[ #MINNO ] | Young Master ¦ True Alpha x Alpha [END]

ตอนที่ 4 : Young Master : Chapter 3

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 8,625
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,058 ครั้ง
    21 พ.ย. 62

 


 

ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่าตอนนี้แอชเชอร์ใช้ชีวิตอยู่ในเดอะฮิลล์มาได้ร่วมเกือบสองสัปดาห์ อาการบาดเจ็บเองเองก็ดีขึ้นจนตอนนี้สามารถจะเดินไปไหนมาไหนและทำอะไรได้เองอย่างสะดวก แม้จะค้านหัวชนฝาในตอนแรกว่าไม่อยากรู้จักอะไรในแดนใต้ แต่สุดท้ายแอชเชอร์ก็ต้องเรียนรู้มันอย่างช่วยไม่ได้

ซึ่งนั่นก็ทำให้แอชเชอร์ค้นพบว่าคำบอกเล่าของพวกผู้ใหญ่นั่นมันไร้สาระสิ้นดี คนพวกนี้ก็ปกติทั่วไปเหมือนกับพวกเขา ไม่ได้ป่าเถื่อนหรือแย่อย่างที่เคยได้ยินด้วยซ้ำ จะเว้นก็แต่คนที่แอชเชอร์อาศัยร่วมชายคาบ้านนั่นไว้หนึ่งคน ไทเลอร์ยังคงรักษาความเป็นตัวเองได้อย่างเสมอต้นเสมอปลาย วันแรกที่พูดคุยกับแอชเชอร์อย่างไรวันนี้ก็ยังเป็นแบบนั้น หรือหากไม่ปริปากพูดแต่การกระทำก็ดูจะตั้งใจกวนกันอย่างไม่ต้องคิดมาก

“หงุดหงิดอะไรมาอีกล่ะเลสลีย์ บอกไว้ก่อนนะว่าวันนี้ฉันไม่มีคู่ซ้อมให้นายแล้ว” โจชัว คาร์ลิน เอ่ยทักทันทีที่เห็นใบหน้าไม่สบอารมณ์ของเลสลีย์ แม้ปกติเจ้าตัวจะมีหน้านิ่งเป็นทุนเดิมอยู่แล้วแต่มันก็ไม่ใช่เรื่องยากที่จะสังเกตความหงุดหงิดภายใต้ดวงตาเรียว

หลังจากที่ได้ออกมาทำความคุ้นเคยกับเดอะฮิลล์ แอชเชอร์ก็ขอลงความคิดเห็นเลยว่าโจชัว เป็นบุคคลเดียวที่ตัวเองพอจะพูดคุยได้เพราะหมอนี่ไม่มีท่าทีกวนประสาทเหมือนไทเลอร์ ไม่พูดมากเหมือนกับเชอร์ชิลตัวสูงและที่สำคัญคือไม่ชอบหลอกถามอะไรจากเขาเหมือนเมอร์เรย์

หลายวันมานี้แอชเชอร์เอาแต่ขลุกตัวอยู่กับโจชัวจนสนิทกันมากขึ้น ต่อให้ปากของไทเลอร์จะบอกว่าแอชเชอร์อยู่ในจุดที่ต่ำสุดของที่นี่แต่อัลฟ่าแดนเหนือก็ยังไม่เห็นการปฏิบัติตนที่ทำเหมือนเขานั้นต่ำต้อยเลยสักนิด มันก็น่าคิดตามอยู่เหมือนกันกับที่เอริคบอกว่าไทเลอร์อาจจะแค่อยากกวนประสาท ถึงได้พูดจาแบบนั้นออกมา

แล้วยังไง? จนถึงทุกวันนี้มันยังมีท่าทีที่เลสลีย์คนเล็กจะญาติดีกับหัวหน้าหน่วยได้เลยสักนิด แค่ให้ปะทะฝีปากกันทุกวันนี้มันยังยากเลย

“ถ้าอยากได้คู่ซ้อมเป็นหมอนั่น ฉันต้องทำยังไง”

“ฉันว่านี่มันไม่ใช่เรื่องตลกนะเลสลีย์” โจชัวโบกมือไปมาอย่างไม่อยากเชื่อในคำพูดของคนตรงหน้า ถึงจะพอรู้มาบ้างว่าเลสลีย์ไม่ค่อยลงรอยกับเชส แต่ก็ใช่ว่าเรื่องแบบนี้จะเอามาเป็นหัวข้อสนทนาจริงจังได้

“ฉันพูดเรื่องจริง” เลสลีย์กระแทกตัวนั่งลงข้าง ๆ หนึ่งในคนสนิทของไทเลอร์ “นายก็เห็นว่าหมอนั่นกดฉันยิ่งกว่าอะไรดี”

ไม่สิ.. ไทเลอร์ไม่ได้กดให้แอชเชอร์อยู่ต่ำอะไรนักหรอก แต่เพราะความเป็นทรูอัลฟ่าของเจ้าตัวมากกว่าที่ทำให้ตัวแอชเชอร์เองรู้สึกอยู่ภายใต้การควบคุม

“รู้สึกไปเองหรือเปล่า ฉันก็เห็นเชสปกติดี”

“ขอโทษแล้วกัน ที่ฉันไม่เคยชินกับความกวนประสาทของหมอนั่น..” อัลฟ่าแดนเหนือตอบ ก่อนจะคว้าหยิบมีดใบตายที่โจชัวกำลังเช็ดทำความสะอาดอยู่ขึ้นมาดูอย่างสนอกสนใจ “ดูพวกนายจะถนัดใช้มีดกันดีนะ”

อัลฟ่าต่างแดนพูดตามจากที่เห็น ก่อนหน้านี้ตัวแอชเชอร์เองก็เคยได้ลองฝึกซ้อมกับอัลฟ่าในหน่วยมาแล้วจำนวนหนึ่ง ซึ่งแทบทั้งหมดนั้นถนัดการใช้มีดเสียจนเกือบพลาดท่าอยู่หลายครั้ง คำว่าฝึกซ้อมที่นี่มันไม่ต่างจากการเอาจริงจนตัวแอชเชอร์เองนั้นเสียเหงื่อไปพอสมควร

“เชื่อเถอะว่าเชสไม่ใช่คนที่นายจะไปสู้ด้วย”

“ถ้าไม่ลองแล้วจะรู้ได้ยังไง”

“หัวรั้นเสียจริง” โจชัวพูดขำ ๆ พลางคว้าเอามีดใบตายในมือของแอชเชอร์มาเก็บ ก่อนที่อัลฟ่าแดนเหนือจะได้เอาไปทำอะไรสุ่มสี่สุ่มห้า

“ฉันไม่ได้หัวรั้น”

ยังจะมีหน้ามาเถียงกันอีกเลสลีย์..

“ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมเชสถึงได้ไม่ลงรอยกับนาย” โจชัวบ่นพึมพำก่อนจะลอบมองใบหน้าดูดีของอีกฝ่ายที่เชิดรั้นขึ้นอย่างถือดี

ลักษณะแบบนี้มันโคตรจะเป็นที่ต้องห้ามสำหรับเชสชัด ๆ

“คิดว่าฉันอยากลงรอยด้วยนักหรือไง ประสาทแบบนั้นสักวันฉันคงได้เป็นบ้าพอดี”

“แต่ตอนนี้นายก็ดูจะบ้าอยู่นะ”

“ดูเหมือนว่าวันนี้นายคงอยากจะเป็นคู่ซ้อมให้ฉันนะโจชัว..”

“ใจเย็นสิพวก ฉันแค่หยอกเล่น จริงจังไปได้” โจชัวยกมือขึ้นยอมแพ้ก่อนที่จะได้กลายเป็นคู่ซ้อมของเลสลีย์จริง ๆ หลายวันที่ผ่านมาโจชัวเห็นศักยภาพของอัลฟ่าต่างแดนนี่มากพอ จนตระหนักได้แล้วว่าแอชเชอร์เป็นอีกคนหนึ่งที่ตัวเองไม่ควรไปมีเรื่องด้วย

หน้าตาสะอาดสะอ้านอย่างพวกลูกหลานชนชั้นสูงแบบนี้ก็ไม่ได้ปวกเปียกขนาดต่อสู้อะไรไม่ได้ ผิวขาวที่ทำให้ดูเหมือนคนขี้โรคนี่ก็หลอกลวงทั้งเพ

“นายจะกลัวอะไรฉัน”

“ให้ฉันได้พักก่อนเถอะ ฝึกครั้งที่แล้วพวกแผลก็พึ่งจะหายไป” โจชัวบ่นถึงการฝึกเมื่ออาทิตย์ก่อนอย่างเลี่ยงไม่ได้ ตัวเขาเองก็เป็นหนึ่งในทีมจู่โจมซึ่งอยู่ฝั่งเดียวกับเชส การฝึกทรหดนั่นทำเอาโจชัวแทบจะลากตัวเองกลับไปยังที่พักแทบไม่ไหว นับวันทุกคนในหน่วยก็เริ่มแข็งแกร่งขึ้นจนยากที่จะรับมือกับทักษะที่คาดเดาได้ยากแตกต่างกันไปในแต่ละคน

“แบบนี้วันนี้ฉันก็เบื่อแย่น่ะสิ ไม่มีอะไรให้ทำสักอย่าง”

“มีอะไรให้นายทำตั้งเยอะแต่นายก็จะซ้อมอย่างเดียว” โจชัวอดแย้งไม่ได้เมื่อเห็นท่าทีเบื่อหน่ายของอีกฝ่าย “พูดก็พูดเถอะ ความเป็นไปได้ที่นายจะได้กลับไปแดนเหนือมันแทบไม่มีเลยด้วยซ้ำ”

“มันต้องมีสักทาง..”

เรื่องอะไรที่แอชเชอร์จะต้องอยู่ที่นี่ตลอดไป เขายังมีหน้าที่ที่ต้องทำมีอะไรหลายอย่างที่ต้องรับผิดชอบ และก็มีครอบครัวที่ต้องช่วยเหลือ การหนีเอาตัวรอดสบายอยู่คนเดียวมันไม่ใช่สิ่งที่เลสลีย์ได้รับการสั่งสอนมา

“อย่าลืมว่าคนในเดอะฮิลล์หูตาเป็นสับปะรด.. ถ้าหวังจะให้ฉันช่วยคงต้องบอกไว้ก่อนว่าฉันเองก็คงช่วยอะไรนายไม่ได้” อัลฟ่าหนุ่มเอ่ยปฏิเสธดักคอทันที “ถ้าเชสบอกว่าไม่ก็คือไม่”

“จนถึงวันนี้ฉันก็ยังไม่เข้าใจและก็ไม่เข้าใจมาก ๆ ว่าจะทำแบบนี้ไปเพื่ออะไร” พอถามหาเหตุผลเชสก็เอาแต่บ่ายเบี่ยงไม่ก็กวนประสาทแอชเชอร์จนต้องเลิกคุย “หรือให้ฉันตายใจแล้วค่อยฆ่าทีเดียว”

“ฟุ้งซ่านน่ะ”

“ก็มันไม่มีเหตุผลที่ดี ถึงทำให้ฉันฟุ้งซ่านขนาดนี้”

“เดี๋ยวฉันจะเข้าไปในป่าอีกฝั่ง นายสนใจจะไปด้วยกันไหมล่ะเลสลีย์”

“ป่าอีกฝั่ง?”

“ไม่ใช่แบล็คฟอเรสต์”

แอชเชอร์เองก็ไม่ได้คาดหวังว่าจะเป็นป่าทางฝั่งนั้นที่เชื่อมต่อกับบ้านเกิดของตัวเอง

“ว่าแต่นายจะเข้าไปทำอะไร?”

“ล่า...”

 

 

 

ไหนโจชัวบอกเขาว่าจะออกมาล่าแต่แล้วทำไมตอนนี้แอชเชอร์ถึงรู้สึกว่าตัวเองกำลังถูกล่าเสียเองอย่างนั้น รอบตัวที่เต็มไปด้วยป่าสนอาจจะเป็นเรื่องคุ้นชินสำหรับแอชเชอร์ไม่มากก็น้อยแต่คงไม่ใช่สำหรับในตอนนี้

รองเท้าบูทที่สวมใส่เหยียบย่ำไปตามพื้นดินซึ่งเปียกชื้นตามสภาพอากาศของเดอะฮิลล์ กลิ่นอายของป่าที่มีชีวิต กับความอุดมสมบูรณ์ของพืชพรรณ นับว่าเป็นสิ่งที่หาได้ยากในแดนเหนือเสียจนคนที่พึ่งเคยได้สัมผัสกับตัวถึงกับสำรวจสิ่งรอบข้างอย่างสนอกสนใจ

“สรุปแล้วเราจะมาล่าอะไรกัน..” เสียงทุ้มเอ่ยถามคนที่เดินนำหน้าตัวเองเบา ๆ

“เดี๋ยวนายก็รู้เอง”

“นายไม่รู้สึกเหมือนว่ากำลังมีคนมองเราอยู่บ้างหรือไง..”

“?” โจชัวหยุดเดินทันทีก่อนจะหันมาสนใจอัลฟ่าแดนเหนือที่ขมวดคิ้วจนแทบพันกัน

“ฉันไม่ได้รู้สึกไปเอง.. แต่สัญชาตญาณมันบอก” ดวงตาเรียวกวาดมองรอบข้างที่เป็นป่าอย่างระวัง ในขณะที่มือขาวเลื่อนมือลงไปอยู่ใกล้ ๆ กับมีดที่พกติดตัวมาด้วยความเคยชิน

“ก็ปกติ..”

โจชัวยักไหล่น้อย ๆ อย่างไม่สนใจ ก่อนจะเดินต่อโดยที่ทิ้งให้อัลฟ่าแดนเหนือถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ ต่อให้ไม่ใช่คนอย่างน้อยก็ต้องเป็นสัตว์ป่านี่ล่ะที่กำลังจ้องจะเล่นงานพวกเขา

“ดูนั่น! กระต่ายป่า..”

โจชัวว่าก่อนจะจดจ้องอยู่ที่กระต่ายป่าตัวจ้อยที่ไม่รู้เรื่องรู้ราวว่าจะถูกจับ ผิดกับแอชเชอร์ที่ไม่ได้สนใจกระต่ายนั่นเลยสักนิด เสียงหายใจของสิ่งมีชีวิตบางอย่างที่มากกว่าหนึ่งชีวิตทำให้แอชเชอร์หันขวับไปตามต้นเสียง ความคุ้นเคยบางอย่างทำให้อัลฟ่าหนุ่มเพิ่มความระมัดระวังมากขึ้นจนเรียกเหงื่อเป็นเม็ดให้ผุดขึ้นบนขมับสวย

“โจชัว... นายอย่าขยับ”

แอชเชอร์เรียกอีกคนเสียงนิ่ง เมื่อเห็นบางสิ่งบางอย่างที่โผล่พ้นออกมาจากพุ่มไม้ไม่ใกล้ไม่ไกลจากที่ทั้งคู่ยืนอยู่ สัตว์ตัวขนสี่ขาตัวใหญ่ค่อย ๆ ก้าวเดินเข้ามาหาทั้งโจชัวและแอชเชอร์ มันเป็นสัตว์ที่แอชเชอร์คุ้นเคยเป็นอย่างดีแต่ก็ใช่ว่าจะเป็นมิตรสักเท่าไหร่ อีกอย่างมันก็ไม่ได้มีแค่หนึ่งอย่างที่แอชเชอร์คิดเพราะตอนนี้เจ้าสัตว์สี่ขาพวกนั้นกำลังล้อมรอบจากทุกทิศ นับรวมดูแล้วก็ประมาณหกเจ็ดตัวเห็นจะได้

ทางด้านโจชัวเองพอได้ยินแบบนั้นก็เงยหน้าขึ้นมาสนใจสิ่งที่เกิดขึ้นก่อนจะหันหน้ามามองหน้าแอชเชอร์นิ่ง

“สงสัยว่าเราจะมาแย่งเหยื่อของพวกมันเข้าแล้วล่ะเลสลีย์..” ก่อนที่คิดว่าจะแย่งเหยื่อของมัน นายควรคิดว่าตัวเองกลายเป็นเหยื่อก่อนไหมโจชัว!

เสียงขู่คำรามของสัตว์ใหญ่เริ่มดังมากขึ้นเมื่อโจชัวขยับตัว อุ้งเท้าหนาที่ปกคลุมด้วยขนขยับเข้าใกล้มากขึ้นเรื่อย ๆ จนรุมล้อมอัลฟ่าทั้งคู่โดยสมบูรณ์

“ใจเย็นน่าชาลี..” โจชัวเอ่ยบอกกับหมาป่าตัวใหญ่สุดตรงหน้าก่อนจะยกมือขึ้นยอมแพ้ พลางหันมาสั่งให้อัลฟ่าตัวขาวเลิกคิดที่จะจับมืด “อย่าคิดที่จะหยิบมีดออกมาเชียวนะ”

“!!!”

“พวกเราไม่ได้จะมาแย่งของเล่นของแก..”

หมาป่าตัวที่ดูเป็นจ่าฝูงมองหน้าโจชัวอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะเลิกแยกเขี้ยวขู่เมื่อมองหน้าของแอชเชอร์สลับกับโจชัว หมาป่าตัวใหญ่ขยับถอยหลังอยู่ในระยะที่ห่างพอสมควรกับทั้งคู่ ตามพวกหมาป่าตัวที่เหลือเองก็ต่างพร้อมใจกันถอยตาม

นี่มันอะไรกัน...

ก่อนที่แอชเชอร์จะได้อ้าปากถามโจชัวก็มีเสียงเป่าปากที่ดังแว่วมาก็ทำให้สัตว์สี่ขาหูกระดิก พวกมันหันหลังวิ่งหายไปตาม ๆ กันกลับไปตามทิศทางของเสียงเป่าปากท่ามกลางความงุนงงของแอชเชอร์ที่กำลังสับสน

“นายรู้จักพวกมัน?”

“ก็งั้นมั้ง” โจชัวตอบอย่างไม่ตื่นเต้นอะไร “อย่าบอกนะว่าตั้งแต่นายมาอยู่ นายยังไม่เคยเห็นพวกการ์เดียน”

“นายกำลังหมายถึงหมาป่าพวกนั้น”

“ใช่.. เกรย์วูล์ฟพวกนั้นเป็นการ์เดียน เดี๋ยวนายก็คงจะได้รู้จัก..”

หมาป่าเป็นฝูงพวกนั้นคือการ์เดียนของเดอะฮิลล์.. มิน่าล่ะถึงได้ดูคุ้นเคยกับโจชัวแม้จะไม่เชื่องขนาดนั้นก็ตาม

“แล้วพวกมันไปที่ไหนกัน เหมือนเมื่อกี้ฉันจะได้ยินเสียงเป่าปาก”

“น่าจะเป็นเชส.. ปกติการ์เดียนจะชอบออกมากับหมอนั่น”

เมื่อไหร่แอชเชอร์จะเลิกวนเวียนกับไอ้หมอนี่สักที.. จะไปที่ไหนก็ต้องมีอะไรสักอย่างมาเกี่ยวข้องทุกที

“มากับหมอนั่นแต่มาวิ่งตามใจชอบแบบนี้น่ะหรือ”

“ใครว่าล่ะ”

“ปกติแล้วมันก็สมควรอยู่กับเจ้านายของมันไม่ใช่หรือ”

“เชสไม่ค่อยจำกัดอิสระของพวกมัน นายก็เห็นว่าต่อให้ปล่อยแค่ไหนพอได้ยินเชสเรียกมันก็กลับไป”

น่าอิจฉาอยู่เหมือนกันที่พวกหมาป่าพวกนี้เชื่อฟังคำสั่งของเชส ผิดกับหมาป่าของแอชเชอร์เสียเหลือเกิน เจ้านั่นน่ะไม่เชื่อฟังเขา แถมยังไปไหนมาไหนตามใจชอบจนยากที่จะควบคุม

“ชักอยากจะลองรู้จักแล้วสิ..”

“เตือนไว้ก่อนว่าอย่ามั่นใจขนาดนั้นเลสลีย์ เห็นพวกมันเชื่อฟังแบบนั้นก็ใช่ว่าจะเป็นมิตร”

“นั่นสิ ขนาดนายพวกมันยังดูไม่เป็นมิตรด้วยเลย” แอชเชอร์ย้อนเข้าให้จนโจชัวยิ้มแห้ง

“อย่าเอาความจริงมาพูดสิ”

“ฉันว่าวันนี้คงไม่เหมาะกับการล่าเท่าไหร่แล้วล่ะ ป่านนี้พวกสัตว์ที่เราจะล่าคงหนีหายไปหมดเพราะรู้ว่าพวกการ์เดียนอยู่แถวนี้”

“งั้นก็ถือซะว่าฉันพานายมารู้จักเดอะฮิลล์ให้มากขึ้นก็แล้วกัน..”

“นายนี่มันแปลกคน..” แอชเชอร์อดค่อนขอดอีกฝ่ายไม่ได้ คนอะไรขนาดไม่ได้ทำตามที่คิดไว้ ยังจะมาเปลี่ยนแผนกันเสียง่าย ๆ

“งั้นนายก็คงแปลกคนเหมือนกันที่คุยกับฉันรู้เรื่อง”

เดอะฮิลล์นี่มันศูนย์รวมของพวกประหลาดชัด ๆ

 

 

ทันทีที่กลับถึงหน่วยป้องกันอัลฟ่าแดนเหนือก็พบเข้ากับความวุ่นวายของกลุ่มการ์เดียนที่เดินไปเดินมาให้วุ่นวาย เดาได้ว่า เชส ไทเลอร์ คงกลับมาถึงได้ไม่นาน มองปราดเดียวก็รู้แล้วว่าหมอนั่นกำลังใช้สายตาคมมองตามอัลฟ่าแดนเหนือที่เดินคุยกับโจชัวอย่างจ้องจับผิด

“เมื่อสักพักใหญ่ตอนที่ฉันเข้าไปในป่าก็บังเอิญเจอเจ้าพวกนี้พอดี...”

“ยังดีที่ไม่โดนขย้ำ” เชื่อเถอะว่าคำประชดประชันนั้นไทเลอร์เหน็บแนมมาให้แอชเชอร์

“ปากเสียน่าเชส นายก็รู้ว่าการ์เดียนไม่มีทางขย้ำฉัน” โจชัวตอบกลับ

“ก็ไม่แน่..” ปากคุยกับโจชัวแล้วทำไมไอ้สายตาไม่เป็นมิตรนั่นมันจะต้องมองหน้าของแอชเชอร์กันด้วย แบบนี้นี่มันหาเรื่องกันอีกแล้ว

“เป็นคนแท้ ๆ แต่ปาก...” อัลฟ่าแดนเหนือพูดขึ้นมาลอย ๆ ก่อนจะเสสายตาไปมองพวกการ์เดียนช่วงจังหวะที่เว้นวรรคประโยค แล้วหันกลับมาแสยะยิ้มให้กับหัวหน้าหน่วยที่เดาะลิ้นมองหน้าตัวเองอยู่

“เลสลีย์...” โจชัวกระแทกไหล่ของอัลฟ่าแดนเหนือเบา ๆ เมื่อได้ยินประโยคที่ลอยออกมาจากปากของแอชเชอร์ “อย่าไปเถียงกับเชสเลยน่า..”

“ไทเลอร์ยังไม่เห็นพูดอะไรเลย นายจะร้อนตัวแทนทำไม”

“พูดได้ดีเลสลีย์..” เชสตอบกลับยิ้ม ๆ ก่อนหันไปเรียกหนึ่งในการ์เดียนที่มีขนสีขาวทั้งตัวมาหาตัวเอง “ร็อคกี้!” แค่เพียงคำเดียววูล์ฟด็อกตัวที่ชื่อร็อคกี้ก็รีบวิ่งเข้ามาหาเชสอย่างไม่อิดออด ระยะห่างที่ไม่ไกลมากทำให้แอชเชอร์สังเกตเห็นดวงตาสีฟ้าที่เอกลักษณ์ของมันได้อย่างชัดเจน

“ยังขนสวยเหมือนเดิม” โจชัวอดชมหมาป่าสีขาวปลอดไม่ได้เมื่อได้เห็น เรียกว่ามันเป็นตัวเดียวในฝูงที่มีขนสีแตกต่างกับพวกจนโดดเด่นแถมยังฉลาดเป็นกรด

“ฉันว่าตอนนี้ร็อคกี้อาจจะต้องการคนช่วยดูแล”

“นายอย่าบอกนะว่า...”

“!!!”

“ฝากดูแลร็อคกี้ทีสินายน้อย

“นายจะบ้าหรือเชส!”

วินาทีนั้นแอชเชอร์รู้สึกเหมือนตัวเองหูดับไปอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย เสียงโวยวายของโจชัวไม่ได้เข้าหูเลยสักนิด เพราะสิ่งที่อยู่ตรงหน้ามันทำให้เขาต้องกลืนน้ำลายอึกใหญ่ลงคออย่างลำบาก

“หรือนายจะดูร็อคกี้แทนดีโจชัว”

พอถูกถามแบบนั้น โจชัวก็รีบส่ายหัวพรืดทันที ในหมู่การ์เดียนร็อคกี้ทั้งฉลาดทั้งดื้อ จะมีก็แต่เชสที่คุมมันได้ แล้วถ้าแบบนี้เลสลีย์จะไม่เจอปัญหาใหญ่หรือ

“ฉันไม่เห็นด้วยกับเรื่องนี้นะเชส นายก็รู้ว่าร็อคกี้เป็นยังไง”

“มันออกจะน่ารัก”

“นายจะให้ฉันดูแลหรือจะให้การ์เดียนของนายมาเฝ้าฉันแทนกันแน่..”

“นั่นก็เป็นความคิดที่ดี.. พอนายพูดมาฉันก็นึกขึ้นมาได้”

วินาทีนั้นแอชเชอร์ก้าวขาเตรียมที่จะพุ่งเข้าไปหาไทเลอร์อย่างสุดจะทน แต่ก็ติดการ์เดียนตัวขาวปลอดที่แยกเขี้ยวขู่ทันทีเมื่อเห็นว่าจะมีคนเข้ามาทำร้ายร่างกายของเจ้านายมัน

“ถึงร็อคกี้จะไม่ค่อยกัดใคร แต่ก็ใช่ว่ามันจะไม่ชอบขบกระดูก...”

“ฉันชักจะหมดความอดทนกับนายแล้วนะไทเลอร์”

“พอแล้วเชส! หยุดคิดจะให้เลสลีย์ดูร็อคกี้ได้เลย มันเป็นไปไม่ได้ นายก็รู้ว่าพวกหมาป่าถ้าไม่เลี้ยงมันมาตั้งแต่เล็ก ๆ มันก็ไม่เชื่อฟังหรอก”

“อาจจะไม่เชื่อฟังเจ้านายใหม่แต่ฉันมั่นใจว่ามันจะเชื่อฟังฉัน”

คนอย่าง แอชเชอร์ เลสลีย์ ไม่ใช่คนที่เชสจะประมาทได้ ช่วงเวลาที่ผ่านมาเชสเองก็เห็นว่าอีกฝ่ายนั้นเอาแต่ฝึกซ้อมร่างกายตัวเอง แถมยังหาทางหนีทีไล่เนียน ๆ เวลาอยู่กับโจชัว สายตาอยากรู้อยากเห็นพวกนั้นมันชัดเจนมากจนหัวหน้าหน่วยไม่สามารถมองข้ามได้

“ก็ลองดู ว่าวิธีพวกนี้ของนายจะหยุดฉันได้จริงหรือเปล่า..”

ถ้าหากมีกระแสไฟฟ้าเกิดขึ้นได้ยามที่แอชเชอร์และเชสจ้องตากัน โจชัวก็ขอฟันธงเลยว่ามันจะเป็นกระแสไฟฟ้าแรงสูงที่ฟาดฟันกันไปข้างหนึ่ง ไม่มีใครยอมลงให้ใครแบบนี้ท่าทางคงจะอยู่ยาก

“งั้นก็เชิญนายน้อยทดสอบได้เลย..”

ทั้งชีวิตนี้ไม่ใครที่เรียกสกุลแอชเชอร์และเรียกคำว่านายน้อย ได้ประชดประชันเท่าไทเลอร์อีกแล้ว

“พึ่งนึกขึ้นได้เหรอว่านายควรเรียกฉันว่าอะไร”

“ก็แค่อยากย้ำความจำของนายก็เท่านั้น” แอชเชอร์เหลือบมองโจชัวที่ทำหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออก แล้วถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ “ไม่ดีหรือ..”

“อย่าเลยดีกว่ายังไงคำพูดพวกนี้มันคงไม่เหมาะกับหัวหน้าหน่วยของเดอะฮิลล์สักเท่าไหร่ สู้เอาไว้ถึงวันที่นายต้องคุกเข่าให้ฉัน วันนั้นคงจะดีกว่าถ้าฉันจะได้ยินคำนี้”

 

 

สุดท้ายแล้วแอชเชอร์ก็ต้องมีร็อคกี้คอยตามอยู่ใกล้ ๆ ซึ่งเจ้าหมาป่าสีขาวนั่นก็ใช่ว่าจะชอบขี้หน้าแอชเชอร์เสียเมื่อไหร่ ดูจากสายตาที่ไม่เป็นมิตรก็พอจะรู้แล้วว่าคงจะมีร่างอวตารของไทเลอร์อยู่ในตัว มิหนำซ้ำอัลฟ่าแดนเหนือยังต้องจดจำการ์เดียนทั้งหมดให้ได้ เพื่อความปลอดภัยของตัวเองเวลาไปไหนมาไหน

ด้วยเหตุผลที่ว่าส่วนใหญ่แล้ว เดอะฮิลล์มักจะปล่อยให้การ์เดียนออกลาดตระเวนแทนการใช้คน อีกทั้งเจ้าหมาป่าพวกนี้ยังกินนอนอยู่ใกล้ ๆ กับบ้านพักของเชส ซึ่งแอชเชอร์ก็พึ่งค้นพบคำตอบของเสียงโซ่ที่ได้ยินมาตลอดหลายอาทิตย์ที่ผ่านมา

“ปกติแล้วไทเลอร์ชอบปล่อยพวกมันตอนกลางคืน..” นั่นคือสิ่งที่โจชัวบอกกับแอชเชอร์เอาไว้ก่อนจะแยกกัน

“คิดชื่อออกหรือยังว่าจะตั้งชื่อให้มันว่าอะไร?”

ไทเลอร์ที่เดินนำหน้าหันกลับมามองอัลฟ่าแดนเหนือที่กำลังอุ้มลูกหมาป่าไว้ในอ้อมอกอย่างกดดัน หลังจากที่เจ้าตัวยัดลูกหมาป่าสีเทาใส่มือเลสลีย์คนเล็กอย่างบังคับ เห็นว่าเจ้าตัวได้มันมาตอนที่เข้าไปในป่าเมื่อช่วงสาย

“แล้วทำไมนายไม่ตั้ง นายเป็นคนเอามันมา..”

“หูหนวกหรือเปล่าเลสลีย์ ฉันว่าฉันก็พูดแล้วนะว่าให้นายดูแล” คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันอย่างตำหนิ เมื่ออัลฟ่าแดนเหนือเถียงตัวเอง

“ผีเข้าหรือไง ถึงมาทำดีกับฉัน” แอชเชอร์เหน็บเข้าให้

“อย่างน้อยเจ้านี่ก็จะเป็นเพื่อนนายได้ในวันข้างหน้า”

“นี่นายจะให้ฉันมีเพื่อนเป็นหมาหรือ!”

“หมาที่นายว่ามันคือเพื่อนซื่อสัตย์ที่สุดของนาย”

“....”

“แดนเหนืออาจจะเลี้ยงพวกมันไว้ใช้งาน แต่เราไม่ได้เลี้ยงมันไว้ไปทาสรับใช้”

“ฉันก็ไม่ได้...”

“เลี้ยงเจ้านี่เพิ่มอีกสักตัวจะเป็นอะไรไป หรือหมาป่าที่แดนเหนือของนายมันเป็นโรคหวงเจ้าของ”

“ชาลีเองก็หวงนาย..” หลังจากที่ได้รู้จักพวกการ์เดียนจนครบ แอชเชอร์ก็รู้ว่าหมาป่าตัวโตนั่นคือหมาป่าประจำตัวของเชสที่ถูกเลี้ยงมาตั้งแต่เล็กโดยเจ้าตัว ไม่แปลกใจเลนสักนิดว่าทำไมนิสัยของเจ้าของกับมัน ถึงได้ถอดแบบกันมาไม่มีผิดเพี้ยน..

“มันปกป้องทุกคนในเดอะฮิลล์ไม่ใช่แค่ฉัน..”

“แล้วทำไมนายถึงยอมยกเจ้านี่ให้ฉัน ทั้งที่รู้ว่ามันจะต้องตามเจ้านายของมันไปทุกที่”

เชสมองใบหน้าของคนที่ถามตัวเองอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะขยับริมฝีปากได้รูปตอบอย่างชัดเจนทุกคำพูด จนแอชเชอร์ได้แต่กระชับกอดเจ้าหมาป่าน้อยในอกเพิ่มมากขึ้น

“เพราะนั่นคือสิ่งที่ฉันตั้งใจ...”

“ดูนายจะมั่นใจว่าฉันจะออกไปจากที่นี่ไม่ได้..” วินาทีนี้แอชเชอร์เองก็คงคิดหาเหตุผลของความตั้งใจอะไรไม่ได้ นอกจากเรื่องนี้

“ก็คงพอ ๆ กับความมั่นใจของนายที่จะออกไปจากที่นี่”

“คนอย่างฉันไม่มีวันเอาตัวเองรอดคนเดียว..”

“ฉันรู้ดีว่ามันน่าเสียใจ”

ทว่าประโยคที่ไทเลอร์พูดกับแอชเชอร์ในครั้งนี้มันกลับเต็มไปด้วยความรู้สึกที่ไม่ได้แสร้งทำเหมือนการพูดจากระทบกระแทกก่อนหน้า แววตาที่แสดงออกถึงความสงสารอย่างฉายชัดราวกับว่าแอชเชอร์เป็นคนที่ไม่รู้อะไร

“ยังไงฉันก็เชื่อว่าอาเธอร์จะต้องไม่เป็นอะไร”

“รั้น”

“....”

“ถ้านายไม่ตั้งชื่อเจ้าหนูนี่ งั้นฉันจะตั้งเอง” ไทเลอร์วนกลับมาเรื่องชื่อของหมาป่าตัวเล็ก เพื่อเบี่ยงเบนความสนใจของแอชเชอร์ในทันที

“นายจะรีบอะไรขนาดนั้น”

“เซเบอร์”

“!!”

“ให้เพื่อนนายชื่อเซเบอร์”

ถ้าจะตั้งเองตั้งแต่แรก ก็อย่ามาถามกันเลยดีกว่าไทเลอร์!!

 

 

ภายในห้องทำงานที่ถูกเปิดไฟไว้เพียงแค่ดวงเดียวพอให้มองเห็น ปรากฏร่างของหัวหน้าหน่วยเดอะฮิลล์ที่กำลังนั่งอยู่หลังโต๊ะทำงานด้วยใบหน้าที่เคร่งเครียด ในมือที่เต็มไปด้วยเส้นเลือดมีแผ่นกระดาษที่เป็นที่มาคิ้วเข้มซึ่งขมวดเข้าหากันแน่น

อัลฟ่าหนุ่มอ่านมันซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนขึ้นใจ ก่อนจะคิดทบทวนอย่างหนักกับเนื้อความของจดหมายซึ่งส่งมาถึงมือของเชส เมื่อตอนช่วงเช้าแต่เจ้าตัวพึ่งจะมีเวลาเปิดมันหลังจากทำหน้าที่ทุกอย่างในวันนี้เป็นที่เรียบร้อย

ลายมือที่คุ้นเคยยังคงเป็นระเบียบสวยงามกลับไม่ได้ทำให้ความรู้สึกของคนที่อ่านสบายใจ เปลือกตาสีเข้มปิดลงเพื่อใช้ความคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะลืมตาขึ้นมาเมื่อตัดสินใจทุกอย่างได้

“ไปเอาความมั่นใจพวกนี้มาจากไหนกัน..”

เชสพึมพำกับตัวเองเสียงเบาขณะอ่านเนื้อความในจดหมายเป็นครั้งสุดท้าย สถานการณ์ของเดอะฮิลล์มันดูเงียบสงบ จนไทเลอร์เองยังหวั่นว่าจะเกิดอะไรที่ไม่คาดคิด ช่วงหลายอาทิตย์ที่ผ่านมาทางฝั่งแดนเหนือเองก็ไม่มีท่าทีว่าจะมาต่อรอง หรือเจรจาเรื่องแอชเชอร์อย่างที่คาดไว้

จะว่ามันเป็นผลดีก็ใช่ แต่จะว่ามันเป็นผลเสียมันก็ใช่อีก

พายุหิมะอาจจะกำลังก่อตัวเพื่อรอวันถล่มก็ได้ ใครจะรู้..

เรื่องที่แอชเชอร์อยู่ในเดอะฮิลล์ หน่วยกลางเองก็ไม่ได้รู้เรื่องด้วย ทุกอย่างในเดอะฮิลล์ถูกเชสสั่งให้ปิดปากเงียบไม่ให้แพร่งพรายออกไปข้างนอก เพราะถ้าเมื่อไหร่ที่หน่วยกลางรู้ว่าแดนใต้รับคนแดนเหนือเข้ามาอยู่อาศัยล่ะก็คงได้เป็นเรื่องเป็นราวใหญ่โต

แผ่นกระดาษสีขาวที่เต็มไปด้วยรอยหมึกถูกจ่อเข้ากับไฟที่กำลังลุกไหม้ จนมันค่อย ๆ ไหม้ไปทั่วทั้งแผ่น อักษรข้อความสุดท้ายของกระดาษ ยังคงสะท้อนในดวงตาของอัลฟ่าหนุ่มที่ยืนมองมันนิ่ง

‘มีแค่นาย’

ตัวอักษรที่ถูกเขียนด้วยลายมือบรรจงมอดไหม้ไปพร้อมกับเปลวไฟที่เผาพลาญ จนเหลือแค่เพียงขี้เถ้าที่ไม่สามารถกลับคืนมาได้

“ทำไมต้องเป็นฉัน”


 

HASTAG #youngmastermn


 


 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.058K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

3,798 ความคิดเห็น

  1. #3778 Kll (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 25 มกราคม 2564 / 14:32

    พี่อาเธอร์ฝากฝังนายน้อยไว้กับเชสแน่นอน!

    #3,778
    0
  2. #3722 __0997 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 21 พฤศจิกายน 2563 / 13:16
    ตอนแรกที่เห็นหมาป่าเรานึกว่าเรื่องนี้แปลงร่างได้ แต่พออ่านเอ้ย น่าสนใจกว่าเดิมเพราะมีการ์เดียนเป็นหมาป่านี่แหละ ชอบความสั่งหมาป่าได้ของเชส แต่เข้าใจความเลี้ยงมาความโตมาด้วยกันนะ อย่างที่เชสบอก เค้าไม่ได้เลี้ยงมาเผื่อรับใช้อ่ะ เพราะงั้นไม่แปลกที่การ์เดียนจะทั้งเชื่อฟังและซื้อสัตย์ เนี้ยนายรู้อะไรแน่ๆเชสทำไมถึงบอกเป็นนัยเรื่องความซื่อสัตย์กับน้อง หรือเพราะที่น้องเล่าให้ฟังตอนแรกว่ามีกบฎ🤔 เราขอทายว่าจดหมายคือเลสลีย์คนโตส่งมา ไม่รู้ดิ ความลายมือสวยเป็นระเบียบ แล้วเขียนส่งมาให้เชส เนื้อความว่ามีแค่นายมันแบบเหมือนฝากดูแลน้องด้วย แต่อีกนัยที่คิดได้คือ ให้ฆ่าแอชเชอร์ซะ มีแค่นายที่ทำได้เพราะอยู่ใกล้ตัวและเก่งกว่า(แบบไม่หมาลอบกัดเหมือนตอนเซบาสเตียน)
    #3,722
    0
  3. #3611 babemay (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 25 กันยายน 2563 / 11:11
    จดหมายจากอาเธอร์แน่ๆเลยใช่มั้ยนะ ฮือ แต่ชอบน้องหมาป่ามาก เท่กันมากๆเลยค่ะ อ่ย
    #3,611
    0
  4. #3583 KimCho (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 15 กันยายน 2563 / 18:35
    ถ้าอาเธอร์บอกให้เชสดูแลแอชจริงๆมันก็น่าน้อยใจที่เจ้าตัวไม่รู้เรื่องนี้ ใจเขามันมีแต่จะกลับไปช่วยอ่ะ &ขอให้เซเบอร์เติบโตมาอย่างสง่างาม^^
    #3,583
    0
  5. #3550 doraaung (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 16 สิงหาคม 2563 / 00:50
    รู้นะเชส ความตั้งใจนั้นอ่ะ
    นี่เดาว่าอาเธอร์รึเป่าาาาาาา
    แต่เราชอบบรรยากาศตอนนี้มากๆ มันยุบยิบแปลกๆ 55555
    ขอบคุณสำหรับฟิคนะคะ ไรท์สู้ๆน๊าาา
    #3,550
    0
  6. #3478 Oywctmw (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 1 สิงหาคม 2563 / 15:30
    จดหมายจากใครรรรรรรรร แงงงง
    #3,478
    0
  7. #3424 lopenav (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 11 กรกฎาคม 2563 / 21:51
    ซีนการ์เดี้ยนน่ารักนะ ฮือ อออ แต่ตอนท้ายใช่อาเธอร์เขียนหาหรือเปล่าา
    #3,424
    0
  8. #3412 กินเล่นเที่ยว (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 30 มิถุนายน 2563 / 01:10
    เอ๊ะ??
    #3,412
    0
  9. #3330 ปงจี้ (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2563 / 01:38
    จดหมายเขียนอะไรรร
    #3,330
    0
  10. #3114 ineedmoney (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 15 เมษายน 2563 / 23:17
    น้องน่าเอ็นดู เห้อสงสาร คือถึงตัวเองจะปลอดภัยแต่มันไม่มีอะไรแน่นอนเลย ครอบครัวเป็นไงบ้างก็ไม่รู้ แง
    #3,114
    0
  11. #2775 Kanwarakim (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 8 มีนาคม 2563 / 00:15
    เอ๋ จะยังไงต่อน้า
    #2,775
    0
  12. #2729 Mary Jane' (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2563 / 00:21
    คือมีโอกาสค่อนข้างมากเลยทีเดียวที่อาเธอร์จะ.... ฮือ ;—; สงสารแอชเชอร์นะ อยู่แดนเหนือมาตลอดชีวิตแถมหนีออกมาเองคนเดียวอีก เป็นเราเราก็อยู่ไม่สุขอะ คนของเราอีกฝากฝั่งจะเป็นตายร้ายดียังไงบ้างก็ไม่รู้ อย่างน้อยก็อยากช่วยอย่างสุดความสามารถก่อนอะ
    #2,729
    0
  13. #2642 flufffyfluffjj (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2563 / 13:54
    จดหมายจากแดนเหนือใช่ไหมนะ​ จากบริบท​ แอบเดาว่าอาเธอร์ฝากฝังน้องไว้กับเชสหรือเปล่า​

    อุแง
    #2,642
    0
  14. #2619 SUCHA_ (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2563 / 01:09
    เห็นใจแอสนะ อยู่ที่ที่ไม่คุ้นเคย ไม่มีคนสนิท ไว้ใจใครได้บ้างก็ไม่รู้ แถมบ้านเกิดก็มีเรื่อง คนในครอบครัวเป็นยังไงก็ไม่รู้ จะให้อยู่เฉยๆ ไม่ทำอะไรคงยาก อย่างน้อยขอให้แอสรู้สึกสบายใจกับการอยู่เดอะฮิลล์ เข้ากับคนแดนใต้ได้ซักหน่อยก็ยังดี
    #2,619
    0
  15. #2594 ❥rainywinter (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2563 / 01:35
    อาเธอร์ติดต่อกับเชสแน่ๆ ฝากดูแลน้องสินะ
    #2,594
    0
  16. #2540 K_57 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 26 มกราคม 2563 / 16:45
    เอ็นดูแอชเชอร์ค่ะ ความรั้นในตัวมันน่าปราบพยศนักล่ะ
    #2,540
    0
  17. #2531 milkpan19554 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 24 มกราคม 2563 / 19:11
    งอแงเก่ง
    #2,531
    0
  18. #2478 fridaytennight (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 17 มกราคม 2563 / 20:49
    จากอาเธอร์ใช่มั้ยๆๆ พี่เขาคงไมทได้เป็นอะไรไปหรอกใช่มั้ย
    #2,478
    0
  19. #2411 ffrancnana (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 11 มกราคม 2563 / 22:29
    จดหมายจากอาเธอร์เเน่เลยยยย
    #2,411
    0
  20. #2397 พิก้า (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 10 มกราคม 2563 / 08:53
    จดหมายจากอาเธอร์ใากให้ดูแอชหรือเปล่า
    #2,397
    0
  21. #2378 tukkiesz (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 6 มกราคม 2563 / 07:14
    จดหมายของอาเธอร์แน่เลย ปต่ถ้าให้ลูกหมาป่ามาเลี้ยงขนาดนี้แล้ว คงมั่นใจว่าไม่ได้กลับแดนเหนือแล้วแน่เลย
    #2,378
    0
  22. #2346 แอล ~ (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 4 มกราคม 2563 / 01:02
    เลี้ยงแต่เด็กงี้ต้องผูกพันธ์แน่เลย
    #2,346
    0
  23. #2330 นมผงตราหมี (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 3 มกราคม 2563 / 14:08
    ไอ่ต้าวววเซเบอร์ น่าเอนดู
    #2,330
    0
  24. #2274 zaran (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 29 ธันวาคม 2562 / 08:44
    เขามีลูกแทนใจกันเบาๆอะคุณ
    #2,274
    0
  25. #2183 Mmaaeebb (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 23 ธันวาคม 2562 / 01:18

    แงงน่ารักอ่ะพวกการ์เดียนคิดภาพละแบบเดินด้วยกันงี้ทั้งเท่ทั้งน่าเอ็นดูเลย ว่าแต่จดหมายจากใครจากอาเธอร์ให้ไทเลอร์ช่วยคุมแอชเชอร์ไว้ป้ะเดา

    #2,183
    0