ตอนที่ 27 : Drunk Drunk (2)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 144
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 17 ครั้ง
    24 พ.ค. 62

ตอนที่ 27 : Drunk Drunk (2)

 

            เฟี๊ยตยืนอยู่หน้าบาร์ที่ตั้งอยู่ที่ชั้นใต้ดินของโรงแรม

            เภสัชกรหนุ่มเปลี่ยนการแต่งกายเล็กน้อย เขาค้นพบว่าตัวเองมีบลีก The Tailor Made Cloth (ชุดสั่งตัดเฉพาะราย) ที่ได้มาจากการเปิดหนังสือปริศนา ชุดที่เขาสั่งได้มาใหม่เป็นชุดเสื้อสีน้ำตาลทองแซมดำสวย ให้อารมณ์เหมือนตัวละครในเกมมากขึ้นไปอีก แถมยังมีผ้าคลุมให้อีกด้วย ท่าทางอาจจะมีฟังกชันพิเศษในชุด ไว้มีอารมณ์เมื่อไหร่ ชายหนุ่มตั้งใจว่าจะศึกษาเพิ่มเติม

            เฟี๊ยตในตอนนี้ถอดผ้าคลุมไหล่ที่ยาวเทอะทะออกเป็นที่เรียบร้อย

            เขาเหลือเพียงแต่เสื้อสีน้ำตาลทองแซมดำที่ชวนหลงใหล ขาทั้งสองข้างในกางเกงสีเข้าชุดพาตัวเขาเข้าไปยังบาร์แห่งนั้น ชายหนุ่มมองซ้ายมองขวาหลายครั้ง ก่อนจะตัดสินใจเลือกนั่งบริเวณเคานเตอร์บาร์ตรงมุมเครื่องดื่มที่อยู่ไม่ห่างออกไปนัก

            บรรยากาศของบาร์ชั้นใต้ดินตกแต่งด้วยสไตล์คันทรี่

            บรรยากาศให้อารมณ์เหมือนสถานที่สังสรรค์ที่เห็นได้ตามหนังอเมริกันเก่าๆ เฟอร์นิเจอร์ส่วนใหญ่ประกอบขึ้นด้วยไม้เป็นหลัก พื้นที่ค่อนข้างกว้างขวางมากกว่าที่เขาคิด พื้นที่ส่วนแรกคือบาร์เครื่องดื่มที่เขานั่งอยู่ ตรงนี้น่าจะเหมาะกับนักท่องเที่ยวที่มาคนเดียว และไม่ต้องการสัมผัสกับความวุ่นวายเท่าไหร่ ต่างกับพื้นที่ส่วนที่สองที่แยกออกมาเป็นกึ่งบาร์กึ่งร้านอาหาร มีดนตรีสดจากวงดนตรีเล่นคลออยู่ตลอดเวลา ในขณะที่ส่วนสุดท้ายที่ลึกเข้าไปมีลักษณะคล้ายผับที่เห็นได้ทั่วไปในปัจจุบัน รูปแบบจำลองมาจากสถานเริงรมย์แถบสุขุมวิททองหล่อไม่มีผิดเพี้ยน ต่างกันตรงที่ว่า สไตล์การแต่งร้านที่นี่จะออกแนวคันทรี่เสียมากกว่า หากแต่ก็ไม่ได้เป็นอุปสรรค์ในการกินดื่มแต่อย่างใด

            เขาทดลองสั่งเครื่องดื่มแนะนำของเมืองมาพิสูจน์รสชาติ January Sling เป็นค็อกเทลสีส้มอ่อน คล้ายน้ำผลไม้จำพวกเบอร์รี่ กลิ่นหอมหวานละมุนชวนสดชื่น เมื่อแตะที่ปลายลิ้นก็พบว่ามันมีรสขมของแอลกอฮอล์ที่เจืออยู่ไม่น้อยเลย อร่อยดีแฮะ!

 

 

 

            อีกแก้วนึง น้อง” เสียงของเฟี๊ยตเอ่ยดังขึ้นสั่งบาร์เทนเดอร์

            เอ่อ ผมว่าพี่เมาแล้วนะครับ นี่ก็แก้วที่ 15 แล้วนะครับ เปลี่ยนเป็นม็อกเทลดีกว่าไหมครับพี่”

            เสียงจากบาร์เทนเดอร์ที่ดูเหมือนจะมีอายุน้อยกว่าเขาอยู่สองสามปีเอ่ยทักท้วงมาด้วยน้ำเสียงเกรงๆ ปนเป็นห่วง

            ไม่ต้อง จะกินแก้วแบบนี้ ได้ยินไหม อร่อย อย่างอื่นไม่กิน เอามาอีก”

            เสียงอ้อแอ้ของเฟี๊ยตบ่นดังมาอย่างไม่ต้องการให้ใครมาขัดใจในเวลานี้ ถึงเขาจะหงุดหงิดอยู่ในใจ แต่เสียงที่สื่อออกไปก็ไม่ได้มีความเกรี้ยวกราดแต่อย่างใด ติดจะดูโวยวายน้อยๆ เหมือนคนเมามากกว่า

 

 

 

            เฮ้ย ทำอะไรเนี่ย!”

            เสียงตะคอกดังมาจากข้างหลังของเฟี๊ยตในจังหวะที่เขากำลังเถียงกับบาร์เทนเดอร์หนุ่ม ความห้วนกระชากนั่นบ่งบอกถึงการคุกคามอย่างชัดเจน

            ไรวะ” เฟี๊ยตหันไปอย่างงงๆ เมื่อรู้สึกว่าเสียงนั่นหมายถึงตน

            มึงทำอะไรของมึงเนี่ย มึงเห็นไหมว่าเสื้อกูเปื้อนหมดแล้ว เมาแล้วก็กลับไปนอนบ้านสิวะ”

            ชายร่างสูงคนนั้นพูดออกมาด้วยอารมณ์โกรธอย่างเห็นได้ชัด ตาของเฟี๊ยตที่เริ่มปรือลงเห็นสภาพของเสื้อสีขาวสลับดำนั่นเปื้อนเป็นทางด้วยน้ำสีฟ้าสดที่น่าจะมาจากแก้วที่ว่างเปล่าในมือชายหนุ่มดังกล่าวนั่นเอง

            ใครไปทำอะไรมึงวะ กูอยู่เฉยๆ มั่วนี่หว่า”

            เฟี๊ยตพูดอย่างไม่สนใจอะไรอีก พร้อมกับหันมาเพื่อจะสั่งเครื่องดื่มแก้วต่อไปอีก แต่ก็ต้องหันหลังกลับไปโดยเร็วเพราะโดนมือหนานั่นกระชากอย่างรุนแรง

            ใครให้มึงหันไป มึงหันมารับผิดชอบกันสิ่งที่มึงทำก่อน!”

            เสียงนั่นเกรี้ยวกราดขึ้นอย่างรู้สึกได้ เฟี๊ยตในขณะนี้เริ่มรำคาญและหงุดหงิดตามไปไม่น้อยแล้ว ทำไมต้องมีคนมายุ่งวุ่นวายกับชีวิตของเขาตอนนี้ด้วย

            ก็บอกว่าไม่ได้ทำ ไม่ได้ทำไงวะ จะเอาอะไรกับกูนักหนาเนี่ย” เขาพูดออกไปด้วยความหงุดหงิดไม่แพ้กัน

            เมื่อกี้มึงสะบัดไหล่มาโดนกู เสื้อกูเปื้อนหมดแล้วเห็นไหม”

            ชายในชุดขาวดำนั่นชี้รอยสีฟ้าที่เปื้อนอยู่บนชุดดังกล่าว ที่เห็นได้อย่างชัดเจน โดยเฉพาะบริเวณที่พื้นเป็นสีขาว

            มึงถามบาร์เทนเดอร์ไป กูคุยกับน้องเขาอยู่ แล้วกูจะไปสะบัดไหล่ใส่แก้วน้ำมึงเล่นทำหอกอะไร” เฟี๊ยตชี้นิ้วไปทางเด็กหนุ่มที่เป็นคงชงเหล้าให้เขาตลอดค่ำคืนที่ผ่านมา

            ว่าไง”

            เสียงกึ่งตะคอกนั่นเอ่ยถามพนักงานหนุ่มอยากคุกคาม บาร์เทนเดอร์คนดังกล่าวอ้าปากเหมือนจะพูดอะไรหลายต่อหลายครั้ง แต่ก็กลับหุบปากลงเสีย สายตานั่นจับจ้องไปที่ชุดสีดำขาวของคู่กรณีที่ของเฟี๊ยตราวกับว่ามันมีความนัยอะไรบางอย่างแฝงอยู่ในลวดลายเหล่านั้น

            เห็นไหม ไม่มีใครรับรองให้มึงได้สักคน แต่ลูกน้องกูนี่ เห็นกันทุกคนว่ามึงสะบัดไหล่มาโดนแก้วกู จนเสื้อกูเปียกหมดแล้วเนี่ย”

            โจทก์ของเขาผงกหัวเล็กน้อยไปทางกลุ่มคนด้านหลังประมาณสี่ห้าคนที่แต่งชุดเดียวกันนั่นอย่างไม่มีผิดเพี้ยน ต่างแค่ตรงที่ว่าไม่มีผ้าคลุมไหล่เหมือนคนที่ยืนอยู่เบื้องหน้าเท่านั้นเอง คนเหล่านั้นต่างผงกหัวพยักเพยิดกันอย่างพร้อมเพรียง สีหน้าของแต่ละกันดูไม่ค่อยเป็นมิตรเท่าไหร่นัก

            และมึงจะเอายังไง”

            เฟี๊ยตเอ่ยถามอย่างต้องการจะตัดรำคาญ สติสัมปชัญญะของเขาในเวลานี้คงเหลืออยู่ไม่มากนัก เภสัชกรหนุ่มเห็นสายตาที่ส่งมาจากบาร์เทนเดอร์ที่ดูเหมือนจะขอโทษเขาที่ไม่กล้ายืนยันความบริสุทธิ์ของเขาให้กับชายคนนั้น แต่เฟี๊ยตก็ส่ายหัวอย่างไม่ถือสา ถือว่าเป็นคราวซวยไปละกัน

            จ่ายค่าชดใช้มา”

            มุมปากของคู่กรณีเขากระดกขึ้นน้อยๆ ราวกับว่ารอคอยจะตอบคำตอบนี้มานาน ท่าทางนี่จะเป็นจุดประสงค์หลักของมัน

            เท่าไหร่” เฟี๊ยตถามอย่างตัดรำคาญ

            หนึ่งแสนเรกเซ!” โจทก์นั่นเอียงคอมองหน้าเขาอย่างกวนประสาท

            หนึ่งแสนพ่อมึงดิ เสื้อมึงทำจากทองคำขาวหรือไง ไอ้สัด มึงจะขูดรีดกูก็บอกมา”

            เฟี๊ยตพูดขึ้นอย่างโมโห เขาลุกยืนขึ้นอย่างไม่ยอมแพ้ แต่ด้วยระดับแอลกอฮอล์ในเลือดทำให้โลกโคลงเคลงจนเขาต้องนั่งลงอีกครั้ง

            แล้วแต่มึงจะคิด จ่ายมา” ชายคนนั้นพูดพร้อมกอดอกหลวมๆ

            กูไม่จ่าย ใครจะทำไมกู” เฟี๊ยตพูดพร้อมกับสบถคำหยาบตอนท้ายประโยคมาอย่างหัวเสียอีกด้วย

            อย่าเรื่องมาก รีบจ่ายมา กูไม่อยากได้ชื่อว่ากระทืบคนเมา” มือที่แข็งราวกับคีมเหล็กนั่นกระชากคอเสื้อของเขาให้ลุกยืนขึ้นมาเผชิญหน้าอย่างคุกคาม

            กู – ไม่ – จ่าย”

            เขายังตอบอย่างไม่ยอมแพ้ เครื่องดื่มมึนเมานั่นเปลี่ยนเขาให้กลายเป็นคนไม่ยอมคนขึ้นมาเสียแล้ว เขาแทบไม่ได้ไตร่ตรองสักนิดว่าอะไรเป็นอะไร เขาปล่อยให้ทุกอย่างเป็นไปตามอารมณ์และสัญชาตญาณของตัวเองเท่านั้นเอง

            งั้นมึงรอโดนตีนได้เลย!”

            คู่กรณีร่างยักษ์สะบัดมือจากคอเสื้อเขาอย่างแรง จนเขาลงไปกองกับพื้น ลูกน้องของมันเดินย่างสามขุมเข้ามาล้อมรอบเขาอย่างเจตนาร้าย

            แม่งจะเจ็บขนาดไหนวะ เคยเห็นแต่ในละคร ไม่คิดไม่ฝันว่าจะโดนซะเอง’ แอลกอฮอล์ในกระแสเลือดทำให้เฟี๊ยตตลกได้แม้กระทั่งช่วงเวลาคับขันที่สุด

            จำไว้นะ อย่าเสือกมีปัญหากับพวกกูอีก จำเสื้อสีขาวดำนี้ไว้ ออกจากโรงพยาบาลแล้วอย่าลืมไปหาคำตอบว่ากูเป็นใคร จะได้ไม่เสือกมาขวางส้นตีนพวกกูอีก!”

            โจทก์ของเขาที่ดูจะเป็นหัวหน้าของคนเหล่านั้นย่างสามขุมเข้ามาอย่างมาดร้าย เฟี๊ยตพยายามจะยันกายลุกขึ้นเตรียมต่อสู้ แต่ในขณะนี้ อย่าว่าแต่รวมจิตประสานจักระ แม้แต่จะทรงตัวให้ตรงเขายังทำไม่ได้เลย เฟี๊ยตยกมือขึ้นมาบังหน้าแบบไม่รู้จะทำอย่างไรดี จิตใจของเขาจะรอรับความเจ็บปวดอยู่แล้ว อย่าให้กูรอดไปได้นะมึง กูจะตามวางยาพวกมึงให้ตายยกฝูงเลย

 

 

 

            เพิ่งรู้นะว่าเดี๋ยวนี้พวก Dark Drag ตกอับถึงขั้นต้องมารีดไถชาวบ้านตามเมืองเริ่มต้นแล้ว แถมหัวหน้าหน่วยยังทำตัวเป็นหมาหมู่ซะอีก รู้ถึงไหน อายถึงนั่น!”

            ยังไม่ทันที่ชิ้นส่วนใดๆ ของร่างกายอันธพาลเหล่านั้นจะทันได้ประทุษร้ายเขา เสียงปริศนาจากชายคนหนึ่งก็ดังมาจากบริเวณไม่ไกลไปจากพวกเขาเท่าไหร่นัก เฟี๊ยตหันไปมองยังที่มาของเสียงนั่นทันที แต่น่าเสียดายที่ดวงตาทั้งสองข้างของเขาแทบจะลืมไม่ขึ้น ชายหนุ่มจึงมองเห็นเพียงแค่ร่างจางๆ ของบุรุษปริศนาคนนั้น ให้ตายเถอะ แอลกอฮอล์เจ้ากรรมทำพิษเสียแล้ว!

 

 

 

 

 

            นายพินต้า

            ฝากกดติดตามเฟส ทวีต และในแอปนี้ด้วยนะ

            เริ่มแต่งไม่ค่อยจะทันเต็มที่ ใกล้จะต้องลดเหลือวันละตอนแล้ว ใครอยากอ่านวันละสองตอนต้องช่วยเมนต์นะ เอาแรงใจไปแต่งเพิ่ม 555555

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 17 ครั้ง

100 ความคิดเห็น

  1. #74 popleaw (@popleaw) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 7 มิถุนายน 2562 / 13:08

    :)))))
    #74
    0
  2. #63 XaRinXin (@XaRinXin) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2562 / 00:59

    อู้ววว แฟนมา 5555

    #63
    0