ตอนที่ 29 : Drunk Drunk (4)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 144
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 14 ครั้ง
    25 พ.ค. 62

ตอนที่ 29 : Drunk Drunk (4)

 

            “ปากดีนักนะมึง”

            อีกฝ่ายพูดกร้าวอย่างโมโหร้อน บลีกอะไรสักอย่างปลดปล่อยพลังสีควันดำลอยฟุ้งเต็มไปหมด เด็กหนุ่มสัมผัสถึงจิตได้อย่างชัดเจน หัวหน้าหน่วยนี่ประสานจิตได้เข้มข้นมาก ไอพลังดำที่โพยพุ่งออกมาก็อัดแน่นไปด้วยจักระ ควันสีดำเหล่านั้นค่อยๆ ลอยไปปกคลุมร่างกายเจ้าของพลังเอาไว้ ก่อนจะอัดแน่นกลายเป็นสิ่งที่เหมือนเกราะคลุมร่างเอาไว้ ร่างกายคนตรงหน้าเปลี่ยนเป็นสีดำสนิท ล้อมรอบไปด้วยจักระที่อัดแน่น

            “คนอย่างมึงยังกล้าจะมาด่าคนอื่นว่าปากดี”

            เด็กหนุ่มเปิดฉากบุกโดยไม่เปิดโอกาสให้คนตรงหน้าทำอะไรตามแผนได้อีกมากนัก สัญชาตญาณบอกว่า การปล่อยให้อีกฝ่ายเรียกใช้บลีกตามแผนได้อย่างสมบูรณ์อาจจะไม่ใช่เรื่องที่ดี ไม่แน่ เมื่อครู่ที่ผ่านมาที่ส่งลูกน้องออกมาตายถึงสี่คนอาจจะเป็นแค่นกต่อด้วยซ้ำ มันอาจจะต้องใช้เวลาในการรวบรวมพลังอะไรสักอย่าง จากพลังจักระตรงหน้า เดาได้ว่าสถานการณ์จะไม่สู้ดีเท่าไหร่นัก

            “เข้ามา!” อีกฝ่ายตะโกนก้อง

            The Second Sword!

            เด็กหนุ่มตัดสินใจเปลี่ยนเกมมาเป็นฝ่ายบุก ดูจากอาการแล้ว หากมัวแต่ตั้งปราการอากาศรอหาจุดเพลี้ยงพล้ำ ศัตรูอาจจะพร้อมและแข็งแกร่งกว่านี้ได้ ดาบยักษ์ในมือเด็กหนุ่มกลายสภาพไปเป็นดาบคู่ความยาวอันละประมาณหนึ่งเมตรเป็นที่เรียบร้อย มือทั้งสองกระชับแน่น จิตรวมชัดไว้ที่มือ เท้า และสายตาเป็นหลัก

            ปึงงงงงงงงงงง

            เสียงฟาดคมดาบลงกับร่างสีดำมืดนั่นลั่นสนั่นไปทั่วบาร์ขนาดไม่กว้าง เด็กหนุ่มเดาไว้ไม่มีผิด พลังจักระสีดำนั่นเป็นสายป้องกันเสริมพลังร่างกายจริงๆ ด้วย โชคร้ายที่เหมือนว่าระหว่างยืนรอลูกสมุนต่อสู้ ไอ้หัวหน้าหน่วยดันเรียกใช้บลีกเพิ่มพลังจนร่างกายแทบจะมีระบบป้องกันอันสมบูรณ์ ดาบคมสะบั้นออกอย่างทำอะไรคนตรงหน้าไม่ได้เลย

            “กระจอก!

            ศัตรูสีดำสนิทตะโกนสวนกลับมาอย่างสะใจมาก เด็กหนุ่มมองภาพตรงหน้าอย่างครุ่นคิด อาจจะมีจุดอ่อนอะไรสักอย่างหนึ่งแฝงไว้อย่างที่ลืมนึกไปในตอนแรก เด็กหนุ่มเร่งจิตที่เท้าให้หลบหลีกได้อย่างรวดเร็วสุดความสามารถ ถึงแม้ว่าพลังป้องกันจะสูงมาก แต่ความเร็วของไอ้หัวหน้าหน่วยนี่ก็ลดลงไม่มากนัก หากโดนหมัดที่อัดแน่นด้วยจักระหนาไปสักที เผลอๆ อาจจะเป็นเด็กหนุ่มเสียเองที่ต้องออกจากเกมนี้

 

 

 

            “มึงสิกระจอก”

            The First Sword!

            เด็กหนุ่มตะโกนด่ากลับ พร้อมกับสั่งเปลี่ยนดาบคู่ยาวให้กลายเป็นดาบยักษ์เพียงอันเดียวอีกครั้ง ไอ้ชุดดำนั่นพุ่งตรงเข้ามาหมายซัดหมัดขวามาที่ทางซ้ายของเด็กหนุ่มอย่างเต็มรัก เจ้าของดาบใหญ่เอี้ยวตัวหลบมาทางขวาอย่างรวดเร็ว พร้อมกับก้าวยาวพร้อมลากดาบยักษ์ติดมือมา ก่อนจะกวาดมือทั้งคู่สวิงอาวุธอันมหึหาฟาดไปยังที่หลังของอีกฝ่ายอย่างเต็มแรง

            ปึงงงงงงงงงงง

            ผลลัพธ์ไม่น่าพอใจเท่าไหร่นัก จักระสีดำมืดนั่นแข็งแรงเกินกว่าจะโจมตีทะลุเข้าไปได้ พลาดเสียแล้ว ดูเหมือนเด็กหนุ่มจะถูกซ้อนแผนด้วยนกต่อทั้งสี่ตัว

            “มึงเสร็จกูแน่”

            ไอ้ชุดดำพูดออกมาอย่างรู้สึกว่าตนกำลังได้เปรียบอย่างเห็นได้ชัด เด็กหนุ่มเห็นท่าไม่ดีจึงดึงดาบยักษ์ถอนตัวกลับออกมาโดยเร็ว แต่เหมือนว่าจักระดำนั่นจะเป็นพลังเหนียวหนึบที่ดูดอาวุธเอาไว้ด้วย มือทั้งสองผสานจิตเต็มที่เพื่อถอนดาบกลับมา แต่ก็เหมือนกว่าจะช้ากว่าที่ควร

            The Wall!

            ปึงงงงงงงงงงง

            ช้าเกินกว่าจะหนีทันได้ จักระดำนั่นเป็นกับดักดึงดาบของเด็กหนุ่มไว้จนถอนตัวลำบาก ศัตรูสวนหมัดนี่อัดแน่นไปด้วยจักระมาทางซ้ายระยะประชิดจนไม่สามารถหนี เด็กหนุ่มผสานจิตเรียกกำแพงอากาศขึ้นมาป้องกันไปอย่างจวนเจียนที่สุด เสียงกระทบกันระหว่างหมัดหนักกับบาเรียของเขาดังสะเทือนเลื่อนลั่นไปทั้งบริเวณ ไอ้หัวหน้าหน่วยนี่แข็งแกร่งกว่าลูกกระจ๊อกทั้งสี่คนอย่างชัดเจน

 

 

 

            The Second Sword!

            เมื่อถอนดาบไม่ง่าย เด็กหนุ่มจึงเปลี่ยนแผนในฉับพลันทันใด คำสั่งเปลี่ยนสภาพดาบถูกตะโกนขึ้นพร้อมกับดาบยักษ์ที่เปลี่ยนสภาพเป็นดาบคู่อีกครั้ง กำแพงอากาศกับดาวแปรสภาพถือว่าเป็นบลีกที่เปลืองพลังจิตมากทั้งคู่ การฝืนใช้พร้อมกันบ่อยๆ จะทำให้ประสิทธิภาพลดลงอย่างไม่มีทางเลือก นั่นไม่ใช่หนทางที่ดีเลย ถ้าบาเรียที่ควรจะแม่นยำที่สุดพลาดในเวลาที่ไม่เหมาะสม หมัดจักระมืดอาจพุ่งสู่ร่างกายเด็กหนุ่มได้โดยตรง

            “ขี้ขลาด!

            เสียงไอ้ชุดดำตวาดลั่นขณะที่เด็กหนุ่มม้วนตัวลอดช่องกำแพงอากาศที่ตนสร้างขึ้นภายในเสี้ยววินาทีก่อนจะถอนบาเรียออกในที่สุด มือทั้งสองกำดาบแน่น ตาที่ผนึกจิตไว้ทั้งคู่ยังคงมองหาจุดอ่อนของศัตรูอย่างตั้งใจ เด็กหนุ่มปล่อยเวลาไว้นานเกินไป ฝุ่นสีดำนั่นครอบคลุมร่างไว้แทบจะเนียนสนิท ไม่มีช่องว่างให้แทรกช่องไปแม้แต่น้อย

            “กล้าหาญแต่ตาย กูขอบายดีกว่า กูไม่โง่เหมือนมึงนี่”

            เด็กหนุ่มสวนไปอย่างยั่วเย้า ร่างกายก็กระเถิบถอยออกจากร่างจักระดำนั่นด้วยไปในเวลาเดียวกัน สภาพตอนนี้จึงเหมือนเด็กหนุ่มค่อยๆ พุ่งตัวหลบไปตามพื้น ไม่ได้ยืนหรือวิ่งหนีอย่างภาคภูมิแบบในตอนแรกอีกแล้ว

            “พลังจิตมึงใกล้หมดแล้วหละสิ ถึงย่อตัวเพื่อลดพื้นที่ในการสร้างบาเรีย หมูสนามอย่างมึงหนะ กูมองแว๊บเดียวก็ขาดแล้ว ฮ่าฮ่าฮ่า”

            เสียงไล่ต้อนนั่นทำเอาเด็กหนุ่มถึงกับสบถออกมา ไอ้จักระดำนั่นพุ่งตัวสวนออกมาจากที่มั่นในทีแรกอย่างย่ามใจ มันหัวเราะดังลั่นราวกับรู้ว่าอีกในไม่กี่วินาทีข้างหน้า ตนจะเป็นผู้ครองชัยชนะ เสียงสรวลอย่างพึงใจถึงขีดสุดชวนอีกฝ่ายที่กำลังถอยทัพหงุดหงิดถึงขีดสุด

            The Third Sword!

            เด็กหนุ่มตะโกนดังลั่นขนาดเร่งฝีเท้าหนีขนาดย่อตัวหลบไปด้วย ดาบขนาดเมตรหนึ่งสองอันเกิดแสงสว่างวาบ ก่อนจะกลายกลับมาเป็นดาบขนาดประมาณสองฟุตสามเล่ม

            ปึงงงงงงงงงงงง

            เสียงหมัดฟาดไปที่บาเรียของเด็กหนุ่มดังสนั่นหวั่นไหว ไอ้จักระดำตามมาจนถึงระยะเอื้อมแล้ว มันฟาดหมัดดังลั่น เด็กหนุ่มเร่งถอยทัพขึ้นอย่างไม่หันไปต่อสู้ ดาบในมือทั้งสามร่วงไปกับพื้นจนเหลืออยู่เพียงเล่มเดียว

            “มึงเสร็จกูแน่!

            เสียงศัตรูอันธพาลตะโกนแบบสะใจถึงขีดสุด มันรุกไล่เข้ามาหวังทำให้อีกฝ่ายถึงตาจน เด็กหนุ่มในขณะนี้ได้แต่ถอย หัวหน้าหน่วยขาวดำเอื้อมขาที่อัดแน่นด้วยจักระดำขึ้นสูงหวังเหยียบขยี้ให้กำแพงอากาศแหลกละเอียด ในจังหวะที่เด็กหนุ่มถอยไปไกลจนเกินกว่าหมัดดำสนิทจะไปถึง

            สวบบบบบบบบบบ

            เสียงดาบเล่มเดียวที่ติดอยู่ในมือเสียบลงบนฝ่าเท้าของหัวหน้าหน่วยนั่นอย่างถนัดถนี่ที่สุด เด็กหนุ่มคาดการณ์ไว้ว่า ฝ่าเท้าน่าจะเป็นจุดบอดจุดเดียวเพราะการรวมจักระฝุ่นขณะยืนอาจจะทำให้จักระไปอัดแน่นตรงฝ่าเท้ามากไม่ได้ เด็กหนุ่มจึงทำเป็นล่อหลอกด้วยการสร้างบาเรียที่ขนาดไม่สูงเป็นกับดักให้อีกฝ่ายเหยียบเพื่อเผยฝ่าเท้าที่เป็นจุดที่น่าจะอ่อนแอที่สุดมาให้โจมตี และดูเหมือนว่าความคิดนั้นจะไม่ผิด ร่างกายของคนที่มั่นใจมากว่าจะชนะแน่เกิดประกายแสงสว่างวาบ ก่อนจะหายตัวไปจากคลองจักษุ ไอ้หัวหน้าหน่วย ถึงส่งกลับไปอยู่นอกเกมอีกคน

            เด็กหนุ่มปริศนาคนนั้นอัดแน่นจิตเข้มที่สุดแล้วเผด็จศึกไว้ในดาบเดียว

 

 

 

 

            “เฮ้ย คุณ เป็นอะไรเปล่าเนี่ย”

            เด็กหนุ่มที่กวาดพรรคขาวดำจนราบคาบหันไปทักกับเฟี๊ยตที่นั่งสะลึมสะลืออยู่บนเคานเตอร์บาร์ เฟี๊ยตปรือตามองเล็กน้อยอย่างมีสติสัมปชัญญะเหลือไม่มากนัก หลังจากที่ประคองตัวเองกลับมานั่งได้สำเร็จ

            “อือออออออออออ”

            “เฮ้ยยยยยยยยยยย”

            เสียงในลำคอเฟี๊ยตร้องยาว พร้อมกับเสียงร้องของเด็กหนุ่มที่ดังลั่น รัฐกิจหมดสิ้นแรงจะฝืนตัวเองไว้ได้ ชายหนุ่มล้มฟุบไปพร้อมกับสติทั้งหมดที่ดับวูบไปราวกับปิดสวิตซ์ และเข้าสู่นิทรารมณ์ได้ในจังหวะที่ไม่น่าจะเกิดขึ้นที่สุด ร่างกายของชายหนุ่มหายไปพร้อมกับจังหวะที่ครบเวลากำหนดในฝันของเฟี๊ยตพอดี เขาต้องตื่นไปเจอโลกแห่งความจริงแล้ว เด็กหนุ่มอีกคนถึงกับทุบโต๊ะอย่างหัวเสีย เมื่อเห็นว่าคนที่ตนเองเสียแรงปกป้องแทบตาย สุดท้ายก็ถึงว่าตื่นและออกจากเกมไป โดยที่ยังไม่ได้พูดจากันให้รู้เรื่องแม้แต่คำเดียว

 

 

 

            “สวัสดีกรุงเทพมหานคร”

            เฟี๊ยตพึมพำขึ้นเมื่อลืมตามาครั้งนี้ได้กลับมาสู่โลกที่แสนคุ้นเคย

 

 

 

 

 

            นายพินต้า

            ฝากติดตามในเฟส ทวีต และกดติดตามในแอปนี้ด้วยน้า

            วันนี้เอาไปตอนเดียวก่อน เพราะแต่งไม่ทันแล้วววววววววววว รบกวนติดตามในทวีต นายพินต้า หน่อยนะ เสิจว่านายพินต้าเลย เผื่อวันไหนติดธุระลงไม่ได้จะได้แจ้งก่อน กลัวว่าจะมารอเก้อกัน ฝากทวีตด้วยเด้อ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 14 ครั้ง

101 ความคิดเห็น

  1. #48 Monochrome (@vitality) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 25 พฤษภาคม 2562 / 20:17
    จำสกิลได้เลยว่าคนนี้เป็นใคร อิอิ
    #48
    0