ตอนที่ 30 : Drunk Drunk (5)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 135
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 19 ครั้ง
    6 มิ.ย. 62

ตอนที่ 30 : Drunk Drunk (5)

 

            “ขอเข้าพบกับเจ้าหน้าที่เกมบลีกหน่อยครับ”

            เฟี๊ยตกลับมาที่บริษัทปริศนาอีกครั้งในช่วงสายของวัน หากนับจากการมาครั้งที่แล้วก็นับได้เป็นเพียงวันรุ่งขึ้นเท่านั้น แต่ถ้านับเวลาจริงอย่างที่เขารู้สึกได้ นี่คือวันที่ 12 แล้ว เพราะเขาผ่านเวลาในเกมมายาวนานถึง 10 วัน ถึงแม้ว่าโลกภายนอกจะรับรู้ว่ามันเป็นเวลาเพียงแค่ชั่วค่ำคืนเดียว

            “กรุณาแจ้งชื่อนามสกุลที่ใช้ในการทำนัดล่วงหน้าครับ”

            เสียงอัตโนมัติร้องตอบกลับมาจากอินเตอร์คอม ความรู้สึกเหมือนกับวันก่อนไม่มีผิด บริษัทนี่ท่าทางจะไม่มีมนุษย์ประจำการอยู่เลย

            “ผมไม่ได้นัดล่วงหน้า แต่ผมเป็นผู้เล่นของเกมนี้” เฟี๊ยตตอบ เขาเริ่มกังวลน้อยๆ ไม่รู้ว่าจะสามารถเข้าไปได้ไหม

            “กรุณาแสดงนาฬิกาเกมคอนโทรลเลอร์เพื่อยืนยันตัวตนครับ” เสียงไร้ตัวตนพูด

            “ครับ”

            ชายหนุ่มรับคำเบาๆ เขาคิดอยู่นานตอนออกจากบ้านว่าจะติดเอานาฬิกาเจ้ากรรมมาด้วยดีไหม เพราะกลัวว่าหากเกิดอุบัติเหตุ หล่นหาย หรือกระทบกระแทกไปจะกลายเป็นปัญหาวุ่นวายไปเสีย แต่สุดท้าย เขาก็เลือกสวมติดข้อมือมาด้วย ไอ้นาฬิกานี่เหมือนเป็นจุดเชื่อมเดียวระหว่างตัวเขากับโลกบ้าบอในความฝัน

            เฟี๊ยตสวมติดข้อมือไว้

            เพราะคิดว่าปลอดภัยกว่าการใส่กระเป๋ากางเกงหรือกระเป๋าสะพายที่มีโอกาสจะหล่นหายได้ แต่แน่นอนว่าเขาก็ไม่ได้อยากเปิดตัวให้ใครต่อใครรู้ไปหมดว่าเขาเล่นเกมนี้ด้วย เภสัชกรหนุ่มเลือกใส่เสื้อเชิ้ตแขนยาวตอนออกจากบ้าน อย่างน้อยก็ช่วยพรางตาเจ้านาฬิกานั่นไว้ได้ดีทีเดียว

            “การยืนยันตัวตนสมบูรณ์”

            เสียงของระบบร้องมาเบาๆ หลังจากเขายื่นหน้าปัดนาฬิกาข้อมือไปที่หน้าอินเตอร์คอม กล่องที่เป็นต้นเสียงพูดคุยกับเขานั่นฉายแสงสีเขียวออกมาสแกนนาฬิกาของเขาอยู่ชั่วอึดใจหนึ่ง ก่อนจะคลายล็อคเปิดประตูให้เขาเข้าไปด้านใน

            “ขอบคุณครับ” เขาพูดเบาๆ

            “เรียนเชิญที่ห้อง B2 ครับ”

            เสียงระบบอัตโนมัติดังขึ้นอีกครั้งเพื่อนำส่งเขาไปยังห้องประชุมขนาดเล็ก เฟี๊ยตเดินไปตามทางเดินอย่างคนที่เคยมามาก่อนแล้ว ไม่ได้วิตกกังวลอะไรมาก ใจนึกถึงแต่สิ่งที่วิ่งวนอยู่ในสมองเท่านั้น

 

 

 

            “สวัสดีครับคุณรัฐกิจ ผมกวินครับ ไม่ทราบว่าคุณรัฐกิจติดปัญหาเรื่องการเล่นเกมเป็นพิเศษตรงไหนหรือเปล่าครับ ปรกติหากเป็นปัญหาทางเทคนิค สามารถติดต่อตามเบอร์โทรศัพท์คอลเซ็นเตอร์ที่ระบุไว้ในกล่องเกมได้เลยครับ คุณรัฐกิจจะได้ไม่ลำบากเดินทาง”

            เฟี๊ยตกลับเข้ามานั่งในห้องสี่เหลี่ยมแคบ ชายหนุ่มลอบถอนหายใจยาวว่าคนที่ตนเองได้คุยด้วยในวันนี้เป็นมนุษย์ แถมยังเป็นมนุษย์คนเดิมที่เขาเคยคุยด้วย ความจริงช่วงเช้าตรู่เขาลองติดต่อกับคอลเซ็นเตอร์แล้ว แต่ทั้งหมดเป็นระบบตอบรับอัตโนมัติหมด ไม่มีมนุษย์อยู่เลย ไม่รู้ว่าเป็นเพราะยังไม่ถึงเวลาทำงาน หรือปรกติก็ไม่มีมนุษย์อยู่แล้วก็ไม่ทราบ แต่เขาไม่อาจเก็บความสงสัยไว้ได้อีกต่อไป ถ้าไม่รีบเคลียร์ปัญหานี้ให้จบ คืนนี้หลังเข้าเกม เขาคงไม่สามารถเล่นเกมด้วยความรู้สึกแบบเดิมอีกเป็นแน่

            “ผมจะรู้ได้ยังไงว่า เกมนี้สามารถเคลียร์ได้จริง บลีกทั้ง 100 มีในโลกอีธอร่า ผมจะรู้ได้ยังไงว่า ถ้าผมพยายามเล่นเกมแล้ว ผมจะไม่เสียเวลาฟรี ผมเรียนตามตรงนะคุณกวิน ผมค่อนข้างจริงจังกับการเล่นเกมนี้ อย่างน้อยก็มากกว่าตอนแรกที่ผมวางแผนไว้มาก ผมต้องการความกระจ่างและคำยืนยันในเรื่องนี้ ไม่เช่นนั้น ผมจะไม่สามารถทุ่มเทความพยายามให้กับเกมนี้ได้อีกเลย”

            ชายหนุ่มพูดออกไปอย่างอัดอั้น เรื่องเกมในความฝันนี่ประหลาดเกินไป เขาไม่สามารถพูดกับใครในชีวิตได้เลย คำถามที่เขาพูดอาจจะดูแปลกแปร่ง แต่เขาก็ไม่สามารถสกัดกั้นความคิดดังกล่าวออกไปได้ มันยังวิ่งวนอยู่ในหัวตลอดเวลา

            “รอสักครู่นะครับคุณรัฐกิจ ผมขอตรวจสอบข้อบังคับก่อนว่าผมสามารถเปิดเผยข้อมูลให้คุณรัฐกิจทราบได้ในระดับไหน”

            “ขอบคุณครับ”

            เฟี๊ยตตอบรับเบาๆ ลำโพงภายในกำแพงห้องสี่เหลี่ยมเงียบไปพักหนึ่ง ก่อนจะส่งเสียงกลับมาอีกครั้ง ชายหนุ่มเงียบอย่างตั้งใจฟัง

 

 

 

            “ทางบริษัทขออธิบายแบบนี้นะครับ Bleeg เป็นเกมที่ถูกออกแบบมาเพื่อเอาชนะได้อยู่แล้ว เนื่องจากนี่เป็นเงื่อนไขสำคัญในการทำธุรกิจ เกมที่ยากเกินไป เกมที่ทำยังไงก็ไม่ชนะ ไม่เหมาะกับการทำธุรกิจขายเกมในฐานคนจำนวนมาก เพราะเมื่อมีคนจำนวนมากคิดว่าเกมยากเกินไป และไม่มีหลักฐานว่าเกมนี้สามารถจบได้ ลูกค้าก็อาจจะไม่ตัดสินใจซื้อเกมกลับไปเล่นเลย ความเชื่อมั่นว่าตัวเองจะสามารถชนะเกมได้เป็นเหตุผลสำคัญในการตัดสินใจซื้อเกม”

            “ครับ”

            “ทางบริษัทยอมรับว่า ในปัจจุบันยังไม่มีผู้เล่นคนไหนที่สามารถเอาชนะเกมนี้ได้ เหตุผลสำคัญคือเกมนี้ยังไม่เปิดขายกับบุคคลทั่วไป จำนวนผู้เล่นจึงยังไม่มาก และที่สำคัญ เราต้องการทดสอบระบบความยุติธรรมในเกมนี้ให้สมบูรณ์ก่อน คุณรัฐกิจเองก็เป็นหนึ่งในสารพัดอาชีพที่ถูกคัดสรรเข้ามาร่วมเล่นเกมนี้ เพื่อพิสูจน์ว่าเกมนี้ยุติธรรมสำหรับทุกอาชีพ แต่นอกจากเงื่อนไขนี้ บริษัทยังมีผู้เล่นอีกจำนวนมากที่ถูกเชิญให้เข้ามาร่วมทดลองเล่นเกมกับเราด้วยเหตุผลที่แตกต่างกันไป”

            “ครับ”

            “สิ่งหนึ่งคือเราต้องการให้มีผู้ชนะเกมนี้ก่อนที่จะเริ่มต้นปล่อยเกมนี้ออกไปกับบุคคลทั่วไปด้วย เนื่องจากบลีกสูงสุดมีจำนวนจำกัด ทางบริษัทจำเป็นต้องทดลองกับสถานการณ์การเล่นจริง เพื่อทดสอบว่าเราจำเป็นต้องตั้งระบบการโรลโอเวอร์บลีกสูงสุดหรือไม่ เราตั้งเป้าว่าจะต้องมีผู้เคลียร์เกมได้อย่างต่ำ 1 คนภายในเวลาทุก 3 ปี ขนาดทีมงานผู้สร้างเกมเองยังต้องส่งคนลงไปทดสอบระบบเป็นผู้เล่นจริง เราไม่ต้องการสร้างเกมที่ยากเกินไป แต่เราต้องการสร้างเกมที่ผู้เล่นอยากจะเล่นไปด้วยกันกับเรา”

            “ครับ”

            “เราขอยืนยันว่าไม่ว่าอย่างไร เกมนี้ก็สามารถถูกเคลียร์ได้อย่างแน่นอน แต่ทางเราเองก็ไม่ทราบว่าคุณรัฐกิจจะเล่นเกมได้ไปถึงจุดไหน แต่ถ้าภายในเวลาช่วง 3 ปีนี้ หากไม่มีใครเคลียร์เกมได้เลย เราก็คงจำเป็นต้องปรับลดความยากให้เกมนี้ง่ายมากขึ้น เพื่อทำให้มีผู้ชนะคนแรกก่อนเปิดขายกับบุคคลทั่วไป”

            “เข้าใจแล้วครับ”

            “ทางเราอยากให้คุณรัฐกิจสบายใจ เอนจอยเกมบลีกของเราได้เต็มที่ครับ บริษัทของเราไม่ฆ่าตัวตายด้วยการขายเกมที่ไม่มีวันเอาชนะออกมาหรอกครับ”

            คำอธิบายยาวเหยียดนั่นทำเอาชายหนุ่มถอยหายใจยาวออกมาอย่างโล่งอก สมเหตุสมผลและรับฟังได้ เขาใช้ทุกเซลล์สมองไตร่ตรองตามเหตุและผลของคนตรงหน้าก็ค้นพบว่ามีความน่าเชื่อถืออยู่สูงทีเดียว จุดที่ทำให้เขาสบายใจที่สุด คือ เขาถูกจ้างให้มาเล่นเกมนี้ โอกาสที่บริษัทจะอยากให้เกมนี้เคลียร์ได้จึงสูงมาก ไม่เช่นนั้น จะเสียเงินจ้างคนมาเล่นทำไม เขาลาจากบริษัทปริศนานั่นหลังจากได้คำตอบไม่นาน ดูเหมือนว่าความกังวลใจใหญ่ที่ติดค้างในใจจะปลิวหายไปเกือบหมดทีเดียว

 

 

 

            เฟี๊ยตใส่เกมคอนโทรลเลอร์เตรียมพร้อมเข้านอนอย่างสงบ

            หลังจากที่ไปที่บริษัทลึกลับนั่นมา วันเวลาในโลกแห่งความเป็นจริงวันแรกของเขาหลังจากกลับมาจากโลกแห่งความฝันก็ไม่มีอะไรพิเศษ เขาใช้เวลาดื่มด่ำกับโลกแห่งความเป็นจริงเพื่อชดเชยกับวันเวลาที่เสียไปและถูกปล่อยเกาะในโลกแห่งความฝัน เขาแวะไปกินข้าวเที่ยงกับเพื่อนที่โรงพยาบาลคนหนึ่ง ก่อนจะชวนเพื่อนสมัยมหาวิทยาลัยอีกคนหนึ่งไปเดินเล่นที่ห้างตอนบ่าย หลังจากนั้นก็ลากเพื่อนสมัยมัธยมอีกคนหนึ่งไปกินข้าวเย็น

            ชายหนุ่มเติมแรงใจแรงกายพร้อมเต็มถัง

            เขาปล่อยกายปล่อยใจให้สงบและพร้อมกลับเข้าสู่โลกแห่งความฝันอีกครั้ง คลื่นไฟฟ้าอ่อนๆ กระจายไปทั่วร่างกายเขาอย่างคุ้นเคย เฟี๊ยตปิดเปลือกตาลงอย่างสงบ รอบนี้ไม่ตื่นเต้นเหมือนครั้งเก่าแล้ว หัวใจของเขาล่องลอยไปสู่ดินแดนประหลาดอันแสนไกล

 

 

 

            “กลับมาเจอกันอีกแล้วนะ”

            ชายหนุ่มพึมพำเบาๆ หลังจากลืมตามาพบว่าตนเองอยู่ในห้องของโรงแรมที่ต่างโลกอีกแล้ว แต่รอบนี้ไม่ใช่ เฟี๊ยตบอกกับตัวเองว่ารอบนี้ เขาพร้อมจะออกเดินจากเมืองเริ่มต้นนี้แล้ว เขาจะเริ่มต้นผจญภัยไปในโลกอีธอร่านี่อย่างจริงจังเสียที!

  

 

 

 

 

            สรุปผลการเล่นเกมของผู้เล่น PharmaPhiat

 

            อันดับผู้เล่น : ยังไม่ติดอันดับ 1 ใน 100

            จำนวนวันภายในเกม : 10 วัน

            เมืองปัจจุบัน : มกราแห่งการเริ่มต้น

            จำนวนเงินคงเหลือ : 298,250 เรกเซ

            วิทยฐานะ : นักปรุงยาขั้นต้น , นักต่อสู้ขั้นต้น

            จำนวนบลีกพรสวรรค์ที่มี : 4 บลีก

            จำนวนบลีกสูงสุดที่มี : 5 บลีก

            จำนวนประเภทบลีกสูงสุดที่มี : 3 ชนิด

 

 

 

 

 

            นายพินต้า

            ฝากกดติดตามเฟส ทวีต และในแอปนี้ด้วยนะ

            น่าจะต้องปรับลดมาเหลือวันละตอนแล้วนะครับ อาทิตย์หน้างานเยอะมรสุมชีวิตมาก แต่ถ้าวันไหนไหวอาจจะมีแถม ยังไงฝากตามเฟสกับทวีต นายพินต้า (เสิจตามนี้เลย) หน่อยนะครับ เผื่อวันไหนไม่ได้ลงจะได้ไม่ต้องคอยเก้อ อ่านจบแล้วฝากเมนต์ด้วยน้า เป็นกำลังใจให้ผมด้วย เย่

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 19 ครั้ง

101 ความคิดเห็น