[ #MINNO ] | Young Master ¦ True Alpha x Alpha [END]

ตอนที่ 19 : Young Master : Chapter 16

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 8,711
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 829 ครั้ง
    17 ต.ค. 62



** ทั้งตอนนี้จะเป็นเรื่องราวในอดีตทั้งหมดนะคะ ** 













เสื้อผ้าเนื้อดีบนร่างกายของนายน้อยเลสลีย์ที่ถูกเลือกมาอย่างพิถีพิถัน ถูกบรรจงสวมใส่อย่างเชื่องช้าด้วยฝีมือของคนที่ดูแล เงาสะท้อนบนบานกระจกใหญ่ยังคงสะท้อนภาพใบหน้าเย่อหยิ่งของนายน้อยตระกูลเลสลีย์ได้อย่างชัดเจน ผืนผ้าสีน้ำเงินเข้มดั่งท้องฟ้าในยามค่ำคืนถูกปักด้วยดิ้นทองเป็นลวดลายงดงาม บวกกับผ้าที่ตัดซ่อนอีกสีหนึ่งด้านใน ทำให้เมื่อยามที่เจ้าของผิวสีหิมะขยับตัวนั้นก็จะทำให้เห็นผ้าอีกสีที่ดูเข้ากันได้ดีกับผ้าด้านนอก และนั้นก็ยิ่งขับให้ แอชเชอร์ เลสลีย์ ดูเป็นดั่งภาพวาดที่ไม่อาจประเมินค่าได้


ชุดเข้ารูปตัวยาวถูกคลุมทับด้วยชุดคลุมสีเข้มที่ถูกจับจีบอย่างประณีต และเสริมความสง่าด้วยขนเฟอร์ของบลูฟ็อกซ์ที่มีปลายขนติดสีน้ำตาลหรือดำจากปลายเส้นที่แทบจะเป็นสีขาวโดยทั้งหมด ขนเฟอร์สีสะอาดนวลตาก็ดูจะเป็นสิ่งที่ตัดกันได้ดีกับชุดสีเข้มบนร่างกายของเลสลีย์คนเล็ก


นายน้อย มีอะไรไม่สบายใจหรือ..” เฮนริค เอเลียต คนดูแลคนสนิทของแอชเชอร์เอ่ยถามด้วยความเป็นห่วง เมื่อเห็นใบหน้าของนายเหนือหัวตัวเองนั้นเรียบนิ่งผิดกับทุกทีที่มักจะมีรอยยิ้มเล็ก ๆ ประดับมุมปากเสมอ


ฉันแค่คิดอะไรไปเรื่อยเปื่อย ไม่ได้สลักสำคัญอะไรหรอกเฮนริค..”


ผมดูแลนายน้อยมาตั้งแต่ไหนแต่ไร คิดว่าจะปิดผมได้จริง ๆ หรือ”  เบต้าหนุ่มที่อายุมากกว่าแอชเชอร์เป็นสิบปีเอ่ยเสียงนุ่มขณะที่จัดเสื้อผ้าของนายน้อยตัวเองให้เข้าที่เข้าทาง


ไม่บอกได้หรือเปล่า..” ดวงตาคู่สวยที่ถูกถอดแบบมาพิมพ์เดียวกับนายหญิงของตระกูลช้อนมองคนสนิทของตัวเอง  “ถ้าเกิดพูดไปมันก็คงไม่มีอะไรดีขึ้นมา”


ทุกอย่างขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของนายน้อย.. ผมคงไม่กล้าก้าวก่าย แต่ถ้าหากเก็บมันไว้แล้วไม่สบายใจ นายน้อยสามารถบอกผมได้เสมอ”


ฉันดูแย่ขนาดนั้นเลยใช่ไหม นายถึงได้พูดแบบนี้”


เฮนริคมองใบหน้านายตัวเองอีกครั้ง พลางฉีกยิ้มอ่อนโยนที่มักจะมอบให้กับเลสลีย์คนเล็กอยู่เสมอ.. เบต้าหนุ่มอาจจะพูดไม่ได้เต็มปากนักว่าใบหน้าของเจ้านายตัวเองนั้นดูแย่ เพียงแต่แววตาที่มักจะมีประกายของความสดใสนั้นกลับเลือนหายไปจนผิดสังเกตก็เท่านั้น


สายตาของนายน้อยไม่เคยโกหก..”


เจ้าของผิวขาวซีดไม่ได้ตอบอะไรคนสนิทไปชั่วพักหนึ่ง ก่อนที่สุดท้ายเจ้าตัวนั้นจะยอมเอ่ยปากพูดด้วยน้ำเสียงที่ไม่สบายใจนัก


ฉันห่วงอาเธอร์.. ฉันไม่เข้าใจว่าทำไมเขาถึงไม่ฟังใคร ทั้งที่ทุกคนต่างก็หวังดีกับเขา” นายน้อยของตระกูลเลสลีย์อดถอนหายใจออกมาไม่ได้เมื่อนึกถึงพี่ชายแท้ๆของตัวเองที่หายหน้าหายตาไปเสียหลายวัน จนทำให้คนเป็นพ่อไม่พอใจเป็นอย่างมาก แม้จะเป็นเรื่องปกติที่อาเธอร์มักจะหายไปโดยไม่บอกไม่กล่าว แต่พักหลัง ๆ นี้ก็ดูเหมือนว่าประมุขของตระกูลเริ่มจะเข้มงวดกับลูกชายคนโตมากขึ้นเสียจนลูกชายคนเล็กเองก็ยังรู้สึกได้


คุณชายก็คงจะออกไปเที่ยวเหมือนครั้งก่อนเผลอ ๆ อาจจะแค่อยู่ในไรเนอร์ด้วยซ้ำ”


ไรเนอร์ไม่ได้มีอะไรที่อาร์ธสนใจสักนิด..” ตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้วที่พี่ชายของแอชเชอร์มักจะโหยหาการที่ได้ออกไปสัมผัสสถานที่ใหม่ๆ ซึ่งไม่ใช่ที่เคยอาศัยอยู่ และที่นั่นก็คงไม่พ้นเป็นแดนใต้ที่คนเป็นพ่อสั่งห้ามนักห้ามหนาว่าไม่ควรที่จะไป


ถ้าเป็นอย่างที่นายว่ามันก็เป็นเรื่องที่ดี แต่ถ้าไม่.. นายก็น่าจะรู้นี่ว่ามันจะเป็นยังไง” จะกี่ครั้งกี่หนที่อาเธอร์โดนคนเป็นพ่อกักบริเวณ เจ้าตัวเองก็ไม่เคยเข็ดหลาบ ราวกับว่ายิ่งห้ามก็เหมือนยิ่งยุ


นั่นมันก็แสดงว่าคุณชายยอมรับในผลของการกระทำของตัวเอง... นายน้อยไม่สามารถห้ามความคิดหรือห้ามการตัดสินใจของคุณชายได้ นายน้อยเองก็รู้ดีที่สุดไม่ใช่หรือ”


แล้วฉันผิดหรือที่เป็นห่วง.. ฉันเบื่อ.. เบื่อเต็มทีที่จะฟังการเปรียบเทียบของพ่อระหว่างฉันกับอาร์ธ” ใช่ว่าเขาเองจะยินดีเสียเมื่อไหร่ในยามที่ฟังคนเป็นพ่อพูดเปรียบเทียบแล้วยกตนเองขึ้นข่มคนเป็นพี่ ที่ไม่เคยได้ดั่งใจคนเป็นพอเสียสักอย่างตามที่หัวหน้าตระกูลเลสลีย์ต้องการ “ทุกวันนี้ที่ฉันต้องเป็นแบบนี้นายก็รู้ว่ามันเพราะอะไร...”


เสี้ยวหน้ารูปสลักที่หันข้างนั้นยังคงดูเรียบนิ่งไร้ซึ่งความวิตกกังวล ซึ่งผิดไปกับดวงตาคู่สวยที่ทอประกายแสงสีหม่นลงเสียทุกทีจนเหมือนกับแสงอาทิตย์ที่กำลังเลือนรางหายไปยามที่พายุกำลังก่อตัว จนบดบังทุกสิ่งทุกอย่างให้มืดมัวไปเสียหมด  แม้จะมีจุดดาวเล็ก ๆ ที่ประดับอยู่ที่หางตามันก็คงไม่อาจส่องสว่างได้เทียบเท่าแสงอาทิตย์


นายน้อยก็คือนายน้อย ไม่มีใครสามารถเปลี่ยนตัวตนที่แท้จริงของนายน้อยได้.. แม้กระทั่งนะ..”


ขอบใจนะเฮนริคที่ช่วยปลอบใจฉัน แต่ฉันรู้ดีว่าตอนนี้ตัวฉันมันเปลี่ยนไปมากแค่ไหน”


มันกลับกลายเป็นว่า แอชเชอร์ เลสลีย์ ที่เป็นบุตรชายคนเล็กนั้นถูกเข้มงวดแทนบุตรชายคนโต เพียงเพราะการที่คนเป็นพ่อไม่สามารถควบคุมอาเธอร์ได้เมื่อเจ้าตัวนั้นเริ่มแข็งข้อขึ้น 


ฉันไม่เคยคิดโทษอาร์ธที่ทำอะไรไม่ได้ดั่งใจพ่อ จนทำให้ฉันต้องรับผิดชอบแทน..”


นั่นเป็นเรื่องที่นายน้อยคิดถูกต้อง..” เบต้าหนุ่มเอ่ยเมื่อเห็นสมควร


แต่ที่ฉันโกรธก็เพราะการที่เขายังเอาแต่วุ่นวายกับพวกสเปนเซอร์”


ความสัมพันธ์ที่แอชเชอร์ก็ไม่มั่นใจว่ามันตื้นลึกหนาบางมากแค่ไหน แต่ทว่าที่แน่ ๆ มันคงไม่ใช่แค่ความสัมพันธ์ของมิตรสหายที่มอบให้แก่กันเป็นแน่  สายตาของ ริโอ สเปนเซอร์ ที่ทอดมองพี่ชายของเขานั้นมันลึกซึ้งเกินกว่าที่คนๆหนึ่งจะใช้มองคนเป็นมิตรสหาย และในทางเดียวกันพี่ชายของเขาเองก็ดูมีความสุขทุกครั้งที่ได้พบกับรอยัลอัลฟ่านั่น


ริโอ สเปนเซอร์ เป็นอีกหนึ่งคนที่คนเป็นพ่อพยายามกีดกันอยู่เงียบ ๆ เพื่อไม่ให้สนิทสนม  แม้จะปฏิบัติกับคนตระกูลสเปนเซอร์เทียบเท่ากับแขกคนสำคัญ แต่ใครจะรู้กันว่าที่แท้แล้วทุกครั้งที่พูดคุยนั้นมันจะมีประโยคที่แฝงความนัยเสียทุกครั้ง ซึ่งทางด้านรอยัลอัลฟ่าอีกตระกูลก็ไร้ซึ่งความสนใจ


รอยัลอัลฟ่าที่เต็มไปด้วยความทะนงตนจนน่ารำคาญตานั้นทำให้แอชเชอร์ไม่เคยรู้สึกชอบใจเช่นกันยามที่ได้พบเจอหรือสนทนา  ภายใต้ใบหน้าที่มักจะประดับรอยยิ้มเล็ก ๆ นั้นมันสวนทางกับการกระทำที่เจ้าเล่ห์และดูไม่น่าไว้ใจ และที่สำคัญมันยิ่งแล้วไปใหญ่กับความเป็นไปได้ในความสัมพันธ์ของอาเธอร์และรอยัลอัลฟ่านั่น


แดนเหนือมีกฎต้องห้ามข้อสำคัญนั่นก็คือการแต่งงานระหว่างอัลฟ่าและอัลฟ่าด้วยกันเอง หากอัลฟ่าปกติยังไม่สามารถที่จะทำได้ คิดหรือว่าความเป็นไปได้ระหว่างทรูอัลฟ่าและอัลฟ่ามันจะเกิดขึ้น.. ความหวังที่ไม่มีแม้แต่แสงริบหรี่มันคือความสุขตรงไหนของคนเป็นพี่ชาย แอชเชอร์เองก็ไม่เคยหาเหตุผลได้


เพราะถ้าหากมันเป็นแค่ความรัก ก็คงจะเป็นเรื่องที่งี่เง่าที่สุดเรื่องหนึ่งที่แอชเชอร์เคยได้พบเจอ..


นายน้อย...”


คนพวกนั้นไม่มีทางคิดดีกับเรา นายเองก็น่าจะรู้” แม้จะไม่แสดงออกชัดเจนนัก แต่ตระกูลที่มีอำนาจนั้นก็มักจะต้องเป็นอันไม่ลงรอยกันอยู่เสมอ จนกลายเป็นความขัดแย้งเล็ก ๆ ที่ต่างฝ่ายต่างก็รู้ดีว่ามันเป็นยังไง


แขนขาวที่อยู่ภายใต้เสื้อแขนยาวที่ปกคลุมจนถึงข้อมือนั้นขยับยกขึ้นมาวางบนฝ่ามือของเบต้าหนุ่มเพื่อให้เจ้าตัวจัดแจงสวมถุงมือให้เพื่อให้ทุกอย่างเรียบร้อยแม้กำลังสนทนากันอยู่


ทางที่ดีเราควรดูท่าทีของฝั่งนั้นก่อนเห็นจะดีกว่า”


แล้วมันจะต่างจากการชักศึกเข้าบ้านตรงไหนกัน..”


นายน้อยตระกูลเลสลีย์เอ่ยเสียงเรียบก่อนที่จะหมุนตัวเดินออกไปจากห้องหลังจากที่แต่งตัวเสร็จเรียบร้อย ซึ่งเฮนริคเองก็ไม่ถือโทษโกรธเคืองอีกฝ่ายอะไรเพราะรู้ดีว่าการกระทำของนายเหนือหัวตัวเองนั้นคือการสงบสติอารมณ์ มิใช่การกระทำที่เป็นกิริยาไร้มารยาท


แผ่นหลังสง่างามฉายชัดอยู่ในสายตายังคงเป็นภาพที่งดงามเสมอเมื่อเฮนริคนั้นได้เห็น.. นายน้อยที่เติบโตมาอย่างสมบูรณ์และไร้ที่ตินั้นเรียกได้ว่าเป็นความภูมิใจที่เบต้าหนุ่มแอบซ่อนมันไว้ในใจด้วยความชื่นชมอันท่วมท้นเสียจนยากจะเอ่ยออกมาให้ใครได้เข้าใจ  น้อยคนนักที่จะรู้ว่าแท้ที่จริงแล้วแอชเชอร์นั้นเป็นอัลฟ่าที่อ่อนแอกว่าอัลฟ่าโดยปกติทั่วไป ความผิดปกติของร่างกายบางอย่างที่ต้องเพียรพยายามรักษานับหลายปีกว่าที่เจ้าตัวจะแข็งแรงนั้น เฮนริคเห็นมันหมดทุกอย่าง ความเจ็บป่วยที่ไม่เคยหายขาดพวกนั้นสร้างความเจ็บปวดแสนทรมานให้กับนายน้อยเสียจนหัวหน้าตระกูลเลสลีย์เองก็เกือบที่จะถอดใจในการที่จะรักษา


อัลฟ่าตัวน้อยที่เติบโตโดยการก้าวผ่านความยากลำบากที่แสนสาหัสจนกลายเป็นอัลฟ่าที่ใครๆต่างก็ชื่นชมถึงความสง่างามของนายน้อยเลสลีย์  ความสง่างามของอัลฟ่าชั้นสูงหากใครได้พบเห็นก็ย่อมรับรู้กันได้โดยไม่ต้องบอกกล่าว เฉกเช่นเดียวกับยามที่ใครได้พบเห็น แอชเชอร์ เลสลีย์   อัลฟ่าผิวสีหิมะที่เป็นเหมือนดั่งสัญลักษณ์ของแดนเหนือ ความทะนงตนที่ฉายชัดในแววตาหากแต่ยังคงมีความงดงามที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว


แม้จะค่อนข้างเก็บตัวเสียส่วนใหญ่อยู่กับการวาดภาพหรืออ่านหนังสือก็ไม่ได้ทำให้ฝีมือในการต่อสู้ของนายน้อยเลสลีย์เป็นรองใคร หนำซ้ำยังชำนาญเสียจนสามารถล้มอัลฟ่าตัวยักษ์ได้ด้วยตัวเอง

 


ทางด้านของแอชเชอร์เองเมื่อแต่งตัวเสร็จเรียบร้อย ขาเรียวก็ไม่ลังเลที่จะสาวเท้าเดินออกไปยังจุดมุ่งหมายที่ตัวเองตั้งใจไว้ แต่ก็ต้องหยุดเดินในทันทีเมื่อถูกเสียงเรียกจากทางด้านหลังนั้นรั้งไว้


นายท่านต้องการพบนายน้อยขอรับ..”


คนสนิทของคนเป็นพ่อนั่นเองที่เป็นธุระมาตามตัวของแอชเชอร์ ซึ่งเจ้าของผิวขาวซีดก็ได้แต่ต้องจำใจเดินไปอีกทางเพื่อพบคนเป็นพ่อ แทนที่จะได้ไปทำในสิ่งที่ตัวเองวางแผนไว้ตั้งแต่เมื่อคืน คำสั่งที่แอชเชอร์ไม่เคยเลี่ยงได้กำลังเพิ่มความอึดอัดให้กับเจ้าตัวทีละน้อย ๆ และสะสมเพิ่มขึ้นในทุกวัน


สองเท้ายังคงก้าวเดินในจังหวะสม่ำเสมอไม่ได้ช้าหรือเร็วจนเกินไป อีกทั้งยังคงทอดมองไปตามกำแพงระหว่างทางเดินที่ทอดยาวซึ่งถูกสร้างสรรค์ขึ้นมาด้วยฝืมือของช่างผู้มีฝีมือ ภาพวาดน้อยใหญ่ยังคงมีประดับตกแต่งให้ได้ชื่นชมความสวยงามและกลายเป็นเครื่องตอกย้ำที่คอยเตือนตัวของแอชเชอร์อยู่เสมอ


ลูกรู้หรือเปล่าว่าพี่ชายลูกหายไปที่ไหน..” คำถามที่ออกมาจากปากคนเป็นพ่อยามที่แอชเชอร์เดินเข้าไปถึงภายในห้อง ทำให้เลสลีย์คนเล็กได้แต่ยืนนิ่งเงียบเพื่อรอฟังคนเป็นพ่อพูดต่อ "นี่มันก็ครบหนึ่งอาทิตย์แล้ว ลูกคิดว่าพ่อควรจะทำอย่างไร"  อาร์ชี เลสลีย์ หรือ หัวหน้าตระกูลเลสลีย์เอ่ยถามบุตรชายคนเล็กด้วยใบหน้าที่ประดับรอยยิ้ม


ลูกไม่มีความเห็นในเรื่องนี้..” แอชเชอร์ตอบตามตรง “ทุกอย่างควรขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของท่านพ่อไม่ใช่ลูก”


นี่คือการพยายามช่วยพี่ชายของลูกหรือ”


ลูกคงช่วยใครไม่ได้ หากท้ายที่สุดแล้วในสิ่งนั้นคือคำสั่งของท่านพ่อ” แอชเชอร์ เลสลีย์ ยังคงตอบกลับด้วยความสัตย์จริง แม้เจ้าตัวจะแอบหวั่นไม่น้อยกับท่าทีของคนเป็นพ่อแต่ก็ต้องซ่อนมันเอาไว้ให้ลึกที่สุดก่อนที่จะถูกจับได้


แล้วเมื่อไหร่ลูกจะเด็ดขาดเสียที”


ลูกขอยืนยันในคำตอบเดิม..” ดวงตาคู่สวยสบตากับผู้เป็นพ่อด้วยแววตาที่แน่วแน่อย่างไม่คิดจะเปลี่ยนใจในคำตอบ ซึ่งอาร์ชีเองก็ไม่ได้คาดหวังคำตอบที่เหนือความคาดหมายไปจากนี้เสียเท่าไหร่ ยังไงเสียพี่น้องก็ยังคงเป็นพี่น้อง


หากวันใดพี่ชายของลูกทำความผิดร้ายแรงขึ้นมา พ่อก็หวังว่าลูกจะยังยืนยันในคำตอบนี้เหมือนเดิมนะแอชเชอร์”


ความผิดร้ายแรงอะไรกัน.. ไม่มีทางเสียหรอก


อาเธอร์ไม่มีวันทำเรื่องแบบนั้น..”


เขารู้จักพี่ชายของตัวเองดี.. ความสัมพันธ์ที่สนิทสนมกันตั้งแต่ครั้งยังเป็นเพียงเด็กน้อยแสนบริสุทธิ์ยังคงถูกฝังอยู่ในความทรงจำของแอชเชอร์เป็นอย่างดี


พ่อก็หวังให้เป็นเช่นนั้น”


นับตั้งแต่ที่อาเธอร์เริ่มเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับพวกสเปนเซอร์ อะไรหลาย ๆ อย่างมันก็เริ่มเปลี่ยนแปลงไปทีละน้อย ที่เห็นได้อย่างชัดเจนก็คงจะเป็นคนเป็นพ่อที่มักจะมีปัญหากับอาเธอร์อยู่บางครั้ง ซึ่งแอชเชอร์เองก็ไม่สามารถรับรู้ได้ว่าสาเหตุที่แท้จริงแล้วนั้นมันเกิดจากอะไร


เกิดเพราะความดื้อรั้นของอาเธอร์หรือเกิดเพราะอีกตระกูลหนึ่งกันแน่


และพ่อก็หวังว่าลูกจะยังคงเป็นเลสลีย์อย่างที่เคยเป็นมา..”


คำขอร้องที่เป็นคำสั่งโดยนัยนั้นมีหรือที่ แอชเชอร์ เลสลีย์ จะขัดได้...

 


*


 

หยาดหิมะเม็ดเล็กที่ยังคงร่วงโรยลงมาอย่างไม่ขาดสายนั้นกลับไม่ได้ทำให้เจ้าของผิวขาวซีดนั้นเข้ามายืนหลบภายในแต่อย่างใด  ตรงกันข้ามเสียอีกที่ แอชเชอร์ เลสลีย์ ยังคงยืนนิ่งมองไปตรงหน้าที่เป็นความเวิ้งว้างสุดลูกหูลูกตาซึ่งถูกปกคลุมไปด้วยหิมะสีขาวจนแทบไม่เห็นความเขียวขจีของต้นไม้ที่เคยมีอยู่


เกล็ดหิมะเล็ก ๆ ตกกระทบเข้ากับผิวแก้มขาวที่เริ่มขึ้นสีระเรื่อเพราะความหนาวเย็น  ในขณะที่เจ้าตัวนั้นไม่คิดแม้แต่จะปัดมันออกจนสุดท้ายแล้วก็กลายเป็นเบต้าคนสนิทที่เดินเข้ามาดึงหมวกจากชุดคลุมที่นายน้อยเลสลีย์สวมใส่อยู่ขึ้นคลุมกลุ่มผมสีอ่อน  หากปล่อยนานไปมากกว่านี้มันก็คงไม่ส่งผลดีต่อนายน้อยเป็นแน่....


กลับเข้าไปด้านในเถอะเฮนริค.. ฉันเพียงแค่อยากอยู่เงียบ ๆ สักพัก” 


แอชเชอร์เอ่ยบอกคนสนิทโดยที่ไม่ได้หันหน้ามามอง ร่างขาวที่อยู่ภายใต้ชุดสีเข้มยังคงเอาแต่ทอดสายตามองภาพตรงหน้าอย่างไม่รู้จักเบื่อ ภาพป่าสีดำสนิทที่เห็นเพียงไกล ๆ นั่นคือแบล็คฟอเรสต์ที่ไม่น่าเข้าไปใกล้ ตัวแบ่งเขตแดนที่ธรรมชาติสร้างขึ้นมานั้นเป็นเครื่องมือชั้นดีที่บ่งบอกถึงความเป็นแดนใต้และแดนเหนือ


อีกไม่นานหิมะคงตกหนักขึ้น นายน้อยไม่ควรจะ...”


ฉันไม่ยอมให้ตัวเองป่วยหรอกวางใจได้”  แอชเชอร์ว่าก่อนที่จะได้โดนคนสนิทร่ายยาวใส่ จนสุดท้ายแล้วเบต้าหนุ่มถึงได้ยอมเดินหลบเข้าไปด้านใน แต่คนเป็นนายก็ย่อมรู้ดีว่าคนสนิทนั้นคงไปหลบยืนมองอยู่ไม่ไกลเป็นแน่


เจ้าตัวละความสนใจจากคนสนิทแล้วกลับมาที่ภาพตรงหน้าซึ่งพินิจมองอยู่นาน  หากข้ามผ่านแบล็คฟอเรสต์ไปได้มันก็ไม่ต่างจากการพบพานกับโลกใบใหม่ที่เต็มไปด้วยความชื้นและความอบอุ่นจากแสงอาทิตย์ ดูไม่น่าเชื่อแต่ก็เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นจนบางครั้งแอชเชอร์เองก็มีความคิดที่อยากจะสัมผัสสิ่งเหล่านั้นบ้าง...


แต่เพราะสิ่งที่ปลูกฝังและถูกพร่ำสอนต่างหากที่เป็นตัวปิดกั้นความอยากรู้อยากเห็นพวกนั้นจนหมดสิ้น ความหนาวเย็นที่อัลฟ่าแดนเหนือนั้นเคยชินเสียจนสามารถยืนตากกระแสลมเย็นที่พัดผ่านเพียงแผ่วเบาได้โดยไม่เจ็บปวด แต่สิ่งที่ทำให้เจ็บปวดนั้นกลับเป็นอนาคตที่ยังมาไม่ถึงต่างหากที่สร้างความกังวลและหนักใจไม่น้อยให้กับแอชเชอร์


หากเขามีความกล้าได้อย่างคนเป็นพี่สักนิดมันก็อาจจะทำให้เขาสามารถก้าวข้ามกรอบที่ถูกตีไว้ แต่นั่นก็คงเป็นเพียงแค่ความคิดชั่ววูบที่เข้ามาในหัวเท่านั้น เพราะเมื่อทบทวนดูอีกครั้งแล้วการที่พาตัวเองไปอยู่ในที่ที่ไม่ใช่ของตนเองนั้นก็คงไม่ใช่ความคิดที่ดีเสียเท่าไหร่


ความคิดความแตกต่างทั้งหลายของระหว่างแดนเหนือและแดนใต้ต่อให้พยายามมากแค่ไหนก็คงยากที่จะเข้าใจได้ ความสุดโต่งในแต่ละเรื่องของคนในสองดินแดนยังคงเป็นปัญหาหลักที่แก้ไม่หาย

 

สิ่งที่นายกำลังทำมันไม่ถูกต้อง นายรู้ตัวเองบ้างไหมอาร์ธ


แล้วอะไรคือความถูกต้อง..อาเธอร์ เลสลีย์ ยังคงตอบกลับมาด้วยใบหน้าที่ไร้ซึ่งความยินดียินร้ายกับคำพูดของน้องชาย


กฎที่นายไม่เคยสนใจมันไง’ 


ข้อบังคับงี่เง่าพวกนั้นมันใช้ไม่ได้กับฉันหรอกนะแอช  นายไม่เคยคิดถามตัวเองบ้างหรือว่าทำไมเราต้องทำตามกฎที่ใครก็ไม่รู้สร้างมันขึ้นมาเพียงเพราะพวกเขาเห็นว่ามันไม่สมควร


ต่อให้ฉันพูดแค่ไหน นายก็จะไม่ฟังกันแล้วใช่ไหม


ฉันรู้ว่านายเป็นห่วง แต่ฉันเองก็ยอมรับสิ่งที่พวกเขาบังคับฉันไม่ได้เหมือนกันอาเธอร์ยังคงยืนยันในจุดยืนของตัวเองแม้ว่าในตอนนี้เจ้าตัวจะถูกกักบริเวณอยู่ก็ตามแต่ พวกเขาไม่มีทางขังฉันได้ตลอดไป


เผื่อนายจะลืมว่าเลสลีย์มันยังต้องติดตัวนายไปตลอดชีวิต


ถ้าไม่ใช่ในแดนเหนือแล้วล่ะก็ นายคิดว่าคำว่าเลสลีย์มันจะยังมีความหมายอะไรอีกคิ้วสวยขมวดเข้าหากันทันทีเมื่อพี่ชายนั้นยังดึงดันไม่เลิกไม่ลา


นี่นายคงไม่ได้คิดว่าจะหนีไปอยู่ที่นั่นหรอกใช่ไหม...เพราะถ้าหากอาเธอร์คิดจะทำแบบนั้นขึ้นมาล่ะก็ คนเป็นพ่อต้องไม่ปล่อยอีกฝ่ายไว้แน่ๆ


พอฟังนายพูดขึ้นมาแล้ว มันก็ดูน่าสนใจดีไม่หยอกนะแอช...


อย่ามายียวนใส่กันดีกว่าถึงจะพูดไปแบบนั้นแต่แอชเชอร์เองก็มองไม่ออกหรอกว่าคำพูดของคนเป็นพี่นั้นมันจริงแท้หรือหยอกเล่นแค่ไหนกัน  ยิ่งเห็นอีกฝ่ายยังนั่งอ่านหนังสืออย่างไม่ทุกข์ร้อนแบบนี้ทั้งที่โดนกักบริเวณและตามคุมแจ 


คนแบบอาเธอร์เป็นบุคคลหนึ่งที่ไม่สมควรใช้วิธีบีบบังคับให้อีกฝ่ายยอมจำนน เพราะนอกจากที่ อาเธอร์ เลสลีย์จะไม่ยอมจำนนง่าย ๆ แล้ว เจ้าตัวก็อาจจะทำอะไรที่บ้าบิ่นเกินกว่าที่ทุกคนคาดคิด ข้อนี้แอชเชอร์เองก็รู้ดี


งั้นนายก็จำไว้ ว่าทุกอย่างที่ฉันมันก็เพื่อเราทั้งนั้น


รวมถึงการไปยุ่งกับพวกสเปนเซอร์นั่นก็คือการทำเพื่อพวกเราอย่างนั้นหรือ?’


เมื่อลากเข้ามาถึงบทสนทนานี้ ตัวอาเธอร์เองก็บ่ายหน้าหนีอย่างไม่อยากที่จะตอบคำถามของน้องชาย  จนเจ้าของผิวขาวซีดนั้นอดรนทนไม่ไหวจนต้องจับเข้าที่มือของคนเป็นพี่


การที่นายออกไปแดนใต้มันเทียบไม่ได้กับการที่นายสนิทสนมกับริโอ


นั่นเพื่อนฉัน...คนที่อยู่ภายใต้ชุดสีนวลตาตอบเสียงเรียบ พลางดึงมือของตัวเองออกจากน้องชาย แต่ทว่าแอชเชอร์เองก็ไม่ยอมปล่อยออกง่าย ๆ


เพื่อนที่ไหนเขาให้ของกันแบบนี้หรือ..บนนิ้วเรียวที่สมควรมีเพียงแค่แหวนของตระกูลที่มือขวาและแหวนของคนเป็นแม่ที่มือซ้าย นั้นกลับปรากฏแหวนที่ไม่คุ้นตาอีกวงหนึ่งซึ่งสวมอยู่ที่นิ้วนางข้างขวา


ก็เพื่อนแบบพวกฉันไงแอช...ไร้ซึ่งใบหน้าที่สมควรจะตกใจใด ๆ เมื่อถูกจับได้ ตรงกันข้ามเลยด้วยซ้ำที่อาเธอร์ยังคงตอบกลับแอชเชอร์ด้วยกิริยาที่เป็นปกติของเจ้าตัว 'แปลกตรงไหนหรือ?'


ไม่ว่าจะทางไหนมันก็ไม่มีทางเป็นไปได้.. เลิกเสียตอนนี้มันก็ยังไม่สาย


ฉันมีความสุขดีกับสิ่งที่เป็นอยู่


ความผิดพวกนี้มันหอมหวานนักหรือนายถึงได้ยอมแลกทุกอย่างเพื่อมันขนาดนี้


ถ้าวันหนึ่งนายมีความรักนายจะเข้าใจเอง


ถ้าอย่างนั้นความรักของฉันคงไม่มีทางบิดเบี้ยวเหมือนความรักของพวกนาย


แอชเชอร์ เลสลีย์ กำลังรู้สึกโกรธเอามาก ๆ ที่คนเป็นพี่ทำแบบนี้  ความห่วงใยของเขามันไร้ค่าขนาดที่คนเป็นพี่เลือกเมินทิ้งกันอย่างนั้นเลยหรือ สิ่งที่เขาพยายามสื่อออกไปมันไร้ความหมายไม่ต่างจากเศษฝุ่นเลยสักนิด


ขอบใจนะแอชที่ช่วยย้ำ... ฉันเองก็หวังให้นายมีความรักที่ไม่บิดเบี้ยวแบบฉันเช่นกัน..


รอยยิ้มที่แสนบิดเบี้ยวนั้นมันก็คงไม่ต่างจากคำกล่าวว่าของแอชเชอร์ที่พูดถึงความรักงี่เง่าของคนเป็นพี่ และนั่นก็เป็นสิ่งที่ทำให้แอชเชอร์เองได้ฉุกคิดขึ้นมาว่าคำพูดของตัวเองนั้นมันแรงเกินไป


อาร์ธ..


อย่าเชื่อใจคนอื่นง่าย ๆ ตราบใดที่นายยังไม่รู้จักเขาดีพอ


แต่สิ่งที่ฉันเห็นมัน....


ฉันอยากอ่านหนังสือเงียบ ๆ คำไล่อ้อม ๆ กับมือที่ดึงกลับไปทำให้แอชเชอร์เม้มปากแน่น ก่อนจะตัดสินใจเดินออกมาจากห้องของคนเป็นพี่ทั้งที่ยังมีอีกหลายเรื่องด้วยซ้ำที่อยากจะคุยกันให้รู้เรื่อง

 

บทสนทนาครั้งก่อนที่แอชเชอร์ได้คุยกับพี่ชายนั้นยังคงสร้างความเคลือบแคลงใจจนถึงในตอนนี้ อาเธอร์มักจะพูดจาแปลก ๆ ให้แอชเชอร์ต้องมานั่งขบคิดอยู่เสมอ แต่ไม่ว่าจะคิดเท่าไหร่เขาก็คิดไม่ออกเสียทีว่าแท้จริงแล้วมันคืออะไรกันแน่  มันย่อมเป็นเรื่องหงุดหงิดให้รำคาญใจทุกทีเมื่อแอชเชอร์เองก็รู้สึกว่าตัวเองนั้นกลายเป็นคนที่ไม่รู้อะไร


คำพูดของคนเป็นพ่อที่ได้คุยก่อนหน้านี้เองก็เหมือนจะมีอะไรที่มากกว่านั้น จนแอชเชอร์เองอดหวั่นใจไม่ได้ว่าจะเกิดเรื่องไม่ดีขึ้นกับอาเธอร์  นับว่าเป็นครั้งแรกที่อาเธอร์หายไปนานเป็นอาทิตย์แบบนี้ 


แค่เพียงอย่างเดียวเขาอยากจะภาวนานั่นก็คือการขอให้คนเป็นพี่ไม่ได้หายไปพร้อมกับรอยัลอัลฟ่านั่น  เพราะหากเป็นเช่นนั้นขึ้นมาจริง ๆ แล้วล่ะก็...


ความใฝ่สูงของพี่ชายลูกมันจะย้อนกลับมาทำร้ายเขาในสักวันหนึ่ง...


จะให้พูดอีกกี่สักครั้ง สุดท้ายแล้วคำตอบมันก็ยังเหมือนเดิม.. เพราะอัลฟ่านั้นไม่ได้ถูกสร้างมาเพื่อคู่กับอัลฟ่าด้วยกันเอง  หรือที่ง่าย ๆ มันก็คือการป้องกันพวกที่จะแข็งแกร่งขึ้นเพราะความเป็นทรูอัลฟ่าก็คงจะถูก  กลไกที่สร้างขึ้นเพื่อกดขี่กันเองฟังดูไม่ยุติธรรมเสียเท่าไหร่แต่ก็กลายเป็นความจำเป็นที่คนชั้นสูงนั้นพยายามกำจัดและขวางกั้นเท่าที่จะทำได้


ตั้งแต่เมื่อไหร่กันที่ตัวเขาเองไม่สามารถมองหน้าพี่ชายแล้วไม่ตะขิดตะขวงในใจ  เขารู้ว่ามันแย่แค่ไหนที่คิดแบบนั้นกับพี่ชายตัวเอง แต่มันก็ช่างยากเหลือเกินที่จะห้ามความรู้สึกพวกนั้น  อาเธอร์ที่เปลี่ยนไปเป็นคนละคนจนทำให้ระหว่างสองพี่น้องนั้นเริ่มมีระยะห่างที่ทำให้ไม่สามารถเปิดใจคุยกันได้เหมือนเดิมและความอึดอัดใจที่ยากจะกำจัด นานวันเข้าก็ยิ่งบั่นทอนความสัมพันธ์ของพี่น้องไปเรื่อย ๆ เช่นกัน


จะด้วยบรรยากาศรอบตัวหรือความรู้สึกที่ประดังประเดเข้ามาในตอนนี้ก็ล้วนแล้วแต่สร้างความรู้สึกหดหู่ได้อย่างน่าใจหาย คบเพลิงไฟน้อยใหญ่ที่ถูกจุดเองก็ไหวไปตามแรงลมหนาวที่พัด  ยิ่งทอดมองก็กลับยิ่งสร้างความรู้สึกหนาวเหน็บในจิตใจเพิ่มขึ้นจนรู้สึกเจ็บแปล๊บบริเวณหน้าอก


กาลเวลาที่เปลี่ยนไป ทุกสิ่งก็ย่อมแปรเปลี่ยนตามเช่นกัน

 


*


 

เสียงส้นรองเท้าที่กระทบหนัก ๆ กับพื้นเป็นจังหวะระรัวเป็นตัวบ่งบอกได้ดีว่าคนที่กำลังก้าวเดินอยู่นั้นกำลังร้อนรนใจมากแค่ไหน  ปลายสาบชุดคลุมยาวพลิ้วไหวไปตามจังหวะการก้าวเดินจนเกิดเสียงที่ต้องลมขึ้นเล็กน้อย


ทำไมถึงได้มาบอกฉันเอาป่านนี้” เสียงนุ่มเอ่ยติคนสนิทของตัวเองระหว่างที่กำลังเดินไปทางห้อง ๆ หนึ่งภายในตัวอาคารหลังใหญ่ หลังจากที่รับรู้ว่าพี่ชายของตัวเองนั้นกลับมาแล้ว


นายท่านไม่ต้องการให้นายน้อยรู้ในตอนนี้..” เฮนริคตอบเสียงไม่มั่นใจนัก


แต่นายกลับเอามาบอกฉัน?หากเป็นคำสั่งของคนเป็นพ่อแล้ว มีหรือว่าจะมีคนกล้าขัดคำสั่งนอกเสียจากมันจะเป็นเรื่องที่ไม่ดีขนาดที่ไม่สามารถปกปิดไว้ได้


มีแค่นายน้อยคนเดียวที่ช่วยคุณชายได้..”


เมื่อได้ยินเช่นนั้นแล้วใจของคนเป็นน้องอย่างแอชเชอร์ก็ยิ่งเต้นถี่ระรัวมากขึ้นเพราะความตื่นตระหนก  มันคงไม่ใช่เรื่องดี ๆ เป็นแน่  และเมื่อเดินมาถึงหน้าห้องของคนเป็นพี่ก็ทำเอาแอชเชอร์ต้องหัวเสียเข้าไปใหญ่เพราะพวกคนรับใช้ที่เอาตัวมายืนขวางกันให้เต็มไปหมด


นายท่านไม่อนุญาตให้ใครเข้าไปตอนนี้ เชิญนายน้อยกลับไปที่ห้องก่อนจะดีกว่า” เบต้าหนุ่มเอ่ยเสียงเรียบในขณะที่ยังยืนนิ่งไม่ยอมหลีกทางให้กับคนเป็นนาย


หลีก..” เจ้าของผิวขาวซีดเอ่ย


นี่เป็นคำสั่งของนายท่าน” เบต้าหนุ่มสวนกลับมาจนทำให้นายน้อยเลสลีย์เริ่มมีอารมณ์คุกรุ่นขึ้นทุกที


ฉันสั่งให้หลีก..” อัลฟ่าหนุ่มเอ่ยย้ำอีกครั้งด้วยน้ำเสียงเด็ดขาด "ฉันไม่อยากทำร้ายใคร"


แว่วเสียงตวาดที่ลอดออกมาจากในห้องก็ยิ่งทำให้แอชเชอร์ไม่รีรอที่จะกระชากตัวของเบต้าที่ขวางทางตัวเองออกอย่างไม่คิดสนใจว่าจะมีผลอะไรตามมาทีหลังจากการกระทำของตัวเองในครั้งนี้


ทางด้านภายในห้องที่มีเพียงหัวหน้าตระกูลเลสลีย์ และบุตรชายคนโต นั้นก็เต็มไปด้วยความรู้สึกอึดอัดจนแทบระเบิด  แววตาของอาเธอร์นั้นไม่แม้แต่จะมีความเกรงกลัวใด ๆ เมื่อเผชิญหน้ากับคนเป็นพ่อ ซึ่งนั่นก็ไม่ต่างจากการท้าทายที่ยิ่งทำให้ อาร์ชี เลสลีย์ นั้นขุ่นเคืองคนเป็นลูกมากขึ้นกว่าเดิม


ตราบใดที่แกยังเป็นเลสลีย์ แกไม่มีสิทธิ์ไปยุ่งเกี่ยวกับคนพวกนั้น”


งั้นลูกก็ขอให้ท่านพ่อรู้เอาไว้เช่นกัน ว่าการเป็นเลสลีย์มันคือความอัปยศที่สุดในชีวิตของลูก!”


อาเธอร์!”


ความภูมิใจจอมปลอมที่ท่านพ่อสร้างขึ้นมา คิดหรือว่าลูกจะไม่รู้”


แกรู้อะไรมา..”


ท่านพ่อเองก็รู้อยู่แก่ใจ ยังต้องมาถามลูกอีกทำไมกัน” คำยอกย้อนของลูกชายคนโตยังคงเหมือนเดิมไม่มีเปลี่ยน ไม่ว่าจะครั้งไหน อาเธอร์ เลสลีย์ ก็ยังคงเป็นพวกที่ยั่วโมโหคนอื่นได้ตลอดเวลา


มันเอาอะไรใส่หัวแกกันถึงได้มองฉันเป็นแบบนี้”


ก็แค่ความจริงที่ท่านพ่อพยายามจะปกปิดมาตลอด.. จะเอาเรื่องไหนก่อนดีล่ะ”


อย่าอวดดีให้มันมากนักอาเธอร์!”


ลูกไม่เคยคิดเลยว่าท่านพ่อจะใจร้ายได้ขนาดนี้  และลูกก็ไม่แปลกใจสักนิดว่าทำไมท่านแม่ถึงได้ไม่เคยรักคนอย่าง...”


อึก..


ลำคอขาวถูกฝ่ามือของคนเป็นพ่อบีบทันทีเมื่อเจ้าตัวนั้นพูดถึงเรื่องที่จี้ใจดำจนทำให้ อาร์ชี เลสลีย์ สติหลุดถึงขั้นลงไม้ลงมือกับคนเป็นลูก


ถึงแกจะเป็นลูก แต่ก็ใช่ว่าฉันจะไม่กล้าทำอะไร”


นอกเสียจากจะไม่ได้อ่อนลงให้กับคนเป็นพ่อแล้ว มือขาวที่ยกขึ้นมาบีบข้อแขนของคนเป็นพ่อก็มีแต่จะมากขึ้นราวกับท้าทาย  ดวงตาเรียวสวยที่ถอดแบบมาจากคนเป็นแม่เริ่มแดงก่ำมากขึ้นแต่เจ้าตัวก็ยังกัดฟันทนจนถึงที่สุด


พลั่ก!


มือใหญ่ที่เคยบีบคอของอาเธอร์นั้นยอมปล่อยออกด้วยแรงที่ไม่เบานัก จนทำให้คุณชายเลสลีย์นั้นล้มฟุบลงไปกับพื้นพลางไอโขลกจนน้ำตาไหลออกมาจากหางต


เลิกยุ่งกับพวกสเปนเซอร์ซะ...”


ลูกทำให้ท่านพ่อไม่ได้” คนที่ฟุบอยู่กับพื้นเงยหน้าขึ้นมองหน้าคนเป็นพ่ออีกครั้ง


หยุดสร้างความเดือดร้อนให้กับพวกเราเสียที การที่แกคิดจะแหกกฎมันก็ผิดมากพอแล้ว”


ใครกันแน่ที่สร้างความเดือดร้อน..” ริมฝีปากของอาเธอร์เหยียดยิ้มเย้ยหยันให้คนเป็นพ่ออีกครั้งยามที่เอ่ยถาม “ไม่ใช่ท่านพ่อหลอกหรือที่จะพาพวกเราต้องสูญเสีย”


ฉันทำเพื่อพวกเรา”


หยุดเอาพวกเราไปอ้าง ทั้งที่ท่านพ่อทำเพื่อตัวเองเสียที..”


ไม่มีใครรักแกได้เท่าฉันหรอกอาเธอร์ แม้แต่ไอ้รอยัลอัลฟ่านั่นมันก็ไม่มีทางรักแกมากกว่าตัวมันเอง”


อย่าคิดว่าคนอื่นจะเหมือนท่านพ่อไปเสียหมด...”


ถ้ามันรักแกจริง แล้วโอเมก้าคู่ชีวิตนั่นคืออะไรกันล่ะอาเธอร์”


!!!


อัลฟ่ายังไงมันก็ต้องคู่กับโอเมก้า... ไม่มีทางเสียหรอกที่จะเป็นอัลฟ่าด้วยกันเอง”


อาเธอร์ เลสลีย์ นิ่งเงียบไปชั่วครู่หนึ่งก่อนที่จะหยัดตัวลุกขึ้นยืนเผชิญหน้ากับหัวหน้าตระกูลเลสลีย์อีกครั้งพร้อมกับประโยคเจ็บแสบที่ทำให้ฝ่ามือใหญ่ของคนเป็นพ่อตวัดเข้ามาปะทะที่ใบหน้าด้านขวาของตัวเองอย่างเต็มแรงจนได้กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งในโพรงปาก


เป็นไปได้หรือเป็นไปไม่ได้ท่านพ่อเองก็เคยพิสูจน์.. หรือท่านพ่อกลัวว่าลูกจะซ้ำรอยเดิมกันแน่”


กว่าที่แอชเชอร์จะได้เข้าไปในห้องของอาเธอร์ก็กลับกลายเป็นว่าเขานั้นถูกคนเป็นพ่อเดินสวนออกมาโดยไม่ได้พูดอะไรสักคำ ซึ่งนั่นก็ไม่ได้ทำให้นายน้อยเลสลีย์สนใจเท่ากับการที่จะเข้าไปดูคนเป็นพี่ของตัวเอง  เพียงแค่เดินเข้าไปในห้องไม่เท่าไหร่นักคนตัวขาวซีดก็เห็นภาพของพี่ชายตัวเองที่ยังยืนก้มหน้านิ่งในขณะที่ฝ่ามือขาวนั้นยังคงกุมใบหน้าของตัวเองอยู่


อาร์ธ...” คนเป็นน้องเอ่ยเรียกเสียงแผ่วพลางสาวเท้าเดินเข้าไปใกล้คนเป็นพี่ที่ยังคงเอาแต่ยืนนิ่งไม่ตอบสนองต่อเสียงเรียกของตนเอง  แสงสว่างจากเชิงเทียนและไฟที่ถูกจุดในห้องนั้นไม่สามารถช่วยหลบซ่อนรอยแดงที่ใบหน้าของอาเธอร์ได้เมื่ออยู่ในกรอบสายตาของแอชเชอร์


ฉันไม่เป็นไร..” คำตอบที่แสนแผ่วเบาและสั่นเครือในน้ำเสียงนั่นใครฟังก็คงไม่เชื่อทั้งนั้น


เจ็บมากหรือเปล่า..” มือเรียวสวยของคนเป็นน้องแตะเข้าที่ซีกแก้มขวาของคนเป็นพี่เบา ๆ ในขณะที่ดวงตาคู่สวยนั้นไล่มองตามรอยแดงที่สร้างความเจ็บแสบให้คนเป็นพี่ด้วยความรู้สึกที่แย่ไม่แพ้กัน “ฉันขอโทษ ที่ช่วยอะไรไม่ได้”


ไม่มีใครช่วยอะไรฉันได้ นอกจากตัวฉันเองหรอกแอช” ถึงอย่างนั้นคนที่มีรอยเลือดประดับที่มุมปากก็ยังยกยิ้มจาง ๆ ให้แอชเชอร์ ซึ่งนั่นก็สร้างความปวดใจไม่น้อยให้กับเลสลีย์คนเล็ก


ไม่ทำแบบนี้แล้วได้ไหม... ยิ่งทำแบบนี้ก็มีแต่นายที่ยิ่งเจ็บ”


ใช่ ฉันเจ็บ.. เจ็บจนเหมือนจะตายแล้วด้วยซ้ำ” แววตาที่แสดงออกถึงความเจ็บปวดนั้นยิ่งมองก็ยิ่งปวดใจ


แล้วนายหายไปที่ไหนมา.. บอกฉันได้ไหม”


เดอะฮิลล์..”


เมื่อได้ยินเช่นนั้นแอชเชอร์ก็แทบไม่อยากจะเชื่อว่าพี่ชายของตัวเองจะกล้าไปที่นั่น ซึ่งใคร ๆ ต่างก็รู้ดีว่าเดอะฮิลล์นั้นคือหน่วยป้องกันของแดนใต้ที่ไม่มีทางต้อนรับคนแดนเหนืออย่างพวกเขา


ช่วยบอกฉันทีว่านายไม่ได้ไปที่นั่นพร้อมกับริโอ...”  เจ้าของกลุ่มผมสีเข้มกว่าแอชเชอร์นั้นส่ายหน้าน้อย ๆ พลางขยับกลีบปากตอบคนเป็นน้อง


ฉันไปที่นั่นคนเดียว...”


แล้ว...”


อย่าเพิ่งถามถึงเขาตอนนี้เลยแอช ฉันขอร้อง...”


แอชเชอร์เองก็ไม่รู้หรอกว่าระหว่างอาเธอร์กับริโอนั้นเกิดอะไรขึ้น ถึงได้ทำให้อาเธอร์ไม่อยากพูดถึงขนาดนี้ แต่ที่แน่ ๆ แล้วมันคือเหตุผลอะไรกันที่ทำให้คนเป็นพ่อต้องลงมือกับคนเป็นพี่ขนาดนี้ ทั้งที่ไม่ว่าจะร้ายแรงแค่ไหนอีกฝ่ายก็ไม่เคยที่จะต้องเจ็บตัวเสียขนาดนี้


ถ้ารักแล้วนายยังเจ็บอยู่แบบนี้ก็ช่วยเกลียดเขาเพื่อที่นายจะได้ไม่ต้องเจ็บปวดเถอะอาร์ธ”











HASTAG #youngmastermn












TALK : นี่ใบ้ปมแล้วนะ....  บอกเลยว่า 20 ตอนก็ยังไม่จบ T-T ก็อยู่กันไปเรื่อยๆนะงับ


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 829 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

3,777 ความคิดเห็น

  1. #3738 __0997 (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 22 พฤศจิกายน 2563 / 00:50
    เข้าใจแล้วว่าทำไมแอชถึงได้กลัวการรักใครมากมายนัก เพราะเห็นมาจากพี่ชายที่ต้องเจ็บในทุกวัน โดนพ่อทำร้ายทั้งร่างกายและจิตใจ อาร์ธรักน้องมากเลยนะ ทั้งๆที่ตัวเองแบกรับอะไรตั้งมากมายขนาดนั่น ไหนจะความจริงที่ได้รู้ทั้งเรื่องที่พ่อเป็นกลฎไหนจะเรื่องที่พ่อเคยคิดที่จะรักกับอัลฟ่าด้วยกันเอง(ถ้าเราอ่านแล้วเข้าใจไม่ผิด จากที่อาร์ธบอกพ่อว่ากลัวตัวเองซ้ำรอยก็คิดว่าน่าจะเป็นเรื่องเดียวกันคืออัลฟ่ากับอัลฟ่า) แอชรักพี่มากพอๆกันกับพี่อาร์ธรักน้องแหละ อย่างที่คุณเลสลีย์บอกพี่น้องก็ยังเป็นพี่น้องวันยันค่ำ คำพูดแอชนี่โคตรแทงใจดำแล้วก็ใจร้ายมากๆเลย แต่ก็นั้นแหละด้วยความที่น้องไม่รู้มันก็เลยออกมาเป็นแบบนี้
    #3,738
    0
  2. #3600 KimCho (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 22 กันยายน 2563 / 22:06
    อึดอัดจังตอนนี้ ต่างคนต่างรู้สึกไม่ดีแล้วทุกคนก็คิดว่าความคิดของตัวเองดีที่สุด แอ้แง ปมอ่ะ
    #3,600
    0
  3. #3564 doraaung (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 16 สิงหาคม 2563 / 16:04
    น่าจะเป็นตอนความผิดพลาดของเชสหรือเปล่า ถ้าพ่อเป็นกบฏจริงก็แสดงว่าอาร์ธรู้เรื่องทุกอย่างหมดแล้ว แต่ที่ไม่อยากพูดถึงริโอตอนนี้คงเป็นเรื่องที่เกิดที่ฮิลล์นั่นแหละ ความผิดพลาดของเชส แต่อ่านตอนนี้ได้รู้จักตัวตนของแอชและเข้าใจกิริยาท่าทางการกระทำทุกอย่างในปัจจุบันได้ดีเลยอ่ะ รู้เลยว่าเพราะถูกสอนมาแบบนี้ให้เป็นคนแบบที่ซึ่งมันตรงข้ามกับอาร์ธโดยสิ้นเชิง ไม่แปลกที่แอชจะมีกำแพงสูง และถึงจะดูอ่อนแอกว่าคนอื่น แต่นี่ว่าคือดื้อของแอชคงทำให้เชสปั่นป่วนไม่น้อย ลองนึกถึงวันที่แอชรู้ความจริงทุกอย่างแล้วตัดสินใจอย่างเด็ดขาดว่าจะทำยังไงสิ ถึงตอนนี้เชสน่าจะคลั่ง แต่ก็เอาไรแน่นอนไม่ได้อีก คาดเดายาก

    ขอบคุณสำหรับฟิคนะคะ ไรท์สู้ๆน๊าาาา
    #3,564
    0
  4. #3496 Oywctmw (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 6 สิงหาคม 2563 / 17:29
    พ่อทำไรรรรรรร แงงงงง
    #3,496
    0
  5. #3440 lopenav (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 12 กรกฎาคม 2563 / 09:16
    แรงมาก สงสาระี่น้องเลสลีย์มากเลย คนนึงรู้แต่ทำไรไม่ได้ อีกคนไม่รู้อะไรจนทำอะไรไม่ได้เกมือนกัน มีแต่ความเจ็บปวดทั้งนั้นเลย ตระกูลนี้หนาวเย็นกว่าไรเนอร์จริงๆ
    #3,440
    0
  6. #3349 ปงจี้ (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 31 พฤษภาคม 2563 / 08:26
    พ่อไปทำอะไรอี๊กกกก แงงงงงงง้
    #3,349
    0
  7. #2954 pplinyeol (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 3 เมษายน 2563 / 03:48
    สงสารอาเธอร์เป็นคนที่รู้เรื่องทุกอย่างแล้วยอมเจ็บปวดอยู่ฝ่ายเดียวแอแงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงง
    #2,954
    0
  8. #2820 FridayChilling (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 21 มีนาคม 2563 / 10:27
    เครียดดดดดด
    #2,820
    0
  9. #2804 kiki3k (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 14 มีนาคม 2563 / 11:18
    เมื่อฉันไม่คิดเยอะแล้วมาอ่านนิยายซับซ้อน แงงง
    #2,804
    0
  10. #2716 firstchxnx (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2563 / 23:51
    TwTtttt
    #2,716
    0
  11. #2659 flufffyfluffjj (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2563 / 01:16
    เจบปวดค่ะ​ แง
    #2,659
    0
  12. #2616 08mm (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2563 / 16:26

    หน่วง..

    #2,616
    0
  13. #2555 K_57 (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 26 มกราคม 2563 / 22:58
    รุนแรงมากเลยค่ะ;-;
    #2,555
    0
  14. #2492 fridaytennight (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 17 มกราคม 2563 / 22:55
    มึนตึบ ต่างคนต่างมีอดีค พ่อน่าจะผิดหวังกับเรื่องอดีตอยู่มาก แต่ที่บอกว่าคนพ่อกบฎก็คืองงไปอีก
    #2,492
    0
  15. #2354 นมผงตราหมี (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 4 มกราคม 2563 / 17:25
    โอโห ตึบ
    #2,354
    0
  16. #2293 zaran (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 29 ธันวาคม 2562 / 20:35
    พ่อกะแม่ก็อัลฟ่าxอัลฟ่าหรือป่าว งื้อออ สงสารอาเธอร์อะ
    #2,293
    0
  17. #2200 Mmaaeebb (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 25 ธันวาคม 2562 / 01:26
    โหยยยยย คนเป็นพ่อมีปมแน่เลยป้ะแบบเคยรักกับอัลฟ่าแต่ไม่สมหวังหรือไร ปล้วยังน่าจะมีเบื้องหลังมากกว่านี้ที่อาร์ธรู้อ่ะ สงสารแอชอยู่นะที่ไม่รู้อะไรเลยทำให้ไม่เข้าใจอาร์ธและแบบตัวเองโดนพ่อกดดันแทนพี่อยู่ตลอดอยู่ในกรอบอยู่ตลอดแบบมันฝังหัวไปแล้วในเรื่องของกฏของตระกูลไรงี้อ่ะไม่ได้ตั้งใจจะแบบพูดไม่ดีหรือกีดกันพี่ขนาดนั้นหรอกแต่ไม่รู้อะไรมากกว่าเลยไม่เข้าใจตอนนี้ก็คือนั่งรู้สึกผิดเพราะเริ่มดข้าใจถึงความรักความเป็นไปได้ยากของอัลฟ่ากับอัลฟ่าแล้วเมื่อตัวเองมีความรักกับอัลฟ่าขึ้นมา แงสู้ๆนะทั้งคนพี่คนน้อง!!
    #2,200
    0
  18. #2156 Noname07 (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 16 ธันวาคม 2562 / 22:43
    คำพูดสุดท้ายของแอชคือจะร้อง เราเคยมีชีวิตที่คล้ายอาร์ธเลยฮือ และคำพูดสุดท้ายของแอชอ่ะเป็นสิ่งที่เราเคยพยายามทำมันอยู่ตลอด TT
    #2,156
    0
  19. #2019 Asuna ^^ (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 13 พฤศจิกายน 2562 / 06:46
    สงสารอาร์ธมาก????😭
    #2,019
    0
  20. #1961 Felicia_Kirisora (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2562 / 00:17
    อยากรู้เหตุผลที่อาร์ธต้องไปยุ่งกับพวกสเปนเซอร์มาก เชื่อว่าต้องมีมากกว่าแค่เรื่องความรักแน่แต่มันเป็นเพราะเรื่องอะไรกันล่ะ สงสารอาร์ธจัง ฮืออออ
    #1,961
    0
  21. #1909 toki000 (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 13 ตุลาคม 2562 / 23:17
    อยากสิไห้ทุกครั้งที่อ่านพาร์ทของอาร์ธ มีเหตุผลอะไรที่อาร์ธต้องยุ่งกับสเปนเซอร์ เพราะรักอย่างเดียวจริงหรอ
    #1,909
    0
  22. #1854 Marshmelloww (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 10 ตุลาคม 2562 / 21:26
    อาเธอร์ อุเเงงงงงง หน่วงบ่ไหววว
    #1,854
    0
  23. #1700 Bantanboys (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 8 ตุลาคม 2562 / 16:46
    สงสารอาร์ธมาก T___T หน่วงมากก
    #1,700
    0
  24. #1667 Sunset_97 (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 30 กันยายน 2562 / 22:00
    สงสารรรร โอ้ยยยยย น้ำตารื้นเลยชุ้น
    #1,667
    0
  25. #1629 impersonal- (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 28 กันยายน 2562 / 19:04
    แอชจะอยากออกไปข้างนอกแดนเหนือหรืออยากทำอะไรที่ตัวเองอยากทำก็ทำไม่ได้เพราะกฎกับนิสัยของแอชที่ถูกปลูกฝังมาตลอด เหมือนไม่เคยรู้จักคำว่าอิสระเลยในชีวิตนี้ โถ่แอช T___T
    #1,629
    0