ตอนที่ 17 : Saffron Safflower (2)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 206
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 24 ครั้ง
    19 พ.ค. 62

ตอนที่ 17 : Saffron Safflower (2)

 

            เฟี๊ยตเริ่มต้นวันที่ 7 ในเกมด้วยเดินสำรวจเมืองมกราคมอย่างละเอียด

            รัฐกิจมุ่งหน้ามาที่ร้านแรกที่เขาหมายตามานาน ร้านสวัสดิการเพื่อผู้ทุพพลภาพของมาดามคอมเบย์ หรือ Madam Combay’s Welfare Shop For Disabled People มือของเขาเอื้อมเปิดประตูเข้าไปอย่างหมายตาไว้นานแล้ว ตุ๊กตานกตัวเล็กที่ตั้งอยู่ใกล้บานประตูร้องเสียงดัง

            “สวัสดีค่ะ”

            เจ้าของร้านค้าสำหรับผู้ทุพพลภาพเป็นหญิงสาวอายุประมาณ 35 ปีท่าทางคล่องแคล่ว บริเวณหูมีอุปกรณ์อันใหญ่ติดครอบอยู่เป็นรูปปีกนางฟ้า เฟี๊ยตเดาว่าเป็นอุปกรณ์ช่วยเหลือด้านการได้ยิน ชายหนุ่มกวาดสายตาไปทั่วร้าน ร้านสวัสดิการนี่มีขนาดไม่ใหญ่มาก แต่ละมุมของสิ่งปลูกสร้างมีของช่วยเหลือด้านการใช้ชีวิตของผู้พิการเต็มไปหมด อุปกรณ์ช่วยเหลือด้านการได้ยิน อุปกรณ์ช่วยเหลือด้านการเคลื่อนไหว อุปกรณ์กีฬาสำหรับผู้พิการ ไปจนถึงรถมอเตอร์ไซค์คันโตที่ปรับปรุงสำหรับผู้ที่นั่งวิลแชร์

            “มีอุปกรณ์สำหรับอ่านออกเสียงหนังสือไหมครับ” เขาถามโดยเอ่ยพูดอย่างช้าและชัดถ้อยชัดคำ

            “ลองอธิบายเพิ่มเติมหน่อยค่ะ จะได้ช่วยเลือกถูก” อีกฝ่ายพูด

            “ผมอยากได้อุปกรณ์อ่านออกเสียงหนังสือ เหมือนเป็นเครื่องอ่านอัตโนมัติที่ช่วยให้ผมไม่ต้องก้มลงอ่านหนังสือตลอด เหมือนจะอ่านออกเสียงให้ผมอัตโนมัติเลย” เขาอธิบาย

            “อ้อ มีค่ะ อยากได้เป็นบลีกตัวตนหรือบลีกเวทมนต์ดีคะ” หญิงสาวถาม

            “ต่างกันยังไงบ้างครับ”

            “ถ้า The Talkative Parrot (นกแก้วจอมขี้โม้) จะเป็นบลีกเวทมนตร์ค่ะ ใช้ได้ประมาณ 10 นาที ราคา 75 เรกเซค่ะ ส่วน The Brilliant Earring (ตุ้มหูอัจฉริยะ) ราคา 1,750 เรกเซค่ะ ใช้ได้เรื่อยๆ ค่ะ เป็นอุปกรณ์คงทน”

            เฟี๊ยตฟังอย่างคิดหนัก ตอนนี้เขามีเงินอยู่ 5,500 เรกเซถ้วน เขายังไม่ได้ใช้เงินไปสักแดง แต่ได้ค่าวิชาชีพมาแล้วหนึ่งวันถ้วน ชายหนุ่มเอามือลูบปากแบบคิดหนัก สิ่งที่เขาอยากได้ต้องเป็นตุ้มหูอยู่แล้ว เพราะคงทนถาวร ถ้าใช้ในระยะยาวยังไงก็คุ้มกว่า ติดตรงที่ว่า มันเกือบจะเป็นเงิน 30% ของเงินที่เขามีเลยนี่สิ

            “อืม” เขาพึมพำอย่างคิดหนัก แต่ความจริงตุ้มหูที่ว่าก็ไม่ได้ดูแพงมาก รอสี่วันก็ได้ค่าวิชาชีพเพียงพอแล้ว

            “ลองดูสินค้าก่อนไหมคะ”

            อีกฝ่ายพูดเสนอ ตุ้มหูอัจฉริยะเป็นอุปกรณ์ 2 ชิ้น ชิ้นแรกเสียบไว้กับหนังสือ อีกชิ้นหนึ่งติดไว้ที่หู ผู้เล่นสามารถควบคุมให้พูดหรือหยุดตามใจนึกได้ หรือจะตั้งอัตโนมัติให้อ่านก็ได้เช่นกัน

            “เอาตุ้มหูนี่ก็ได้ครับ”

            เขาพูดอย่างตัดสินใจ หักลบกลบหนี้แล้ว ดูยังไงก็น่าจะคุ้มค่าการลงทุน ผู้หญิงคนนั้นยิ้มรับพร้อมกับส่งคำสั่ง เกมคอนโทรลเลอร์ร้องตัดเงินไปเรียบร้อย ส่วนคอลลีกของเขาก็มีกลอนเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งบท ชายหนุ่มเดินตัวเบาๆ ออกจากร้าน เงินเขาเหลือแค่ 3,750 เรกเซแล้ว

 

 

 

            “ไบเบิ้ล”

            “นายท่าน”

            รัฐกิจถอนหายใจยาวออกมาอย่างโล่งใจ เขาเสียบอุปกรณ์อ่านไว้ที่ไบเบิ้ลประจำตัวเขา และเก็บไบเบิ้ลไว้ในถุงสมุนไพร 4 มิติอีกที การเรียกใช้ไบเบิ้ลในแบบเล่มตลอดและใช้ตุ้มหูอัจฉริยะไปด้วย นั่นหมายความว่า เขาจะสามารถพูดคุยกับไบเบิ้ลเมื่อไหร่ก็ได้ ที่สำคัญ เขาไม่ต้องเสียเวลาก้มอ่าน เพราะคำตอบจะได้กลับมาเป็นเสียง

            “ช่วยค้นหาฐานข้อมูลหน่อยว่า หญ้าฝรั่นต่างกับคำฝอยอย่างไรบ้าง”

            “ในฐานข้อมูลขณะนี้ หญ้าฝรั่นต่างกับคำฝอยอยู่ 3 ข้อ ข้อแรก รสชาติ ข้อต่อมา กลิ่น และข้อสุดท้าย สี นายท่าน”

            “ขยายความข้อสีหน่อย” เขาค้นพบว่าการพูดจะสื่อสารกับบลีกคู่ใจนี่ได้ง่ายกว่าการคิด

            “หญ้าฝรั่นกับคำฝอยมีสีต่างกันเล็กน้อย ถ้ามีหญ้าฝรั่นเป็นต้นแบบก็อาจจะแยกแยะได้ด้วยการใช้การผสานจิตที่ดวงตาเพื่อพิเคราะห์อย่างละเอียด”

            “มีรายละเอียดแค่นี้เองเหรอ”

            “แค่นี้ นายท่าน”

            “ข้อมูลที่ไบเบิ้ลมี ถือเป็นความจริงแน่นอนของเกมนี้หรือเปล่า หรืออาจจะมีสิ่งที่ไบเบิ้ลไม่รู้อีก” เขาตั้งคำถาม

            “สิ่งที่ไบเบิ้ลรู้คือฐานข้อมูลรวมทั้งหมดของเกมนี้ สิ่งใดที่เกิดขึ้นแล้ว เผยแพร่แล้ว และเปิดเผยข้อมูลแล้ว ไบเบิ้ลจะรู้ทั้งหมด แต่ปริศนาที่ยังไม่เปิดเผย ไม่ได้เป็นฐานข้อมูลอิสระ ไบเบิ้ลก็จะไม่รู้ นายท่าน”

            “โอเค ขอบคุณมากนะ ไบเบิ้ล”

            เขาพูดยิ้มก่อนจะก้าวเดินต่อไปตามทางเดินที่ปูไว้ด้วยอิฐและปูน เฟี๊ยตมุ่งหน้าไปยังที่ที่เขามุ่งหมายไว้ตั้งแต่ต้น หัวเขายังคงแล่นหมุนไปถึงเรื่องการหาเงินต่อไป ชายหนุ่มเกลียดชีวิตที่แสนจำขัดจำเขี่ย เขาจะไม่ยอมใช้ชีวิตอยู่ในเกมนี้ด้วยเงินหลักพันเรกเซแน่นอน

 

 

 

            “ยินดีต้อนรับสู่ร้านขายของมหัศจรรย์ของมิสเตอร์เอปาม”

            มนุษย์ปริศนาในชุดตัวตลกเด้งลงมาจากช่องลับบนเพดาน ร้านที่เขามาคือร้านขายของมหัศจรรย์ของมิสเตอร์เอปาม หรือ The Wonderful Gift Shop of Mr. Aparm เฟี๊ยตยืนหน้านิ่งอย่างนึกละเหี่ยใจ เขาทำใจไว้พอสมควรว่า ภายในร้านนี่จะเต็มไปด้วยความประหลาด แต่เขาก็ไม่คิดว่ามันจะเริ่มต้นประหลาดตั้งแต่เจ้าของร้านแบบนี้

            “ผมมาหาซื้อเครื่องแยกสเปกตรัมและความเข้มข้นของแสง” เขาพูดสงบ

            “ทำไมถึงคิดว่าที่นี่จะมีหละ”

            ตัวตลกพิลึกเด้งขึ้นบนเพดานหายไป ก่อนจะทะลุพื้นประตูกลมากระซิบเขาจากด้านหลัง เฟี๊ยตหันไปมองน้อยๆ ลูกเล่นเยอะจริงๆ

            “เพื่อนผมบอกว่าที่นี่มีทุกอย่างที่อยากได้”

            “ที่นี่วิเศษขนาดนั้นเลยเหรอ”

            รอบนี้เจ้าของร้านดึงตัวกลับเข้าประตูกลตรงพื้นหายไป แต่กลับปรากฏกายมาอยู่เป็นภาพฉายบนกระจกตามตู้ในร้าน เฟี๊ยตลากเก้าอี้ใกล้ๆ มานั่ง ท่าทางเขาจะใช้เวลามากกว่าที่คิด

            “ไม่มีเหรอครับ” เขาถามกวน

            “มีสิ ทำไมจะไม่มีหละ ที่นี่ต้องมีทุกอย่างที่อยากได้อยู่แล้ว” ตัวตลกหายไปจากจอ กลับมายืนนิ่งแกล้งเป็นรูปปั้นอยู่ตรงมุมขวา

            “ขอดูหน่อยครับ”

            As your wish!

            เสียงที่เต็มไปด้วยท่วงทำนองนั่นปรับโทนเสียงไปมาอย่างสนุก พื้นเคานเตอร์ตรงหน้าของเขาเปิดออก ก่อนที่กล่องนั้นจะถูกแกะออกอย่างอัตโนมัติ ภายในกล่องนั่นมีแว่นตารูปทรงประหลาดอันหนึ่ง มันประกอบด้วยเลนส์สองอันที่มีสีเขียว ตรงขอบเลนส์มีคันอะนาล็อคเล็กๆ ไปปรับตัวเลขสามหลัก ขาแว่นตรงกลางเชื่อมไว้ด้วยจมูกตัวตลกอันโต ปลายสุดของด้านล่างเป็นหนวดโง้งแบบตัวตลก ชายหนุ่มเฝ้ามองวัตถุนั้นอย่างสนใจ

            “ทำอะไรได้บ้าง”

            “ปะปรับสีหะให้เป็นความถี่ดะเดียวได้ ละละเลนส์ปรับคอนแทรสดะดูความเข้มได้ตะตามใจชอบ ตะตะตมูกมะมะมีไว้ให้โดนดูถูก ตะตะตรงตาพ่นแสงได้มะมะเหมือนคนบ้าอมฟะฟะไฟฉาย หนวดกระดะดะดิกได้ตามใจ ปะปะปะปะ ปะปะปะปะ ปะปะปะเป็นอุปกรณ์ปาร์ตี้ที่แสนดี”

            รัฐกิจถอนหายใจยาวอย่างเหนื่อยหน่าย เจ้าของร้านเลิกยืนนิ่งเป็นหุ่น แต่กลายเป็นตุ๊กตาไขลานติดอ่างตรงเหนือขอบประตู ชายหนุ่มได้แต่บ่นในใจ แต่ก็สงวนท่าทีไว้เพราะดูท่าต้องเจรจาธุรกิจกันต่อ

            “เท่าไหร่” เสียงเขาห้วน

            “วะวะวะว่าไงนะ นายท่าน” คราวนี้มันกลายเป็นเด็กรับใช้ซอมซ่ออยู่ด้านขวาของเขา

            “ราคาเท่าไหร่” เสียงเขาย้ำ

            “นี่แกกล้าดียังไงยะ”

            คราวนี้ตัวตลกกลายเป็นหญิงตัวอ้วนอยู่ในกล่องกระจกห่างตรงฝั่งซ้ายออกไป เขาแทบจำไม่ได้ โชคดีว่ายังมีปลายตุ่มจมูกสีแดงเด่น

            “ของชิ้นนี้ราคาเท่าไหร่ครับ” เสียงเขาพูดอย่างปลงๆ

            “แกก็รู้ว่าร้านนี้มีอาถรรพ์ ฮะฮะฮะฮ่า” เจ้าตัวตลกหายไป กลายเป็นเสียงดังก้องอยู่จากทุกทิศทาง

            “...”

            “แกก็รู้ว่าที่นี่มีของทุกอย่างที่แกอยากได้ แต่ราคาขายนั้นแสนแพง” ค้างคาวสามสี่ตัวบินผ่านหลังเคานเตอร์ไป พร้อมกับเสียงกังวาลก้องมาจากสัตว์ปีกเหล่านั้น

            “...”

            “ฉันชอบตั้งราคาที่แกไม่คิดอยากจะจ่าย” เขาเท้าคางแบบรำคาญ

            “แล้วตกลงมันเท่าไหร่กันแน่ครับ”

 

 

 

            “เท่ากับเงินทั้งหมดที่แกมี ฮะฮะฮะฮ่า”

            เสียงหัวเราะดังลั่นมาจากหลังเคานเตอร์ รอบนี้เจ้าตัวตลกนั่นปรากฏกายในรูปของท่านเคาน์แดร็กคูล่าน่าเกรงขาม ผมสีขาวแทรกดำ เขี้ยวเด่นออกมาจากริมฝีปาก ติดก็แค่อย่างเดียว ไอ้ผีดูดเลือดนี่ยังมีจมูกสีแดงเด่นเหมือนเดิม

           

 

 

 

 

            นายพินต้า

            ฝากกดติดตามเฟส ทวีต และในแอปนี้ด้วยนะ

            ช่วงนี้ลงถี่หน่อยนะ เรื่องมันดำเนินไปช้าหน่อย เพราะความจริงพล็อตของเรื่องมันยาวใช้ได้เลย ตอนแรกเลยต้องเร่งลงหน่อย อย่าเพิ่งเบื่อกันนะ เมนต์กันหน่อยนะ อิอิ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 24 ครั้ง

100 ความคิดเห็น

  1. #57 XaRinXin (@XaRinXin) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2562 / 00:07

    ร้านค้าลูกเล่นเยอะสุดๆ เป็นเรานี่หัวร้อนนานแล้วนะเนี่ย 5555 แค่อ่านยังหงุดหงิดเลย


    #57
    0