[ #MINNO ] | Young Master ¦ True Alpha x Alpha [END]

ตอนที่ 21 : Young Master : Chapter 17

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 8,866
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 921 ครั้ง
    17 ต.ค. 62













เสียงฟ้าลั่นครืน ๆ และเสียงลมพัดหวนจากฝนที่กำลังตกหนักมากขึ้นอยู่ทางด้านนอกยังคงดังเข้ามาภายในบ้านของหัวหน้าหน่วยเดอะฮิลล์อย่างชัดเจน แต่ก็แปลกที่เสียงจากธรรมชาติพวกนั้นยังคงไม่สามารถกลบเสียงของอัลฟ่าแดนเหนือตรงหน้าที่เริ่มต้นปั่นป่วนไทเลอร์ด้วยการกระทำที่ไม่ต่างจากการหยอกเล่นให้รู้สึกต้องการ แต่ก็ไม่สามารถไขว่คว้ามันเอาไว้ได้


ปลายนิ้วเรียวสวยไล่เกลี่ยและไล้วนไปตามสันกรามจากมือของเลสลีย์คนเล็ก มันก็ชวนทำให้หัวหน้าหน่วยเดอะฮิลล์นั้นอยากจะคว้ามือซนนั้นมางับเสียให้เข็ด แต่ก็ทำได้แค่คิดในใจเพียงเท่านั้นเพราะเอาเข้าจริง ๆ แล้วไทเลอร์เองก็มีวิธีอื่นที่จะเอาคืนอัลฟ่าตัวแสบตรงหน้าเช่นกัน


ยิ่งเชสยังนิ่งและปล่อยให้คนตัวขาวซีดทำตามอำเภอใจได้มากเท่าไหร่ อีกฝ่ายก็ยิ่งไล่ต้อนไทเลอร์มากขึ้นเท่านั้น จนถึงขั้นที่ว่ากล้าใช้ลิ้นของตัวเองไล่หยอกกับริมฝีปากล่างของทรูอัลฟ่าช้า ๆ สลับกับขบเม้มริมฝีปากล่างเล่น


จะว่าไปแล้ว เชส ไทเลอร์ ก็ไม่ควรประมาท แอชเชอร์ เลสลีย์ เลยสักนิด คนพี่ฉลาดยังไงคนน้องก็คงไม่ได้ด้อยไปกว่ากันเสียเท่าไหร่


“แล้วนายอยากรู้เรื่องอะไรก่อนดีล่ะ..”


ข้อแลกเปลี่ยนที่เสี่ยงเป็นอย่างมากต่อตัวของไทเลอร์มันก็น่าคิดหนัก แม้เชสอาจจะไม่เข้าใจทั้งหมดและไม่สามารถเดาทุกความคิดของอัลฟ่าแดนเหนือได้ พอลองคิดในอีกมุมหนึ่งการที่จะปล่อยให้ แอชเชอร์ เลสลีย์ กลายเป็นคนที่ไม่รู้อะไรเลย มันก็จะดูเป็นการทำร้ายทางอ้อมที่ใจร้ายกับจิตใจของคนๆหนึ่งเกินไป


“ไม่คิดอยากจะพูดมันออกมาเองบ้างหรือ?” คำตอบจากอัลฟ่าแดนเหนือยังคงทำให้มุมปากหยักหยัดยกขึ้นน้อย ๆ วาจาที่เล่นลิ้นของแอชเชอร์ยังคงทำให้หัวหน้าหน่วยเดอะฮิลล์ที่เป็นคนใจเย็นในการเจรจาแต่ละครั้งนั้นรู้สึกถูกอกถูกใจไม่น้อย


“รอลุ้นคำถามจากปากนาย มันน่าตื่นเต้นกว่าเยอะ..”


อัลฟ่าแดนเหนือถึงกับหัวเราะเบา ๆ ในลำคอกับความกวนประสาทของไทเลอร์ที่กลับมาอีกครั้ง ยิ่งเห็นว่าไทเลอร์ยังคงใจเย็นแบบนี้ ทั้งที่ควรจะกระวนกระวายกับสิ่งที่แอชเชอร์กำลังต้องการมันก็ยิ่งทำให้ความอยากเอาชนะในตัวเลสลีย์นั้นมากขึ้นเป็นทวีคูณ


“แล้วฉันจะแน่ใจได้ยังไงว่านายไม่โกหก”


“นั่นสิ..” หัวหน้าหน่วยเดอะฮิลล์ว่าก่อนจะขยับตัวละถอยห่างออกมาจากอัลฟ่าแดนเหนือจนเกิดระยะห่างระหว่างกันพอให้เลสลีย์คนเล็กสามารถนั่งได้อย่างสบายตัวมากขึ้น “ถ้าคิดว่ามันคุ้มกับที่ต้องแลกก็คงต้องลองดู”


อาจจะดูไม่แฟร์สักเท่าไหร่แต่เลสลีย์ก็ต้องยอมรับว่ามันก็เป็นเรื่องที่น่าเสี่ยงไม่น้อย ยิ่งเห็นแววตาของอีกฝ่ายแล้วมันก็ยิ่งทำให้ความคิดของแอชเชอร์นั้นเอนเอียงไปตามความต้องการแรกมากกว่า


“ถ้าคิดว่าฉันยังเป็นคนโง่ให้นายหลอกได้มากกว่านี้ นายก็โกหกฉันต่อไปเสีย..”


จากแววตาท้าทายเมื่อครู่ของเลสลีย์นั้นหม่นหมองลงในทันทีเมื่อพูดประโยคก่อนหน้าจบ และ เชส ไทเลอร์ เองก็รับรู้ถึงความรู้สึกที่แทรกซึมอยู่ในคำพูดพวกนั้นเป็นอย่างดี


“หากรู้แล้วต้องเจ็บปวดก็ยังเลือกที่จะอยากรู้งั้นหรือ?


“เพราะฉันดูอ่อนแอในสายตานายหรือ ถึงได้ถามกันแบบนี้..”


เขาไม่ได้อ่อนแอ.. หรือต่อให้ต้องพังกับความรู้สึกไปมากกว่านี้มันก็ย่อมดีกว่าความอึดอัดที่ต้องเก็บมันมาตลอด


“ฉันไม่รู้หรอกนะว่าที่ผ่านมานายต้องเจอกับอะไรมาบ้าง แต่อย่างหนึ่งที่ฉันคิดว่านายควรจะรู้ไว้ก็คือความหวังดีของพี่ชายนายที่มันไม่ใช่เรื่องโกหก”


“ความหวังดีที่ทิ้งความรู้สึกผิดไว้ให้มันดูเป็นความสุขที่ฉันควรยินดีหรือ


แสงสว่างที่แลบเข้าตาเพียงชั่ววินาทีก่อนจะตามมาด้วยเสียงฟ้าผ่าลงมาในระยะที่ได้ยินอย่างชัดเจน แต่ทว่าทั้งทรูอัลฟ่าแดนใต้และอัลฟ่าแดนเหนือเองก็ยังคงมองหน้ากันเงียบ ๆ โดยไม่ได้ไหวติงกับเสียงดังลั่นข้างนอกแต่อย่างใด


“นายไม่ได้อ่อนแอหรอกเลสลีย์ แต่เพราะความรู้สึกของนายต่างหากที่ควรถูกปกป้อง


ปกป้องงั้นหรือ? ทำไมคำพวกนี้ถึงยังต้องวนเวียนอยู่ในชีวิตของเขาซ้ำแล้วซ้ำเล่า คำ ๆ เดียวที่ตอกย้ำว่าสุดท้ายแล้วเขาเองก็ยังเป็นแค่อัลฟ่า ความอ่อนแอเหมือนในครั้งยังเป็นเพียงเด็กน้อย  ทั้งที่มันไม่สมควรเก็บเอามาเป็นเรื่องที่ควรใส่ใจแต่มันก็อดคิดไม่ได้ทุกทีว่าเพราะเรื่องนี้ใช่หรือไม่ที่ทำให้เขาต้องกลายเป็นคนที่ไม่รู้อะไร..


“ฉันไม่ต้องการ...”


เปลือกตาสีอ่อนกะพริบตาถี่ขึ้นเมื่อรู้สึกถึงความร้อนผ่าวที่ขอบกระบอกตา และนั่นก็ไม่ได้มาจากความเสียใจแต่มันกลับเป็นเพราะความรู้สึกโกรธตัวเองมากกว่าที่ทำอะไรไม่ได้


“การถูกปกป้องมันคือการตัดทอนความเป็นอัลฟ่าในความคิดของนายงั้นหรือเลสลีย์?


“....”


“คนที่ถูกปกป้องไม่ใช่คนอ่อนแอเสมอไป”


“....”


“เพราะคนที่สมควรถูกปกป้องคือคนที่มีค่าอย่างนาย”


อัลฟ่าแดนเหนือก้มหน้าลงนั่งมองฝ่ามือของตัวเองที่วางอยู่บนตักเงียบ ๆ ในขณะที่ไทเลอร์เองก็ยังคงยืนอยู่ตรงหน้าตัวเองไม่ไปไหน ไร้ซึ่งความคิดที่ตีรวนในหัวสมองแต่กลับเรียบเรียงความคิดของตัวเองใหม่ตามที่ได้ฟัง


“เอาเป็นว่าวันนี้นายเองก็ไปพักผ่อนเสียก่อนดีกว่า ส่วนเรื่องอะไรที่ยังค้างคาในใจก็ไว้ค่อยว่ากันพรุ่งนี้”


“แต่ฉัน…” คนดื้อดึงเงยหน้าขึ้นมาหมายจะอ้าปากเถียงแต่ก็ต้องปิดปากฉับเมื่อเชส ไทเลอร์นั้นเลือกที่จะเดินหันหลังให้ตัวเองเป็นการตัดบทสทนา “แล้วนั่นนายจะไปไหน?


“ทำแผล.. ไม่เห็นหรือว่าหน้าฉันมันดูไม่ได้แค่ไหน” ไทเลอร์ว่า


“ก็มานั่งตรงนี้เสียสิที่ฉันลงมาก็เพราะจะทำแผลให้นาย” ยิ่งฟังไทเลอร์พูดมันก็ยิ่งทำให้แอชเชอร์ต้องกลับไปคิดอะไรบางอย่างให้ถี่ถ้วนกว่านี้  บางอย่างที่เขาเคยคิดเอง เคยเข้าใจเอง เมื่อได้ฟังไทเลอร์มันก็อดทำให้มุมมองในความคิดพวกนั้นมันเริ่มแยกออกเป็นสองชุดความคิด


“จะมาไม้ไหนกันอีก หื้ม?ทรูอัลฟ่าเลิกคิ้วขึ้นสูงเป็นเชิงไม่อยากจะเชื่อหูตัวเองสักเท่าไหร่นัก ที่ได้ยินอัลฟ่าแดนเหนือพูดอะไรแบบนี้ออกมา อีกทั้งใบหน้าของอีกฝ่ายนั้นก็ดูจะมีท่าทีจริงจังเสียจนผิดแปลกจากปกติที่ชอบทำหน้าไม่พอใจไทเลอร์อยู่บ่อย ๆ


“ถ้านายคิดมากขนาดนั้น ก็ดูแลตัวเองเอาแล้วกัน!”  


แต่ก็ได้นานเสียเมื่อไหร่.. พอได้เจอไทเลอร์แสดงท่าทีไม่เชื่อนั้นก็ทำให้เลสลีย์ถึงกับว่าเสียงแข็ง ก่อนที่เจ้าตัวจะลุกขึ้นยืนหมายจะหนีคนกวนประสาทที่เอาแต่มองตัวเองไม่เลิกไม่รา


“เฮ้! ฉันก็แค่ถาม ทำไมจะต้องโมโหกันด้วย”


“งั้นนายก็ช่วยทำให้ปากกับสายตามันไปด้วยกันหน่อยก็ดี” ขนาดยืนสนทนากันต่อหน้าแบบนี้ ไทเลอร์เองก็ยังคงไม่เลิกส่งสายตานิ่ง ๆ ที่แฝงนัยพวกนั้นให้กับเลสลีย์  เรียกได้ว่าเป็นเรื่องที่ยากเป็นอย่างมากในการที่จะอธิบายสายตาของไทเลอร์


“ไม่ใช่เพราะนายมองฉันไม่ได้เหมือนเดิมหรอกหรือ? ถึงได้ทำให้นายหงุดหงิดที่เห็นสายตาฉัน”


“นอกจากจะกวนประสาทเก่งแล้ว ฉันก็พึ่งรู้ว่านายก็เข้าข้างตัวเองเก่งเหมือนกัน” 


“ย้อนดูการกระทำของนายเมื่อครู่ ก็น่าจะตอบคำถามได้ดีไม่หยอก”


หาก เชส ไทเลอร์ คิดเข้าข้างตัวเองล่ะก็ ถ้าเช่นนั้นการกระทำของ แอชเชอร์ เลสลีย์ เมื่อก่อนหน้านี้มันคืออะไรกัน ต่อให้คำพูดนั้นจะดูหว่านล้อมให้ตกหลุมพรางอย่างน่าร้ายกาจแต่หากได้ลองมองเข้าไปในนัยน์ตาคู่สวยนั้นแล้ว ไทเลอร์เองก็มั่นใจเช่นกันว่าสายตาคนเรานั้นต่อให้โกหกกันได้ก็ไม่มีทางทำได้ตลอด


“....”


“หรือนายคิดว่าการเป็นคนของไทเลอร์ มันก็แค่คำพูดลอย ๆ กัน...”


เจ้าของผิวขาวซีดถึงกับยกมือขึ้นดันหน้าอกเปลือยเปล่าของทรูอัลฟ่าแดนใต้ในทันที เมื่ออีกฝ่ายขยับตัวเข้าใกล้ ถึงไทเลอร์จะเป็นพวกชอบกวนประสาทมากแค่ไหน แต่เป็นแค่คำพูดและสายตาที่แสดงออกเท่านั้น ซึ่งขัดกับใบหน้าเรียบนิ่งที่ยังคงสะกดให้ใครก็ตามที่สนทนานั้นต้องจ้องมอง


“คนอย่างฉันไม่เคยพูดลอย ๆ ” อัลฟ่าแดนเหนือว่า


“คิดดีแล้วใช่ไหมที่เลือกแบบนี้” ไทเลอร์ยังคงถามย้ำอัลฟ่าแดนเหนืออีกครั้งเพื่อความมั่นใจ บทสนทนาที่พูดคุยกันในครั้งนี้มันไม่ใช่เรื่องเล็ก ๆ ที่จะสามารถพูดกลับกลอกได้เหมือนเรื่องเล่น


เพราะหากแอชเชอร์ เลสลีย์ เกิดคิดจะเปลี่ยนใจขึ้นมาทีหลังแล้วล่ะก็ คนอย่างเชส ไทเลอร์ เองก็คงไม่สามารถยอมคืนอิสระที่อีกฝ่ายมอบให้กับตัวเองได้เช่นกัน


“มันจะเจ็บปวดสักเท่าไหร่กันเชียว...”


“ฉันไม่รู้หรอกว่านายไปจดจำความรู้สึกนึกคิดพวกนี้มาจากไหนแต่สำหรับคนของฉัน เขาคนนั้นจะต้องได้รับเกียรติของไทเลอร์อย่างที่สมควรจะได้รับ”


“....”


“และที่ตรงนั้นมันก็มีเพียงพอแค่สำหรับคน ๆ เดียว”


“นายกล้าพูดออกมาว่าแค่คน ๆ เดียว ทั้งที่นายก็รู้อยู่แก่ใจน่ะหรือว่ายังไงมันก็ไม่มีทางเป็นแบบนั้นได้”  มันจะมีอัลฟ่าสักกี่คนกันที่จะสามารถละทิ้งอำนาจความเหนือกว่าในการมีสิทธิครอบครองคู่ของตนได้มากกว่าหนึ่ง


“ทุกการตัดสินใจของฉันมันย่อมคุ้มค่าเสมอ และฉันเองก็ไม่ใช่พวกจับคู่ไปเรื่อยอย่างที่นายเหมารวมไปกับอัลฟ่าพวกนั้น..”


โอเมก้าที่ว่าต้องคู่กับอัลฟ่านั้นคนอย่างเชส ไทเลอร์ก็เมินมาแล้วนักต่อนัก หรือต่อให้เป็นอัลฟ่าเช่นเดียวกันแต่หากไม่สามารถทำให้รู้สึกสนใจมากพอจริง ๆ หัวหน้าหน่วยเดอะฮิลล์คนเก่งก็ไม่มีทางที่จะเฉียดกรายเข้าไปยุ่งเด็ดขาด


“นายสามารถเอาความผิดพลาดพวกนั้นมาใช้เป็นเหตุผลได้ด้วยหรือไทเลอร์?


ความผิดพลาดที่ทำให้เกินความสัมพันธ์ลึกซึ้งจนเกินเลยพวกนั้นมันใช่เหตุผลกันหรือ...


“ทุกอย่างที่เกิดขึ้นมันไม่เคยเป็นความผิดพลาดสำหรับฉัน”


ทรูอัลฟ่าแดนใต้ไม่สามารถเดาใจของอัลฟ่าแดนเหนือตรงหน้าที่กำลังทำแผลให้ตัวเองตอนนี้ได้เลยสักนิด หลังจากที่ไทเลอร์เอ่ยประโยคนั้นออกไปเลสลีย์เองก็ไม่ตอบโต้อะไรกลับมา จะมีก็แต่เพียงเสียงฝีเท้าเบา ๆ ที่เดินตามไทเลอร์ขึ้นมาบนห้องนอน หลังจากทรูอัลฟ่านั้นต่อรองให้อีกฝ่ายไปอาบน้ำอาบท่าให้สบายตัวเสียก่อน เป็นแอชเชอร์เองที่ปฏิเสธหัวชนฝาว่าจะไม่ทำแผลให้ทรูอัลฟ่าหนุ่มเด็ดขาดหากอีกฝ่ายไม่ยอมใส่เสื้อผ้าดี ๆ นอกจากจะนั่งทำแผลเงียบ ๆ แล้วก็กลายเป็นว่าตอนนี้ระหว่างเราทั้งคู่นั้นถูกปกคลุมด้วยเสียงธรรมชาติจากด้านนอกที่ส่งเสียงพอให้บรรยากาศนั้นเงียบจนเกินไป


แสงสว่างจากเชิงเทียนและเทียนหอมซึ่งถูกจุดไว้ในห้องยังคงพอส่องแสงสว่างท่ามกลางบรรยากาศขมุกขมัว ดูท่าว่าความผ่อนคลายจากกลิ่นหอมนั้นก็ยังไม่สามารถทำให้แอชเชอร์จะไม่ปริปากพูดอะไรออกมาสักคำ แต่ก็ใช่ว่าไทเลอร์จะไม่เห็นความสับสนในดวงตาคู่นั้นที่ลอบมองตัวเองอยู่หลายต่อหลายครั้ง คนปากเก่งเมื่อก่อนหน้านี้ถูกกลืนหายไปอย่างไม่น่าเชื่อจนหลงเหลือก็แต่เพียงเด็กน้อยคนหนึ่งที่กำลังสับสนในความรู้สึกของตัวเอง


ไม่ว่าจะใส่เสื้อผ้าสีอ่อนหรือสีเข้มก็คงยากที่จะปฏิเสธว่าผิวขาวเนียนละเอียดของเลสลีย์นั้นยังคงดูน่ามองถึงแม้จะถูกบดบังไว้จนหมด ยิ่งเมื่อผ่านการอาบน้ำอุ่นมาก็ยิ่งพาลทำให้ผิวขาวซีดนั้นมีสีระเรื่อขึ้นตามการไหลเวียนของเลือดจนอมชมพูไปเสียหมด และที่สังเกตได้ชัดก็คงหนีไม่พ้นแก้มเนียนที่ขึ้นซับจาง ๆ


สัมผัสที่ไม่หนักมือจากมือขาวซึ่งไล่ทำแผลบนใบหน้าของเชส ไทเลอร์นั้นให้ความรู้สึกดีกว่ามือหนัก ๆ ของเมอร์เรย์เป็นไหน ๆ หากเทียบกันแล้ว  ต่อให้แอชเชอร์จะตั้งใจทำแผลมากเสียเท่าไหร่แต่ก็กลับไม่ได้ทำให้เจ้าตัวมีสติกับเนื้อกับตัวแม้แต่น้อย


ขนาดทรูอัลฟ่าแดนใต้จ้องหน้าอีกฝ่ายนานเสียขนาดนี้ เจ้าตัวเองก็ยังคงไม่มีท่าทีฮึดฮัดเหมือนทุกที ดวงตาคู่สวยไร้ประกายเหมือนดวงดาวในยามค่ำคืนอย่างที่เคยเป็น ใบหน้ารูปสลักที่มักจะเย่อหยิ่งกลับเต็มไปด้วยความรู้สึกกล้ำกลืนฝืนทนจนพาลให้หม่นหมองไปเสียหมด


“นายกลัวอะไรอยู่เลสลีย์...”


เสียงทุ้มต่ำของเชส ไทเลอร์เอ่ยถามอัลฟ่าแดนเหนือตรงหน้า เมื่อไม่สามารถทนมองใบหน้าที่กล้ำกลืนของอีกฝ่ายได้ ฝ่ามือใหญ่ที่ยกขึ้นจับมือขาวซึ่งกำลังทำแผลให้ตัวเองอยู่นั้นสามารถทำให้คนที่กำลังจมอยู่กับความคิดเบิกตากว้างด้วยความตกใจ


“อะไรของนาย”


แม้เลสลีย์คนเล็กจะพยายามควบคุมเสียงของตัวเองไม่ให้สั่นเช่นไร แต่สุดท้ายแล้วมนุษย์เราก็ไม่สามารถฝืนตนเองได้มากพอขนาดนั้น


“ที่กำลังเป็นอยู่มันฝืนตัวเองขนาดนั้นเชียวหรือ?


คำถามง่าย ๆ จากปากทรูอัลฟ่าหนุ่มนั้นแสนจะสะกิดใจของคนฟัง จนเจ้าของฝ่ามือขาวที่กำลังถูกจับนั้นถึงกับออกแรงยื้อเพื่อที่จะดึงมือของตัวเองให้ออกจากการเกาะกุมของไทเลอร์ และนั่นก็ทำให้ไทเลอร์รับรู้ถึงแรงสั่นน้อย ๆ จากมือขาว


“ไม่...”


“ปากบอกว่าไม่แต่การแสดงออกของนายมันกลับสวนทางกันเสียหมด”


“....”


“ถึงฉันจะไม่ชอบความอ่อนแอของคนเราเสียเท่าไหร่ แต่ก็ใช่ว่านั่นจะเป็นเหตุผลที่ทำให้นายต้องเข้มแข็งทุกครั้งที่อยู่ตรงหน้าฉัน”


“ฉันไม่ได้อ่อนแอ...”


“ความรู้สึกของนายมันละเอียดอ่อนกว่าที่ฉันเคยคิดไว้เสียอีก”


เมื่อถึงเวลาที่ต้องแลกขึ้นมาจริง ๆ ใครกันบ้างที่จะไม่หวาดกลัวต่ออนาคตที่ไม่สามารถคาดเดา แอชเชอร์ เลสลีย์ไม่สามารถจัดการกับความรู้สึกหวาดกลัวลึกๆภายในจิตใจของตัวเองได้อย่างที่ควรจะเป็น  อดีตที่เคยพบเจอนั้นกลับกลายเป็นตะกอนที่พร้อมจะขุ่นมัวขึ้นมาได้เสมอหากมีอะไรมากระทบให้มันสั่นไหว


หากสามารถเลือกได้ใครกันที่อยากจะเจ็บปวด.. ทั้งที่ปรารถนาจะลองเสี่ยงกับความรู้สึกพวกนั้นแต่สุดท้ายแล้วมันก็ดูยากเสียเหลือเกินในความเป็นจริง


“สิ่งเดียวที่ทำให้ฉันหวาดกลัวก็คือความรัก”


ความรู้สึกของการที่ต้องเอาใจของตัวเองไปผูกกับใจกับใครอีกคนมันเป็นความเสี่ยงที่ไม่อาจประมาณค่าได้  รสรักที่ว่าหอมหวานเมื่อยามได้เชยชมย่อมมีวันเปลี่ยนเป็นพิษร้ายในวันหนึ่ง


“นายเคยมีมันแล้วหรือถึงได้หวาดกลัว..”


เพราะเท่าที่ไทเลอร์นั้นจำได้... อาเธอร์เองก็เคยบอกเขาไว้เช่นกันว่าน้องชายของตัวเองนั้นหลีกเลี่ยงความสัมพันธ์ประเภทนี้มากแค่ไหน


“แล้วนายล่ะ..”


คำถามที่ย้อนกลับมาของเลสลีย์คนเล็กนั้นทำให้เชสระบายยิ้มบาง ๆ ที่มองยังไงก็ดูฝืนธรรมชาติเสียจนเห็นได้


“ความรักของฉันมันมากกว่าความหวาดกลัวของนายเสียอีก” คำว่าหวาดกลัวนั้นแทบจะไม่เคยอยู่ในหัวของเชส ไทเลอร์เลยสักนิดหากที่เจ้าตัวนั้นจะได้พยายามทุ่มเทเพื่อใครสักคน  สัญชาตญาณที่อยู่เหนือการควบคุมของความคิดพวกนั้น เขาเชื่อว่ามันคือความรู้สึกที่แท้จริงที่ใครหลายคนพยายามปฏิเสธมันมาตลอด..


คนเราเมื่อปราศจากความหวาดกลัวในทุกสิ่งแล้ว นั่นล่ะคือความน่ากลัวของจริงที่ยากจะคาดเดาว่าจะเกิดอะไรขึ้นหลังจากนั้น


“....”


“ต่อให้นายพยายามหนีมันแทบตาย นายก็หนีความเจ็บปวดพวกนั้นไม่พ้น”


ความรักที่อยู่ในทุกรูปแบบของความสัมพันธ์ เมื่อสร้างความสุขได้ก็ย่อมสร้างความเจ็บปวดที่ยากจะลืมเลือนด้วยเช่นกัน


“แล้วถ้าเป็นนาย ฉันจะเจ็บปวดมากแค่ไหนกันไทเลอร์...”


“ฉันตอบไม่ได้หรอกว่ามันจะมากมายสักเท่าไหร่ แต่หากเจ็บปวดขึ้นมาเราทั้งคู่ก็คงไม่ต่างกัน”


“....”


“ยังไงเสียมันก็คงไม่ใช่นายคนเดียวที่เป็นฝ่ายรัก”


“นายรู้ไหมไทเลอร์.. ว่าการที่ยิ่งฉันได้รู้จักนายมากเท่าไหร่ ฉันก็ยิ่งกลืนน้ำลายตัวเองมากขึ้นเท่านั้น ทุกอย่างที่ฉันเคยปฏิเสธมันมาตลอด มันไม่เคยปฏิเสธนายได้เลยสักนิด”


ฟังดูเป็นประโยคที่อาจจะทำให้เชสสามารถยิ้มได้ แต่นั่นกลับไม่ใช่เลยสักนิดเมื่ออัลฟ่าแดนเหนือตรงหน้าของตัวเองนั้นพูดสิ่งที่อยู่ในใจซึ่งมันต่างก็พรั่งพรูออกมาพร้อมกับความรู้สึกที่เอ่อล้น


หยดน้ำตาเม็ดแรกร่วงเผาะลงมาจากดวงตาคู่สวยที่หลุบมองฝ่ามือบนตักของตัวเอง ก่อนจะตามมาด้วยหยดต่อ ๆ ไปจนแพขนตายาวนั้นเปียกชื้น


“ฉันเคยดูถูกความรักของพวกเขาว่ามันบิดเบี้ยวมากแค่ไหน แต่สุดท้ายฉันเองก็ไม่ต่างจากคำพูดพวกนั้นเลยสักนิด...”


เสียงพูดของอัลฟ่าแดนเหนือขาดหายไปในลำคอจนจับความไม่ได้ เมื่อเจ้าตัวนั้นพยายามจะกลืนก้อนสะอื้นที่จุกขึ้นมาในลำคอของตัวเองลงไป


น้ำตาหายากของ แอชเชอร์ เลสลีย์ ต่อให้ดูงดงามสักแค่ไหน แต่ขึ้นชื่อว่าเป็นน้ำตาก็ย่อมเป็นความความเสียใจและเป็นความเจ็บปวดที่ยากจะรับมือ


“ฉันไม่ใช่ริโอและนายเองก็ไม่ใช่อาเธอร์... มันไม่มีทางที่พวกเราจะเหมือนกัน” หรือต่อให้คล้ายกันมากสักแค่ไหน คนอย่าง เชส ไทเลอร์ ก็ไม่มีวันใช้คนของตัวเองเพื่อเป็นหมากบนกระดานอย่างที่ริโอเคยทำ


หัวหน้าหน่วยเดอะฮิลล์เอื้อมมือที่ว่างของตัวเองอีกข้าง เพื่อช่วยเช็ดน้ำตาที่ยังคงไหลออกมาไม่หยุดของเลสลีย์คนเล็ก ซึ่งเจ้าของขอบตาแดงช้ำนั้นทำเพียงแค่เงยหน้าขึ้นมาจ้องมองไทเลอร์เงียบ ๆ และปล่อยให้อีกฝ่ายเช็ดน้ำตาของตัวเองอย่างไม่ปฏิเสธ


“น่าอายชะมัดที่ฉันต้องมาร้องไห้ให้นายเห็นอีก...”


นี่เป็นครั้งที่สองแล้วที่แอชเชอร์นั้นต้องมานั่งปล่อยน้ำตาที่ยากจะสะกดกลั้นของตัวเองให้เชส ไทเลอร์ได้เห็น แน่นอนว่านอกจากจะไม่มีคำพูดปลอบใจอะไรให้มากมายแล้ว และไทเลอร์เองก็ยังคงนั่งเงียบ ๆ ปล่อยให้เขาได้ร้องไห้ออกมาอย่างไม่อาย


“อย่างน้อยก็ยังมีฉันที่คอยช่วยเช็ดน้ำตา”


แน่นอนว่าการที่มีใครสักคนอยู่ข้าง ๆ นั้นมันสามารถช่วยเติมเต็มความรู้สึกอ้างว้างพวกนั้นได้อย่างไม่เหมือนทุกที ยามที่ต้องเจ็บปวดอยู่เพียงคนเดียว


“นี่ฉันควรดีใจ?


“ก็คงทำนองนั้น...” ไทเลอร์ตอบในขณะที่ยอมปล่อยมือของแอชเชอร์ออกให้เจ้าตัวได้รู้สึกผ่อนคลายกว่าที่จะจับมือกับตนไปมากกว่านี้


“แล้วถ้าเกิดว่ามันเป็นเพราะนายขึ้นมา.. ฉันควรทำยังไง”


“ถ้ามันทำให้ฉันกับนายเข้าใจกันมากขึ้น ความเสียใจพวกนั้นมันคงไม่ได้เรียกว่าความเจ็บปวด..” หัวหน้าหน่วยเดอะฮิลล์ยังคงเอ่ยตอบอัลฟ่าแดนเหนืออย่างใจเย็น “แต่หากมันเป็นเพราะตัวฉันเองที่ทำให้นายต้องเจ็บปวด มันก็สุดแล้วแต่นายว่าจะตัดสินใจอย่างไร”


“นายไม่ควรเปิดช่องว่างให้ฉันมากขนาดนี้”


“มันคือความเท่าเทียมกันต่างหากเลสลีย์...”


“....”


“เป็นคนของไทเลอร์.. ไม่ได้แปลว่านายจะต้องอยู่ภายใต้อำนาจฉันทุกอย่าง”


“แล้วถ้าฉันสั่งให้นายจูบฉันตอนนี้ นายจะทำมันไหมไทเลอร์?


“จะให้ฉันจูบในฐานะอะไรดีล่ะเลสลีย์...” เป็นอีกครั้งที่แอชเชอร์ถูกเจ้าของมือใหญ่นั้นเชยหน้าตัวเองขึ้นให้สบตาคู่คมของทรูอัลฟ่า


ไม่ว่าจะกี่ครั้งที่ถูกสายตาดุคมของไทเลอน์นั้นไล่มอง มันก็ยังคงทำให้เลสลีย์รู้สึกเหมือนว่าตัวเองกำลังเปลือยกายต่อหน้าไทเลอร์อยู่เสียทุกทีทั้งที่แท้จริงแล้วตัวเขานั้นสวมใส่เสื้อผ้าที่ปกปิดร่างกายตัวเองมากแค่ไหน..  แววตาลึกซึ้งที่ไล่มองไปทั่วเครื่องหน้านั่นก็พาให้พวงแก้มขาวยิ่งขึ้นซับสีจางลามไปถึงใบหูที่ร้อนฉ่


ริมฝีปากหยักที่เคยป้อนจูบให้กับแอชเชอร์มานับครั้งไม่ถ้วน ยิ่งมองก็ยิ่งทำให้นึกถึงสัมผัสลึกซึ้งพวกนั้นอย่างห้ามไม่ได้... 


“จูบในฐานะของคนที่ได้ครอบครองฉัน”


เชส ไทเลอร์ ไม่รู้หรอกว่า แอชเชอร์ เลสลีย์ เอ่ยคำพูดที่ลึกซึ้งนั้น มันตั้งใจมากน้อยกันเสียแค่ไหน แต่ในมุมของคนฟังนั้นมันก็อดทำให้ไทเลอร์นึกย้อนคิดไปถึงเรื่องราวระหว่างตนเองกับอัลฟ่าแดนเหนือในตอนนั้นอย่างเสียไม่ได้


ความรู้สึกของการที่ได้ครอบครองอีกฝ่ายครั้งแล้วครั้งเล่ามันยังคงเป็นความอิ่มเอมและชวนให้อยากลิ้มลองมันอีกเรื่อย ๆ กลิ่นหอมภายในห้องที่ลอยปะปนอยู่กับกลิ่นประจำตัวของทั้งคู่ก็คงเทียบไม่ได้กับกลิ่นกุหลาบดามัสก์ที่กำลังเชิญชวนให้คนร่วมห้องนั้นได้เด็ดดมความหอมจากกลีบกุหลาบสูงค่า


“มันคงไม่ดีเท่าไหร่ถ้าจะให้ฉันจูบนายตอนนี้”


นิ้วหัวแม่มือของทรูอัลฟ่าหนุ่มไล้วนอยู่ใกล้ ๆ กับริมฝีปากสีระเรื่อเล่น ในขณะที่เอ่ยบอกอีกฝ่ายด้วยน้ำเสียงรื่นหู


“หมายความว่านายจะไม่จูบ?ดวงตาที่ยังคงแดงก่ำจากการร้องไห้เมื่อคู่ช้อนมองไทเลอร์อีกครั้ง ซึ่งนั่นก็คงไม่ห่างไกลจากคำว่าตัดพ้อเสียเท่าไหร่


“จูบที่ปากหวาน ๆ ของนายไม่ได้ ใช่ว่าฉันจะจูบตรงอื่นไม่ได้เสียหน่อย..”


เจ้าของผิวสีแทนไม่ได้เอ่ยปากตอบคำถามคนตัวขาวเพิ่มอีกแต่อย่างใด นอกเสียจากจะดันตัวเองลงไปนั่งคุกเข่าอยู่ตรงหน้าอัลฟ่าแดนเหนือซึ่งนั่งอยู่บนปลายเตียงหลังใหญ่ ฝ่ามือสากของไทเลอร์แตะสัมผัสเบา ๆ บริเวณข้อเท้าเล็กซึ่งโผล่พ้นขึ้นมาจากกางเกงผ้าขายาวที่เลสลีย์คนเล็กสวมใส่


“ไทเลอร์...”


เสียงนุ่มน่าฟังแทบกลืนหายไปในลำคอเสียจนหมด เมื่อการกระทำที่คาดไม่ถึงของไทเลอร์นั้นสร้างความตกใจให้กับเจ้าตัวจนแทบสิ้นสตินึกคิด


ความรู้สึกอุ่นร้อนจากริมฝีปากของเจ้าของใบหน้าดุคมที่เต็มไปด้วยร่องรอยบาดแผลนั้น ไล่ประทับจูบร้อนๆ ตั้งแต่ข้อเท้าเล็กไล่ลงมาจนถึงฝ่าเท้าขาวอย่างเชื่องช้า ภาพใบหน้าของคนที่มีอำนาจมากที่สุดในเดอะฮิลล์ที่แนบอิงใกล้ฝ่าเท้าขาวของอัลฟ่าแดนเหนือนั้นคงไม่ใช่ภาพหาง่ายที่ใครจะได้พบเห็น นอกเสียจากคนของไทเลอร์เท่านั้นที่จะมีสิทธิเห็น


ใบหน้ารูปสลักที่พระเจ้าลำเอียงมอบให้กับอัลฟ่าแดนเหนือที่นั่งอยู่เหนือกว่านั้นยังคงงดงามไม่เปลี่ยนแปลง นัยน์ตาคู่สวยที่ทอดมองไทเลอร์นิ่ง ๆ นั้นยังคงเย่อหยิ่งไม่ผิดแปลกไปจากครั้งแรกที่เคยได้พบเห็น 


“หากยอมรับเกียรติของไทเลอร์แล้ว ต่อให้มากกว่านี้ฉันก็ทำมันให้นายได้แอชเชอร์”



*



“ดูท่าทางแล้วไทเลอร์คงจะหวงเลสลีย์ไม่น้อย...”


ถ้อยคำที่เอ่ยออกมาจากปากคนสนิทของ รีส เบลเลอมอนท์ นั้นทำให้เจ้าของกลุ่มผมสีแดงสดพยักหน้ารับอย่างเห็นพ้องด้วย  ยิ่งลองย้อนคิดดูอย่างละเอียดถี่ถ้วนแล้วก็ยิ่งทำให้ผู้ครองฟลัมยิ่งอยากจะสนทนากับแอชเชอร์มากขึ้นเท่านั้น


“สัญชาตญาณคงแรงไม่หยอก..” รีสไหวไหล่น้อย ๆ เพื่อไล่ความขบเมื่อยตามร่างกายของตน พลางเหล่มองคนสนิทที่กำลังตระเตรียมข้าวของทุกอย่างให้ตนเองอย่างถนัดมือ


“ปล่อยไว้แบบนี้จะยิ่งไม่เป็นปัญหาใหญ่กันหรือ?


“ใครกันจะกล้าสอดมือเข้าไปยุ่งกับเรื่องของไทเลอร์ เกิดคลุ้มคลั่งเป็นหมาบ้าขึ้นมาคงได้เดือดร้อนกันไปหมดทั้งแดนใต้”


รีส เบลเลอมอนท์ เอ่ยติดตลกเมื่อพูดถึงความบ้าคลั่งของเชส ใครต่างก็รู้ดีว่าไม่ควรสอดมือเข้าไปยุ่งเรื่องของหมอนี่  เพราะนอกจากที่จะไม่สนใจใครหน้าไหนแล้วหัวหน้าหน่วยไทเลอร์เองก็สามารถทำอะไรที่ทุกคนไม่คาดคิดได้เช่นกัน


“เห็นได้ชัดว่ามันผิดกฎ เราควรจะทำอะไรสักอย่างมากกว่าที่จะมองอยู่เฉย ๆ ” ลาคลัน คาร์เตอร์ ยังคงเสนอความคิดที่พอจะหาทางออกของเรื่องนี้ให้เจ้านายของตัวเองได้ฟัง แต่ทว่านอกเสียจาก รีส เบลเลอมอนท์ จะไม่สนใจแล้วเจ้าตัวก็กลับทำหูทวนลมใส่กันเสียอีก


“รสชาติไวน์ของเดอะฮิลล์นี่ยังดีไม่เปลี่ยน ท่าทางว่าคราวนี้ฉันคงต้องคุยเรื่องนี้กับไทเลอร์จริง ๆ จังๆ เสียที”


ลาคลันเองก็คร้านจะอธิบายอะไรต่อให้มากกว่าจึงเลือกที่จะจัดของต่อไปเงียบๆ และนั่นก็ทำให้รีสกระตุกยิ้มน้อย ๆ เชื่อเถอะว่าถ้าเป็น เชส ไทเลอร์ ได้มายืนสนทนากับรีสในตอนนี้คงได้เปิดปากฉะกันไปแล้ว แต่เพราะนี่เป็นลาคลันที่รู้ว่าควรจะทำตัวอย่างไร ถึงทำให้รีสนั้นพออกพอใจอยู่ทุกครั้งไป


แต่ก่อนที่ลาคลันจะได้เดินออกไปจากห้องเมื่อจัดการทุกอย่างให้คนเป็นนายเสร็จ รีส เบลเลอมอนท์ ก็กลับมีคำถามประหลาดที่น่าขบคิดให้ปวดหัวเสียอย่างนั้น


“นายศรัทธาในพระเจ้าแค่ไหนกันลาคลัน?


“....”


“นายว่าคนเราจะสามารถศรัทธาได้มากพอที่จะไม่ก้าวข้ามศีลธรรมได้หรือเปล่า”


“เรื่องบางเรื่องแค่ใช้ความรู้สึกของตัวเราเอง มันก็น่าจะเป็นเหตุผลที่มากพอกว่าความเชื่อในพระเจ้า” ลาคลันเอ่ยตอบตามที่คิด แม้จะมีความลังเลในคำตอบไม่น้อยก็ตาม


“นั่นแสดงว่านายไม่ศรัทธาในพระเจ้างั้นหรือ ถึงคิดว่าความรู้สึกของตัวเองมันถูกต้อง?


“ทุกอย่างย่อมมีข้อยกเว้น ไม่มีทางเป็นไปได้ที่เราทุกคนจะศรัทธาในพระเจ้า และมันก็ไม่เคยมีกฎข้อไหนเคยบอกนี่ว่ามันเป็นเรื่องผิด”


“แบบนี้เองสินะ...”


ใจเด็ดไม่เบาเลยสินะ เชส ไทเลอร์...


รอยยิ้มเย็นที่ถูกจุดขึ้นมาบนมุมปากของ รีส เบลเลอมอนท์ นั้นหากใครได้พบเห็นก็คงต้องรู้สึกเสียวสันหลังวาบกันเป็นแถวแน่นอน


“หากนายท่านไม่มีอะไรแล้ว คงต้องขอตัว..”


“ยังมีอีกเรื่องหนึ่ง” รีสเอ่ยขัดขึ้น ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองคนสนิทที่ยังคงยืนตีหน้านิ่งสนิทรับฟังคำถามของตัวเองอย่างตั้งใจ 


?


“ฉันอยากเขียนจดหมายหาใครสักคนหนึ่งที่แดนเหนือ นายพอจะหาวิธีได้ไหมลาคลัน”


 






HASTAG #youngmastermn 











TALK : คุณเชสเขาชัดเจนขนาดนี้แล้วนายน้อยจะใจแข็งไหวจริงๆหรือคะ? แงแอ ตอนแรกตั้งใจว่าจะลงพาร์ทของเบลเลอมอนท์ให้หมด แต่ขอตัดรวบยอดไปตอนหน้าแล้วกันนะคะไม่งั้นมันจะต้องโยงไปอีกยาวมากๆ อันนี้เอาพอกรุบกริบไปก่อนแล้วกันเนอะ 

ประกาศๆๆ : สำหรับใครที่สนใจเรื่องการรวมเล่ม Young Master สามารถติดตามรายละเอียดได้ในตอนถัดไปนะคะ เดี๋ยวเราจะลงรายละเอียดและลิงก์ในการกรอกแบบสอบถามไว้ให้ หรือ หากใครไม่สะดวกก็สามารถหาลิงก์ได้ทางหน้าTwitter ของเรา @ninezexsky ได้นะคะ เดี๋ยวจะทวิตและเฟบเก็บไว้ในLikeให้เน้อ 


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 921 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

3,777 ความคิดเห็น

  1. #3742 __0997 (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 22 พฤศจิกายน 2563 / 12:52
    ขอเพิ่มเติมอีกอย่างคือเชสให้เกียรติแอชมากๆ ที่บอกว่าเป็นคนของไทเลอร์ไม่จำเป็นต้องอยู่ภายใต้อำนาจของเชสอ่ะแบบ เราประทับใจมากที่เชสเห็นคุณค่าของคนๆนึงเท่ากัน ตั้งแต่ที่ไม่เอาโอเมก้ามาอยู่ที่หน่วย ให้เกียรติคนแดนเหนือทั้งๆที่ไม่จำเป็นก็ได้(ถึงจะขึ้นอยู่กับว่าเป็นใครด้วยก็เถอะ)ให้เกียรติผู้หญิง อะไรแบบนี้ของเชสโคตรจะน่ารักเลยอ่ะ
    #3,742
    0
  2. #3739 __0997 (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 22 พฤศจิกายน 2563 / 01:11
    แง้ช็อคตอนจูบเท้ามาแต่มันเป็นภาพในจินตนาการที่สวยมากจริงๆ นายน้อยจอมหยิ่นของเลสลีย์นั่งอยู่บนเตียงโดยมีหัวหน้าหน่วงอย่างเชสจูบเท้าให้อยู่อ่ะ แบบโอ้ยยยให้เธอทั้งหมดที่มี มีเท่าไรก็ให้หมดเลยมากๆๆ ยอมขนาดนี้เลยนะฮื่อ เป็นคนของไทเลอร์ อยากได้อะไรได้จริงๆ ขอจูบได้จูบเท้าว่าซั่นนนนนนน เอ้ะ คุณพี่รีสจะส่งจดหมายหาใครหว่า แต่นี่คิดว่าเป็นอาร์ธไหม ดูรีสไม่น่าจะถูกกับริโอพอๆกับน้องชาย และพี่น้องก็ยังเป็นพี่น้อง ไม่น่าจะรายงานริโอเรื่องนี้แน่นอน
    #3,739
    0
  3. #3602 KimCho (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 23 กันยายน 2563 / 16:57
    คนอย่างเชสอ่ะแอช ยอมได้ขนาดนี้เลยนะ อรั้ยยยยย
    #3,602
    0
  4. #3573 Baozi99_Mandoo (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 25 สิงหาคม 2563 / 03:20
    แรง!มาก!เชส!อมกๆๆๆๆอยากตายๆๆๆเขินๆๆฮือออออชเค้าทำขนาดนี้แล้วอ่าาา
    #3,573
    0
  5. #3507 fararaferren (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 9 สิงหาคม 2563 / 16:01
    จาตายยัง ชั้นอ่ะ จะตายยังงง คือแบบ แพ้ผู้ชายจูบข้อเท้ามาก แงๆๆๆๆๆ
    #3,507
    0
  6. #3498 Oywctmw (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 6 สิงหาคม 2563 / 18:16
    แงงงงง เชสดีมาก โอ้ยยย รักก็คือรักกกก หลงก็คือหลงงงง // แล้วคุนพรี่รีสจะทำอะไรกันคะเนี่ย
    #3,498
    0
  7. #3442 lopenav (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 12 กรกฎาคม 2563 / 09:42
    ฮือ จูบเท้า จะร้องไห้ ฮืออออออออออออออออ 😭😭😭😭😭😭😭😭😭😭😭😭
    #3,442
    0
  8. #3351 ปงจี้ (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 31 พฤษภาคม 2563 / 08:57
    เชส ขอร้อง ฉันไปไม่เป็นแทนน้องแอช แต่รีสคือแบบพระเจ้าป่ะคะ ดูเป็นผู้กุมความลับและขับเคลื่อนโลกใบนี้มาก5555555555555555
    #3,351
    0
  9. #3131 pimpitchant (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 20 เมษายน 2563 / 17:47
    โห เขินฉากจูบเท้า
    #3,131
    0
  10. #2940 kibomloveluhan (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 29 มีนาคม 2563 / 11:24
    โหหห มีแววจะกลัวเมียมากค่ะเชสสส พ่อบ้านเลยนะ ยอม
    #2,940
    0
  11. #2939 kibomloveluhan (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 29 มีนาคม 2563 / 11:24
    โหหห มีแววจะกลัวเมียมากค่ะเชสสส พ่อบ้านเลยนะ ยอม
    #2,939
    0
  12. #2806 kiki3k (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 14 มีนาคม 2563 / 13:27
    ตอนนี้คือเขียนผังคสพ.ต่างๆแล้ว
    #2,806
    0
  13. #2717 firstchxnx (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2563 / 00:09
    เขียนจดหมายอะไรน้อ
    #2,717
    0
  14. #2690 เกรดสี่ที่หายไป_ (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2563 / 00:11
    อย่ากลัวเลยพิโน่ คุณรีสเขียนหาใครรร
    #2,690
    0
  15. #2665 flufffyfluffjj (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2563 / 00:36
    เชสสสสส​ ใจเค้าแบบวูบเลยคุนคะะะ​ ดีเกินไปไหม​ รีสเขียนจดหมายหาใครคะ!
    #2,665
    0
  16. #2617 08mm (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2563 / 16:37

    แลงมากเลยนายยยย;-; เชสก็คือไม่อ่อนโยนเลย เป็นนี่คือทรุดไปกับพื้นแล้ว

    #2,617
    0
  17. #2561 milkpan19554 (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 28 มกราคม 2563 / 21:40
    ใจเหลวมากแบบจูบข้อเท้าเค้ารักของเค้าอะ
    #2,561
    0
  18. #2556 K_57 (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 26 มกราคม 2563 / 23:17
    ฉากจูบข้อเท้าคือเราใจเหลวเลยค่ะ เขาก็รักก็หลงของเขาแหละเนอะ;-;
    #2,556
    0
  19. #2494 fridaytennight (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 17 มกราคม 2563 / 23:06
    คุกเข่าว่าอึ้งแล้วนี่คือจูบเท้า แม่ ฮือออออออออออออ แต่ศีลธรรมที่รีสบอกมันคืออะไร
    #2,494
    0
  20. #2456 brrrh (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 15 มกราคม 2563 / 14:14
    เมื่อดิชั้รอึ้งกับลูกชายตัวเอง แต่ว่าแกยังทำให้แม่อึ้งได้อีกด้วยการจูบเท้าน้อง เชส ไทเลอร์!!!! จู บ เ ท้ า น้องเลยอะ แบบ ไม่เคยคิดกับการกระทำนี้มาก่อน T____________T เชื่อเขาเลย ยอมน้องจริงๆเชส
    #2,456
    0
  21. #2356 นมผงตราหมี (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 4 มกราคม 2563 / 18:45
    โอย การกระทำของเชสคือทำให้ตกใจมากจริงๆ
    #2,356
    0
  22. #2306 entireuniverse (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 1 มกราคม 2563 / 01:28

    เชสคือหลงไม่ไหวแล้วว รีสจะทำอะไรร

    #2,306
    0
  23. #2295 zaran (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 29 ธันวาคม 2562 / 23:03
    เชสคือรักนายน้อยมาก ดูออก นายน้อยก็รักเชสเถอะนะ ส่วนรีสอย่าร้ายยยยยย
    #2,295
    0
  24. #2202 Mmaaeebb (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 25 ธันวาคม 2562 / 19:11
    นายเชส แบบโหหมดใจมากให้น้องสุดๆ แต่เข้าใจครสน้องนะแบบกลัวการมีความรัก คือเห็นตัวอย่างจากพี่ชายมาเยอะโดนพ่อปลูกฝังมาทั้งหมดอ่ะ ไหนจะความเชื่อที่มีมาตลอดเรื่องอัลฟ่าต้องคู่กับโอเมก้าอ่ะน้องถึงได้ไม่อยากจะกลืนน้ำลายตัวเองไม่อยากเจ็บ แต่ถ้าได้รักกับเชสก็มั่นใจนะว่าจะไม่เต็บเพราะถูกเชสทำร้ายหักหลังอ้ะ
    #2,202
    0
  25. #2170 lina2123 (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 22 ธันวาคม 2562 / 08:13
    โหหหหห เขินนายเชสมาก เขินเหมือนจะตาย มันดีมาก
    #2,170
    0