Bleeg กลเกมกบฎฝัน

ตอนที่ 4 : Bleeg (4)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 357
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 42 ครั้ง
    16 พ.ค. 62

ตอนที่ 4 : Bleeg (4)

 

            “ใช่ครับ เงินรางวัลของเกม คือ 10 ล้านบาท”

            “10 ล้านเลยเหรอ น่าสนใจดีนี่”

            เฟี๊ยตพูดพร้อมยิ้มออกมาอย่างถูกใจ พอได้ฟังตัวเลขเงินรางวัล ชายหนุ่มก็คึกคักขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก เขาเป็นคนชอบแข่งขันมาตั้งแต่ไหนแต่ไร พอได้ยินอะไรแบบนี้ก็ยิ่งน่าสนุก

            เงื่อนไขการเล่นเกมมีเพียงระยะเวลาขั้นต่ำที่เล่นเท่านั้น คุณรัฐกิจไม่จำเป็นต้องทำรายงานอะไรส่งทั้งสิ้น เพราะระบบจะประเมินผลการเล่นของคุณโดยอัตโนมัติ คุณสามารถเล่นเกมตามปรกติ เพียงแต่คุณไม่สามารถเลิกเล่นเกมก่อนเวลา 1 เดือนได้ หรือหากจำเป็นต้องล้มเลิก บริษัทสงวนสิทธิ์ที่จะยึดค่าตอบแทนเดือนแรกคืน”

            ภาพบนจอฉายภาพเงื่อนไขและสัญญาว่าจ้างงานที่ก็ไม่ได้มีรายละเอียดอะไรมากมายไปกว่าที่ระบบแจ้ง

            ผมอยากทราบข้อมูลของเกมเพิ่มเติม เกมเกี่ยวข้องกับอะไร แล้วที่บอกว่าเล่นได้ในฝัน มันจะเกิดขึ้นอย่างไรได้” รัฐกิจเอ่ยถาม

            “Bleeg เกิดขึ้นในความฝัน 100 เปอร์เซ็นต์ รูปแบบของเกมจะเป็นเกมแฟนตาซีกึ่งต่อสู้กึ่งทำภารกิจไขปริศนา หากทำเงื่อนไขได้ครบตามเกมกำหนดก็จะเป็นผู้ชนะ เกมทั้งหมดเกิดขึ้นในช่วง REM sleep หรือการนอนในช่วง Rapid Eyed Movement โดย 1 REM sleep จะนับเป็น 1 วันในเกม ภายใน 1 คืน เราจะเข้าถึง REM sleep ประมาณ 5 – 10 ครั้ง ขึ้นกับเวลานอนและคุณภาพในการนอน นั่นหมายถึง ในการนอนคืนหนึ่ง คุณจะเข้าไปเล่นในเกมได้ถึง 5 – 10 วัน”

            ระบบเอ่ยอธิบาย พร้อมกับฉากด้านหลังที่ฉายขึ้นมาเป็นรูปอธิบายวงจรการนอนหลับของมนุษย์ที่เขาเคยเรียนและเห็นจนชินตาในวิชาสรีรวิทยาตอนเรียนอยู่ในมหาวิทยาลัย เฟี๊ยตหรี่ตามองคำอธิบายบนจออย่างสนใจ ถ้าเปรียบเทียบกับความรู้ด้านชีววิทยาที่มีอยู่ในหัวแล้ว เจ้าเกมประหลาดที่ว่านี่ก็เรียกได้ว่าไม่ได้ค้านกับหลักพื้นฐานด้านการทำงานของร่างกายมนุษย์เลย REM sleep ที่ว่าเป็นช่วงวัฏจักรการนอนที่มนุษย์เกิดความฝันและสามารถเกิดระบบความทรงจำกลับมาในตอนตื่นได้ ไม่น่าเชื่อว่าความรู้พื้นฐานในวิชาสรีรวิทยาผสมกับความรู้ด้านฟิสิกส์นิวเคลียร์อีกนิดหน่อยจะเป็นต้นแบบให้เกมออนไลน์ในโลกปัจจุบันมาไกลได้ถึงขนาดนี้

            เกมที่ว่านี่เกี่ยวข้องกับอะไร ผมอยากรู้เนื้อเรื่องคร่าวๆ ว่าผมสนใจไหม”

            เขายังคงเอ่ยซักไซ้ต่อ แน่หละ ถ้าเป็นเกมที่มีธีมเป็นผีเอย ซอมบี้เอย เขาคงต้องขอบาย เขาไม่อยากรู้สึกเหมือนนอนฝันร้ายไปตลอดชีวิต

            เรื่องของรายละเอียดหรือเนื้อหาเกม ทางบริษัทคงเปิดเผยมากไม่ได้ เนื่องจากถือเป็นลิขสิทธิ์ของบริษัท ทางเราเปิดเผยได้เพียงแค่ Bleeg เป็นเกมผจญภัยที่มีฉากหลังเป็นเมืองหลักจำนวน 12 เมือง ผู้เล่นต้องผจญภัยไปตามเมืองต่างๆ เพื่อทำภารกิจให้ครบ ส่วนเรื่องเนื้อเรื่องโดยละเอียดนั้น ผู้เล่นจะทราบก็ต่อเมื่อเข้าสู่ระบบของเกมแล้ว ทางเราไม่สามารถเปิดเผยข้อมูลรายละเอียดในเกมได้มากไปกว่านี้จริงๆ” ระบบอัตโนมัติให้ข้อมูลเท่าที่จะพอให้ได้ ซึ่งก็เรียกได้ว่าไม่ได้มากไปกว่าข้อมูลเดิมที่มีอยู่ตอนแรกเท่าไหร่เลย

            นี่คุณระบบอัตโนมัติ คุณไม่คิดหรอกเหรอว่าเกมออนไลน์อะไรสักอย่างที่คุณกำลังผมไปเล่นเนี่ย มันดูเสี่ยงเกินกว่าที่ผมจะสนใจ ถึงผมจะไม่ปฏิเสธว่าเงินรางวัลเป็นเรื่องที่สนใจ แต่เชื่อเถอะว่าผมก็ไม่ได้อยากได้เงินมากมายอะไรขนาดนั้น คุณคิดว่าผมมีเหตุผลอะไรเหรอถึงจะได้ตอบรับคำเชิญอันแสนแปลกประหลาดนี่ เอาจริงๆ นะ ผมยังเห็นเหตุผลดีๆ สักข้อที่จะตอบรับคำชวนนี้ไม่ได้เลย”

            เฟี๊ยตพูดออกไปกึ่งบ่นกึ่งเย้า อันที่จริงเขาก็ไม่คิดหรือมั่นใจว่าระบบอัตโนมัตินี่จะฟังหรือเข้าใจความหมายอะไรกับเขาได้หรอก เขาก็แค่อึดอัดและอยากบ่นเท่านั้น เพียงแต่ที่นี่ไม่มีอะไรให้บ่นนอกจากกำแพงว่างเปล่านี่สักอย่าง

            “Eternal Glory”

            “...”

            เฟี๊ยตหรี่ตาอย่างสนใจเมื่อระบบอัตโนมัตินั่นตอบประโยคคำถามของเขาออกมาราวกับจะฟังเข้าใจความหมายของเขาได้ และคำตอบที่ได้มาก็ถือว่าน่าสนใจไม่น้อยสำหรับเขาเลยทีเดียว

            “Bleeg คือเกมออนไลน์ที่ใช้ระบบ Inception Technology เกมแรกของโลก และยังไม่มีผู้ใดเอาชนะเกมนี้ได้แม้แต่คนเดียว นั่นหมายถึง หากคุณสามารถเอาชนะเกมนี้ได้ ชื่อของคุณจะถูกสลักเอาไว้ในฐานะผู้เอาชนะเกม Bleeg ได้เป็นคนแรกของโลก”

            “...”

            ตลอดกาล”

 

 

 

            “โน้มน้าวใจได้เก่งดีนะ คุณระบบอัตโนมัติ”

            เฟี๊ยตเผลอยิ้มมุมปากออกมาอย่างพึงใจ เมื่อการสนทนากับปัญญาประดิษฐ์ตรงหน้านี่ดูจะเพลิดเพลินและสนุกกว่าที่เขาคิดมาก อย่างน้อย เจ้าระบบนี่ก็ดูจะตีความนิสัยเบื้องลึกของเขาได้เก่งอยู่ทีเดียว

            “หากคุณรัฐกิจยินดีเข้าร่วมโครงการ บริษัทจะพิมพ์สัญญาให้ทางคุณรัฐกิจลงลายมือชื่อ แล้วคุณรัฐกิจก็จะสามารถเข้าร่วมโครงการนำร่องกับเราได้เลย” ระบบพูดต่อ

            “รีบปิดการขายจังนะ”

            เฟี๊ยตพูดกึ่งเย้า เขาแอบขำตัวเองในใจเหมือนกัน เมื่อค้นพบว่าตัวเองกำลังนั่งคุยกับผนังกำแพงที่ว่างเปล่าอยู่ แต่ด้วยความสัตย์จริง เขารู้สึกว่าเจ้าระบบอัตโนมัตินี่เหมือนมีชีวิตอยู่จริง

            “คุณรัฐกิจมีคำถามตรงไหนสอบถามเพิ่มเติม ทางบริษัทยินดีจะตอบเท่าที่ขอบเขตเงื่อนไขจะตอบได้” ลำโพงที่ฝังอยู่ในผนังว่างเปล่าดังออกมา

            “นี่คุณระบบอัตโนมัติ คุณรู้ไหมว่าผมรู้จักทฤษฎีสัมพัทธภาพของอัลเบิร์ต ไอนสไตน์” เฟี๊ยตเริ่มเกริ่นพูดขึ้นด้วยสีหน้าจริงจัง

            “...”

            “คุณก็น่าจะรู้ว่าระบบการเล่นเกมของคุณกำลังให้การดำเนินไปของเวลาในความรู้สึกของผมมันบิดเบี้ยวไปจากความเป็นจริง” เขาเอ่ยพูดต่อ

            “คุณรัฐกิจกำลังหมายถึงอะไร” เสียงระบบดังร้องขึ้น

            “ผมก็หมายความว่าคุณกำลังโกงเวลาไปจากผมไง ผมพูดถูกไหม คุณระบบอัตโนมัติ” เฟี๊ยตพูดด้วยรอยยิ้มเย็น

            “...”

            “ผมยอมรับว่าผมสนใจในเงื่อนไขด้านอื่นที่คุณนำเสนอมามาก คุณปัญญาประดิษฐ์ แต่เรื่องค่าตอบแทนที่คุณเสนอมาเป็นสิ่งที่ผมยอมรับไม่ได้ และผมต้องการการเจรจาต่อรอง” เขาพูดความต้องการของเขาออกไปอย่างตรงไปตรงมา

            “คุณรัฐกิจ...”

            “ผมต้องการการเจรจาต่อรอง” เขาพูดย้ำอีกครั้งเสียงเข้ม

            “กรุณารอสักครู่”

            ระบบนั่นดังขึ้นครั้งหนึ่ง ก่อนที่ระบบจะตัดเข้าไปสู่ความเงียบอยู่ชั่วครู่หนึ่ง ถ้าให้เขาเดา เขาจะเดาว่าสายของเขากำลังถูกต่อไปถึงใครสักคนที่มีอำนาจในการตัดสินใจมากกว่าระบบอัตโนมัติ

 

 

 

            “สวัสดีครับคุณรัฐกิจ ผมชื่อกวินครับ”

            เสียงหนึ่งดังขึ้นจากลำโพงที่แทรกตัวอยู่ที่ไหนสักที่ในห้องแคบ ฟังจากน้ำเสียงและลักษณะการพูดแล้ว เดาว่ารอบนี้คงไม่ใช้ระบบอัตโนมัติอีกต่อไป

            “ผมต้องการเจรจาเรื่องค่าตอบแทนในการร่วมโครงการนำร่องครับ” เฟี๊ยตเกริ่นเข้าประเด็น

            “ยินดีครับ” อีกฝ่ายตอบมาสั้นๆ

            “ผมเห็นด้วยกับค่าตอบแทนเดือนละ 50,000 บาทครับ เมื่อเทียบกับค่าเสียโอกาสที่จะไปทำงานอื่นได้ของผม ผมคิดว่าสมเหตุสมผลดีครับ” เฟี๊ยตเริ่มพูด

            “ครับ” คนที่ชื่อกวินตอบกลับมา

            “แต่ผมไม่เห็นด้วยเรื่องการคำนวณเทียบกรอบเวลาครับ เพราะความจริงทุกหนึ่งวันปรกติ ผมต้องเล่นเกมเป็นเวลา 5 – 10 วัน ดังนั้น ผมจึงเหมือนทำงานเป็นระยะเวลา 5 – 10 เดือน ในขณะที่ผมได้รับค่าแรงแค่เดือนเดียว ผมจึงคิดว่าผมควรจะได้รับค่าตอบแทนเพิ่ม” เขาพูดต่อ

            “ครับ” เสียงนั่นตอบรับสั้นๆ

            “ผมคิดว่ากรอบผลตอบแทนที่เหมาะสมที่ผมควรจะได้รับอยู่ในช่วง 250,000 – 500,000 บาทต่อเดือน และนี่คือเรื่องที่ผมต้องการเจรจาต่อรองครับ” เขาพูดสรุปไปในท้ายที่สุด

            “ขอบคุณครับคุณรัฐกิจ ผมขอใช้เวลาสักครู่หนึ่งในการดำเนินเรื่องตาม protocol ครับ”

            ไม่มีท่าทีตื่นเต้นในน้ำเสียงนั่นแม้แต่นิดเดียว ราวกับว่าจะเป็นเรื่องที่รู้หรือคาดการณ์ได้อยู่ก่อนแล้ว เสียงอีกฝ่ายหายไปเหมือนการพักสายโทรศัพท์มือถือ

 

 

 

            “คุณรัฐกิจครับ” เสียงผู้ชายคนเดิมดังทักมา

            “ครับ” เฟี๊ยตตอบกลับไปสั้นๆ

            “ทางบริษัทให้ผลตอบแทนผู้เล่นนำร่องสูงสุดที่ไม่เกิน 250,000 บาท ทางบริษัทพิจารณาแล้วว่าด้วยสถานะวิชาชีพและวุฒิการศึกษาของคุณรัฐกิจจัดได้ว่าอยู่ในกลุ่ม The First Tier ที่เราจะเสนอผลตอบแทนได้ ดังนั้น บริษัทเราขอเสนอค่าตอบแทนให้คุณรัฐกิจได้ที่ 250,000 บาทต่อเดือนครับ”

            เสียงนั่นพูดออกมาอย่างสงบ แต่ก็มีความเฉียบขาดอยู่ในที เฟี๊ยตได้ยินตัวเลขก็แอบยิ้มขึ้นมาอย่างพึงพอใจ และเครื่องคิดเลขในหัวก็เริ่มจิ้มเลขบวกลบกันไปมา อย่างนี้สิ ตัวเลขงามๆ แบบนี้ค่อยดูคุ้มค่าความเสี่ยงหน่อย

            “ตกลงครับ ผมพร้อมจะเซ็นสัญญาแล้วครับ”

            ชายหนุ่มพูดออกไปอย่างถูกใจ ความจริงเขาเรียกค่าตัวเผื่อไปแค่นั้นแหละ ถ้าได้สัก 100,000 บาทเขาก็เซย์เยสแล้ว แต่ได้เหนือคาดแบบนี้เขายิ่งอารมณ์ดี

            “ยินดีครับ”

            เสียงไร้ที่มานั่นตอบออกมาเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนที่ผนังด้านหนึ่งจะมีลิ้นชักอัตโนมัติขนาดเล็กยื่นออกมาเรียกความสนใจจนเฟี๊ยตต้องเดินเข้าไปดู ในลิ้นชักนั้นมีกระดาษรายละเอียดสัญญาพูดถึงเงื่อนไขการทำงานและค่าตอบแทน เฟี๊ยตกวาดตาอ่านข้อมูลในสัญญาอย่างพินิจพิเคราะห์อีกครั้ง เมื่อเห็นว่าทุกอย่างเป็นไปอย่างถูกต้องตามตกลงจึงจรดปากกาลงนามในที่สุด

            ด้านข้างของกระดาษสัญญามีกล่องนาฬิกาวางไว้เรือนหนึ่ง เขาหยิบขึ้นมาดูก็เข้าใจได้ว่าเป็นอุปกรณ์สำหรับเล่นเกม หรืออีกนัยหนึ่งก็คืออุปกรณ์ทางการแพทย์ที่ว่าที่ใช้ควบคุมความฝันของผู้เล่นนั่นเอง เฟี๊ยตมองซ้ายมองขวาอีกครั้ง เมื่อไม่เห็นว่ามีข้อความหรือเสียงใดส่งมาถึงเขาอีก เขาก็ตัดสินใจเดินออกจากห้องและสำนักงานบริษัทลึกลับนั่นออกมา

 

 

 

            “แค่นอนก็ได้เงินเดือนละ 250,000”

            เฟี๊ยตผิวปากพลางพึมพำกับตัวเองไปอย่างอารมณ์ดี

 

 

 

 

 

            นายพินต้า

            ฝากกดติดตามเฟส ทวีต และในแอปนี้ด้วยนะ ^ ^

            ขอคอมเมนต์เป็นแรงใจไปใส่ถังพลังงานหน่อยนะ เร่งแต่งมากเลย จะได้อ่านกันเยอะๆ ไง เมนต์หน่อยน้า

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 42 ครั้ง

101 ความคิดเห็น

  1. #20 Lilias (@manat34602) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 16 พฤษภาคม 2562 / 22:53
    แหะๆเราว่าน้องต่อรองได้เยอะไปมั้ยนะเล่นไม่กี่เดือนก็ล้านแล้ว~
    #20
    0
  2. #15 Mr. Queen (@anaunpr) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 16 พฤษภาคม 2562 / 04:25
    ใช้คำว่าโน้มน้าวใจดีกว่ามั้ยคะ แนวโน้มใจมันดูตลกมากเลยค่ะ
    #15
    1
    • #15-1 นายพินต้า (@ninepinta) (จากตอนที่ 4)
      16 พฤษภาคม 2562 / 07:28
      สะกดผิดครับ ไว้เดี๋ยวแก้ไขนะเ
      #15-1