ตอนที่ 34 : Hoax (4)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 121
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 14 ครั้ง
    30 พ.ค. 62

ตอนที่ 34 : Hoax (4)

 

            ตูมมมมมมมมมมม

            แต่ในช่วงเสี้ยววินาทีดับจิตนั่นเอง เพียงชั่วไม่ถึงครึ่งเมตรที่บอลยักษ์นั่นจะกระแทกพื้นอย่างสุดแรง คุกทรายที่เคยแน่นหนานั่นก็ระเบิดออกเป็นเสี่ยงๆ วัตถุขนาดยักษ์อย่างหนึ่งดันกรงขังนั่นให้แตกออก ก่อนที่มันจะปักตัวลงสู่พื้นดินอย่างมั่นคงและขยายขนาดความสูงขึ้นเหนือจากพื้นเกือบ 10 เมตร

            ตึก!?’

            เสียงอุทานดังขึ้นในใจของเฟี๊ยตอย่างตกใจและเป็นปริศนา แท่งวัตถุที่เขาเห็นตรงหน้านี่มีหน้าตาเหมือนสิ่งก่อสร้างเหมือนพวกอาคารพาณิชย์อย่างไม่มีผิดเพี้ยน จะต่างเพียงอย่างเดียวก็ตรงที่ขนาดอาจจะเล็กไปหน่อย แต่ดูจากภาพรวมแล้วมันก็เป็นตึกจำลองดีๆ นี่เอง

            “ฝีมือใช้ได้เหมือนกันนี่ มึงเป็นใครกันแน่”

            อีกฝ่ายตะโกนมาจากยอดตึกสูง เสียงนั่นมีความคุกคามลดลงแต่ก็ยังชัดเจนว่าไม่ได้ไว้วางใจเขาแม้แต่นิด เฟี๊ยตลอบถอนหายใจออกมานิดหน่อย เขาก็ไม่ได้อยากจะฆ่าคนตรงหน้าให้ตายไปเสียให้ได้ อย่างน้อยอีกฝ่ายก็เป็นคนที่ช่วยเขามาในยามที่คับขัน

            “กูก็บอกว่ากูมาช่วยมึงนี่ไง พวกที่จับมึงมามันหนีไปหมดแล้ว”

 

 

 

            “The Tower!”

            เสียงคำสั่งดังออกมาจากเด็กหนุ่ม และก่อนที่เฟี๊ยตจะทันได้ตั้งรับทัน พื้นที่เขายืนอยู่ก็ดังลั่นด้วยเสียงอันดัง ก่อนจะปริแตกออก และปรากฏสิ่งก่อสร้างชนิดหนึ่งแทรกออกมาเหนือพื้นดิน ก่อนพุ่งสูงขึ้นจากพื้นดินอย่างรวดเร็ว

            “เฮ้ยยยยยยยยยย”

            เฟี๊ยตที่ยังตั้งตัวไม่ติดในเวลานี้ถึงกับเผลอสบถออกมาด้วยความตกใจ เมื่อค้นพบว่าตัวเองกำลังยืนอยู่บนยอดสูงสุดของหอคอยขนาดย่อมที่กำลังพุ่งสูงจากพื้นดินอย่างไม่มีทีท่าจะหยุด ห่างจากพื้นดินไปเรื่อยๆ ความสูงของมันพาเฟี๊ยตมาอยู่ท่ามกลางความเคว้งคว้างว่างเปล่าของท้องฟ้านี่ ตอนนี้ หอคอยหยุดเพิ่มความสูงแล้ว และเฟี๊ยตกำลังยืนอยู่เหนือพื้นดินเกือบ 100 เมตร!

 

            กลัว... ตอนนี้ความกลัวกำลังเกาะกินใจอยู่ใช่ไหม”

            เสียงเอ่ยขึ้นเรียบๆ ดังมาจากด้านหลังเขา บัดนี้ เด็กหนุ่มเหยียบอากาศขึ้นมาจนถึงบริเวณไม่ห่างจากที่เขาอยู่เสียแล้ว เด็กหนุ่มอยู่กลางอากาศสูงราวกับว่าเป็นก้อนเมฆก้อนหนึ่งเท่านั้น สายตาของอีกฝ่ายดูเรียบเฉยและคุ้นเคยกับความสูงที่ว่างเปล่านี้เป็นอย่างดี ถ้าเขาทายไม่ผิด อีกฝ่ายคงจะเปลี่ยนกำแพงอากาศให้กลายเป็นฐานในการเหยียบเดินอยู่กลางอากาศนี่ ท่าทางเด็กหนุ่มเจนจัดกับการเคลื่อนไหวกลางอากาศเป็นอย่างดี ไม่มีทีท่าของความกลัวแม้แต่นิดเดียว

            เชือกทราย!”

            เฟี๊ยตตะโกนสั่งปีศาจลูกสมุนของเขาที่อยู่เบื้องล่าง ทรายปริมาณหนึ่งรวมกันเป็นสายก่อนจะบิดเป็นเกลียวพุ่งตรงขนานมากับหอคอยเพื่อมาช่วยเหลือผู้เป็นนายที่อยู่เบื้องบน แต่อีกเพียงไม่ถึง 30 เมตรจากเป้าหมายนั่น เชือกดังกล่าวก็หยุดการเคลื่อนที่ราวกับว่าถูกกำแพงที่มองไม่เห็นกางกั้นไว้ เภสัชกรหนุ่มถูกตัดขาดความช่วยเหลือจากบลีกของเขา กระจกล่องหนทำพิษกับเขาเสียแล้ว อึดใจเดียว ลมในเบื้องสูงก็ตีทรายที่ยึดเหนี่ยวกันไว้อย่างอ่อนแอให้กระจายหายไปกับสายลมจนหมด

            ในเวลาที่ความกลัวเกาะกินใจนั้น มันเป็นเรื่องยากมากที่จะรวบรวมจิตเพื่อใช้บลีกได้สำเร็จ แต่ถึงแม้ว่าจะเรียกใช้จนได้ มันก็จะไม่แข็งแกร่งพอเท่าภาวะปรกติไปได้หรอก”

            เสียงนั่นเอ่ยขึ้นอย่างเรียบๆ ท่าทางตั้งใจฟาดฟันหมายชีวิตเลือนหายไปจากคนตรงหน้านี้จนหมดสิ้น เหลือไว้เพียงความเฉียดขาดในการเอาชนะเท่านั้น เขาถอนหายใจออกมาเบาๆ พอตัวเขาหมดที่ท่าจะต่อกรกับอีกฝ่ายแล้ว เหมือนเด็กหนุ่มก็จะเปลี่ยนใจจากการฆ่าเขามาเป็นสอบสวนแทน

            บลีกตึกเหรอ เลือกใช้ได้ประหลาดดีนี่”

            เฟี๊ยตในขณะนี้ที่สีหน้าซีดไปอย่างรู้สึกได้ด้วยความกลัว เขาทรุดนั่งลงบนพื้นที่แคบๆ นั่น เสียงที่ถามออกไปแทบจะถูกกลืนหายไปในลำคอ เขาพยายามยื้อเวลาเผื่อผ่อนเบาความหวาดกลัวในจิตใจลง แต่ความรู้สึก 100 เมตรเหนือพื้นดิน แบบที่ไม่มีบลีกมาค่อยช่วยหรือรองรับก็ไม่ใช่เรื่องที่จะก้าวผ่านไปได้โดยง่าย

             “Town Builders หรือนักสร้างเมือง ผู้เล่นอาชีพนี้สามารถใช้จิตสร้างสิ่งก่อสร้างทุกชนิดมาจากความว่างเปล่า สถาปัตยกรรมแสนยิ่งใหญ่แค่ไหนก็ถูกสร้างได้ด้วยเวลาเพียงชั่วพริบตา”

            เด็กหนุ่มเอ่ยตอบเรียบๆ ขณะที่ยืนอยู่เหนือความว่างเปล่าห่างจากตัวเขาไปประมาณ 3 เมตรได้ สายตานั่นทอดมองมาที่เขาอย่างเยือกเย็นและพินิจพิเคราะห์

            ความกลัวนี่ปิดบังจิตได้ดีนี่

            เสียงของเฟี๊ยตรำพึงออกมาขณะที่นั่งอยู่อย่างหมดแรง พื้นที่ไม่ถึงตารางเมตรที่ความสูงระดับนี้ทำให้ใจมันฝ่อได้อย่างไม่ยากเลย

            ยอมรับความพ่ายแพ้เสียเถอะ ไม่ว่าอย่างไรก็ไม่มีทางหนีไปจากคุกลอยฟ้านี้ได้หรอก ตราบใดที่รวมจักระไม่ได้ โอกาสชนะก็เท่ากับศูนย์” อีกฝ่ายพูดมาอย่างใจเย็น

            “งั้นมั้ง” เขากระซิบเสียงเบา

            “ตกลงมึงเป็นใคร ใครส่งมึงมา”

            อีกฝ่ายพูดพร้อมสาวเท้าเดินเข้ามาเรื่อยๆ เขาคงกำลังถูกสอบสวนอยู่บนคุกกลางอากาศ ปราศจากทางหนี ท่าทางเขาจะตกเป็นจำเลยในควบคุมของอีกฝ่ายอย่างเต็มรูปแบบ สถานการณ์นี่ เขาไม่สามารถรวมจิตเพื่อต่อสู้ได้เลย

 

 

 

             “Hemlock …Disperse!”

            เฟี๊ยตอาศัยจังหวะที่อีกฝ่ายเดินเข้ามาใกล้เรื่อยๆ ปลดปล่อยยาพิษที่ซ่อนไว้ในกระเป๋าเสื้อของตัวเองอย่างรวดเร็ว ความกลัวทำให้เขารวมจิตไม่ได้ แต่การใช้ยาพิษไม่ต้องรวมจิตเลย นี่คือข้อดีสุดวิเศษอย่างที่อาจารย์ของเขาเคยสอนไว้จริงๆ

 

            อีกฝ่ายร้องตะโกนอย่างตกใจ แต่ก็หายไปหมดในลำคอ

            ยาพิษปริมาณหนึ่งจากดอกไม้สัญชาติอเมริกาใต้แทรกซึมเข้าไปในลำคออย่างรวดเร็ว เด็กหนุ่มล้มตัวลงอย่างไม่สามารถควบคุมร่างกายตัวเองได้ เจ้าเด็กนั่นถูกปิดผนึกการทำงานของกล้ามเนื้ออย่างฉับพลันทันใด กำแพงอากาศยังคงทำงานเป็นอย่างดี มันรองรับเจ้านายมันไม่ให้ตกลงไปกระแทกพื้นเบื้องล่างได้อย่างพอดีที่สุด สภาพของเด็กชายที่เคยได้เปรียบอย่างชัดเจนตอนนี้กลับตาลปัดเสียแล้ว อีกฝ่ายนอนตัวแข็งทื่ออยู่กลางอากาศอย่างหมดทางสู้ มีเพียงดวงตาคู่สวยเท่านั้นที่ยังกลอกไปมาอย่างตกใจ บ่งบอกถึงลมหายใจที่ยังคงอยู่

 

 

 

            เล่นละครเก่งนี่” เสียงอีกฝ่ายแค่น

            มีสมองก็ต้องใช้กันหน่อย”

            เฟี๊ยตพูดด้วยน้ำเสียงที่พยายามข่มให้นิ่งสนิทที่สุด ถึงแม้ว่าชายหนุ่มจะพลิกเกมกลับมาได้ส่วนหนึ่ง แต่มันก็ไม่ได้หมายความว่าเขาจะหนีรอดจากที่คุมขังบนฟ้านี่ได้

            “ตกลงมึงเป็นใคร”

            เด็กหนุ่มที่นอนแข็งเป็นอัมพาตถามออกมาอย่างสงบ ดูเหมือนโทสะที่เคยบีบเค้นให้ต่อสู้กันมาจนเกิดปลิดชีวิตอีกฝ่ายลงไปได้จะหายไปจนหมดแล้ว ชายทั้งสองคนนอนมองดูท้องฟ้ากว้างอย่างทำอะไรไม่ได้มาก อีกคนถูกจำกัดไว้ด้วยการเพ่งจิตไม่ได้ อีกคนถูกจำกัดไว้ด้วยฤทธิ์ยา

            “กูก็บอกว่าคนที่จับมึงมามันหนีไปหมดแล้ว แต่ก่อนไปมันลบความทรงจำมึงด้วย พอกูเข้าไปช่วย มึงก็จำกูไม่ได้เลย” เฟี๊ยตอธิบายแบบเดิมซ้ำอีกรอบ

            “กูก็อยากจะเชื่อนะ แต่มันดูโง่เกินกว่าจะเชื่อได้หวะ” อีกฝ่ายพูด

            “กูมีบลีกฟื้นความทรงจำได้ มึงก็นอนเฉยๆ แล้วอย่าเพิ่งขัดอะไรแล้วกัน” เขาตอบ

            “มีแล้วทำไมไม่รีบใช้” เด็กหนุ่มเถียง

            “มึงถือมีดวิ่งเข้ามา มึงจะให้กูเอาเวลาตอนไหนไปใช้หละ มัวแต่มานั่งท่องบทกลอนนี่เดี๋ยวคอกูก็ได้หลุดพอดี” เขาเถียงกลับแบบไม่ยอมแพ้

            “เออๆ มีก็รีบใช้ ชักช้า” คนที่ตัวแข็งทื่อบ่นกลับมา

 

            Recall …Come Forth!

 

            เฟี๊ยตฝืนจิตที่เหลืออยู่น้อยนิดเรียกคอลลีกออกมา ก่อนจะท่องบลีกตามตัวอักษรอย่างง่ายๆ เขาเรียกใช้บลีกเวทมนตร์ที่ช่วยรื้อฟื้นความทรงจำได้ ประกายสีทองเล็กน้อยลอยขึ้นจากหนังสือ ก่อนจะหายไปในอากาศ เพียงชั่วอึดใจเดียว ตาของอีกฝ่ายก็เบิกโพล่ง เสียงของมันจะตะโกนลั่น แต่ก็ติดว่าลิ้นยังแข็ง ไม่สามารถออกเสียงได้ชัดนัก จนสุดท้าย พอมันรวมสติได้ ไอ้เด็กหนุ่มคนนั้นก็ตั้งใจพูดอย่างช้าๆ ชัดๆ อีกครั้ง

 

 

 

            “มึงคือคนที่กูช่วยเอาไว้คืนนั้นนั่นเอง!

 

 

 

 

 

            นายพินต้า

            ฝากกดติดตามเฟส ทวีต และในแอปนี้ด้วยนะ

            นิยายเรื่องนี้ดำเนินเรื่องช้าหน่อยนะ เพราะพล็อตนั้นยาว ผมจึงต้องค่อยๆ พาทุกคนไปเที่ยวในความฝันแบบค่อยเป็นค่อยไป อยู่กันไปนานๆ นะ แต่ตอนนี้ ห้ามลืมเมนต์ 555555

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 14 ครั้ง

101 ความคิดเห็น

  1. #52 I'cim.Gtd (@natthapongs) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2562 / 23:15
    มันยังไม่แจ้งเตือนเช่นเดิมเจ้าค่ะ
    #52
    0