[ #MINNO ] | Young Master ¦ True Alpha x Alpha [END]

ตอนที่ 15 : Young Master : Chapter 13

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 10,307
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,108 ครั้ง
    4 ต.ค. 62












ฤดูหนาวในแดนเหนือนั้นกินระยะเวลายาวนานตลอดเกือบทั้งปี แม้จะเป็นสภาพแวดล้อมที่ใครต่อใครล้วนแล้วแต่เคยชินสำหรับคนแดนเหนือ ระยะเวลาไม่ถึงสองเดือนที่ฤดูใบไม้ผลิจะมาถึงคงเป็นช่วงเวลาที่ อาเธอร์ เลสลีย์ เฝ้ารอคอยในทุกปีและปีนี้เองก็ยังคงเป็นดั่งเช่นนั้นอย่างที่เคยเป็น


แต่ทว่าฤดูหนาวที่หนาวเหน็บเช่นนี้ก็ช่างผ่านไปช้าเหลือเกิน ทุกวินาทีที่ค่อย ๆ ผ่านพ้นไปนั้นไม่ต่างจากความทรมานที่กัดกินความรู้สึกของคนที่เฝ้ารอไปเรื่อย ๆ


อิสระที่แสนโหยหาเปรียบดั่งความฝันอันหอมหวานที่ทำได้แค่เพียงวาดฝัน


หิมะด้านนอกยังคงร่วงหล่นอย่างไม่ขาดสายพร้อมกับสายลมที่พัดพาเอาความหนาวเย็นเข้ามาปกคลุม  เตาผิงภายในห้องนอนยังคงเป็นตัวช่วยชั้นเลิศที่มอบความอบอุ่นให้กับคนที่กำลังนอนอยู่บนเตียงสี่เสาหลังงามให้ได้พักผ่อนอย่างสบายใจ


แต่ไม่เลย.. ค่ำคืนนี้มันกลับกลายเป็นความขมขื่นนับครั้งไม่ถ้วนที่อาเธอร์เองไม่อาจจะจำได้ว่าเป็นครั้งที่เท่าไหร่ ที่ตัวเองต้องตกอยู่ในเหตุการณ์เดิม ๆ


ความร้อนจากผิวกายของมนุษย์แม้จะเป็นตัวที่ถ่ายทอดความอบอุ่นชั้นเยี่ยม แต่กลับไม่ใช่สำหรับคุณชายเลสลีย์ที่ยังคงนอนอยู่เงียบๆไร้คำพูดที่จะหลุดออกมาจากกลีบปากสีช้ำ  ความเอาแต่ใจของ ริโอ สเปนเซอร์ ปรากฏหลักฐานชัดเจนตามเรือนร่างขาวสว่างที่ต้องแสงสีนวล  ความรู้สึกชื้นแฉะที่บริเวณช่วงล่างนั่นก็ไม่ต่างจากการตอกย้ำถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้...


“ทั้งฉัน ทั้งนาย เราก็ต่างเจ็บปวดไม่แพ้กันหรอกอาร์ธ”


เสียงทุ้มที่ปราศจากความแข็งกระด้างในน้ำเสียง เอ่ยกระซิบข้างใบหูของคนตัวขาวที่ตัวเองตระกองกอดไว้ในอ้อมอกแน่นเสียจนร่างกายแนบชิดสนิทกันจนไม่เหลือช่องว่างให้ความหนาวเย็นได้เข้าแทรก


“เราถลำลึกกันมามากพอแล้วไม่ใช่หรือ? ทำไมนายถึงไม่ยอมหยุดเสียที”


“เพราะรัก..” ริมฝีปากหยักกดจูบลงบนลาดไหล่ขาวที่โผล่พ้นออกมาจากผ้าห่มสีนวลตา “ต่อให้นายถามฉันสักกี่ครั้ง คำตอบมันก็ยังคงเหมือนเดิม”


“นายก็แค่รักตัวเองริโอ”


ถ้าหากรัก.. ทำไมถึงยังทนเห็นเขาเจ็บปวดเจียนตายแบบนี้ได้กัน


“สุดท้ายนายก็ไม่เข้าใจฉัน.. ทุกอย่างที่ผ่านมามันไม่มากพอ จะทำให้นายรู้สึกบ้างเลยหรือ” น้ำเสียงที่เจือปนความเจ็บปวดเอ่ยถามคนตัวขาวที่ยังคงมีใบหน้าเฉยชา


“ฉันควรรู้สึกยังไงกับการกระทำนี้ของนายกัน..”


ความสัมพันธ์ลึกซึ้งทางร่างกายที่เกิดขึ้นครั้งแล้วครั้งเล่าระหว่างรอยัลอัลฟ่ากับอัลฟ่าหนุ่ม คงไม่ผิดเพี้ยนไม่จากเครื่องหมายตีตราที่คอยตอกย้ำ

คนที่กำลังสวมกอดอาเธอร์ด้วยความรักใคร่นั้นจะรู้บ้างไหมว่าในทุกวันนี้  อัลฟ่าหนุ่มต้องสวดภาวนาอ้อนวอนต่อพระเจ้าที่จงเกลียดจงชังตัวเองเท่าไหร่

ความผิดบาปที่แลกมาด้วยการชดใช้ไม่ว่าจะเป็นความทรมานแบบไหนตัวของคุณชายเลสลีย์ก็พร้อมจะยอมรับ ขอแค่เพียงอย่างเดียวเท่านั้น…

เขาไม่ต้องการให้ใครอีกคนเกิดมาเพราะความเจ็บปวดที่แสนขมขื่น..


“เสียใจมากหรือที่รักคนอย่างฉัน” 


คำถามที่ยากจะตอบทำให้อาเธอร์กลืนน้ำลายเหนียวหนืดในลำคอลงอย่างยากลำบาก.

.

“ฉันรักเขาคนนั้นที่ไม่ใช่นายคนนี้..”


รักขนาดยอมแลกทุกอย่างก็เพื่อความรักและอิสระที่เคยวาดฝัน


“ฉันก็คือฉันอาเธอร์.. ต่อให้นายจะบอกว่ารักฉันที่เป็นคนในตอนนั้น สุดท้ายมันก็คือฉัน”  ฝ่ามือเคยเพียงแค่วางอยู่บนหน้าท้องนั้นกลับลูบไล้มันช้า ๆ ราวกับย้ำเตือนอาเธอร์ให้จำทุกอย่างให้ขึ้นใจ “จะต้องให้ฉันย้ำอีกสักเท่าไหร่กัน”


“ถึงฉันจะไม่มีศักดิ์ศรีเหลือให้นายได้เหยียบย่ำ แต่ก็ไมได้หมายความว่านายจะทำอะไรกับฉันได้ตามใจชอบ”


“นายเป็นคนของสเปนเซอร์ และจะเป็นตลอดไป...”


น้ำเสียงที่เคยนุ่มนวลนั้นกลับแข็งกระด้างขึ้นอย่างทันตาเมื่อริโอรับรู้ถึงการต่อต้านของอัลฟ่าตระกูลเลสลีย์


“ไม่มีใครเขาปฏิบัติต่อกบฎแบบนี้หรอกริโอ... สิ่งที่นายกำลังทำมันเป็นไปไม่ได้”


“ถ้าคนอย่างฉันจะทำ ฉันก็ต้องทำให้ได้ นายก็น่าจะรู้ดีว่าฉันทำอะไรได้บ้าง”


“งั้นนายก็จำไว้แล้วกันว่าสิ่งที่นายต้องการจะไม่มีวันเกิดขึ้นกับฉัน” 


ฝ่ามือเรียวสวยของคุณชายเลสลีย์ปัดมือที่ลูบหน้าท้องของตัวเองออกให้พ้น ก่อนใช้แขนของตัวเองโอบรัดรอบเอวของตัวเองในทันที


“นายฝืนธรรมชาติของเราไม่ได้หรอกอาร์ธ.. ลองนับดูสิว่ากี่ครั้งแล้วที่ฉันกับนายกลายเป็นคนเดียวกัน”


“หุบปากซะ!”


“ถึงร่างกายนายจะไม่ได้รองรับได้เท่าโอเมก้า แต่ฉันก็มั่นใจพอว่านายสามารถเป็นแบบนั้นได้”


“สุดท้ายแล้วนายเห็นฉันเป็นตัวอะไรกัน..”


อัลฟ่าหนุ่มแสนยากจะรู้เสียจริงว่าแท้ที่จริงแล้วริโอกำลังเห็นเขาเป็นตัวอะไร เหตุการณ์ทุกอย่างที่เกิดขึ้นมันก็ไม่ต่างจากแผนการที่วางไว้ให้อาเธอร์ได้เดินตามหมาก แต่ก็โชคดีเหลือเกินที่ความสนิทสนมและคุ้นเคยนั้นทำให้อาเธอร์สามารถวางแผนทุกอย่างซ้อนกับอีกคนได้อย่างแยบยล


“ทำไมถึงถามแบบนี้”


“นายกำลังจะมีคู่ชีวิตที่เหมาะสม นายกำลังมีทุกอย่างที่สมควร แล้วจะรั้งฉันไว้กับตัวทำไมกัน”


เอวานไม่ใช่คู่ชีวิตของฉันและไม่มีวันเป็น”


“แต่เขาคือคนของนาย.. ไม่ใช่ฉัน” อาเธอร์ตอบกลับในทันที “เลิกพยายามที่จะฝ่าฝืนเรื่องพวกนี้เสียที จะให้ฉันต้องพูดกี่ครั้งกันว่านายต้องคู่กับโอเมก้าไม่ใช่อัลฟ่าแบบฉัน”


ต่อให้อัลฟ่าจะไม่ได้อยู่ในจุดต่ำสุดของห่วงโซ่อาหารแต่สุดท้ายแล้วก็ไม่มีใครสามารถปฏิเสธได้ว่าแท้จริงแล้วอัลฟ่านั้นควรคู่กับโอเมก้าเพื่อความดำรงอยู่ของเผ่าพันธุ์


“อยากให้ฉันรักเขามากขนาดนั้นเลยหรือ”


“มันก็ถูกต้องแล้ว...”


“นายเอาอะไรมาวัดว่ามันถูกต้องกัน  คนอย่างนายไม่น่าใช่คนที่จะสนใจกฎเกณฑ์คร่ำครึพวกนี้ด้วยซ้ำ”


“อย่าลืมสิว่าที่นี่ไม่ได้มีแค่เรา.. ยังมีคนอีกมากมายที่เคารพในตัวนาย”


หากเราไม่ได้เป็นเรา ทุกอย่างมันก็คงไม่เป็นแบบนี้..


“ตอนนี้นายกำลังรู้สึกอะไรอยู่ ช่วยบอกฉันบ้างได้ไหม”


ความรู้สึกของเขาตอนนี้น่ะหรือ... ถ้าหากพูดไปริโอจะมั่นใจหรือไงว่ายอมรับมันได้


“เชื่อฉันเถอะ ว่านายคงไม่อยากรู้หรอก”


“แสดงความรู้สึกของนายออกมาให้ฉันรับรู้ได้บ้างเถอะ... ยิ่งนายเฉยชาแบบนี้มันก็มีแต่นายที่ทรมาน”  แต่อาเธอร์กลับมั่นใจมากกว่าว่าคนที่ทรมานมากกว่าตัวเขาคือ ริโอ สเปนเซอร์


“ความรู้สึกของฉันน่ะหรือ” เจ้าของผิวขาวอมชมพูเหม่อมองตามแสงเทียนที่ถูดจุดเพิ่มความหอมและผ่อนคลายภายในห้อง ก่อนจะขยับริมฝีปากพูดคำตอบที่ใครอีกคนแสนอยากได้รู้มันหนักหนา ไว่างเปล่า.. นายเคยรู้สึกแบบนี้บ้างไหม  ทั้งที่ฉันยังรักนายแต่ทำไมมันถึงว่างเปล่าไปหมดแบบนี้”


รอยัลอัลฟ่าหนุ่มซุกใบหน้าลงกับไหล่ขาวเพื่อเลี่ยงที่จะมองเห็นภาพอันน่าเจ็บปวดของอาเธอร์ ไหล่บางที่ถูกซุกซบของเลสลีย์กำลังสั่นเทาน้อย ๆ เพราะหยดน้ำตาหายากที่กลั่นออกมาจากดวงตาคู่งาม ก่อนจะกลายเป็นเสียงร่ำไห้ที่ทรมานเสียจนแทบขาดใจ


หิมะในฤดูหนาวของแดนเหนือยามนี้ดูอ่อนแอเสียจนน่าใจหาย...


“ได้โปรดเถอะ.. ได้โปรด พานายคนเดิมของฉันกลับมาเถอะอาร์ธ”


จะให้เขาพาใครคนนั้นกลับมาได้อย่างไร ในเมื่อทุกวันนี้อาเธอร์เองก็ยังได้แต่พร่ำถามตัวเองซ้ำ ๆ ว่าตัวเองคือใคร


“บางทีฉันเองก็อาจจะไม่ใช่ฉัน..”


“....”


“แล้วไม่ใช่นายหรือที่ทำให้ฉันต้องกลายเป็นคนที่แม้แต่ฉันเองก็ไม่รู้จักแบบนี้”


ความเจ็บปวดได้มอบอะไรหลายอย่างให้กับอาเธอร์เสียจนไม่อาจจะเอื้อนเอ่ย..


“อาเธอร์...”


“นายเคยปล่อยให้ฉันหนีแต่สุดท้ายนายก็เป็นคนวิ่งไล่ตามฉันกลับมาไม่ต่างจากสัตว์ตัวหนึ่ง”


อาเธอร์ยังจำได้ดีว่าว่าความรู้สึกตอนที่เห็นอิสระอยู่ตรงหน้าแต่กลับคว้าเอาไว้ไม่ได้มันเป็นอย่างไร  ในวันที่เขาช่วยแอชเชอร์ให้หลบหนีออกจากแดนเหนือเองนั้น มันก็เป็นวันเดียวกันกับที่ตัวของเลสลีย์คนโตนั้นหาวิธีหลบเลี่ยงคนของสเปนเซอร์ออกไปทางทิศตะวันตกซึ่งเป็นคนละด้านกับทางหนีน้องชาย


“ความรู้สึกของการถูกตราหน้าว่าเป็นคนทรยศ มันยังไม่ทำให้ฉันเจ็บปวดเท่ากับการต้องเป็นคนของสเปนเซอร์เลยสักนิด”


“นายไม่ผิดที่จะเลือกเป็นคนทรยศ ทุกอย่างมันคือความถูกต้อง”


“ความถูกต้องที่นายชี้ทางให้ฉันเอาตัวรอดเพียงคนเดียวน่ะหรือ..” ใบหน้าที่งดงามราวกับรูปปั้นผินใบหน้ากลับมามองคนที่กอดซ้อนด้านหลังของตัวเองด้วยความขุ่นเคือง "นายบอกว่าเราจะไม่เดือดร้อนแต่สุดท้ายก็เป็นฉันคนเดียวที่ยังรอด ในขณะที่น้องฉันต้องหนีการตามล่าของพวกนาย"


รอยัลอัลฟ่าหนุ่มพลิกร่างกายขึ้นคร่อมทับคุณชายเลสลีย์ในทันทีเมื่อเห็นว่ากลีบปากบางนั้นเริ่มจะเปิดปากพูดในสิ่งที่บั่นทอนความรู้สึกของตัวเองเข้าไปเรื่อย ๆ


“นายคิดถ้าตอนนั้นนายบอกกับแอชเชอร์ว่าพ่อนายเป็นกบฏ มันจะทำให้น้องชายนายเปลี่ยนใจมาอยู่ฝั่งเดียวกับฉันไหมอาเธอร์...”


“....”


“ขนาดตัวนายเองยังยากจะยอมรับ แล้วน้องชายนายที่อยู่ในกรอบของพ่อนายเสมอจะยอมรับได้ง่าย ๆ จริงหรือ”


“....”


“จะให้น้องนายเข้าใจว่าพี่ชายเป็นคนทรยศต่อตระกูลตัวเองหรือจะยอมให้แอชเชอร์รู้ดีกันล่ะว่าที่แท้แล้วใครกันแน่ที่เป็นกบฏ”


แววตาดุดันของริโอฉายชัดสะท้อนเข้ามาในดวงตาที่พร่าเลือนไปด้วยน้ำตาของอาเธอร์  แม้ตัวเขาจะมีจุดแข็งในเรื่องการคาดเดาได้ยากเช่นนั้นตัวของริโอเองก็คงมีความหยาบกระด้างในเรื่องของความรู้สึกเป็นจุดแข็งเช่นกัน


“จะรู้หรือไม่รู้ สุดท้ายนายก็ต้องฆ่าเขาอยู่ดี”


“แลกชีวิตของแอชเชอร์ด้วยตัวของนายเอง...”


หากไร้ซึ่งความภูมิใจและความรักที่เคยศรัทธา เขาเองยังต้องยอมสูญเสียอิสระไปอีกหรือ...


“เขาควรเกิดมาเพราะความรัก ไม่ใช่ความเห็นแก่ตัวของเรา”


“แน่นอนว่ามันต้องเป็นความรัก”


ฝ่ามือสวยทำได้แค่เพียงจิกกำไปตามผืนผ้าเนื้อดีจนแทบขาดคามือ  เมื่อยามที่รอยัลอัลฟ่านั้นถาโถมคลื่นอารมณ์ซึ่งไม่ต่างจากพายุหิมะซัดกระหน่ำเข้ากับเรือนกายขาวจนความรู้สึกของอาเธอร์แทบไม่เหลือชิ้นดี


เป็นครั้งแรกที่อาเธอร์ยอมให้คนอย่างริโอได้เห็นความอ่อนแอและน้ำตาของตัวเอง ความอ่อนแอที่เขาเก็บซ่อนมันไว้ในก้นบึ้งของหัวใจที่ไม่อาจแบกรับมันเอาไว้ได้อีก



*



พอลองเดาได้ไหมว่าต่อไปนี้ ฉันเองก็คงปล่อยนายให้คลาดสายตาไม่ได้อีกแล้ว


แอชเชอร์ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตัวเองจะต้องตอบอะไรไทเลอร์  หลังจากที่ทรูอัลฟ่าตรงหน้าคุกเข่าต่อหน้าตัวเอง  เขาทั้งสับสนและมึนงงไปเสียหมด


มือของแอชเชอร์เองก็ยังคงถูกไทเลอร์จับไว้อย่างไม่มีท่าทีว่าจะปล่อย แม้จะเป็นเพียงสัมผัสบางเบาที่เกิดขึ้น แต่มันก็ช่างสั่นคลอนความรู้สึกของอัลฟ่าแดนเหนืออย่างน่าประหลาด แต่มันก็เป็นเพียงแค่ชั่ววูบของความรู้สึกเท่านั้น  ความว่างเปล่าที่เกิดขึ้นในคราแรกยามที่ประมวลเรื่องราวทุกอย่างได้ย่อมทำให้แอชเชอร์เสียศูนย์ไปไม่น้อย ในขณะที่ไทเลอร์เองก็ทำให้แอชเชอร์เองรู้สึกว่านี่ไม่ใช่เรื่องจริง


“นายไม่จำเป็นต้องคุกเข่าให้ฉัน” เสียงติดแหบเอ่ยก่อนจะดึงมือของตัวเองออกจากฝ่ามือของไทเลอร์อย่างไม่แยแส


“ในเมื่อนายเป็นคนของไทเลอร์เพราะฉะนั้นมันไม่ใช่เรื่องที่มากไปสักนิด”


“แล้วถามฉันแล้วหรือว่าต้องการเป็นคนของไทเลอร์?


ท่าทางนิ่งเฉยของแอชเชอร์ไม่ได้ทำให้หัวหน้าหน่วยเดอะฮิลล์แปลกใจแต่อย่างใด ในเมื่อนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เขาได้เห็นปฏิกิริยาที่ไร้ซึ่งความสนใจและแยแสพวกนี้จากคนของเลสลีย์  อีกทั้งดวงตาคู่สวยของเจ้าตัวนั้นเองก็ยังคงฉายแววเรียบนิ่งยามมองเชสเองเช่นกัน


ความทะนงในศักดิ์ศรีของเลสลีย์มันยังคงเหมือนดั่งเดิมไม่เปลี่ยนแปลง แม้ว่าจะเกิดเรื่องที่บั่นทอนความรู้สึกภาคภูมิใจพวกนั้นก็ตามแต่...


“ถึงนายจะไม่ต้องการแต่นายก็ปฏิเสธมันไม่ได้” คนที่เคยคุกเข่าอยู่ตรงหน้าแอชเชอร์หยัดตัวลุกขึ้นยืนอีกครั้ง “อะไรที่ฉันทำลงไป ฉันย่อมรู้ตัวดี”


ไม่ว่าจะด้วยฐานะอะไร เชส ไทเลอร์ ก็มีสำนึกมากพอที่จะยอมรับในความผิดของตัวเองที่ได้กระทำ และเขาเองก็ไม่สามารถมองข้ามความผิดพลาดพวกนี้ราวกับไม่เคยเกิดขึ้นไปได้


“ฉันรู้ตัวดีว่าทุกอย่างมันเกิดเพราะสัญชาตญาณ และฉันเองก็ไม่อยากเก็บมันมาคิด เพื่อความผูกพันอะไรทั้งนั้น”


เรื่องน่าอายพวกนี้ ไม่สมควรให้ใครได้รับรู้..


“คงไม่ทันแล้ว ป่านนี้คนทั้งเดอะฮิลล์คงรู้กันให้ทั่วแล้วว่าฉันกับนายเป็นอะไรกัน” ไทเลอร์ว่าเสียงเรียบ พลางยกเอาเหตุผลขึ้นมา “อัลฟ่าด้วยกันเองต่างก็รู้สึกได้ทั้งนั้น..”


แม้จะไม่ได้อยู่ในเขตบ้านของหัวหน้าหน่วยเดอะฮิลล์ แต่กลิ่นของทรูอัลฟ่าที่ลอยคละคลุ้งไปกับละอองฝนและลมที่พัดผ่านกระจายกลิ่นสร้างเขตหวงห้าม  ก็คงทำให้อัลฟ่าในหน่วยรับรู้ได้ด้วยกันทั้งนั้น


“เหตุผลแค่นั้นมันไม่มากพอให้ฉันยอมรับหรอกไทเลอร์...”


“....”


“ความผิดพลาดก็คือความผิดพลาด ฉันไม่ถือ”


เจ้าของร่างสูงโปร่งในชุดเสื้อผ้าเนื้อบางที่เชสเป็นคนสวมใส่ให้กับมือเอ่ยเพียงแค่นั้น ก่อนจะเลี่ยงเดินออกไปจากห้องโดยเบี่ยงตัวหลบชนิดที่ว่าตั้งใจเสียจนพื้นที่แคบที่เหลือน้อยเต็มทีระหว่างทั้งคู่ แอชเชอร์เองก็สามารถที่จะไม่สัมผัสโดนร่างกายแม้แต่สักส่วนของไทเลอร์ได้


ท่าทางการเดินที่ผิดแปลกอย่างถนัดตานั้นสร้างความไม่พอใจลึก ๆ ให้กับเจ้าของร่างกาย แต่แอชเชอร์ก็ยังคงฝืนก้าวเดินออกมาจากห้องนั้นโดยไม่คิดจะหันหลังกลับไปมองหัวหน้าหน่วยเดอะฮิลล์ที่พึ่งกลืนน้ำลายตัวเองแล้วยอมคุกเข่าลงตรงหน้าแอชเชอร์


บานประตูที่ปิดลงอย่างแผ่วเบาด้วยมือของแอชเชอร์นั้นแม้จะเบาสักเท่าไหร่ ก็ยังคงทำให้วูล์ฟด็อกตัวสีขาวปลอดอย่างร็อคกี้ที่เฝ้าอยู่ไม่ไกลจากหน้าห้องผงกหัวขึ้นมามอง ก่อนที่เจ้าตัวแสบในสายตาของแอชเชอร์จะเดินตรงเข้ามาหา ทั้งใบหูและหางที่เป็นพวงสวยต่างลู่ลงเสียจนแอชเชอร์เองรับรู้ถึงความรู้สึกของวูล์ฟด็อกตัวแสบ


จมูกชื้นของมันดุนดันเข้าที่ฝ่ามือขาวจนอัลฟ่าแดนเหนืออดไม่ได้ที่จะใช้ฝ่ามือลูบไปตามขนสีขาวสะอาด  พลางเกาช่วงหลังคอให้มันด้วยความเคยชิน


ถึงจะแสนดื้อและไม่ฟังใครสักแค่ไหน แต่จริง ๆแล้วร็อคกี้เองก็มีมุมออดอ้อนราวกับรับรู้ถึงอารมณ์ของคนที่เจ้านายของมันสั่งให้ดูแล..


“ฉันไม่เป็นไร..” น้ำเสียงที่ยังคงติดแหบเอ่ยอย่างนุ่มนวลกับเจ้าขนปุยตัวโต พลางดันมุมปากของตัวเองให้ยกยิ้มขึ้น


ถึงอย่างนั้นร็อคกี้ก็ยังคงคลอเคลียไม่ห่างจากแอชเชอร์เสียจนคนตัวขาวต้องใช้มืออีกข้างเท้าไว้กับผนังของบ้านเพื่อทรงตัว แม้จะไม่ใช่เกรย์วูล์ฟเต็มร้อยแต่วูล์ฟด็อกอย่างร็อคกี้ก็ถือว่าตัวใหญ่กว่าวูล์ฟด็อกโดยปกติทั่วไป  เพราะฉันนั้นมันก็ไม่แปลกที่แรงกระโดดของมันที่โถมเข้าใส่จะทำให้แอชเชอร์แทบจะรับไม่ไหน

หรือจริง ๆ แล้วอาจจะเป็นผลมาจากการที่แอชเชอร์มักจะชอบแอบให้อาหารของมันมากกว่าพวกเกรย์วูล์ฟตัวอื่นก็เป็นได้


"ร็อคกี้! เสียงดังอะไรของแกเนี่ย!" เสียงตะโกนที่ดังมาจากด้านล่างซึ่งแอชเชอร์จำได้ดีว่าเป็นเสียงของลูฟ ทำให้เจ้าตัวขาวปลอดถึงกับหูกระดิกก่อนจะวิ่งตึงตังลงไปยังด้านล่างก่อนที่แอชเชอร์จะได้พูดอะไร แน่นอนว่าแอชเชอร์เองก็ยังคงพาตัวเองลงมาด้านล่างด้วยท่าทางปกติเสียจนลูฟที่ยืนเท้าเอวคุยกับร็อคกี้อยู่นั้นดูจะอึ้งไปไม่น้อย กว่าที่เจ้าตัวจะรวบรวมสติและเอ่ยปากคุยกับแอชเชอร์ก็เล่นเอาใช้เวลาพอสมควร..


“หิวหรือเปล่าเลสลีย์ วันนี้มีพายที่นายชอบด้วยฉันเลยเอามาฝาก” ลูฟเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่ร่าเริงเป็นปกติ ก่อนจะเดินไปหยิบพายของโปรดมาอวดคนตัวขาวซีดที่ยังยืนนิ่ง


“แล้วนายกินแล้วหรือ?


“ระดับฉันแล้ว จะไม่กินได้ยังไงกัน” เจ้าตัวตอบก่อนจะหัวเราะร่วนพลางโยนเศษขนมปังชิ้นเล็กให้กับร็อคกี้ที่นั่งแหงนหน้ามองของในมือลูฟไม่วางตา


“ยังไงก็ขอบใจมากนะเชอร์ชิล” แอชเชอร์เอ่ยขอบคุณก่อนจะเดินลงไปทรุดนั่งลงบนเก้าอี้ ซึ่งลูฟเองก็เห็นใบหน้าเหยเกช่วยแวบนึงจากเลสลีย์ “แต่นายพอจะมีซุปร้อน ๆ บ้างไหม.. ฉันรู้สึกเจ็บคอนิดหน่อย”


“เหมือนฉันจะเห็นเอริคเดินหิ้วมาอยู่นะ..” ลูฟทำท่านึกก่อนจะเดินหายเข้าไปสักครู่ ก่อนจะกลับมาพร้อมกับถ้วยซุปที่ยังคงมีไอร้อนลอยขึ้นมา “หายากมากนะที่ริคจะทำอาหารน่ะ โชคดีของนายสุด ๆ เลยเลสลีย์”


“หึ!” แอชเชอร์หัวเราะหึในลำคอก่อนจะเอ่ยถามลูฟที่ยังคงฉีกยิ้มให้ตนเอง “ไม่ใช่ว่าเป็นเพราะเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อวานหรอกหรือ”


“ฉันว่านายเองก็คงไม่อยากพูดถึงมันเท่าไหร่นักหรอกเลสลีย์”


ร่องรอยแดงที่โผล่พ้นออกมาจากเสื้อผ้านั้นลูฟเองก็ไม่ได้ใส่ใจนัก นอกเสียจากจะมองผ่านเลยไปราวกับว่าไม่เห็น


“นั่นสิ...”


“ขอโทษนะเลสลีย์.. ฉันขอโทษจริง ๆ ที่ช่วยนายไม่ได้” ความรู้สึกผิดของลูฟถูกถ่ายทอดออกมาเป็นคำขอโทษที่แสนจะจริงใจ ทั้งแววตาและน้ำเสียงของอีกฝ่ายนั้นเต็มไปด้วยความรู้สึกผิดที่เลสลีย์เองก็สัมผัสได้


“มันไม่ใช่ความผิดของนายสักนิด”


“แต่ถ้าฉันไม่ให้นายกลับมา ทุกอย่างก็คงไม่เป็นแบบนี้”


“แล้วนายตั้งใจให้มันเกิดขึ้น.. อีกอย่างมันก็ผิดเองด้วยที่ฉันไม่รอบคอบที่จะขอยาจากเอริคไว้”


“เลสลีย์..”


“เรื่องของสัญชาตญาณมันห้ามกันไม่ได้หรอกลูฟ ฉันเข้าใจดี”


แต่เรื่องของความสัมพันธ์มันคงไม่ใช่เรื่องที่จะเข้าใจง่าย ๆ เลยสักนิด...


“แล้วนายได้คุยกับเชสแล้วหรือ?  ลูฟกล้า ๆ กลัว ๆ ที่จะถามคำถามนี้ไม่น้อย


“ก็คุยตามที่สมควรจะคุย...”


คำตอบที่ได้รับกลับมาทำให้ลูฟยกยิ้มแห้ง ๆ รับแล้วเลือกที่จะไม่ถามอะไรเลสลีย์ต่อ จวบจนได้ยินเสียงของคนที่เดินลงมาจากด้านบนอีกคนหนึ่งซึ่งก็คงไม่พ้นเป็นเชส ไทเลอร์


“นายจะออกไปไหนกัน?ลูฟเอ่ยทักเพื่อนสนิทที่อยู่ในชุดพร้อมจะออกไปทำงานด้วยความสงสัย “วันนี้พวกเราไม่น่าจะได้อะไรกันหรอกนะ”


ผลจากเหตุการณ์เมื่อวานทำให้ ลูอิส เชอร์ชิล เป็นคนสั่งให้ทุกคนในหน่วยพักผ่อนแทนที่จะออกมาฝึกหรือทำงานตามปกติซึ่งเรื่องนี้เองเชสก็รับรู้แล้วเมื่อตอนเช้า


“ไปจัดการปัญหา..”


บทสนทนาของทั้งลูฟและเชสไม่ได้ทำให้อัลฟ่าแดนเหนือที่นั่งละเลียดละไมซุปตรงหน้าสนใจแต่อย่างใด  ไม่มีแม้แต่เพียงหางตาของเลสลีย์ที่จะหันมามองไทเลอร์ด้วยซ้ำ


“ฉันอยากไปด้วย”


“นายอยู่ที่นี่เป็นเพื่อนเลสลีย์นี่ล่ะ ปัญหานี่ฉันจัดการได้” เชสเอ่ยเพียงแค่นั้นก่อนจะเดินออกไปจากบ้านพร้อมกับลูฟที่ได้แต่มองตามแผ่นหลังของเพื่อนสนิทที่ดูน่ากลัวกว่าทุกครั้ง


เชื่อเถอะว่าแม่อลิเซียนั่นคงได้ร้องไห้หนักยิ่งกว่าฝนที่ตกเมื่อวานเสียอีก...


“นายจะไปกับไทเลอร์ก็ได้นะเชอร์ชิล”


“ถ้าเชสพูดแบบนั้นก็แสดงว่าไม่อยากให้ใครเข้าไปยุ่ง..” อัลฟ่าหนุ่มตัวสูงตอบก่อนจะหันมาสนใจเลสลีย์คนเล็กแทนที่จะใส่ใจเพื่อนสนิทที่ออกไปจัดการปัญหา 


“อย่างน้อยปัญหาที่ว่าก็เป็นคู่ของหมอนั่น”


“พนันเลยว่าต่อไปอลิเซียคงเป็นได้แค่อดีตคู่ของเชสแน่นอน”


“หวังว่าคงไม่ใช่เพราะฉัน”


“จะบอกว่านายไม่มีส่วนก็คงเป็นเรื่องที่โกหกเป็นเสียหน่อย” ลูฟเท้าคางลงกับโต๊ะก่อนจะจ้องมองใบหน้าที่ยังเรียบเฉยของเลสลีย์อย่างจับผิด “อันที่จริงสถานะของนายตอนนี้ก็ก้ำกึ่งระหว่างการเป็นคนของแดนใต้แล้วนะเลสลีย์”


“ฉันเป็นคนของแดนเหนือ”


“....”


“และไม่มีวันเป็นคนของแดนใต้”


“อย่าพึ่งพูดอะไรตอนนี้เลยเลสลีย์ ถ้าวันนึงนายต้องกลืนน้ำลายตัวเองขึ้นมามันจะเป็นนายที่ต้องเจ็บใจตัวเอง”


คำพูดของลูฟทำให้เลสลีย์ยอมปิดปากเงียบทบทวนความคิดของตัวเอง ยิ่งฟังก็ยิ่งทำให้แอชเชอร์รู้สึกกังวลอยู่ไม่น้อยกับสิ่งที่ไม่คาดคิดซึ่งอาจจะเกิดขึ้นกับตัวเองในเดอะฮิลล์แห่งนี้ได้เสมอ




*



ก่อนที่ เชส ไทเลอร์ จะไปจัดการปัญหาใหญ่ของเดอะฮิลล์ในตอนนี้ เจ้าตัวเองก็ต้องแวะเข้ามาหา เอริค เมอร์เรย์ เพื่อรับยาระงับของตัวเองที่สมควรพกติดตัวเอาไว้ ซึ่งแน่นอนว่าทันทีที่หัวหน้าหน่วยเดอะฮิลล์โผล่หน้าไปให้นายแพทย์หนุ่มได้เห็นที่หน่วยพยาบาลเอริคก็อ้าปากค่อนขอดไทเลอร์เสียยกใหญ่


“มาเอายาตอนนี้ก็คงไม่ทันแล้วมั้งเชส”


“บางทีฉันว่านายไม่ต้องเป็นหมอแล้วก็ได้นะริค ถ้าจะค่อนขอดกันเก่งขนาดนี้”


“แล้วที่ฉันพูดมันถูกไหม ความไม่ระมัดระวังของนายมันช่างถูกเวลาเสียจริง” เอริคว่าก่อนจะหันไปหยิบยาระงับของหัวหน้าหน่วยเดอะฮิลล์คนเก่งแล้วส่งให้กับมือ  “นายก็รู้ดีแท้ ๆ ว่าทรูอัลฟ่าแบบนี้จะรัทได้เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ แล้วทำไมถึงยังปล่อยให้ตัวเองขาดยาแบบนั้น”


เรื่องที่เกิดขึ้นมันไม่ใช่ความผิดเล็ก ๆ เลยสักนิด การที่ทรูอัลฟ่ารัทและมีอะไรกับอัลฟ่านั้นมันก็ไม่ต่างจากสภาพอากาศที่ยากจะคาดเดา ไม่มีใครรู้ว่าเรื่องที่เกิดขึ้นจะส่งผลต่อชีวิตใหม่อีกหนึ่งชีวิตกันหรือเปล่า อีกอย่างยาที่ใช้ควบคุมกำเนิดของพวกเขาก็หายากเสียจนไม่ต้องคาดหวังหรอกว่าจะมีโอกาสได้ใช้


เพราะขนาดคนในตระกูลชั้นสูงเองก็ยังไม่มีโอกาสจะได้ใช้มัน..


“ถ้าเลสลีย์อ้าปากว่าฉันได้แบบนายมันก็คงจะดีกว่านี้”


“ฉันมั่นใจเลยว่าคนอย่างแอชเชอร์คงไม่ยอมนายง่าย ๆ หรอกจริงไหม” ดวงตาที่แฝงความเจ้าเล่ห์ของหมอหนุ่มลอบสังเกตใบหน้าของหัวหน้าหน่วยเดอะฮิลล์ที่กำลังเครียดอย่างเห็นได้ชัด


“นายก็รู้ดีว่าคนตระกูลนั้นเป็นยังไง”


“อย่าลืมสิว่าแอชเชอร์กับนายไม่ได้มีความรู้สึกอะไรต่อกันมากมายขนาดนั้น ถึงขั้นที่จะต้องรู้สึกกับเรื่องที่เกิดขึ้น”


“ก็คงจริงอย่างที่ว่า” เชสกระตุกยิ้มแสยะเมื่อนึกถึงคำพูดที่เจ็บแสบของเลสลีย์คนเล็ก “มันก็แค่สัญชาตญาณ”


“ที่พูดออกมาจากปาก แต่ตานายกลับไม่ใช่แบบนั้นเลยนะเชส”


“อย่าทำเป็นรู้ดีหน่อยเลยริค” เชส ไทเลอร์ สวนกลับก่อนจะจ้องมองใบหน้าของ เอริค เมอร์เรย์ที่จ้องมองตัวเองอย่างสำรวจ “บางทีนายก็ควรหยุดคาดเดาเสียที”


“ฉันก็แค่พูดไปตามความรู้สึกก็เท่านั้น” แน่นอนว่าเอริคนั้นไม่ได้ใส่ใจอะไรเท่าไหร่นักกับคำพูดที่แสนจะหาเรื่องของ เชส ไทเลอร์ มันเป็นปกติด้วยซ้ำที่ทั้งคู่จะสนทนากันด้วยคำพูดที่ชวนทะเลาะ “อย่าลืมก็แล้วกันว่าคนที่อยู่กับนายคือ แอชเชอร์ เลสลีย์ ไม่ใช่ อาเธอร์ เลสลีย์”


“ฉันไม่สับสนหรอกริค ถึงจะเป็นพี่น้องกันแต่เขาสองคนก็ไม่ใช่คน ๆ เดียวกัน”


“แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ไม่ใช่หรือไงว่าพี่น้องเลสลีย์คล้ายกันมาก”


“ถ้าเรื่องหน้าตาฉันก็คงเห็นด้วย.. แต่ถ้าเรื่องนิสัยเลสลีย์คนเล็กเทียบไม่ได้กับเลสลีย์คนโตด้วยซ้ำ”


ทรูอัลฟ่าหนุ่มเอ่ยด้วยความสัตย์จริง จากการที่อาศัยอยู่ร่วมกับ แอชเชอร์ เลสลีย์ มาพักใหญ่ก็ยิ่งทำให้เชสรู้สึกถึงความแตกต่างของพี่น้องคู่นี้อย่างชัดเจน


“แล้วนายชอบเลสลีย์คนไหนกันล่ะ?


“....”


“คนพี่ที่นายไม่มีสิทธิ์หรือคนน้องที่นายกำลังมีสิทธิ์”


“ฉันยังไม่อยากต่อยปากนายนะริค...”


ไม่พูดเปล่าอย่างเดียวฝ่ามือของทรูอัลฟ่าหนุ่มเองก็เริ่มขยับหักนิ้วจนเกิดเสียงของกระดูกที่ถูกหักข้อ แต่ถึงอย่างนั้น เอริค เมอร์เรย์ก็ยังคงพูดต่อโดยไม่ใส่ใจคำขู่แต่อย่างใด


“สุดท้ายนายก็ไม่เคยหนีคนในตระกูลเลสลีย์พ้น”


“ก็คงเหมือนกับนายที่ยังตัดใจจากโอเมก้าตระกูลซัลลิแวนไม่ได้”


คนที่รู้เรื่องราวของกันและกันดีย่อมเป็นข้อเสียที่ทำให้สามารถหยิบยกจุดอ่อนของแต่ละคนมาพูดได้อย่างหน้าตาเฉย เชส ไทเลอร์ เองก็ไม่ใช่คนที่จะยอมนั่งฟังอยู่เฉย ๆ เช่นกัน ถึงแม้บ่อยครั้งแล้วเชส ไทเลอร์มักจะเป็นฝ่ายที่นั่งฟังเงียบ ๆ แล้วเชือดเฉือนด้วยคำพูดที่น้อยประโยคก็ตามแต่


“นายนี่มันจริง ๆ เลย”


“ทางที่ดี นายควรเลี่ยงที่จะพูดถึงเรื่องอาเธอร์ไว้ซะ”


“ความผิดพลาดครั้งแรกของนายน่ะหรือ?


เชส ไทเลอร์ ไม่ได้ตอบอะไรเอริค เมอร์เรย์อีกสักคำ เจ้าตัวเพียงแค่มองใบหน้าของนายแพทย์หนุ่มอย่างชั่งใจก่อนที่สุดท้ายจะเลือกเดินออกมาโดยไร้การพูดจา


นายรู้ตัวบ้างไหมเชส ว่านายทำอะไรลงไป..


น้ำเสียงทุ้มน่าฟังของ อาเธอร์ เลสลีย์ เอ่ยถามทรูอัลฟ่าหนุ่มแดนใต้ด้วยความรู้สึกที่ไม่อยากจะเชื่อว่าทุกอย่างที่เกิดขึ้นคือเรื่องจริง

ฉันรู้ตัวดี..


นายกำลังทำให้ฉันเดือดร้อน..’  คนที่ขึ้นชื่อว่าเป็นคนแดนเหนือเอ่ยขึ้น 'และนายเองก็จะเดือดร้อนเหมือนกัน'


ฉันไม่ยอมให้นายเดือดร้อนหรอกอาเธอร์ อย่าห่วงไปเลยหัวหน้าหน่วยเดอะฮิลล์คนเก่งตอบด้วยน้ำเสียงหนักแน่น


งั้นนี่ก็คงเป็นสิ่งที่นายตอบแทนความไว้ใจของฉัน..


ความไว้ใจที่ เชส ไทเลอร์ ไม่ได้รักษาให้กับ อาเธอร์ เลสลีย์ ช่างน่าสมเพชสิ้นดี


เจ้าของผิวขาวอมชมพูเอ่ยเพียงแค่นั้นก่อนจะนั่งนิ่งเงียบเพื่อขบคิดเรื่องในหัว ฝ่ามือขาวกำบีบเข้าหากันอย่างหยุดไม่ได้ก็เพราะความเครียดที่เพิ่มมากขึ้น จนสุดท้ายก็กลายเป็นไทเลอร์เองที่ตัดสินใจเดินเข้าไปหาคนที่ยังคงนั่งนิ่ง


เพราะฉันรักนาย..


ริมฝีปากสีเข้มประทับจูบบางเบาลงที่หน้าผากขาว ก่อนจะสวมกอดอัลฟ่าแดนเหนือตรงหน้า แม้กลิ่นหอมอบอวลที่ลอยคละคลุ้งอยู่รอบตัวอีกฝ่ายนั้นจะทำให้ เชส ไทเลอร์เองแสนจะเจ็บใจมากแค่ไหนก็ตาม กลิ่นหอมเย็นที่ชวนให้นึกถึงแดนเหนือนั้นไม่ใช่กลิ่นของ อาเธอร์ เลสลีย์ แต่มันคือกลิ่นของใครอีกคนที่ขึ้นชื่อว่าเป็นคนที่อยู่ในใจของอีกฝ่ายต่างหาก


รัก.. แต่กลับยอมทำแบบนี้มันยังเรียกว่ารักได้อีกหรือ


ก็ในเมื่อนายรักมัน..


ฉันไม่อยากได้ความรักที่ต้องครอบครอง.. ไม่แม้แต่สักนิดที่อยากจะให้มันเป็นแบบนี้


ฉันแค่กระตุ้นหมอนั่น.. แต่ใครจะคิดล่ะว่าไอ้คนที่นายรักหนักรักหนามันจะมองข้ามทุกอย่าง แม้กระทั่งความรู้สึกของนาย


เชส!


คนที่มักจะใช้น้ำเสียงรื่นหูในการพูดกลับตะคอกคนผิวสีเข้มดังลั่น ก่อนจะใช้มือผลักอีกฝ่ายให้ออกห่างจากตัว


อย่างน้อยนี่ก็อาจจะเป็นสิ่งที่ทำให้นายได้ทบทวนตัวเองอีกรอบนะอาเธอร์


สักวันคนไร้หัวใจแบบนายจะเข้าใจว่าความเจ็บปวดพวกนี้มันเป็นยังไง


นายยังคิดว่าฉันจะรักใครอีก?’



เมื่อฉุกคิดถึงเรื่องในอดีตแล้ว เชส ไทเลอร์เองก็ได้แต่จมอยู่กับตัวเอง เขาในวันนั้นได้ทำเรื่องผิดพลาดที่ร้ายแรงลงไปเพราะการตัดสินใจงี่เง่าของตัวเอง ความคิดที่มักจะเป็นสิ่งที่ถูกเสมอซึ่งตัวเขามั่นใจนั้นกลับกลายเป็นความผิดที่ยากจะให้อภัย...


ความผิดครั้งแรกที่เกิดขึ้นในเดอะฮิลล์นั้นยังคงเป็นที่จดจำได้ดีของคนในหน่วยรุ่นก่อน แม้จะไม่มีใครพูดอะไรแต่เชสก็รู้ดีว่ามันยังคงเป็นที่ยากจะลืมเลือนในห้วงของความทรงจำ


รอยัลอัลฟ่าแดนเหนือที่เกิดอาการรัทก่อนจะหายไปพร้อมกับอัลฟ่าแดนเหนืออีกคนนั้น ไม่จำเป็นต้องเสียเวลาคาดเดาเลยสักนิดว่ามันจะเกิดอะไรขึ้น..


“อย่างน้อยสองคนนั้นก็รักกัน นั่นคือสิ่งที่ไม่เหมือนกันระหว่างนายกับเลสลีย์”


คำพูดของลูฟในตอนเช้าที่เต็มไปด้วยความจริงจังทำให้หัวหน้าหน่วยเดอะฮิลล์นิ่งเงียบ ไม่โต้ตอบคำพูดของเพื่อนสนิท


“ดูเหมือนว่ากรรมจะตามสนองนายแล้วล่ะเชส”


เชส ไม่เชื่อเรื่องพวกนี้พอ ๆ กับที่เขาไม่เคยศรัทธาในพระเจ้า.. ไม่มีคำภาวนาหรือคำอ้อนวอนใดที่เขาจะทำ ทุกสิ่งที่เกิดขึ้นล้วนเป็นผลจากการกระทำของตัวเอง


จนเมื่อก้าวเท้ามาหยุดตรงบ้านพักที่ใช้สำหรับรับรองแขกนั้นก็ทำให้ เชส ไทเลอร์ หยุดคิดเรื่องราวมากมายในหัวตัวเอง แล้วใช้สติกับการกระทำตรงหน้าของตัวเอง มือใหญ่ยกขึ้นเคาะประตูสองสามครั้งพอเป็นธรรมเนียมและหยุดยืนรออยู่ที่หน้าบานประตูไม้ด้วยท่าทีใจเย็น รอเพียงไม่นานเจ้าตัวก็ได้ยินเสียงฝีเท้าที่เดินเข้ามาใกล้ประตูพร้อมกับบานประตูที่เปิดออก


“หัวหน้าไทเลอร์เองหรือ..” เบต้ารับใช้ของอลิเซียเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงไม่สู้ดีนัก ก่อนจะเบี่ยงตัวหลบในทันทีเมื่อทรูอัลฟ่าหนุ่มนั้นเดินแทรกเข้ามาภายในบ้าน “คุณหนูพึ่งตื่นเมื่อครู่ เกรงว่าคงยังไม่สะดวกพบหัวหน้าเท่าไหร่”

“ฉันมาคุยกับอลิเซียไม่นานหรอก”


“ที่คุณหนูทำไปทั้งหมดก็เพราะรักหัวหน้าไทเลอร์.. ได้โปรดอย่าเอาผิดเธอเลย”


“นั่นไม่ใช่เรื่องของเธอ” ไทเลอร์ตอบกลับด้วยประโยคที่ทำให้เบต้าสาวก้มหน้าในทันที “สิ่งที่เธอต้องทำตอนนี้ก็คือไปเก็บข้าวของเสีย”


“หัวหน้า..”


“ฉันไม่ทำร้ายคุณหนูของเธอ เหมือนที่เธอทำร้ายฉันหรอก”


เชส ไทเลอร์ ไม่ได้สนใจเบต้ารับใช้ต่ออีกแต่อย่างใด ขายาวก้าวเดินพาตัวเองไปหยุดอยู่ที่ห้องนอนซึ่งเจ้าตัวเองก็มั่นใจว่า อลิเซีย วอลตัน เองก็คงอยู่ในห้องนี้เป็นแน่  ทันทีที่บานประตูถูกเปิดเข้าไปเชสเองก็มองเห็นคุณหนูวอลตันที่นั่งพิงหัวเตียงอยู่เงียบ ๆ 


“เชส..” เมื่อเจ้าหล่อนหันมาพบกับเชส ไทเลอร์ ที่เปิดประตูเข้ามาก็ทำให้เธอดูลนลานไม่น้อย ใบหน้าสวยส่งยิ้มบิดเบี้ยวมาให้ทรูอัลฟ่าเสียจนฝืนเกินไป


“ดีขึ้นหรือยัง” ทรูอัลฟ่าหนุ่มเอ่ยถาม ก่อนจะเดินเข้าไปหยุดยืนในระยะที่ห่างพอสมควรจากเตียงนอนของเจ้าหล่อน “ทั้งที่เธอรู้ว่าตัวเองอยู่ในช่วงฮีท ทำไมถึงไม่กินยา..”


“ฉัน...”


“ตอบฉันมาตามตรง.. เธอตั้งใจใช่ไหมอลิเซีย?


เชส ไม่ใช่พวกชอบรีรอสักเท่าไหร่นักหากเรื่องนั้นเป็นปัญหา การพูดอ้อมค้อมวนไปวนมานั้นเจ้าตัวคงถนัดเวลาที่อยากจะกวนประสาทใครสักคนเสียมากกว่า


“ถ้าฉันตอบว่าใช่ นายจะทำยังไงกับฉันล่ะเชส” สาวเจ้าถามก่อนจะหัวเราะออกมาเบา ๆ แม้ใบหน้าของเธอจะไม่ได้หัวเราะไปด้วยก็ตาม


“ถ้าเป็นแบบนั้น วันนี้เดอะฮิลล์ก็คงไม่สามารถต้อนรับเธอได้อีก” คำไล่กลาย ๆ จากปากเชส ไทเลอร์ มันเจ็บแสบกว่าการเอ่ยไล่กันตามตรงในความคิดของหญิงสาวเสียอีก ทั้งท่าทางและน้ำเสียงของเชสนั้นห่างเหินเสียจนกลายเป็นเธอที่อยากจะร้องไห้ออกมาซะเสียตอนนี้


“นายพูดเหมือนทุกทีที่นี่ต้อนรับฉันงั้นล่ะ”


“เพราะการมาแต่ละครั้งของเธอมันสร้างปัญหาให้กับเรา”


“ฉันทำถึงขนาดนี้แล้วแต่นายก็ยังกลับเมินเฉย คงไม่มีใครโง่เท่านายแล้วล่ะเชส ทั้งที่ฉันอยู่ตรงหน้าแต่นายกลับผลักไสฉันออกมา”


การที่เจ้าหล่อนโดนไล่ออกมาจากบ้านของหัวหน้าหน่วยเดอะฮิลล์นั้นมันก็คือความอับอายขายขี้หน้า หากใครได้รู้ก็คงหัวเราะเยาะเธอเป็นแน่ที่ทำทุกอย่างแล้ว แต่สุดท้ายเขากลับไม่คิดจะสนใจจนต้องกระเสือกระสนกลับมาอย่างหมดท่า


“จะให้ฉันต้องพูดกี่ครั้งว่าฉันไม่เคยอยากได้เธอเป็นคู่”


“ที่ไม่ได้อยากได้ฉันเป็นคู่ เพราะตอนนี้นายกับเลสลีย์ใช่หรือเปล่า”


“คนที่สร้างปัญหาแบบเธอ มีสิทธิ์ไปยุ่งเรื่องของคนอื่นด้วยหรือ?แขนแกร่งยกขึ้นกอดอกยามคุยกับอลิเซียพร้อมกับสายตาเฉยชาที่คอยกดดันให้โอเมก้าสาวยอมสงบปากสงบคำ


“ไล่ฉันออกมา แต่กลับไปคว้าเอาพวกแดนเหนือ  นายนี่มันน่าสมเพชไม่เปลี่ยนเลยจริง ๆ ”


“อลิเซีย..”


“คนพี่ไม่ได้.. ก็เอาคนน้องแทน”


ความร้ายกาจที่ถูกซุกซ่อนไว้ภายใต้ใบหน้าสวยนั้นเริ่มแสดงออกมา จนทำให้ เชส ไทเลอร์ รู้สึกรังเกียจเจ้าหล่อนเหลือเกิน


“เสียใจไหมที่พูดแบบนี้ออกมา.. เพราะคนที่เธอพูดถึงทั้งหมดมันกลับไม่มีเธอรวมอยู่ในนั้นเลย”


รอยยิ้มแสยะของทรูอัลฟ่าถูกดันขึ้นที่ริมฝีปากสีเข้มเพื่อส่งไปให้โอเมก้าสาวที่กำลังอวดดีกับตัวเอง ทั้งที่เจ้าหล่อนนั้นไม่ได้รู้อะไรเลยสักนิด


“งั้นฉันจะบอกอะไรให้นะอลิเซีย”


“....”


“คนอย่างเธอน่ะคือประเภทที่ฉันขยะแขยงมากที่สุด”


“นะ นาย..” ดวงตาของสาวเจ้าเริ่มแดงก่ำเสียจนน่าสงสาร แต่หัวหน้าหน่วยเดอะฮิลล์ก็กลับไม่ได้ใส่ใจน้ำตาของโอเมก้าสาวแต่อย่างใด “และที่สำคัญฉันไม่เคยชอบคนอ่อนแอแบบเธอ”


“ต้องเข้มแข็งแค่ไหนกันล่ะนายถึงจะสนใจ.. คนที่รักตัวเองแบบนายมันรักใครเป็นจริง ๆ งั้นหรือ”


“เธอไม่จำเป็นต้องรู้เพราะสุดท้ายยังไงมันก็ไม่ใช่เธอ”


“พ่อฉันไม่มีทางยอมให้นายแน่ ๆ จำเอาไว้”


“แต่ฉันคิดว่าหน่วยกลางเองก็คงไม่อยากมีปัญหากับเดอะฮิลล์เช่นกัน”


แม้เดอะฮิลล์จะเป็นเพียงแค่หน่วยป้องกันของแดนใต้แต่ก็เป็นที่รู้ดีว่าหน่วยรักษาการที่แข็งแกร่งมากพอที่จะสู้กับกำลังของหน่วยอื่นในแดนใต้ได้อย่างสบาย ๆ อีกทั้งหัวหน้าหน่วยที่เป็นที่รู้จักกันดีอย่าง เชส ไทเลอร์ ก็เป็นอีกหนึ่งคนที่พวกผู้อาวุโสนั้นยำเกรง..


“กลับไปอยู่ในที่ของเธอซะ ฉันจะให้คนในหน่วยตามไปส่งที่หน่วยกลาง เธอจะได้ไม่ต้องกลัวว่าจะโดนลอบทำร้าย”


เชสคร้านจะพูดคุยต่อให้เสียเวลา ทรูอัลฟ่าหนุ่มเมื่อพูดคุยธุระของตัวเองเสร็จก็หมุนตัวหันหลังเตรียมจะเดินออกไปจากห้อง แต่ก็ยังไม่วายที่จะถูกโอเมก้าสาวนั้นดึงดันเข้ามาสวมกอดจากทางด้านหลัง


“นายจะใจร้ายกับฉันยังไงก็ได้ แต่ขอร้อง.. อย่าทำเหมือนรังเกียจฉันได้ไหม”


“....”


“ฉันมันงี่เง่าเองที่ทำเรื่องโง่ ๆ พวกนั้นลงไป ฉันก็แค่หวังว่ามันจะทำให้นายสนใจฉันขึ้นมาบ้างก็เท่านั้น” เจ้าหล่อนพูดออกมาทั้งน้ำตาก่อนจะกอดเอวสอบของทรูอัลฟ่าหนุ่มที่เธอหลงรักแน่น


“ฉันพูดคำไหนคำนั้น หวังว่าเธอจะเข้าใจ”


มือใหญ่ค่อย ๆ แกะการมือและแขนของหญิงสาวที่กอดรัดตัวเองออก ซึ่งก็ยากลำบากเหลือเกินเมื่อสาวเจ้าเอาแต่ร้องไห้ฟูมฟายยกใหญ่จนเชสขมวดคิ้วเข้าหากันแน่น


“ฉันเคยบอกเธอแล้วว่าให้สนใจคนที่เขาสนใจเธอแต่เธอก็ไม่ฟัง”


“นายคิดคนเรามันเลิกรักกันได้ง่าย ๆ หรือไง”


“รักที่ทำให้ตัวเองทรมานมันไม่ได้เรียกว่ารักหรอกอลิเซีย”




*




หลังจากที่ทรูอัลฟ่าหนุ่มจัดการปัญหาใหญ่อย่างอลิเซียได้ เจ้าตัวก็ไม่ลืมที่จะเข้าไปจัดการงานของตัวเองซึ่งค้างคาตั้งแต่เมื่อวาน จวบจนช่วงบ่ายได้เข้ามาเยือนเชสเองถึงได้แวะเวียนกลับมาที่บ้านของตัวเองเพื่อดูอาการของอัลฟ่าแดนเหนือ


คงต้องยอมรับจริง ๆ ว่าเลสลีย์คนเล็กดื้อดึงกว่าที่คิดถึงขั้นที่เรียกได้ว่าเป็นพวกหัวแข็งก็คงจะว่าได้เลยด้วยซ้ำ แม้จะมีโอนอ่อนบ้างแต่เจ้าตัวก็ยังคงเป็นตัวของตัวเองได้อย่างไม่มีที่ติ


ภายในบ้านนั้นเงียบเฉียบเหมือนกับไม่มีคนอยู่ ซึ่งเชสก็เดาได้ว่าเลสลีย์เองก็คงจะนอนพักผ่อนอยู่ด้านบนแทนที่จะออกไปไหนมาไหนเหมือนปกติ ส่วนลูฟนั้นเจ้าตัวก็คงจะออกไปทำงานกับโจชัวตามเคย ถึงแม้จะดูเป็นห่วงเลสลีย์ไม่น้อยก็ตามแต่


แน่นอนว่าเลสลีย์ไม่มีทางนอนอยู่ในห้องของเชสเหมือนเมื่อเช้าเป็นแน่ ทันทีที่เปิดประตูเข้าไปในห้องนอนของเจ้าตัวก็ทำให้เชสได้เห็นคนตัวขาวจัดนั้นนอนหลับสนิทอยู่บนเตียงโดยที่มีกองผ้าขนาดใหญ่โอบล้อมรอบตัว พร้อมไปด้วยเจ้าขนปุยตัวเล็กอย่างเซเบอร์ที่นอนคุดคู้อยู่ที่อกเจ้าตัว รวมไปถึงวูล์ฟด็อกตัวขาวปลอดที่ทำเนียนขึ้นไปนอนอยู่บนเตียง ทับบนผ้าห่มที่บริเวณปลายเท้าของแอชเชอร์


ทันทีที่เห็นเจ้านายตัวจริงของตัวเอง ร็อคกี้ก็กระโดดลงมาหาเชสก่อนจะคลอเคลียตามนิสัยของมัน แม้จะมีเสียงดังเกิดขึ้นแต่คนที่นอนหลับสนิทนั้นก็ไม่มีทีว่าจะตื่นขึ้นมาแต่อย่างใด ขนาดร็อคกี้เห่าเสียเสียงดังเจ้าตัวก็ยังคงหลับจนเชสรู้สึกถึงความผิดปกติที่เกิดขึ้น


“เลสลีย์..” ฝ่ามือใหญ่จับเข้าที่ไหล่ผอมก่อนจะออกแรงเขย่าเบา ๆ ให้คนที่นอนหลับนั้นตื่นขึ้นมาตอบสนองเสียงเรียก “นายกินยาหรือยัง?


ทันทีที่เปลือกตาสีอ่อนเปิดตาขึ้นมา ไทเลอร์เองก็ไม่รอช้าที่จะไถ่ถาม ซึ่งแอชเชอร์เองก็ยังคงกะพริบตาถี่เพื่อปรับแสงที่เข้ามาในดวงตาก่อนจะร้องครางในลำคอเบา ๆ


“กินแล้ว..” เสียงที่ฟังดูแหบลงกว่าเดิมคงเป็นผลพวงมาจากอุณหภูมิร่างกายที่เพิ่มสูงขึ้นจนเชสเองสัมผัสได้


“แล้วทำไมถึงยังตัวร้อนแบบนี้” คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันจนแทบพัน ก่อนจะดึงผ้าห่มที่คลุมตัวอีกฝ่ายออกแล้วไล่สำรวจตามร่างกายขาว “อย่าบอกนะว่านายยังไม่ได้เอามันออก..”


เสื้อผ้าที่เชสสวมใส่ให้อีกฝ่ายกับมือก่อนหน้านี้ถูกเปลี่ยนเป็นอีกชุดหนึ่งแล้ว ซึ่งก็หนีไม่พ้นเสื้อผ้าตามแบบที่เลสลีย์ชอบใส่แทนที่จะเป็นผ้าเนื้อบางแบบก่อนหน้านี้


“พูดอะไรของนาย..” คนตาสวยว่าพลางปัดมือของไทเลอร์ออกจากไหล่ของตัวเอง ซึ่งเชสเองก็ไม่ได้ยื้ออะไรเพราะเป้าหมายใหม่ที่เจ้าตัวเปลี่ยนก็คงไม่พ้นกางเกงผ้าขายาวของคนตัวขาวลง ซึ่งแอชเชอร์เองก็คว้าเอาไว้ไม่ได้ทัน


“ต้องให้ฉันอาบน้ำให้นายหรือไงเลสลีย์?


แอชเชอร์หน้าแดงแข่งกับผลแอปเปิ้ลสุกที่ใช้ในการทำพายแอปเปิ้ลเสียจนน่ากัด ช่องทางสีแดงช้ำที่ไทเลอร์สัมผัสนับครั้งไม่ถ้วนเมื่อวานดูแดงช้ำยิ่งกว่าเดิม ไหนจะยังมีคราบของเหลวที่ยังคงไหลออกมาอีก


“ทำบ้าอะไรของนายเนี่ยไทเลอร์!”


“ถ้าเอาออกไม่ได้ทำไมไม่บอกฉัน”


ใบหน้าคมที่ฉายแววของความดุนั้นทำให้แอชเชอร์เองก็ขมวดคิ้วเข้าหาไม่แพ้กัน แม้จะรู้สึกเสียดที่ช่วงล่างจนทำให้ไม่สบายตัวก็จริงเถอะ แต่มันก็ไม่ใช่เรื่องที่ไทเลอร์จะมาทำอะไรแบบนี้สักนิด


“ฉันทำเองได้”


“ถ้าทำเองได้แล้วทำไมถึงยังเป็นแบบนี้?


“แล้วมันเพราะใครเล่า! ไม่ใช่เพราะนายหรือ”


“งั้นก็ขอโทษด้วยที่ตัวฉันมันห้ามตัวเองไม่ได้” ไทเลอร์ว่าก่อนจะดึงรั้งกางเกงของอีกฝ่ายขึ้นมาสวมให้เหมือนเดิม  แล้วสอดวงแขนเข้าไปที่ช่วงลำตัวของอีกคนขึ้นมาไว้ในอ้อมแขน


“ปล่อยฉันลง!”


“แรงแทบจะไม่มีขนาดนี้ สาบานว่านายมีปัญญาเดินลงไปไหว” เพราะแค่เมื่อเช้าที่แอชเชอร์ฝืนลงไปด้านล่างนั่นก็ทำให้ส่วนที่บอบช้ำนั้นเจ็บเพิ่มมากขึ้นไปเกือบเท่าตัว


“จะมีปัญญาไม่มีปัญญาแล้วมันเกี่ยวอะไรกับนาย”


“ในเมื่อนายเป็นคนของฉัน ฉันก็ต้องดูแล”


“ฉันไม่ใช่คนของนาย!”


“หรืออยากให้ย้ำว่านายใช่คนของฉันหรือเปล่าเลสลีย์”


คำพูดทีเล่นทีจริงทำให้คนที่อยู่ในอ้อมแขนของไทเลอร์ถึงกับฮึดฮัดเบา ๆ ริมฝีปากบางเม้มแน่นในขณะที่ตาคู่สวยมองมาที่ เชส ไทเลอร์ อย่างกับจะกินเลือดกินเนื้อ พยศยังไงก็ยังคงพยศแบบนั้นไม่ได้เปลี่ยนไปเลยสักนิด


“เมื่อไหร่นายจะพูดรู้เรื่องสักที! ฉันเหนื่อยจะคุยกับคนกวนประสาทอย่างนายจะแย่แล้ว”


“ถ้าไม่อยากให้ฉันกวนประสาท ก็ช่วยทำให้ตัวให้เป็นเด็กดีซะเลสลีย์”


“ประสาท..”


“นายก็รู้ว่าฉันประสาทได้มากกว่าที่นายคิดเสียอีก :)”


หลังจากถูกบังคับให้ต้องมาอาบน้ำใหม่ แอชเชอร์ก็แทบจะกัดลิ้นตายเสียให้ได้ ลำพังแค่เจ้าตัวอาบเองคนเดียวโดยมีไทเลอร์ก็ว่าแย่แล้ว แต่นี่ เชส ไทเลอร์ ดันยืนยันที่จะอาบน้ำพร้อมด้วยมันก็ยิ่งทำให้แอชเชอร์อดเจ็บใจไม่ได้  ยามที่ร่างกายไม่เอื้ออำนวยแบบนี้มันช่างน่าหงุดหงิด เจ้าตัวฮึดฮัดกับไทเลอร์ได้เพียงไม่นานเพราะสุดท้ายแล้วความรู้สึกไม่สบายตัวที่ทำให้แอชเชอร์รู้สึกครั่นเนื้อครั่นตัวก็เล่นงานเข้าอีกรอบจนได้แต่นั่งเงียบ ๆ และปล่อยให้ทรูอัลฟ่าจอมกวนประสาททำอะไรได้ตามใจชอบ


ความรู้สึกเมื่อยขบและอ่อนล้าที่แล่นร้าวไปทั่วทั้งร่างกายถูกบรรเทาด้วยน้ำอุ่นในอ่างที่แอชเชอร์กำลังแช่อยู่ เปลือกตาสีอ่อนปิดสนิทเพื่อพักสายตาในขณะที่เจ้าตัวยังคงส่งเสียงครางในลำคอเบา ๆ เมื่อฝ่ามือที่กำลังบีบนวดตามร่างกายนั้นทำให้ตัวเองผ่อนคลายขึ้นมากโข


“อือ...”

“ถ้าเจ็บก็กัดไหล่ฉัน..”


อัลฟ่าแดนเหนือที่เอาแต่หลับตาหนีเปิดเปลือกตาขึ้นมามองคนที่ตัวเองนั่งซ้อนทับอยู่ในอ่างก่อนจะเอนใบหน้าซบลงกับไหล่กว้างสีแทนสวย ในยามที่นิ้วมือสากสอดแทรกเข้าไปในจีบพับสีเข้มเพื่อไล่เอาคราบน้ำสีขาวขุ่นซึ่งยังค้างคาอยู่ภายในร่างกายออก 


“อึก..”


ริมฝีปากบางงับเข้าที่ลาดไหล่กว้างของทรูอัลฟ่าหนุ่มในทันทีเมื่อรู้สึกถึงความเจ็บจากร่างกายช่วงล่างซึ่งไม่อาจปฏิเสธได้ว่ามันเป็นความรู้สึกที่อับอายเสียเหลือเกิน  นิ้วสากยังคงขยับกวาดไล่เอาสิ่งที่ทำให้อีกฝ่ายไม่สบายตัวออกให้ได้มากที่สุดและใช้เวลาน้อยที่สุด


ความรู้สึกเจ็บจากฟันคมที่กัดเข้าที่ลาดไหล่ของไทเลอร์เองก็เป็นตัวบ่งบอกชั้นดีว่าเลสลีย์เองก็คงเจ็บปวดไม่น้อย ขาเรียวงามขยับอ้าออกกว้างอย่างไม่รู้ตัวจนเป็นไทเลอร์เองที่ต้องดันขาขาวนั้นให้กลับมาตั้งชันดี ๆ


ไทเลอร์เองก็คงไม่รู้ว่าการที่เจ้าตัวพยายามจะหุบขาเรียวนั้นมันยิ่งสร้างความปั่นป่วนให้กับแอชเชอร์มากแค่ไหน.. จนกระทั่งนิ้วยาวนั้นรับรู้ถึงแรงตอดรัดจากส่วนร้อนผ่าวในขณะที่เลสลีย์เองก็หน้าเห่อร้อนจนแดงก่ำลามไปถึงลำคอ


ปากบางเม้มแน่นก่อนจะเลื่อนมือของตัวเองลงไปจับกับข้อมือทรูอัลฟ่าหนุ่มที่กำลังช่วยเหลือตัวเองพลางส่ายหน้าน้อย ๆ เป็นเชิงบอกให้พอ


“มันจะทำให้นายไม่สบายตัว..” แต่ทว่าหัวหน้าหน่วยเดอะฮิลล์กลับไม่ได้ฟังเลยสักนิด จนท้ายที่สุดแล้วก็เป็นแอชเชอร์เองที่ต้องเปิดปากพูดออกมาด้วยความลำบาก


“พอแล้ว..” เจ้าของแก้มแดงระเรื่อว่าก่อนจะส่งสายตาเว้าวอนกึ่งสั่งให้อีกฝ่ายหยุดเสียที ซึ่งก็ยังโชคดีที่ไทเลอร์นั้นยังคงฟังคำขอของแอชเชอร์อย่างไม่อิดออด


หัวหน้าหน่วยเดอะฮิลล์ก้มลงมองใบหน้าของอัลฟ่าแดนเหนือที่แดงก่ำ เจ้าตัวคงไม่รู้หรอกว่าริมฝีปากที่เจ้าตัวกำลังขบกัดกับดวงตาที่ปรือมองไทเลอร์ในตอนนี้มันดูเย้ายวนแค่ไหนในสายตาของทรูอัลฟ่าหนุ่ม ยิ่งบวกกับกลิ่นหอมของกุหลาบดามัสก์ที่เป็นกลิ่นประจำตัวแล้วด้วยมันก็ยิ่งเสริมให้เจ้าตัวมีเสน่ห์น่าสัมผัสอย่างปฏิเสธไม่ได้


“อย่าทำหน้าแบบนี้เลสลีย์... ถ้านายยังไม่อยากโดนฉันขย้ำอีกรอบ”


“อยากตายหรือไงไทเลอร์”


เชส ไทเลอร์ก็นับว่ามันเป็นคำขู่ที่ไม่มีความน่ากลัวสักนิดเมื่อยามที่มันหลุดออกมาจากปากของเลสลีย์


“เป็นคนของฉันแล้วยังจะพยศอีก ต้องให้ฉันทำยังไงนายถึงจะเป็นเด็กดีเสียที”


“ชาติหน้าก็อย่าหวัง”


“แต่เมื่อวานนายเป็นเด็กดีมากแค่ไหนรู้ตัวบ้างหรือเปล่า :)”


ภาพของเลสลีย์ที่คลานเข่าเข้ามาหาไทเลอร์นั้นยังติดตาทรูอัลฟ่าหนุ่มไม่น้อย ไหนจะท่าทางออดอ้อนที่ เชส ไทเลอร์ล่ะอยากจะให้อีกฝ่ายได้เห็นนักว่าตัวเองเป็นอย่างไร


“แล้วนายจำความรู้สึกตอนที่นายคุกเข่าตรงหน้าฉันได้ไหมล่ะไทเลอร์”


“ฉันจำได้ขึ้นใจเลยล่ะคนดี”


แม้จะรู้ว่าเลสลีย์เองนั้นยังคงโกรธตัวเองอยู่ลึก ๆ แต่ไทเลอร์เองก็เลือกที่จะตีมึนเข้าหาแทนที่จะปล่อยผ่านให้อึดอัดใจด้วยกันทั้งคู่ เพราะตัวเขาเองก็รู้ดีว่าถ้าวันหนึ่งความอึดอัดที่ว่ามันเกินขีดจำกัดขึ้นมา คนที่จะเดือดร้อนมากที่สุดก็คงไม่พ้นเป็นเลสลีย์













HASTAG #youngmastermn 






TBC.













Talk : อยากเอาตัวละครใหม่ออกมาใจแทบขาด แต่ตอนนี้ยาวแล้วเลยต้องตัดไปตอนหน้า T-T ยังไงก็ฝากติดตามกันด้วยนะคะ เห็นวิเคราะห์เนื้อเรื่องกันแล้วก็ประทับใจจริงๆ สรุปแล้วความสัมพันธ์ของเชสกับอาเธอร์คือยังไง? ลองเดากันต่อไปเรื่อยๆดูนะคะ เปิดโหมดโคนันกันได้เล้ยยยย เย้! เจอกันตอนหน้างับ ^^








ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.108K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

3,777 ความคิดเห็น

  1. #3763 PraeChayanin (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 29 พฤศจิกายน 2563 / 03:25
    เชสแย่มากกกก ถ้าฉันเป็นอาเธอร์คือแบบ ตัวเองมีคนรักอยู่ในใจแล้วโดนย่ำยี เห้ออออ
    #3,763
    0
  2. #3734 __0997 (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 21 พฤศจิกายน 2563 / 22:10
    ตอนนี้เนื้อหาแน่นมากกกทั้งฝั่งแดนเหนือ ทั้งเรื่องครั้งแรก ไหนจะเรื่องที่แดนใต้ แล้วยังจะเรื่องครั้งที่สองอีก เอาตามที่เราเข้าใจก็คือเชสรักอาร์ธแต่อาร์ธรักริโอ เราไม่แน่ใจในส่วนรายละเอียดแต่คิดว่าเชสอาจจะมีส่วนกับเรื่องครั้งแรกไหมตรงส่วนนี้เดาล้วนๆเลยเพราะเห็นลูฟบอกกรรมตามสนองอ่ะ กลัวว่าตอนที่แอชรู้แอชจะเสียใจอ่ะดิ เพราะถ้าถามเราตอนนี้เชสคงไม่ได้รักอาร์ธแล้วแต่ก็อาจจะยังมีความเป็นห่วงไหม แต่ไม่ได้รักแน่ๆแล้วเพราะรู้สึกกับแอชเกินครึ่งแล้วอ่ะ กลัวน้องรู้ที่หลังแล้วจะยิ่งเสียใจ อ้ยเนี้ยน้องเริ่มเข้ากับร็อคกี้ได้แล้ว ชาลีก็ได้แล้ว ตัวอื่นๆคงอีกไม่นานแน่ๆๆ
    #3,734
    0
  3. #3697 qqaqe (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2563 / 17:31
    โหเชสสสสㅠ__ㅠ
    #3,697
    0
  4. #3624 babemay (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 26 กันยายน 2563 / 01:25
    ว่าแล้วว่าอาร์ธกับเชสทำไมมันแปลกๆ ตอนแรกก็ว่าคิดไปเองเพราะเขาก็ดูไว้ใจกันมาก โอ้ยยยยยยย สรุปพ่อคุณของเราก็คือรักเขา อยากให้น้องรู้เรื่องนี้จริงๆ หัวแข็งกับเชสเยอะๆเลยลูก แค่ฟังก็เจ็บแทนแล้วอะ TT______TT
    #3,624
    0
  5. #3595 KimCho (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 19 กันยายน 2563 / 11:20
    ชอบความเอริคมากสูสีเชสเลย555 คือเชสก็คงจะรักอาเธอร์นั่นแหละแต่ตอนนี้ก็ไม่รู้เลยว่ายังรักอยู่มั้ย(ก็ขนาดที่ยอมดูแลน้องเขาแลกกับการที่เขาจะมีชีวิตอยู่เหมือนจำได้ว่าอาร์ธเคยบอก) แล้วทำไมทุกอย่างต้องทำให้แอชเสียใจด้วย แง่ง;;-;;
    #3,595
    0
  6. #3571 Baozi99_Mandoo (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 23 สิงหาคม 2563 / 16:04
    ถ้าแอชรู้เรื่องเชสกับอาร์เธอคงจจะเจ็บนะ
    #3,571
    0
  7. #3561 doraaung (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 16 สิงหาคม 2563 / 14:10
    เดาเรื่องผิดพลาดถูกด้วยแม่ กรีดร้องงงง แต่พีคคือคุณเชสรักอาร์ธนี่แหละ แต่พอมานั่งนึกย้อนดูก็ไม่แปลกใจแล้ว ทุกอย่างที่เชสทำให้อาร์ธถ้าไม่รักก็คงไม่ทำ แต่เกินคาดตรงที่รักแบบที่ไม่ใช่เพื่อนนี่แหละ แล้วรักที่ทำให้ตัวเองทรมานมันไม่เรียกว่ารัก พูดออกมาแบบนั้นหมายความว่ายังไงน่ะเชส ตอนนั้นที่เทอทำเรื่องแบบนั้นก็รู้สึกทรมานใช่ไหมล่ะ รวมถึงอาร์ธและริโอด้วย ทุกอย่างดูยากไปหมดเลย แต่คงมีทางออกสำหรับทุกคนแหละ แต่จะถูกใจไหมก็อีกเรื่อง แต่ว่าๆ เลสลีย์คนเล็กกับเจ้าเซเบอร์และร็อคกี้อยู่ด้วยกันแล้วมันโคตรจะน่ารักเลยนะ ฮืออออ ส่วนเรื่องพ่อของเลสลีย์เป็นกบฏนั้น ไม่อยากจะคิดตอนนี้เลสลีย์ตัวน้อยรู้เรื่องทุกอย่างเลย ขนาดอาร์ธที่แหกกฎทุกอย่างยังเสียใจขนาดนั้น แล้วแอชที่เชื่อฟังทุกอย่างมันจะขนาดไหนกันนะ

    ขอบคุณสำหรับฟิคนะคะ ไรท์สู้ๆน๊าาา
    #3,561
    0
  8. #3493 Oywctmw (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 6 สิงหาคม 2563 / 10:14
    ฮรือออออออออออ เชสกับอาเธอร์ ขุ่นพระ T______T ไม่น่าเลย
    #3,493
    0
  9. #3436 lopenav (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 12 กรกฎาคม 2563 / 01:13
    โอเค หลังจากอ่านอดีตเชสกะอาเธอร์วนสี่รอบก็เข้าใจแล้วว่า เรื่องผิดพลาดเป็น ริโอกับอาเธอร์ ส่วนเชสคือรักเขาข้่างเดียว ฮืออออ ตอนก่อนหน้าทำเราคิดมากจนหัวแทบแตกแหนะ // ใดๆก็คือ ชอบเวลาน้องแอชอยู่กะพวกการ์เดี้ยนมากเลย ตอนที่ร็อคกี้เนียนนอนบนเตียงด้วยน่ารักมากกกกกกกกกกกกก ฮือออออออ
    #3,436
    0
  10. #3399 nahme (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 25 มิถุนายน 2563 / 01:15
    เง้อ จริงๆภาวนามาตลอดว่าไม่อยากให้ความสัมพันธ์ของเชสกับอาเธอร์เป็นแบบนี้ แล้วมันก็เป็นแบบนี้จริงๆ เจ่บปวด แง น้องแอชของหม่ามี๊ มี๊จะโอบอุ้มหนูเอง
    #3,399
    0
  11. #3345 ปงจี้ (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 31 พฤษภาคม 2563 / 00:19
    ยังไงนายเชส ยังไง นายรู้สึกกับเลสลีย์คนไหนกันแน่!!!!! อย่ามาทำน้องแอชเสียใจนะ แงงงงงองงง
    #3,345
    0
  12. #3248 ventdaybenolan (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 17 พฤษภาคม 2563 / 07:37
    กอดปลอบแอชรอแล้วนะ
    #3,248
    0
  13. #3239 HighlightxLight (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2563 / 17:57
    ความผิดพลาดครั้งแรกคืออะไรนะคะ..
    #3,239
    0
  14. #3101 machada07 (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 15 เมษายน 2563 / 00:37
    โอมายก้อด แง้งงว่าแล้วว่าเชสต้องชอบเลสลีย์คนโต ฮือออออ
    #3,101
    0
  15. #3027 ikkyu nakamoto (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 10 เมษายน 2563 / 18:45

    อลิเซียเธอมันร้ายย

    #3,027
    0
  16. #2934 JMtennnnnnn (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 28 มีนาคม 2563 / 16:19
    ก็คืองงๆอะตกลงอาเธอร์ได้มีอะไรกับเชสป่าว?
    #2,934
    0
  17. #2925 BJ.kxa (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 25 มีนาคม 2563 / 01:42
    หันไปทางไหนก็เหมือนโดนแทง เจ่บ
    #2,925
    0
  18. #2800 kiki3k (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 14 มีนาคม 2563 / 07:52
    คนเราเปลี่ยนความชอบได้เนอะ
    #2,800
    0
  19. #2745 LuckyMyFriend (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2563 / 12:08
    ฮืออ เอาใจช่วยเลย
    #2,745
    0
  20. #2711 firstchxnx (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2563 / 15:19
    ซักวันต้องรู้แน่เลยว่าเชสชอบพี่ตัวเอง แง
    #2,711
    0
  21. #2687 เกรดสี่ที่หายไป_ (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2563 / 23:00
    เข้าใจไหมอาร์ธ รักที่ทำใจตัวเองทรมานมันใช่รักที่ไหนกัน น้องแจมตัวร้าย ฮือ แงงงง อยากอ่านโดเตนค่ะไรต์ แงแงงง จำไม่ผิดคือไม่มีพาร์ทคู่นี้เลยที่อ่านไปรอบก่อน แงงงงงงง
    #2,687
    0
  22. #2655 flufffyfluffjj (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2563 / 23:39
    แงงง​ เจ็บปวดมาก​ แล้วถ้าแอชเชอร์รู้ความจริงขึ้นมาในวันที่ชอบเค้าแล้วจะน้อยใจไหมนะว่่าตัวเองเป็นแค่ตัวแทนของคนโต​อะไรงี้​ แง​ กอดโอ๋ยัยหนู
    #2,655
    0
  23. #2626 SUCHA_ (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2563 / 21:18
    รักที่ทำให้ตัวเองทรมานมันไม่ได้เรียกว่ารัก ได้ยินมั้ยอาเธอร์รู้ก!!!!! หนีออกม๊าาาา พวกสเปนเซอร์มีแต่ทำให้เจ็บปวด มาอยู่แดนใต้ที่มีฤดูที่อบอุ่นเถอะ ;______; บทสรุปตอนนี้แรงมาก นายเชสคือเคยชอบเลสลีย์คนพี่มาก่อน ตอนแอสถามว่าสนิทมั้ย ก็คืออึกอักๆๆ หนอย นายคนนี้ ลองแอสรู้คือเดอะฮิลล์ไม่ปลอดภัย
    #2,626
    1
  24. #2612 ❥rainywinter (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2563 / 13:31
    คนพี่ก็คือรักแรกสินะ ยอมดูแลให้เพราะรักเขา แต่สุดท้าย เทอน่ะตกหลุมรักน้องชายเขาอีกที อมกกกกก อุแงงงงง
    #2,612
    0
  25. #2552 K_57 (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 26 มกราคม 2563 / 21:49
    เอาจริง ๆ เราขอเดาว่าเชสน่าจะเลิกชอบอาเธอร์แล้วนะคะแต่ว่าคงจะมีรู้สึกอยู่บ้างแต่เอ็นดูแอชเชอร์ค่ะ น้องงงว;-;
    #2,552
    0