[ #MINNO ] | Young Master ¦ True Alpha x Alpha [END]

ตอนที่ 18 : Young Master : Chapter 15

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 8,934
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 975 ครั้ง
    17 ต.ค. 62















 

สรุปว่านายก็ยังยืนยันคำเดิมใช่ไหม..’  รีส เบลเลอมอนท์ เอ่ยถามคนเป็นน้องชายซ้ำอีกครั้งเพื่อความแน่ใจของตัวเอง


ฉันไม่เปลี่ยนใจ


เห็นความมั่นใจของนายที่แน่วแน่ขนาดนี้แล้ว ฉันเองก็ไม่รู้ว่าจะต้องพูดอะไรอีก คำตัดพ้อกลาย ๆ ของรีส นั้นไม่ได้ช่วยให้ไทเลอร์รู้สึกที่จะเปลี่ยนใจสักนิด ตรงกันข้ามมันกลับยิ่งเพิ่มความน่าหมั่นไส้เสียมากกว่า

 

ฉันไม่ได้บังคับให้นายพูดเสียหน่อย


คำยอกย้อนของไทเลอร์คนน้องไม่ได้ทำให้รอยยิ้มบนใบหน้าของรีสจืดจางลงแม้แต่น้อย ซ้ำยังทำให้รีส เบลเลอมอนท์รู้สึกสนุกเพิ่มมากขึ้นจนอดใจไม่ไหว


อย่าคิดจะซ่อนเด็กคนนั้นก็แล้วกัน เพราะยังไงเสียฉันเองก็ต้องคุยกับเลสลีย์คนเล็กอยู่ดี..


ที่นี่ไม่ใช่ฟลัม ฉันคงยอมให้นายมาใช้อำนาจที่นี่ไม่ได้


ท่าทางหัวหน้าหน่วยเดอะฮิลล์จะหวงเลสลีย์คนเล็กเหลือเกินนะ


อัลฟ่าผมสีแดงยังคงแหย่น้องชายตัวเองไม่เลิก ทั้ง ๆ ที่ก็เห็นอยู่ว่าเชส ไทเลอร์ นั้นเริ่มไม่เล่นด้วยแล้ว


ฉันหวง ชัดพอไหม


ก็ให้มันชัดเจนจนถึงวันที่ต้องเจอพี่ชายนายอีกคนก็แล้วกัน


นายก็รู้ดีว่าฉันไม่กลัว


เพราะคนที่ต้องกลัวจริง ๆ คือเลสลีย์ ฉันพูดถูกไหมล่ะ?’


‘....’ เป็นเชสเองที่นิ่งไปเมื่อได้ยินแบบนั้น


เงียบเลย สงสัยจะจี้ใจดำไปหน่อยรีสเดาะลิ้นอย่างกวนประสาทเมื่อเห็นน้องชายคนเก่งนั้นนิ่งไป หากให้เดาแล้วก็คงกำลังคิดไม่ตกอย่างหนักเป็นแน่


ฉันจะเป็นคนพูดกับเขาด้วยตัวเอง  ส่วนนายก็อย่าปากสว่างให้มันมากนักก็แล้วกัน


ถ้าน้องชายอยากให้พี่ชายคนนี้ปิดปาก มันก็ต้องได้อยู่แล้ว :)


ทำให้ได้อย่างที่พูดแล้วกัน


หมอนั่นคงเสียใจน่าดูที่น้องชายสุดที่รักทำแบบนี้..


แล้วนายเสียใจกับสิ่งที่ฉันทำบ้างไหมแววตาที่คาดคั้นของเชส ไทเลอร์ ทำให้รีส เบลเลอมอนท์ถอนหายใจออกมาหนักๆ


ถ้าฉันตอบว่าไม่เสียใจ มันก็คงจะเป็นเรื่องโกหกเกินไปหน่อย..ท่าทางเจ้าเล่ห์ก่อนหน้าหายไปในทันทีเมื่อรีสเริ่มเข้าเรื่องจริง ๆ จัง ๆ นายอาจจะยอมรับได้ แต่สำหรับพี่ชายอย่างฉันมันไม่ใช่เรื่องง่าย ๆ เลยสักนิด ไม่ต้องให้ฉันพูดนายก็น่าจะรู้ดีนะว่าเพราะอะไร..


งั้นก็ขอให้นายรู้ไว้ว่าทุกอย่างที่เกิดขึ้นเพราะฉันตั้งใจ ไม่ใช่ความผิดพลาด


นั่นยิ่งแล้วใหญ่เลยเชส.. ความผิดของนายมันไม่ใช่เรื่องเล่น ๆ


นายรู้ดีว่าต้องจัดการมันยังไง


ถึงฉันจะจัดการให้นายได้ แต่ก็ใช่ว่าปัญหาทุกอย่างมันจะจบ..


เรื่องนี้จะมีแค่เราเท่านั้นที่รู้


ก็อย่าให้ฉันทนไม่ไหวจนต้องพูดก็แล้วกันน้องชาย


ความลับบัดซบพวกนี้มันควรมีแค่พวกเขาเท่านั้นที่รับรู้..

 



*



 

ภายในบ้านพักของหัวหน้าหน่วยเดอะฮิลล์ยังคงปกคลุมไปด้วยบรรยากาศของความน่าอึดอัดบาง ๆ ระหว่างอัลฟ่าแดนเหนือและทรูอัลฟ่า  แม้ไทเลอร์จะยังคงกวนประสาทเหมือนเคยแต่สิ่งที่ทำให้เลสลีย์คนเล็กรู้สึกว่าเจ้าตัวไม่เหมือนเคยก็คงจะเป็นสายตาเสียมากกว่า


เป็นแอชเชอร์ เลสลีย์ ที่เดินเข้ามาภายในบ้านก่อน และตามมาด้วยไทเลอร์ที่เดินตามเข้ามา ก่อนเจ้าตัวนั้นจะเลี่ยงหายเข้าไปอีกทางด้านหนึ่งของบ้าน  ฝ่ายเจ้าของผิวขาวซีดนั้นก็เดินขึ้นไปเปลี่ยนเสื้อผ้าในห้องของตัวเองหลังจากที่โดนทรูอัลฟ่าแดนใต้บ่นมาตลอดทาง


อย่าใส่เสื้อผ้าแบบนี้ออกมาข้างนอกอีก..


ไทเลอร์ไม่ได้คาดหวังว่าเลสลีย์จะฟังในสิ่งที่ตัวเองพูดหรือไม่ แต่เพราะตัวทรูอัลฟ่าหนุ่มเองก็เป็นพวกพูดตรงเป็นทุนเดิมก็ทำให้ปากของเจ้าตัวนั้นห้ามปากของตัวเองไม่ให้พูดไม่ได้  มันก็ค่อนข้างหัวเสียไม่น้อยที่เชสนั้นไม่สามารถที่จะห้ามอารมณ์หงุดหงิดของตัวเองได้เมื่อเห็นอัลฟ่าแดนเหนือในสภาพแบบนั้น


จะเพราะสัญชาตญาณของการได้ครอบครองหรือเพราะความรู้สึกส่วนตัว เชส ไทเลอร์เองก็ไม่แน่ใจ แต่ที่แน่ ๆ คือเจ้าตัวรู้ตัวดีว่าความรู้สึกหงุดหงิดที่เกิดขึ้นพวกนี้มันเป็นเพราะความหวงของตัวเอง และคนที่หัวหน้าหน่วยเดอะฮิลล์หวงก็คงไม่พ้นเป็นแอชเชอร์ เลสลีย์...


หากไม่ใช่เพราะเลสลีย์ที่เข้ามายุ่งระหว่างที่พี่น้องไทเลอร์นั้นกำลังต่อสู้กัน ก็อย่าหวังเลยว่ารีสจะยอมหยุดให้ง่าย ๆ  แค่มองแวบเดียวเชสก็รู้แล้วว่าที่พี่ชายของตัวเองยอมละมือก่อนง่าย ๆ ก็เพราะจะถ่วงเวลาเล่นสนุกให้กับตัวเอง...


เล่นสนุกกับตัวเขาที่เป็นน้องน่ะยังพอว่า.. แต่ถ้ารีสเกิดนึกสนุกอยากปั่นประสาทแอชเชอร์ขึ้นมาล่ะก็ เชื่อเถอะว่าหัวหน้าหน่วยเดอะฮิลล์คงได้มีปัญหาอีกมากมายมาให้ได้หนักใจเป็นแน่  พี่ชายที่มักจะแกล้งน้องชายแรง ๆ แบบ รีส เบลเลอมอนท์ นี่มันคือมหันตภัยของแท้


แกล้งที่ไม่เหมือนแกล้ง มันตลกเสียที่ไหนกัน...

และการที่ รีส เบลเลอมอนท์มาถึงที่เดอะฮิลล์ด้วยตัวเองมันก็ทำให้เชสตระหนักได้ว่าความลับมันอาจจะไม่เป็นความลับอีกต่อไป 


ทรูอัลฟ่าเจ้าของกลิ่นไม้สนซีดาร์สะบัดหัวไล่ความคิดในหัวตัวเองออก ก่อนจะกลับมาสนใจตัวเองที่อยู่ในสภาพค่อนข้างไปทางเละเทะ ไม่ว่าจะทั้งคราบดิน คราบน้ำสกปรกที่เลอะตามเสื้อผ้าและร่างกาย นั้นมันก็แทบทำให้สภาพของเชส ไทเลอร์ ดูไม่ต่างจากพวกการ์เดียนที่ออกไปเล่นซนเลยสักนิด


แขนแกร่งซึ่งเต็มไปด้วยกล้ามเนื้อและเส้นเลือดไขว้แขนกันก่อนจะเลิกชายเสื้อที่สวมใส่ขึ้นเพื่อถอดออก มือใหญ่โยนเสื้อที่เต็มไปด้วยคราบสกปรกลงตะกร้าซึ่งถูกวางไว้ไม่ไกลอย่างแม่นยำ พลางสาวเท้าเดินไปที่หน้ากระจกบานใหญ่ซึ่งตั้งอยู่อีกมุมหนึ่งเพื่อสำรวจรอยช้ำตามใบหน้าและร่างกายช่วงบนของตัวเอง


ภาพที่เกิดจากกระจกเงาบานใหญ่นั้นสะท้อนให้เห็นร่างกายแข็งแกร่งของทรูอัลฟ่าหนุ่มอย่างชัดเจน ทั้งแผ่นอกสีแทนแน่นตึงและหน้าท้องซึ่งเต็มไปด้วยกล้ามเนื้อเรียงสวยนั้นปรากฏเพียงรอยช้ำเล็ก ๆ จากแรงกระแทก เส้นเลือดที่ต้นคอแกร่งยิ่งเผยให้เห็นชัดเมื่อทรูอัลฟ่าหนุ่มเอียงใบหน้าของตัวเองเพื่อสำรวจรอยช้ำบริเวณใบหน้าซึ่งก็ค่อนข้างช้ำอยู่พอสมควร  บวกกับมุมปากหยักเองก็ยังคงมีเลือดไหลซิบพอให้เจ้าของผิวสีแทนได้รู้สึกรำคาญเช่นกัน


คงใช้เวลาเพียงไม่กี่วันสักเท่าที่จะรักษาร่างกายของตัวเอง อีกอย่างไทเลอร์คนพี่เองก็ไม่ได้จงใจลงแรงมาที่จุดสำคัญเสียเท่าไหร่แต่ก็ใช่ว่าจะออมมือ  แม้เชสจะรู้อยู่แก่ใจก็ตามว่าการต่อสู้ระหว่างตนเองกับพี่ชายมันไม่ใช่เรื่องเล่น ๆ ก็ตาม 


มันก็ไม่ต่างจากการลงโทษกลาย ๆ จากความผิดที่ตั้งใจก่อ มิหนำซ้ำยังมีเรื่องที่ไม่คาดคิดระหว่างความสัมพันธ์ที่เกินเลยของเชสและอัลฟ่าแดนเหนือเพิ่มมาอีก ประเด็นหลังของเลสลีย์เองก็ถือได้ว่าเป็นเรื่องที่ค่อนข้างจะละเอียดอ่อนเป็นอย่างมาก


ใครว่าฟ้าหลังฝนนั้นสดใส.. เชส ไทเลอร์ ขอปฏิเสธเลยว่าคำพูดพวกนั้นมันไม่จริงสักนิด ยิ่งหากเป็นพายุที่โหมกระหน่ำแล้วด้วย  สิ่งที่ทิ้งไว้หลังจากพัดทำลายจนราบคาบก็คือปัญหาต่างหาก


 


ฝ่ายทางด้านของอัลฟ่าแดนเหนือที่เดินเลี่ยงขึ้นมาบนห้องเองก็เดินวนเป็นหนูติดจั่นอยู่ภายในห้อง หลังจากเจ้าตัวเปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จเรียบร้อย ผ้าผืนเล็กที่อยู่ในมือขาวยังคงซับไปตามเส้นผมสีอ่อนจนมันเริ่มแห้งดี แต่ในขณะเดียวกันเจ้าตัวก็ยังคงคิดซ้ำไปซ้ำมาเพราะความกังวล


จนสุดท้ายเจ้าตัวก็ทิ้งตัวลงนั่งที่ปลายเตียงพลางยกแขนขึ้นมากอดอกแล้วครุ่นคิดถึงเรื่องที่เกิดขึ้น ถ้าจะพูดกันตามตรงแอชเชอร์เองก็ไม่ได้รู้สึกดีเท่าไหร่กับการที่ต้องทำให้คนอื่นเดือดร้อน อีกทั้งคนที่ช่วยเหลือเจ้าตัวก็เป็นคนต่างแดน  ซึ่งมันก็ไม่ใช่เรื่องที่เกี่ยวข้องอะไรกับไทเลอร์โดยตรงด้วยซ้ำ มันก็ถูกที่ไทเลอร์เองก็ผิดส่วนหนึ่งที่ช่วยเขาแต่ทั้งนี้ทั้งนั้นดูไปดูมาคนที่เป็นตัวปัญหาก็คงเป็นเขาเสียมากกว่า


จมูกโด่งพ่นลมหายใจออกมาหนัก ๆ ความรู้สึกของการเป็นตัวปัญหามันกำลังทำให้แอชเชอร์ต้องคิดหาทางที่จะออกไปจากที่นี่จริง ๆ จัง ๆ เสียที อย่างน้อยหากไม่ได้ทำประโยชน์ให้เดอะฮิลล์เขาเองก็ควรออกไปจากที่นี่เพื่อไม่สร้างปัญหาและผลกระทบให้กับเดอะฮิลล์


ถึงอย่างนั้นในตอนนี้แอชเชอร์เองก็ยังมีอีกเรื่องหนึ่งที่ทำให้เจ้าตัวตบตีกับความคิดของตัวเองไม่หยุด นั่นก็คือเรื่องแผลของไทเลอร์ จากที่มองผ่าน ๆ แล้วแอชเชอร์ก็คิดว่ามันค่อนข้างจะเยอะอยู่พอสมควร แม้จะไม่ถึงกับตาปูดตาบวมแต่เลือดที่ไหลออกมาจากแผลที่ปริแตกก็ดูท่าจะเจ็บไม่น้อย


เขาควรจะลงไปดูไทเลอร์ หรือ เขาควรจะอยู่เฉย ๆ บนห้อง ?


ความน่าอึดอัดระหว่างทั้งคู่นั้นก็ใช่ว่าจะหมดไปเสียเมื่อไหร่  ยิ่งเมื่อเช้าที่ถกเถียงกันไปด้วยก็ยิ่งทำให้ความอึดอัดมันมีแต่จะเพิ่มมากขึ้น   เหมือนจะคุยกันรู้เรื่องแต่สุดท้ายมันก็ยังค้างคาจะเป็นตะกอนในใจด้วยกันทั้งคู่... ยิ่งคำพูดของไทเลอร์เมื่อเช้าแล้วด้วยก็ยิ่งทำให้แอชเชอร์แอบรู้สึกผิดแปลก ๆ ที่พูดจาแบบนั้นออกไป


“นายกำลังทำให้ฉันดูงี่เง่า..”


เสียงนุ่มเอ่ยพึมพำกับตัวเองหลังจากครุ่นคิดมาเสียพักใหญ่  ขาเรียวหยัดลุกขึ้นยืนอีกครั้งก่อนจะเดินออกจากห้องเพื่อลงไปด้านล่างที่มีใครอีกคนหนึ่งอยู่ แต่ทว่าเมื่อแอชเชอร์เดินลงมาถึงด้านล่างแล้ว เจ้าตัวก็พบแค่เพียงความว่างเปล่า  ไม่ว่าจะหันไปทางไหนก็ไร้ซึ่งเงาของหัวหน้าหน่วยเดอะฮิลล์ที่กลับเข้ามาบ้านพร้อมกับตัวเอง


“หายไปไหนกัน?ปากบางบ่นงุบงิบก่อนจะก้าวเดินไปที่หลังบ้านซึ่งเจ้าตัวจำได้ดีว่าไทเลอร์นั้นเดินแยกกับตัวเองไปทางนั้น บริเวณหลังบ้านซึ่งเป็นส่วนที่ติดกับธารน้ำเล็ก ๆ ที่ไหลเอื่อยก็ยังไร้เงาของหัวหน้าหน่วยอีกเช่นเคย


แต่ทว่าเสียงก่อกแก่กที่ดังขึ้นมาจากภายในห้องน้ำก็ทำให้อัลฟ่าแดนเหนือนึกขึ้นมาได้ว่าตัวเองนั้นลืมไปเสียสนิทว่ายังมีห้องน้ำที่ยังเป็นอีกที่หนึ่งซึ่งมีความเป็นไปได้สูงว่า เชส ไทเลอร์ จะอยู่ในนั้น  เมื่อคิดได้ดังนั้นแอชเชอร์เองก็ตัดปัญหาเรื่องการตามตัวของหัวหน้าหน่วยออกไปทันที ก่อนจะเลือกเดินไปหาอุปกรณ์ทำแผลที่เอริคให้มาเมื่อวันก่อนมาเตรียมไว้และนั่งรออย่างใจเย็น


เซเบอร์ยังคงนอนหลับอุตุอยู่บนเบาะนุ่ม ๆ ซึ่งไทเลอร์เป็นคนไปหามาให้ ดูแล้วก็น่าอิจฉามันไม่หยอกที่ได้นอนหลับสบายในวันที่ฝนตกพรำ ๆ ผิดกับตัวเจ้าของอย่างเจ้าของผิวขาวซีดที่นอกจากจะไม่หลับไม่นอนแล้ว ยังออกไปหาเรื่องให้ตัวเองได้มาวิตกไม่เลิกแบบนี้


ผ่านไปสักพักใหญ่เสียจนแอชเชอร์เอนตัวลงไปนอนบนเบาะนุ่มๆ เสียงประตูทางด้านหลังก็ดังขึ้นเบา ๆ ก่อนที่จะได้ยินเสียงฝีเท้าของคนที่ออกมาจากห้องน้ำนั้นเดินเข้ามาใกล้เรื่อย ๆ  เมื่อได้ยินดังนั้นคนที่นอนอยู่หลังโซฟาตัวใหญ่ก็ค่อยๆขยับตัวเพื่อลุกขึ้น  หัวกลมที่มีกลุ่มผมสีบลอนด์สว่างโผล่พ้นจากพนักพิงหลังช้า ๆ จนเห็นดวงตากลมที่แอบมองทรูอัลฟ่าหนุ่มซึ่งยังคงยืนหันหลังหาอะไรบางอย่างอยู่


ให้ตายเถอะ... แอชเชอร์ไม่เข้าใจตัวเองเลยจริง ๆ ว่าทำไมตัวเองต้องมาทำตัวลับๆล่อๆแบบนี้ทั้งที่ไม่ควรประหม่า เชส ไทเลอร์ เลยด้วยซ้ำ แต่ดูนี่สิ ที่เขากำลังทำอยู่มันไม่ใช่เลยสักนิด


คนที่กำลังหาอะไรอยู่นั้นหันขวับมาอย่างที่แอชเชอร์ไม่ได้ทันตั้งตัว จนกลายเป็นว่าดวงตากลมนั้นสบเข้ากับตาดุของอีกฝ่ายด้วยความตกใจ 


“มาทำตัวลับ ๆ ล่อ ๆ อะไรแถวนี้กันเลสลีย์”  เสียงทุ้มเอ่ยถามคนตัวขาวที่เอาแต่โผล่มาแค่ครึ่งหน้า แถมผมที่ชี้ขึ้นของเจ้าตัวมันก็ให้อารมณ์คล้ายกับหูที่งอกขึ้นมาเสียอย่างนั้น  ไหนจะหน้าตาตื่นเหมือนคนทำผิดแล้วโดนจับได้  นี่มันชวนให้หัวเราะเสียจริงในความคิดของเชสชะมัด 


“ฉันไม่ได้ทำแบบที่นายว่าเสียหน่อย” คนถูกจับได้หยัดตัวลุกขึ้นมานั่งดี ๆ แล้วเอ่ยปากตอบทรูอัลฟ่าที่ยืนพิงสะโพกเข้ากับขอบโต๊ะ ซึ่งมันก็ทำให้เจ้าตัวได้อวดร่างกายช่วงบนไล่ไปจนถึงกางเกงที่เกาะสะโพกสอบอยู่อย่างหมิ่นเหม่ 


“แล้วที่นายมาแอบมองฉัน มันหมายความว่ายังไงหรือ?


ไทเลอร์เริ่มถามต้อนคนตัวขาวในทันที แม้ว่าการกระทำของตัวเองนั้นจะไม่มีท่าทีคุกคามแต่อย่างใดก็ตาม


“ฉันไม่ได้แอบ... ที่ลงมาก็เพราะจะมาดูว่านายเป็นยังไงบ้างก็เท่านั้น”


“ดูฉันเนี่ยนะ?ไทเลอร์ถึงกับถามย้อนด้วยเสียงที่สูงขึ้นเพราะไม่อยากจะเชื่อในสิ่งที่หูตัวเองได้ยิน  อีกทั้งใบหน้าของเลสลีย์ที่กลับมาตีหน้านิ่งมันก็ดูไม่เข้ากับรูปประโยคที่อีกฝ่ายว่ามาเลยสักนิด


“สภาพนายมันดูได้ที่ไหน” อัลฟ่าแดนเหนือว่าพลางใช้สายตาไล่มองหน้าที่เต็มไปด้วยรอยแผลของอีกฝ่าย  ซึ่งไทเลอร์เองก็ดูจะไม่ได้จะสนใจสักเท่าไหร่ในสิ่งที่แอชเชอร์พูด


“ถ้าเป็นห่วงฉันก็แค่พูดมา”


เป็นห่วงเนี่ยนะ? ไทเลอร์เอาอะไรมาคิดกัน นี่มันไม่เข้าข้างตัวเองไปหน่อยหรือไง


“ตรงไหนที่ว่าฉันเป็นห่วงนาย”


“ก็เช่นสิ่งที่นายกำลังทำอยู่ตอนนี้ไง :)”


เมื่อเจอคำพูดที่ไม่ต่างจากหมัดฮุกเข้าไปก็ทำให้เลสลีย์คนเล็กทำหน้าดุใส่ไทเลอร์ในทันที 


“ถ้างั้นมันก็คงเป็นความเป็นห่วงที่เกิดจากความสงสารเท่านั้นล่ะ..”


รอยยิ้มที่เคยประดับอยู่บนปากหยักค่อยๆหุบลงช้า ๆ จนใบหน้าของหัวหน้าหน่วยเดอะฮิลล์นั้นกลับมาเรียบนิ่งเหมือนเดิม ซึ่งนั่นก็ดูจะเป็นความคิดที่ผิดของเลสลีย์ที่ทำให้บรรยากาศน่าอึดอัดนั้นกลับมาอีกครั้งอย่างห้ามไม่ได้


“พูดได้ดีนี่เลสลีย์”


“ยังไงซะ ฉันเองก็เป็นต้นเหตุที่ทำให้นายต้องโดนลงโทษไม่ใช่หรือไง”


“มันเป็นความผิดของฉัน นายไม่เกี่ยวหรอกอย่าเก็บมาใส่ใจนักเลย”


“แล้วมันจะไม่เกี่ยวได้ยังไง ในเมื่อนายผิดกฎระหว่างแดนก็เพราะช่วยฉัน”


“ฉันเป็นคนยอมให้นายเข้ามาในเดอะฮิลล์ เพราะฉะนั้นคนผิดก็คือฉันในฐานะคนที่อนุญาต”


“งั้นนายก็ส่งฉันกลับเสียสิ.. เพื่อตัวนายเองจะไม่ต้องเดือดร้อน”


“นายคิดว่ามันง่ายขนาดนั้นเลยหรือ? อีกอย่างฉันเองก็สัญญากับพี่นายไว้แล้วว่าจะดูแลนายให้ดีที่สุด ฉันไม่มีทางผิดสัญญา”


“เลิกสนใจสัญญางี่เง่านั่นแล้วมองความเป็นจริงเถอะไทเลอร์  สุดท้ายนายเองก็รู้อยู่แก่ใจว่าฉันคือตัวปัญหาของเดอะฮิลล์”


“ฉันเคยพูดหรือว่านายเป็นตัวปัญหา” ไทเลอร์ย้อนถามเสียงเรียบ พลางสาวเท้าเดินเข้ามาหาคนที่นั่งอยู่หลังโซฟาหลังใหญ่


“ทุกคำที่นายพูดกับฉันไม่ว่าจะดีหรือไม่ดี ฉันจำมันได้ทั้งหมด”


นอกจากจะดื้อรั้นและทะนงในศักดิ์ศรีเป็นที่หนึ่งแล้วอีกอย่างหนึ่งที่ เชส ไทเลอร์ รู้เพิ่มเกี่ยวกับตัวของ แอชเชอร์ เลสลีย์ ก็คงจะเป็นเรื่องความจำที่ดีของเจ้าตัว สายตาที่แน่วแน่และมั่นใจมันบ่งบอกได้ดีว่าเจ้าตัวนั้นทำได้อย่างที่ปากพูดแน่นอน


“ถือว่าเป็นเรื่องที่ดี...”


“นายลืมไปแล้วหรือไงว่านายเคยพูดกับฉันว่ายังไง..” คนตัวขาวเอ่ยเสียงแข็งเมื่อนึกถึงประโยคที่มันฝังใจตัวเองตั้งแต่แรกๆที่มาอยู่ที่นี่  “นายเคยบอกว่าฉันอยู่ที่นี่ในฐานะของคนที่ต่ำที่สุดในเดอะฮิลล์”


คำพูดที่กดแอชเชอร์ลงต่ำเสียจนคนที่เต็มไปด้วยความภูมิใจนั้นถึงกับชะงักงัน เจ้าตัวเองก็ยังจำมันได้ดี วาจาร้ายกาจของไทเลอร์มีหรือว่าแอชเชอร์จะจำมันไม่ได้


ถ้างั้นนายก็ช่วยเอาคำพูดพวกนั้นออกไปจากหัว แล้วเอาจำสิ่งที่ฉันจะพูดต่อไปนี้ไว้ให้ดี ๆ ว่า แอชเชอร์ เลสลีย์ อยู่ในฐานะคนของไทเลอร์ ซึ่งนั่นก็เท่ากับว่านายเองก็มีฐานะในเดอะฮิลล์ไม่น้อยไปกว่าฉัน”


“จะให้ฉันต้องพูดอีกกี่ครั้งว่าฉันไม่ต้องการ”


“คนอย่างนายก็ยังคงยึดในความถูกต้องมากกว่าความรู้สึกไม่เคยเปลี่ยน..” ไม่ใช่ว่าความถูกต้องนั้นเป็นเรื่องที่ไม่ดี แต่หากยึดติดกับมันมากเกินไปมันก็ไม่ต่างจากการที่ใช้สมองมากกว่าหัวใจ  ซึ่งมันก็สมกับเป็นเลสลีย์ดีเหมือนกัน  “นายมั่นใจหรือว่านายเองไม่ได้รู้สึกอะไรเลยสักนิดกับฉัน”


“นายคิดว่าแค่เรื่องพวกนั้น มันจะทำให้ฉันรู้สึกอะไรกับนายหรือไง”


“ถ้านายไม่ได้ตายด้าน ฉันก็มั่นใจว่าอย่างน้อยมันก็ต้องมีสักเศษเสี้ยวความรู้สึกหนึ่ง”


“แล้วถ้าฉันตอบว่าไม่ล่ะ...”


เกียรติของไทเลอร์มันไม่มากพอที่จะทำให้นายยอมรับได้งั้นหรือ”


คนที่เดินมาหยุดยืนตรงหน้าของแอชเชอร์เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงโทนปกติ แม้จะไม่ได้กดดันแต่มันก็กลับทำให้คนที่ฟังได้แต่มองหน้าทรูอัลฟ่าหนุ่มค้างอยู่หลายวินาที


“ฉันยอมรับเลยว่ามันไม่แฟร์กับนายเหมือนกันที่ต้องเป็นแบบนี้ มันยากที่จะยอมรับฉันรู้ดี แต่ฉันเองก็ไม่สามารถมองข้ามเรื่องที่เกิดขึ้นไปได้เหมือนกัน”


“ฉันต้องการเวลา”


“แล้วอาทิตย์ที่ผ่านมานายได้ทบทวนอะไรบ้างล่ะ เท่าที่ฉันรู้สึกเท่าที่ฉันเห็นมันก็มีแต่ความอึดอัดระหว่างฉันกับนาย ไม่ได้มีอะไรดีขึ้นสักนิด”


“แค่นายปล่อยฉันไปไงไทเลอร์”


“มันอันตรายเกินไปสำหรับนาย ส่งนายกลับไปก็เหมือนส่งนายไปตาย”


“แต่ที่เป็นอยู่แบบนี้มันก็ไม่ต่างกันสักเท่าไหร่ ถึงไม่ตายแต่ก็ไม่ได้อะไร ทำไมฉันถึงต้องอยู่เฉยๆเพื่อรอคอยในสิ่งที่ฉันไม่รู้ว่ามันจะเกิดขึ้นหรือเปล่า ฉันเป็นห่วงอาเธอร์แต่กลับทำอะไรไม่ได้ ชีวิตพี่ฉันทั้งคนนะไทเลอร์ นายจะให้ฉันนิ่งดูดายแบบนี้ต่อไปได้ยังไง”


ปากบางเอ่ยสิ่งที่อยู่ในใจออกมารัว ๆ ใส่คนที่ยืนค้ำหัวอยู่ตรงหน้าตัวเอง ก่อนจะสะบัดหน้าหนีไปอีกทางเพราะอารมณ์ขุ่นเคืองที่เริ่มเดือดขึ้นมา


“นายรู้จักพี่ชายนายดีที่สุดเลสลีย์...” มือใหญ่ของหัวหน้าหน่วยเดอะฮิลล์เอื้อมไปลูบกลุ่มผมสีสว่างที่ชี้ไม่เป็นทรงให้เข้าที่  ซึ่งเจ้าของผมเองก็ดูจะไม่มีอารมณ์มาสนใจเสียเท่าไหร่กับการที่มีใครมันเล่นผมของตัวเอง  “หมอนั่นเอาตัวรอดเก่งแค่ไหน นายก็รู้”


“แล้วคนเรามันจะพลาดกันไม่ได้หรือไง นายยังไม่รู้จักริโอดีพอ..”


“นายรู้เรื่องอุโมงค์ที่เชื่อมต่อระหว่างเดอะฮิลล์กับพื้นที่ตระกูลนายหรือเปล่าเลสลีย์”  ในตอนแรกเชสเองก็ไม่อยากจะให้แอชเชอร์รู้เรื่องเกี่ยวกับอุโมงค์นั่นสักเท่าไหร่ แต่ดูท่าแล้วจากการที่ทั้งโจชัวและลูฟนั้นลองเข้าไปก็กลับไม่ได้คืบหน้าไปมากมายอะไร ยิ่งเข้าไปอากาศภายในนั้นก็ยิ่งเหลือน้อยจนน่ากลัว..


“นายรู้เรื่องนี้ได้ยังไง?คนตัวขาวซีดถามเสียงแข็งในทันที


“ถามแบบนี้แสดงว่านายรู้สินะ”


“ฉันถามว่านายรู้ได้ยังไง!”


“อาเธอร์เป็นคนบอกให้ฉันหามัน..”


“ไม่มีทางที่อาร์ธจะรู้เรื่องอุโมงค์นี่  หมอนั่นไม่เคยสนใจเรื่องในตระกูลเลยด้วยซ้ำ”


“ไม่พูดไม่ได้แสดงว่าไม่รู้เสมอไป...” แอชเชอร์เม้มปากแน่นอย่างครุ่นคิดไปสักพักหนึ่ง


“อย่างมากที่สุดถ้าจะหายใจในนั้นได้ก็มาถึงได้แค่ชายแบล็คฟอเรสต์เท่านั้น.. เพราะรูระบายอากาศที่ทำไว้มีแค่ฝั่งฉันเท่านั้นที่ยังใช้งานได้อยู่”


“นายดูรู้ดีเกี่ยวกับเรื่องนี้..”


“ก็เพราะตอนที่ฉันหนีออกมาจากที่นั่นได้ ก็เพราะอุโมงค์นี่ไง...” ทางลับที่ถูกปิดไว้ไม่ให้ใครได้ล่วงรู้นั้นเป็นที่พึ่งสุดท้ายที่ช่วยให้แอชเชอร์ออกมาจากที่นั่นได้ และเขาเองก็ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าที่ทางออกอีกฝั่งนั้นจะมีใครล่วงรู้เพิ่มอีกบ้างหรือเปล่า


“ถ้าเป็นแบบที่นายว่ามันก็ช่วยได้มากพอแล้ว”


“นายอย่าบอกนะว่าอาเธอร์คิดจะหนีด้วยวิธีนี้”


“ฉันเดาใจหมอนั่นไม่ได้หรอกเลสลีย์ มันอาจจะใช่หรือไม่ใช่ก็ได้ทั้งนั้น”


“ขนาดฉันยังเอาตัวแทบไม่รอด อีกอย่างวิธีซ้ำเดิมแบบนี้มันก็เป็นวิธีที่ไม่น่าเสี่ยงสักนิด”


“แล้วนายคิดว่าพี่นายจะออกมาจากที่นั่นบ้างไหม?


“พูดตามตรงนะว่าพอเป็นอาเธอร์แล้วฉันเองก็ไม่กล้าคิดเหมือนกันว่าเขาจะตัดสินใจยังไง  แต่ที่ฉันรู้คนอย่างอาเธอร์ไม่มีวันยอมให้ตัวเองทรมานแน่ ๆ ถ้าไม่มีความสุข”


“บางทีสองคนนั้นก็อาจจะไปด้วยกันได้ดีก็ได้”


“ความสัมพันธ์ของรอยัลอัลฟ่ากับอัลฟ่า ไม่ใช่เรื่องที่คนแดนเหนือจะยอมรับง่าย ๆ ยิ่งเป็นริโอแล้วล่ะก็ทุกอย่างมันก็ยิ่งไม่มีความเป็นไปได้”


“แต่อาเธอร์รู้จักหมอนั่นดีไม่ใช่หรือไง อีกอย่างเท่าที่ฉันเห็น พี่นายก็ไม่ใช่ว่าจะควบคุมริโอไม่ได้เสียหน่อย”


“ใครจะรู้กันว่าวันหนึ่งทุกอย่างอาจจะเปลี่ยนไปก็ได้”  ใบหน้ารูปสลักหันกลับมามองคนที่ลูบผมตัวเองอีกครั้ง “มันไม่มีอะไรสักอย่างให้ฉันคาดหวัง นายคิดว่าฉันต้องรออีกสักเท่าไหร่กันกว่าที่อาเธอร์จะกลับมา”


“นายจะใช้เวลาทั้งชีวิตเพื่อรออาเธอร์อยู่ที่นี่มันก็ย่อมได้”


ใช้เวลาทั้งชีวิต? อยู่ที่นี่?


“นายกำลังจะสื่อถึงอะไรกันแน่”


“อยู่แดนใต้ในฐานะคนที่ยืนอยู่ข้างฉันเถอะเลสลีย์”


แรงจากแขนแข็งแรงที่โอบเข้าตรงช่วงไหล่ ทำให้ใบหน้ารูปสลักของคนที่นั่งอยู่ต่ำกว่านั้นซบอิงเข้ากับหน้าท้องแกร่งของทรูอัลฟ่าตรงหน้าเงียบ ๆ  ลอนกล้ามเนื้อสีเข้มที่อยู่ในกรอบสายตาของแอชเชอร์นั้นยังคงไม่ทำให้รู้สึกชัดเจนเท่ากับแก้มนุ่มที่แนบชิดกับกล้ามเนื้อแข็งแรงจนแนบสนิท


“นายกล้าพูดเรื่องงี่เง่าพวกนี้ออกมาได้ยังไงกัน”


“ฉันคิดยังไงฉันก็พูดไปแบบนั้น  นายต่างหากที่เอาแต่ปฏิเสธความรู้สึกตัวเอง”


“ฉัน...”


“ถ้านายรังเกียจฉันจริง ๆ นายคงไม่ยอมให้ฉันกอดอยู่แบบนี้”


ความรู้สึกงี่เง่าที่ไม่สามารถหาเหตุผลมาสนับสนุนได้มันดูจะเป็นสิ่งที่แอชเชอร์หาคำตอบไม่ได้ว่าทำไม  ทุกสิ่งทุกอย่างในชีวิตที่ผ่านมามันมีทั้งเหตุทั้งผล แต่เมื่อเป็นเรื่องของความสัมพันธ์แล้วมันก็กลับกลายว่าทุกอย่างสามารถเกิดขึ้นได้โดยไม่ต้องใช้เหตุผล


“แค่เริ่มต้นมันก็ไม่ถูกต้อง.. นายคิดว่ามันจะเป็นไปได้ได้ยังไง”


“แต่มันก็ไม่สายที่เราจะเริ่มต้นใหม่ให้มันถูก... โยนความรู้สึกพวกนั้นทิ้งไปแล้วมาเริ่มกันใหม่ไม่ดีกว่าหรือ”


นั่นมันก็เท่ากับว่าแอชเชอร์ต้องกลืนน้ำลายตัวเองอย่างงั้นสิ...


“มันยังเริ่มอะไรได้อีกกัน..”


“นายกำลังกลัวอะไรอยู่กันแน่” นอกจากความสับสนแล้วไทเลอร์เองก็ยังรู้สึกว่าตัวของเลสลีย์คนเล็กนั้นยังมีอีกความกังวลหนึ่งซึ่งซ่อนอยู่


“ฉันไม่อยากกลายคนงี่เง่าเพียงเพราะแค่ความรัก” แอชเชอร์ไม่อยากเป็นแบบนั้น เขาเห็นผลของความรักพวกนั้นจากพี่ชายตัวเองจนทำให้รู้สึกว่ามันไม่ใช่เรื่องง่ายสักนิดที่จะควบคุมตัวเองได้ 


“เด็กน้อย..”


“นี่คงเป็นเรื่องเดียวที่ฉันจะไม่เถียงนาย” อัลฟ่าแดนเหนือว่าพลางยกมือขึ้นดันช่วงตัวของทรูอัลฟ่าหนุ่มให้ออกห่างจากตัวเอง “นายนี่มันขยันปล่อยกลิ่นตัวเองออกมาจริง ๆ นะไทเลอร์”


กลิ่นไม้สนซีดาร์ที่เข้มขึ้นของไทเลอร์ เมื่อผสมกับอากาศชื้นของฝนที่ตกอยู่ด้านนอกก็ยิ่งทำให้แอชเชอร์รู้สึกว่าตัวเองนั้นออกไปยืนอยู่กลางป่าสนทั้งที่ตอนนี้ตัวเองนั่งอยู่ในบ้านแท้ ๆ


“บางทีมันก็เป็นเรื่องที่ควบคุมไม่ได้หรอกนะเลสลีย์”


“ดูนายจะควบคุมมันไม่ได้สักเท่าไหร่เวลาที่อยู่ใกล้ฉัน..”


เป็นที่รู้กันดีว่ากลิ่นประจำตัวที่ถูกปล่อยออกมานั้นมันไม่ต่างไปจากการแสดงความเป็นเจ้าของ ซึ่งเชสเองก็กำลังแสดงมันออกมาโดยที่แอชเชอร์เองก็รับรู้ได้


“เรียกว่าเหนือการควบคุมก็ยังได้..”


ตาคู่สวยช้อนมองดวงตาของทรูอัลฟ่าอีกครั้งเมื่อได้ยินเช่นนั้น  หากพินิจดูดี ๆ แล้วล่ะก็ เชส ไทเลอร์ เป็นคนที่มีดวงตาสวยไม่แพ้กับแอชเชอร์เลยสักนิด ดวงตาหวานซึ้งที่ซุกซ่อนอยู่ภายใต้ดวงตาคมนั้นเผยออกมาให้คนตัวขาวได้เห็นเป็นครั้งแรก  เพราะปกติแล้วดวงตาของไทเลอร์ที่แอชเชอร์คุ้นชินนั้นมันเต็มไปด้วยความแพรวพราวและเจ้าเล่ห์ที่ยากจะจับตัว


“ฉันไม่ชอบสายตานายตอนนี้เลยจริง ๆ ” อัลฟ่าแดนเหนือว่าก่อนจะลากสายตาของตัวเองมาหยุดที่ต้นคอของอีกฝ่ายแทนที่จะมองตา


“ข้อห้ามเยอะจริงนะนายน้อย..”


“เรียกฉันว่านายน้อยอีกแล้วนะ” แอชเชอร์ถึงกับเสียงขุ่นทันทีเมื่อไทเลอร์เรียกตัวเองด้วยคำนั้น “ฉันรู้ว่านายไม่ได้เต็มใจเรียก”


คนที่กำลังอ้าปากพูดถึงกับผงะถอยหลังไปชิดกับโซฟาทันที เมื่อจู่ ๆ ไทเลอร์ก็เท้าแขนคร่อมลงมาที่พนักของโซฟาโดยไม่บอกไม่กล่าว แล้วยังจะยื่นหน้าเข้ามาใกล้ ๆ จนตาสวยเห็นถึงร่องรอยบาดแผลบนใบหน้าของอีกฝ่ายอย่างชัดเจนขึ้น  ร่องรอยบาดแผลที่แต่งเติมบนใบหน้ากับร่างกายแข็งแกร่ง รวม ๆ แล้วก็ทำให้ เชส ไทเลอร์นั้นดูมีเสน่ห์แบบดิบ ๆ ที่เข้ากับกลิ่นประจำตัวของเจ้าตัวได้อย่างไม่มีข้อโต้แย้ง


“ถ้านายบอกฉันว่าอยากเป็นนายน้อยของแดนใต้ ฉันก็ให้นายได้ในตอนนี้เลยด้วยซ้ำเลสลีย์”


ต้องเป็นเพราะเสียงฝนที่กระหน่ำเทเมื่อครู่แน่ ๆ ที่ทำให้หูของแอชเชอร์มันอื้อไปหมดในตอนนี้..


“ยอมฉันได้ขนาดนั้นเลยหรือ” กลีบปากบางที่กำลังขยับถามไทเลอร์ในตอนนี้ ดูน่ามองเสียจนทรูอัลฟ่าหนุ่มนั้นอยากลิ้มลองอีกสักครั้ง แต่มันก็ติดที่ว่าบาดแผลที่มุมปากนั้นคงจะไม่ส่งผลดีสักเท่าไหร่กับเลสลีย์คนเล็ก 


“ถ้านายกล้าขอฉันก็กล้าให้... จะลองดูไหมล่ะ”


เชส ไทเลอร์ ไม่ได้โกหกแต่อย่างใด.. แม้ทั้งหมดที่เจ้าตัวพูดนั้นจะดูมากเกินกว่าที่คนอย่างหัวหน้าหน่วยเดอะฮิลล์จะยอมให้ใครง่าย ๆ ก็ตามแต่


“แล้วถ้าฉันยอมเป็นคนของไทเลอร์...”


“....”


“นายจะกล้าแลกกับความลับที่นายปิดบังฉันไว้ไหมเชส


คิ้วหนาเลิกขึ้นเล็กน้อยเมื่อได้ยินคำพูดของเลสลีย์ตัวขาวที่เอ่ยออกมาหน้าตาเฉย แววตาที่เคยสับสนก่อนหน้านี้  แปรเปลี่ยนเป็นแววตาที่แฝงไปด้วยความร้ายกาจที่ไทเลอร์เองก็พึ่งจะสังเกตเหมือนกันว่าอีกคนนั้นจะมีมุมเจ้าเล่ห์นี่เหมือนกัน


“ย่อมได้ทุกอย่าง...”


คนที่เคยเท้าแขนคร่อมกักตัวของเลสลีย์อยู่เมื่อครู่ใช้มือข้างขวาของตัวเองจับข้อมือขาวซีด ก่อนจะจรดริมฝีปากอุ่นลงบนข้อมือขาวอย่างเชื่องช้า ในขณะที่ดวงตาคมยังคงจ้องมองอัลฟ่าแดนเหนือไม่วางตา


“จูบปากฉันไม่ได้ นายก็ยังหาที่จูบอื่นจนได้นะ..” คนตัวขาวค่อนขอดเข้าให้ซึ่งก็ไม่ได้ช่วยทำให้ไทเลอร์รู้สึกรู้สาอะไรขึ้นมา


“นายคงไม่อยากให้ฉันพูดหรอกว่าจริง ๆ แล้วฉันอยากจูบนายไปทั้งตัว” ใบหน้าขาวเห่อร้อนขึ้นในทันทีเมื่อนึกถึงความทรงจำยามที่อีกฝ่ายนั้นได้เคยเชยชมร่างกายตัวเองซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนแอชเชอร์นั้นสั่นเทาไปทั้งตัว “แต่ที่อยากจูบก็เพราะร่างกายที่งดงามของนายทั้งนั้นแอชเชอร์”


“นายคิดแค่นั้นจริง ๆ หรือเชส..” ฝ่ามือเรียวสวยอีกข้างที่ไม่ได้ถูกแตะต้องนั้นใช้ปลายนิ้วเกลี่ยเข้ากับแก้มสากของทรูอัลฟ่าหนุ่ม พลางโน้มหน้าเข้าหาไทเลอร์เสียจนกลีบปากบางแทบจะจรดเข้ากับผิวของอีกฝ่าย


“อย่ามาเรียกชื่อฉันตอนนี้ดีกว่าน่า..”


“ทำไมจะเรียกไม่ได้.. ในเมื่อฉันเองก็เป็นคนของไทเลอร์”


ปลายลิ้นนิ่มของเจ้าของกลิ่นกุหลาบดามัสก์ไล้เลียเข้ากับริมฝีปากล่างของทรูอัลฟ่าหนุ่มอย่างเชื่องช้า ในขณะที่มือขาวยังคงใช้นิ้วเรียวไล้วนสันกรามของไทเลอร์


“แล้วนายอยากรู้เรื่องอะไรก่อนดีล่ะ..”


คนอย่างไทเลอร์เองก็คงตอบแค่ในสิ่งที่อีกคนถาม ซึ่งไม่ใช่การบอกเล่าทุกสิ่งอย่าง..

 













HASTAG #youngmastermn 









TALK : ให้เรียกว่าเป็นตอนยื้อชีวิตก็น่าจะได้อยู่นะคะ..แต่คิดเหรอคะว่าเลสลีย์จะยอมเป็นคนของไทเลอร์ง่ายๆแบบนี้จริงๆ :)  คนปากร้ายต้องได้โดนเอาคืนแน่นอน คอยดูเถอะ แล้วก็มีเรื่องจะแจ้งด้วยนะงับเนื่องจากมีรีดเดอร์หลายคนDMเข้ามาถามว่าจะมีแพลนรวมเล่มไหมบวกกับหลายคอมเมนต์ที่ถามถึง เราอาจจะเปิดแบบสำรวจความสนใจในการร่วมเล่มyoung master ให้ในประมาณตอนที่ใกล้ๆจบเรื่องแล้วกันนะคะ 

















 





ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 975 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

3,777 ความคิดเห็น

  1. #3737 __0997 (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 22 พฤศจิกายน 2563 / 00:26
    แว้กกกกกกกกกกแอชคาแรคดีมากกกกเป็นคนที่มีหลายมุมให้เราว้าวมาก เนี้ยไม่แปลกใจเลยที่ตอนนั้นเชสจะบอกว่าให้มาเป็นคนของไทเลอร์แล้วจะยอมบอก เชสยอมจริงๆด้วยอ้ยคลั่งรักไม่ไหวแล้ววววว จริงๆตัวแอชเองก็มีความคลั่งรักอยู่นะแต่แบบยังไม่ยอมรับตัวเอง แต่เรื่องความแซ่บนี่ยอมเลยยใช้เป็นประโยชน์ได้ด้วยแอ้ก แล้วก็ที่รีสบอกเรื่องพี่ชายอีกคนของเชสนี่ใช่แมดส์ไหม ที่บอกว่าเลสลีย์ต่างหากที่ต้องกลัวเพราะอะไรกันแน่ โอ้ยยยยยย สนุกมากกก ขอบคุณคุณไรท์จริงๆค่ะ เราเหมือนเจอขุมทรัพย์
    #3,737
    0
  2. #3626 babemay (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 26 กันยายน 2563 / 02:05
    เชสนี่คลั่งรักมาก แต่น้องมีแผนแน่ดูจากที่หลอกล่อพ่อไทเลอร์คนนี้แล้ว ฮึ่มๆ แต่ว่าพี่ชายอีกคนที่ว่าคือนายแมดส์แน่ๆ
    #3,626
    0
  3. #3599 KimCho (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 22 กันยายน 2563 / 14:14
    ใครจะกลายเป็นคนตกหลุมงิ อึมครึมมาก ถึงเขาจะยอมกันก็เถอะแต่มันก็ไม่ใช่ว่า100%ง่ะ เห้อม
    #3,599
    0
  4. #3563 doraaung (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 16 สิงหาคม 2563 / 15:13
    ร้บรู้ได้ถึงความร้ายๆของแอช ฮื่อออ แต่เชสก็ดูทันและระวังตัวนะ แต่ๆว่า คนเรามันก็พลาดกันได้นี่นา แต่แบบๆ แอชต้องมีแผนอะไรแน่ๆอ่ะ นี่ว่ายังไงก็ไม่ยอมอยู่หรอกจนกว่าจะรู้ว่าแดนเหนือของตัวเองเป็นยังไง เชสก็คงไม่ประมาทเรื่องนี้เหมือนกัน มาดูว่าระหว่างสองคนใครจะช่องโหว่ใหญ่กว่า ส่วนเรื่องของความลับระหว่างพี่น้องนั้น เอาล่ะ เดาอีกแล้ว 5555

    ขอบคุณสำหรับฟิคนะคะ ไรท์สู้ๆน๊าาาา
    #3,563
    0
  5. #3495 Oywctmw (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 6 สิงหาคม 2563 / 16:06
    ขุ่นพระ แรงมากแอชเชอร์ลู๊กกก
    #3,495
    0
  6. #3462 Ssnnman (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 16 กรกฎาคม 2563 / 23:20
    ลูกแม่แซ่บมากกก อย่าไปยอมนะลูกกๆๆๆ😆😆
    #3,462
    0
  7. #3439 lopenav (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 12 กรกฎาคม 2563 / 09:01
    รักน้องแอช แซ่บที่สุดในแดนเหนือแดนใต้กืกากากากสกสกสกสกสสกนกยหยกยหยห
    #3,439
    0
  8. #3348 ปงจี้ (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 31 พฤษภาคม 2563 / 01:23
    น้องแอช อย่าแซ่บมาก ใจแม่รับไม่ทัน กี้เดดดดดดชพ ดยกงกกส
    #3,348
    0
  9. #3130 pimpitchant (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 20 เมษายน 2563 / 01:24
    กรี๊ดดดดดดดดดดด
    #3,130
    0
  10. #3105 machada07 (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 15 เมษายน 2563 / 06:37
    แรงมากกกกก คนของไทเลอร์ แง้กกกก
    #3,105
    0
  11. #2973 om_kanokrat (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 10 เมษายน 2563 / 00:07
    เเส่บให้สุดดด
    #2,973
    0
  12. #2953 pplinyeol (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 3 เมษายน 2563 / 03:01
    จิกตีนแน้วววววววววว น้องงงงงงงงงแม่หัวใจจะวายแบ้ววววสสสสสววววววว
    #2,953
    0
  13. #2819 FridayChilling (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 21 มีนาคม 2563 / 09:52
    จะกรี๊ดแล้วนะ
    #2,819
    0
  14. #2803 kiki3k (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 14 มีนาคม 2563 / 09:13
    ไม่ยอมกันจริงๆเลยคู่นร้
    #2,803
    0
  15. #2715 firstchxnx (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2563 / 23:36
    น้องจะเร่นกับไฟ
    #2,715
    0
  16. #2689 เกรดสี่ที่หายไป_ (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2563 / 23:28
    นายน้อยช่างร้ายกาจ /เสียงรอน ฮืออออออออ แง รีสอย่าบอกน้อง😭
    #2,689
    0
  17. #2658 flufffyfluffjj (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2563 / 01:05
    น้องก็ร้ายกาจไม่เบาเลยนะคะ!
    #2,658
    0
  18. #2615 ❥rainywinter (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2563 / 15:42
    อ้ยยยย ร้ายกาจๆๆๆๆๆ
    #2,615
    0
  19. #2559 Sugamin (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 28 มกราคม 2563 / 00:49
    เชสคือดีมาก
    #2,559
    0
  20. #2554 K_57 (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 26 มกราคม 2563 / 22:40
    นายน้อยเลสลีย์ต้องมีแผนอะไรใช่ไหมคะเนี่ย;-; แต่เขินมากเลยค่ะ น้องอ้อนน่ารักมากเลย;-;
    #2,554
    0
  21. #2491 fridaytennight (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 17 มกราคม 2563 / 22:50
    ไม่ยอมกันเลยแม่ ฮืออออ ร้ายกันทั้งคู่เลยยย
    #2,491
    0
  22. #2468 s_thanyalak (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 16 มกราคม 2563 / 00:57
    ร้ายกาจจ
    #2,468
    0
  23. #2454 brrrh (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 15 มกราคม 2563 / 08:46
    พอกันทั้งพี่ทั้งน้องเลย ยึดความถูกต้องยึดเหตุผลเหนือความรู้สึก แง
    #2,454
    0
  24. #2387 hyunbinopti1 (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 7 มกราคม 2563 / 14:22
    นายน้อยนั้นแสนจะแสบ
    #2,387
    0
  25. #2375 HYUNCHANG (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 5 มกราคม 2563 / 21:51
    นายเชสหลงน้องหัวปักหัวปำแบบที่ว่ามีบ้านให้บ้านมีรถให้รถ แน่ๆ ฉันดูออก!!
    #2,375
    0