[ #MINNO ] | Young Master ¦ True Alpha x Alpha [END]

ตอนที่ 5 : Young Master : Chapter 4

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 8,258
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,103 ครั้ง
    21 พ.ย. 62

 

 

 


              อยากจะบ้าตาย.. นี่คือคำที่แอชเชอร์สบถในใจมาแล้วล้านรอบหลังจากที่ได้รับหน้าที่ให้ดูแลลูกเกรย์วูล์ฟสีเทาอย่างเซเบอร์ ลูกสัตว์นั้นยังคงตัวเล็กตามอายุนั้นดูไปก็น่ารักไม่หยอก สิ่งมีชีวิตยังไม่แข็งแรงมากนักย่อมต้องได้รับการดูแลหากไร้แม่ของมัน

เจ้าของผิวขาวซีดทรุดนั่งบริเวณหน้าเตาผิงในห้อง แม้เดอะฮิลล์จะไม่ได้หนาวจัดเหมือนแดนเหนือ แต่อุณหภูมิที่นี่ก็ยังจัดว่าต่ำอยู่ไม่น้อยในตอนกลางคืน จึงไม่แปลกที่ยังคงต้องหาความอบอุ่นให้แก่ร่างกาย

แอชเชอร์จัดท่าทางการป้อนนมให้ลูกเกรย์วูล์ฟในอ้อมแขน เสียงร้องครางหงิง ๆ ในลำคอกับจมูกที่ดุนดันเข้ากับอก เป็นตัวบ่งบอกได้ดีว่ามันกำลังต้องการน้ำนม มือเรียวรีบคว้าเอาผ้าที่ถูกชุบน้ำนมแล้วแตะปากเจ้าก้อนขนปุย

จะว่าเหมือนเลี้ยงเด็กเล็กก็คงจะผิด แต่มันติดที่ว่าแอชเชอร์ไม่ใช่คนที่เคยมาทำอะไรแบบนี้ต่างหาก ขนาดเกรย์วูล์ฟของตัวเองอย่างลุค แอชเชอร์เองก็ไม่เคยต้องมานั่งพะเน้าพะนอมันตั้งแต่เล็กผิดกับเซเบอร์ที่ถูกยัดใส่มือมา

คิดไปก็สาปแช่งไทเลอร์ไปด้วยข้อหาที่ทำให้เขาต้องมาอดหลับอดนอน ทั้งที่เวลานี้เขาสมควรจะได้พักผ่อน อีกอย่างเขาเองก็ไม่ได้ใจไม้ไส้ระกำขนาดที่จะทิ้งให้เจ้าเซเบอร์นอนหิว

นี่ก็เข้าวันที่หกแล้วที่แอชเชอร์เลี้ยงเจ้าลูกหมานี่ ก็มีบ้างที่โจชัวจะแวะเวียนมาดูแต่ก็โดนเซเบอร์หมางเมินไม่สนใจ เพราะท่าทางเจ้านี่จะติดแอชเชอร์แจจนไม่ต้องเดาก็รู้ว่าอนาคตคงจะได้ตามติดกันเป็นเงา เพราะหมาป่าพวกนี้มักจะคุ้นชินกับกลิ่นเดิม ๆ

“โตขึ้นมา จะน่ารักเหมือนเดิมไหมแกเนี่ย..”

แต่หมาป่ายังไงมันก็คือหมาป่าถึงหน้าตาจะไม่ได้จัดว่าน่ารัก แต่มันก็มีมุมน่ารักของมัน คิดแล้วก็อดนึกถึงหมาป่าตัวสีขาวสะอาดของตัวเองอย่างเสียไม่ได้ เจ้านั่นน่ะแค่เอากระดูกโยนไปให้ก็นอนแทะเล่นไม่ก่อกวน แถมยังเรียบร้อย และสุภาพต่างจากเจ้าวูล์ฟด็อกตาฟ้าของเชสลิบลับ

“ไม่น่ารักกับใคร ก็ขอให้น่ารักกับฉันก็พอ..”

อันที่จริงแล้วเซเบอร์ก็เริ่มไม่น่ารักกับคนอื่นตั้งแต่ตัวยังแค่นี้.. ยกตัวอย่างเช่นวันก่อนที่เจ้านี่ดันไปงับลูฟเข้าให้ จนหมอนั่นผวาไปไม่น้อย จากที่ตั้งใจจะมาเล่นด้วยก็กลายเป็นว่าแทบไม่กล้าเข้าใกล้

ร่างขาวพูดกับสัตว์ในอ้อมแขนไปเรื่อยเปื่อย อย่างน้อยคุยกับเจ้านี่มันก็ไม่ปากมอมเถียงเขาเหมือนใครบางคน จะว่าไปช่วงอาทิตย์นี้ไทเลอร์เองก็ดูแปลก ๆ หมอนั่นไม่ค่อยจะถกเถียงกับเขาเหมือนเคย แถมยังดูเครียดจนแอชเชอร์เองก็ไม่อยากจะยุ่งด้วย แค่เวลาที่ใช้ไปในการฝึกซ้อมกับเลี้ยงเซเบอร์วันหนึ่งมันก็หมดไปอย่างรวดเร็ว

อีกหนึ่งความยากลำบากในการใช้ชีวิตตอนดึกดื่นแบบนี้ก็คงหนีไม่พ้นความหิว มื้อเย็นที่กินเข้าไปย่อมถูกย่อยไปจนหมด ครั้นจะให้แอชเชอร์ลุกไปหาอะไรกินตอนนี้ก็คงไม่วายต้องเดินผ่านร็อคกี้ที่นอนเฝ้าอยู่

ไม่ใช่ไม่รู้ว่าไทเลอร์กำลังตัดทอนกำลังตัวเองเรื่อย ๆ ทั้งอาหารการกินที่พอสำหรับคนปกติ แต่ใช้ไม่ได้กับคนที่ใช้พลังงานทั้งวัน มันก็ชัดเจนแล้วว่าไทเลอร์ไม่ต้องการให้เขาแข็งแรงได้เท่าแบบเดิม ลองได้เป็นแบบนี้ไปเรื่อย ๆ กล้ามเนื้อที่เคยมีของแอชเชอร์คงได้ลดลงไปอีกมากโข

พยายามได้อย่างมากที่สุดก็คือการทำเนียน หยิบพวกขนมปังก้อนใหญ่ ๆ สักก้อนมาไว้กับตัว แล้วจัดการกินในตอนที่ไม่มีใครเห็น อาจจะดูทุเรศทุรังไปบ้างแต่มันก็คงไม่มีทางเลือกที่ดีกว่านี้ อะไรที่ทำเพื่อตัวเองได้แอชเชอร์ก็ต้องทำ เพราะตอนนี้เขาเองก็ตัวคนเดียวในที่แห่งนี้ มิตรที่ผูกไว้ก็ใช่ว่าจะเป็นมิตรที่ไว้ใจได้เต็มที่ แล้วยังไม่นับพวกลูกน้องของไทเลอร์ในเดอะฮิลล์ที่เกลียดคนแดนเหนือยิ่งกว่าอะไร

อย่าให้ได้เห็นหน้าเขาไอ้คนพวกนั้นมันก็พร้อมที่จะส่งถ้อยคำเหยียดหยามดูถูกให้คันไม้คันมือ จนอดไม่ได้ที่จะต้องใช้กำลังทั้งที่ออกแรงมาแทบตาย ต่อให้เดอะฮิลล์มีกฎไม่ให้คนในทะเลาะกัน มันก็คงใช้กับเขาไม่ได้ ข้ออ้างที่เถียงไทเลอร์ไปอย่างหน้าด้านถึงจะเสียศักดิ์ศรีนิดหน่อย แต่ก็ถือว่าคุ้มที่ได้เอาเลือดออกจากหัวไอ้พวกชอบดูถูกนั่นได้

‘นายเป็นคนบอกเองไม่ใช่เหรอว่าที่นี่ไม่ใช่ที่ของฉัน เพราะฉะนั้นมันจะผิดอะไรถ้าฉันจะไม่ทำตามกฎที่นายตั้งไว้’

หลังจากที่แอชเชอร์เอ่ยคำพูดแสนอวดดีนั้นออกไป ก็ทำให้ไทเลอร์ที่กำลังยืนกอดอกตำหนิตัวเองนั้นถึงกับตีหน้ายักษ์ เพราะไม่คาดคิดว่าคำพูดกวนประสาทของตัวเองในวันนั้น จะกลายเป็นประโยคที่เอากลับมาตอกหน้าตัวเองในวันนี้

‘พูดได้ดีเลสลีย์ จริง ๆ ฉันก็ไม่แปลกใจเท่าไหร่กับการที่นายถนัดในเรื่องการพูดกลับไปกลับมาเท่าไหร่ แต่ที่แปลกใจ ก็เพราะไม่คิดว่านายจะทำตัวไม่ฉลาดแบบนี้’

‘งั้นคนฉลาดแบบนาย ก็น่าจะคิดได้นะว่าควรจะคุมคนของตัวเองยังไง’

‘หลับหูหลับตาเสียบ้างก็คงไม่ได้ทำให้นายเสียศักดิ์ศรี’

‘....’

‘หรือถ้าอยากจะสร้างศัตรูเพิ่มนักก็เรื่องของนาย..’

แววตาเรียบนิ่งกับน้ำเสียงดุดันนั้นไม่ต่างจากผู้ใหญ่ที่กำลังสอนเด็กหัวรั้นที่ไม่ฟังใคร บรรยากาศอึดอัดที่เคยมีอยู่เป็นทุนเดิมกลับคุกรุ่นจนแทบไม่มีใครกล้าเข้ามายุ่ง ครู่ใหญ่เห็นจะได้ที่ไทเลอร์ยืนกดดันแอชเชอร์อยู่อย่างนั้นโดยไม่ยอมปล่อยให้อีกฝ่ายไปไหนจนกว่าจะคิดได้ และแอชเชอร์ก็ยังคงเป็นแอชเชอร์ที่ไม่ยอมให้ใครง่าย ๆ

‘ให้ฉันสู้กับมัน..’ แม้แอชเชอร์จะรักความสงบ แต่ก็ใช่ว่าเขาจะเมินเฉยได้ทุกเรื่อง ถ้าทำแบบที่ไทเลอร์มันก็ต้องเป็นเขาที่อดทนอยู่ฝ่ายเดียวซึ่งมันไม่ยุติธรรมเลยสักนิด ‘ต่อหน้าทุกคน..’

‘ความทะเยอทะยานของนายนี่มันไม่มีที่สิ้นสุดดี’

หลายครั้งที่ไทเลอร์มักจะพูดคุยกับแอชเชอร์ราวกับไม่ได้พูดเรื่องเดียวกัน ซึ่งมันก็ไม่แปลกที่ต่างฝ่ายต่างจะรู้ความคิดของกันและกัน ในแง่ของคนที่คาดเดาคนอื่นได้เก่ง

‘เพราะนายเป็นหมากในเกม ที่ฉันอยากล้มมากที่สุด’

‘งั้นอย่างแรกที่นายควรทำก็คือสวดภาวนา’

คำตอบแบบนี้มันก็ไม่ต่างจากการบอกให้แอชเชอร์เลิกหวังในเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ ในที่สุดจนแล้วจนรอดแอชเชอร์ก็ได้ทำในสิ่งที่เอ่ยปากบอกอีกฝ่าย หัวหน้าหน่วยเดอะฮิลล์ยอมให้แอชเชอร์ต่อสู้กับอัลฟ่าปากดีที่แกว่งปากหาเสี้ยน ด้วยพละกำลังของอัลฟ่าทำให้การต่อสู้ในช่วงแรกค่อนข้างที่จะคาดเดาว่าฝ่ายไหนจะชนะ กฎง่าย ๆ ที่ไทเลอร์พูดไว้ก่อนจะเริ่มต่อสู้ นั่นคือการทำยังไงก็ได้ให้อีกฝ่ายลุกไม่ขึ้นโดยการใช้มือเปล่าและไม่มีอาวุธ

แอชเชอร์จำได้ว่าตัวเองชนะในสภาพที่ตัวเองก็สะบักสะบอมไม่แพ้กัน ต่อให้ไทเลอร์บอกว่าแค่ลุกไม่ขึ้นคนอย่างเขา ก็ใจดีพอที่จะสงเคราะห์อัลฟ่าปากเสียนั่นด้วยการทำให้ขาขวาหักจนลุกไม่ขึ้น เรียกได้ว่าเอาไว้เป็นของขวัญต่างหน้าให้นึกถึงตัวเองไปจนกว่าจะหายดี

ความโกรธและความหงุดหงิดที่สะสมมาตลอดหลายอาทิตย์ในการอยู่ที่เดอะฮิลล์ถูกระบายลงที่อัลฟ่าโชคร้ายนั่นอย่างเต็มที่ วินาทีนั้นเขาไม่ได้สนด้วยซ้ำว่าตัวเองจะถูกเกลียดเพิ่มมากขึ้นหรือถูกมองว่าเป็นตัวปัญหา

เลสลีย์ไม่เคยสอนให้เขาทำตัวจนตรอกและศักดิ์ศรีที่มีก็ไม่ควรเสียให้ใคร..

 

“ถ้าจะเหม่อขนาดนี้ สงสัยคืนนี้หมานายมันคงได้หิวตายก่อนพอดี” เสียงที่ดังขึ้นจากทางด้านหลังทำให้คนที่กำลังเหม่อคิดถึงเรื่องอื่นในหัวหลุดออกจากภวังค์ เมื่อก้มลงมองเจ้าจนปุยในอ้อมแขนก็พบว่ามันกำลังมองหน้าตัวเองตาปริบ ๆ ราวกับกำลังอ้อนขอน้ำนมที่สมควรจะได้รับ

“ขอบคุณที่วุ่นวาย” แอชเชอร์ย้อนเสียงแข็งก่อนใช้ผ้าจุ่มน้ำนมให้เซเบอร์ใหม่

“ท่าทางนายคงไม่เคยเลี้ยงพวกเกรย์วูล์ฟตอนยังไม่โต” เชสเดินเข้ามาทรุดนั่งลงที่เก้าอี้ใกล้ ๆ กับตรงที่แอชเชอร์นั่งก่อนจะเปิดบทสนทนา

“นายพูดถูกและนี่ก็ทำให้ฉันรู้สึกว่านายกำลังแกล้งฉัน”

“มันก็แล้วแต่นายจะคิด” ไทเลอร์ไม่ได้ชวนอีกฝ่ายต่อล้อต่อเถียงอะไรต่อ นอกเสียจากจะนั่งมองเลสลีย์นั่งป้อนนมให้ลูกหมาป่าต่อไปเรื่อย ๆ จนอิ่มซึ่งคนถูกมองเองก็ไม่ได้อ้าปากเหน็บแนมอีกฝ่ายอย่างทุกทีที่ทำเช่นกัน คงเพราะต่างคนต่างเหนื่อยในวันนี้เกินกว่าที่จะมานั่งต่อล้อต่อเถียง มันถึงทำให้ตอนนี้บรรยากาศระหว่างทั้งคู่ดูอึดอัดน้อยลง

“ในฐานะที่นายเคยเลี้ยงเกรย์วูล์ฟมาก่อน ต้องใช้เวลาเท่าไหร่กว่ามันจะเข้ากับฝูงได้”

“ก็คงสักประมาณสิบเดือน จริง ๆ ช่วงนี้นายก็พาเซเบอร์ออกไปเจอพวกการ์เดียนบ้าง พวกมันจะได้คุ้นเคยกัน”

“พวกมันจะไม่กัดเซเบอร์หรือไง”

“ฉันพูดว่าพาไปเจอ ไม่ได้ให้พาไปเล่น”

“เหนื่อยจะพูดกับคนอย่างนาย”

เชสหัวเราะในลำคอเมื่อเห็นท่าทางหัวเสียของอัลฟ่าแดนเหนือ จะว่าไปเลสลีย์ก็ทำอะไรหลายอย่างให้หัวหน้าหน่วยอย่างเชสแปลกใจได้อยู่ตลอด แม้จะเห็นเจ้าตัวฝึกซ้อมอย่างหนักทุกวัน จนกลับมานั่งเลี้ยงเซเบอร์ที่บ้านพักด้วยหน้าตาเหมือนคนหมดแรง แต่พอวันรุ่งขึ้นเชสก็จะเห็นความมุ่งมั่นที่มีขึ้นมาใหม่ และอีกสิ่งหนึ่งที่เจ้าตัวทำให้คนในเดอะฮิลล์ไม่กล้าปริปากก็คือเรื่องครั้งก่อน

เลสลีย์อัดลูกน้องของเชสเสียน่วมท่ามกลางสายตาของคนนับร้อยที่มาดู ความบ้าดีเดือดที่ซ่อนอยู่ภายใต้ใบหน้าเรียบนิ่งทำเอาคนพวกนั้นถึงกับก้าวถอยห่าง นับว่าเป็นการตัดสินใจที่ดี ที่แลกศักดิ์ศรีของตัวเองต่อให้ต้องเจ็บตัว

“โตมาแล้วอย่านิสัยเหมือนเจ้านายแกล่ะเซเบอร์” เชสหันไปพูดกับลูกหมาป่าที่นอนหลับอยู่บนกองผ้าก่อนจะเลื่อนสายตากลับมามองที่คนตัวขาวซึ่งกำลังทำหน้าไม่พอใจ

“แล้วมันจะแปลกตรงไหน ขนาดหมานายยังนิสัยเหมือนนาย”

“นายนี่ดูฉุนเฉียวทุกทีที่คุยกับฉันจริง ๆ ขนาดต่อปากต่อคำกับเอริคฉันก็ยังไม่เห็นนายเดือดดาลเท่านี้”

“บวกด้วยความที่ไม่ชอบขี้หน้านายด้วยล่ะมั้ง”

“ปากนายก็ไม่ได้แพ้ฉันสักเท่าไหร่หรอก” เจ้าของผิวสีแทนตอบด้วยน้ำเสียงโมโนโทนตามแบบฉบับของตัวเอง

“มีอะไรก็พูดมาเลยดีกว่า มาชวนฉันคุยเรื่อยเปื่อยแบบนี้มันเสียเวลานอน”

“ที่แท้ก็ง่วง..”

“ถ้ายังไม่พูดฉันจะไปนอนแล้ว อยากนั่งคุยกับเตาผิงก็เชิญตามสบาย” พูดจบก็ตั้งท่าจะอุ้มเจ้าลูกเกรย์วูล์ฟกลับห้องของตัวเอง แทนที่จะอยู่ใช้อากาศร่วมกับไทเลอร์

“เดี๋ยว...” มือใหญ่คว้าแขนของอีกฝ่ายในจังหวะที่เจ้าตัวกำลังจะเดินหนีไว้ได้ทัน แรงจำนวนไม่น้อยที่จับทำให้คนหวงตัวอย่างแอชเชอร์สะบัดออกในทันที

“ฉันไม่ชินกับการให้ใครมาถูกตัว..” เจ้าของผิวขาวเอ่ยเสียงเรียบก่อนที่อีกคนจะเข้าใจผิด “ไม่ได้ตั้งใจจะเสียมารยาท”

เชสเองก็ไม่ได้ถือสาอะไรคนหวงตัว ซ้ำยังเข้าใจเสียด้วยว่าทำไมเจ้าตัวถึงมีนิสัยแบบนี้ เด็กชายที่เติบโตในตระกูลเก่าแก่ของพวกขุนนางที่เป็นผู้มีอำนาจ ย่อมได้รับการถ่ายทอดนิสัยบางอย่างที่มองปราดเดียวก็สามารถรับรู้ได้

“ฉันก็ลืมคิด..”

“มีอะไรก็รีบพูดมาขืนนายลีลากว่านี้แขนฉันได้โดนเหน็บกินพอดี” แอชเชอร์ก้มมองเจ้าขนปุยในอ้อมแขนที่มีน้ำหนักไม่น้อยซึ่งกำลังหลับปุ๋ย

ยังไม่ทันที่แอชเชอร์จะได้พูดอะไรต่อไทเลอร์ก็เข้ามาอุ้มเซเบอร์ ก่อนจะเดินออกไปหน้าห้องแล้ววางมันไว้ให้นอนข้างกับร็อคกี้ โดยที่เจ้าของนั้นได้แต่ยืนอ้าปากค้างเพราะความตกใจ

“ร็อคกี้ไม่ทำอะไรมันหรอกน่า”

“นายไว้ใจหมานายแต่ฉันไม่ไว้ใจ นายจะบ้าหรือไง!”

“งั้นนายดูก่อนสิ”ว่าร็อคกี้มันทำอะไรไหม”

เชสเบี่ยงตัวหลบให้แอชเชอร์ได้ดูสภาพของหมาป่าตัวใหญ่กับเจ้าตัวเล็กที่นอนอยู่ด้วยกัน ร็อคกี้ทำเพียงแค่เหลือบตามอง ยามที่เห็นเจ้าก้อนขนขยับเข้าซุกหาแล้วหลับตาลงนอนต่ออย่างไม่สนใจ

“แต่มันก็ดูไม่น่าไว้ใจอยู่ดี..”

“นายกำลังเถียงคนที่เคยเลี้ยงเกรย์วูล์ฟแบบฉันงั้นสิ..”

“ก็ฉันเป็นห่วงเซเบอร์” ปากบางพูดอ้อมแอ้มโดยที่ไม่ละสายตาออกห่างจากหมาป่าที่อยู่ในความดูแลของตัวเอง “นายให้ฉันแล้ว”

“ห่างกับมันสักหน่อยคงไม่ทำให้นายขาดใจ”

“นายนี่มันต้องมีปัญหาเรื่องการพูดแน่ ๆ ไทเลอร์”

“แต่ก็โชคดีที่นายฟังฉันเข้าใจทุกที”

 

 

แอชเชอร์ที่นั่งนิ่งเงียบไปนานเอ่ยปากถามคนที่นั่งอยู่ตรงข้ามด้วยน้ำเสียงที่พูดได้ไม่เต็มปากนัก เรื่องที่ไทเลอร์มาพูดกับแอชเชอร์เมื่อครู่มันค่อนข้างจะฉุกละหุก อีกทั้งยังทำให้แอชเชอร์ปวดหัวจนคิดอะไรไม่ออก

‘พรุ่งนี้พวกแดนเหนือจะมาที่นี่...’

‘ฝั่งฉัน?’

‘พวกสเปนเซอร์..’

วินาทีที่แอชเชอร์ได้ยินนามสกุลที่ตัวเองนึกคับแค้นอยู่ในใจอยู่ทุกวันทุกคืน

‘นายคงอยากจะเจอพวกนั้นใจแทบขาด’

‘เปลี่ยนเป็นคำว่าอยากฆ่าคงจะเข้าท่ากว่า’ แอชเชอร์รู้ดีว่าไม่ช้าก็เร็วฝั่งนั้นจะต้องมาตามตัวเขา เสี้ยนหนามถ้าหากจะกำจัดก็ต้องกำจัดให้หมด หากเหลือไว้มันก็รังแต่จะคอยกลับมาทิ่มแทงให้รำคาญใจ

‘นั่นเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้’

‘ทำไมฉันจะทำไม่ได้’

‘ฉันจะไม่ปล่อยให้คนนับร้อยนับพัน ต้องเดือดร้อนเพราะแค่คน ๆ เดียว’

‘งั้นนายก็ปล่อยฉันไป เราจะได้ไม่ต้องมีส่วนเกี่ยวข้องกัน ฝั่งนายก็จะได้ไม่ต้องเดือดร้อนถ้าฉันทำอะไรลงไป’

‘ฉันปล่อยนายไม่ได้’ เชสตอบเสียงแข็งก่อนจะใช้สายตาคมปรามแอชเชอร์ ‘นายคิดว่าฉันช่วยชีวิตนายมา เพื่อให้นายกลับไปตายหรือยังไง’

‘เหตุผลของนายมันไม่เคยมากพอที่จะทำให้ฉันเข้าใจ’ เหตุผลแต่ละอย่างของไทเลอร์มันก็ฟังดูดี แต่คนที่คิดทุกอย่างถี่ถ้วนแบบแอชเชอร์ไม่มีทางที่จะเชื่อเหตุผลเพียงแค่นี้ ‘ถ้ามันไม่มีอะไรจริง ๆ อะไรที่สร้างความเดือดร้อนให้กับเดอะฮิลล์ คนอย่างนายต้องไม่มีทางเก็บมันไว้’

เชสยังคงนั่งนิ่งเงียบฟังในสิ่งที่อัลฟ่าแดนเหนือเคลือบแคลงในการกระทำของตนเอง

‘นายคิดว่าตัวเองจะทำอะไรคนพวกนั้นได้สักเท่าไหร่ ฉันไม่เถียงหรอกนะว่าตัวนายเก่งเรื่องสู้ตัวต่อตัว แต่ลืมไปหรือเปล่าว่าพวกนั้นไม่ได้มีแค่คนเดียว ตอบฉันมาหน่อยสิว่านายจะทำยังไง’

‘มันไม่ใช่เรื่องของนาย’ เจ้าของใบหน้ารูปสลักตอบอย่างถือดี เรื่องที่เกิดขึ้นมันเป็นเรื่องของคนแดนเหนือไม่ใช่ของคนพวกนี้ และนั่นทำให้ไม่มีทางที่แอชเชอร์จะยอมร้องขอความช่วยเหลือจากฝั่งคนที่ไม่ได้เป็นมิตร

‘จนตรอกขนาดนี้ยังอวดดีไม่เลิก’

‘นายมันคิดผิดตั้งแต่ช่วยฉันแล้วไทเลอร์’ การช่วยแอชเชอร์มันก็ไม่ต่างจากการตั้งตัวเป็นศัตรูกับพวกสเปนเซอร์ที่จ้องล่าหัวนายน้อยของเลสลีย์ ‘ถ้าทุกอย่างจะพังมันก็เพราะการตัดสินใจงี่เง่าของนาย’

‘คนอย่างฉันสามารถช่วยนายได้’

ทันทีที่ได้ยินแบบนั้นเลสลีย์คนเล็กก็เอาแต่จ้องหน้าไทเลอร์นิ่งราวกับไม่เชื่อว่าที่เชสพูดมาคือเรื่องจริง

‘เลิกเอาเรื่องพวกนี้มาล้อเล่นกับฉันสักที’

‘ฉันไม่เคยผิดคำพูด’ ไทเลอร์ล้วงหยิบของบางอย่างที่อยู่ในเสื้อตัวเองส่งให้แอชเชอร์เมื่อเห็นว่าอัลฟ่าแดนเหนือยังคงไม่ไว้ใจตัวเอง ‘ฉันว่าสิ่งนี้คงพอยืนยันให้นายมั่นใจได้’

ทันทีที่แอชเชอร์เห็นสิ่งที่อยู่ในมือของไทเลอร์มันก็ทำให้ก้อนเนื้อในอกชาหนึบ ร่างขาวยังคงนิ่งไม่ขยับเพราะในหัวยังคงเอาแต่คิดเรื่องต่าง ๆ นานาที่เกิดขึ้น

มันจะมีความเป็นไปได้ได้ยังไงที่ไทเลอร์จะมีเข็มกลัดของตระกูลเลสลีย์อยู่ในมือ..

‘นายมีมันได้ยังไง’ มือสวยรับเอาเข็มกลัดนั้นมาเพ่งพินิจมองอย่างช้า ๆ อย่างไม่อยากจะเชื่อ ‘ไม่มีทางที่นายจะได้มันมา...’

‘ฉันได้มันมาจากพี่นาย.. หมอนั่นฝากมันมากับนกฮูกหิมะ’

ใช่... เข็มกลัดที่อยู่ในมือแอชเชอร์ตอนนี้คือเข็มกลัดของอาเธอร์ทำไมแอชเชอร์จะจำมันไม่ได้ เจ้าตัวจำมันไม่ได้ด้วยซ้ำว่ารอยตำหนิที่เกิดขึ้นเพียงนิดหน่อยจนแทบมองไม่เห็นนั่นเกิดจากฝีมือตัวเอง เมื่อครั้งที่เจ้าตัวเอาเข็มกลัดของพี่ชายไปเล่นจนได้เรื่อง

‘แค่นี้มันพอไหมที่จะทำให้นายมั่นใจ’

เชสถามย้ำคนที่ก้มหน้านิ่งไม่ยอมปริปากพูดอะไรสักคำราวหลายนาที ในขณะที่มือเรียวสวยยังคงลูบไปตามเข็มกลัดนั่นซ้ำ ๆ

‘ทั้งที่อาเธอร์ติดต่อมา ทำไมนายถึงไม่ยอมบอกฉัน..’

เมื่อยามที่แอชเชอร์เงยหน้าขึ้นมา มันก็ทำให้ไทเลอร์ได้เห็นดวงตาแดงก่ำของเจ้าตัว นัยน์ตาคู่สวยเคลือบไปด้วยน้ำสีใสสะท้อนกับแสงของเปลวไฟที่ส่องสว่างในเตาผิง นั่นคงเป็นครั้งแรกที่ไทเลอร์ได้เห็นความอ่อนแอในตัวของเลสลีย์คนเล็กที่แสดงออกมาอย่างปิดไม่มิด

เป็นความอ่อนแอที่สวยงามในความแข็งแกร่งเสียจริง…

‘หมอนั่นไม่ต้องการให้นายรู้..’

‘ช่างหัวหมอนั่นสิ! ทั้งที่นายรู้อยู่เต็มอกแต่ก็ยังเลือกที่จะช่วยปิด..’

ความรู้สึกทั้งดีใจและเสียใจมันตีปะปนในใจของแอชเชอร์ให้สับสนไปหมด

‘เพราะนายมันวู่วามคิดแต่จะแก้แค้นจนลืมทุกอย่าง คนแบบนายต่อให้เก่งแค่ไหนมันก็ตายมานักต่อนัก’

‘แล้วคนเป็นน้องแบบฉัน ไม่มีสิทธิรู้เลยหรือไงว่าพี่ชายตัวเองเป็นยังไงบ้าง’

‘ถ้าหมอนั่นยังแอบส่งของมาให้ฉันได้ก็เท่ากับว่ายังมีชีวิต’

‘แต่เข็มนี่ต้องอยู่บนอกของอาเธอร์ ไม่มีทางที่เขาจะถอดมันออก’

‘ขนาดนายยังโดนถอดเข็มกลัดนี่ออก แล้วนับประสาอะไรกับพี่ชายนายหรือเลสลีย์’

 

“สิ่งที่นายต้องทำก็คือหลบออกไปจากที่นี่สักพัก”

“พวกนั้นไม่มีทางเชื่อเด็ดขาดว่าฉันไม่ได้อยู่ที่นี่” แอชเชอร์แย้งกลับเชสทันที เมื่ออีกฝ่ายเสนอทางเลือกให้ตัวเองมาแบบนั้น “เซบาสเตียนเห็นกับตาว่านายช่วยฉัน”

“ตามปกติแล้วถ้าเป็นคนแดนเหนือที่เข้ามาจะต้องถูกส่งไปที่หน่วยกลาง ข้อนี้จะทำให้ฉันอ้างกับพวกนั้นได้”

“แล้วนายคิดว่าคนอย่างริโอจะเชื่อนายหรือ”

“ถ้าไม่เชื่อ ฉันก็จะให้ค้น..” เชสว่า “เพราะต่อให้คนให้ตาย พวกมันก็ไม่มีทางเจอนาย”

“ไม่มีทางเป็นไปได้ หมาป่าฝั่งนั้นจมูกดียิ่งกว่าอะไร ให้ฉันหนีแค่ไหนพวกมันก็ต้องตามกลิ่นเจออยู่ดี”

“เพราะฉะนั้นนายถึงต้องกลบกลิ่น”

“กลบกลิ่น?”

นี่เป็นเรื่องที่อัลฟ่าหน้าไหนก็ไม่มีวันยอมทั้งนั้น ในลำดับชั้นของการใช้ชีวิตก็เป็นที่รู้กันดีว่าอัลฟ่ายืนอยู่ในจุดสูงสุดกว่าทั้งโอเมก้าและเบต้า นั่นเป็นไปไม่ได้ที่พวกที่ถือดีในตัวเองจะยอมให้ใครเอากลิ่นมากลบกลิ่นตัวเอง

มันเป็นเรื่องธรรมดาที่อัลฟ่าจะได้กลิ่นด้วยกันเอง ไม่ต่างจากการที่ได้กลิ่นโอเมก้า แต่มันต่างกันที่ว่ากลิ่นของอัลฟ่านั้นมันมีผลในเชิงของการแสดงอำนาจ และนั่นก็คงไม่ใช่สิ่งที่ดีสักนิดหากต้องได้กลิ่นของพวกที่มีอำนาจเหนือกว่าตัวเอง

“ฉันขอปฏิเสธ ฉันไม่มีทางเอากลิ่นของนายมากลบบนตัวฉันแน่” แอชเชอร์ยืนกรานปฏิเสธอย่างไม่ยอม

“แล้วนายมีทางเลือกอะไรอีก?” คิ้วเข้มเลิกขึ้นเป็นเชิงถามก่อนจะลุกขึ้นยืนเต็มความสูง “ฉันไม่ได้บีบนาย ก็เห็นกันอยู่ว่าสถานการณ์ตอนนี้มันบังคับ”

ต่อให้กลิ่นไม้สนซีดาร์ของไทเลอร์มันจะหอมแค่ไหน แต่คนที่เหม็นขี้หน้าไทเลอร์เป็นทุนเดิมอย่างเลสลีย์ ก็กระอักกระอ่วนเหลือเกินที่จะรับความช่วยเหลือนี้

“อันที่จริงนายควรรีบบอกฉันให้เร็วกว่านี้ด้วยซ้ำ ทำแบบนี้มันไม่เท่ากับว่านายไม่ให้เวลาฉันหรือไง”

“เลิกหาเหตุผลมาหลอกให้ตัวเองมีทางเลือกสักที”

“แล้วฉันจะต้องหลบไปที่ไหน?” เมื่อจนมุมเข้าจริง ๆ แอชเชอร์ก็ต้องจำใจยอมรับทางเลือกนี้อย่างเลี่ยงไม่ได้ ศักยภาพของพวกเกรย์วูล์ฟเป็นสิ่งที่เขาเองก็ไม่ควรประมาท

“ชาลีจะเป็นคนพานายไปพรุ่งนี้...”

“นายว่าไงนะ!”

“ถึงชาลีจะไม่ใช่มนุษย์เหมือนพวกเราแต่ฉันก็ไว้ใจมันมากที่สุด อีกอย่างมันเป็นไปไม่ได้ที่จะให้ใครสักคนที่สนิทกับฉันพานายไป” หากว่าเอริค โจชัว หรือ ลูฟ หายไปสักคน มีหรือที่คนอย่างริโอจะไม่สงสัยและเมื่อใช้คนไม่ได้ก็ต้องใช้พวกเกรย์วูล์ฟถึงจะเข้าท่ามากที่สุด อย่างน้อยพวกมันก็ต้องออกไปลาดตระเวนเป็นเรื่องปกติ ถ้าจะสงสัยก็คงเป็นที่เคลือบแคลงใจได้น้อยมากที่สุด

“ฉันอาจจะตายเพราะหมานายก่อนโดนพวกนั้นฆ่า” จ่าฝูงนั่นชอบหน้าแอชเชอร์เสียที่ไหน เรียกได้ว่ามองข้ามหัวทุกทีเลยก็เห็นจะถูก

“ก็คงต้องลองเสี่ยงดู..” เชสกระตุกยิ้มมุมปากด้วยความเคยชิน “หรือนายกลัว?”

“ฉันไม่ได้กลัว!”  

 

 

HASTAG #youngmastermn


 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.103K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

3,777 ความคิดเห็น

  1. #3723 __0997 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 21 พฤศจิกายน 2563 / 13:30
    อ้ย เนี้ยนายเชส ช่วยเค้าจนไม่รู้จะช่วยยังไงแล้วถึงแนวทางมันจะกวนไปซักหน่อยก็เถอะ มาเราจะได้รู้กันนะคะว่าแอชเชอร์จะเข้ากับชาลีได้ไหม แล้วทำไมไม่ส่งร็อคกี้ไปนะ หรือเพราะว่าร็อคกี้ซน กลัวทะเลาะกับแอชจนไม่เป็นอันซ่อน เพราะชาลีเป็นจ่าฟูงด้วยหนิ ส่วนเรื่องเลสลีย์คนโต ถอดเข็มกลัดประจำออกมาหมายความว่าไง หมายความว่าต้องอยู่ภายใต้อำนาจหรอ เริ่มเป็นห่วงอาเธอร์แต่ก็คิดเหมือนเชสว่าคงไม่เป็นไร อยู่มาได่ขนาดนี้ไม่ฆ่าหรอก ไม่มีทางฆ่าแน่นอน
    #3,723
    0
  2. #3612 babemay (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 25 กันยายน 2563 / 11:22
    เถียงกันเก่งมากกกกก 5555555555 ขอให้รอดปลอดภัยด้วยดีนะลูก ฮือ
    #3,612
    0
  3. #3584 KimCho (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 15 กันยายน 2563 / 19:07
    แค่ดูคนเถียงกันยังป่ดหัวแทนแอชเลย จะอยู่กันยังงายย ซู่ๆนะทุกโคนน
    #3,584
    0
  4. #3551 doraaung (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 16 สิงหาคม 2563 / 01:11
    แอชชอบกลิ่นเชสๆๆๆๆ น่อวววส นายน้อยคะ ฮืออออ เอาจริง ชอบเชสมาก แบบเขาเก่งอ่ะ เขาควรเป็นของเรา 55555

    ขอบคุณสำหรับฟิคนะคะ ไรท์สู้ๆน๊าา
    #3,551
    0
  5. #3484 fararaferren (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 3 สิงหาคม 2563 / 19:12
    ไม่ชอบชี้หน้าเขาแต่ก็คิดว่ากลิ่นเขาหอมนะคะน้องแอช ก็บั่บ ไท่ชอบกันอ่ะเนอะ อืมๆ
    #3,484
    0
  6. #3480 Oywctmw (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 2 สิงหาคม 2563 / 16:01
    อยากรู้ว่าจะรักกันยังไง
    #3,480
    0
  7. #3425 lopenav (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 11 กรกฎาคม 2563 / 22:04
    ได้กลิ่นความรักค่ะคุณพรี่ เขินอะไรไม่รู้แต่เขิน
    #3,425
    0
  8. #3413 กินเล่นเที่ยว (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 30 มิถุนายน 2563 / 01:25
    เราจะรักกันได้ยังไง เถียงกันฉอดๆ
    #3,413
    0
  9. #3396 itong42 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 24 มิถุนายน 2563 / 12:30
    เอ็นดูนายน้อยมากค่ะ🥺
    #3,396
    0
  10. #3372 Eyesnes. (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 12 มิถุนายน 2563 / 05:59
    ไม่มีใครยอมลงกันเล้ย55555555555
    #3,372
    0
  11. #3331 ปงจี้ (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2563 / 01:55
    มันยอมกันไม่ได้เลยนายน้อย ชอบนิสัยตรงนี้มาก55555555555555
    #3,331
    0
  12. #3115 ineedmoney (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 15 เมษายน 2563 / 23:31
    น้องน่าเอ็นดูอ่ะ แง ตอนเลี้ยงเซเบอร์คือน่าร้ากกกกกกก
    #3,115
    0
  13. #3102 jyajya (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 15 เมษายน 2563 / 01:14
    แกล้งเค้าเก่งอ่ะเชสนายอ่ะ
    #3,102
    0
  14. #2938 pplinyeol (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 29 มีนาคม 2563 / 02:52
    “ต่อให้กลิ่นไม้สนซีดาร์ของไทเลอร์มันจะหอม...” แว้กกกกกกกกกกกขสดสำสวกมาย_ทเ
    #2,938
    0
  15. #2817 FridayChilling (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 20 มีนาคม 2563 / 19:52
    แงงงงง น้องเซบน่ารักแน่ๆ
    #2,817
    0
  16. #2790 kiki3k (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 13 มีนาคม 2563 / 15:44
    กลบกลิ่นนนน
    #2,790
    0
  17. #2730 Mary Jane' (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2563 / 00:36
    ก..กลบกลิ่น? คือแบบ ฮือ ทำยังไงน้าถึงจะกลบกลิ่นอัลฟ่าได้ คิดได้ไม่ดีเลยยยย
    #2,730
    0
  18. #2702 firstchxnx (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2563 / 10:17
    เอิ่บ เขินอะ ฉากหมาป่าเหมือนพ่อแม่ลูกไม่เบา5555555
    #2,702
    0
  19. #2677 เกรดสี่ที่หายไป_ (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2563 / 20:19
    อาเธออออร์ มาแร้วลูกแม่ กลบกลิ่นก็คือ ชั้นกำยาดมแน่นมาก อ่านซ้ำปต่เหมือนอ่านใหม่ เพราะความจำสั้น555555555
    #2,677
    0
  20. #2643 flufffyfluffjj (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2563 / 14:26
    กลบกลิ่นยังไงคะ​ =)​ อาเธอร์ฝากฝังไว้จริงๆด้วย! ตอนน้องน้ำตาปริ่มคือใจพี่อยากดึงมากอด​ แงงงง
    #2,643
    0
  21. #2634 mrschxnk (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2563 / 12:41
    ตอนแอชน้ำตาตลอคือแบบ ไม่ไหว อยากกอดน้อง ;—;
    #2,634
    0
  22. #2620 SUCHA_ (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2563 / 01:47
    อาเธอร์ฝากเชสดูน้องจริงๆด้วย T_____T แอสคือร้องแน้ว คือพวกสเปนเซอร์ ยึดแดนเหนืออยู่ตอนนี้ แล้วริโอเป็นหัวหน้า?
    #2,620
    0
  23. #2595 ❥rainywinter (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2563 / 01:50
    เดี๋ยวววว กลบกลิ่นยังไงนะ ......
    #2,595
    0
  24. #2576 happy.n (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 31 มกราคม 2563 / 17:35
    อ่านไปตื่นเต้นไปปป
    #2,576
    0
  25. #2541 K_57 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 26 มกราคม 2563 / 16:59
    เชสฉลาดมากเลยค่ะแล้วตอนที่แอชเชอร์น้ำตาคลอคือเอ็นดูไม่ไหวแล้ว;-;
    #2,541
    0