[ #MINNO ] | Young Master ¦ Alpha x Alpha

ตอนที่ 6 : Young Master : Chapter 5

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2153
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 338 ครั้ง
    18 มิ.ย. 62

















อัลฟ่าที่ถูกกลบกลิ่นด้วยทรูอัลฟ่า นี่มันคงเป็นเรื่องตลกร้ายมากที่สุดอีกเรื่องหนึ่งในชีวิตของแอชเชอร์ เลสเลีย์ ใบหน้ารูปสลักยังคงเรียบนิ่งไม่บ่งบอกความรู้สึกจนแทบจะกลายเป็นรูปปั้นชั้นเลิศไว้ประดับตกแต่งอยู่ในห้องส่วนตัวของเชส ไทเลอร์ หรือ หัวหน้าหน่วยป้องกันเดอะฮิลล์  ท่าทางเหมือนคนโดนขัดใจและพยายามเก็บอารมณ์ที่แสดงออกมา ก็ทำให้ไทเลอร์ที่นั่งมองอยู่แอบหัวเราะในลำคอเบาๆ 



มันช่วยไม่ได้จริงๆที่การกลบกลิ่นแบบกะทันหันนี่ทำให้เลสลีย์ต้องมาขลุกตัวอยู่กับไทเลอร์อย่างเลี่ยงไม่ได้  ตัวคนที่ไม่ใช่ฝ่ายโดนกลบกลิ่นเองก็ไม่ได้มีท่าทีเดือดร้อน แตกต่างจากคนที่ต้องโดนกลบกลิ่นอย่างเห็นได้ชัด  



เพราะนับตั้งแต่ก้าวเท้าเข้ามาในห้องของไทเลอร์ ตัวของเลสลียก็หยุดยืนอยู่ที่หน้าประตูแล้วไม่ยอมก้าวเท้าไปที่ไหนต่อ ดีไม่ดี..คงจะคิดหาทางเอาตัวรอดด้วยการออกไปนอนกับเซเบอร์ ที่มีพี่เลี้ยงจำเป็นอย่างร็อคกี้ก็ได้ ใครจะไปรู้.. 



"จะไม่นอนพักเอาแรงหน่อยหรือเลสลีย์ พรุ่งนี้นายต้องออกจากที่นี่ก่อนที่ฟ้าจะสาง นายลืมหรือไง" เจ้าของไหล่กว้างเอ่ยทักคนที่ยังยืนนิ่งเป็นรูปปั้นอย่างช่วยไม่ได้ ก็ใครเล่นให้เลสลีย์เอาแต่ยืนนิ่งอยู่แบบนั้นกันล่ะ 



"ฉันยังไม่ได้อาบน้ำ" 



"พอนายพูดขึ้นมา มันก็ทำให้ฉันนึกขึ้นได้พอดี.." เชสยกมือขึ้นมาลูบคางตัวเองก่อนจะเดาะลิ้นเบาๆ พลางใช้ความคิดไปเรื่อยๆ "นี่ก็ดึกมาแล้ว ส่วนห้องอาบน้ำก็มีอยู่ห้องเดียว.."



แค่แอชเชอร์ได้ฟังคำพูดของไทเลอร์ เจ้าตัวก็คาดเดาถึงเรื่องตลกร้ายที่จะเกิดขึ้นกับตัวเองในกี่วินาทีข้างหน้าได้อย่างไม่ต้องคิด 



กวนประสาทแบบไทเลอร์ คงได้หาทางกลั่นแกล้งแแอชเชอร์อีกแน่ๆ



"หยุดความคิดนั้นของนายซะ ไทเลอร์" อัลฟ่าตัวขาวซีดเอ่ยเตือนคนที่แสดงแววตาเจ้าเล่ห์อย่างออกนอกหน้า 



"หวังว่าเลสลีย์คงไม่รังเกียจที่จะอาบน้ำพร้อมกับฉันหรอกนะ.." 



นัยน์ตาคู่สวยของอัลฟ่ารูปปั้นถึงกับเบิกกว้าง ก่อนที่ใบหน้าขาวจะขึ้นริ้วสีเข้มอย่างห้ามไม่ได้ สายตาดุของไทเลอร์ยามที่แปรเปลี่ยนเป็นสายตากะลิ้มกะเหลี่ยนั้น เป็นใครที่ถูกมองก็ต้องไม่ชอบ(หรือจะเป็นแค่แอชเชอร์คนเดียว?) 



"ถ้านายอยากรีบอาบก็ไปอาบก่อน ฉันอาบทีหลังได้" 



"เสียเวลาน่า.." 



"ฉันยอมเสียเวลา" 



"ในฐานะเจ้าของห้องที่นายจะนอนคืนนี้ ฉันขอสั่งให้นายไปอาบน้ำพร้อมกับฉัน" 



"!!!!"



"นายก็รู้อยู่แก่ใจว่าการกลบกลิ่นมันไม่ใช่แค่นั้น.." 












หากพูดถึงการกลบกลิ่น.. ใครๆต่างก็รู้ว่าการกระทำนี้ถ้าเลี่ยงก็ควรจะเลี่ยง ยิ่งเป็นอัลฟ่าก็ยิ่งต้องเลี่ยงเรื่องพวกนี้ให้มากขึ้นกว่าพวกโอเมก้า  ถ้าให้อธิบายให้ถูกและเห็นภาพชัดเจนการกลบกลิ่นมันก็ไม่ต่างจากการแสดงความเป็นเจ้าของ



กลิ่นประจำตัวของผู้ที่เป็นฝ่ายกลบกลิ่นให้ จะติดอยู่บนผิวของคนที่ถูกกลบกลิ่นนานนับอาทิตย์กว่า ก่อนจะค่อยๆ จางหายไป และนั่นก็คงเป็นช่วงเวลาที่ทรมานสำหรับผู้ไม่ใช่เจ้าของกลิ่น ถ้าเป็นโอเมก้ากลิ่นพวกนี้ก็อาจจะทำให้ฮีทขึ้นมาได้อย่างไม่ยาก จึงไม่แปลกที่จะเห็นอัลฟ่ากลบกลิ่นโอเมก้าเท่าไหร่ แต่สุดท้ายการกระทำพวกนั้นมันก็คือการเอาเปรียบผู้ที่อยู่ในจุดต่ำสุดของห่วงโซ่อาหาร 



แต่ใครจะรู้ว่าอัลฟ่าที่อยู่บนจุดสูงสุดเองก็มีจุดบกพร่องที่ทำให้ตัวเองถูกกดได้เหมือนกัน เผลอๆอาจจะมากกว่าด้วยซ้ำ เพราะยิ่งอยู่สูงเท่าไหร่ยามที่ถูกเขี่ยลงมามันก็เท่ากับถูกขยี้ความภูมิใจพวกนั้น 



เสื้อผ้าที่เคยปกปิดอยู่บนร่างกายของไทเลอร์ถูกถอดออกทันทีด้วยฝีมือของเจ้าตัว เมื่อไร้การปกปิดแล้ว ผิวกายสีเข้มที่เต็มไปด้วยกล้ามเนื้อแน่นก็เผยออกมาให้เห็นเต็มๆตา ของร่างขาวที่ยังยืนนิ่ง 



หุ่นดีเป็นบ้า..



ด้วยผิวสีแทนเข้มจึงทำให้เวลากระทบเข้ากับแสงของไฟที่กำลังเผาไหม้ ก็ยิ่งขับให้ผิวกายนั้นดูน่ามอง



"ลงมาอาบน้ำได้แล้วเลสลีย์.." เจ้าของกล้ามเนื้อสีแทนเข้มเอ่ยขึ้น พลางทิ้งตัวลงนั่งพิงหลังกับขอบบ่อน้ำอุ่นที่มีไอร้อนระเหยขึ้นมาเหนือผิวน้ำ แสงไฟที่ส่องมาจากเพียงเตาผิงที่อยู่ไม่ใกล้ไม่ไกล ช่วยทำให้ภายในสถานที่ที่ใช้อาบน้ำนี้ยังพอมีแสงสว่างมองเห็น 



แอชเชอร์ไม่มีทางเลือกที่จะปฏิเสธเชสอีกแล้วในยามนี้ ไม่ใช่ว่าไม่เคยเปลือยเปล่าต่อหน้าใคร แต่เพราะไม่เคยมีอัลฟ่าคนไหนที่เคยได้เห็นร่างกายของแอชเชอร์ต่างหาก 



และก็ดูเหมือนว่าเชส ไทเลอร์ จะเป็นคนแรกที่ได้เห็นร่างกายของอัลฟ่าแดนเหนือ... 



"นี่จะเป็นครั้งเดียวที่ฉันจะยอมทำตามคำสั่งนาย" 



เสียงนุ่มหูของเจ้าของผิวขาวเอ่ยก่อนจะยกมือขึ้นมากลัดกระดุมเสื้อผ้าที่ตัวเองสวมใส่ออก ท่ามกลางสายตาคมของหัวหน้าหน่วยที่นั่งพิงขอบบ่อหันหน้าเข้าหาตัวของเลสลีย์.. 



เชสจ้องมองการกระทำของเลสลีย์เงียบๆ ตาคมไล่มองตามนิ้วเรียวสวยที่กำลังถอดเสื้อผ้าของตัวเองออกอย่างค่อยเป็นค่อยไป ตามนิสัยที่ค่อนข้างรักระเบียบ จนยามที่กระดุมเม็ดสุดท้ายถูกปลดออกจากรังดุมก็ทำให้ปรากฏผิวกายขาวเนียนละเอียด  ลาดไหล่ผายที่เข้ากับเอวคอดได้รูปคงไม่ทำให้เชสเผลอจ้องมองเท่ากับยามที่ร่างขาวนั้นหันหลัง แล้วถอดกางเกงที่สวมใส่ออก.. 



เรียวขายาวก้าวลงมาในบ่อน้ำตามคำสั่งของไทเลอร์ ก่อนจะนั่งกอดเข่าหันหลังให้เชสในระยะที่ไม่ได้ห่างกันมากนัก เชสขยับท่านั่งอีกครั้งก่อนจะรั้งเจ้าของแผ่นหลังขาวให้เข้ามาใกล้ตัวเองมากขึ้น จนผิวกายของทั้งคู่แนบชิดสนิทกันจนแทบไม่เหลือช่องว่าง



"ถึงกับหลับตาเลยหรือ.." เสียงทุ้มติดแหบเอ่ยกระซิบข้างใบหูขาวพลางแกล้งพ่นลมหายใจรินรดผิวเนื้ออุ่น 



"หรือจะให้ฉันมองหน้านาย" เจ้าของใบหน้ารูปสลักเอี้ยวมามองคนที่นั่งซ้อนตัวอยู่ด้านหลังตัวเอง ซึ่งนั่นก็ทำให้เชสได้เห็นจุดดาวเล็กๆ ที่บริเวณใต้หางตาของแอชเชอร์ และ แพขาตายาว



"กล้าให้ได้อย่างที่ปากนายพูดก็แล้วกัน" 



และนั่นก็คงเป็นความกล้าเพียงไม่กี่วินาทีที่แอชเชอร์มี เพราะนับตั้งแต่วินาทีที่เชสพูจบ 



ริมฝีปากของเลสลีย์ก็ไม่มีโอกาสได้เอื้อนเอ่ยคำพูดอะไรออกมาได้อีก..



ริมฝีปากสีเข้มค่อยๆประกบแนบชิดลงมาเพียงบางเบา ก่อนจะไล่ขบเม้มตามกลีบปากบางอย่างเชื่องช้า เพื่อละเลียดชิมความหอมหวานของเจ้าของกลิ่นกุหลาบดามัสก์ ซึ่งเป็นกลิ่นประจำตัวที่เข้ากันได้ดีกับความเป็นแอชเชอร์ เลสลีย์ ดอกกุหลาบดามักส์ที่มีความหมายโดยนัยหมายถึงคนสูงศักดิ์ 



ฝ่ามือหยาบของคนที่ใช้แรงอยู่ตลอดกอบกุมคางได้รูปเพื่อประคองใบหน้าของร่างขาวเอาไว้ให้ได้องศาที่ต้องการ  



จากการขบเม้มริมฝีปากก็เริ่มแปรเปลี่ยนเป็นจูบที่ลึกซึ้งมากขึ้น เมื่อกลีบปากบางเผยออ้าออกเล็กน้อย ให้เจ้าของผิวสีเข้มได้สอดลิ้นเข้าไปเก็บเกี่ยวความหวานล้ำ  ไทเลอร์ลิ้มลองความหอมหวานนั้นซ้ำไปซ้ำมาจนกลีบปากบางเห่อแดงช้ำ หยดน้ำสีใสที่ล้นออกมาจากมุมปากนั้นไม่ได้ถูกเช็ดออกแต่อย่างใด เมื่อทรูอัลฟ่ายังคงตักตวงจูบจากอัลฟ่าตรงหน้า 



เสียงหายใจหอบถี่ดังเคล้าคลอควบคู่ไปกับเสียงบดจูบที่แลกน้ำลายกันไปมา ความอุ่นของน้ำในบ่อที่ใช้อาบน้ำยังคงเทียบไม่ได้กับร่างกายของทั้งคู่ที่ร้อนขึ้นเรื่อยๆ จนปลายจมูกโด่งได้รูปของแอชเชอร์เองนั้นเริ่มได้กลิ่นไม้ซีดาร์ที่เพิ่มมากขึ้นจนเด่นชัด



"น่าเสียดายจริงๆ ที่กลิ่นหอมของนายจะต้องโดนกลบ.." 



เชสละริมฝีปากออกห่างจากคนตัวขาวเพียงเล็กน้อย พลางกระซิบพูดกับอีกฝ่ายที่เปิดเปลือกตาขึ้นมาสบตา ด้วยสายตาที่สั่นไหวไม่ต่างจากลูกสัตว์ตัวน้อยๆ 



"อื้อ.." 



เชสไม่ปล่อยให้แอชเชอร์ได้ตอบอะไรทั้งนั้น นอกเสียจากจะปล่อยให้เจ้าตัวรับจูบดุดันของตัวเองที่เพิ่มมากขึ้น มือหยาบที่เคยกอบกุบใบหน้าของแอชเชอร์ค่อยๆ ลากไล้สัมผัสไปตามผิวเนียนที่ขึ้นสีระเรื่อตามอุณหภูุมิของน้ำ ไล่ตั้งแต่ไหล่ได้รูปที่มีกล้ามเนื้ออ่อนๆ ผ่านไปยังยอดอกสีอ่อนที่ตัดกับผิวขาว จนมาถึงกล้ามหน้าท้องเลขสิบเอ็ด 



แขนขาวที่เคยกอดเข่าตัวเองอยู่ก่อนหน้านี้ บีบขยำต้นขาแกร่งของเชสอย่างช่วยไม่ได้ เมื่อทรูอัลฟ่าตัวร้ายนั้นเริ่มรังแกร่างกายของตัวเองจนเหมือนว่าร่างกายนี้ไม่ใช่ของแอชเชอร์ 



"แอชเชอร์" 



ถ้าร่างขาวไม่ได้หูุเพี้ยนล่ะก็นี่คงเป็นครั้งแรกที่เชส ไทเลอร์ เรียกชื่อจริงของเขา แทนที่จะจิกกัดกันด้วยการเรียกนามสกุล.. 









ภาพร่างขาวของอัลฟ่าแดนเหนือที่นอนหลับสนิทตกอยู่ภายสายใต้คมของไทเลอร์ที่นอนอยู่ข้างๆ ทั้งหมด หลังจากที่ทั้งคู่อาบน้ำ(?) จนเสร็จต่างก็แยกย้ายกันใส่เสื้อผ้าเพื่อเตรียมเข้านอน สังเกตได้อย่างชัดเจนว่าเลสลีย์เอาแต่หลบตาของเชส เรียกได้ว่าถามคำก็ตอบคำ ไม่มีคำต่อล้อต่อเถียงอย่างที่เคยเป็น 



ผิวกายเนียนนุ่มที่หอมกรุ่นกับรสจูบหวานๆ ยังคงติดบนปลายลิ้นของเชสจนอดที่จะเลียริมฝีปากเสียไม่ได้ หากไม่หักห้ามใจเอาไว้ เชสเองก็คิดไม่ออกเหมือนกันว่าตัวเองจะทำอะไรลงไปบ้าง เพราะแค่นี้ปากบางที่เคยเถียงตัวเองฉอดๆ ก็บวมช้ำเสียจนน่าสงสาร 



การที่เชสต้องให้แอชเชอร์ตัวติดกับตัวเองมากที่สุดในตอนนี้ก็เพื่อที่จะมั่นใจว่ากลิ่นของตัวเอง จะสามารถกลบกลิ่นประจำของเจ้าตัวขาวนี่ได้หมด โดยไม่เหลือกลิ่นอะไรให้พวกแดนเหนือตามล่า การที่จะให้แอชเชอร์ใส่เสื้อผ้าของเชสนั้นก็อาจจะช่วย แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะร้อยเปอร์เซ็นต์ เจ้าตัวถึงได้ต้องทำแบบนี้ 



ไม่ใช่ว่าเชสไม่เห็นแววตาตัดพ้อในดวงตาของคนดื้อรั้น อันที่จริงชั่ววูบหนึ่งเชสเองก็เห็นหยาดน้ำสีใสในดวงตาของแอชเชอร์เหมือนกัน 



เป็นแววตาที่ให้ความรู้สึกเอ็นดูมากกว่าปกติที่แสนจะเต็มไปด้วยดื้อรั้น...



ร่องรอยสีแดงที่โผล่พ้นจากเสื้อบางของแอชเชอร์ก็ไม่วายพ้นเป็นฝีมือของไทเลอร์ที่ขบเม้มตามผิวขาวนั้นจนขึ้นรอย 



เชสสามารถพูดได้เต็มปากด้วยซ้ำว่าแอชเชอร์เป็นอัลฟ่าที่งดงาม อย่างที่ตระกูลเลสลีย์เป็นมาตลอด 



"นายนี่มันไม่ธรรมดาจริงๆ เลสลีย์" 







หลังจากที่แอชเชอร์ได้พักผ่อนไปเพียงไม่กี่ชั่วโมง เจ้าตัวก็ถูกปลุกให้ตื่นด้วยฝีมือของเจ้าของห้องที่อยู่ในชุดเต็มยศจนแปลกตา 



"แค่พวกนั้นมา มันทำให้นายต้องเต็มตัวเต็มยศขนาดนี้เชียวหรือ" เจ้าของผมสีสว่างเอ่ยถามด้วยความสงสัยในขณะที่รับชุดในมือของไทเลอร์สวมลงบนร่างกายของตัวเอง 



"อย่างน้อยมันก็คือการให้เกียรติ" 



"แล้วนายคิดว่าอาเธอร์จะมาด้วยไหม.." คำถามของเลสลีย์ทำให้หัวหน้าหน่วยเดอะฮิลล์ไม่ลังเลที่จะตัดความหวังอันน้อยนิดของเจ้าตัวทิ้ง



"ไม่มีทาง.. นายอย่าหวังเลยว่าริโอจะพาพี่ชายนายมาที่นี่"



"แบบนี้สิแปลก ยังไงริโอก็ต้องเอาพี่ฉันมาเป็นข้อต่อรอง" อัลฟ่าแดนเหนือแย้งในทันทีอย่างไม่เชื่อ



"แต่ฉันคิดว่าครั้งนี้ที่พวกนั้นมา มันคือการเตือนเสียมากกว่า" เชสว่า  "เพราะถ้ามันจะเอาตัวนายจริงๆล่ะก็ หมอนั่นไม่มีทางให้คนส่งจดหมายมาบอกก่อนแน่นอน"



"ถ้าเป็นแบบที่นายพูดขึ้นมาจริงๆ มันไม่เท่ากับว่าการที่ฉันออกไปข้างนอกนั่นจะกลายเป็นเป้านิ่งให้มันล่าหรือไง" 



"ก็ต้องลองเสี่ยง จะอยู่ที่นี่หรือหลบออกไป มันก็ค่าเท่ากัน" แม้จะยังไม่กล้ามองเชสตรงๆ เหมือนเดิม แต่เลสลีย์ก็ยังคงยืนกรานในความคิดของตัวเองไม่น้อย "แต่ยังไงฉันก็คงต้องเสี่ยงอยู่ดี"



"เผื่อนายจะลืมว่าชาลีมันพร้อมจะขย้ำทุกคน.."



"อย่างน้อยถ้ามันล่านายขึ้นมาจริงๆ ก็คงจะตามกลิ่นนายยากกว่าเดิม" 



"...."



"นายก็รู้ไม่ใช่หรือไงว่าถ้ากลบกลิ่นแล้ว ร้อยทั้งร้อยแทบจะไม่มีผิดพลาด" 



"...."



"แล้วยิ่งเมื่อคืนที่นายกับฉัน..."



"อย่าพูดถึงมัน"  แอชเชอร์ว่าเสียงแข็งก่อนจะเดินหนีไทเลอร์ออกมานอกห้อง เพื่อหลีกเลี่ยงบทสนทนาที่ชวนทำให้นึกถึงเรื่องเมื่อคืน ที่เกิดขึ้นระหว่างทั้งคู่ 



"ต่อให้ฉันไม่พูด นายก็คงจำมันได้ดีเลสลีย์" 






///








"ดูแลเลสลีย์ ให้เหมือนกับที่แกดูแลฉันล่ะชาลี.." เชสย่อตัวลงไปนั่งคุยกับจ่าฝูงของเกรย์วูล์ฟ หลังจากที่เดินไปปลดโซ่ที่ผูกไว้ที่คอมันออก มือใหญ่ลูบขนหนานุ่มสีเข้มสลับอ่อนของชาลีด้วยความเคยชิน จนทำให้เกรย์วูล์ฟตัวโตครางรับในลำคออย่างพอใจกับสัมผัสที่คุ้นเคย 



แอชเชอร์เองก็ได้แต่ยืนอยู่ห่างๆ มองเชสคุยกับเกรย์วูล์ฟตัวใหญ่ด้วยท่าทางที่อ่อนลงในแบบที่แอชเชอร์ไม่เคยได้เห็น ไหนจะรอยยิ้มกว้างที่เกิดขึ้นเมื่อชาลีใช้หัวถูไถเข้าหามือใหญ่ ไม่ต่างจากหมาตัวเล็กๆที่อยากออดอ้อน



"นายอยากลองจับมันดูบ้างไหม?" เชสหันหน้ามาถามแอชเชอร์ที่ยืนมองตาไม่กะพริบ 



"ดูแล้ว เจ้านี่ไม่น่าจะอยากให้ฉันจับเท่าไหร่" 



"ตัวนายมีแต่กลิ่นฉัน ชาลีมันไม่ตื่นกลิ่นหรอก"



แอชเชอร์ลังเลเล็กน้อย ก่อนจะเหลือบมองไปที่ชาลีอีกครั้ง ซึ่งเจ้าตัวโตนั่นก็มองมาที่ตัวเองพลางเอียงหัวมองเล็กน้อยในขณะที่จมูกยังคงดมฟุดฟิด เพื่อสำรวจกลิ่นของคนที่ไม่คุ้นหน้า 



"อะ.." แอชเชอร์ถึงกับยืนตัวแข็งทื่อเมื่อจู่ๆชาลีก็เดินเข้ามาหาตัวเอง แล้วดมกลิ่นตามร่างกายของเลสลีย์เพื่อความแน่ใจ 



"นั่งลงให้ชาลีมันดมดีๆ" ไทเลอร์ว่า 



"มั่นใจแค่ไหนว่าชาลีจะไม่กัดฉัน" คนตัวขาวถามเพื่อความมั่นใจ แต่ไทเลอร์กับเอาแต่ยกยิ้มมุมปาก พลางพยักพเยิดหน้าให้เลสลีย์นั่งลงเสียที ก่อนที่ชาลีจะได้กระโดดตะกายเข้าใส่ 



สุดท้ายแล้วแอชเชอร์ก็ต้องยอมย่อตัวลงนั่งให้ชาลีได้ดมกลิ่นบนร่างกายของตัวเองจนพอใจ 



แม้สายตาของชาลีจะไม่ได้เป็นมิตร แต่การที่มันใช้ลิ้นเลียใบหน้าของเลสลีย์ก็เป็นสัญญาณที่ดีว่ามันพอใจในตัวของเลสลีย์ไม่น้อย 



"ถ้าไม่ใช่ฉันหรือลูฟที่ไปรับนาย ห้ามไว้ใจใคร.."



"หรือไม่บางทีนายก็อาจจะทิ้งฉันไว้" แอชเชอร์เอ่ยยียวน



"ฉันรักษาคำสัตย์มากพอ.."  เชสยืนยันหนักแน่น ก่อนจะเดินนำทั้งชาลีและแอชเชอร์ไปที่ประตูทางด้านหลังของเดอะฮิลล์เพื่อส่งทั้งคนและเกรย์วูล์ฟออกไปที่โรสต์ ซึ่งเป็นเขตเหมืองแร่ของแดนใต้ที่อยู่ถัดไปจากเดอะฮิลล์ 



มีผู้คนเพียงไม่ถึงร้อยที่อาศัยอยู่ที่นั่น และชาลีเองก็จะเป็นใบเบิกทางที่จะมาเลสลีย์เข้าไปอยู่ในโรสต์อย่างที่ทุกคนในนั้นไม่อาจปฏิเสธ 



"ขอบใจ.." แอชเชอร์เอ่ยบอกเชสเสียงเบา แล้วเดินไปขึ้นม้าที่ถูกเตรียมไว้ เพื่อตามชาลีที่เดินนำไปข้างหน้า อย่างที่มันชอบทำอยู่ทุกทีเวลาที่ออกไปนอกเดอะฮิลล์ 



"ดูแลตัวเองให้ดีด้วยแล้วกัน" 



ประโยคที่หลุดออกมาจากปากไทเลอร์ มันช่างเป็นคำอวยพรที่เหมือนคำสั่งเสียจริง 











/////











ทั้งชาลีและแอชเชอร์ต่างเดินทางกันมาสักพักใหญ่จนฟ้าที่เคยมืดนั้นเริ่มสว่างจนทำให้เห็นสภาพแวดล้อมรอบกายชัดเจนมากขึ้น  หมาป่าตัวโตยังคงคอยเหลียวมองแอชเชอร์ที่นั่งอยู่บนม้าเป็นระยะๆ เพื่อดูความปลอดภัยของคนที่เจ้านายมันสั่งให้ดูแล 



ส่วนแอชเชอร์เองก็สำรวจสิ่งรอบตัวและจดจำเอาไว้ให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะจำได้ แม้ในใจของเจ้าตัวจะกระวนกระวายและอยากรู้ความคืบหน้าของพวกสเปนเซอร์ที่มาเดอะฮิลล์ 



ริโอจะมาไม้ไหน แล้วหมอนั่นจะใช้ใครเป็นหมากในการเดินเกมครั้งนี้.. แอชเชอร์เดาไม่ถูกเลยจริงๆ ว่าเรื่องทุกอย่างมันจะจบแบบไหน มันจริงอย่างที่เชสบอกว่าเขาไม่ควรวู่วาม ไหนจะอาเธอร์ที่ยังอยู่กับฝั่งแดนเหนือ 



หมอนั่นก็ไม่ต่างจากตัวประกันที่พวกสเปนเซอร์คิดจะเก็บไว้ต่อรองกับอีกหลายๆ อำนาจของทางแดนเหนือ และก็สามารถนำมาต่อรองกับเขาได้เหมือนกัน 



แม้ว่านี่จะเป็นครั้งที่สองที่แอชเชอร์ได้เข้ามาในป่าแห่งนี้ เจ้าตัวเองก็ยังอดตื่นเต้นกับความงดงามของธรรมชาติในแดนใต้อยู่เหมือนเดิม  ไม่ว่าจะมองไปทางไหนมันก็ทำให้รู้สึกสดชื่น แตกต่างจากแดนเหนือที่ไม่ว่าจะมองมันกี่ครั้งก็ทำให้รู้สึกเฉื่อยชา 



กรรจ์  กรรจ์ 



การจู่โจมที่เกิดขึ้นอย่างไม่ทันได้ตั้งตัวทำให้แอชเชอร์ได้รอยถากจากลูกธนูบริเวณต้นแขนด้านซ้าย ก่อนที่อัลฟ่าแดนเหนือจะตัดสินใจกระโดดลงมาจากหลังม้า เพื่อไม่ตกเป็นเป้านิ่งให้พวกที่โจมตีตัวเอง จำนวนหกคนที่โผล่ออกมาจากที่ซ่อนนั่นทำให้แอชเชอร์คิดหาทางเอาตัวรอด 



ชาลีเองก็ไม่ลังเลที่จะกระโดดใส่หนึ่งในนั้นแล้วจัดการขย้ำคอของมันในทันที ส่วนตัวของแอชเชอร์ก็โดนอัลฟ่าตัวใหญ่สองคนเล่นงานจนได้บาดแผลอยู่ไม่น้อย ร่างโปร่งถนัดต่อสู้ตัวต่อตัวนั่นคือเรื่องจริง แต่ถ้าเมื่อไหร่ที่มากกว่าหนึ่งมันก็ไม่ใช่เรื่องแปลกที่มันจะยากเกินรับมือ 



อีกทั้งตัวสัดส่วนของร่างกายที่แตกต่างทำให้มีอยู่หลายจังหวะที่แอชเชอร์โดนทำร้ายจนแทบทรุด เสียงร้องอย่างเจ็บปวดดังเข้าหูของแอชเชอร์อยู่ตลอดเมื่อหนึ่งในนั้นถูกชาลีขย้ำคอจนจมเขี้ยว อีกทั้งยังโดนสะบัดอย่างแรงจนร่างกายกระแทกเข้ากับต้นไม้ใหญ่ ช่างเป็นภาพที่น่าสะอิดสะเอียนเสียจริง 



"จัดการไอ้หมาเวรนั่นสักทีสิวะ!!" หนึ่งในนั้นที่น่าจะเป็นหัวหน้าตะโกนสั่ง ก่อนจะออกแรงวิ่งไล่ล่าอัลฟ่าแดนเหนือที่หลบหลีกตัวปลิวลมอยู่ด้านหน้า "ไม่อยากได้รางวัลกันหรือไง ค่าหัวของมันไม่ใช่น้อย" 



ขาเรียวยาวของแอชเชอร์แม้จะไม่ได้แข็งแรงเท่าพวกในหน่วยป้องกัน แต่ถ้าในเรื่องความเร็วและความคล่องตัว แอชเชอร์มั่นใจว่าตัวเองไม่แพ้ใครทั้งนั้น เสียงฝีเท้าที่ดังตามมาตามด้านหลังที่มากกว่าสองคน ซึ่งก็ไม่ใช่จำนวนมากมายขนาดที่แอชเชอร์จะรับไม่ไหวหากได้จังหวะที่เหมาะสม



คงต้องขอบคุณป่าแถบนี้ที่ค่อนข้างรกทึบ จนทำให้แอชเชอร์สามารถหลบซ่อนตัวจากคนที่หมายหัวตัวเองได้อย่างไม่ยาก 



"อั่ก.." 



ฝ่ามือขาวยกขึ้นปิดปากของร่างใหญ่ที่หลงมายืนอยู่ใกล้กับตรงที่แอชเชอร์ซ่อนตัว ส่วนมือขวาอีกข้างที่ถืออาวุธจับถนัดมือจะลงมีดที่ลำคอของเหยื่อผู้โชคร้ายภายในครั้งเดียว ก่อนที่จะเหวี่ยงตัวคนที่ไม่มีโอกาสรอดชีวิตให้พ้นทาง 



"ใครอยากตายก่อนก็เข้ามา" 



ถ้าให้เดาแล้วคนพวกนี้คงไม่พ้น เป็นพวกที่ตามล่าหัวแอชเชอร์ตามประกาศของพวกสเปนเซอร์ เพราะดูจากรูปลักษณ์แล้วคงไม่ใช้พวกฝั่งแดนใต้อย่างแน่นอน มิหนำซ้ำสัญลักษณ์ที่เป็นรอยสักที่หลังคอก็ชัดเจนมากพอที่จะทำให้แอชเชอร์มั่นใจว่าคือกลุ่มคนในแดนเหนือสักกลุ่ม 



"จะตายแล้วยังอวดดี" 



แอชเชอร์ไม่ตอบอะไรนอกเสียจากที่จะพุ่งเข้าหาด้วยแรงทั้งหมดจนล้มลงไปทั้งคู่  ด้วยแรงที่มากพอกันทำให้ต่างฝ่ายต่างสลับกันรับสลับกันจู่โจม หมัดหนักๆที่ซัดเข้าบริเวณโหนกแก้มทำให้แอชเชอร์มึนไม่น้อยก่อนที่สติทั้งหมดจะกลับมาเมื่อรู้สึกถึงแรงเหวี่ยงที่ทำให้ร่างของตัวเองกระแทกกับพื้น 



ฝ่ามือขาวที่มีเลือดซิบจากรอยถลอกพยายามจะดันตัวเองให้ลุกขึ้นแต่ก็ยากลำบาก เมื่อหน้าท้องของตัวเองยังคงจุกจากแรงที่ต่อยเข้ามาเมื่อก่อนหน้า 



"ไม่ปากดีแล้วหรือไง" 



แอชเชอร์ถมเลือดในปากตัวเองออกก่อนจะยกยิ้มเย็นให้ไอ้คนที่ตามลงมาคร่อมทับร่างตัวเอง ในมืออีกข้างของมันมีมีดที่พร้อมจะตัดหัวแอชเชอร์อยู่ทุกวินาที 



"สุดท้ายก็เป็นได้ขี้ข้าพวกสเปนเซอร์" 



คำพูดที่ท้าทายของเลสลีย์ ทำให้คนที่คร่อมทับร่างกายนั้นฉุนจัดจนง้างแขนเพื่อเหวี่ยงมีดหวังจะบั่นคอของอัลฟ่าถือดีนี่ให้ขาด 



ฉึก 



"ชีวิตต้องชดใช้ด้วยชีวิต.. จำเอาไว้" 



ร่างโปร่งดึงมีดที่แทงเข้าบริเวณหน้าอกของอัลฟ่าขี้ข้านั่นออก ก่อนจะผลักร่างที่ใกล้จะขาดใจตายอยู่บนร่างกายตัวเองออกให้พ้น  แอชเชอร์ข่มความสั่นของตัวเองไว้ให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ฝ่ามือที่เปื้อนเลือดพวกนี้มันคือหลักฐานชัดเจนว่าเจ้าตัวได้ฆ่าคนกับมือ 



"มือพึ่งเคยเปื้อนเลือดหรือเลสลีย์?" แม้จะฆ่าไปแล้วสองคน แต่ก็ยังคงเหลืออีกหนึ่งที่ยืนกอดอกชมาภาพการต่อสู้มาสักพัก "ยังไงก็คงขอบคุณที่นายกำจัดตัวหารรางวัลให้ฉัน" 



"ถ้าได้เลือดแกเป็นคนต่อไปก็คงไม่เลว" 



ศัตรูคนเดียวที่เหลืออยู่ตรงหน้าหัวเราะลั่นก่อนจะเหยียดยิ้มน่าเกลียดให้กับร่างโปร่งของอัลฟ่าแดนเหนือ 



ด้วยสภาพร่างกายที่สะบัดสะบอมพอควรทำให้กำลังของร่างโปร่งเริ่มถอยลง อีกทั้งฝ่ายตรงข้ามก็ตั้งใจซ้ำรอย
บาดแผลที่ร่างกายของเลสลีย์จนมันชาหนึบไปหมด แต่ถึงอย่างนั้นลูกบ้าในตัวแอชเชอร์ก็ยังคงทำให้อีกฝั่งได้รับบาดเจ็บไม่น้อย บาดแผลจากคมมีดที่แทงเข้าที่หน้าท้องของมันถูกขยี้ซ้ำด้วยปลายเท้าของแอชเชอร์ที่ยืนอยู่ด้านบน 



"อะ.." 



ขายาวถูกกระชากด้วยแรงไม่น้อยจนล้มลงก่อนที่ร่างใหญ่ของอีกฝ่ายจะเปลี่ยนมาคร่อมทับ แล้วใช้มือบีบรอบคอขาวเพื่อหวังจะให้แอชเชอร์ขาดใจตาย แน่นอนว่าการโดนบีบคอแบบนี้ทำให้แอชเชอร์ดิ้นรนเอาตัวรอดได้ยากมากขึ้นอีกเท่าตัว ทั้งน้ำหนักที่กดทับบนหน้าอก ทั้งแรงบีบที่ลำคอ สร้างความทรมานอย่างสาหัสให้กับร่างขาวจนแทบสิ้นแรง 



มือขาวซีดของแอชเชอร์ยังคงพยายามแกะมือที่บีบคอตัวเองออกอย่างถึงที่สุด แม้จะรู้ว่ามันจะยากมากที่จะช่วยได้ การขาดอากาศหายใจที่เกิดขึ้นชั่วระยะเวลานึงทำให้แอชเชอร์ยิ่งดิ้นรน จนกระทั่งมีแรงกระแทกบางอย่างที่มาจากทางด้านหลัง ทำให้มือที่เคยบีบคอเลสลีย์ปล่อยออกจนเป็นอิสระ



"แค่กๆๆ อึก" ร่างโปร่งเท้าข้อศอกลงกับพื้นดินที่เปียกชื้อแล้วไอโขลก เพราะความเจ็บที่บริเวณลำคอเมื่อหันไปมองภาพที่เกิดขึ้นไม่ห่างจากตัว ก็ทำให้แอชเชอร์แทบจะหยุดหายใจ 



ภาพของอัลฟ่าตัวใหญ่ที่ถูกกัดคอจนเลือดพุ่งกับใบหน้าที่เละเทะเพราะโดนเกรย์วูล์ฟตัวโตขย้ำ ในสภาพที่ไม่เหลือชิ้นดี เลือดบางส่วนกระเซ็นเข้ามาโดนใบหน้าของแอชเชอร์จนใบหน้าขาวนั้นเต็มไปด้วยคราบเลือด 



ก้อนเนื้อในอกของร่างโปร่งยังยังคงเต้นตุบๆเหมือนจะหลุดออกมาไม่หายแม้ทุกอย่างจะกลับคืนสู่สภาวะปกติ  ความดุร้ายของเกรย์วูล์ฟถือว่าเป็นที่เลื่องชื่อให้ใครต่อใครต่างหวาดกลัว ทั้งพละกำลังและขนาดตัวของมันจึงทำให้ไม่แปลกที่มนุษย์จะไม่มีทางรอด หากได้ต่อสู้กับมันซึ่งๆ หน้า 



"ชาลี.." 



แอชเชอร์เรียกชื่อเกรย์วูล์ฟตัวโตที่เดินเข้ามาหาตัวเองด้วยเสียงแหบแห้ง และท่าทางที่อ่อนแรงของแอชเชอร์ทำให้มันใช้จมูกดมตามตัวคนที่ต้องดูแลเพื่อความแน่ใจ ก่อนที่ตาดุๆของมันจะปรายตามองใบหน้าของแอชเชอร์อีกครั้งแล้วล้มตัวลงนอนเฝ้า ราวกับจะให้ร่างโปร่งได้พักผ่อนเสียก่อนที่จะได้เดินทางกันต่อ 



"ขอบใจนะ.." 



ถ้าหากเมื่อกี้ไม่ได้ชาลีช่วยเอาไว้ แอชเชอร์ก็ไม่อยากคิดสภาพตัวเองเหมือนกันว่าจะเอารอดจากสถานการ์ณนั้นได้อย่างไร ยิ่งก้มลงมองเกรย์วูล์ฟตัวโตที่นอนหมอบอยู่ข้างๆก็ทำให้เจ้าตัวได้เห็นคราบเลือดที่ยังติดบริเวณรอบปากของชาลี ไม่เว้นไม่กระทั่งขนสวยๆ ของมันที่แอชเชอร์เคยเห็นเชสชอบมานั่งแปรงขนให้อยู่บ่อยๆ 



เสียงครางรับในลำคอของชาลีเองก็ดูเป็นคำตอบรับที่ทำให้เลสลีย์กล้ายื่นมือไปลูบหัวของมันอย่างเบามือ แม้จะไม่ได้น่ารักเหมือนเซเบอร์ แต่แอชเชอร์ก็พูดได้อย่างมั่นใจว่าชาลีเหมาะกับการเป็นจ่าฝูงของการ์เดียนโดยไร้ข้อกังขา 



และแอชเชอร์เองก็ไม่แปลกใจด้วยว่าทำไมชาลีถึงเป็นเกรย์วูล์ฟที่ไทเลอร์มั่นใจฝากชีวิตของเขาไว้กับมัน.... 



"ท่าทางว่าต่อไป แกคงต้องเดินรอฉันหน่อยแล้วล่ะชาลี"



"...."



"ป่านนี้ม้านั่นคงวิ่งหนีเตลิดไปถึงไหนแล้ว..." 








HASTAG #youngmastermn 









Talk : เราอยากค่อยๆ ไต่ระดับความสัมพันธ์ของเชสกับแอชเชอร์ไปเรื่อยๆ ยังไงตอนนี้ก็เอาไปพอหอมปากหอมคอกันก่อนนะคะ  อ่านแล้วเป็นยังไงก็อย่าลืมคอมเมนต์บอกกันนะคะ ^^ 











ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 338 ครั้ง

1,277 ความคิดเห็น

  1. #1175 ;Pocky (@american0_0420) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 18 สิงหาคม 2562 / 23:37

    ชั้นกรี๊ดเลย เจอกลบกลินแบบนี้ โฮกกก เจ้าชาลีเริ่มเอ็นดูแล้วนะ

    #1175
    0
  2. วันที่ 8 สิงหาคม 2562 / 00:26
    แง่มมมมม มันดีมากเลยฮะ
    #1014
    0
  3. #962 คุกกี้รสฮีโร่ (@milkcookie) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 2 สิงหาคม 2562 / 13:24
    เขินตอนกลบกลิ่นมาก ไม่ไหวแล้วค่ะ ฮื่อออ เขินการบรรยายมากๆ แบบเห็นภาพตาม สีผิวของเชส กับแอชฯ อ้ยยย หน้าร้อนไปหมด -///- กลิ่นกุหลาบของแอชฯต้องหอมมากแน่ๆ บวกกับจูบหวานๆ ไม่แปลกใจถ้าเชสจะติดใจอยากจูบอีกๆ ฮื่อ
    ฉากต่อสู้คือลุ้นมาก แง ขอบคุณชาลีที่คอยดูแล และตามมาช่วยแอชเชอร์ทันนะ ถ้าชาลีมาไม่ทันแอชเชอร์ต้องแย่แน่ๆ ;-; แต่ดูท่าแล้วนายน้อยคงเพิ่งจะเคยฆ่าใครจริงๆสินะ ฮือ ไม่เปนไรนะคะ นี่เปนการป้องกันตัวเองไงๆๆ ขอให้แอชฯปลอดภัย ระหว่างทางไม่เจอใครมาทำร้ายอีกนะ!!
    ชอบการบรรยายมากๆค่ะคุณไรท์เตอร์ ทั้งฉากกลบกลิ่น และฉากต่อสู้ คือสนุกมาก ในหัวนี่คือเหมือนดูหนังอยู่จริงๆ สุดยอดๆๆๆๆๆ ;-;<3
    #962
    0
  4. #951 DoubleBew (@double_bew) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 31 กรกฎาคม 2562 / 13:29
    เขินตอนกลบกลิ่นมากค่ะ
    #951
    0
  5. #939 Bantanboys (@Bantanboys) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 29 กรกฎาคม 2562 / 10:45
    ตอนกลบกลิ่นคือกรี๊ดเลย เขินมากแง / ตอนต่อสู้บรรยายดีมากเลยค่ะ แบบดุเดือดมากก เป็นกำลังใจให้คุณไรท์นะคะ <3
    #939
    0
  6. #924 Kwan_Sekai94 (@kwanmasuda) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 28 กรกฎาคม 2562 / 14:20
    เกือบไปแล้วนะแอชเชอร์ กรี๊ดเขินกับการกลบกลิ่น
    #924
    0
  7. #906 JKCBB (@JKCBB) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 27 กรกฎาคม 2562 / 09:36
    คือมันแบบเทามัวไปหมดในความสัมพันธ์ตกตะกอน มันดูเป็นไปไม่ได้เลยถ้าพูดเรื่องชาติกำเนิดที่คนแดนเหนือกับแกนใต้ไม่ถูกกัน ไหนจะความถือดีของทั้งคู่ ฮื่อ แต่ก็แซ่บมาก งี้สิเนอะ มันถึงจะสนุก : ) เก่งมากชาลี เอาจริงต่อให้หมาป่าจะพละกำลังเยอะ ดุร้าย เก่งตามสัญชาตญาณ แต่เราก็กลัวชาลีจะพลาดเหมือนกันตอนแรกเพราะมนุษย์มีอาวุธไง แต่เก่งมากชาลี แอชเชอร์ด้วย ไม่เป็นไรนะ ทำได้ดีแล้ว มือเปื้อนเลือดก็ไม่เป็นไรถ้ายังมีความเป็นคน ความรู้สึกผิดเหลืออยู่ เพราะแกจะตายไม่ได้แอชเชอร์
    #906
    0
  8. #856 panda69 (@mymonster69) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 25 กรกฎาคม 2562 / 13:06
    กลบกลิ่นนนน เชสนายกลบกลิ่นยังงายยยย
    #856
    0
  9. #850 CnpJ (@wk1013) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 25 กรกฎาคม 2562 / 00:48
    สนุกมากกกก อ่านแล้วลุ้นทุกบรรทัดเลย
    #850
    0
  10. #831 Limonin (@lemon39) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 23 กรกฎาคม 2562 / 23:23
    เหมือนจะตายแต่ยังต้องมาเม้นก่อนค่ะ ;-; ความค่อยๆไตร่ระดับคสพเนี่ยทำเราหายใจไม่ออก(หืดหาด) เชสขอบคุณนะที่ส่งชาลีมา y______y
    #831
    0
  11. #756 pps1997 (@Pichaz) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 17 กรกฎาคม 2562 / 06:26
    เขินคุณเชสหนักมาก &#12640;&#12640;
    #756
    0
  12. #708 ThePAR (@ti7ddeung) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 13 กรกฎาคม 2562 / 23:21
    ตอนกลบกลิ่นดิฉันขยี้หัวตัวเองจนแบบ 555555555555555555555 (กรี๊ดอัด)
    #708
    0
  13. #698 nanajaemin (@rakmaanfha) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 13 กรกฎาคม 2562 / 13:24
    เขินมากกกกกกกกกกก อ่านไปนอนบิดไป แงงงงงงงงง ชาลีเก่งมากลูกกก แบบนี้คุณเชสต้องให้รางวัลแล้ว
    #698
    0
  14. #695 VANESSA_ (@1529902038003) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 13 กรกฎาคม 2562 / 12:46
    ต้นเรื่องคือเขินมากแม่ ฟฟฟฟฟฟฟฟฟ แต่ตอนท้ายคือแบ่บฮรุ่ก ลูกแม่ เป็นสงสารอะ ฮือ ถ้าไม่ได้ชาลีช่วยไว้ต้องแย่แน่ๆT_T
    #695
    0
  15. #679 Trexjj12 (@papangnapaporn) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 11 กรกฎาคม 2562 / 18:50
    ชาลีลูกกกเก่งมาก // เขินตาเชสอะ
    #679
    0
  16. #668 Ignoreb (@tp-yxbee) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 10 กรกฎาคม 2562 / 17:19
    เขินตาเชสมากแม่ อ้ยยยยยยยยย อ่านไปเขินไป
    #668
    0
  17. #611 sleeplessgirlx (@memiscrez) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 8 กรกฎาคม 2562 / 10:08
    ต้องรู้สึกยังไงก่นเหมือนเป็นไบโพล่าร์ มาตอนแรกเขินฉากกลบกลิ่นในห้องน้ำ อิพ่อมันก็ปล้ำจูบเอาจนน้องปากเจ่อ จริงๆครั้งสองครั้งมันก็กลบได้แล้วอ่ะพ่อ ไหนจะทำรอยนี่นั่น เขินเว้ยยย แล้วพอมาตอนท้ายมาลุ้นกับน้องโดนดักเนี่ย ลุ้นมากใจเต้นตึกๆ ยังดีที่ชาลีมาช่วยทัน ชาลีเก่งมาก!!!
    #611
    0
  18. #574 gunsnrosesj (@skyc) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 6 กรกฎาคม 2562 / 00:36
    ตาบ้าเชส! คุณหนูเลสลีย์ไม่ปลอดภัย! แง หน้าร้อนมากๆ ว่าแต่ม้าหายแบบนี้จะทำไงดีแง ขี่ชาลีเลยไม๊หนูแอชเชอร์ /คือถ้าพี่เป็นม้าให้หนูขี่ได้ พี่ก็จะเป็นให้ค่ะ แอชเชอร์คนดีของพี่
    #574
    0
  19. #557 mmsays (@sunshineisty) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 5 กรกฎาคม 2562 / 19:11
    เขินนนนนตอนนี้อะ ยิ่งฉากกลบกลิ่นนี่คือ....ตอนแรกคิดว่าจะแค่ใส่เสื้อผ้าอีกคน ไม่คาดหวังว่าจะเจอแบบนี้ แงๆๆๆ;-; เอ็นดูชาลีเก่งมากๆเลยสมแล้วที่ไทเลอร์ไว้ใจ
    #557
    0
  20. #520 myfluffypeach (@koiifinkoko) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 4 กรกฎาคม 2562 / 14:07
    เขินฉากอาบน้ำาาาา ชาลีตอนนี้หล่อมาก เหมือนคุณเจ้าของเลยลูกกก
    #520
    0
  21. #473 Mmuaylulee (@Mmuaylulee) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 2 กรกฎาคม 2562 / 23:53
    แค่กลบกลิ่นแค่นี้ก็เขินจะแย่แล้วววว ชาลีฉลาดจังอ่ะเก่งด้วยชื่นชมที่สุดเลย//หอมหัว
    #473
    0
  22. #444 Ptซัง (@aussawineyes) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 1 กรกฎาคม 2562 / 19:20
    ขอบคุณชาลีมากนะคะที่ดูแลแอชเชอร์ ตื่นเต้นมากตอนฉากสู้กัน ;-;
    #444
    0
  23. #430 LeeMInhyung (@LeeMInhyung) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 1 กรกฎาคม 2562 / 14:40
    เขินไม่ไหว ไม่คิดว่าจะกลบกลิ่นกันแบบนี้เลยยยย คุณชาลีคือที่สุดในการดูแลใครสักคน แงง ขอบคุณไทเลอร์ ที่ฝากฝังไว้ แอบห่วงเขา ดูออก
    #430
    0
  24. #418 jomjam100336 (@jomjam100336) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 1 กรกฎาคม 2562 / 01:01
    กรีดร้องงงงงง
    #418
    0
  25. #401 cool !!! (@33048) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 29 มิถุนายน 2562 / 13:59
    ที่สุดเลยเว้ยแก
    #401
    0