[ #MINNO ] | Young Master ¦ True Alpha x Alpha [END]

ตอนที่ 29 : Young Master : Chapter 24 [END] + แจ้งวัน/เวลาเปิดพรีฟิค

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 10,124
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 985 ครั้ง
    12 เม.ย. 63

 

 

 

 

 

 

 

"นายจะลองแลกกับฉันไหมล่ะ"

 

 

เชส ไทเลอร์ ยังคงยืนสบตากับพี่ชายฝาแฝดของตัวเองด้วยสายตาท้าทายและยียวนอีกฝ่ายเต็มที่ ทางด้านคนที่ถูกตลบหลังอย่างไม่รู้ตัวนั้นก็ยังคงกัดฟันกรอดในขณะที่มือของเจ้าตัวนั้นก็กำเข้าหากันแน่นเสียจนเห็นเส้นเลือดปูดโปนอย่างชัดเจน

 

“ว่าไงล่ะแมดส์ รู้แบบนี้แล้วยังอยากจะลองแลกกับฉันอยู่อีกไหม” เชสเอ่ยถามแฝดพี่อีกครั้งเพื่อเร่งการตัดสินใจของหมาบ้าที่ใกล้คลั่งเต็มที่ “ป่านนี้ข้างล่างคงจะปั่นป่วนกันน่าดูเพราะการมาของเยลเวอร์ตัน นายว่างั้นไหม?”

 

“ฉลาดในการเอาตัวรอดไม่เปลี่ยน” แมดส์เอ่ย

 

“ถึงขนาดที่ทำให้คนอย่างนายยอมให้อยู่ใกล้ตัว มันคงเป็นความสัมพันธ์ที่ไม่ธรรมดาน่าดู..”

 

เชสพูดตามในสิ่งที่ตัวเองได้รับรู้มาก่อนหน้าจากราเชลที่อยู่โรสต์เมื่ออาทิตย์ที่แล้วก่อนการแข่งขัน นับว่าเป็นเรื่องที่ไม่น่าเชื่อเลยสักนิดหากพิจารณาลักษณะนิสัยของแมดส์

 

คนที่มักจะเดินทางและทำอะไรด้วยตัวคนเดียว จะมีสักกี่เหตุผลกันที่ยอมเพิ่มภาระให้กับตัวเองด้วยการมีใครอีกคนร่วมในการเดินทาง

 

“อย่าวุ่นวายเรื่องของฉัน”

 

“แล้วใครที่แส่เรื่องของฉันก่อน”

 

เชสตอบกลับแฝดพี่ในทันทีด้วยประโยคที่สะท้อนกลับเข้าหาตัวแมดส์

 

“….”

 

“โทษตัวเองที่พลาดก็แล้วกัน :)”

 

แมดส์ถ่มเลือดในปากตัวเองทิ้งอีกครั้งก่อนจะยกมือขึ้นเสยผมที่ปรกหน้าตัวเองด้วยความหงุดหงิด ในขณะที่ใบหน้ายังคงฉายแววของความหงุดหงิดอย่างปิดไม่มิด

 

“มั่นใจขนาดนั้นเลยหรือว่าเยลเวอร์ตันสำคัญกับฉันขนาดนั้น”

 

“หากไม่สำคัญจริง ๆ จะทำให้นายสติหลุดได้ขนาดนี้หรือ..”

 

รอยยิ้มเย้ยหยันของเชสยังคงปั่นประสาทคนที่กำลังร้อนเป็นไฟให้เดือดพล่านยิ่งกว่าเดิม แต่หัวหน้าหน่วยเดอะฮิลล์กลับเลือกเมินเฉยต่อความโกรธของแมดส์อย่างไม่คิดใส่ใจ

 

“ฉันยังต้องเก็บโอเมก้านั่นไว้ต่อรองอีกเยอะ”

 

“ก็หวังว่าสิ่งที่นายพูดจะเป็นเรื่องจริง” เพราะหากไม่ใช่ข้อต่อรองอย่างที่แมดส์ว่าแล้วจริง ๆ เรื่องนี้คงสนุกน่าดูเชียวล่ะ “ขืนนายยังไม่รีบตัดสินใจตั้งแต่ตอนนี้ ฉันก็ไม่รับประกันเหมือนกันนะว่าโอเมก้านั่นจะอยู่รอดปลอดภัยในเดอะฮิลล์”

 

“ขู่ฉันหรือ?”

 

“นี่ฉันทำแบบที่นายว่าไปหรือ”

 

พลั่ก!

 

ผลจากการยียวนและกวนประสาทคนหัวเสียจึงทำให้ไม่แปลกที่เชสจะโดนหมัดหนัก ๆ ของแมดส์ซัดเข้าที่ใบหน้าอย่างเต็มแรงอีกครั้ง ก่อนที่หมาบ้าที่กำลังคลั่งเต็มที่นั้นจะหุนหันพลันแล่นลงไปทางด้านล่างโดยไม่ได้พูดอะไรกับเชสต่อเลยสักคำ

 

“ถ้าเป็นแค่ตัวต่อรองจริง ๆ จะรีบวิ่งแจ้นไปขนาดนั้นทำไมกัน..” เชสเอ่ยออกมาหลังจากที่ใช้หลังมือแตะซับเลือดที่มุมปากออกลวก ๆ ก่อนจะหันกลับไปมองธงของหน่วยที่ยังคงอยู่ดีและไม่ได้ถูกดึงออกไปไหน สภาพสะบักสะบอมของลูฟคงจะทำให้เชสได้ยินเสียงโอดโอยของอัลฟ่าตัวสูงไปอีกเป็นอาทิตย์เป็นแน่

 

หัวหน้าหน่วยเดอะฮิลล์ก็ได้แต่หวังว่าพวกที่อยู่ข้างล่างจะรับมือกับหมาบ้าที่กำลังคลั่งได้….

 

 

 

*

 

 

 

“นั่งลงเถอะเลสลีย์ เดินวนไปวนมาแบบนี้นายไม่เมื่อยบ้างหรือ” รีส เบลเลอมอนท์ ยังคงนั่งดื่มไวน์อย่างสบายอกสบายใจในยามที่เดอะฮิลล์กำลังวุ่นวายและมองคนรักของน้องชายที่ยังไม่ยอมหยุดเดินเสียที

 

“นายไม่ห่วงเชสบ้างหรือ?” คนถูกทักหันกลับมาถามด้วยน้ำเสียงเคร่งเครียดไม่น้อย หากมองจากตรงนี้ขึ้นไปแม้จะเห็นเขาอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลแต่ก็ไม่ได้ช่วยทำให้เห็นอะไรมากเท่าไหร่นัก

 

เกมชิงธงที่เริ่มต้นขึ้นไม่มีใครทราบได้ว่าสุดท้ายแล้วเกมนี้จะจบลงเช่นไร การฝึกที่ไม่ต่างจากการออกไปต่อสู้จริง ๆ คงไม่มีใครออมมือให้ใครทั้งนั้น และครั้งนี้ก็ดูจะเป็นเกมเดิมพันที่สูงทีเดียว…

 

“หมอนั่นเอาตัวรอดได้”

 

“น้องชายนายนี่มันต่างกันลิบลับ” แอชเชอร์เอ่ยออกมาอย่างไม่คิดจะอ้อมค้อม “ฉันล่ะเชื่อที่เชสบอกเลยจริง ๆ ว่าคนแบบแมดส์ไม่น่าเข้าใกล้เลยสักนิด”

 

“แล้วนายคิดว่าการที่คนหนึ่งเติบโตขึ้นมาเป็นทหาร ส่วนอีกคนเติบโตขึ้นมาเป็นนักฆ่า มันจะเหมือนกันตรงไหนได้” เบลเลอมอนท์เอ่ยด้วยน้ำเสียงที่ไม่ได้ยินดียินร้ายกับคำกล่าวหาของแอชเชอร์

 

“เชื่อเขาเลย..”

 

เป็นอีกครั้งที่รีสยื่นแก้วไวน์มาให้แอชเชอร์จนเจ้าตัวนั้นต้องรับมาอย่างเลี่ยงไม่ได้ รสชาติของมันยังคงเป็นที่บาดคอของคนที่ไม่ชอบดื่มเช่นเคยแม้จะมีความหวานปนมาด้วยก็ตามแต่

 

“เชสรู้ไหมว่านายไม่ถูกกับของพวกนี้”

 

“คงไม่..” แอชเชอร์ส่ายหน้าปฏิเสธเมื่อเบลเลอมอนท์จะรินไวน์เพิ่มให้ตัวเอง “หยุดหาเรื่องแกล้งฉันสักทีเถอะ เบลเลอมอนท์”

 

“ถ้านายอยู่ที่นี่มันก็คงเลี่ยงไม่ได้หรอกแอชเชอร์ ไวน์ของเดอะฮิลล์เป็นสิ่งที่นายไม่ควรพลาด”

 

“ถ้าเมื่อไหร่นายกลับฟลัมก็อย่าลืมขนมันไปก็แล้วกัน” แอชเชอร์ประชดเข้าให้จนรีสหัวเราะออกมาเสียงดัง

 

“แหย่ไม่ได้เลยสินะนายเนี่ย”

 

“เลิกกวนประสาทเถอะ ถือว่าฉันขอร้อง”

 

คิดผิดจริง ๆ ที่แอชเชอร์เลือกมาอยู่กับรีสในตอนนี้ เพราะนอกจากจะไม่ได้ช่วยอะไรแล้วยังสร้างความวุ่นวายให้มากขึ้นอีกด้วย

 

“นายคงไม่ได้กำลังคิดว่าแมดส์จะชนะหรอกใช่ไหม?” รีสเอ่ยดักอย่างรู้ทันเมื่อเห็นร่องรอยความกังวลของแอชเชอร์ที่ยังคงไม่จางหายไป แม้รีสจะชวนพูดคุยเรื่องอื่นแล้วก็ตาม

 

“แล้วมันแปลกหรือที่ฉันจะคิดแบบนั้น” แอชเชอร์ตอบ “ถ้าเป็นนักฆ่าก็คงไม่ใช่คนที่จะพลาดง่าย ๆ ”

 

“น้องชายฉันคงเสียใจแย่ ถ้ามาได้ยินเข้า” คำพูดที่สวนกับรอยยิ้มของรีสนั้นชวนให้คนตัวขาวรำคาญตาไม่น้อย คงเพราะทั้งรีสและแอชเชอร์อยู่ด้วยกันเพียงสองคน จึงทำให้ทั้งคู่กล้าที่จะพูดคุยถึงสถานะที่แท้จริงของหัวหน้าหน่วยกับผู้ปกครองฟลัมได้โดยไม่ต้องระวัง “คนเรามันพลาดกันได้ทั้งนั้น”

 

“นายใจเย็นเกินไป”

 

รีส เบลเลอมอนท์ ส่ายหัวน้อย ๆ กับท่าทางของแอชเชอร์ที่กระวนกระวายจนแทบไม่เป็นตัวของตัวเอง

 

“นั่งลงสงบสติอารมณ์แล้วเตรียมต้อนรับแขกจะดีกว่า แอชเชอร์” ผู้ปกครองฟลัมเอ่ย

 

“แขก?”

 

“หมากตัวสำคัญในเกมนี้ไงล่ะ” รอยยิ้มน่าขนลุกของเบลเลอมอนท์ยังชวนให้ไม่น่าไว้วางใจอยู่ดี แต่ถึงอย่างนั้นแอชเชอร์ก็เลือกที่จะนั่งลงตามคำบอกของอีกฝ่ายแล้วตั้งสติเพื่อระงับความฟุ้งซ่านในหัวของตัวเอง “อีกเดี๋ยวก็คงจะมาถึงที่นี่”

 

“นายหมายความว่ายังไง?”

 

 

ไม่นานหลังจากนั้นลาคลันก็เดินเข้ามาพร้อมกับผู้มาใหม่ที่ทำให้แอชเชอร์หันขวับไปมองในทันทีเพราะความผิดปกติที่เกิดขึ้น แอชเชอร์ไม่ได้ตกใจเท่าไหร่นักเมื่อเห็น ราเชล สแตนลีย์ แต่ที่ทำให้ชวนสงสัยก็คือใครอีกคนที่เดินเข้ามาพร้อมกันนั่นต่างหาก

 

เสี้ยวหน้าที่เห็นเพียงแค่ช่วงจมูกกับริมฝีปากจากการบดบังของผ้าที่คลุมศีรษะยังคงไม่สามารถปกปิดความพิเศษของใครคนนั้นได้

 

ไม่ทันที่แอชเชอร์จะได้สงสัยอะไรต่อเกี่ยวกับบุคคลที่เข้ามาใหม่ ผ้าคลุมที่เคยปกปิดเสี้ยวหน้าของอีกฝ่ายไว้ก็กลับถูกดึงออกช้า ๆ ด้วยฝีมือของเจ้าตัวจนเผยให้เห็นใบหน้าของอีกฝ่ายอย่างเต็มตา

 

ผิวขาวสะอาดที่แม้จะไม่ขาวจัดเท่าแอชเชอร์แต่ก็นับว่าขาวกว่าคนแดนใต้โดยปกติทั่วไปอย่างเห็นได้ชัด ร่างกายผอมบางซึ่งซุกซ่อนอยู่ภายในเสื้อผ้าสีอ่อนและใบหน้างดงามไม่ต่างจากดอกไม้สีนวลตาเมื่อผลิบานนั้นให้ความรู้สึกที่น่าทะนุถนอมจนรับรู้ได้ เส้นผมสีเข้มยังคงขับให้เห็นถึงความอ่อนเยาว์รับกับใบหน้าจิ้มลิ้มจนยากที่จะละสายตา

 

มองปราดเดียวก็ทำให้แอชเชอร์รับรู้ได้ว่าคุณหนูเยลเวอร์ตันที่ว่ามีเพศรองเป็นโอเมก้าอย่างปฏิเสธไม่ได้ ทุกอย่างที่เป็นเจ้าตัวมันชี้ชัดไปเสียหมด

 

“ได้พบกันสักทีนะคุณหนูเยลเวอร์ตัน”

 

“เป็นเกียรติของเยลเวอร์ตันมากกว่าที่ได้พบกับเบลเลอมอนท์..”

 

แอชเชอร์หันหน้าไปมองรีสที่แสดงท่าทีสุภาพอ่อนน้อมจนผิดปกติกับคุณหนูโอเมก้านั่น แต่ทว่าปฏิกิริยาที่ได้รับการตอบรับมาจากคุณหนูที่ว่าก็ทำให้แอชเชอร์อดขำรีสไม่ได้ ก็ในเมื่อมือที่ยื่นไปของเบลเลอมอนท์นั้นค้างอยู่กลางอากาศอย่างเก้อเขิน ด้วยเพราะคุณหนูนั่นถอยหลังหนีผู้ปกครองฟลัมจนแผ่นหลังไปติดกับอกของราเชลที่ยืนอยู่ด้านหลัง

 

“อ่า.. ลืมคิดไปเสียสนิทว่าคุณหนูคงไม่ชินกับการเข้าใกล้อัลฟ่าอย่างเรา” รีสเอ่ยพลางเหลือบมามองแอชเชอร์ที่ยังคงยืนนิ่งพิจารณาคุณหนูเยลเวอร์ตันอยู่เงียบ ๆ “แต่คงไม่ใช่กับไทเลอร์

 

“เรา…” โอเมก้าตัวขาวเหมือนพยายามจะอ้าปากเถียงอะไรสักอย่างแต่ก็ต้องกลืนคำพูดลงไปในลำคออย่างช่วยไม่ได้ เมื่อเจ้าตัวหันมาเห็นสายตาของแอชเชอร์ที่มองตัวเองด้วยสายตาเรียบนิ่ง

 

อดีตอัลฟ่าแดนเหนือนั้นยืนกอดอกมองโอเมก้าแดนใต้รักษาท่าทีของตัวเองได้อย่างไม่มีบกพร่อง ใบหน้างดงามของอัลฟ่าผิวขาวจัดยังคงเชิดขึ้นเหมือนเช่นทุกครั้ง รวมไปถึงสายตากดดันไปยังคนถูกมองที่ส่งออกมายิ่งเสริมให้อีกฝ่ายดูมีอำนาจโดยที่ไม่ต้องพูดอะไรออกมา

 

“นายเป็นอะไรกับแมดส์”

 

คำถามที่ไม่มีความอ้อมค้อมใด ๆ จากปากของแอชเชอร์ไม่ได้ทำให้รีสแปลกใจสักเท่าไหร่ ความเป็นอัลฟ่าในตัวของแอชเชอร์คงกำลังพลุ่นพล่านน่าดูเมื่อเจอกับโอเมก้า คำบอกเล่าที่แอชเชอร์ไต่ถามรีสก่อนหน้านี้คงทำให้เจ้าตัวปะติปะต่อเรื่องของหมากตัวสุดท้ายในเกมได้ในทันที

 

‘อยากรู้ไหมล่ะว่าจุดอ่อนของ แมดส์ ไทเลอร์ คืออะไร?’

 

จุดอ่อนที่ไม่ใช่สิ่งของแต่กลับเป็นคน ๆ หนึ่งที่เหนือความคาดหมายของแอชเชอร์ไปมากโข

 

เพียวโอเมก้าจากฮาร์เดนเจอร์นี่น่ะหรือจุดอ่อนของ แมดส์ ไทเลอร์

 

“เราไม่ได้เป็นอะไรกับไทเลอร์ทั้งนั้น..” คำตอบที่ได้จากโอเมก้าตัวขาวไม่ได้ทำให้แอชเชอร์เชื่อเลยสักนิด มันจะมีโอเมก้าสักกี่คนกันที่จะกล้ามาที่เดอะฮิลล์ทั้งที่รู้อยู่แก่ใจว่าที่นี่มีแต่อัลฟ่าและเบต้า จะเรียกว่าเป็นเขตอันตรายสำหรับโอเมก้าก็คงได้

 

“ฉันคงคิดมากไปจนลืมไปเสียสนิทว่าคนอย่างแมดส์คงไม่น่าจะ..” ยังไม่ทันที่แอชเชอร์จะได้พูดจบ รีสก็เอ่ยขัดขึ้นมาจนทำให้แอชเชอร์จิ๊ปากเสียงดัง ในขณะที่คุณหนูเยลเวอร์ตันนั้นก้มหน้านิ่ง

 

“เจอนายก็ดีแล้วราเชล ฉันว่าจะคุยกับนายเรื่องแร่ที่โรสต์อยู่พอดี” ผู้ปกครองฟลัมแสร้งเอ่ยขึ้นมาอย่างไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย พลางส่งสายตาแกมบังคับให้เบต้าหนุ่มนั้นต้องเออออตกลงกับตัวเอง ก่อนที่จะส่งสายตาปรามแอชเชอร์ที่กำลังไล่ต้อนคุณหนูเยลเวอร์ตันทั้งที่รู้อยู่แก่ใจว่าโอเมก้าตรงหน้านั้นมีความสัมพันธ์รูปแบบไหนกับแมดส์

 

“เรื่องแร่?”

 

“คุยที่นี่คงไม่สะดวกเท่าไหร่ ฉันว่าไปคุยที่ห้องทำงานคงจะดีกว่า” เมื่อ รีส เบลเลอมอนท์ พูดแบบนั้นแล้วมันก็เหมือนการบังคับกลาย ๆ ว่าราเชลจะต้องออกไปจากห้องนี้และทิ้งคุณหนูเยลเวอร์ตันไว้กับอดีตอัลฟ่าแดนเหนือ

 

เบต้าหนุ่มก้มมองโอเมก้าตัวขาวที่คว้ามือตัวเองไปจับไว้แน่นด้วยความกระอักกระอ่วนใจ แค่การที่ราเชลละเมิดคำสั่งของ แมดส์ ไทเลอร์ นั่นก็ว่าเป็นความคิดที่ผิดมหันต์แล้ว นี่ยังจะต้องปล่อยเยลเวอร์ตันไว้กับคนอื่นอีก หากเรื่องถึงหูแมดส์ขึ้นมาล่ะก็คนที่น่าจะซวยมากที่สุดก็คงไม่พ้นราเชล

 

“แต่ว่าคุณหนู..”

 

“นายคิดว่าแอชเชอร์จะทำอะไรเยลเวอร์ตันหรือ?”

 

เมื่อคุณหนูเยลเวอร์ตันได้ยินชื่อของใครอีกคนที่มองกดดันตัวเองอยู่ เจ้าตัวก็เผลอเงยหน้าขึ้นสบตาเจ้าของผิวขาวจัดด้วยความสนใจในทันที

 

“เราอยู่ได้ ราเชล..” โอเมก้าแดนใต้เอ่ยก่อนจะปล่อยมือออกจากราเชลพลางยกยิ้มเล็ก ๆ ที่มักจะมอบให้ใครต่อใครได้เห็นอยู่เสมอ

 

“แน่ใจหรือว่าจะ..”

 

“ฉันมีมารยาทพอที่จะรับแขก ราเชล” เจ้าของผิวขาวจัดเอ่ยด้วยน้ำเสียงโทนปกติ “แขกพิเศษแบบนี้จะไม่ให้ต้อนรับอย่างดีได้อย่างไร”

 

ยังไงเสีย เธียร์ เยลเวอร์ตัน ก็คงต้องรู้จัก แมดส์ ไทเลอร์ ไม่มากก็น้อย

 

เผลอ ๆ อาจจะเป็นคนที่รู้จักหมาบ้านั่นดีกว่าใครด้วยซ้ำ…

 

คล้อยหลังจากที่ทั้งรีสและราเชลออกไปด้านนอก ในห้องก็หลงเหลือแค่เพียงอัลฟ่าเจ้าของกลิ่นดอกดามัสก์และโอเมก้าเจ้าของกลิ่นดอกแม็กโนเลีย คนต่างถิ่นในยามนี้ดูกระวนกระวายอย่างเห็นได้ชัดแต่ก็ยังพยายามที่จะยกยิ้มให้กับแอชเชอร์เพื่อลดความกังวลของตัวเอง

 

“นายคงเดินทางมาเหนื่อย ๆ นั่งพักเสียก่อนสิ” คำเชื้อเชิญของแอชเชอร์ทำให้คนที่ยืนเก้ ๆ กัง ๆ อยู่บริเวณกลางห้องมองตามมือขาวที่ผายไปยังเก้าอี้ซึ่งว่างอยู่

 

“ขอบคุณ..” อีกฝ่ายเอ่ยขอบคุณเสียงเบา แน่นอนว่าโอเมก้าที่อยู่ท่ามกลางคนซึ่งมีเพศรองคนละสภาพกับตัวเองย่อมวิตกกังวลเป็นธรรมดา

 

แอชเชอร์มองหน้าอีกฝ่ายอย่างไม่คิดจะลอบมองแต่อย่างใด พลางไล่พิจารณาอีกฝ่ายอีกครั้งด้วยความคิดที่ละเอียดถี่ถ้วนมากขึ้น หากไม่ใช่เพราะคำบอกเล่าของเบลเลอมอนท์ เชื่อเถอะว่าแอชเชอร์ก็ไม่อยากเชื่อเหมือนกันว่าโอเมก้าตรงหน้าจะคือคนที่อยู่กับ แมดส์ ไทเลอร์ ในช่วงไม่กี่เดือนมานี้

 

“ตื่นคนหรือ? ถึงได้ดูกระวนกระวายขนาดนี้..” อัลฟ่าเจ้าของผิวขาวเอ่ยถาม

 

“ที่นี่มีแต่อัลฟ่าเต็มไปหมด ตั้งแต่เข้ามาคนพวกนั้นเอาแต่มองเรา..” ถ้าไม่มองสิแปลก.. เพราะเพียงแค่เสี้ยวหน้าที่ถูกปกปิดมาเมื่อครู่มันก็ไม่ได้ช่วยให้อีกฝ่ายดูน่าสนใจน้อยลงสักนิด

 

ทางด้านคนที่ถูกถามก็ยังคงหลบตาเจ้าของผิวขาวซีดอยู่เป็นระยะ แม้แอชเชอร์จะไม่ได้สร้างความรู้สึกกดดันได้เทียบเท่าแมดส์แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าการเป็นอัลฟ่านั้นไม่ใช่เรื่องที่โอเมก้าจะคุ้นชินง่าย ๆ

 

“แต่ก็ใจกล้าไม่เบานี่ที่กล้าเข้ามาที่นี่” แอชเชอร์เป็นฝ่ายเอ่ยปากชวนสนทนา ในขณะที่เจ้าตัวนั้นทำเพียงแค่ทิ้งตัวลงนั่งบริเวณริมโต๊ะไม้ตัวใหญ่ซึ่งเป็นโต๊ะที่อยู่ตรงหน้าคุณหนูเยลเวอร์ตัน “เดอะฮิลล์มักไม่ต้อนรับโอเมก้า นายก็น่าจะรู้ดี”

 

“มันเป็นเรื่องที่เลี่ยงไม่ได้และที่เรามาก็เพราะเห็นสมควรกับสิ่งที่ราเชลพูดไม่ใช่…”

 

“แล้วรู้บ้างไหมว่าหมอนั่นมาทำอะไรที่นี่” แอชเชอร์ถามจี้ในทันทีก่อนที่อีกฝ่ายจะได้พูดจบ

 

“เราก็พอรู้มาบ้างจากราเชล..” โอเมก้าแดนใต้ตอบได้ไม่เต็มเสียงนัก “แล้วก็รู้ด้วยว่าไทเลอร์กำลังจะสร้างความเดือดร้อนให้กับนายน่ะเลสลีย์

 

สกุลที่ไม่ได้ถูกเรียกมาพักใหญ่ทำให้อัลฟ่าตัวขาวนั้นรับรู้ได้ทันทีว่าคุณหนูโอเมก้านี่คงรู้เรื่องตัวเองมาไม่มากก็น้อย ถึงอย่างนั้นแอชเชอร์ก็ยังคงมองหน้าอีกฝ่ายนิ่งเมื่อบทสนทนานั้นถูกดึงกลับเข้ามาในเรื่องที่ยุบยิบในใจของอัลฟ่าตัวขาว

 

“ฉันไม่รู้หรอกนะว่านายจะสำคัญกับหมอนั่นมากแค่ไหน เพราะฉันเองก็ไม่อยากจะเชื่อเท่าไหร่เหมือนกันว่าคนแบบหมอนั่นจะห่วงนาย”

 

คนฟังสะอึกไปไม่น้อยเมื่อได้ยินแบบนั้นจากปากของแอชเชอร์ ฝ่ามือขาวของคุณหนูเยลเวอร์ตันถึงกับบีบหน้าขาของตัวเองแน่น

 

“ไทเลอร์ไม่เคยห่วงเราอยู่แล้ว มันคงไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร”

 

ช่างเป็นคำพูดที่ดูฝืนทนเสียเหลือเกินในความรู้สึกของแอชเชอร์ ไม่ว่าจะเหตุผลใดก็ตามแต่เจ้าตัวก็เดาได้เลยว่าโอเมก้าตรงหน้าตัวเองนั้นคงจะพบเจอกับนิสัยที่ร้ายเหลือทนของแมดส์มาไม่มากก็น้อย เพราะดวงตาที่เคยดูสดใสก่อนหน้านั้นกลับดูเศร้าจนจับใจเมื่อเอ่ยเช่นนั้นออกมา รอยยิ้มขมขื่นที่ปรากฏบนใบหน้าก็ช่างดูกล้ำกลืน

 

“แต่นายก็ยังเป็นห่วงหมอนั่นจนกล้าเข้ามาที่นี่อย่างนั้นน่ะหรือ”

 

“เราแค่ไม่อยากให้เขาเจ็บตัว..” เยลเวอร์ตันเหมือนจะพูดอะไรต่อแต่ก็เลือกที่จะเงียบไปครู่หนึ่งแล้วเอ่ยถามอัลฟ่าตัวขาวต่อ “หวังว่าเขาคงจะไม่ได้ทำร้ายนายหรอกใช่ไหม..”

 

แอชเชอร์ยกยิ้มเล็ก ๆ เมื่อได้ยินคำถามเช่นนั้นก่อนที่ริมฝีปากบางจะเอ่ยคำตอบที่ทำให้คุณหนูเยลเวอร์ตันถึงกับผินหน้าหนีในทันที

 

“แล้วนายว่าการที่หมอนั่นจูบฉันมันสามารถเรียกว่าเป็นการทำร้ายได้หรือเปล่า..”

 

“….”

 

ปฏิกิริยาที่เห็นได้ชัดของเยลเวอร์ตันทำให้แอชเชอร์แทบไม่ต้องคิดแล้วว่าความสัมพันธ์ที่น่าสงสัยที่ว่านั่นเป็นเรื่องจริงหรือแค่คิดไปเอง

 

“จูบ..”

 

โอเมก้าตัวขาวพึมพำกับตัวเองในขณะที่เหม่อมองที่พื้นห้องพลางเม้มปากตัวเองแน่น ก่อนจะหันกลับมาสบตากับอัลฟ่าผิวขาวด้วยดวงตาที่เริ่มแดงก่ำอย่างเห็นได้ชัด

 

“ถ้าตอนนั้นเชสไม่เข้ามา ฉันเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่ามันจะหยุดแค่นั้นไหม”

 

“นั่นสินะ..”

 

“เท่าที่รู้มาจากเบลเลอมอนท์ นายเองก็คงจะลำบากไม่น้อยเลยใช่ไหมล่ะในตอนนี้”

 

“นายรู้?”

 

“ฉันว่ามันคงไม่ดีเท่าไหร่สำหรับโอเมก้าอย่างนายที่จะอยู่กับทรูอัลฟ่าแบบนั้น อะไรก็เกิดขึ้นได้ถ้าเราถูกควบคุมด้วยสัญชาตญาณ..” มือขาวของแอชเชอร์เชยใบหน้าจิ้มลิ้มของเธียร์ขึ้นมามองชัด ๆ ก่อนที่เจ้าของใบหน้ารูปสลักจะโน้มใบหน้าลงไปใกล้เสียจนได้ยินเสียงลมหายใจ “อย่างเช่นถ้าตอนนี้ฉันจูบนายขึ้นมา..”

 

แววตาที่ไหวสั่นระริกกับหยดน้ำสีใสที่คลอหน่วงของเยลเวอร์ตันล้วนเกิดจากความหวาดกลัวทั้งสิ้น เมื่อแอชเชอร์เริ่มไล่รุกอีกฝ่ายจนแทบจนมุม

 

“นายพูดถูก… เราควบคุมมันไม่ได้”

 

ถึงอย่างนั้น เธียร์ เยลเวอร์ตัน ก็ยังคงเอ่ยตอบแอชเชอร์ด้วยเสียงที่เบาหวิว เปลือกตาสีอ่อนปิดลงในทันทีเมื่อแอชเชอร์โน้มใบหน้าลงเข้าไปใกล้เสียจนริมฝีปากบางนั้นแตะที่เส้นผมสีเข้มซึ่งปรกใบหน้าจิ้มลิ้ม

 

“มาพนันกันดีไหมล่ะเยลเวอร์ตันว่า แมดส์ ไทเลอร์ จะเลือกอะไรระหว่างกำจัดฉันหรือเลือกนาย”

 

“….”

 

“หรือไม่อย่างนั้น นายก็เลือกเอาว่าอยากเป็นอิสระจาก แมดส์ ไทเลอร์ กันดี เยลเวอร์ตัน”

 

“เราก็พึ่งเข้าใจก็วันนี้จริง ๆ ว่าประโยชน์ของเราคงมีค่าแค่เป็นตัวต่อรอง

 

เธียร์ เยลเวอร์ตัน จะเป็นตัวต่อรองหรือตัวอะไรก็คงขึ้นอยู่กับ แมดส์ ไทเลอร์ ไม่ใช่ขึ้นอยู่กับใคร

 

 

*

 

 

 

“นายทำอะไรสักอย่างเถอะเบลเลอมอนท์ ไม่เห็นหรือไงว่าเยลเวอร์ตันกำลังแย่!”

 

อัลฟ่าตัวขาวหันไปร้องบอกผู้ปกครองฟลัมที่ยังคงเอาแต่ยืนเฉยเมยราวกับไม่คิดจะเข้าไปยุ่งกับเรื่องวุ่นวายที่เกิดขึ้นตรงหน้า ทันทีที่แมดส์ออกมาจากเกมชิงธงทั้งที่ยังแข่งไม่จบก็เป็นเครื่องยืนยันอย่างดีได้เลยว่าหมากตัวสุดท้ายในเกมที่ รีส เบลเลอมอนท์ ว่านั้นมีอิทธิพลกับหมาบ้าที่กำลังคลั่งอยู่มากแค่ไหน

 

สภาพที่ยับเยินไม่น้อยของ แมดส์ ไทเลอร์ ไม่ได้ทำให้เจ้าตัวนั้นเหลือเรี่ยวแรงน้อยเลยสักนิด ออกจะตรงข้ามเสียด้วยที่หมาบ้าอย่างแมดส์นั้นอาละวาดจนไม่มีใครคิดจะกล้าเข้าไปใกล้ คงไม่มีใครอยากจะเจ็บตัวจากคนที่กำลังคลั่งแน่นอน

 

“ถ้ามันบ้าก็ปล่อยให้มันบ้าไป” รีสตอบกลับแอชเชอร์และเลือกที่จะยืนดูเงียบ ๆ “จะปั่นประสาทคนแบบหมอนั่นก็อย่ามัวแต่คิดจะใจอ่อนเพียงเพราะแค่สงสารเยลเวอร์ตัน”

 

ถึงจะอยากเอาคืนแมดส์มากสักแค่ไหนแต่เมื่อแอชเชอร์เห็นโอเมก้าตัวขาวนั้นส่งสายตาอ้อนวอนมาที่ตัวเอง มันก็กลับทำให้เจ้าตัวรู้สึกสงสารคนที่ต้องถูกเอามาล้อเล่นกับความรู้สึกอย่างช่วยไม่ได้

 

“ฉันไม่ได้เหมือนนาย”

 

“นายเองก็เคยเจอเหตุการณ์คล้าย ๆ แบบนี้ จำไม่ได้หรือ” การปั่นประสาทของเบลเลอมอนท์ในครั้งที่แล้วนั้นถือเป็นการวัดใจครั้งสำคัญเสียด้วยซ้ำสำหรับความสัมพันธ์ของแอชเชอร์และเชสว่าจะเป็นอย่างไรต่อไป

 

“ฉันจำได้ดีและไม่เคยลืม แต่นายอย่าลืมว่าฉันกับเชสไม่ได้เหมือนสองคนนั้น”

 

“แมดส์ไม่มีทางกล้าทำอะไรคุณหนูเยลเวอร์ตันหรอก” ความมั่นใจของ รีส เบลเลอมอนท์ ช่างเป็นเรื่องที่ไม่น่าเสี่ยงเลยสักนิด

 

อดีตอัลฟ่าแดนเหนือหันกลับไปมองเหตุการณ์ตรงหน้าอีกครั้งด้วยความรู้สึกที่กำลังสับสนเต็มที ราเชลที่ถูกทำร้ายจนเรียกได้ว่าแทบลุกไม่ขึ้นนั้นก็เป็นผลมาจากหมาบ้าที่กำลังคลั่งจนตัวสั่น

 

ขนาดราเชลที่เป็นแค่คนพาเยลเวอร์ตันมาเดอะฮิลล์ยังอ่วมเสียขนาดนี้ แล้ว เชส ไทเลอร์ ที่เป็นตัวต้นเรื่องนี้ล่ะจะเป็นอย่างไรบ้าง ยิ่งคิดก็ยิ่งรังแต่จะสร้างความกังวลให้กับแอชเชอร์เพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ สิ่งที่อยู่ตรงหน้าก็ยากจะจัดการ ส่วนหัวหน้าหน่วยเดอะฮิลล์ที่ยังไม่กลับลงมาก็น่าเป็นห่วงไม่แพ้กัน

 

“ใครอนุญาตให้นายมาเดอะฮิลล์กัน!”

 

“นายบอกเราว่าให้รอแต่นายก็ไม่ได้ห้ามเรามาเดอะฮิลล์เสียหน่อย!”

 

เสียงของเยลเวอร์ตันที่ดังขึ้นทำให้แอชเชอร์แปลกใจเอามาก ๆ ว่าคุณหนูโอเมก้านั่นจะกล้าขึ้นเสียงใส่แมดส์ได้ขนาดนี้

 

“เธียร์!”

 

แมดส์ ไทเลอร์ เรียกชื่อจริงของคนที่เถียงตัวเองให้ลั่นเพราะความฉุนจัด และก็น่ากลัวเหลือเกินว่าข้อมือเล็กของคนตัวบางนั้นจะหักคามือแมดส์เข้าในอีกไม่ช้า หากหมาบ้านั่นยังเอาแต่บีบแขนอีกฝ่ายแน่นเสียขนาดนั้น

 

“ถ้าเราไม่มาที่นี่ เราจะรู้หรือว่านายกำลังทำเรื่องพวกนี้”

 

“มันไม่เกี่ยวกับนาย…”

 

หมาบ้าตัวนี้นี่มันใจร้ายกับคนที่เป็นห่วงตัวเองจริง ๆ

 

“ถ้าเรารู้ว่านายจะยังเป็นแบบนี้ วันนั้นเราจะไม่เชื่อนายอีกไทเลอร์!”

 

“แล้วฉันขอให้นายเชื่อหรือ…”

 

“คนอย่างนายมันก็ไม่น่าคาดหวังอะไรอยู่แล้วตั้งแต่แรก”

 

“….”

 

“ขนาดความเป็นห่วงของเรานายยังมองข้าม”

 

“…”

 

“หรือเพราะความเป็นห่วงของเรา มันคือการสร้างความเดือดร้อนให้นายกันแน่แมดส์

 

 

 

“ฉันจะไปดูเชส” แอชเชอร์ตัดสินใจหันไปบอกผู้ปกครองฟลัม ก่อนที่จะรีบวิ่งออกมาจากตรงนั้นเพื่อตรงออกจากหน่วยไปยังเขาลูกที่เป็นสถานที่แข่งชิงธงในครั้งนี้ ณ เวลานี้ใครจะยังไงก็คงต้องปล่อยให้มันเป็นเรื่องของคนนั้น เพราะตัวของแอชเชอร์เองก็ยังมีเรื่องให้ต้องกังวลอีกเหมือนกัน

 

“ตลบหลังแมดส์ไว้แสบขนาดนี้ ป่านนี้เชสมันโดนโยนลงเขามาแล้วล่ะมั้ง”

 

ให้ตายเถอะ ถ้าจะไม่ช่วยให้ความหวังก็อย่าปากเสียเลยดีกว่าเบลเลอมอนท์

 

“ถ้าเป็นแบบนั้นจริง ฉันนี่ล่ะจะกลับมาโยนนายตามลงไป”

 

เสียงหัวเราะของรีสที่ไล่ตามหลังมาแม้จะปั่นประสาทมากแค่ไหน แต่แอชเชอร์ก็ต้องสลัดมันให้หลุดเพื่อให้ความสนใจกับสิ่งที่ตัวเองกำลังจะทำในตอนนี้

 

เจ้าตัวจำได้ว่าเคยขึ้นมาที่นี่เพียงแค่ครั้งเดียวในตอนที่เชสพาเจ้าตัวขึ้นมาดูดาวด้านบนนี้และนั่นก็เป็นตอนกลางคืนเสียด้วย แน่นอนว่ามันไม่ใช่เส้นทางที่แอชเชอร์คุ้นเคยสักนิด

 

แฮ่ก ๆ ๆ

 

เสียงหอบหายใจหนักด้านหลังทำให้แอชเชอร์หันไปมองในทันทีก่อนจะพบกับชาลีที่วิ่งตามตัวเองออกมา จนเจ้าตัวได้แต่สงสัยว่าใครเป็นคนปล่อยมันออกมา เพราะในเมื่อแอชเชอร์จำได้ดีว่าเมื่อเช้าหัวหน้าหน่วยเดอะฮิลล์เป็นคนใส่ปลอกคอไว้ที่คอของมันเอง

 

“ชาลี..”

 

จ่าฝูงของเกรย์วูล์ฟมองมาที่แอชเชอร์เพียงเล็กน้อยก่อนจะวิ่งนำเจ้าตัวไปเพื่อเป็นการบอกทางที่เจ้าตัวสมควรจะไป จมูกของมันยังคงดมกลิ่นไปเรื่อยและพาแอชเชอร์ลัดเลาะเข้ามาในป่าตัดขึ้นไปบนเขาที่ทำให้แอชเชอร์เห็นคนในหน่วยหลายคนนั้นกำลังทยอยถูกหามตัวลงมา บ้างก็พยุงกันลงมาเอง บ้างก็ต้องให้คนที่ไม่ได้แข่งในครั้งนี้เข้าไปช่วย แต่ก็ดูจะไร้เงาของหัวหน้าหน่วยเดอะฮิลล์ไปเสียหมด

 

“แล้วเชสล่ะ?” แอชเชอร์ตัดสินใจหยุดถามอัลฟ่าในหน่วยที่อาการไม่แย่นัก แต่คำตอบที่ได้รับก็ทำให้อัลฟ่าตัวขาวเผลอสบถออกมาด้วยความงุ่นง่าน จนสุดท้ายเจ้าตัวก็ต้องตัดสินใจตามชาลีไปจริง ๆ แทนที่จะพึ่งคนในหน่วย

 

พื้นดินที่เฉอะแฉะทำให้การเดินค่อนข้างลำบากไม่น้อยจนทำให้แอชเชอร์นั้นหวิดจะลื่นล้มอยู่หลายครั้ง ต้นไม้ที่หนาทึบมากขึ้นเรื่อย ๆ ตามทางนั้นดูไม่น่าไว้ใจเลยสักนิด แต่เพราะชาลียังเดินหน้าต่อจึงทำให้แอชเชอร์เลือกที่จะเชื่อและตามมันไปด้วยความหวัง

 

แว่วเสียงร้องของชาลีที่วิ่งอยู่ด้านหน้าราวกับดีใจทำให้แอชเชอร์ที่เดินตามมาทางด้านหลังนั้นรู้สึกมีความหวังขึ้นมาจริง ๆ

 

“ชาลี”

 

เสียงคุ้นเคยของหัวหน้าหน่วยเดอะฮิลล์ที่ดังขึ้นแม้จะไม่ดังมาก แต่ก็ทำให้แอชเชอร์นั้นได้ยินอย่างชัดเจนคงเรียกได้ว่าเป็นความหวังที่เป็นจริง

 

“เชส…”

 

เชส ไทเลอร์ ที่เดินลงมาพร้อมกับเชอร์ชิลตัวสูงที่ถูกใครสักคนในหน่วยพยุงอยู่เงยหน้าขึ้นมามองตามเสียงเรียกในทันที หลังจากที่เจ้าตัวนั้นให้ความสนใจกับชาลีที่โผล่มาหาตัวเองทั้งที่ควรจะอยู่ในหน่วย

 

“บอกแล้วไม่ใช่หรือว่าให้รออยู่ข้างล่าง” หัวหน้าหน่วยเดอะฮิลล์ปล่อยให้คนในหน่วยพาเชอร์ชิลลงไปด้านล่างก่อน ส่วนตัวเองนั้นเลือกที่จะหยุดยืนคุยกับอัลฟ่าตัวขาวที่ดื้อดึงขึ้นมาบนนี้

 

“เพราะนายไม่ยอมลงไปสักที ฉันถึงต้องขึ้นมานี่ไง” แอชเชอร์เถียง ก่อนจะหยิบผ้าเช็ดหน้าผืนสะอาดที่อยู่ในกระเป่าเสื้อของตัวเองซับไปตามใบหน้าของเชสตามรอยที่เลือดไหลซิบออกมา “สภาพดูไม่จืดเลยจริง ๆ ”

 

“ปากว่าฉันแล้วทำไมยังมาทำตาแดง ๆ ใส่กันล่ะ” คนถูกล้อกดน้ำหนักมือลงผ้าเช็ดหน้าที่กำลังเช็ดหน้าเชาอยู่เพิ่มขึ้นจนเชสเบ้หน้าเพราะความเจ็บ

 

“ใช่เวลามาหยอกหรือไงเชส” แอชเชอร์ล่ะอยากจะทุบอีกฝ่ายจริง ๆ ที่ยังทำเป็นไม่รู้ร้อนรู้หนาวอยู่ได้ทั้งที่เจ็บตัวเสียขนาดนี้ “เจ็บขนาดนี้ยังจะมาล้อเล่น”

 

“หมาบ้ามันลงไปอาละวาดข้างล่าง เป็นยังไงบ้างล่ะ”

 

“ราเชลคงกลับโรสต์ไม่ได้ในเร็ว ๆ นี้”

 

คิดไม่ผิดเลยจริง ๆ ว่าคนที่จะโดนแมดส์จัดการเป็นคนแรก ๆ จะเป็นใคร เพราะ ราเชล สแตนลีย์ คือคนที่แมดส์ฝากให้ดูแลโอเมก้าที่มากับตนเอง แต่เจ้าตัวนั้นดันส่งจดหมายมาบอกเชสตั้งแต่ช่วงแรกที่แมดส์โผล่มาเดอะฮิลล์ น่าจะเป็นช่วงตอนที่เชสกลับมาจากแบล็คฟอเรสต์นั่นล่ะ จดหมายที่วางอยู่บนโต๊ะและยังไม่ได้ถูกเปิดอ่านนั้นใครจะคิดกันว่ามันจะทำให้เชสมั่นใจเพิ่มขึ้นไปกว่าเดิมว่าจะจัดการหมาบ้าได้อยู่หมัด

 

“ถ้าไม่ใช่เพราะโอเมก้าจากฮาร์เดนเจอร์ ฉันคงต้องเหนื่อยกัดกับหมอนั่นเป็นบ้า”

 

หมัดสุดท้ายที่ แมดส์ ไทเลอร์ ซัดเข้าที่ใบหน้าของเชสนั้นนับว่าหนักกว่าครั้งไหน ๆ จนเล่นเอามึนไปชั่วครู่เหมือนกัน

 

“เยลเวอร์ตันไม่น่าอยู่กับหมอนั่นได้เลยจริง ๆ ”

 

“เจอกันแล้วสินะ” แอชเชอร์หยุดมือที่กำลังเช็ดคราบเลือดและคราบสกปรกบนใบหน้าของอีกฝ่ายก่อนจะเอ่ยตอบ

 

“ก็แกล้งเล่นไปนิดหน่อยแต่กลับรู้สึกผิดชะมัด”

 

“แกล้ง?”

 

“ฉันก็อยากแน่ใจเหมือนกันว่าคนอย่างพี่ชายนายจะรักคนอื่นเป็น..”

 

“วิ่งแจ้นลงไปเสียขนาดนั้น ถ้าไม่สำคัญก็คงไม่ทำหรอก”

 

“แต่โอเมก้านั่นพูดเหมือนว่าแมดส์ใช้เขาเป็นข้อต่อรองอะไรสักอย่าง”

 

“….”

 

“นายก็น่าจะรู้ว่าการที่ทรูอัลฟ่ากับโอเมก้าอยู่ใกล้ชิดกัน มันไม่ใช่เรื่องที่สมควรเลยสักนิด”

 

“เพียวโอเมก้าต่างหาก”

 

“เพียวโอเมก้าหรือ?”

 

“จะอย่างไรก็ช่างเถอะ แค่ตอนนี้นายยังอยู่กับฉันก็พอ” คำหวานที่ออกมาจากปากหัวหน้าหน่วยเดอะฮิลล์นั้นทำให้แอชเชอร์แอบเม้มปากด้วยความประหม่า

 

“นายให้ฉันเป็นคนของแดนใต้แล้ว จะกลับไปง่าย ๆ ได้ยังไงกัน”

 

“ถ้าไม่ติดว่าทำหน้างอใส่ฉัน ก็จะคิดแล้วนะว่านายกำลังอ้อนฉันอยู่”

 

“อย่ามามั่วน่าเชส โดนต่อยจนสมองกลับหรือไง” แอชเชอร์แหวเข้าให้กับคำพูดคำจาของเชส

 

นอกจากเชสจะไม่สนใจสิ่งที่แอชเชอร์ว่าแล้ววงแขนแข็งแรงของหัวหน้าหน่วยก็เนียนโอบรอบเอวได้รูปของเลสลีย์ก่อนที่ปลายจมูกจะกดลงบนกลุ่มผมสีอ่อนเบา ๆ ให้พอได้กลิ่นหอมชื่นใจจากเจ้าของกลิ่นกุหลาบดามัสก์

 

“กลิ่นของฉันที่ผสมกับกลิ่นของนายมันเข้ากันได้ดีจริง ๆ เลยคนดี

 

ยิ่งยืนอยู่ท่ามกลางบรรยากาศหลังฝนตกประกอบกับไอดินและผืนป่าที่ลอยขึ้นมาก็ชวนให้อดที่จะสูดดมจนเต็มปอดอย่างเสียไม่ได้

 

“แล้วมันดีสู้ตอนที่นายกอดฉันได้ไหมล่ะเชส”

 

รอยยิ้มทะเล้นของแอชเชอร์ทำให้หัวหน้าหน่วยเดอะฮิลล์เอื้อมมือมาขยี้กลุ่มผมสีอ่อนของอีกฝ่ายด้วยความมันเขี้ยว

 

“งั้นคงต้องขอลองพิสูจน์อีกสักครั้ง..”

 

“เกรงใจชาลีที่นั่งมองอยู่หน่อยก็ดีนะเชส”

 

แอชเชอร์หันไปมองเกรย์วูล์ฟตัวใหญ่ที่นั่งสองขามองเจ้านายของตัวเอง ทันทีที่มันได้ยินชื่อของตัวเองก็ทำให้ชาลีนั้นเอียงคอมองก่อนจะกระดิกหางส่ายไปมา

 

“อยากได้เจ้านายใหม่เพิ่มแล้วล่ะสิชาลี”

 

“เชส!!”

 

คงไม่ต้องถามกันหรอกว่าเจ้านายใหม่ที่เชสว่านั้นคือใคร แต่ที่แน่ ๆ คงไม่ใช่แอชเชอร์อย่างแน่นอน

 

 

*

 

 

 

 

หลังจากที่เชสลงมาจากเขาพร้อมกับแอชเชอร์ก็ต้องปวดหัวเป็นอย่างมากกับสภาพในหน่วยที่เละเทะไปบางส่วนเพราะหมาบ้าที่คลั่งจนอาละวาดให้ทั่วไปหมด ทั้งตัวแมดส์และโอเมก้าจากแดนใต้นั้นต่างก็หายไปแต่ตามคำบอกเล่าของรีสที่เฝ้าดูอยู่ เจ้าตัวก็เพียงแค่บอกว่าให้มันเป็นเรื่องของสองคนนั้น ครั้นจะให้เชสเข้าไปยุ่งเพิ่มอีกก็เห็นแต่จะสร้างปัญหา

 

เพราะแค่ตัวปัญหานั้นเจอปัญหาก็เรียกได้ว่าคลั่งเอาเรื่องน่าดู

 

“ยังไม่หลับอีกหรือ?”

 

ภายในห้องนอนของหัวหน้าหน่วยเดอะฮิลล์ที่หลงเหลือแสงสว่างพอให้เห็นรำไรจากแสงของดวงจันทร์ในยามค่ำคืน ทำให้ทรูอัลฟ่าหนุ่มนั้นสามารถมองเห็นใบหน้าของคนที่นอนตะแคงข้างเข้าหาตัวเองได้อย่างไม่ยาก อัลฟ่าตัวขาวที่ยังคงลืมตาใสแจ๋วจ้องหน้ากันนั้นทำให้เชสอดไม่ได้ที่จะเอ่ยถามออกไป

 

“นายก็นอนไปสิ”

 

แอชเชอร์ตอบอีกฝ่ายไปเพียงเท่านั้นโดยที่ยังไม่ละสายตาจากเชส ก่อนที่จะต้องหลุดร้องออกมาเสียงเบาเมื่อจู่ ๆ เชส ไทเลอร์ ก็คว้าเอวของตัวเองเข้ามากอดจนทำให้จมูกโด่งของคนตัวขาวนั้นชนกับปลายจมูกของไทเลอร์ จากเดิมที่ว่าอยู่ใกล้แล้วก็ยิ่งใกล้ชิดกว่าเดิมจนได้ยินแม้กระทั่งเสียงหัวใจที่กำลังเต้น

 

“ปกติชิ่งหลับก่อนฉันทุกที แบบนี้มันปกติเสียที่ไหนกัน..”

 

ไทเลอร์อดเอาความจริงมาพูดไม่ได้

 

“แล้วมองไม่ได้หรือไง” คนตัวขาวยังคงเถียงทรูอัลฟ่าหนุ่มก่อนจะมือขึ้นดันอกของเชสเมื่อปลายจมูกของหัวหน้าหน่วยเดอะฮิลล์นั้นเลื่อนมาคลอเคลียอยู่บริเวณผิวแก้มของตัวเอง

 

“ทำไมจะมองไม่ได้กันล่ะ” ฝ่ามือขาวที่เคยดันอกของเชสถูกกอบกุมเบา ๆ ด้วยฝีมือของเชส ในขณะที่ปลายจมูกของหัวหน้าหน่วยเดอะฮิลล์เองก็กดปลายจมูกลงบนแก้มเนียนจนเกิดเสียงดังฟอดใหญ่

 

ฟอด

 

“นี่!” แอชเชอร์แหวทันทีเมื่อถูกอีกฝ่ายแกล้งเข้าให้

 

“หอม..” ทรูอัลฟ่าหนุ่มเอ่ยเพียงแค่นั้น ถึงจะเป็นแค่เพียงแค่คำสั้น ๆ แต่เมื่อหลอมรวมไปกับสายตาของเชสที่ทอดมองมาที่แอชเชอร์ในตอนนี้แล้วมันก็ยิ่งทำให้คนที่ได้รับฟังนั้นกะพริบตาปริบ ๆ “ตรงนี้ก็ยิ่งหวาน..”

 

ริมฝีปากอุ่นที่ไล่มาแตะประทับสัมผัสช้า ๆ ที่ริมฝีปากบางพร้อมกับเอ่ยคำหวานก็ยิ่งทำให้แอชเชอร์แทบอยากจะลุกจากเตียงมันเสียเดี๋ยวนี้ แต่ก็ติดที่ร่างกายของตัวเองนั้นโดนอีกฝ่ายกักขังไว้เรียบร้อยอย่างสมบูรณ์

 

“ไม่ให้จูบหรอกนะ อย่ามาหลอกล่อกันเสียให้ยาก” แอชเชอร์เอ่ยดักคนเจ้าเล่ห์ตรงหน้าในทันที

 

“นึกว่าจะเคลิ้มเสียอีก” คำพูดคำจาชวนให้น่าโดนทุบสักทีนี่มันคงแก้ไม่หายจริง ๆ สำหรับคนอย่าง เชส ไทเลอร์ ไหนจะรอยยิ้มทะเล้นพวกนั้นอีก

 

“อย่ามาหลอกกันให้ยากเลยเชส”

 

“แน่ใจหรือว่าไม่อยากจูบจริง..” เชส ไทเลอร์ ยังคงไม่เลิกแกล้งคนตัวขาว

 

“ไม่อยากจูบแต่อยากกอดต่างหากล่ะ” เมื่อพูดจบอดีตอัลฟ่าแดนเหนือก็ยกแขนของตัวเองโอบกอดเอวสอบของทรูอัลฟ่าเจ้าของกลิ่นไม้ซีดาร์ “ขอบคุณมากจริง ๆ ที่นายไม่ได้เจ็บตัวไปมากกว่านี้”

 

เชสปล่อยให้คนตัวขาวถดตัวลงไปซุกใบหน้าอยู่ระดับอกของตัวเองก่อนจะลูบกลุ่มผมนุ่มของคนที่กำลังออดอ้อนตัวเองอยู่เงียบ ๆ

 

“ใครจะผิดสัญญาที่ให้ไว้กับนายกัน”

 

“คำตอบนี้เรียกว่าเอาใจได้หรือเปล่านะ”

 

“ก็คงมีไว้เอาใจนายคนเดียวล่ะคนดี

 

“แต่ยังไงฉันก็รู้สึกขอบคุณนายอยู่ดี..” แอชเชอร์ไม่รู้ว่าตัวเองจะต้องอธิบายอย่างไรกับความรู้สึกของตัวเองในตอนนี้ “ขอบคุณสำหรับทุกเรื่องที่ผ่านมา… การมีนายอยู่ข้าง ๆ มันทำให้ฉันรู้สึกปลอดภัยเหลือเกิน”

 

“….”

 

“ความรู้สึกของการที่ไม่ต้องพยายามทำให้ตัวเองเป็นคนที่ถูกรัก มันคือสิ่งที่ฉันเคยคิดว่าสักวันมันอาจจะเกิดขึ้นกับฉันแต่ก็ไม่เคยได้คาดหวังว่ามันจะเป็นจริง”

 

หลายสิ่งหลายอย่างที่แอชเชอร์ต้องพยายามทำเพื่อให้ตัวเองเป็นที่รักมันก็ไม่ต่างจากบาดแผลเล็ก ๆ ที่นับวันยิ่งลุกลามจนกลายเป็นบาดแผลขนาดใหญ่ จนกลายเป็นความเจ็บปวดที่บาดลึกอยู่ในทุกช่วงเวลาที่อยู่แดนเหนือ ต่อให้ลองมองย้อนกลับไปในตอนนี้มันก็ยังคงเป็นความเสียใจที่สร้างแผลเป็นให้กับแอชเชอร์อยู่ดี

 

ใครจะคิดกันล่ะว่าวันหนึ่งชีวิตที่เคยเป็นอยู่ของตัวเองจะพลิกผันได้ขนาดนี้

 

ความโดดเดี่ยวที่ถูกเติมเต็มนั้นไม่ได้มาจากเพียงแค่ เชส ไทเลอร์ คนเดียว ความสัมพันธ์ในรูปแบบของมิตรภาพที่ได้รับจากทั้งเชอร์ชิล คาร์ลิน เมอร์เรย์ หรือจะเป็นใครหลายคนในหน่วยเองที่ดีกับแอชเชอร์ ก็ทำให้เจ้าตัวนั้นรู้สึกถึงการมีตัวตนของตัวเองที่ไม่ได้เป็นผลพวงมาจากตำแหน่งหรือฐานะ

 

หลายอย่างในเดอะฮิลล์ทำให้เขาได้มองเห็นมุมมองอะไรใหม่ ๆ มันสะท้อนให้แอชเชอร์เห็นอะไรได้ชัดเจนมากขึ้นกว่าเดิมในชีวิตที่แสนจำเจของตัวเอง

 

“หากมันเจ็บปวดที่จะรื้อฟื้นก็เก็บมันไว้เสียเถอะแอช..”

 

“….”

 

“การเริ่มต้นใหม่ยังมีอะไรให้นายได้จดจำและเก็บเป็นความรู้สึกดี ๆ ”

 

“.…”

 

“อย่าให้ความรู้สึกไม่ดีเพียงแค่ไม่กี่เรื่องพวกนั้นมาทำให้นายไม่กล้าที่จะก้าวต่อ”

 

“อื้อ..”

 

เสียงตอบรับจากคนที่ซุกใบหน้าอยู่บริเวณหน้าอกของเชสยังคงไม่ชัดเจนเท่ากับแรงกอดที่เพิ่มมากขึ้น จนกลายเป็นว่าทั้งคู่นั้นกอดกันแนบแน่นเสียจนรับรู้ถึงความอุ่นร้อนของร่างกายที่ถ่ายเทซึ่งกันและกัน

 

กลีบดอกกุหลาบดามัสก์ที่ซ้อนทับนับชั้นไม่ถ้วนกันจนเกิดเป็นความสวยงามที่เป็นเอกลักษณ์ คงไม่ต่างจากความเป็นแอชเชอร์ที่ถูกหล่อหลอมขึ้นมาจากทั้งเรื่องดีและเรื่องเลวร้ายจนกลายเป็นกลีบดอกที่ซ่อนความงดงามแท้จริงที่อยู่ภายใน

 

จากต้นดอกกุหลาบดามัสก์ที่ใกล้จะยืนต้นตาย ตัวดอกเหี่ยวเฉาและร่วงโรย กลับพลิกฟื้นกลับมาเป็นต้นกุหลาบดอกใหม่ที่กำลังเติบโตนั้นเริ่มต้นผลิบานออกทีละนิดจากการถูกเอาใจใส่ใหม่อีกครั้ง จนกลายเป็นดอกกุหลาบดามัสก์ที่งดงามอย่างสมควรจะเป็น การเรียนรู้ที่จะเติบโตในสภาพแวดล้อมที่ไม่ง่ายคงเป็นบทเรียนที่ทำให้เจ้าต้นดอกกุหลาบดามัสก์ต้องปรับตัวเพื่อความอยู่รอด

 

เชส ไทเลอร์ ภูมิใจเหลือเกินที่สามารถทำให้ดอกกุหลาบดามัสก์นี้ได้เบ่งบานในวันนี้ กลีบดอกที่ค่อย ๆ ผลิบานนั้นมันคงเปรียบได้กับการเปิดใจทีละนิดของนายน้อยจากแดนเหนือที่แสนปิดกั้นตัวเอง

 

“ฉันรักนายนะเชส”

 

“ฉันก็รักนายเช่นกันคนดี ”

 

นิทราในค่ำคืนนี้ที่เต็มไปด้วยความอิ่มเอมในใจคงกลายเป็นฝันดีสำหรับทั้งคู่ อ้อมกอดอบอุ่นที่มอบให้กันเป็นดังคำสัญญาที่ทั้งเชสและแอชต่างก็เต็มใจที่จะมอบมันให้แก่กัน

 

ความรักที่เปรียบดั่งความซื่อสัตย์และความเข้าใจของ เชส ไทเลอร์ กับ ความรักที่เต็มไปด้วยความความเชื่อใจของ แอชเชอร์ ไทเลอร์ ถักทอจนกลายเป็นเส้นใยบาง ๆ ที่แม้จะมองไม่เห็นแต่ก็ทำให้สามารถผูกคนทั้งคู่ไว้ได้ด้วยกันด้วยความรู้สึกจากใจจริง

 

“ฉันไม่ได้พูดเล่น ๆ นะแอช..”

 

“….”

 

“เรื่องที่อยากมีลูก

 

“หากเป็นโชคดีของนายและฉัน ความหวังของนายก็จะได้รับการเติมเต็ม”

 

เจ้าของผิวขาวจัดเอ่ยพลางลูบแผ่นหลังเปลือยเปล่าของหัวหน้าหน่วยเดอะฮิลล์ที่มักจะไม่ใส่เสื้อในตอนนอน อวดให้เห็นร่างกายช่วงบนที่เต็มไปด้วยกล้ามเนื้อ รวมไปถึงรอยสักบนต้นแขนของเชาที่แอชเชอร์ไม่เคยคุ้นชินกับมันสักทีในทุกครั้งที่ได้เห็น ผิวอุ่นร้อนและกลิ่นไม้สนซีดาร์จากทรูอัลฟ่าหนุ่มนั้นเป็นตัวขับกล่อมชั้นดีสำหรับแอชเชอร์เสมอมา

 

“การมีนายเป็นคู่ชีวิตคือโชคดีของฉัน”

 

คนที่อดทนรอเชสทั้งที่ตัวเองนั้นเจ็บปวดไม่แพ้ใครได้อย่างไม่น่าเชื่อในครั้งนั้น ทำให้เชสสาบานกับตัวเองเลยว่าจะไม่ปล่อยให้คนตรงหน้าหนีหายไปไหน เพราะหากไม่ใช่แอชเชอร์แล้วเขาเองก็คิดภาพไม่ออกเช่นกันว่าจะยังมีใครอีกที่สามารถเข้ากันได้ดีกับตัวเอง

 

ฝ่ามือร้อนของหัวหน้าหน่วยเดอะฮิลล์สอดหายเข้าไปภายใต้เสื้อตัวบางของคนตัวขาว นิ้วร้อนไล่แตะสัมผัสเพียงเบามือที่บริเวณหน้าท้องขาวพลางไล้วนอยู่ในตำแหน่งเดิมเสียจนคนที่อยู่ในอ้อมอกนั้นหน้าเห่อร้อนไปทั้งหน้า

 

“มาอยู่ด้วยกันกับเราเถอะเจ้าตัวเล็ก

 

ใบหน้างดงามของแอชเชอร์นั้นซบหน้าลงกับอกของเชสเพราะความเขินอาย ไม่ว่าจะทั้งสัมผัสจากมือร้อนหรือคำพูดชวนให้คิดพวกนั้นมันล้วนมีอิทธิพลไปเสียหมด และการกระทำของเจ้าดอกกุหลาบดามัสก์นั้นก็ช่างน่าเอ็นดูเหลือเกินในสายตาของหัวหน้าหน่วยเดอะฮิลล์

 

 

 

*

 

 

 

 

เสียงของแอชเชอร์ที่อยู่ใกล้เพียงไม่ถึงคืบนั้นไม่ได้ทำให้หัวหน้าหน่วยเดอะฮิลล์สามารถละสายตาจากใบหน้าขาวได้ แผลตามใบหน้าของเจ้ากำลังถูกเช็ดทำความสะอาดและทำแผลอีกครั้งในช่วงเช้าวันใหม่ที่ดูจะเย็นขึ้นกว่าเดิม

 

สาบเสื้อด้านบนซึ่งแยกออกจากกันของเสื้อแขนยาวที่เชสหยิบมาสวมใส่ตามคำบอกของแอชเชอร์ ย่อมเผยให้เห็นช่วงอกสีแทนเข้มอย่างชัดเจน ในขณะที่อดีตอัลฟ่าแดนเหนือนั้นกลับเลือกหยิบเสื้อผ้าที่มิดชิดมาสวมใส่จนปกปิดไปเสียหมด แม้กระทั่งกระดูกไหปลาร้าที่เชสชมชอบนักหนาก็ไม่สามารถออกมาโอ้อวดความสวยงามของมัน

 

“มือหนักขนาดนี้ อย่าไปทำแผลให้ใครอีกล่ะ” คนเจ็บเอ่ยซึ่งนั่นก็ทำให้คนที่นั่งอยู่บนตักของหัวหน้าหน่วยนั้นถึงกับหรี่ตามองในทันที

 

“หรือจะทำเอง?”

 

“ใจร้ายกันได้ลงคอหรือคนดี”

 

“ก็นายปากดี”

 

“อย่างอื่นก็ดี…”

 

“!!!”

 

“ทำหน้ายุ่งแบบนี้ รู้หรือว่าฉันหมายถึงอะไร” ริ้วสีแดงจาง ๆ ที่พาดบนแก้มขาวนั้นมันน่าเอ็นดูใช่น้อยเสียที่ไหนกัน ยิ่งคนตัวขาวนั้นนั่งทับอยู่บนตักด้วยแล้วก็ยิ่งทำให้อะไร ๆ มันก็ดูน่ามองไปเสียหมด

 

“เชส!”

 

“ทำแผลต่อสิ นั่งอยู่บนนี้นาน ๆ ระวังจะไม่ได้ลงแล้วกันนะแอช”

 

“ถ้าไม่ลงแล้วมันจะทำไม..”

 

รอยยิ้มซุกซนของแอชเชอร์ที่ปรากฏบนใบหน้าขาวทำให้เชสอดไม่ได้ที่จะคว้าเอวของอีกฝ่ายไว้ในทันที ก่อนที่คนตัวขาวจะได้เล่นอะไรแปลก ๆ กับตัวเอง

 

“อย่าซนน่าแอช..”

 

ฝ่ามือสีเข้มของหัวหน้าหน่วยเดอะฮิลล์ที่จับเอวของอีกฝ่ายอยู่นั้นออกแรงบีบเตือนให้อัลฟ่าตัวขาวเลิกคิดอะไรประหลาดที่จะย้อนกลับมาทำร้ายตัวเอง

 

“พอดีมือใช่ไหมล่ะ” เมื่อทำแผลที่สุดท้ายเสร็จให้กับทรูอัลฟ่าหนุ่ม แอชเชอร์ก็เอ่ยถามเสียงเบาที่ข้างใบหูของเชสก่อนจะแกล้งดึงมืออีกข้างของอีกฝ่ายให้มาจับเอวของตัวเอง จนกลายเป็นว่าตอนนี้มือใหญ่ของหัวหน้าหน่วยเดอะฮิลล์นั้นแทบจะกำช่วงเอวของแอชเชอร์ได้รอบ

 

“ตัวแสบ” เชสคาดโทษคนทะเล้นบนตักตัวเองก่อนจะเลื่อนมือไปตีก้นกลมของอีกฝ่ายเบา ๆ แล้วยกตัวของอีกคนให้ลงไปนั่งข้างตนดี ๆ

 

“ตีมาได้ ฉันเจ็บนะเชส”

 

“ตีแค่นั้นไม่ทำให้นายเจ็บจนเดินไม่ได้หรอกแอช..”

 

คำตอบของเชสทำให้คนตัวขาวถึงกับเสหน้าหนีไปมองร็อคกี้กับเซเบอร์ที่นอนหลับอยู่ไม่ใกล้กับไกล

 

“พูดบ้าอะไรของนาย”

 

“เชื่อเถอะว่านายคงไม่อยากนอนจมอยู่บนเตียงแบบครั้งที่แล้วหรอก”

 

แอชเชอร์เถียงอะไรอีกฝ่ายไม่ออกเลยจริง ๆ เพราะที่เจ้าตัวว่านั้นมันก็เป็นเรื่องจริงที่ไม่ว่าจะนึกถึงกี่ครั้งก็ทำให้แอชเชอร์รู้สึกร้อนวูบวาบในร่างกาย

 

“….”

 

“แกล้งฉันไว้มาก ๆ ระวังจะโดนทบต้นทบดอกก็แล้วกัน”

 

เชสโหมดกวนประสาทนี่มันรับมือยากที่สุดสำหรับแอชเชอร์

 

 

แอชเชอร์เดินเข้ามาในห้องทำงานพร้อมกับเจ้าของห้องอย่างเชสในช่วงเย็นของวัน หลังจากที่ทั้งคู่พูดคุยกับเบลเลอมอนท์มาครู่ใหญ่ถึงความวุ่นวายที่เกิดขึ้นเมื่อวาน และมันก็คงหนีไม่พ้นแมดส์ที่ดูยังจะหัวเสียไม่หาย ดูแล้วที่แน่ ๆ ก็คงไม่ใช่เพราะเรื่องที่ต้องยอมแพ้ให้กับเชสแต่น่าจะเป็นเรื่องของโอเมก้าที่อยู่ข้างตัวแมดส์เสียมากกว่า

 

 

ท่าทางสายตาของอัลฟ่าในหน่วยที่สนใจโอเมก้าจากฮาร์เดนเจอร์จะเป็นสาเหตุของความหงุดหงิดของแมดส์จนแทบบ้า ท่าทางตื่นกลัวของคุณหนูเยลเวอร์ตันนั้นก็ไม่รู้ว่ามันเป็นผลมาจากความกลัวที่เกิดจากแมดส์หรือเพราะอัลฟ่าในหน่วยกันแน่ แต่เชื่อเถอะว่าต่อให้อัลฟ่าทั้งหน่วยจะคลั่งก็คงไม่เท่าแมดส์คนเดียวที่คลั่ง

 

เชส ไทเลอร์ เองก็ได้พบเห็น เธียร์ เยลเวอร์ตัน เพียงผ่าน ๆ เท่านั้นในตอนที่อีกฝ่ายออกมากินข้าวพร้อมกับรีสที่เป็นคนเสี่ยงตายไปเอาตัวคุณหนูเยลเวอร์ตันออกมาจากแมดส์ มองแค่เพียบแวบเดียวเชสก็พอจะคิดออกว่าคนนิสัยแบบแมดส์กับโอเมก้าตัวขาวคงไม่ใช่สิ่งที่จะเข้ากันได้ง่าย ๆ เสียเท่าไหร่

 

แต่ใครจะคิดกันว่าบทสนทนาเพียงไม่กี่ประโยคระหว่างแฝดไทเลอร์จะทำให้หัวหน้าหน่วยเดอะฮิลล์นั้นทำหน้าดุตั้งแต่ตอนนั้นจนถึงตอนนี้

 

‘ดูแลคนของนายให้ดีก็แล้วกัน.. อย่าให้รุ่มร่ามกับเยลเวอร์ตันอีก’

 

‘อย่ามาปรักปรำกันดีกว่า’

 

‘เยลเวอร์ตันไม่เคยโกหกฉัน’ แมดส์ ไทเลอร์ เอ่ยกับแฝดน้องหลังจากที่ทั้งคู่ได้เจอหน้ากันอีกครั้งในสถานะที่ไม่ใช่คู่ต่อสู้เหมือนเมื่อวานในการแข่งชิงธง ‘อย่าลืมว่าคนของนายเป็นอัลฟ่า’

 

‘แล้วคนของฉันทำอะไรกันล่ะ?’

 

‘แม้แต่เส้นผมของเยลเวอร์ตันไม่ว่าใครก็ไม่มีสิทธิ์สัมผัส..’

 

“จะบอกฉันได้หรือยังว่านายไปแกล้งอะไรเยลเวอร์ตัน” เชส ไทเลอร์ เอ่ยถามคนตัวขาวในทันทีเมื่ออยู่กันสองคนภายในห้อง

 

“หึงหรือ?”

 

“คำถามนี้ไม่น่าถามหรอกนะแอช”

 

“แสดงว่าหึงแน่ ๆ ” คนตัวขาวยกยิ้มน้อย ๆ ก่อนจะลุกเดินมาหาคนที่นั่งอยู่หลังโต๊ะทำงาน “เพราะแบบนี้นี่เองที่ทำให้ทำหน้าดุใส่คนอื่นไปเสียหมด”

 

“ถ้าไม่พูดก็ออกไปก่อนที่ฉันจะหงุดหงิดไปมากกว่านี้”

 

แอชเชอร์อดหัวเราะในใจไม่ได้กับท่าทางหงุดหงิดหัวหน้าหน่วยเดอะฮิลล์ เพราะขนาดอาเธอร์เองยังไม่สามารถเข้าหน้าอีกฝ่ายได้ จะมีก็แต่แอชเชอร์นี่ล่ะที่ยังดึงดันจะตามอีกฝ่ายมาด้วยอย่างไม่สนใจหน้านิ่ง ๆ ของทรูอัลฟ่าหนุ่ม

 

“ต่อให้ไล่ก็ไม่ออก” คนตัวขาวเถียงเสียงแข็งก่อนจะทิ้งตัวลงบนตักของอีกฝ่าย พลางยกแขนขึ้นโอบรอบลำคอสีเข้มของเชสที่ยังคงแสดงสีหน้าดุดันออกมา “ฉันก็แค่หยอกโอเมก้านั่นเล่นเท่านั้น ไม่ได้คิดจะจริงจังอะไรเสียหน่อย”

 

“….”

 

“สาบานเลยว่าแค่ปากฉันไปเฉียดแค่ผมเยลเวอร์ตันเท่านั้น”

 

“….”

 

“ถ้าไม่นับที่เชยคางด้วยละ.. เชส!”

 

แอชเชอร์แหวเสียงดังเมื่อเชสนั้นยกตัวเองออกจากตักและดันลงไปนอนราบบนโต๊ะทำงานตัวใหญ่ ก่อนที่ทรูอัลฟ่าหนุ่มจะตามมาคร่อมทับตามจนแอชเชอร์สบตาเข้ากับดวงตาดุดันนั่นชัด ๆ

 

“นายกำลังทำให้ฉันหงุดหงิด” เชสกระซิบเสียงเข้มจนแอชเชอร์ได้แต่มองหน้าอีกฝ่ายเงียบ ๆ

 

“ขอโทษ..”

 

ร่างขาวยกมือขึ้นแตะกรอบหน้าคมของคนที่คร่อมทับตัวเองอยู่ด้านบนด้วยความรู้สึกกล้า ๆ กลัว ๆ ไม่น้อย จากที่คิดว่าคงจะไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร แต่ในตอนนี้กลับไม่ใช่เรื่องเล็ก ๆ เสียแล้ว

 

“ถ้าเยลเวอร์ตันเป็นอัลฟ่า ฉันจะไม่หงุดหงิดเลยสักนิด”

 

“นายคิดว่าฉันจะชอบโอเมก้าหรือ”

 

“อย่าลืมว่าตัวนายเป็นอัลฟ่า”

 

“ฉันไม่มีทางคิดอะไรแบบนั้น นายก็รู้ดีว่าเพราะอะไร” แอชเชอร์แทบจะร้องไห้อยู่รอมร่อเมื่อกลิ่นไม้ซีดาร์ที่เข้มขึ้นของเชสนั้นชวนให้รู้สึกอึดอัดเพราะความคุกรุ่นของหัวหน้าหน่วยเดอะฮิลล์ในตอนนี้

 

“เพราะอะไร?”

 

เชสถามเสียงเข้มในขณะที่มือของเจ้าตัวนั้นไม่แม้แต่จะแตะต้องร่างกายของแอชเชอร์ จนทำให้เป็นอัลฟ่าตัวขาวคนเดียวเท่านั้นที่แตะเนื้อต้องตัวอีกฝ่าย

 

“จะให้ฉันเป็นของใครอีกในเมื่อฉันเป็นของนาย..”

 

“….”

 

“อย่าโกรธกันเลยนะเชส..”

 

“ก็แค่นี้”

 

เชส ไทเลอร์ เอ่ยออกมาสั้น ๆ ในขณะที่ริมฝีปากสีเข้มประกบดูดดึงริมฝีปากเจ้าของกลิ่นกุหลาบดามัสก์อย่างเร่าร้อนและไม่มีการหยอกล้ออย่างเช่นเคย น้ำสีใสไหลรินลงมาตามแนวคางเพราะความเอาแต่ใจของเชสจนหัวสมองของแอชเชอร์นั้นพร่าเบลอไปหมด สัมผัสลึกซึ้งที่ทำเอาร่างกายสั่นสะท้านนั้นสร้างความรู้สึกที่แสนอดกลั้นให้กับแอชเชอร์เป็นอย่างมาก เสียงครวญครางอื้ออึงที่หลุดรอดออกมาเพียงเล็กน้อยนั้นเป็นผลมาจากริมฝีปากที่ถูกจูบอยู่แทบตลอดเวลาที่หัวหน้าหน่วยเดอะฮิลล์นั้นจูบตัวเอง

 

ผลจากการเรียนรู้และถูกชี้นำในแต่ละครั้งที่มาเป็นอย่างดี ทำให้ร่างกายของแอชเชอร์นั้นตอบสนองต่อเชสด้วยการแยกขาออกให้อีกคนได้แทรกกระทำ ชำแรกกลีบดอกกุหลาบสวยงามซ้ำแล้วซ้ำเล่าให้บอบช้ำ แม้จะไม่ได้รุนแรงแต่ความดุดันในแต่ละครั้งที่สัมผัสเข้ามาอย่างลึกซึ้งก็ทำให้มือขาวนั้นเลื่อนมาจับที่หน้าท้องของตัวเองอย่างช่วยไม่ได้เมื่อรับรู้ถึงน้ำคาวที่ไหลทะลักเข้ามาในร่างกายของตัวเองจนจุกไปหมด

 

“พอแล้วเชส..”

 

 

*

 

 

 

“แค่นายมีคนดูแลที่ไว้ใจได้ ฉันก็สบายใจแล้วแอช..” อาเธอร์เช็ดน้ำตาให้คนเป็นน้องที่ยืนอยู่ตรงหน้าตัวเอง ก่อนจะระบายยิ้มเอ็นดูแอชเชอร์ที่ร้องไห้ใส่ตัวเอง ทั้งที่วันนี้ควรจะเป็นวันที่เจ้าตัวควรจะยิ้มมากที่สุด

 

“ฉันเองก็อยากให้นายมีความสุข..” เรื่องราวที่แสนเจ็บปวดของอาร์เธอร์นั้นแอชเชอร์รับรู้มันทั้งหมดแล้ว หลังจากที่คนเป็นพี่ชายยอมเล่าเรื่องทุกอย่างให้ตนได้ฟัง ไม่ว่าจะทั้งเรื่องของคนเป็นพ่อหรือแม้กระทั่งความสัมพันธ์ขมขื่นพวกนั้นด้วย

 

แอชเชอร์ ไม่ได้รู้สึกโกรธเกลียดคนเป็นพ่อสักนิดที่ทำให้พวกเขาต้องกลายเป็นแบบนี้ แม้จะรู้สึกจุกอยู่ลึก ๆ ก็ตามที่ความจริงพวกนั้นมันยากจะยอมรับ ภาพของคนเป็นพ่อที่ทำให้แอชเชอร์รู้สึกภูมิใจนั้นมันกลับถูกลบเลือนด้วยภาพที่ไม่น่าจดจำ

 

“สักวันหนึ่งฉันเองก็จะมีความสุข..”

 

เพียงแค่ตอนนี้ความทุกข์และความเจ็บปวดพวกนั้นของคุณชายเลสลีย์มันยังไม่บรรเทาก็เท่านั้น

 

“ฉันอยากให้นายอยู่ด้วยกันที่นี่..” คนเป็นน้องว่า “นายไม่ไปฟลัมไม่ได้หรือ”

 

“นายมีชีวิตเป็นของตัวเองแล้วแอช.. ในฐานะของพี่ชายมันคงเหมาะมากกว่าที่จะได้เฝ้ามองนายอยู่ห่าง ๆ ” ไม่ว่าจะเป็นแอชเชอร์ในตอนไหน เด็กน้อยก็ยังคงเป็นเพียงเด็กน้อยในสายตาของพี่ชายเสมอ “นายจะมางอแงอยากอยู่กับพี่เหมือนตอนเด็กไม่ได้หรอกนะ”

 

คนเป็นน้องที่ร้องไห้จนตาแดงก่ำนั้นได้แต่ก้มหน้านิ่งพลางกลืนก้อนสะอื้นลงไปในลำคอของตัวเอง

 

“ขออย่าให้นายพบเจอสิ่งที่ทำให้ต้องเจ็บปวดอีก” ใบหน้าของคนเป็นน้องซบลงที่ไหล่ของคนเป็นพี่ ก่อนจะสวมกอดคนในครอบครัวคนเดียวที่เหลืออยู่ของตนและจดจำความรู้สึกพวกนี้ให้ได้มากที่สุด

 

“ขอบคุณสำหรับคำอวยพร..” อาร์เธอร์สบตากับหัวหน้าหน่วยเดอะฮิลล์ที่ยืนมองอยู่ทางด้านหลังในระยะที่ให้ความเป็นส่วนตัวแก่พี่น้องเลสลีย์ “ฉันเองก็ขอให้นายมีความสุขกับชีวิตหลังจากนี้”

 

งานแต่งงานเล็ก ๆ ของหัวหน้าหน่วยเดอะฮิลล์ที่ถูกจัดขึ้นอย่างเรียบง่ายแต่ก็เต็มไปด้วยความอบอุ่น ธรรมชาติของเดอะฮิลล์นับว่าเป็นสถานที่ชั้นดีที่แม้จะไม่ได้มากมายเทียบเท่ากับการอยู่ในเมืองที่เต็มไปด้วยสถาปัตยกรรม ความงดงามของป่าและดอกไม้นานาชนิดที่ถูกนำมาตกแต่งจนดูน่ามองนั้นคงน่าเหลือเชื่อไม่น้อยสำหรับคนในหน่วยเดอะฮิลล์ที่ร้อยทั้งร้อยมีแต่อัลฟ่าและเบต้าที่ไม่ได้มีความประณีตอะไรในงานที่ต้องละเอียดอ่อนเช่นนี้

 

อันที่จริงแล้วหัวหน้าหน่วยเดอะฮิลล์นั้นอยากเพียงแค่ทำพิธีแต่งงานลับ ๆ เสียด้วยซ้ำ เพราะไม่อยากให้เป็นที่วุ่นวายสำหรับคนอื่น อีกทั้งตัวแอชเชอร์เองก็ไม่ได้ต้องการงานพวกนั้นด้วยเช่นกัน แต่สุดท้ายทุกอย่างก็เกิดขึ้นเพราะคนในหน่วยเดอะฮิลล์นั้นต่างก็เห็นดีเห็นงาม

 

อย่างน้อยเจ้านายคนใหม่ของเดอะฮิลล์ก็สมควรได้รับเกียรติจากคนในหน่วยเช่นกัน

 

“หากอยากเจอฉันก็ลองขอให้เชสพานายไปที่ฟลัมก็แล้วกัน”

 

“ฉันไม่อยากเจอเบลเลอมอนท์สักหน่อย” อาร์เธอร์อดหัวเราะกับคำพูดของน้องชายตัวเองไม่ได้ แต่มันก็ไม่แปลกจริง ๆ ที่แอชเชอร์จะเหม็นขี้หน้ารีส ก็ในเมื่อรายนั้นเล่นชอบปั่นประสาทชาวบ้านไปทั่วเสียขนาดนี้

 

“เด็กน้อย..” น้องชายในวันวานที่เติบโตจนกลายเป็นเด็กหนุ่ม จนวันนี้เด็กหนุ่มที่ว่าก็กลายเป็นผู้ใหญ่มันช่างเป็นเรื่องที่น่าใจหายสำหรับอาร์เธอร์เสียจริง “ไม่สิ.. คงเรียกว่าเด็กน้อยไม่ได้แล้ว ในเมื่อน้องชายของพี่โตเป็นผู้ใหญ่แล้วตอนนี้”

 

“อาร์ธ…”

 

คนเป็นพี่ดันตัวคนน้องออก ก่อนจะไล่มองน้องชายตัวเองให้เต็มตาอีกครั้งเพื่อเก็บภาพความงดงามของดอกกุหลาบดามัสก์ที่เติบโต ชุดสีขาวสะอาดตาในแบบของคนแดนใต้ที่อยู่บนร่างขาวดั่งหิมะในแดนเหนือยังทำให้แอชเชอร์ดูสูงค่าไม่ต่างจากครั้งที่เคยใส่ผ้าเนื้อดีของตระกูลเลสลีย์

 

“ถ้าได้ลูกแฝดขึ้นมาจริง ๆ เชสคงได้ยิ้มจนหน้าบานแน่”

 

หน้าท้องแบนราบที่ซุกซ่อนอยู่ภายในเสื้อสีสะอาดแม้จะยังมองได้ไม่ชัดเจนถึงความเปลี่ยนแปลง แต่ตัวของแอชเชอร์ที่รู้ดีย่อมรับรู้ได้ว่าตัวเองนั้นไม่ได้มีแค่ชีวิตของตนที่ต้องดูแลต่อไปนี้

 

ข่าวดีซึ่งแอชเชอร์ได้รับรู้ในอาทิตย์ก่อนหน้าที่งานจะถูกจัดขึ้นทำให้เจ้าตัวรู้สึกไปไม่เป็นเหมือนกัน แม้จะไม่ได้มีอากรมากมายนัก แต่ความเปลี่ยนแปลงที่รู้สึกได้จนทำให้รู้สึกไม่สบายตัวก็ย่อมทำให้แอชเชอร์ต้องไปให้เอริคตรวจดูอาการ

 

‘ยินดีด้วยนะแอชเชอร์..’

 

นั่นคือสิ่งที่เอริคบอกอัลฟ่าตัวขาว ก่อนจะหันไปชกไหล่หัวหน้าหน่วยเดอะฮิลล์เข้าหนัก ๆ พลางยกยิ้มกว้าง

 

‘นายได้ลูกสมใจแล้วว่ะเชส’

 

“ทำไมชอบแกล้งฉันนัก” แอชว่าก่อนจะใช้หลังมือเช็ดคราบน้ำตาบนใบหน้าตัวเอง จนเดือดร้อนคนเป็นพี่ต้องหยิบผ้าเช็ดหน้าขึ้นมาเช็ดให้ดี ๆ

 

“เจ้าตัวเล็กทำนายอ่อนไหวขึ้นกว่าเดิมนะแอช..”

 

“ไม่รู้ล่ะ ยังไงนายก็ต้องกลับมาเยี่ยมฉันด้วย สัญญาสิ”

 

“บังคับเก่งจริงน้องใครเนี่ย ขัดใจได้ที่ไหน” คุณชายเลสลีย์บ่นน้องชายตัวเองในขณะที่มือของเจ้าตัวก็เช็ดหน้าเช็ดตาน้องไปด้วย “ฉันจะโดนหมอนั่นบ่นไหมเนี่ยที่ทำให้นายร้องไห้”

 

“เชสก็บ่นทุกเรื่องนั่นล่ะ”

 

 

 

พิธีแต่งงานเรียบง่ายที่เสร็จสิ้นลงท่ามกลางความยินดีของคนในหน่วย รวมไปถึงคุณชายเลสลีย์ที่ยืนเฝ้ามองน้องชายตัวเองอยู่ด้านหน้า ผู้ปกครองฟลัมเองที่ยังอยู่ร่วมงานน้องชาย หรือแม้กระทั้ง แมดส์ ไทเลอร์ ที่ยืนเคียงคู่อยู่กับ เธียร์ เยลเวอร์ตัน เองก็ด้วย

 

จูบแผ่วเบาที่ประทับลงบนกลีบปากสีระเรื่อนั้นทำให้อัลฟ่าตัวขาวแทบอยากจะหายไปจากตรงนี้ในตอนนี้เสียให้ได้ สายตาของคนในหน่วยที่มองมานั้นมันทำให้เจ้าตัวรู้สึกขัดเขินแปลก ๆ จะมีก็แต่หัวหน้าหน่วยเดอะฮิลล์เท่านั้นที่ยังคงยิ้มกว้างจนน่าหมันไส้

 

หัวหน้าหน่วยเดอะฮิลล์ยังคงเต็มไปด้วยความสมบูรณ์แบบของทรูอัลฟ่าที่น่ามองจนยากจะละสายตา สีผิวแทนเข้มที่แม้จะตัดกับเสื้อผ้าสีอ่อนแต่ก็ยังคงอวดความดิบอย่างคนเป็นทหาร แผ่นอกแน่นตึงและลาดไหล่กว้างยิ่งดูชัดเจนเมื่อเสื้อผ้าที่สวมใส่นั้นพอดีตัวจนทำให้เห็นสัดส่วนของร่างกาย

 

“เขินหรือ?” เจ้าของดวงตาคมเอ่ยถามคนที่หน้าขึ้นสีระเรื่อและกำลังเกาะไหล่ตัวเองเป็นที่พึ่งในการยืนด้วยความเอ็นดู ตาใสที่ช้อนมองราวกับลูกสัตว์ตัวเล็กนั้นหาได้ยากเหลือเกินสำหรับคนอย่างแอชเชอร์

 

“ทำไมฉันต้องมาจูบกับนายให้คนอื่นเห็นกันด้วย”

 

“เพราะนายเป็นคนของไทเลอร์..”

 

“….”

 

“ไม่เห็นหรือว่าพวกเขายินดีกับความสัมพันธ์ของเรา”

 

“อื้อ..”

 

เหล่าการ์เดียนเองก็ได้มาร่วมงานนี้เช่นกัน ขนหนานุ่มสลวยของพวกมันถูกจัดการแปรงอย่างดีหลังจากที่โจชัวและลูฟพาพวกมันไปอาบน้ำกันเสียยกใหญ่ ชาลีเองก็ยังคงจ้องมองเจ้านายตัวเองด้วยท่าทีสงบเสงี่ยมต่างกับร็อคกี้ที่เอาแต่หันไปเล่นกับเยลเวอร์ตันไม่หยุดจนแมดส์ต้องมายื่นคั่น

 

สายตาหวานเชื่อมของเชสที่มองมายังแอชเชอร์เป็นผลทำให้คนตัวขาวนั้นถึงกับทำอะไรไม่ถูก เพราะนอกจากจะมองไม่หยุดแล้วเจ้าตัวก็ไม่ยอมพูดอะไรออกมาอีก เป็นเหตุทำให้คนถูกมองว้าวุ่นไปเสียหมด

 

“ด้วยเกียรติของไทเลอร์ ขอสัญญาว่าจะรักษาและดูแลหิมะแรกของเดอะฮิลล์ นับจากนี้ไปจนถึงวันสุดท้ายของชีวิต”

 

หิมะแรกของเดอะฮิลล์ หรือ หิมะแรก คงเป็นคำติดปากที่เชสมักจะเรียกแทนชื่อของแอชเชอร์จนเป็นคำคุ้นเคยกันในหน่วยดี ชื่อเรียกแทนที่เหมาะสมกับตัวของแอชเชอร์คงยากจะปฏิเสธ หิมะที่หมายถึงบ้านเกิดที่เจ้าตัวจากมา จนกลายเป็นหิมะแรกของเดอะฮิลล์เพราะอดีตอัลฟ่าแดนเหนือนั้นเป็นเพียงคนเดียวที่ได้รับการยอมรับในการเป็นคนแดนใต้และเป็นคนของเดอะฮิลล์

 

“แด่หิมะแรกของเดอะฮิลล์!”

 

ไวน์ในแก้วซึ่งอยู่ในมือของทุกคนที่มาร่วมงานถูกชูขึ้นก่อนจะพร้อมใจกันกล่าวประโยคเดียวกันและดื่มเครื่องดื่มในแก้วเพื่อร่วมยินดีกับหัวหน้าหน่วยและหิมะแรกของเดอะฮิลล์

 

“ฝากดูแลเจ้าตัวน้อยด้วยนะคนดี..”

 

เส้นผมสีอ่อนที่ปรกใบหน้าถูกปัดออกจนเผยให้เห็นใบหน้างดงามอย่างชัดเจน แม้ดวงตาคู่งามจะยังคงมีรอยแดงช้ำจากการร้องไห้กับพี่ชายตัวเองเมื่อครู่ใหญ่ก็ยังคงไม่ได้ทำให้ แอชเชอร์ ไทเลอร์ นั้นดูงดงามน้อยลงไปกว่าเดิม ไม่ว่าจะเป็นดวงตาเรียวที่ซ่อนนัยน์ตาสีอ่อนน่าดึงดูดไว้ จมูกโด่งรับเข้ากับโครงหน้าที่ชัดเจน รวมไปถึงกลีบปากบางรสชาติหวานล้ำที่เชสเคยลิ้มรสมันมานับครั้งไม่ถ้วน

 

ยิ่งได้มองก็ยิ่งทำให้เชสนั้นระลึกเสมอว่าคนตรงหน้าคือคนที่ตัวเองนั้นมอบเกียรติให้อีกฝ่ายอย่างสูงสุดเท่าที่ใครคนหนึ่งจะทำได้สำหรับบุคคลอันเป็นที่รัก

 

กุหลาบดามัสก์ดอกสวยยังคงควรค่าแก่การถูกดูแลไม่จาง..

เรื่องราวนับต่อจากนี้คือการเริ่มต้นที่แท้จริงของดอกกุหลาบดามัสก์อันเป็นที่รักของผืนป่าสน

 

 

 

END

 

 

 

HASTAG : #youngmastermn

 

 

 

 

 

Talk : ในที่สุดก็ถึงตอนจบแล้วนะคะ T-T ขอบคุณทุกคนที่อยู่ด้วยกันมามาก ๆ เลยนะคะ ไม่คิดไม่ฝันเหมือนกันว่าจะแต่งฟิคยาวจบกับเค้าได้เหมือนกัน ต้องขอบคุณแรงผลักและกำลังใจจากทุกคนจริง ๆ ค่ะที่ทำให้เราสามารถเขียนเรื่องนี้มาได้จนจบ T-T ยังไงก็ฝากติดตามนายแมดส์กับคุณหนูเธียร์ ในเรื่อง Mad Dog ที่จะแต่งเป็นเรื่องต่อไปด้วยนะคะ :D ส่วนหลานแฝดจะเป็นสเปอยู่ในเล่มนะงับ ;-;

ปล.ส่วนเรื่องการจองเล่มเราน่าจะมาอัพเดทรายละเอียดต่างๆ (ตัวแบบปกเล่ม+ราคา+จำนวนหน้า และรายละเอียดยิบย่อย) โดยเราจะใส่รายละเอียดการพรีเล่มไว้ในตอนถัดไปเราจะแจ้งให้ทุกคนได้ทราบไม่เกินวันพฤหัสบดีที่ 10 ตุลาคม 2019 นะคะ และวันเปิดพรีเล่ม(เปิดฟอร์ม) จะเป็นวันเสาร์ที่ 12 ตุลาคม 2019 เวลา 20.00 น. หากมีข้อสงสัยสามารถสอบถามทาง Twitter @ninezexsky ได้เลยนะคะ กระซิบบอกเลยค่ะว่าหน้าปกงามมากๆ T-T หยิบไปอ่านข้างนอกได้แน่นอนถ้าไม่ซีเรียสเรื่องน้ำหนักเล่มฟิค

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 985 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

3,774 ความคิดเห็น

  1. #3765 PraeChayanin (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 29 พฤศจิกายน 2563 / 09:55
    เราอ่านจนจบเพราะอยากรู้คู่อาเธอร์ 😂
    #3,765
    0
  2. #3762 JJPEACH (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 28 พฤศจิกายน 2563 / 15:36

    ฮือออชอบมากเลยค่ะ มันดีมากดีไปหมดตอนนี้ทำเอาเราน้ำตาปริ่มเลยค่ะ😢 ขอบคุณที่เเต่งเรื่องนี้ขึ้นมานะคะจบเเบบสวยงามจริงๆ😢

    #3,762
    0
  3. #3750 __0997 (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 23 พฤศจิกายน 2563 / 16:16
    จบแล้วฮื่อออ แอบใจหายเหมือนกัน ตอนแรกว่าจะแบ่งอ่านไปเรื่อยๆเพราะไม่อยากที่จะอ่านจบ แต่ก็นะ มันสนุกมากจนเราก็อ่านทาเรื่อยๆเลยฮื่อ ขอบคุณคุณไรท์ก่อนเลยสำหรับนิยายสนุกๆที่คุณไรท์แต่ง มันมากกว่านิยายเนอะ มันมีความเลื่อมล้ำระหว่างชนชั้น ที่คุณไรท์ตั้งใจจะใส่ ไหนจะเรื่องของครอบครัวพี่น้องที่เราอ่านแล้วเราก็ได้แต่น้ำตาซึม เป็นนิยายดีๆอีกเรื่องที่เราจะเก็บเอาไว้ในใจเลยค่ะ จนจบแล้วแอชก็ยังเป็นยัยจอมยั่วของเชสอยู่ อ้ย เป็นคุณแม่แล้วน้า ดีใจมากฮื่อเราจะมีหลานแล้วแหละทุกคนนนนนนน เรา จะ มี หลานนนนน เห็นอาร์ธทักเรื่องแฝด ถ้าเชื้อพ่อมันแรงยังไงก็ได้แฝดดดด ส่วนเราที่มาอ่านตอนจบแล้วก็รู้เพศน้องเรียบร้อย ฮุ้ย ขอไปอ่านคุณอาแมดส์กับอาเธียร์ก่อนนะหลานๆ เดี๋ยวเรื่องของเด็กๆที่จะตามอ่านแน่นอน!!!! คุณไรท์ รักนะคะ เป็นกำลังใจให้อยู่ตรงนี้เสมอนะ💖
    #3,750
    0
  4. #3741 misssyouuu (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 22 พฤศจิกายน 2563 / 12:16

    ดีมากสนุกมากกกก ปริ่มมาก แงงง;-; ขอบคุณนิยายดีๆนะคะ

    รอติดตามเรื่องต่อไปนะคะ ขอให้มีพลังในการเขียนนิยายดีๆแบบนี้ไปเรื่อยๆเลยนะคะ สู้ๆค่ะะะ
    #3,741
    0
  5. #3714 ked9112 (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 11 พฤศจิกายน 2563 / 13:11
    สนุกมากๆเลยค่ะ T-T ขอบคุณสำหรับนิยายดีๆแบบนี้นะคะ สนุกมากจริงๆ
    #3,714
    0
  6. #3688 มายน์แจ&ปุ๋งปุ๋ง (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 20 ตุลาคม 2563 / 13:39
    อ่านเพลินมากเลยค่ะ อ่านรวดเดียวจบเลย ขอบคุณที่เขียนเรื่องดีๆแบบนี้ขึ้นมานะคะ สนุกมาก ครบทุกรสเลย บรรยายก็ดีอีก;-; จะติดตามผลงานของไรท์ไปอีกเรื่อยๆเลยนะคะ 🧡
    #3,688
    0
  7. #3614 KimCho (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 25 กันยายน 2563 / 19:58
    END เห็นคำนี้แล้วก็ใจหายไม่อยากไปต่อเลยค่ะ อยู่ด้วยกันมาเป็นอาทิตย์(เพิ่งได้มาเจอ;-;) ไม่รู้ว่าจะไปที่ไหนต่อได้อีก จะหาตัวละครแบบเชสแอชหรือคนอื่นๆคงเป็นไม่ได้ ถึงจะมีจักรวาลไทเลอร์รอให้ไปอ่านแต่ความรู้สึกดีๆที่ได้รับจากที่นี่มันมีแค่ที่นี่ อ้ากกก;-; ขอบคุณคุณไรท์และตัวละครทุกคนที่คุณไรท์ที่สร้าง เป็นอาทิตย์ที่น่าจดจำเลยทีเดียว โอเมก้าเวิร์สไม่กี่เรื่อง(หรือเรื่องแรก)ที่ชอบมากๆและอ่านจนจบ ขอบคุณค่ะ youngmaster
    #3,614
    0
  8. #3596 kim-taeaee (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 19 กันยายน 2563 / 21:10
    ชอบประโยค ดอกกุหลาบดามัสก์อันเป็นที่รักของผืนป่าสนมันแบบใจน้วยยยยยเลยคั้บ,-;
    #3,596
    0
  9. #3546 Melody Byun (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 15 สิงหาคม 2563 / 01:10

    ฮืออออ มันดีมากๆๆๆๆๆๆเลย อบอุ่นหัวใจ ชอบมาก สนุกมาก ตอนฉากทุกตอนมันทั้งตื่นเต้น ทั้งตื้นตัน ทั้งเศร้า ทั้งเขิน ทั้งมีความสุข มีทุกรสชาติเลย ขอบคุณไรท์มากๆนะคะ

    #3,546
    0
  10. #3543 fararaferren (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 13 สิงหาคม 2563 / 17:02
    อิ่มเอมใจมากเลยค่ะ เรื่องดำเนินมาจนถึงตอนจบแล้ว ทุกตอนทุกบรรทัดทำให้เราเซอร์ไพร้ได้เสมอ วิธีการเขียน การเล่ามันทัชใจเรามากค่ะ ปมต่างๆผูกกันมาทำให้เราทึ่งมากๆ ขอบคุณนะคะที่ทำให้เราได้รู้จักกับจักรวาลไทเลอร์ เราเริ่มต้นอ่านด้วยเรื่องแมดด้อกทำให้เนื้อเรื่องบางตอนพอจะเดาได้เพราะอ่านจากแม้ด แต่มันไม่ใข่ความรู้สึกโดนสปอยล์นะคะ เป็นความรู้สึกที่เฝ้ารอมากกว่า และฉากที่แอชเชอร์เจอกับน้องเธียร์มากๆ อยากรู้ความคิดของแอชเชอร์ตอนจูบหน้าม้าน้องเธียร์มาก จะอ่านเรื่องอื่นๆแน่นอนค่ะ
    #3,543
    0
  11. #3505 Oywctmw (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 7 สิงหาคม 2563 / 16:20
    เป็นเรื่องแรกในDekDที่อ่านจบเลยค่ะ T___T
    แล้วก็เป็นโอเมก้าเวิสเรื่องแรกที่อ่านจบด้วย
    ขอบคุณที่แต่งขึ้นมานะคะ 🥺🥺 เป็นเรื่องที่ดีมากกกกก บรรยายดีภาษาสวย เข้าใจหมดเลยค่ะ พึ่งเคยอ่านแนวนี้เป็นครั้งแรกชอบจังเลยค่ะ รู้สึกผูกพันธ์ไปกับตัวละครเยยน่ารักมาก รักคูมไรท์นะคะ🥺🥺💖💖💖เดี๋ยวจะไปอ่านพิแม้ดต่อนะคะคูมไรท์!!🙆🏻‍♀️ สมบัติของมินโน่💅🏻🙏🏻
    #3,505
    0
  12. #3474 Ssnnman (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 28 กรกฎาคม 2563 / 17:10
    สมบูรณ์แบบทุกอย่างจริงๆค่ะ นานแล้งที่ไม่ได้อ่านฟิคบรรยายจนจบขนาดนี้ มันดีจนไม่รู้จะพูดอะไร ขอบคุณสำหรับผลงานดีๆแบบนี้นะคะ จะติดตามผลงานของไรต์ไปทุกเรื่องเลยยย💕💕💕
    #3,474
    0
  13. #3449 lopenav (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 12 กรกฎาคม 2563 / 14:40
    สวยงามมากจริงๆค่ะ ฮือออออออ ตื้นตันมาก แบบมากๆๆๆๆๆ เราเสียใจมากที่พึ่งมาเจอเรื่องนี้ เป็นนิยายที่ดีที่สุดของปีนี้ที่เราอ่านมาเลยค่ะ ขอบคุณมากๆนะคะ
    #3,449
    0
  14. #3380 GKYON (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2563 / 02:18
    จำไม่ได้ ต้องกลับมาอ่านใหม่อีกรอบ งดงามจริงลูกแม่
    #3,380
    0
  15. #3378 Optimusya (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 15 มิถุนายน 2563 / 17:51
    รักเรื่องนี้ ภาษาดีมากๆเลยค่ะ บรรยายออกมาได้เห็นภาพทุกฉากอย่างชัดเจนเลย 🥰
    #3,378
    0
  16. #3358 ปงจี้ (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 31 พฤษภาคม 2563 / 19:24
    เราแบบ ฉากแต่งงานเราตื้นตันจนร้องไห้เลย รักทุกคนในเดอะฮิลล์เลย แงงงงงงงง้ ฮืออออออ ปาดน้ำตาป้อยๆเลยฉัน อบอุ่นไปทั้งใจ ตื้นตันไปหมด นึกย้อนไปตอนแรกๆคือไม่เห็นหนทางจะมารักกันเลย ปากสู้ฟัดกันตลอดเวลา5555555555555 ตอนนี้ก็แฮปปี้กันแล้ว เป็นปลื้มมาก แงงงงงง และฉันรักความไม่ยอมคนของน้องแอชที่สุด เสน่ห์น้องมาก ชอบ
    #3,358
    0
  17. #3139 jyajya (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 23 เมษายน 2563 / 03:08
    มีความสุขมากจริงๆที่ได้อ่านค่ะ ขอบคุณที่แต่งฟิคเรื่องนี้นะคะ ชอบภาษาของคุณไรต์ ชอบการบรรยายถึงบรรยากาศในเรื่อง มันดูอวลๆ อบอุ่นละมุนไปหมดเลยค่ะ แอบอยากให้ฝนตกตอนอ่านเลย ขอบคุณอีกครั้งนะคะ เป็นกำลังใจให้ค่ะ
    #3,139
    0
  18. #3135 pimpitchant (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 21 เมษายน 2563 / 16:53
    ขอบคุณมากๆเลยนะคะ ที่แต่งเรืองดีๆอย่างนี้ขึ้นมา ภาษาสวยมากค่ะ
    #3,135
    0
  19. #2969 phxtographer (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 6 เมษายน 2563 / 09:54
    เป็นนิยายที่ดีอีกเรื่องหนึ่ง ทั้งในเรื่องของการบรรยายที่น่าอ่านและเนื้อเรื่องที่น่าสนใจมาก ต้องขอบคุณคุณคนเขียนมากๆเลยที่แต่งเรื่องนี้ขึ้นมา ตัวละครมีเอกลักษณ์และแต่งออกมาสมจริงจนเราอินตามไปเลย นี่ยังนั่งสะอื้นกับอาเธอร์อยู่เลย แต่ก็ถูกดึงให้รู้สึกดีด้วยคู่ของแอชและเชสเสมอ แอบสงสารอาร์ธจริงๆ แต่ก็อย่างว่าความรักมีหลากหลายรูปแบบ เรสกับแอชก็เป็นรูปแบบหนึ่งของความรักที่ดี ผ่านอะไรต่างๆมาด้วยกันได้ ริโอและอาร์ธเองก็เป็นรูปแบบของความรักที่บิดเบี้ยวจนไม่สามารถกลับมาเป็นเหมือนเดิมได้อีกแล้ว นิยายเรื่องนี้หลากรสสะจริงๆ
    #2,969
    0
  20. #2962 pplinyeol (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 5 เมษายน 2563 / 03:17
    มันดือมากกกกกภาษาสวยงามประทับใจมากค่ะ แอแงงงงงงงงงงงงงงง ขอบคุณสำหรับฟีคดีๆนะคะ💕💕💕💕💕
    #2,962
    0
  21. #2956 ฉันณยอน (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 3 เมษายน 2563 / 16:15
    ชอบมากๆเลยค่ะ ขอบคุณสำหรับฟิคดีๆนะคะไรท์ T_____T
    #2,956
    0
  22. #2773 sefah101kpop (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 7 มีนาคม 2563 / 07:56
    น่ารักมากเลยค่ะ
    #2,773
    0
  23. #2751 prnk (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2563 / 20:45

    สนุกมากค่าาาา
    #2,751
    0
  24. #2735 flufffyfluffjj (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2563 / 19:06
    มาอ่านอีกรอบหลังจากอ่านน้องเธียร์ไป ยิ่งอ่านยิ่งเจ็บกับคุณหนู อยากจะกอดโอ๋คุณหนูเหลือเกินค่ะ ฮือออ

    หนูลูกก เจ็บมากไหมคะลูก เค้ายังเจ็บขนาดนี้น้องเธียร์จะเจ็บขนาดไหน ฮืออออ
    #2,735
    0
  25. #2724 firstchxnx (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2563 / 11:28
    ขอบคุณไรท์มากๆนะคะ ที่แต่งขึ้นมาให้ได้อ่าน มีความสุขมากๆๆๆ ร้อคกี้รอต้อนรับเจ้านายคนใหม่ไหวแล้ววว
    #2,724
    0