ตอนที่ 43 : SOS (3)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 62
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 9 ครั้ง
    14 มิ.ย. 62

ตอนที่ 43 : SOS (3)

 

            เฟี๊ยตลุกยืนขึ้นอีกครั้ง หลังจากเห็นว่าผู้ป่วยของเขามีอาการดีขึ้นจนน่าไว้วางใจได้ในระดับหนึ่ง ชายหนุ่มเงยหน้าจนสุดเพื่อมองไปยังสัตว์ไร้ตีนที่กำลังเป็นปัญหาใหญ่ในเวลานี้ มันต้องมีจุดอ่อนใดจุดอ่อนหนึ่งซ่อนอยู่เป็นแน่แท้ แต่สิ่งสำคัญคือ เขาจะหามันเจอหรือเปล่า

            “เอาไงต่อ”

            ธันถาม เมื่อเขาลุกขึ้นมายืนเคียงข้าง เด็กหนุ่มกำลังมองงูยักษ์ตรงหน้าอย่างพินิจพิเคราะห์ ท่าทางมันมีอะไรแปลกประหลาดบางอย่างที่ยังจับผิดให้ชัดเจนไปไม่ได้

            “อาจจะเป็นบลีกสูงสุด” เฟี๊ยตพึมพำ

            “คิดเหมือนกัน คงต้องลองดูสักตั้ง” ธันตอบ

            “ลุย”

            “เอ้อ ก่อนจะลุย ไอ้งูนี่มีพลังประหลาดอยู่อย่าง”

            เด็กชายสายฟ้าพูดเหมือนเป็นเรื่องปรกติธรรมดาที่สุด แต่สีหน้าที่ฉายออกมาก็เก็บความหวั่นวิตกกับเรื่องตรงหน้าไว้ไม่ได้

            “อะไรวะ”

            “มันหลบการโจมตีทางกายภาพได้หมดเลย”

            “เฮ้ย”

            Air Bladder!

            กระสุนทราย!”

            พวกเขาชี้เป้าหมายไปยังอริร้ายขนาดมหึมานั้น พร้อมกับที่ก้อนทรายขนาดประมาณหัวแม่มือปริมาณมากเกินคณานับ ก็พุ่งทะยานเข้าจู่โจมเจ้าลิ้นสองแฉกนั่นราวกับห่าฝนก็ไม่ปาน แสงแดดที่ฉายจากด้านบนทำให้เห็นเค้ารางอ่อนๆ ของมีดอากาศล่องหนที่สาดซัดออกไปพร้อมกันด้วย

            เจ้างูยักษ์นั้นเคลื่อนไหวหลบกระสุนของเขาไปมาอย่างเทอะทะ แต่นั่นย่อมไม่มีทางเป็นไปได้ที่งูขนาดเท่ารถไฟจะสามารถหลบการโจมตีที่แผ่พุ่งไปเป็นม่านกระสุนแบบนี้ได้ เขาเห็นกับตาว่ากระสุนจำนวนไม่น้อยกระทบเข้ากับเจ้างูยักษ์เข้าอย่างจัง

            เชี่ย”

            แต่แล้วเฟี๊ยตก็ต้องร้องออกมาด้วยความตกใจอย่างถึงขีดสุด เมื่อเห็นเจ้าอสูรกายยักษ์เงยตัวขึ้นสูง ก่อนจะฟาดหัวลงมาที่ตัวเขา โดยฝ่าห่ากระสุนมหาศาลนั่นมา โดยไม่สะทกสะท้านเลยสักนิด!

            เฟี๊ยตรวบรวมจิตไว้ที่ดวงตาอย่างรวดเร็ว ปราการล่องหนของธันยังคงอยู่ เภสัชกรหนุ่มทำหน้าแหยงๆ อย่างรอคอยจังหวะที่อีกฝ่ายจะฟาดเข้ามาโดนก้อนอากาศหนา ชายหนุ่มเดาว่าเสียงการกระทบกันคงดังลั่นสนั่นหวั่นไหว

 

 

 

            แต่ทุกอย่างกลับเงียบสงบ

            ไม่มีเสียงกระทบกันระหว่างหัวของมันกับบาเรียดังขึ้นสักนิด ไม่มีเศษหินเศษดินกระจายออกมาเลย ไม่มีแม้กระทั่งกระแสลมที่ต้องเกิดขึ้นบ้างเมื่อวัตถุขนาดใหญ่พุ่งแหวกอากาศมาอย่างรวดเร็ว แต่ไม่มีอะไรสักอย่าง ไม่มีเลย!

            “โคตรไม่ปรกติ” เขาบ่นพึมพำ

            “ดูเหมือนมันจะไม่โดนผลการโจมตีเชิงกายภาย ถ้าให้เดานะ” ธันพูดพร้อมครุ่นคิด

            “อืม” เขาฮัมเสียงในคอ

            “ประหลาดจริง”

            ธันบ่น แต่ก็ยังโจมตีล่อหลอกศัตรูตรงหน้าไปเรื่อยๆ ราวกับจะถ่วงเวลาให้เฟี๊ยตได้ตัดสินใจและวางแผนต่อ เด็กชายส่งพลังดาบอากาศออกไปไม่หยุด ในขณะที่เฟี๊ยตหยุดพักและพิจารณาเรื่องตรงหน้า

            “อืม”

            เฟี๊ยตขมวดคิ้วในความผิดปรกติที่เกิดขึ้น จะบอกว่ามันชะงักหัวหลบทันก่อนที่จะกระแทกกำแพง ก็ไม่น่าใช่ เพราะเขาเห็นอยู่กับตาว่าหัวมันกระแทกลงกับปราการอากาศเข้าอย่างจัง แต่ทำไมนะ ทำไมไม่มีร่องรอยความเสียหายอะไรเลย ทุกอย่างนิ่งสงบเป็นดุษณียภาพอยู่อย่างนั้น

            และเมื่อเฟี๊ยตกวาดสายตาไปรอบบริเวณที่ราบดังกล่าว เขาก็ค้นพบความจริงอีกข้อหนึ่งว่า สมรภูมิรบของเจ้าสัตว์ดึกดำบรรพ์นั้นดู “สะอาด” เกินจากที่ควรจะเป็นไปมาก งูยักษ์ขนาดใหญ่โตขนาดนี้ แค่กวาดหางไปเพียงนิดเดียว ต้นไม้ก็น่าจะล้มเป็นทิวแถบแล้วไม่ใช่หรือ ทำไมลักษณะผืนป่าบริเวณนี้ก็ยังดูเรียบร้อยดี จะมีก็แต่ร่องรอยการต่อสู้อยู่บ้าง แต่ต้นไม้ที่โค่นล้มเพียงต้นสองต้นก็ดูจะน้อยเกินไปสำหรับเจ้ายักษ์นี่

            “เคยเจออะไรแบบนี้ไหม” เฟี๊ยตถามเด็กหนุ่ม

            “หึ” ธันส่ายหัวเบาๆ พร้อมกับจู่โจมต่อไป

            “อืม”

            เมื่อพิจารณาให้ลึกเข้าไปก็ยิ่งพบความจริงที่น่าประหลาด ห่ากระสุนมากมายมหาศาลเหล่านั้นดูเหมือนจะไม่มีผลอะไรกับร่างกายของเจ้าสัตว์ร้ายนั้นเลย จริงอยู่ว่าขนาดของมันใหญ่โตมากจนกระสุนทรายกับดาบอากาศอาจจะกลายเป็นเพียงแค่เศษไม้จิ้มฟันเมื่อเทียบสรรพางค์กายอันแสนจะมหึมานั้น แต่ด้วยปริมาณอันเกินคณานับแล้ว มันจะต้องมีสักนัดสองนัดที่หลุดรอดไปโดนเส้นเลือดใหญ่ของมันบ้างไม่ใช่หรอ อย่างน้อยเขาน่าจะเห็นกองเลือดเรี่ยราดอยู่ตามพื้นบ้าง ซึ่งเท่าที่กวาดตามองไปตอนนี้ เขาไม่พบหลักฐานใดใดที่บ่งชี้ถึงความบาดเจ็บอยู่เลย อีกทั้งการเคลื่อนไหวที่ถึงแม้จะมีสะดุดไปบ้างด้วยความตกใจ แต่โดยภาพรวมแล้วก็ดูยังแข็งแรงว่องไวเช่นเดิมไม่มีเปลี่ยนแปลง

            อย่าบอกนะว่า?”

            เฟี๊ยตเอ่ยพึมพำกับตัวเอง พร้อมยกมุมปากขึ้นเล็กน้อย หัวของชายหนุ่มแล่นคิดแผนอย่างเร่งด่วน เขาคิดว่าเขาพบจุดอ่อนของมันแล้ว!

 

 

 

            ปืนใหญ่ทราย!”

            เฟี๊ยตตะโกนสั่งปีศาจคู่ใจของเขาอีกครั้ง หย่อมทรายที่กระจายระเกะระกะอยู่ทั่วไปกลับมารวมตัวกันอย่างรวดเร็วอีกครั้ง โกเลมทรายขนาดยักษ์ปรากฏตัวขึ้นอยู่เคียงข้างเขาห่างออกไปประมาณ 10 เมตร มือทั้งสองประสานกันโดยไขว้นิ้วหัวแม่มือทั้งสองข้างสลับกันอยู่เบื้องหลัง ก่อนจะเกิดก้อนทรายขนาดใหญ่ขึ้นเบื้องหน้ามือทั้งสองนั้น เม็ดทรายปริมาณมหาศาลอัดแน่นรวมกับเป็นทรงกลมขนาดใหญ่กว่าลูกบาสเกตบอลเล็กน้อย

            เฟี๊ยตดีดนิ้วเสียงดัง ก่อนจะชี้นิ้วไปที่เจ้าศัตรูลิ้นสองแฉกของเขา ลูกปืนใหญ่พุ่งตรงไปที่เจ้างูนั่นอย่างรวดเร็ว เป้าหมายอยู่ที่ก้านคอที่น่าจะเป็นจุดตายอีกจุดหนึ่งของสัตว์ดังกล่าว

            พรึบบบบบบบบบบบ

            เขาเดาได้ไม่ผิดเลย ลูกบอลทรายขนาดใหญ่นั่นทะลุผ่านร่างของเจ้างูยักษ์ไปเสียเฉยๆ โดยที่มันไม่มีทีท่าบาดเจ็บแม้แต่น้อย จะมีอยู่บ้างก็เป็นอาการตกใจเสียมากกว่า ประกอบกับช่วงเวลาเดียวกันกับที่ชายหนุ่มอีกสองคนที่เป็นผู้รับมือกับเจ้างูยักษ์นี้มาก่อนเขา วิ่งเข้ามาสบทบหลังจากคงหายตื่นเต้นและอาการบาดเจ็บทุเลาขึ้นมากแล้ว

 

 

 

            ชายหนุ่ม 4 คนยืนอยู่หน้างูยักษ์ที่กำลังอาละวาดอย่างโกรธเกรี้ยว

            ชายหนุ่มคนแรกยืนเยื้องไปทางหน้าสุด มือข้างขวาตอนนี้พาดดาบยักษ์ยาวเกือบสองเมตรไว้บนไหล่ มืออีกข้างมีจิตเขม็งเกลียวแน่น มวลอากาศขนาดเล็กวิ่งวนอยู่ทางฝั่งซ้าย

            ชายหนุ่มคนต่อมายืนเยื้องมาทางฝั่งซ้าย แววตามีอาการตื่นตระหนกแต่ก็นิ่งเรียบขึ้นแล้วมาก ในมือถือคทาอันยาวสวย ปลายอาวุธเป็นอัญมณีสีฟ้า ไอน้ำเจือจางแผ่พุ่งและหมุนวนรอบตัวชายคนนั้นไม่หยุด

            ชายหนุ่มอีกคนยืนเยื้องมาทางขวา อาการบาดเจ็บเมื่อครู่ดูดีขึ้นมาก เลือดที่เคยไหลได้รับการเยียวยาจนดีขึ้นมากแล้ว ในมือของชายคนนั้นถือปืนยาวอยู่ที่มือขวา ไอร้อนแผ่พ่นออกมาจากร่างกาย ผิวกายเกรียมแดดคล้ำ ตัดกับสีผิวขาวสว่างของคนที่ถืออยู่ออกมาไม่ห่างกัน

            เฟี๊ยตยืนอยู่รั้งท้าย

            ชายหนุ่มคนที่เหลือคือตัวเขา เฟี๊ยตในขณะนี้มีเม็ดทรายไร้รูปจำนวนมากที่คอยห้อมล้อมพร้อมปฏิบัติตามบัญชา ดวงตาของเขาหรี่แคบ หัวสมองเริ่มคิดหาวิธีจัดการเจ้าปีศาจไร้ตีนตรงหน้า ถึงแม้ว่าพอจะคาดเดาเรื่องราวหลายอย่างออก แต่ก็ยังไม่สามารถคิดหาวิธีขบปัญหาให้แตกไปได้อย่างสมบูรณ์

 

 

 

            “เอายังไงต่อ”

            เสียงของธันที่อยู่หน้าสุดตะโกนถามอย่างยกให้เขาเป็นเสนาธิการ ปราการอากาศกว้างด้านหน้าคอยป้องกันเจ้างูนั่นให้คอยละล้าละลังอย่างเห็นได้ชัด ระหว่างนั้นธันก็ยังใส่มีดอากาศขนาดเล็กโจมตีสวนไปไม่หยุด อย่างไม่ยอมให้อีกฝ่ายตั้งตัวอีกด้วย ถึงแม้ว่ามันจะไม่ได้รับบาดเจ็บ ไม่สิ ถึงแม้ว่ามันจะได้โดนการโจมตีเหล่านั้นเลยแม้แต่น้อย แต่การรบกวนไม่หยุดก็ทำให้งูยักษ์นั่นพะว้าพะวงไปอย่างชัดเจน

            “สั่งมาได้เลย”

            ชายหนุ่มเจ้าของไอร้อน ปลดห้ามไกปืนในมืออย่างเตรียมพร้อม ท่าทางจะกำลังหาจังหวะการโจมตีเข้าไปด้วยอีกคน

            “เอาไงเอากัน”

            ชายหนุ่มอีกคนพูดแบบสติกลับมาอย่างเต็มเปี่ยม คทาในมือเริ่มมีไอน้ำหมุนวนอยู่รอบอัญมณีตรงปลายสุด เฟี๊ยตมองภาพนั้นแล้วยิ้มออกมาอย่างพึงพอใจ

 

 

 

            “เวลา!

            “...”

            “ช่วยถ่วงเวลาไว้หน่อย รู้จุดอ่อนแล้ว แต่ยังหาวิธีเอาชนะไม่เจอ!

 

 

 

 

 

            นายพินต้า

            ฝากกดติดตามเฟส ทวีต และในแอปนี้ด้วยนะ

            ฝากกดเฟบหรือกดเข้าชั้นหนังสือไว้ด้วยนะครับ พยายามจะลงให้ได้อาทิตย์ละ 2 – 3 ตอนน้า แต่ยังไงก็ไม่น้อยกว่า 2 แน่ ขอคอมเมนต์กันหน่อยนะ อยากได้กำลังใจไปแต่งต่อรัวรัว

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 9 ครั้ง

100 ความคิดเห็น

  1. #90 popleaw (@popleaw) (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 19 มิถุนายน 2562 / 19:43
    ตามค้าา :)
    #90
    0
  2. #82 XaRinXin (@XaRinXin) (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 14 มิถุนายน 2562 / 23:20

    มาแล้วววว คิดถึงนายพินต้าสุดๆเลย

    ปล.เฟี้ยตเริ่มแผนอีกแล้ว จัดเลยลูก 5555

    ปล.2. ต่อไปเราจะไม่คอมเมนต์ที่มันเสี่ยงสปอยล์คนอื่นแล้วกันเนอะ พึ่งมานึกได้ว่าคนที่อ่านเรื่องนี้อาจไม่ได้ตามมาจาก TLW ทั้งหมด ต้องขอโทษทุกคนด้วยครับ TAT

    #82
    0