ตอนที่ 26 : Drunk Drunk (1)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 167
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 21 ครั้ง
    23 พ.ค. 62

ตอนที่ 26 : Drunk Drunk (1)

 

          สวัสดีวันที่ 10 ของการเล่นเกมในโลกประหลาด

          ไม่น่าเชื่อว่าจะผ่านเวลามาแค่เพียง 10 วันในเกมนี้ ผมรู้สึกเหมือนมันยาวนานมากเป็นเดือนเสียด้วยซ้ำ เกมออนไลน์นี่มันเหมือนจริงจนบางครั้งก็น่ากลัว หลายครั้งผมสะดุ้งตื่นมากลางดึกแล้วต้องใช้เวลานานหลายต่อหลายนาทีกว่ารู้ได้ว่าตัวเองกำลังอยู่ในโลกแห่งความฝันหรือกำลังอยู่บนโลกในความจริงกันแน่ เกมนี่ไม่ง่าย และก็ไม่มีทีท่าจะง่ายเลย

          ผมเริ่มบันทึกเรื่องราวการเดินทางของผมตั้งแต่วันที่ 1 ของการเริ่มเกม

          ทันทีที่ผมรู้ว่าไบเบิ้ลมีระบบการจดบันทึกไดอารี่ด้วยความคิดได้ ผมก็เลือกใช้ฟังก์ชันนั้นทุกวันก่อนนอน สารภาพว่าในตอนแรก ผมต้องการจะเก็บข้อมูลไว้ให้มากที่สุด เพราะคิดว่าในอนาคตที่เกม Bleeg ดังขึ้น ผมจะทำสรุปเกมออนไลน์ในความฝันนี่ขาย ผมคิดว่ามันจะทำเงินให้ผมได้เป็นกอบเป็นกำทีเดียว ขนาดตัวผมที่ได้มาเล่นโดยบังเอิญ ผมยังนึกอยากจะมีบทสรุปเกมดีๆ อยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน แล้วคนที่เขาเสียเงินซื้อเกมมาเล่นแบบตั้งใจ เขาจะไม่อยากได้กันเหรอ ถ้าผมทำสรุปออกมาได้ดี บทสรุปของผมก็อาจจะทำเงินได้มาก ผมคาดเดาว่าเกมนี้ยังไม่ค่อยแพร่หลายในประเทศไทยเท่าไหร่ และคนที่มีความคิดอย่างผมก็อาจจะมีไม่มาก หรือไม่ก็อาจจะมีแค่ผมเพียงคนเดียว

          แต่สุดท้าย ผมก็เลิกจดรายละเอียดของเกมไปทั้งหมด

          ยิ่งเวลาผ่านไป ผมยิ่งรู้ว่าเจ้าไบเบิ้ลนี่เหมือนกับอุปกรณ์จุข้อมูลจำนวนมหาศาล ไม่จำเป็นเลยที่ผมจะต้องจด เพราะไม่ว่าที่ไหน เมื่อไหร่ อย่างไร ผมก็เรียกขอข้อมูลจากไบเบิ้ลได้เสมอ แต่เรื่องราว เหตุการณ์ ความรู้สึก ประสบการณ์ต่างหากที่เป็นสิ่งล้ำค่าที่ไบเบิ้ลไม่สามารถให้ผมได้ ผมจึงเปลี่ยนมาเขียนเรื่องราวต่างๆ ในเชิงความรู้สึกประสบการณ์มากขึ้น นัยว่าจะช่วยให้บทสรุปเกมของผมสมบูรณ์ไปทั้งข้อเท็จจริงและข้อคิดเห็นของมนุษย์หนึ่งคนในโลกนี้

          นี่จึงเป็นที่มาของปูมการเดินทางในโลกที่แตกต่างฉบับนี้

          ผมตั้งใจจะจดบันทึกไปทุกวันเท่าที่ผมจะนึกขึ้นได้และไม่ลืม ผมบอกไบเบิ้ลไว้เรียบร้อยแล้วว่าให้แจ้งเตือนผมด้วยหากวันไหนผมลืมจดบันทึก ยิ่งคิดก็ยิ่งรู้สึกว่าไบเบิ้ลเป็นเพียงเพื่อนคนเดียวที่ผมมีในโลกใบนี้ แถมเพื่อนคนเดียวที่ผมมีก็ยังเป็นปัญญาประดิษฐ์เสียด้วย นายได้ยินฉันใช่ไหม ไบเบิ้ล แน่สิ นายเป็นคนจดบันทึกให้ฉันนี่ ฉันไม่ได้ว่านายนะ ฉันแค่อยากจะบันทึกความรู้สึกในตอนนี้ของฉันไว้

 

 

 

          คุณคิดว่าสิ่งที่น่ากลัวที่สุดในเกมนี้คืออะไร?

          มังกรยักษ์ที่ฆ่าคุณได้ด้วยลมหายใจที่ออกมาเป็นไฟร้อน ยาพิษร้ายแรงระดับที่แค่สูดดมก็ถึงตายได้ วิหารศักดิ์สิทธิ์รูปทรงประหลาดที่ทิ้งปริศนาให้คุณคิดจนหัวแตก ผู้เล่นคนอื่นที่มีบลีกแบบเก่งจนโคตรโกงที่พร้อมจะส่งตัวประหลาดมาฆ่าเพื่อชิงบลีกของคุณ หากคุณคิดถึงอะไรเหล่านี้ ผิดทั้งหมด อย่างน้อยก็ในความคิดเห็นของผม เรื่องเหล่านี้ไม่ได้มากเกินไปกว่าจินตนาการของผู้เล่นทุกคนจะคิดได้เลย

          ผมว่าสิ่งที่น่ากลัวมากคือ “ความเหงา” ต่างหาก

          Bleeg ไม่ใช่เกมที่อนุญาตให้คุณหยิบจอยขึ้นมากดต่อสู้ โดยที่หูคุณคุยโทรศัพท์กับเพื่อน และอีกมือหนึ่งก็ตั้งสเตตัสด่าความบัดซบของดินฟ้าอากาศไปด้วย ไม่ใช่แบบ ไม่ใช่เลย นี่ไม่ใช่เกมออนไลน์แบบที่คุณจะจินตนาการออกมาได้ เพราะเกมนี้อนุญาตให้ ONLINEได้เฉพาะคนที่มีเกมคอนโทรลเลอร์อยู่ในมือเท่านั้น ส่วนใครนอกจากนั้น สถานะคือ “OFFLINE” สถานภาพทางความรู้สึกในการเล่นเกมนี้ก็คงจะดีกว่าการถูกนำไปปล่อยเกาะเพียงนิดเดียว ลองจินตนาการว่าคุณใช้ชีวิต 10 วัน โดยมีแค่วันเดียวที่คุณสามารถติดต่อเพื่อนในชีวิตจริงคุณได้สิ มันจะเหงามากขนาดไหน ผมว่ามันเหงามากเลยนะ แต่ที่ผมบอกว่าดีกว่าการปล่อยเกาะเพียงนิดเดียวก็เพราะว่า เกมนี้ยังอนุญาตให้ผมมีเพื่อนในเกมได้ แต่ตอนนี้ ผมไม่มี ความรู้สึกของผมตอนนี้ก็คงเหมือนการโดนปล่อยเกาะโดยสมบูรณ์

 

 

 

          ผมว่าผมกำลังโฮมซิก และมันเป็นอะไรที่โคตรบัดซบ

          หลังจากที่เมื่อวานที่ได้คุยกับไอ้เด็กยาสระผม ผมก็แทบจะนอนไม่ได้ ในหัวผมมีแต่เรื่องวิ่งวนมากมายเต็มไปหมดที่ผมหยุดไม่ได้ ผมเหมือนคนที่ออกตัววิ่ง 100 เมตรมาด้วยความเร็วที่ดีมาก หาเงินได้มาก หาบลีกสูงสุดได้ 3 ใบภายในเวลาสัปดาห์นิดๆ ผมว่าผมทำสถิติได้โคตรดี ฝีเท้าผมดีมาก แต่อยู่ดีๆ ผมก็ได้ยินคำพูดหนึ่งวิ่งวนในหัวที่ผมไม่สามารถสลัดทิ้งไปได้ มันเหมือนผมถูกสกัดจนหน้าคะมำ ผมฟุบลงกับพื้น แล้วก็เริ่มคิดว่าผมออกแรงวิ่งมาทำไม

          ผมต้องอยู่ในโลกนี้ 300 วันเพื่อแลกกับเงิน 250,000 บาท คำถามคือมันคุ้มจริงๆ เหรอวะ

          โลกที่ไม่มีใคร ไม่มีเพื่อน ไม่มีคนรู้จัก ต้องระแวดระวังตัวเองเสมอจากคนที่อาจจะมาผลประโยชน์จากเรา แถมต้องเตรียมพร้อมจะวิ่งหนีสัตว์ประหลาดที่จะกระโจนออกมาคาบหัวเราไปกินเมื่อไหร่ก็ไม่รู้ ผมได้แต่ตั้งคำถามวนไปวนมา เกมออนไลน์บ้าบอนี่มันสมจริงไปหรือเปล่า ผมเริ่มคิดว่าบางที การเล่นเกมบนหน้าจอที่เรากับเกมแยกกันโดยสมบูรณ์ก็อาจจะเป็นความคิดที่ดีมากกว่าก็ได้นะ

 

 

 

          วันนี้ผมนอนซมโง่ๆ อยู่ในโรงแรมทั้งวัน

          ผมตัดสินใจพัก ผมว่าผมต้องพัก โลกนี่แม่งทำผมเหงา ผมแม่งจะบ้าตายอยู่แล้ว ผมไม่ได้คุยกับเพื่อนที่เป็นมนุษย์จริงๆ มา 10 วันแล้วนะ ผมเจออาจารย์ที่ก็ไม่ใช่คนที่เราจะมานั่งปรับทุกข์อะไรด้วยได้ เจอผู้เล่นคนอื่นที่ก็ไม่ใช่คนที่จะคบกันเป็นเพื่อนได้ คนที่ผมคุยด้วยบ่อยที่สุดคือปัญญาประดิษฐ์ ก็สมควรบ้าไหมหละ ผมว่าผมควรพักก่อนผมจะกลายเป็นบ้าไปจริงๆ

          ผมเริ่มคิดจริงจังเรื่องการหาเพื่อนร่วมทางในโลกนี้

          ขนาด 10 วันยังน่าเบื่อขนาดนี้ ถ้าผ่านไป 100 วัน 1,000 วัน ผมไม่วิกลจริตไปเลยเหรอ ไม่มีคนบ้าบอที่ไหนอยากวิ่งหนีสัตว์ประหลาดคนเดียวหรอก ผมต้องหาเพื่อนดีๆ สักคน เพื่อนที่ไว้ใจได้ สนิทใจได้ และเหมาะที่จะเดินทางไปด้วยกัน

          เขียนมาถึงตรงนี้ผมก็เริ่มสะท้อนใจอย่างไรบอกไม่ถูก

          คิดไปคิดมา การหาเพื่อนในเกมนี้ให้มันได้เรื่องได้ราวสักคนอาจจะยากกว่าการตามหาบลีกสูงสุดอีกก็ได้มั้ง ผมคิดเรื่องนี้ไปมา ผมตั้งใจว่าผมจะมองหาผู้เล่นคนอื่นให้มากขึ้น หาโอกาสพูดคุยกับคนอื่นให้มากขึ้น ผมว่านี่เป็นเรื่องสำคัญมาก ถ้าผมอยากจะเอาชนะเกมนี้ ผมมองข้ามเรื่องนี้ไม่ได้เลย

 

 

 

          Bleeg ไม่ใช่เกมออนไลน์แบบเกมอื่นบนโลกที่ผมเคยรู้จัก

          เกมนี้เหมือนจริงมาก มากราวกับผมหลุดมาอยู่ในโลกอีกใบหนึ่งมากกว่าเล่นเกม ความเจ็บที่จริงแท้แน่นอนและเหมือนมีลมหายใจแบบนี้ไม่อาจทำให้ผมรู้สึกเฉยๆ กับทุกย่างก้าวบนโลกใบนี้ได้ ลองจินตนาการว่าคุณต้องมาอยู่ในโลกที่มีมังกรประหลาดบินผ่านหัวคุณไปสิ มันไม่ใช่เรื่องที่จะที่จะก้าวข้ามผ่านไปได้ง่ายๆ เลย

          แต่ผมไม่ยอมแพ้ง่ายๆ หรอก

          เพราะผมเป็นคนชอบการแข่งขัน และเกมบ้านี่ก็เป็นการแข่งขันที่มีรางวัลที่แสนเย้ายวนใจยิ่งนัก ตราบใดที่ผมยังไม่ตาย ไม่สิ ตราบใดที่ผมยังไม่ตายจากเกมนี้ ผมก็จะทำให้ดีที่สุด ผมจะสลักชื่อ นายรัฐกิจ ป้องประสานกุล ไว้เป็นชื่อผู้เล่นคนแรกของโลกที่เอาชนะไอ้เกมในความฝันบ้านี่ให้ได้เลย

 

 

 

          คุณจำคำของผมเอาไว้ได้เลย!

 

 

 

 

 

            นายพินต้า

            ฝากกดติดตามเฟส ทวีต และในแอปนี้ด้วยนะ

            ใครอ่านเรื่องนี้อยู่บ้าง คอมเมนต์เช็คชื่อกันหน่อยเร็ว พิมพ์อะไรนิดๆ หน่อยๆ ก็ได้นะ เป็นกำลังใจให้กันไง เย้เย เมนต์กันหน่อย พลีสสสส

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 21 ครั้ง

101 ความคิดเห็น

  1. #73 popleaw (@popleaw) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 7 มิถุนายน 2562 / 12:56
    คิดถึงตอนที่อ่านเรื่องนี้ก่อนรีไรท์ แบบ 200 กว่าตอนต่อเนื่อง เป็นการเดินทางที่สนุกมากกกก รอบนี้เหมือนได้ออกเดินทางไปกับเฟียสใหม่อีกรอบ เป็นกลจให้ค้า :)
    #73
    0
  2. #45 A.Wannika (@wipavee123432) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 24 พฤษภาคม 2562 / 09:39
    ได้ข่าวว่าเรื่องจะมี500กว่าตอน มาค่ะไรต์! เราอยู่กันไปยาวๆ
    #45
    0
  3. #43 Monochrome (@vitality) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 23 พฤษภาคม 2562 / 18:13
    บางทีเราก็เหงาเหมือนเฟี๊ยต
    #43
    0