหรือ..” เสียงทุ้มติดแหบเอ่ยกระซิบข้างใบหูขาวพลางแกล้งพ่นลมหายใจรินรดผิวเนื้ออุ่น

“หรือจะให้ฉันมองหน้านาย” เจ้าของใบหน้ารูปสลักเอี้ยวมามองคนที่นั่งซ้อนตัวอยู่ด้านหลังตัวเอง ซึ่งนั่นก็ทำให้เชสได้เห็นจุดดาวเล็ก ๆ ที่บริเวณใต้หางตาของแอชเชอร์และแพขาตายาว

“กล้าให้ได้อย่างที่ปากนายพูดก็แล้วกัน” และนั่นก็คงเป็นความกล้าเพียงไม่กี่วินาทีที่แอชเชอร์มี เพราะนับตั้งแต่วินาทีที่เชสพูดจบ

เพราะริมฝีปากของเลสลีย์ก็ไม่มีโอกาสได้เอื้อนเอ่ยคำพูดอะไรออกมาได้อีก..

ริมฝีปากสีเข้มค่อย ๆ ประกบแนบชิดลงมาเพียงบางเบา ก่อนจะไล่ขบเม้มตามกลีบปากบางอย่างเชื่องช้า เพื่อละเลียดชิมความหอมหวานของเจ้าของกลิ่นกุหลาบดามัสก์ ซึ่งเป็นกลิ่นประจำตัวที่เข้ากันได้ดีกับความเป็น แอชเชอร์ เลสลีย์

ดอกกุหลาบดามักส์ที่มีความหมายโดยนัยหมายถึงคนสูงศักดิ์

ฝ่ามือหยาบของคนที่ใช้แรงอยู่ตลอด กอบกุมคางได้รูปเพื่อประคองใบหน้าของร่างขาวเอาไว้ให้ได้องศาที่ต้องการ จากการขบเม้มริมฝีปากก็เริ่มแปรเปลี่ยนเป็นจูบที่ลึกซึ้งมากขึ้น เมื่อกลีบปากบางเผยออ้าออกเล็กน้อย ให้เจ้าของผิวสีเข้มได้สอดลิ้นเข้าไปเก็บเกี่ยวความหวานล้ำ ไทเลอร์ลิ้มลองความหอมหวานนั้นซ้ำไปซ้ำมา จนกลีบปากบางเห่อแดงช้ำ หยดน้ำสีใสที่ล้นออกมาจากมุมปากนั้นไม่ได้ถูกเช็ดออกแต่อย่างใด เมื่อทรูอัลฟ่ายังคงตักตวงจูบจากอัลฟ่าตรงหน้า

เสียงหายใจหอบถี่ดังเคล้าคลอควบคู่ไปกับเสียงบดจูบที่แลกน้ำลายกันไปมา ความอุ่นของน้ำในบ่อที่ใช้อาบน้ำยังคงเทียบไม่ได้กับร่างกายของทั้งคู่ที่ร้อนขึ้นเรื่อย ๆ จนปลายจมูกโด่งได้รูปของแอชเชอร์เริ่มได้กลิ่นไม้ซีดาร์ที่เพิ่มมากขึ้น

“น่าเสียดายจริง ๆ ที่กลิ่นหอมของนายจะต้องโดนกลบ..”

เชสละริมฝีปากออกห่างจากคนตัวขาวเพียงเล็กน้อย พลางกระซิบพูดกับอีกฝ่ายที่เปิดเปลือกตาขึ้นมาสบตา ด้วยสายตาที่สั่นไหวไม่ต่างจากลูกสัตว์ตัวน้อย

“อื้อ..”

เชสไม่ปล่อยให้แอชเชอร์ได้ตอบอะไรทั้งนั้น นอกเสียจากจะปล่อยให้เจ้าตัวรับจูบดุดันของตัวเองที่เพิ่มมากขึ้น มือหยาบที่เคยกอบกุบใบหน้าของแอชเชอร์ค่อย ๆ ลากไล้สัมผัสไปตามผิวเนียนที่ขึ้นสีระเรื่อตามอุณหภูมิของน้ำ ไล่ตั้งแต่ไหล่ได้รูปที่มีกล้ามเนื้ออ่อน ๆ ผ่านไปยังยอดอกสีอ่อนที่ตัดกับผิวขาว จนมาถึงกล้ามหน้าท้องเลขสิบเอ็ด

แขนขาวที่เคยกอดเข่าตัวเองอยู่ก่อนหน้านี้ บีบขยำต้นขาแกร่งของเชสอย่างช่วยไม่ได้ เมื่อทรูอัลฟ่าตัวร้ายนั้นเริ่มรังแกร่างกายของตัวเองจนเหมือนว่าร่างกายนี้ไม่ใช่ของแอชเชอร์

“แอชเชอร์”

ถ้าร่างขาวไม่ได้หูเพี้ยนล่ะก็นี่คงเป็นครั้งแรกที่ เชส ไทเลอร์ เรียกชื่อจริงของเขาแทนที่จะจิกกัดกันด้วยการเรียกนามสกุล..

ภาพร่างขาวของอัลฟ่าแดนเหนือที่นอนหลับสนิทตกอยู่ภายสายใต้คมของไทเลอร์ที่นอนอยู่ข้าง ๆ ทั้งหมด หลังจากที่ทั้งคู่อาบน้ำจนเสร็จ ต่างก็แยกย้ายกันใส่เสื้อผ้าเพื่อเตรียมเข้านอน สังเกตได้อย่างชัดเจนว่าเลสลีย์เอาแต่หลบตาของเชส เรียกได้ว่าถามคำก็ตอบคำไม่มีคำต่อล้อต่อเถียงอย่างที่เคยเป็น

ผิวกายเนียนนุ่มที่หอมกรุ่นกับรสจูบหวาน ๆ ยังคงติดบนปลายลิ้นของเชส จนอดที่จะเลียริมฝีปากเสียไม่ได้ หากไม่หักห้ามใจเอาไว้ เชสเองก็คิดไม่ออกเหมือนกันว่าตัวเองจะทำอะไรลงไปบ้าง เพราะแค่นี้ปากบางที่เคยเถียงตัวเองฉอด ๆ ก็บวมช้ำเสียจนน่าสงสาร

การที่เชสต้องให้แอชเชอร์ตัวติดกับตัวเองมากที่สุดในตอนนี้ ก็เพื่อที่จะมั่นใจว่ากลิ่นของตัวเอง จะสามารถกลบกลิ่นประจำของเจ้าตัวขาวนี่ได้หมด โดยไม่เหลือกลิ่นอะไรให้พวกแดนเหนือตามล่า การที่จะให้แอชเชอร์ใส่เสื้อผ้าของเชสนั้นก็อาจจะช่วย แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะร้อยเปอร์เซ็นต์ เจ้าตัวถึงได้ต้องทำแบบนี้

ไม่ใช่ว่าเชสไม่เห็นแววตาตัดพ้อในดวงตาของคนดื้อรั้น อันที่จริงชั่ววูบหนึ่งเชสเองก็เห็นหยาดน้ำสีใสในดวงตาของแอชเชอร์เหมือนกัน

เป็นแววตาที่ให้ความรู้สึกเอ็นดูมากกว่าปกติที่แสนจะเต็มไปด้วยความดื้อรั้น…

ร่องรอยสีแดงที่โผล่พ้นจากเสื้อบางของแอชเชอร์ ก็ไม่วายพ้นเป็นฝีมือของไทเลอร์ที่ขบเม้มตามผิวขาวนั้นจนขึ้นรอย เชสสามารถพูดได้เต็มปากด้วยซ้ำว่าแอชเชอร์เป็นอัลฟ่าที่งดงาม อย่างที่ตระกูลเลสลีย์เป็นมาตลอด

“นายนี่มันไม่ธรรมดาจริง ๆ เลสลีย์”
 

 

 

หลังจากที่แอชเชอร์ได้พักผ่อนไปเพียงไม่กี่ชั่วโมง เจ้าตัวก็ถูกปลุกให้ตื่นด้วยฝีมือของเจ้าของห้องที่อยู่ในชุดเต็มยศจนแปลกตา

“แค่พวกนั้นมามันทำให้นายต้องเต็มตัวเต็มยศขนาดนี้เชียวหรือ” เจ้าของผมสีสว่างเอ่ยถามด้วยความสงสัยในขณะที่รับชุดในมือของไทเลอร์สวมลงบนร่างกายของตัวเอง

“อย่างน้อยมันก็คือการให้เกียรติ”

“แล้วนายคิดว่าอาเธอร์จะมาด้วยไหม..” คำถามของเลสลีย์ทำให้หัวหน้าหน่วยเดอะฮิลล์ไม่ลังเลที่จะตัดความหวังอันน้อยนิดของเจ้าตัวทิ้ง

“ไม่มีทาง.. นายอย่าหวังเลยว่าริโอจะพาพี่ชายนายมาที่นี่”

“แบบนี้สิแปลก ยังไงริโอก็ต้องเอาพี่ฉันมาเป็นข้อต่อรอง” อัลฟ่าแดนเหนือแย้งในทันทีอย่างไม่เชื่อ

“แต่ฉันคิดว่าครั้งนี้ที่พวกนั้นมามันคือการเตือนเสียมากกว่า” เชสว่า “เพราะถ้ามันจะเอาตัวนายจริง ๆ ล่ะก็ หมอนั่นไม่มีทางให้คนส่งจดหมายมาบอกก่อนแน่นอน”

“ถ้าเป็นแบบที่นายพูดมันไม่เท่ากับว่าการที่ฉันออกไปข้างนอกนั่นจะกลายเป็นเป้านิ่งให้มันล่าหรือไง”

“ก็ต้องลองเสี่ยงจะอยู่ที่นี่หรือหลบออกไป มันก็ค่าเท่ากัน” แม้จะยังไม่กล้ามองเชสตรง ๆ เหมือนเดิม แต่เลสลีย์ก็ยังคงยืนกรานในความคิดของตัวเองไม่น้อย “แต่ยังไงฉันก็คงต้องเสี่ยงอยู่ดี”

“เผื่อนายจะลืมว่าชาลีมันพร้อมจะขย้ำทุกคน..”

“อย่างน้อยถ้ามันล่านายขึ้นมาจริง ๆ ก็คงจะตามกลิ่นนายยากกว่าเดิม”

“....”

“นายก็รู้ไม่ใช่หรือไงว่าถ้ากลบกลิ่นแล้ว ร้อยทั้งร้อยแทบจะไม่มีผิดพลาด”

“....”

“แล้วยิ่งเมื่อคืนที่นายกับฉัน...”

“อย่าพูดถึงมัน” แอชเชอร์ว่าเสียงแข็งก่อนจะเดินหนีไทเลอร์ออกมานอกห้อง เพื่อหลีกเลี่ยงบทสนทนาที่ชวนทำให้นึกถึงเรื่องเมื่อคืนที่เกิดขึ้นระหว่างทั้งคู่

“ต่อให้ฉันไม่พูด นายก็คงจำมันได้ดีเลสลีย์”

 

“ดูแลเลสลีย์ให้เหมือนกับที่แกดูแลฉันล่ะชาลี” เชสย่อตัวลงไปนั่งคุยกับจ่าฝูงของเกรย์วูล์ฟ หลังจากที่เดินไปปลดโซ่ที่ผูกไว้ที่คอมันออก มือใหญ่ลูบขนหนานุ่มสีเข้มสลับอ่อนของชาลีด้วยความเคยชิน จนทำให้เกรย์วูล์ฟตัวโตครางรับในลำคออย่างพอใจกับสัมผัสที่คุ้นเคย

แอชเชอร์เองก็ได้แต่ยืนอยู่ห่าง ๆ มองเชสคุยกับเกรย์วูล์ฟตัวใหญ่ด้วยท่าทีที่อ่อนลง ในมุมที่แอชเชอร์ไม่เคยได้เห็น ไหนจะรอยยิ้มกว้างที่เกิดขึ้นเมื่อชาลีใช้หัวถูไถเข้าหามือใหญ่ จนเจ้าตัวใหญ่นั้นไม่ต่างจากหมาตัวเล็ก ๆ ที่อยากออดอ้อนผู้เป็นเจ้าของ

“นายอยากลองจับมันดูบ้างไหม?” เชสหันหน้ามาถามแอชเชอร์ที่ยืนมองตาไม่กะพริบ

“ดูแล้ว เจ้านี่ไม่น่าจะอยากให้ฉันจับเท่าไหร่”

“ตัวนายมีแต่กลิ่นฉัน ชาลีมันไม่ตื่นกลิ่นหรอก”

แอชเชอร์ลังเลเล็กน้อย ก่อนจะเหลือบมองไปที่ชาลีอีกครั้ง ซึ่งเจ้าตัวโตนั่นก็มองมาที่ตัวเองพลางเอียงหัวมองเล็กน้อย ในขณะที่จมูกยังคงดมฟุดฟิดเพื่อสำรวจกลิ่นของคนที่ไม่คุ้นหน้า

“อะ..” แอชเชอร์ถึงกับยืนตัวแข็งทื่อเมื่อจู่ ๆ ชาลีก็เดินเข้ามาหาตัวเอง แล้วดมกลิ่นตามร่างกายของเลสลีย์เพื่อความแน่ใจ

“นั่งลงให้ชาลีมันดม” ไทเลอร์ว่า

“มั่นใจแค่ไหนว่าชาลีจะไม่กัดฉัน” คนตัวขาวถามเพื่อความมั่นใจแต่ไทเลอร์กับเอาแต่ยกยิ้มมุมปาก พลางพยักพเยิดหน้าให้เลสลีย์นั่งลงเสียที ก่อนที่ชาลีจะได้กระโดดตะกายเข้าใส่

สุดท้ายแล้วแอชเชอร์ก็ต้องยอมย่อตัวลงนั่งให้ชาลีได้ดมกลิ่นบนร่างกายของตัวเองจนพอใจ

แม้สายตาของชาลีจะไม่ได้เป็นมิตร แต่การที่มันใช้ลิ้นเลียใบหน้าของเลสลีย์ ก็เป็นสัญญาณที่ดีว่ามันพอใจในตัวของเลสลีย์ไม่น้อย

“ถ้าไม่ใช่ฉันหรือลูฟที่ไปรับนาย ห้ามไว้ใจใคร..”

“หรือไม่บางทีนายก็อาจจะทิ้งฉันไว้” แอชเชอร์เอ่ยยียวน

“ฉันรักษาคำสัตย์มากพอ..” เชสยืนยันหนักแน่น ก่อนจะเดินนำทั้งชาลี และแอชเชอร์ไปที่ประตูทางด้านหลังของเดอะฮิลล์ เพื่อส่งทั้งคนและเกรย์วูล์ฟออกไปที่โรสต์ ซึ่งเป็นเขตเหมืองแร่ของแดนใต้ที่อยู่ถัดไปจากเดอะฮิลล์ หมู่บ้านที่มีผู้คนเพียงไม่ถึงร้อยคนอาศัยอยู่ที่นั่น ชาลีเองก็จะเป็นใบเบิกทางที่จะมาเลสลีย์เข้าไปอยู่ในโรสต์อย่างที่ทุกคนในนั้นไม่อาจปฏิเสธ

“ขอบใจ..” แอชเชอร์เอ่ยบอกเชสเสียงเบา แล้วเดินไปขึ้นม้าที่ถูกเตรียมไว้ เพื่อตามชาลีที่เดินนำไปข้างหน้า อย่างที่มันชอบทำอยู่ทุกทีเวลาที่ออกไปนอกเดอะฮิลล์

“ดูแลตัวเองให้ดีด้วยแล้วกัน”

ประโยคที่หลุดออกมาจากปากไทเลอร์ มันช่างเป็นคำอวยพรที่เหมือนคำสั่งเสียจริง

 

 

ทั้งชาลีและแอชเชอร์ต่างเดินทางกันมาสักพักใหญ่จนฟ้าที่เคยมืดนั้นเริ่มสว่าง จนทำให้เห็นสภาพแวดล้อมรอบกายชัดเจนมากขึ้น หมาป่าตัวโตยังคงคอยเหลียวมองแอชเชอร์ที่นั่งอยู่บนม้าเป็นระยะ ๆ เพื่อดูความปลอดภัยของคนที่เจ้านายมันสั่งให้ดูแล ส่วนแอชเชอร์เองก็สำรวจสิ่งรอบตัวและจดจำเอาไว้ให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะจำได้ แม้ในใจของเจ้าตัวจะกระวนกระวายและอยากรู้ความคืบหน้าของพวกสเปนเซอร์ที่มาเดอะฮิลล์

ริโอจะมาไม้ไหน แล้วหมอนั่นจะใช้ใครเป็นหมากในการเดินเกมครั้งนี้.. แอชเชอร์เดาไม่ถูกเลยจริง ๆ ว่าเรื่องทุกอย่างมันจะจบแบบไหน มันจริงอย่างที่เชสบอกว่าเขาไม่ควรวู่วาม ไหนจะอาเธอร์ที่ยังอยู่กับฝั่งแดนเหนือ

หมอนั่นก็ไม่ต่างจากตัวประกันที่พวกสเปนเซอร์คิดจะเก็บไว้ต่อรองกับอีกหลาย ๆ อำนาจของทางแดนเหนือ และก็สามารถนำมาต่อรองกับเขาได้เหมือนกัน

แม้ว่านี่จะเป็นครั้งที่สองที่แอชเชอร์ได้เข้ามาในป่าแห่งนี้ เจ้าตัวเองก็ยังอดตื่นเต้นกับความงดงามของธรรมชาติในแดนใต้อยู่เหมือนเดิม ไม่ว่าจะมองไปทางไหนมันก็ทำให้รู้สึกสดชื่น แตกต่างจากแดนเหนือที่ไม่ว่าจะมองมันกี่ครั้งก็ทำให้รู้สึกเฉื่อยชา

กรรจ์ กรรจ์

การจู่โจมที่เกิดขึ้นอย่างไม่ทันได้ตั้งตัวทำให้แอชเชอร์ได้รอยถากจากลูกธนูบริเวณต้นแขนด้านซ้าย ก่อนที่อัลฟ่าแดนเหนือจะตัดสินใจกระโดดลงมาจากหลังม้า เพื่อไม่ให้ตัวเองตกเป็นเป้านิ่งให้พวกที่โจมตี จำนวนหกคนที่โผล่ออกมาจากที่ซ่อนนั่นทำให้แอชเชอร์คิดหาทางเอาตัวรอด

ชาลีเองก็ไม่ลังเลที่จะกระโดดใส่หนึ่งในนั้นแล้วจัดการขย้ำคอของมันในทันที ส่วนตัวของแอชเชอร์ก็โดนอัลฟ่าตัวใหญ่สองคนเล่นงานจนได้บาดแผลอยู่ไม่น้อย ร่างโปร่งถนัดต่อสู้ตัวต่อตัวนั่นคือเรื่องจริง แต่ถ้าเมื่อไหร่ที่มากกว่าหนึ่งมันก็ไม่ใช่เรื่องแปลกที่มันจะยากเกินรับมือ

อีกทั้งขนาดของร่างกายที่แตกต่างทำให้มีอยู่หลายจังหวะที่แอชเชอร์โดนทำร้ายจนแทบทรุด เสียงร้องอย่างเจ็บปวดดังเข้าหูของแอชเชอร์อยู่ตลอด เมื่อหนึ่งในนั้นถูกชาลีขย้ำคอจนจมเขี้ยว อีกทั้งยังโดนสะบัดอย่างแรงจนร่างกายกระแทกเข้ากับต้นไม้ใหญ่ ช่างเป็นภาพที่น่าสะอิดสะเอียนเสียจริง

“จัดการไอ้หมาเวรนั่นสักทีสิวะ!!” หนึ่งในนั้นที่น่าจะเป็นหัวหน้าตะโกนสั่ง ก่อนจะออกแรงวิ่งไล่ล่าอัลฟ่าแดนเหนือที่หลบหลีกตัวปลิวลมอยู่ด้านหน้า “ไม่อยากได้รางวัลกันหรือไง ค่าหัวของมันไม่ใช่น้อย”

ขาเรียวยาวของแอชเชอร์แม้จะไม่ได้แข็งแรงเท่าพวกในหน่วยป้องกัน แต่ถ้าในเรื่องความเร็วและความคล่องตัว แอชเชอร์มั่นใจว่าตัวเองไม่แพ้ใครทั้งนั้น เสียงฝีเท้าที่ดังตามมาตามด้านหลังที่มากกว่าสองคน ซึ่งก็ไม่ใช่จำนวนมากมายขนาดที่แอชเชอร์จะรับไม่ไหวหากได้จังหวะที่เหมาะสม

คงต้องขอบคุณป่าแถบนี้ที่ค่อนข้างรกทึบ จนทำให้แอชเชอร์สามารถหลบซ่อนตัวจากคนที่หมายหัวตัวเองได้อย่างไม่ยาก

“อั่ก..”

ฝ่ามือขาวยกขึ้นปิดปากของร่างใหญ่ที่หลงมายืนอยู่ใกล้กับตรงที่แอชเชอร์ซ่อนตัว ส่วนมือขวาอีกข้างที่ถืออาวุธจับถนัดมือจะลงมีดที่ลำคอของเหยื่อผู้โชคร้ายภายในครั้งเดียว ก่อนที่จะเหวี่ยงตัวคนที่ไม่มีโอกาสรอดชีวิตให้พ้นทาง

“ใครอยากตายก่อนก็เข้ามา”

ถ้าให้เดาแล้วคนพวกนี้คงไม่พ้น เป็นพวกที่ตามล่าหัวแอชเชอร์ตามประกาศของพวกสเปนเซอร์ เพราะดูจากรูปลักษณ์แล้วคงไม่ใช้พวกฝั่งแดนใต้อย่างแน่นอน มิหนำซ้ำสัญลักษณ์ที่เป็นรอยสักที่หลังคอก็ชัดเจนมากพอ ที่จะทำให้แอชเชอร์มั่นใจว่าคือกลุ่มคนในแดนเหนือสักกลุ่ม

“จะตายแล้วยังอวดดี”

แอชเชอร์ไม่ตอบอะไร นอกเสียจากที่จะพุ่งเข้าหาด้วยแรงทั้งหมดจนล้มลงไปทั้งคู่ ด้วยแรงที่มากพอกันทำให้ต่างฝ่ายต่างสลับกันรับสลับกันจู่โจม หมัดหนัก ๆ ที่ซัดเข้าบริเวณโหนกแก้มทำให้แอชเชอร์มึนไม่น้อย ก่อนที่สติทั้งหมดจะกลับมาเมื่อรู้สึกถึงแรงเหวี่ยงที่ทำให้ร่างของตัวเองกระแทกกับพื้น

ฝ่ามือขาวที่มีเลือดซิบจากรอยถลอกพยายามจะดันตัวเองให้ลุกขึ้นแต่ก็ยากลำบาก เมื่อหน้าท้องของตัวเองยังคงจุกจากแรงที่ต่อยเข้ามาเมื่อก่อนหน้า

“ไม่ปากดีแล้วหรือ?”

แอชเชอร์ถ่มเลือดในปากตัวเองออก ก่อนจะยกยิ้มเย็นให้ไอ้คนที่ตามลงมาคร่อมทับร่างตัวเอง ในมืออีกข้างของมันมีมีดที่พร้อมจะตัดหัวแอชเชอร์อยู่ทุกวินาที

“สุดท้ายก็เป็นได้ขี้ข้าพวกสเปนเซอร์”

คำพูดที่ท้าทายของเลสลีย์ทำให้คนที่คร่อมทับร่างกายนั้นฉุนจัดจนง้างแขน เพื่อเหวี่ยงมีดหวังจะบั่นคอของอัลฟ่าถือดีนี่ให้ขาด

ฉึก

“ชีวิตต้องชดใช้ด้วยชีวิต.. จำเอาไว้”

ร่างโปร่งดึงมีดที่แทงเข้าบริเวณหน้าอกของอัลฟ่าขี้ข้านั่นออก ก่อนจะผลักร่างที่ใกล้จะขาดใจตายอยู่บนร่างกายตัวเองออกให้พ้น แอชเชอร์ข่มความสั่นกลัวของตัวเองไว้ให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ฝ่ามือที่เปื้อนเลือดพวกนี้มันคือหลักฐานชัดเจนว่าเจ้าตัวได้ฆ่าคนกับมือ

“มือพึ่งเคยเปื้อนเลือดหรือเลสลีย์?” แม้จะฆ่าไปแล้วสองคน แต่ก็ยังคงเหลืออีกหนึ่งที่ยืนกอดอกชมภาพการต่อสู้มาสักพัก “ยังไงก็คงขอบคุณที่กำจัดตัวหารรางวัลให้ฉัน”

“ถ้าได้เลือดแกเป็นคนต่อไปก็คงไม่เลว”

ศัตรูคนเดียวที่เหลืออยู่ตรงหน้าหัวเราะลั่น ก่อนจะเหยียดยิ้มน่าเกลียดให้กับร่างโปร่งของอัลฟ่าแดนเหนือ ด้วยสภาพร่างกายที่สะบัดสะบอมพอควรทำให้กำลังของร่างโปร่งเริ่มถอยลง อีกทั้งฝ่ายตรงข้ามก็ตั้งใจซ้ำรอย

บาดแผลที่ร่างกายของเลสลีย์จนมันชาหนึบไปหมด แต่ถึงอย่างนั้นลูกบ้าในตัวแอชเชอร์ก็ยังคงทำให้อีกฝั่งได้รับบาดเจ็บไม่น้อย บาดแผลจากคมมีดที่แทงเข้าที่หน้าท้องของมันถูกขยี้ซ้ำด้วยปลายเท้าของแอชเชอร์ที่ยืนอยู่ด้านบน

“อะ..”

ขายาวถูกกระชากด้วยแรงไม่น้อยจนล้มลงก่อนที่ร่างใหญ่ของอีกฝ่ายจะเปลี่ยนมาคร่อมทับ แล้วใช้มือบีบรอบคอขาวเพื่อหวังจะให้แอชเชอร์ขาดใจตาย แน่นอนว่าการโดนบีบคอแบบนี้ทำให้แอชเชอร์ดิ้นรนเอาตัวรอดได้ยากมากขึ้นอีกเท่าตัว ทั้งน้ำหนักที่กดทับบนหน้าอก ทั้งแรงบีบที่ลำคอสร้างความทรมานอย่างสาหัสให้กับร่างขาวจนแทบสิ้นแรง

มือขาวซีดของแอชเชอร์ยังคงพยายามแกะมือที่บีบคอตัวเองออกอย่างถึงที่สุด แม้จะรู้ว่ามันจะยากมากที่จะช่วยได้ การขาดอากาศหายใจที่เกิดขึ้นชั่วระยะเวลานึงทำให้แอชเชอร์ยิ่งดิ้นรน จนกระทั่งมีแรงกระแทกบางอย่างที่มาจากทางด้านหลัง ทำให้มือที่เคยบีบคอเลสลีย์ปล่อยออกจนเป็นอิสระ

“แค่ก ๆ อึก” ร่างโปร่งเท้าข้อศอกลงกับพื้นดินที่เปียกชื้อแล้วไอโขลก เพราะความเจ็บที่บริเวณลำคอเมื่อหันไปมองภาพที่เกิดขึ้นไม่ห่างจากตัว ก็ทำให้แอชเชอร์แทบจะหยุดหายใจ

ภาพของอัลฟ่าตัวใหญ่ที่ถูกกัดคอจนเลือดพุ่งกับใบหน้าที่เละเทะเพราะโดนเกรย์วูล์ฟตัวโตขย้ำ ในสภาพที่ไม่เหลือชิ้นดี เลือดบางส่วนกระเซ็นมาโดนใบหน้าของแอชเชอร์ จนใบหน้าขาวนั้นเต็มไปด้วยคราบเลือด

ก้อนเนื้อในอกของร่างโปร่งยังยังคงเต้นตุบ ๆ เหมือนจะหลุดออกมาไม่หาย แม้ทุกอย่างจะกลับคืนสู่สภาวะปกติ ความดุร้ายของเกรย์วูล์ฟถือว่าเป็นที่เลื่องชื่อให้ใครต่อใครต่างหวาดกลัว ทั้งพละกำลังและขนาดตัวของมันจึงทำให้ไม่แปลกที่มนุษย์จะไม่มีทางรอด หากได้ต่อสู้กับมันซึ่ง ๆ หน้า

“ชาลี..”

แอชเชอร์เรียกชื่อเกรย์วูล์ฟตัวโตที่เดินเข้ามาหาตัวเองด้วยเสียงแหบแห้ง และท่าทางที่อ่อนแรงของแอชเชอร์ทำให้มันใช้จมูกดมตามตัวคนที่ต้องดูแลเพื่อความแน่ใจ ก่อนที่ตาดุ ๆ ของมันจะปรายตามองใบหน้าของแอชเชอร์อีกครั้งแล้วล้มตัวลงนอนเฝ้า ราวกับจะให้ร่างโปร่งได้พักผ่อนเสียก่อนที่จะได้เดินทางกันต่อ

“ขอบใจ..”

ถ้าหากเมื่อกี้ไม่ได้ชาลีช่วยเอาไว้ แอชเชอร์ก็ไม่อยากคิดสภาพตัวเองเหมือนกันว่าจะเอาตัวรอดจากสถานการณ์นั้นได้อย่างไร ยิ่งก้มลงมองเกรย์วูล์ฟตัวโตที่นอนหมอบอยู่ข้าง ๆ ก็ทำให้เจ้าตัวได้เห็นคราบเลือดที่ยังติดบริเวณรอบปากของชาลี ไม่เว้นไม่กระทั่งขนสวย ๆ ของมันที่แอชเชอร์เคยเห็นเชสชอบนั่งแปรงขนให้อยู่บ่อย ๆ

เสียงครางรับในลำคอของชาลีเองก็ดูเป็นคำตอบรับที่ทำให้เลสลีย์กล้ายื่นมือไปลูบหัวของมันอย่างเบามือ แม้จะไม่ได้น่ารักเหมือนเซเบอร์ แต่แอชเชอร์ก็พูดได้อย่างมั่นใจว่าชาลีเหมาะกับการเป็นจ่าฝูงของการ์เดียนโดยไร้ข้อกังขา และแอชเชอร์เองก็ไม่แปลกใจด้วยว่าทำไมชาลี ถึงเป็นเกรย์วูล์ฟที่ไทเลอร์มั่นใจฝากชีวิตของเขาไว้กับมัน....

“ท่าทางว่าต่อไป แกคงต้องเดินรอฉันหน่อยแล้วล่ะชาลี”

“ป่านนี้ม้านั่นคงวิ่งหนีเตลิดไปถึงไหนแล้ว...”

 

HASTAG : #youngmastermn
 

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.131K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

3,774 ความคิดเห็น

  1. #3724 __0997 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 21 พฤศจิกายน 2563 / 13:46
    นี่คือคำตอบที่เราถามไปตอนที่แล้วแหละ ทำไมเชสถึงให้ชาลีมาด้วยทั้งๆที่ร็อคกี้น่าจะสนิทกับแอชมากกว่า ชาลีพึ่งพาได้(ไม่ได้หมายความว่าร็อคกี้ทำไม่ได้ แต่ความเป็นจ่าฟูงของชาลีอ่ะเนอะ) แล้วก็เหมือนเชสมาเอง อย่างที่คุณไรท์ได้บอกไปว่าเชสเลี้ยงมาชาลีเหมือนตัวแทนของเชส เท่านี้ก็คือหมดคำถามแล้ว มาพูดถึงการกลบกลิ่น โอ้ยยเขินมากกกตอนแรกคิดว่าจะนอนกอดกันเฉยๆๆแต่แบบนี้มัน😳😳 นายน้อยไปไม่เป็นกันเลยที่เดียว ส่วนเชส แน๊ เหมือนนายจะไปไหนไม่รอดแล้วน้า
    #3,724
    0
  2. #3715 JJPEACH (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 13 พฤศจิกายน 2563 / 23:40

    อ่านไปลุ้นไปฮืออออ

    #3,715
    0
  3. #3613 babemay (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 25 กันยายน 2563 / 11:36
    ฮืออ่านแล้วลุ้นมากกกก น้องชาลีเท่มากลูก ดีใจที่แอชเชอร์ปลอดภัย แต่ฉากจูบนี่สุดยอดจริงค่ะ อ่านแล้วเขินสิบตลบ ฮือ T____T
    #3,613
    0
  4. #3585 KimCho (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 15 กันยายน 2563 / 21:03
    กลบกลิ่นแลงมาด ตอนนี้ขอบคุณไปหมดเลยที่แอชปลอดภัย
    #3,585
    0
  5. #3552 doraaung (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 16 สิงหาคม 2563 / 01:36
    ไม่คาดคิดมาก่อนเลย แต่แบบ คุณเชสจะแพ้แล้วนะคะ เตือนๆๆๆ 5555
    ว่าแล้วต้องมีฉากแอชกับชาลี ปลื้มมากกกก
    ฮือออออ แบบมันดีมากๆอ่ะ ชาลีจอมซื่อสัตย์ของเชสที่เปิดใจให้กับแอชแล้วว จมูกบานน

    ขอบคุณสำหรับฟิคนะคะ ไรท์สู้ๆน๊าา่
    #3,552
    0
  6. #3481 Oywctmw (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 2 สิงหาคม 2563 / 16:23
    โอ้ยชาลี แอชเชอร์ เก่งมากเหน่ยแทน // เค้าจูบกันแล้วแม่้นำยำสกสวดดจเนนหยหวกลล
    #3,481
    0
  7. #3427 lopenav (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 11 กรกฎาคม 2563 / 22:21
    ตอนกลบกลิ่นก็คืออออ ฮือออออ 😭😭😭😭😭 เขินนน
    #3,427
    0
  8. #3426 lopenav (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 11 กรกฎาคม 2563 / 22:20
    ฮือออออ สุดยอด คุณคนเขียนเก่งมากๆๆๆเลยค่ะ เราลุ้น เราระทึกมาก แอบน้ำตาซึมตอนน้องรส.กลัวที่ฆ่าคนจริงๆครั้งแรก กับตอนที่ชาลีมาช่วย
    #3,426
    0
  9. #3414 กินเล่นเที่ยว (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 30 มิถุนายน 2563 / 01:42
    โอโห้คุณขาา ใจเราลุ้นหนักมาก คุณแอชได้แผลอีกแล้ว พวกแกมันช่างกล้า!
    #3,414
    0
  10. #3390 JUNSX23 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 18 มิถุนายน 2563 / 17:01
    ชาลีน่ารักมากกกก
    #3,390
    0
  11. #3389 rdidmr (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 17 มิถุนายน 2563 / 00:41
    ฉันอยากตีนายเชสมากกับวิธีการกลบกลิ่น ใจแม่น้องแอชเชอร์แบบฉันคือจะเป็นลมㅠㅡㅠ
    #3,389
    0
  12. #3333 ปงจี้ (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2563 / 12:05
    ชาลีเท่มาก แงงงงงงงงง้ กู้ดบอยๆ น้องแอชก็คือแซ่บหลาย ฉันรักความถือตัวของน้อง
    #3,333
    0
  13. #3244 ventdaybenolan (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2563 / 01:53
    ชาลีกู้ดบอยยยย
    #3,244
    0
  14. #3116 ineedmoney (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 15 เมษายน 2563 / 23:52
    โอ้ยสะบักสะบอมอีกแล้วนายเอกเรา คือชีวิตนี่เกือบตายจนชินรึยังน้องเอ๊ยยยย ชาลีเก่งมากเจ้าตัวโต
    #3,116
    0
  15. #3104 jyajya (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 15 เมษายน 2563 / 01:34
    ชาลีน่ารักมากๆ
    #3,104
    0
  16. #3090 machada07 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 14 เมษายน 2563 / 04:06
    แง้ง เพิ่งเคยอ่านแนวนี้ครั้งแรก สนุกมากๆ
    #3,090
    0
  17. #2944 ployyepp (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 31 มีนาคม 2563 / 09:44
    ชาลีคือปังมาก กลบกลิ่นก็ปังมาก โอ้ยๆๆๆ
    #2,944
    0
  18. #2791 kiki3k (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 13 มีนาคม 2563 / 16:06
    ชาลีนายเท่มากกก กลบกลิ่นคือบรรยายดีมากอ่ะ
    #2,791
    0
  19. #2779 patcharabammy (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 9 มีนาคม 2563 / 20:31
    เขินตัวบิดไม่ไหวแน้วแงงงง
    #2,779
    0
  20. #2776 Kanwarakim (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 8 มีนาคม 2563 / 06:49
    อ้ย หมาเชื่องแน้ว;-; เขินตอนอาบน้ำมาก กรี้ด
    #2,776
    0
  21. #2731 Mary Jane' (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2563 / 00:56
    คือเรื่องกลบกลิ่นเนี่ย... แค่จูบใช่ไหมฮึเลสลีย์? ใจพี่มันก็บางแค่เท่านี้ ฮึก เท่านี้จริงๆ
    #2,731
    0
  22. #2703 firstchxnx (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2563 / 11:16
    น่ารักอะ น้องหมา
    #2,703
    0
  23. #2678 เกรดสี่ที่หายไป_ (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2563 / 20:29
    ไวไฟกันจริงๆ ;____; ไม่ถึง100เมตรเลยทั้งนั่นโดนดักซะแล้ว ฮือ
    #2,678
    0
  24. #2644 flufffyfluffjj (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2563 / 14:38
    คือกลบกลิ่นกันแบบอ่านแล้วเขินมากเลยค่ะ​ ชาลีเท่ห์มากๆเลยด้วย​ ฮืือ
    #2,644
    0
  25. #2636 mrschxnk (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2563 / 12:52
    ก็คือจะชอบชาลีมากกว่าเชสแล้ว ชาลีเท่มาก ซีนพระเอกสุด 5555555
    #2,636
    0