ตอนที่ 32 : Hoax (2)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 134
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 16 ครั้ง
    28 พ.ค. 62

ตอนที่ 32 : Hoax (2)

 

            “กูบอกว่ากูไม่ได้ทำ”

            เสียงของเด็กหนุ่มตอบอย่างหัวเสีย ร่างกายพยายามจะสะบัดพันธนาการออกแต่ก็ดูจะไม่สำเร็จ เฟี๊ยตลอบสังเกตสถานการณ์อยู่หลังต้นไม้ใหญ่ เขาหลบอยู่หลังพุ่มไม้และปกปิดร่องรอยตนเองอย่างระแวดระวัง เขาไม่ประสานจิตทั้งดวงตาและใบหู หากมีศัตรูที่จับพลังเหนือกายขึ้นมา เขาจะลำบาก ชายหนุ่มใช้วิธีตั้งใจฟังเอาแทน

            “มีคนเห็นมึง กูก็บอกมึงไปแล้ว สายข่าวคนนั้นไม่มีทางโกหกแน่”

            เสียงของชายคนหนึ่งในชุดขาวดำที่มีผ้าคลุมไหล่ตะโกนออกมาอย่างคาดคั้น เฟี๊ยตพินิจพิเคราะห์สถานการณ์ตรงหน้าอย่างเร่งรีบ มีโอกาสสูงที่ฝั่งมังกรทมิฬจะไม่มั่นใจว่าเด็กหนุ่มตรงหน้าจะเป็นคนที่ฆ่าหัวหน้าหน่วยจริงหรือเปล่า เพราะถ้ามั่นใจ คงจะจัดการไปนานแล้ว แต่นี่กลับมัดมือมัดเท้าไว้เพื่อไต่สวน เขาเดาว่าฝั่งเขาจะยังพอมีโอกาส

            “หลักฐานมึงก็ไม่มี แน่จริงก็ปล่อยกูแล้วสู้แบบตัวต่อตัวสิวะ”

            เด็กหนุ่มที่เคยมาช่วยชีวิตเขาไว้ตอบแบบโมโหแต่ก็ยังไม่ถึงขั้นควบคุมอาการไม่ได้ ฝ่ายจำเลยก็ไม่โง่เสียทีเดียว ไม่ได้ยั่วยุให้อีกฝ่ายโมโหจนลงไม้ลงมือ แต่ดูเหมือนจะพยายามหาทางยื้อเวลา

            “อยากได้หลักฐานเหรอ เดี๋ยวมึงได้เห็นหลักฐานมัดตัวมึงแน่”

            หัวหน้าหน่วยพูดอย่างมั่นใจ เฟี๊ยตที่แอบมองอยู่ห่างออกมาก็ใจสั่นระทึก เขาเดาไม่ออกเลยว่าฝ่ายอธรรมนั่นจะเดินเกมต่ออย่างไร และตนเองจะพอช่วยคนที่ถูกจับไว้อย่างไรได้บ้าง เขายังไม่มั่นใจฝีมือการต่อสู้ของตนเองจนถึงขั้นจะวิ่งไปสู้โดยตรงได้ เขาต้องหาวิธีอะไรสักอย่างที่จะทำให้จำเลยรอดมาได้ แบบที่เขาก็ไม่จำเป็นต้องเจ็บตัว

           

            Pinocchio’s Nose ...Come Forth!

 

            เสียงประกาศลั่นดังจากชายชุดขาวดำที่เป็นหัวหน้าของทุกคนตรงนั้น คอลลีกคลี่เปิดพร้อมกับแสงสีทองจางๆ วูบหนึ่งพุ่งไปที่เด็กหนุ่มที่ถูกจับมัดไว้ จำเลยพยายามดิ้นรนจากพันธนาการอย่างเต็มที่ แต่ก็ไม่มีประโยชน์ ดูเหมือนว่าเด็กหนุ่มผู้มีพระคุณของเขาจะโดนบลีกเวทมนต์ตรวจจับอะไรสักประเภท

            “มึงทำอะไรกู” เสียงตะโกนลั่น

            “มึงอยากได้หลักฐานนี่ไง กูเลยหาหลักฐานให้” อีกฝั่งแสยะยิ้ม

            “มึงทำอะไรกู” เสียงนั่นร้องซ้ำ

            “มึงไม่รู้จักพินอคคิโอหรือไง เมื่อไหร่ที่โกหก จมูกก็จะยาว” หัวหน้าหน่วยยิ้มเจ้าเล่ห์ พร้อมกับลูกสมุนที่พากันหัวเราะดังลั่นเป็นลูกคู่

            “กูบอกว่ากูไม่ได้ทำ”

            “คราวนี้มึงเสร็จกูแน่ ต่อให้มึงอยากโกหกกูแค่ไหน มึงก็จะทำไม่สำเร็จ”

            เสียงหัวเราะลั่นดังหลังจากประโยคนั้น เฟี๊ยตรีบหยิบคอลลีกที่เสียบไว้ในถุง 4 มิติขึ้นมา โชคดีว่าเขาไหวตัวเรียกคอลลีกมาเก็บไว้ก่อนแล้ว ชายหนุ่มรีบเปิดหาบลีกที่ต้องการอย่างเบามือและเงียบเชียบมากที่สุด แต่ทั้งหมดทั้งมวลก็ต้องแข่งกับเวลา ถ้าพลาดไปแม้สักเสี้ยววินาทีเดียว เขาก็อาจจะช่วยเหลือคนตรงหน้าไว้ไม่ได้

 

            The Holy Hoax …Come Forth!

           

            เฟี๊ยตผสานจิตเรียกบลีกด้วยเสียงกระซิบ

            แสงสีทองลอยขึ้นบนคอลลีกวูบหนึ่งก่อนจะละลายหายไปกับอากาศ เขาไม่เคยใช้บลีกนี่มาก่อนสักครั้ง ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าใช้กับผู้เล่นคนอื่นแทนตัวเองได้หรือไม่ เฟี๊ยตได้แต่หวังให้ทุกอย่างสำเร็จและลงล็อคพอดี

            “มึงฆ่าหัวหน้าหน่วยหรือเปล่า!

            “ไม่!

            ไม่ได้ฆ่าหัวหน้าหน่วย

            เสียงตวาดนั่นดังขึ้นเป็นอันดับแรก ตามมาพร้อมกับเสียงตอบของจำเลย และคำสั่งในหัวของเขาเพื่ออำพรางคำตอบของอีกฝ่ายไปในเวลาเดียวกัน บลีกที่เขาเรียกใช้เขียนความสามารถไว้ว่าเป็นบลีกที่เอาไว้ใช้เพื่อปิดบังเวลาโดนบลีกที่ใช้สำหรับอ่านความคิด นั่นแปลว่า ความคิดของเขาตอนนี้จะเป็นความคิดที่ถูกอ่านได้แทนจำเลยขณะนี้ นั่นหมายถึง ถ้าเขาคิดว่าไม่ได้ทำจริงๆ ไอ้บลีกจมูกยื่นนั่นก็อาจจะตีความว่าเด็กหนุ่มไม่ได้ทำจริงๆ

            “จมูกมันไม่ยาวขึ้นครับหัวหน้า”

            เสียงของลูกสมุนดังขึ้นทันที เมื่อเห็นผลที่เกิดขึ้นจากคำตอบ เฟี๊ยตถอนหายใจด้วยความโล่งอก เหมือนว่าพระเจ้าจะเข้าข้างเขาในวันนี้

            “มึงฆ่าหัวหน้าหน่วยหรือเปล่า!” เสียงนั่นย้ำอีกครั้ง

            “กูก็บอกแล้วว่ากูไม่ได้ฆ่า” เสียงจำเลยดูใจชื้นขึ้นจนรู้สึกได้

            ไม่ได้ฆ่าหัวหน้าหน่วย

            เฟี๊ยตนึกในใจตามคำถามนั่นให้ตรงกับช่วงจังหวะเวลามากที่สุด โชคดีที่อีกฝ่ายตวาดคำถามด้วยเสียงอันดังจนง่ายต่อการสั่งบลีกเวทมนตร์อันนั้น ไม่เช่นนั้น เขาก็คงคิดหาวิธีใช้บลีกนี่ลำบากอยู่เหมือนกัน

            “เอาไงดีครับหัวหน้า ท่าทางมันจะไม่ได้ทำจริงๆ” ลูกสมุนคนหนึ่งพูดอย่างร้อนรน

            “ยังไงก็ต้องปิดปากมัน” หัวหน้าหน่วยพูด แต่ท่าทางก็ไม่ได้มั่นใจมากนัก

            “แต่เมื่อกี๊มันบอกว่ามันเป็นสายของดวงตาวิหคนะครับ” ลูกสมุนอีกคนหนึ่งท้วงมาอย่างไม่เห็นด้วย

            “ปล่อยกู ถ้ามึงปล่อยกูตอนนี้กูจะไม่ฟ้องพรรคกู” เด็กหนุ่มยื่นข้อต่อรอง

            “ไม่ได้ เสี่ยงไป”

            เจ้าของผ้าคลุมไหล่พูดพร้อมสั่งการบลีกอะไรสักอย่าง ผ้าผืนไม่ยาวไม่สั้นลอยจากแขนเสื้อไปม้วนปิดปากจำเลยไว้อย่างพอดิบพอดี เด็กหนุ่มพยายามร้องโวยวาย แต่ก็กลายเป็นแค่เสียงอู้อี้ที่ผ่านผ้ามัดปากออกมาไม่ได้

            “แต่ฆ่ามันก็เสี่ยงเหมือนกันนะครับหัวหน้า ท่านก็รู้ว่าสายลับของดวงตาวิหคทุกคนขึ้นตรงกับจตุรเทพทิโมที”

            เสียงท้วงแสดงความหวั่นวิตกออกมาชัดเจน ท่าทางว่าเจ้าของชื่อทิโมทีจะไม่ใช่คนที่น่าจะเป็นศัตรูด้วยเท่าไหร่นัก

            “ไม่ฆ่ามัน เดี๋ยวมันก็ไปฟ้องไอ้ยักษ์นั่นได้เหมือนกันนั่นแหละ” ลูกสมุนอีกคนเถียง

            “ลบความจำมันดีไหมหัวหน้า ไม่ต้องฆ่า แต่มันก็จำเราไม่ได้” ลูกสมุนอีกคนเสนอ

            “แต่บลีกลบความทรงจำมันเป็นบลีกสูงสุด ถ้าอยากลบให้ลืมสนิทก็จะเสียบลีกไปเลยนะ” ลูกสมุนอีกฝั่งแย้ง เด็กหนุ่มที่ถูกมัดยังพยายามดิ้น แต่ก็ไม่สำเร็จ

            “แต่ก็ดีกว่าโดนทิโมทีตามล่าเปล่าวะ” อีกคนเถียง

            “เลิกพูดกันได้แล้ว โธ่เว้ย!” หัวหน้าหน่วยตะโกนลั่นพร้อมสบถออกมาอย่างหัวเสีย

 

            The Five Flavoured Tea of Naiheqiao (น้ำเบญจรสแห่งสะพานไหน่ห่อเกี๊ย) ...Come Forth!

 

            หัวหน้าหน่วยตะโกนลั่นอย่างตัดสินใจ พร้อมกับเรียกบลีกขึ้นมาในท้ายที่สุด มือหนาดึงผ้ามัดปากออก พร้อมกับกรอกน้ำในขวดขนาดเล็กใส่ปากเด็กหนุ่มจนหมด ชั่วอึดใจเดียว จำเลยก็หมดสติฟุบตัวลงกับพื้น ฝ่ายชายชุดขาวดำทั้งหมดเรียกบลีกเวทมนตร์ก่อนจะพากันหายตัวไปทั้งหมดจากบริเวณนั้น

            เฟี๊ยตรอจนมั่นใจว่าไม่มีใครเหลืออยู่แล้ว

            เขาวิ่งตรงเขาไปที่เด็กหนุ่มคนนั้น มือทั้งสองพลิกตัวให้อีกฝ่ายนอนหงายในท่าที่สบายที่สุด เสียงของเขาเรียกคนที่หมดสติอยู่ พร้อมกับใช้มือทั้งสองแตะเบาๆ ไปที่ใบหน้านั้นอีกด้วย เจ้าของดวงหน้าคม คิ้วเข้ม และตาโตนั่นดูเหมือนจะเริ่มรู้สึกตัวขึ้นรางๆ เฟี๊ยตสำรวจดูอาการก็ไม่มีสิ่งใดน่าเป็นห่วงมาก ชีพจรปรกติ อาจจะแค่หลับไปเฉยๆ เขาพยายามร้องเรียกอีกฝ่ายซ้ำไปซ้ำมา จนสุดท้าย เปลือกตานั่นก็คลี่เปิดขึ้นในที่สุด

            “เฮ้ย!

            เจ้าของร่างแกร่งนั้นกระโดดสปริงตัวออกมาจากบริเวณใกล้ตัวเขาอย่างรวดเร็วถึงที่สุด เฟี๊ยตใจหายไปอยู่ที่ตาตุ่ม เขาผสานจิตดูก็เห็นจิตเข้มข้นชัดเจนทั่วร่างกายของคนตรงหน้า เด็กหนุ่มผู้มีพระคุณนี่อยู่ในสภาวะพร้อมต่อสู้อย่างเต็มพิกัด

            “เดี๋ยวก่อน!” เขาพยายามจะหาจังหวะอธิบาย

            “กูบอกแล้วว่าอย่าให้กูหลุดมาได้ มึงไม่ตายดีแน่”

            อีกฝ่ายพูดพร้อมกัดฟัน ท่าทางเขาจะถูกเข้าใจไปเสียแล้วว่าเป็นคนจับตัวคนตรงหน้ามา ดูเหมือนว่าไอ้น้ำลบความทรงจำนั่นจะลบเรื่องของเขาไปด้วย

            “เดี๋ยวก่อน ไม่ใช่อย่างที่คิด ฟังก่อนสิวะ!

            The First Sword!

            เด็กหนุ่มผู้เต็มไปด้วยโทสะประกาศเรียกดาบยาวสองเมตรมากระชับอยู่ในมือ พร้อมทั้งวิ่งตรงปรี่เข้ามาแบบอาฆาต ไม่มีทางเลือกเลย เขาไม่มีทางเลือกเลย เฟี๊ยตจำเป็นต้องลุกขึ้นสู้เท่านั้น ความพยายามจะอธิบายอะไรแม้แต่ชั่วเสี้ยววินาทีหนึ่งอาจจะทำให้เขาผสานจิตตั้งรับไม่ทัน และดาบนั่นก็อาจจะฟันเขาขาดครึ่งก่อนที่จะพูดจบก็เป็นได้ ท่าทางว่าเขาจะไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากปราบคนตรงหน้าลงให้ได้ก่อนที่จะใช้เวลาที่เหลืออธิบาย

 

 

 

            The Defensive Golem …Come Forth!

 

 

 

 

 

            นายพินต้า

            ฝากกดติดตามเฟส ทวีต และในแอปนี้ด้วยนะ

            นิยายเรื่องนี้ดำเนินเรื่องช้าหน่อยนะ เพราะพล็อตนั้นยาว ผมจึงต้องค่อยๆ พาทุกคนไปเที่ยวในความฝันแบบค่อยเป็นค่อยไป อยู่กันไปนานๆ นะ แต่ตอนนี้ ห้ามลืมเมนต์ 555555

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 16 ครั้ง

101 ความคิดเห็น

  1. #64 XaRinXin (@XaRinXin) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2562 / 01:24

    ร้อนแรงมากลูก ฟังเฟี๊ตก่อนนน 555

    #64
    0