ตอนที่ 31 : Hoax (1)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 146
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 17 ครั้ง
    27 พ.ค. 62

ตอนที่ 31 : Hoax (1)

 

            “ลุงย้ง ผมต้องการความช่วยเหลือออออออออออ”

            เฟี๊ยตมุ่งไปที่ร้านขายยาที่เป็นโรงเรียนของเขาเป็นอันดับแรกหลังจากกลับเข้ามาในเกม ชายหนุ่มเปิดประตูพร้อมโวยวายเสียงดังอย่างถือสนิท อาจารย์ของเขาที่ยืนตวงยาอยู่หลังเคาน์เตอร์ได้แต่หันมามองอย่างระอาใจ แต่ก็ไม่ได้บ่นหรือตำหนิอะไรเขา

            “ก็บอกว่าไม่มีอะไรจะสอนแล้วไง กลับมาทำไมอีก” อีกฝ่ายทัก แต่ก็มีรอยยิ้มปนอยู่มาก

            “ผมรู้ว่าลุงคิดถึงผมหนะสิ ก็เลยแวะมา” เขาฉอเลาะ

            “จะให้ข้าช่วยอะไรก็บอกมา ไม่ต้องมาแกล้งพูด หูข้าไม่ได้หนวก”

            ชายวัยกลางวันพูดบ่นพร้อมหัวเราะเบาๆ มือข้างหนึ่งก็ยกผงยาขึ้นไปเก็บบนชั้น พลางหันมาสนใจเขาอย่างจริงจัง เฟี๊ยตยิ้มแผล่เข้าไปหาอย่างอารมณ์ดี ท่าทางอาจารย์ของเขาจะให้ความช่วยเหลือ

            “ผมตามหาคนอยู่อะลุง พอดีก่อนออกจากเกมไป ผมเจอผู้เล่นคนหนึ่ง แต่ยังไม่ทันได้คุยกันรู้เรื่อง ผมก็หลุดออกไปจากเกมก่อน ผมอยากจะหาตัวเค้าหน่อย พอดีผมเพิ่งกลับมา” เฟี๊ยตบอกความต้องการแบบไม่ได้อธิบายอะไรละเอียดมาก

            “รู้ชื่อในเกมเค้าไหมหละ หรือไม่ก็มีสิ่งของหรืออะไรที่เกี่ยวข้องกับเค้าไหม” ลุงย้งถาม

            “ไม่มีเลยลุง ผมไปไม่ถูกเลยเนี่ย ไม่รู้จะปรึกษาใคร”

            เขาสารภาพ เฟี๊ยตไม่รู้แม้แต่ชื่อผู้เล่นของอัศวินขี่ม้าขาวคนนั้นด้วยซ้ำ ยิ่งคิดยิ่งอยากเอาหัวโขกกำแพง ไม่รู้ว่าปล่อยให้ตัวเมาขนาดนั้นได้ยังไง ดีว่ายังพอจำได้อยู่ว่ามีคนช่วยไว้ ไม่งั้นอาจจะลืมทุกอย่างไปหมดเลยด้วยซ้ำ

            “ไม่มีเลยเหรอ” อีกฝ่ายย้ำ

            “ไม่มีเลยลุง มีแค่ภาพความทรงจำคร่าวๆ แค่นี้เอง” เขาตอบพลางยิ้มแห้ง

            “ความจริงก็ไม่ใช่ไม่มีหนทางเลยทีเดียว แต่ข้อมูลมันน้อย วิธีมันก็จะเดาๆ สุ่มหน่อย ถ้าจะเอาแบบแม่นยำมากๆ ต้นทุนการตามหาก็จะแพงมาก ถ้าให้ข้าแนะนำก็เอาแบบง่ายๆ จะดีกว่า ถ้าได้เจอกัน เดี๋ยวก็จำได้เอง” อาจารย์เขาพูด

            “วิธียังไงลุง” เขาซัก

            A Detective Butterfly เป็นบลีกเวทมนตร์ที่หาไม่ยากเท่าไหร่ เปิดหนังสือปริศนาก็คงพอหาได้ บลีกเป็นผีเสื้อตัวเล็ก ใช้ตามหาเบาะแสหรือข้อมูลที่เราสงสัย หลักการง่ายๆ ก็คือตอนผสานจิตเรียกบลีกก็ให้นึกถึงสิ่งที่เราต้องการเบาะแสไป ผีเสื้อที่ปรากฏตัวขึ้นจะบินไปหาเบาะแสนั้น อาจจะเจอหรือไม่เจอก็ได้ บลีกใช้ได้แค่ระยะใกล้ๆ ถ้าคำตอบไม่อยู่ใกล้ หรือคำตอบยากเกินไป มันก็อาจจะพาไปมั่วหรือผิดทาง แต่เอ็งหาคน คงไม่ยากมากหรอก ถ้าบินไปเจอคนที่เอ็งตามหา เดี๋ยวเอ็งก็คงจะจำหน้าได้เอง” ลุงย้งอธิบายยาวเหยียด

            “โอเคลุง ขอบคุณมากครับ เดี๋ยวผมลองไปหาที่ร้านบลีกดู” เขาก้มหัวไหว้อย่างขอบคุณ

            “ข้ามีนะ อยากได้ไหมหละ” ลุงย้งพูดยิ้มๆ

            “จริงอะลุง ขอหน่อยสิ น้า คุณครูสุดที่รัก” เฟี๊ยตอ้อน

            “ทายปริศนาของข้ามาก่อน ถ้าตอบถูก ข้าให้เอ็งฟรีๆ เลย”

            “แล้วถ้าตอบผิดหละ”

            “ค่าจะคิดค่าตอบคำถามเอ็ง 2,000 เรกเซ”

            “โหยลุง แพงไปเปล่า”

            “ไม่สน ข้าตอบแล้ว บังคับทาย ถ้าไม่ทาย ข้าจะปรับเอ็งตอนนี้เลย” อีกฝ่ายขู่แบบไม่จริงจัง

            “ลองทายมาก็ได้ลุง” เฟี๊ยตตอบแบบไม่มีทางเลือก ไม่มีอะไรจะเสียแล้วนี่

            “ต้นอะไรเอ่ย แม่ขี้โมโห คุยโวหัวร้อน ส่วนลูกว่านอน ชอบน้ำพ่วงพี”

            ลุงย้งพูดพร้อมเอานาฬิกาแถวนั้นขึ้นมาจับเวลา มือของอาจารย์เขายกมือชูเลข 3 นัยว่ามีโอกาสให้คิดแค่ 3 นาทีเท่านั้น เฟี๊ยตคลี่ยิ้มอย่างอารมณ์ดี ถ้ารู้ว่าง่ายแบบนี้ น่าจะขออย่างอื่นเพิ่มอีกสักอย่างสองอย่าง

            “แมงลัก!” รัฐกิจตอบอย่างมั่นใจ ภายในเวลาไม่ถึง 10 วินาที

            “ทำไมหละ”

            “ต้นแมงลัก บลีกมีฤทธิ์ร้อน ใช้ขับลม แต่เม็ดแมงลักชอบพองตัวในน้ำ กินเป็นยาระบาย”

            อาจารย์ของเขาทำหน้าเบื่อ เมื่อเห็นว่าปริศนาที่ตนคิดถูกแก้ได้โดยง่าย คอลลีกของเขาถูกเปิดขึ้นพร้อมกับบลีกเวทมนตร์หนึ่งที่ถูกบันทึกอย่างบรรจง เฟี๊ยตรวบรวมสมาธิและเรียกใช้บลีกนั่นทันที ผีเสื้อสีทองจางๆ ราวกับมนต์วิเศษลอยขึ้นจากหนังสือเขา พร้อมกับกระพือปีกช้าๆ บินนำทางออกไปจากร้าน ชายหนุ่มรีบบอกลาอาจารย์ก่อนจะเร่งฝีเท้าตามผีเสื้อตัวนั้นไป

 

 

 

            “ไบเบิ้ล”

            “นายท่าน”

            “ชายชุดขาวดำที่เราเจอก่อนออกจากเกมคือใคร สัญลักษณ์บนชุดนั้นหมายถึงอะไร ขอข้อมูลประกอบเกี่ยวกับเรื่องนี้” เฟี๊ยตเอ่ยถามบลีกคู่ใจขณะสาวเท้าตามผีเสื้อไปเรื่อยๆ

            “ชุดขาวดำนี่นายท่านเห็นคือ ชุดเครื่องแบบขององค์กร Dark Drag หรือองค์กรมังกรทมิฬ ซึ่งเป็นองค์กรที่ถือเป็น 1 ใน 4 ขั้วอำนาจในเกมนี้ Dark Drag ขึ้นชื่อว่าเป็นองค์กรชั่วร้ายอันดับต้นๆ ของเกม ไม่มีใครรู้ว่าเป้าหมายขององค์กรนี้คืออะไร แต่ที่ทุกคนรู้คือ พวกมันชอบระรานคนบริสุทธิ์จนมีแต่ผู้คนหวาดกลัว ผู้เล่นส่วนใหญ่ไม่ค่อยมีใครชอบสุงสิงกับองค์กรนี้เท่าไหร่ เพราะมันขึ้นชื่อว่าถ้ากัดใครแล้ว มันจะกัดไม่ยอมปล่อย คนส่วนใหญ่จึงเลือกที่จะหลีกเลี่ยงการมีปัญหากับพวกมันเสียมากกว่า”

            “4 ขั้วอำนาจ แล้วขั้วอำนาจอื่นมีอะไรบ้าง”

            “ระบบของเกมนี้ถูกคานอำนาจไว้ด้วย 4 ส่วนด้วยกัน ส่วนแรกคือ เกมมาสเตอร์ หรือโซดิแอคทั้ง 12 บุคคลกลุ่มนี้เป็นกลุ่มบุคคลที่คอยควบคุมให้ผู้เล่นดำเนินไปตามกฎกติกาของเกม พวกเขาจะมีพลังอำนาจและความสามารถสูงมากเมื่อเทียบกับผู้เล่นคนอื่น การปรากฏตัวก็เป็นความลับ แทบไม่เคยมีใครได้รู้จักโซดิแอคเลย เชื่อกันว่าโซดิแอคทั้งสิบสองเป็นกุญแจไปสู่การพิชิตเกมนี้ได้ แต่ก็ไม่รู้เหตุผลว่าทำไม”

            “อืมมมมมม” มีเกมมาสเตอร์ด้วยแฮะ เหมือนพวกบอสในเกมเลย

            “ขั้วอำนาจที่ 2 คือ องค์กรลับฝ่ายอธรรม องค์กรลับฝ่ายอธรรมคือ องค์กรที่เกิดจากการรวมกลุ่มของผู้เล่นที่ไม่น่าจะมีจุดประสงค์ดีสักเท่าไหร่ แต่ส่วนใหญ่แล้ว ไม่เคยมีใครรู้ว่ามันถูกก่อตั้งขึ้นมาเพื่ออะไร ถึงแม้ว่าคนในองค์กรจะฝ่าฝืนกติกาของเกมมากแค่ไหน ผู้เล่นคนนั้นก็จะถูกตั้งค่าหัวเป็นรายไป ไม่ได้เป็นความผิดของทั้งองค์กร จึงทำให้เกิดช่องว่างที่ทำให้องค์กรเหล่านี้หลุดรอดมาจนถึงปัจจุบัน และ 2 องค์กรที่มีชื่อเสียงและกองกำลังมากที่สุดคงหนีไม่พ้น Dark Drag หรือพรรคมังกรทมิฬ และ Avian Eye หรือพรรคดวงตาวิหค ซึ่งมีเครื่องแบบเป็นสีขาวดำ และสีฟ้าครามตามลำดับ”

            “อ่า” เกือบแจ็กพ๊อตแตกแล้วไอ้เฟี๊ยต

            “ขั้วอำนาจที่ 3 คือ สภาแห่งอิสรภาพ หรือ Council of Liberty ที่เปรียบเสมือนองค์กรฝ่ายธรรมะที่คอยต่อต้านกับความชั่วร้าย สภาแห่งอิสรภาพจะรวบรวมผู้เล่นที่ติดอันดับ 100 ผู้เล่นที่น่าจับตามองที่สุดในเกมซึ่งถูกจัดอันดับโดยหนังสือพิมพ์ The Lost News ในทุกๆ 1 เดือน แต่ขั้วอำนาจนี้ถือว่ามีอำนาจค่อนข้างน้อย เนื่องจากสมาชิกเปลี่ยนหน้าไปเรื่อยๆ นอกจากนี้ ผู้เล่นหลายๆ คนก็ไม่สนใจอยากเข้าร่วมสักเท่าไหร่ จึงทำให้บทบาทของสภานี้มีไม่มากนัก แต่ที่ต้องนับรวมเป็นขั้วอำนาจด้วย เนื่องจากในอดีตที่สภาแห่งอิสรภาพเคยรวบรวมยอดฝีมือจากทั้งเกมเพื่อล้มองค์กรฝ่ายอธรรมหนึ่งจนสิ้นซาก สภานี้จึงยังคงเป็นพลังขับเคลื่อนหนึ่งของเกม ถึงแม้ว่าจะไม่ค่อยเห็นบทบาทนักก็ตาม”

            “ยังกับนิยายจีนกำลังภายใน”

            “และขั้วอำนาจสุดท้ายคือ เหล่าบลีกสูงสุดนั่นเอง บลีกสูงสุดถือเป็นเป้าหมายหลักของการเล่นเกมนี้ ทำให้การมีอยู่หรือการหายไปของบลีกเกิดความเปลี่ยนแปลงของกระแสของเกมได้มาก นอกจากนี้ บลีกสูงสุดเป็นบลีกที่มีอำนาจในตัวเอง และสามารถเปลี่ยนไปมาระหว่างสภาวะถูกผนึกกับเป็นอิสระได้เร็ว ทำให้ทุกครั้งที่สมดุลของระบบบลีกสูงสุดเปลี่ยนแปลง ผู้เล่นเกมก็จะเกิดความเปลี่ยนแปลงตามไปด้วย ยกตัวอย่างง่ายๆ เช่น ถ้ามีข่าวของบลีกสูงสุดอันดับหนึ่งหลุดออกมา องค์กรหรือสภาก็อาจจะแตกคอกันเองได้ เพราะบลีกมีแค่บลีกเดียว แต่เป็นที่ต้องการของทุกคน การรวมกลุ่มกันต่อไปก็อาจจะเป็นเรื่องที่ยากลำบาก”

            “ขอบคุณมากไบเบิ้ล”

 

 

 

            ผีเสื้อนักสืบพาเขามาถึงยังชายป่าทิวสน

            เขาระมัดระวังมากขึ้นเมื่อเห็นว่าบลีกตรงหน้าพามายังสถานที่ที่อาจจะเกิดการต่อสู้ได้โดยง่าย คิ้วของเขาขมวดเล็กน้อย ทำคนที่เขาตามหาถึงมาอยู่ในป่าแบบนี้ เป็นไปได้ว่าอีกฝ่ายจะออกเดินทางจากเมืองมกราคมแล้ว เฟี๊ยตเริ่มคิดหนักด้วยเกรงว่าเจ้าผีเสื้อจะพาเขาเตลิดไปไกล

            แต่เขาก็วิตกได้เพียงไม่นาน

            เจ้านักสืบก็กระพือปีกพาเขามายังบริเวณลานแคบๆ ในป่าทิวสน แสงสีทองนั่นบินเข้าไปตรงลานก่อนจะค่อยๆ หายไปในที่สุด เขาไม่มีคำถามอะไรอีกเลย ภาพตรงหน้าชัดมาก เฟี๊ยตรีบแฝงตัวเข้าหลังต้นไม้ใหญ่ทันที ตรงลานนั้นมีชายชุดขาวดำอยู่สี่ห้าคนเห็นจะได้ ตรงกลางมีผู้เล่นคนหนึ่งถูกมัดไว้ด้วยบลีกอะไรสักอย่าง ร้อยทั้งร้อย เฟี๊ยตคิดว่าใช่ เขายังจำคิ้วเข้มกับตากลมโตนั่นได้ดี ชายคนที่เขาตามหากำลังถูกคาดคั้นจากหมาหมู่ที่เหลือ

 

 

 

            “มึงฆ่าหัวหน้าหน่วยที่ 14 ใช่ไหม มึงสารภาพมาซะดีๆ ไม่งั้นมึงโดนหนักกว่านี้แน่!”

 

 

 

 

 

            นายพินต้า

            ฝากกดติดตามเฟส ทวีต และในแอปนี้ด้วยนะ

            นิยายเรื่องนี้ดำเนินเรื่องช้าหน่อยนะ เพราะพล็อตนั้นยาว ผมจึงต้องค่อยๆ พาทุกคนไปเที่ยวในความฝันแบบค่อยเป็นค่อยไป อยู่กันไปนานๆ นะ แต่ตอนนี้ ห้ามลืมเมนต์ 555555

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 17 ครั้ง

100 ความคิดเห็น