ตอนที่ 37 : Pine Range (2)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 101
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 13 ครั้ง
    3 มิ.ย. 62

ตอนที่ 37 : Pine Range (2)

 

            เฟี๊ยตและธันเข้านอนคืนแรกในป่าอย่างสบายใจ

            บรรยากาศกลางป่ากลางดึกแบบนี้ไม่ได้ดีต่อความรู้สึกของผู้ที่ต้องอยู่ค้างอ้างแรมเท่าไหร่นัก โชคดีว่าเขามีธันมาด้วย คืนแรกในป่าจึงไม่โหดร้ายจนเกินไป เฟี๊ยตไม่ใช่ผู้ชายสายลุย ไม่ใช่คนที่ชอบขึ้นเขาลงห้วยมาตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้ว ชีวิตเขามีแค่หนังสือเรียน หลอดทดลอง และตำราเล่มหนาเตอะ การมานอนบนดินกลางไพรเถื่อนแบบนี้ จึงถือว่าเป็นเรื่องที่ใหม่มากสำหรับเขา ใจเขาเต้นรัว ในขณะที่ความมืดค่อยๆ โรยมาปกคลุมรอบบริเวณ

            พวกเขาไม่มีเวรยาม แต่พวกเขามีเครื่องทุ่นแรง

            เฟี๊ยตใช้บลีกยุงรำคาญช่วยในการตรวจจับสิ่งมีชีวิตแปลกปลอมที่อาจจะเข้ามาได้ ส่วนธันก็ผสานจิตไว้ที่หูไว้อย่างต่อเนื่องเพื่อขยายการรับรู้และปลุกให้ตื่นได้เร็วขึ้นถ้ามีอันตราย เด็กหนุ่มดูจะเชี่ยวชาญการใช้ชีวิตท่ามกลางอันตรายมากกว่าเขามาก นั่นเป็นข้อดี ความน่าสนใจคือธันเลือกใช้บลีกเต็นท์มากถึง 9 หลัง ในขณะที่พวกเขาอาศัยนอนจริงๆ แค่เต็นท์เดียว ธันบอกว่าจะช่วยเบี่ยงเบนความสนใจได้ หากโดนโจมตีแบบไม่รู้ตัว ถัดจากเต็นท์ออกไปเป็นกองไฟ นอกจากนี้บริเวณโดยรอบยังมีน้ำมันตะไคร้หอมพรมไว้ทั่วด้วย สิ่งมีชีวิตใดก็ตามที่เข้ามาในเขตแดนคงจะมีเจตนาที่ชัดเจนมาก กรอบการป้องกันของเขาซับซ้อนและหลายชั้นเกินกว่าจะเกิดเหตุบังเอิญได้

            “ฝันดี ไอ้ตี๋”

            “ฝันดี ไอ้แขก”

 

 

           

            เฟี๊ยตเผลอหลับไปนานเท่าไหร่ไม่ทราบ

            แต่รู้สึกตัวอีกครั้งก็เพราะว่าได้ยินเสียงดังน่ารำคาญอยู่แถวๆ หู เขายกมือขึ้นปัดป้องตามสัญชาตญาณ ก่อนจะลืมตาตื่นขึ้นอย่างงัวเงีย เวลาผ่านไปเพียงชั่วอึดใจเดียว เขาก็ตั้งสติได้ เฟี๊ยตกำลังนอนตะแคงข้างหันหน้าให้กับผนังเต็นท์อยู่ เภสัชกรหนุ่มพบว่าต้นตอของเสียงอู้อี้นั้นคือ เจ้ายุงรำคาญ ที่เขาส่งออกไปลาดตระเวนนั่นเอง ชายหนุ่มเริ่มรู้สึกถึงความไม่ชอบมาพากล และเริ่มจับสังเกตในสิ่งที่เจ้าแมลงของเขาพยายามจะสื่อสารออกมาช้าๆ

            ยุงเป็นสัตว์ที่มีความสามารถในการตรวจจับสิ่งมีชีวิต

            เนื่องจากยุงมีอวัยวะคู่หนึ่งเรียกว่า Maxillary Palps ซึ่งเป็นรยางค์ต่อออกมาจากบริเวณศีรษะที่มีความสามารถในการตรวจจับแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ซึ่งเป็นสารที่จะถูกขับทิ้งมาทางลมหายใจของสิ่งมีชีวิต ในขณะนี้ เจ้ายุงรำคาญของเขากำลังบินไปอย่างช้าๆ ตรงหน้าเขา แต่ทันทีที่มันเคลื่อนที่นั้น เกิดมีลักษณะเหมือนออร่าอ่อนๆ ลากไปตามการเคลื่อนที่ของมันด้วย คล้ายกับกำลังมองรอยปากกาที่เกิดจากการเขียนปากกาที่ไม่มีหมึกลงบนกระดาษอะไรประมาณนั้น

            “Twelve enemies are around here.”

            ตัวอักษรลากไปอย่างช้าๆ แต่เนื้อความข้างในกลับทำให้ใจเขาสั่นเร็วขึ้นอย่างหยุดไม่อยู่ สิบสอง มีแขกไม่ได้รับเชิญถึงสิบสองคนแวะมาเยี่ยมเยียนเขาตั้งแต่ออกเดินทางในคืนแรก ให้ตายเถอะ ฝั่งเขามีกันอยู่แค่สองคน

            ศัตรูเป็นสัตว์ประเภทไหน”

            “Wolves”

            ยังไม่ทันที่เขาจะอ่านคำตอบของลูกสมุนเขาจบดี เฟี๊ยตตัดสินใจหันหลังกลับไปเพื่อจะปลุกเพื่อนร่วมเดินทาง แต่ก็เจอว่าอีกฝ่ายนอนสงบนิ่ง แต่มีดวงตาเบิกโพลงอยู่ก่อนแล้ว เฟี๊ยตรวมจิตอยู่ที่ดวงตาอย่างรวดเร็ว เขาพบว่าธันกำลังรวมจิตเพื่อฟังเสียงการเคลื่อนไหวเหล่านั้นอยู่ ดูเหมือนว่าเพื่อนของเขาก็สำเหนียกได้ถึงภยันอันตรายที่คืบคลานเข้ามาได้ไม่ต่างกัน

            “ชู่ว”

            ธันเป่าลมเบาๆ จากปาก เป็นสัญญาณให้เขาอย่าเพิ่งกระโตกกระตากอะไรไป เฟี๊ยตพยายามข่มใจให้สงบลง

            “หมาป่า 12 ตัว” เฟี๊ยตกระซิบ

            “ล้อมเราเป็นวงกลม และกำลังจับตามองเราอยู่ มันดูเหมือนลังเลที่จะบุกเข้ามา” ธันพูดเบา

            “จิตสังหารชัดเจนมาก ยังไงพวกมันก็บุกแน่” เฟี๊ยตพูด

            “ใช่ มันเอาแน่ แต่แค่ตอนไหนมากกว่า ถ้าเราเคลื่อนไหวอะไรรุนแรง นั่นคือการจุดพลุเริ่มศึกเลย” ธันตอบ

            “เอาไง กูว่าควรชิงลงมือก่อนจะดีที่สุด ถ้าปล่อยให้พวกมันเข้ามาใกล้กว่านี้ได้ จะยิ่งรับมือลำบาก” เฟี๊ยตพูด

            “กูได้หมด มึงพร้อมไหม ถ้าจะให้สู้ถนัด เราต้องผนึกบลีกเต็นท์ทั้งหมดนี่ก่อน แล้วลานกว้างนี่จะกลายเป็นลานต่อสู้ทันที พวกมันกระโจนเข้ามาแน่” ธันพูดพร้อมเลื่อนมือหนึ่งไปแตะคอลลีกที่แนบไว้ข้างลำตัว

            “เดี๋ยวก่อน กูมีแผน”

            เฟี๊ยตพูดพร้อมเลื่อนไปหยิบไบเบิ้ลของตนเองออกมากางเบาๆ เขาใช้วิธีอธิบายแผนการณ์ในหัวทั้งหมดผ่านกระดาษไบเบิ้ล เพื่อความชัดเจน ถูกต้อง และไม่พลาด ณ ชั่ววินาทีดับจิตที่สุด ธันรับฟังเงียบและไม่เถียงอะไรแม้แต่คำเดียว เพื่อนร่วมทีมของเขารับมือกับสภาวะฉุกเฉินได้ดี

 

 

 

            Hibernate!

            เสียงของธันสั่งการพร้อมกับพวกเขาทั้งสองที่เด้งตัวลุกขึ้นอย่างรวดเร็วพร้อมกับคอลลีกในมือ เต็นท์ทั้ง 9 หลังหายไปอย่างรวดเร็ว เปิดบริเวณที่เคยเป็นที่พักของพวกเขาให้กลายเป็นลานกว้าง กองไฟที่วางไว้เป็นเขตแดนในตอนนี้มอดลงไปมาก เหลือเพียงแสงเรื่อๆ ที่เปล่งออกมาพอให้มองเห็นบรรยากาศภายนอกอย่างขมุกขมัว

            เฟี๊ยตก็รู้สึกถึงจิตสังหารที่แผ่มาจากรอบทิศทาง

            ตอนแรกเขาตั้งใจจะส่องไฟเพื่อให้เห็นภาพศัตรูชัดๆ แต่ดูเหมือนคำตอบจะไม่จำเป็นแล้ว เพราะตอนนี้ แขกที่ไม่ได้รับเชิญต่างพาตัวเองออกจากบริเวณต้นสนที่อยู่ห่างออกไปมาเสนอหน้ากันเต็มไปหมด เสียงขู่กระโชกดังขึ้นลั่นไปรอบด้านอย่างคุกคาม

            “เชี่ย”

            เฟี๊ยตสบถ ตรงหน้าของชายหนุ่มปรากฏสุนัขตัวขนาดใหญ่ประมาณลูกม้าตัวย่อมๆ นี่คงเป็นหมาตัวที่ใหญ่ที่สุดในชีวิตที่เขาเคยพบ มิหนำซ้ำอาจจะใหญ่กว่าเสือบางตัวตามสวนสัตว์ที่เขาเคยเห็นซะอีก ลำตัวถูกย้อมไปด้วยสีน้ำตาลแดง ใบหูตั้งตรงขึ้น พวงหางยาวเรี่ยพื้นมีสีน้ำตาลผสมดำเช่นเดียวกับบริเวณลำตัว

            ส่วนลูกฝูงตัวอื่นต่างมีลักษณะเผ่าพันธุ์เช่นเดียวกัน

            เพียงแต่มีขนาดลดหลั่นกันไปตามลำดับ ความจริงภาพที่อยู่ในสายตาเขาตอนนี้จะเรียกได้ว่าเป็นภาพที่งดงามอยู่ไม่น้อย เพราะเจ้าสัตว์น่าขนที่ยืนอวดโฉมอยู่ตอนนี้มีความงามน่าหลงใหลอยู่ไม่ใช่เล่น ติดอยู่อย่างเดียวก็ตรงที่ว่า เจ้าภาพศิลปะเดินได้นี้กำลังแยกเขี้ยวโชว์ฟันขาวค่อนไปทางเหลือง จ้องมาทางเขาราวกับว่าชายหนุ่มเป็นอาหารรอบค่ำที่แสนโอชะ

            เฟี๊ยตสูดลมหายใจลึกอย่างรวมสติ ตาเหลือบมองธันเล็กน้อย

            คู่ต่อสู้เหล่านี้จะดูไม่น่ากริ่งเกรงเลย หากมีแค่เพียงหนึ่งหรือสองชีวิต แต่นี่พวกมันมีถึงสิบสอง นั่นแปลว่า ในขณะที่เขากำลังรับมือกับเจ้าตัวแรกที่พุ่งเข้ามา เขาก็จะเปิดช่องว่างให้กับคมเขี้ยวของตัวที่เหลือในฝูง ซึ่งเฟี๊ยตไม่อยากคิดเลย ถึงแม้จะเป็นแค่ความฝัน แต่การที่ร่างกายโดยฉีกเป็นชิ้นๆ ทั้งๆ ที่ยังมีชีวิตอยู่คงจะดูไม่ค่อยสนุกเท่าไหร่

            จากรูปการแล้วเหตุการณ์คับขันนี่คงไม่ใช่ความบังเอิญเป็นแน่

            เพราะเขาได้ฉีดสเปรย์ขับไล่สิ่งมีชีวิตไว้โดยรอบ นั่นหมายความว่า ถ้าพวกมันบังเอิญผ่านมาทางใต้ลม รูปขบวนควรจะมาเป็นกลุ่มในทิศทางเดียวกัน ไม่ใช่ล้อมรอบเขาอยู่เช่นอย่างนี้ เกมออนไลน์นี้ชักจะเหมือนจริงจนน่ากลัว ความจริงแล้วผู้เล่นไม่ได้มีความสามารถหรืออิทธิฤทธิ์อะไรยิ่งใหญ่ไปกว่าความสามารถของบลีกเลย นั่นแปลว่า ถ้าในช่วงวินาทีชีวิตนั้น ผู้เล่นเรียกบลีกออกมาไม่ทันการแล้ว ความตายก็อยู่ใกล้แค่นิดเดียว

            “เตรียมตัว ไอ้ตี๋ จับจังหวะจิตให้ดี”

            ธันพูดเสียงจริงจัง พร้อมกับจิตที่แผ่ออกมาจนเขาสัมผัสได้ ตอนนี้ เจ้าจ่าฝูงที่มีขนาดมหึมานั้นย่อลำตัวด้านหน้าลงเรื่อยไปกับพื้น ดวงตาดุดันคู่นั้นเจ้ามาที่เขาอย่างไม่ละสายตา ลูกน้องของมันที่อยู่ข้างๆ ย่อลงตามผู้เป็นหัวหน้า และเฟี๊ยตคิดว่าเจ้าพวกที่เหลือที่ล้อมรอบเขาอยู่ทางด้านข้างและหลังก็คงปฏิบัติไม่ต่างกัน ท่าทางแบบนี้ ใครก็ดูออกว่ามันกำลังจะพุ่งเข้ามาหมายจะเอาชีวิตเขาเป็นแน่ และเพียงชั่วอึดใจนั้น มัจจุราชหน้าขนก็สปริงตัวลอยขึ้นเหนือพื้นพุ่งตรงเข้ามาที่เขายืนอยู่อย่างรวดเร็ว

 

 

 

            เหล่าเขี้ยวคมมาดหมายจะขย้ำชายหนุ่มให้แหลกละเอียดเหลวลงให้จงได้!

 

 

 

 

 

            นายพินต้า

            ฝากกดติดตามเฟส ทวีต และในแอปนี้ด้วยนะ

            หากชอบนิยายเรื่องนี้ อย่าลืมกดเข้าชั้นหนังสือ หรือเฟเวอริดไว้นะครับ เราจะได้ใกล้ชิดกันมากขึ้น และไม่พลาดตอนใหม่ๆ นะครับ หรืออย่างน้อย กดเป็นกำลังใจให้ผมก็ยังดี ว่าแต่ตอนนี้ อ่านจบแล้วห้ามลืมคอมเมนต์นะ อิอิ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 13 ครั้ง

100 ความคิดเห็น

  1. #66 XaRinXin (@XaRinXin) (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2562 / 06:39

    เอาแล้ว เริ่มเดินทางก็เจออะไรแบบนี้เลย 555

    #66
    0