ตอนที่ 42 : SOS (2)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 80
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 5 ครั้ง
    12 มิ.ย. 62

ตอนที่ 42 : SOS (2)

           

            ร่างกายของพวกเขาลอยขึ้นบนท้องฟ้าอย่างรวดเร็ว

            ทันทีที่ตัวของเฟี๊ยตพื้นยอดต้นสนที่สูงตระหง่านเหล่านั้น สายตาของเขาก็พลันพบกับงูตัวหนึ่งที่ระยะห่างออกไปราว 300 เมตร ท่าทางของมันดูเหมือนกำลังจะจัดการเหยื่ออันโอชะให้สิ้นซาก ร่างที่เต็มไปด้วยเกล็ดมันมะเมื่อมสลับสีขาวกับดำไล่ไปราวกับทางม้าลายที่มีชีวิตอย่างใดอย่างนั้น ส่วนหัวสีดำปนเทาเผยถึงนัยน์ตาอสรพิษที่ประกาศความมุ่งร้ายมาอย่างอาฆาต

            “เชี่ย”

            เฟี๊ยตไม่ใช่คนกลัวสัตว์เลื้อยคลาน และงูตัวนั้นจะไม่น่ากลัวสักนิดถ้ามันเป็นแค่งูธรรมดาตัวหนึ่ง แต่ภาพที่ปรากฏชัดอยู่ในสายตาเขาตอนนี้คือ เจ้ามฤตยูร้ายตัวนั้นกำลังชูหัวอยู่สูงจากพื้นดินร่วม 30 เมตร!

            “ท่าทางวันนี้ดวงจะไม่ดีเท่าไหร่”

            ธันพูดในเสี้ยววินาทีนั้น ท่าทางของเด็กหนุ่มก็มีแววกังวลอยู่น้อยๆ แต่ก็อาจจะไม่มากเท่าเขา เรื่องราวตรงหน้าบอกได้ชัดว่าธันดูจะเจนสนามกว่าเขามาก

            “ทำให้มันดีสิ” เฟี๊ยตใจดีสู้เสือ

            “ถ้าไปถึงแล้วจะเอายังไง มีเวลาไม่มาก ศัตรูตัวใหญ่ขนาดนี้ มีโอกาสสูงมากที่เราจะโดนลูกหลง และต้องสู้ด้วยแบบไม่ทันตั้งตัว”

            “ถ้าผู้เล่นสู้กัน เราไม่ยุ่ง แต่ถ้าเป็นผู้เล่นสู้กับบลีก ช่วยเอาไว้ก่อน ตามสถานการณ์ อาจไม่ต้องชนะ แค่ช่วยชีวิตเหยื่อไว้ให้ได้ก็พอ”

            เฟี๊ยตพูดอย่างตัดสินใจเด็ดขาด พร้อมกับจังหวะเดียวกันกับที่เวทมนตร์พาร่างกายพวกเขามาบริเวณสมรภูมินั่นได้พอดี บริเวณนั้นเป็นพื้นที่ราบโล่ง ดูไม่ยากว่าใครส่งสัญญาณขอความช่วยเหลือมา คนเจ็บเผยร่างเด่นชัดอยู่ให้เห็น

 

 

 

            The Diagnosis of Holmes ...COME FORTH!”

            ทันทีที่สิ้นสุดคำสั่ง แว่นขยายอันขนาดประมาณฝ่ามือของเขาก็ปรากฏลอยขึ้นอยู่ตรงหน้าของชายหนุ่ม เขาใช้มือขวาเอื้อมไปหยิบ ก่อนจะนำมาทาบลงบนดวงตาข้างขวา แล้วมองไปที่เจ้างูยักษ์ตัวนั้น

            Owner : None’

            ตัวอักษรบ่งบอกถึงสถานะความเป็นเจ้าของลอยขึ้นบริเวณเจ้าสิ่งมีชีวิตนั้น เมื่อใช้สายตามองผ่านเลนส์ของโฮล์มส์อันดังกล่าว

            “ไม่มีเจ้าของ”

            เขาพูดกับธันเสียงเบา เฟี๊ยตโคลงหัวอย่างรู้สึกไม่ค่อยดี ชายหนุ่มเป็นคนไม่ชอบอะไรที่อยู่เหนือความคาดหมายสักเท่าไหร่ และเขาต้องยอมรับว่า ไอ้เจ้าลิ้นสองแฉกขนาดเท่าหัวรถจักรนี่ก็จัดเป็นหนึ่งในนั้น

            “โอเค ตามแผน”

            ทันทีที่พ้นต้นสนที่เรียงตัวกันอยู่อย่างไม่เป็นระเบียบ พวกเขาก็ได้เข้ามาในที่ราบที่ปูไปด้วยต้นหญ้าพื้นที่ไม่ต่ำกว่า 400 ตารางวา พลันสายตาก็ไปปะทะเข้ากับวัตถุขนาดมหึมาที่เป็นเหตุที่พาเข้ามาสู่ที่แห่งนี้ ห่างจากตัวเขาออกไปประมาณ 30 เมตร สัตว์เลื้อยคลานจำพวกงูตัวหนึ่ง ลำตัวพรางไปด้วยเกล็ดสีดำและสีขาวสลับกันไปอย่างเป็นระเบียบราวกับทางม้าลายฉะนั้น ขนาดร่างกายที่ใหญ่โตเกินกว่าสัตว์ประเภทเดียวกันไปมากจนทำให้เขานึกถึงรถไฟที่มีชีวิตเสียมากกว่า ในขณะนี้หัวของมันหุบต่ำลงเล็กน้อย จ้องมองไปที่ชายป่าด้านหนึ่งที่น่าจะเป็นที่อยู่ของเหยื่อของมัน อสรพิษร้ายขดตัวสูงขึ้นทำท่าจะสปริงตัวเข้าจู่โจมอีกครั้ง!

 

 

 

            The Sky Walker ... Come Forth!”

             ธันรับมือจัดการกับเจ้าปีศาจไร้ขาตรงหน้าอย่างรู้หน้าที่กันดี เด็กหนุ่มวาดกำแพงล่องหนขึ้นมาก่อนเป็นอันดับแรก ส่วนเฟี๊ยตมุ่งตรงไปที่คนเจ็บ ถึงแม้ว่าผู้เล่นทุกคนจะมีฐานะเป็นคู่แข่งกันในทางอ้อม แต่การสร้างพันธมิตรไว้ก็ดีกว่า อย่างน้อยต่างฝ่ายต่างก็อาจจะได้ช่วยเหลือกันในอนาคต

            เฟี๊ยตมาที่ผู้เคราะห์ร้ายหลังจากที่เจ้างูยักษ์ผละออกไปเพียงชั่วพริบตาเดียว

            เขาค้นพบว่า เขาเข้าใจอะไรหลายอย่างผิดไป ครั้งแรกที่เขาเข้าใจนั้นคือ น่าจะมีผู้บาดเจ็บคนเดียว แต่เมื่อมาถึง เขากลับพบว่า เหยื่อของเจ้ามอนสเตอร์เป็นชาย 2 คน คนหนึ่งผิวขาวสะอาด ซึ่งตอนนี้ฝาดไปด้วยสีชมพู ด้วยอากาศที่ร้อนอบอ้าวหรือความตื่นเต้นจากการต่อสู้ไม่ทราบได้ ส่วนชายอีกคนรูปร่างสูงใหญ่อย่างคนที่เล่นกีฬาเป็นกิจวัตร ผิวสีน้ำผึ้งละเอียด มือขวาของเขากุมอยู่ที่หัวไหล่ซ้าย เฟี๊ยตมองเห็นเลือดไหลออกมาจากมือนั้นไม่น้อยที่เดียว ผู้บาดเจ็บได้แต่นั่งกัดฟันกดแผลอยู่อย่างนั้น สีหน้าบูดเบี้ยวไปด้วยความเจ็บปวดอย่างเห็นได้ชัด ในขณะที่ เพื่อนผิวขาวของเขาตอนนี้น้ำตาไหลอาบไปทั่วหน้า ฟูมฟายอะไรที่เฟี๊ยตเองก็จับใจความไม่ได้ หนังสือคอลลีกของทั้งคู่หล่นอยู่บนพื้นข้างๆตัว ราวกับว่าทั้งคู่ถอดใจในการต่อสู้ไปเสียแล้ว

 

 

 

            The Mini Laboratory for Pharmacy Practice ...Come Forth!”

            Siam Weed Paste ... Come Forth!”

            เฟี๊ยตเรียกใช้บลีกตำรับยาบลีกหนึ่งที่ตนได้ปรุงเก็บไว้ใช้ยามฉุกเฉิน ซึ่งถูกเก็บไว้ในห้องปรุงยาของเขา

            สาบเสือ หรือ Siam Weed เป็นสมุนไพรชนิดหนึ่งที่พบได้ไม่ยากนักในประเทศไทย คุณสมบัติของมันที่โดดเด่นคือ ใช้ห้ามเลือดจากบาดแผลสดได้ชะงัดนัก โดยก่อนใช้ต้องทำล้างบลีกสาบเสือให้สะอาดเสียก่อน แล้วจึงจะขยี้และโปะลงบนแผล แต่เฟี๊ยตได้เตรียมสาบเสือที่ขยี้ไว้แล้ว โดยผสมกับเจลบางชนิดให้มีลักษณะเหนียวหนืด เพื่อให้สามารถใช้ได้ทันทีในสถานการณ์ฉุกเฉิน เขาจับมือของชายผิวน้ำผึ้งออกจากบาดแผล ก่อนจะหยิบกระติกน้ำที่หล่นอยู่เทน้ำสะอาดลงล้างบาดแผลและเลือดบางส่วนที่ยังเกรอะกรังอยู่ หลังจากเอ่ยถามได้ความว่าในกระติกเป็นน้ำสะอาดที่ใช้รับประทานได้

            เฟี๊ยตไม่ได้เอ่ยอะไรทั้งสิ้นกับชายทั้งสองด้วยว่ารีบทำงานแข่งกับเวลา ส่วนด้านการเบนความสนใจของงูยักษ์นั้นก็ปล่อยให้เป็นหน้าที่เด็กหนุ่มอีกคนเสีย จิตของเขาส่วนหนึ่งยังรับรู้ได้ถึงสถานการณ์คร่าวๆ ทางฝั่งนั้น

            Heal ... Come Forth!”

            เฟี๊ยตสั่งเรียกใช้บลีกเวทมนตร์เพื่อฟื้นฟูพลังกายและพลังใจให้กับผู้เคราะห์ร้ายคนนั้น แสงสีขาวบริสุทธิ์อ่อนๆ ปรากฏขึ้นบริเวณบาดแผลที่ไหล่ซ้ายนั้น ร่องรอยแผลเปิดที่เคยเป็นแหล่งกำเนิดของเลือดที่ซึมออกมาอยู่ตลอดเวลานั้น ขณะนี้ค่อยๆ ประสานรวมกันอย่างช้าๆ ราวกับมีมนต์วิเศษมากระตุ้นให้เซลล์ผิวหนังเหล่านั้นเติบโตเข้าหากันฉะนั้น รวมไปถึงร่องรอยการบาดเจ็บจากการต่อสู้อื่นๆ ที่มีอยู่เล็กน้อยตามอวัยวะต่างๆ ที่เคยเป็นรอยฟกช้ำดำเขียว บัดนี้ก็มีสีค่อยๆ จางลงอย่างเห็นได้ชัด จากสีคล้ำไปทางม่วง ก็ค่อยๆกลับคืนมาเป็นสีแดง และสีเนื้อในที่สุด

            อาการการบาดเจ็บทางร่างกายโดยภาพรวมดูดีขึ้นมาก โดยเฉพาะแผลใหญ่บริเวณไหล่ซ้ายนั้นที่ได้ทั้งฤทธิ์ของสาบเสือกับเวทมนตร์การรักษาผสมผสานกันจนตอนนี้เลือดที่เคยไหลได้หยุดสนิทลง เมื่อเฟี๊ยตเงยหน้ามองขึ้นจากบาดแผลเหล่านั้น สายตาก็ไปพบเข้ากับบลีกหน้าของชายผิวสีเข้ม เฟี๊ยตรู้สึกได้ว่าสีหน้าของชายหนุ่มคนนั้นดีขึ้นจนเขารู้สึกได้

 

 

 

            “หายหรือยัง ยังมีอาการอะไรหลงเหลืออยู่หรือเปล่า”

            เฟี๊ยตเอ่ยถามขึ้นอย่างเป็นห่วง นี่เป็นการรักษาอาการบาดเจ็บด้วยตัวเองอย่างเต็มรูปแบบเป็นครั้งแรก ชายหนุ่มสารภาพได้ว่าเขายังไม่ค่อยวางใจในฝีมือการรักษาของตัวเองนัก

            “ดีขึ้นมาก แต่ยังปวดแปล๊บๆ ตรงไหล่ซ้ายอยู่”

            คนเจ็บเอ่ยตอบด้วยเสียงแหบพร่า สายตาฉายชัดถึงความรู้สึกขอบคุณที่มีให้แก่ตัวเขา พลางชำเลืองสายตามาทางแผลดังกล่าว

            “รอแป๊บ” เฟี๊ยตพูด พลางก้มหน้าเพื่อค้นหาตำรายาในห้องปรุงยาของเขาที่ถูกเรียกใช้ค้างไว้อยู่แล้ว

            Opium Tincture ... Come Forth!” ชายหนุ่มตัดสินใจเรียกใช้บลีกตำรายาอีกบลีก

            Opium หรือ ฝิ่น อาจจะถูกรู้จักในฐานะของต้นไม้ที่นำมาทำยาเสพติดกันอย่างแพร่หลายก็จริง แต่ morphine (มอร์ฟีน) ที่เป็นสารสำคัญที่ได้จากยางของต้นไม้ชนิดนี้ ก็มีประโยชน์ทางการแพทย์มหาศาลด้วยเช่นกัน มันสามารถบรรเทาปวดได้อย่างชะงัดนัก เขาเปิดขวดยา ก่อนจะกรอกยาน้ำดังกล่าวลงในปากผู้ป่วยปริมาณหนึ่ง เพื่อลดอาการปวดให้แก่ผู้บาดเจ็บ

            เขาคิดว่าพลังเวทย์เขาอาจจะยังน้อยเกินไปที่จะใช้บลีกเวทมนตร์รักษาอาการบาดเจ็บให้หายขาดได้ นี่เขายังคงต้องฝึกเพิ่มอีกสินะ พลังของบลีกบ่งบอกถึงพลังของจิตของผู้ใช้ จิตเขาอาจจะยังไม่เข้มแข็งพอ

            “เก็บยานี้ไว้ กินประมาณอึกหนึ่งทุก 2 ชั่วโมง แต่ถ้าหายปวดแล้วก็ไม่ต้องกิน” เฟี๊ยตเอ่ยบอก พลางหยิบขวดยาดังกล่าวยัดใส่มือของชายคนนั้น

            “ขอบคุณ

            “เดี๋ยวค่อยคุยกัน เอาชีวิตรอดจากเจ้ายักษ์นั่นให้ได้เสียก่อน เราคงมีเวลาคุยกันอีกเยอะ”

            เฟี๊ยตตัดบท และเมื่อสายตากวาดไปพบกับเพื่อนร่วมทางอีกคนของชายบาดเจ็บผู้นั้น ก็มองเห็นถึงสายตายินดีอย่างปกปิดไว้ไม่มิด ที่จ้องมองไปยังเพื่อนที่มีทีท่าดีขึ้นจากอาการบาดเจ็บอย่างเห็นได้ชัด ริมฝีปากเรียวบางนั้นเอ่ยพึมพำพูดอะไรที่เขาก็ไม่อาจได้ยินได้ มือของเขาคนนั้นเขย่าตัวเพื่อนชายผู้บาดเจ็บอย่างยินดี

 

 

 

 

 

            นายพินต้า

            ฝากกดติดตามเฟส ทวีต และในแอปนี้ด้วยนะ

            ฝากกดเฟบหรือกดเข้าชั้นหนังสือไว้ด้วยนะครับ พยายามจะลงให้ได้อาทิตย์ละ 2 – 3 ตอนน้า แต่ยังไงก็ไม่น้อยกว่า 2 แน่ ขอคอมเมนต์กันหน่อยนะ อยากได้กำลังใจไปแต่งต่อรัวรัว

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 5 ครั้ง

101 ความคิดเห็น

  1. #89 popleaw (@popleaw) (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 19 มิถุนายน 2562 / 19:35
    เจอกันแล้ววว ติดตามเน้ออ
    #89
    0
  2. #81 XaRinXin (@XaRinXin) (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 13 มิถุนายน 2562 / 17:39

    เจอกันแล้ว เย้ๆ ปล.เรามาช้าไปหน่อย เพราะว่าติดงานแงง

    แต่ก็จะตามมาดูนายพินต้าทุกวันเลยเด้อ

    #81
    0