ตอนที่ 15 : The All-inclusive Drug Store (5)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 215
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 27 ครั้ง
    18 พ.ค. 62

ตอนที่ 15 : The All-inclusive Drug Store (5)

 

            The Defensive Golem …Come Forth!

            รัฐกิจสั่งการเรียกปีศาจทรายออกมาไว้เพื่อความอุ่นใจ บริเวณที่เขายืนอยู่เป็นป่าค่อนข้างโปร่ง เจ้าโกเลมจึงมายืนสถิตได้โดยไม่ทำให้ป่าโดยรอบราบพนาสูรไปเท่าไหร่นัก ชายหนุ่มถอยตัวเอาหลังไปยืนชิดกับบลีกคู่ใจไว้ อย่างน้อยก็ตัดปัญหาเรื่องการโดนโจมตีจากทางด้านหลังไปได้เปลาะหนึ่ง

            “นี่มันอะไรวะ”

            เฟี๊ยตเผลอสบถออกมาอย่างหงุดหงิด เมื่อจิตที่มุ่งร้ายนั้นดูรุนแรงและชวนอึดอัดมากขึ้นทุกที เขากวาดสายตาไปรอบด้านอย่างหวาดระแวง ชายหนุ่มรวมจิตไว้ที่โสตประสาทอีกครั้งเพื่อจับสัญญาณอันตรายอะไรสักอย่าง

            แต่คราวนี้ไม่เหมือนเดิม

            หูของเขาได้ยินเสียงเหมือนใบไม้ลั่นอย่างชัดเจนมาจากทางด้านขวามือเยื้องไปทางด้านหลัง ห่างไปประมาณสัก 15 เมตรเห็นจะได้ จิตของเขารู้สึกถึงความเสียดสีจนประสาทของเขาขมวดตึงจนถึงขีดสุด ชั่วอึดใจหนึ่งเขาก็นึกถึงลูกโป่งที่กำลังพองลมขึ้นมาได้ ใช่ ความรู้สึกมันเหมือนลูกโป่งที่กำลังถูกสูบลมใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ ยิ่งใหญ่ก็ยิ่งอึดอัด ยิ่งทรมานความรู้สึก ชั่วอึดใจนั่น สัญชาตญาณของเขาก็ได้สั่งการ ชายหนุ่มเหนี่ยวตัวขึ้นไปปีนอยู่บนมือของปีศาจทรายอย่างรวดเร็วราวกับว่าใกล้รู้ถึงจุดแตกดับ

 

 

 

            “ปืนใหญ่ทราย!

            ปังงงงงงงงงงง

            ตูมมมมมมมมมมม

            เสียงทั้งสามแทบจะระเบิดลั่นขึ้นพร้อมกัน เสียงแรกคือเสียงสั่งการบลีกคู่ใจของเขาให้ยิงฐานทรายที่เขายืนอยู่ขึ้นบนท้องฟ้า เจ้าโกเลมเปลี่ยนแขนเป็นเหมือนปืนใหญ่ลั่นไกส่งเขาพุ่งสูงไปเหนือยอดไม้อย่างรวดเร็ว ในขณะที่ตัวมันเองก็สลายกลายเป็นฝุ่นทรายไปจนหมดสิ้น เสี้ยวขณะจิตเดียวที่เขาพ้นทิวสนขึ้นมาทรงตัวนิ่งอยู่เหนือผืนป่าขึ้นมา เสียงระเบิดกัมปนาทก็สนั่นขึ้นยังเบื้องล่าง พุ่มไม้ต้องสงสัยนั่นกลายเป็นศูนย์กลางของการระเบิดที่ไม่เบาเท่าไหร่นัก ต้นไม้สองสามต้นแถบนั้นหักโค่นไปนอนลงกับพื้น ผืนป่าบริเวณนั้นราบเป็นหน้ากลองประมาณ 30 ตารางเมตรได้

            ลำคอของเฟี๊ยตแห้งผาก

            หากเขาดีดตัวขึ้นมาไม่ทันเมื่อกี้ เขาอาจจะบี้เละกลายเป็นเศษชิ้นเนื้อเสียแล้ว บริเวณที่เขายืนอยู่เมื่อกี้อยู่แทบจะตรงกลางของวงระเบิดเลยทีเดียว เขายกมือขึ้นมาลูบแผ่นอกไว้อย่างโล่งใจ เหมือนว่าชายหนุ่มจะหวิดความตายมาแค่นิดเดียว

            เขาดูท่าทีอยู่ประมาณเกือบ 5 นาทีได้

            เฟี๊ยตรอจนมั่นใจว่าปลอดภัยดีแล้วจึงสั่งการให้ก้อนทรายที่เขาทรงตัวอยู่กลับลงมาที่ผืนดินอีกครั้ง จิตสังหารเมื่อกี้หายไปจนเกลี้ยง ไม่เหลือเค้าโครงของความรู้สึกอันตรายชวนกดดันจากเมื่อครู่นี้แม้แต่นิดเดียว เขาสูดหายใจลึกอย่างเรียกกำลังใจก่อนจะเดินสำรวจบริเวณระเบิดเมื่อกี้อย่างจะหาเบาะแสที่มา

            มีสัตว์ตัวจ้อยขนาดปลายนิ้วก้อยตัวหนึ่งนอนอยู่กลางพื้นโล่ง

            เฟี๊ยตใช้ตาที่ผสานจิตจับจ้องไปที่มันขณะที่เดินเข้าไปสังเกตอย่างระแวดระวัง เจ้าแมลงน้อยนั่นนอนหมดรูป เหมือนมันจะทำการระเบิดพลีกายไปเป็นที่เรียบร้อยเมื่อครู่แล้ว การที่เขาเอาชีวิตรอดไปได้ ก็อาจจะหมายถึงการเอาชนะความพยายามของมันได้อยู่ในที

            Hibernate!

 

 

 

            “ชื่อ The Explosive Ant (เจ้ามดจอมระเบิด) ประเภท FB (บลีกตัวตน) ความสามารถ ใช้ในการต่อสู้และลอบโจมตี”

 

 

 

            เฟี๊ยตไม่เล่าเรื่องเฉียดตายเมื่อวานให้อาจารย์ฟังเด็ดขาด

            วันนี้เป็นวันที่ห้าในเกมแล้ว เขากำลังเรียนวิชาเภสัชกรรมที่เป็นหัวข้อสุดท้ายของวิชาปรุงยาขั้นต้นอยู่ วิชาเภสัชกรรมก็ว่าด้วยการปรุงยา วันนี้เขาได้ประยุกต์เอาความรู้ตั้งแต่วันแรกจนถึงวันนี้มารวมกันหมด เขาได้ทดลองทำยาอย่างหลากหลาย ยาเม็ด ยาน้ำ ยาลูกกลอน ยาประคบ สารพัดสูตรตำรับเท่าที่จะตำราเรียนจะเอื้อให้รู้

            “ต่อไปข้าจะสอนเรื่องสำคัญมากของการปรุงยา โดยเฉพาะยาที่ต้องใช้ในโลกนี้”

            อาจารย์ของเขาพูดพร้อมปิดตำราการสอนของวันนี้ลง แต่ดูเหมือนวิชาเรียนจะยังไม่จบ ท่าทางเหมือนเขากำลังจะได้เรียนรู้วิชาที่ไม่มีในหนังสือเรียน

            “ครับ”

            เขารับคำพลางมองไปที่อาจารย์อย่างสนใจ ลุงย้งล้วงมือเข้าไปในกระเป๋าเสื้อ พร้อมกับหยิบวัตถุมีขาวสะอาดกลมเกลี้ยงขนาดเท่าเม็ดยาลูกกลอนออกมา 5 เม็ด อาจารย์บรรจงวางสิ่งนั้นลงบนกระดาษบางที่วางปูไว้เป็นที่รอง

            “ข้าจะสอนเจ้าทำผงจักระ”

            “ผงจักระ?”

            “ผงจักระเป็นวัตถุสำคัญมากของนักปรุงยาไล่ไปจนถึงนักวางยาพิษ ผงนี่คือหัวใจของนักปรุงยาก็ว่าได้ เพราะการผสมจักระลงในสูตรยาจะทำให้เราสามารถสั่งการออกฤทธิ์ของยาได้ เช่น จะให้ออกฤทธิ์เฉพาะผู้ที่มีจักระนี้ หรือจะให้ออกฤทธิ์เฉพาะผู้ที่ไม่มีจักระนี้ เราก็สามารถเลือกคู่ยาลงสูตรได้ เรียกง่ายๆ ว่าเป็นการสั่งยา สั่งให้รักษาเฉพาะเรา หรือไม่ก็สั่งยาพิษให้ทำร้ายคนอื่น ยกเว้นเราก็ทำได้” ชายวัยกลางคนพูด พร้อมกับยื่นเม็ดสีขาวสะอาดให้เขาหนึ่งเม็ด

            “นี่คือผงจักระเหรอครับ” เขาถามแบบไม่รู้

            “ไม่ใช่ นี่คือไข่มุกเอนมา วัตถุดิบสำคัญในการทำผงจักระ ไข่มุกนี้แพงมากและหายากมาก คนนอกวงการจะไม่ค่อยรู้จัก แต่คนปรุงยาทุกคนรู้จักแน่ ข้ามีให้เจ้าแค่ 5 เม็ดเท่านั้น จงรักษาให้ดี เพราะจะไม่มีอีกแล้ว”

            “ขอบคุณมากครับอาจารย์”

            “เก็บ 4 เม็ดนั่นไว้ก่อน วันนี้ทำแค่เม็ดเดียวก่อนก็พอ แค่เม็ดเดียวก็ใช้ได้หลายเดือน หรือไม่ก็เป็นปีด้วยซ้ำ จำไว้ให้ดี ผงจักระมีฤทธิ์แค่บอกชนิด ไม่ต้องใส่เยอะก็ให้ผลได้ แค่ผงธุลีเดียวก็ให้ค่าไม่ต่างกับใส่ทั้งกำ ดังนั้น ใช้น้อยๆ ปรุงยาทุกครั้งจงรวมจิตที่ตา สังเกตจักระของเราที่ติดอยู่กับผง หากสูตรยามีสีแดงฉานด้วยออร่าแล้วก็แปลว่าใช้ได้”

            หลังจากนั้นลุงย้งก็อธิบายยาวเหยียด พร้อมกับสอนเขาทำทีละขั้นตอน

            การทำผงจักระเริ่มต้นจากการที่เจ้าของสูตรต้องนำไข่มุกมากำแล้วถ่ายทอดจักระเข้มข้นไปที่เม็ดไข่มุกนั่นเสียก่อน การใส่จักระลงในสิ่งของทำเหมือนการกำหนดจิต เพียงแต่ว่าต้องเขม่นสมาธิให้ตึงถึงขีดสุดเหมือนวัตถุเป็นส่วนหนึ่งของร่างกาย ก่อนจะปล่อยสมาธิให้ขาดอย่างรวดเร็ว จักระบางส่วนจะติดอยู่กับวัตถุ

            เฟี๊ยตใช้เวลาเกือบครึ่งชั่วโมงกว่าจะบังคับจักระให้มีออร่าแดงเข้มได้

            ลุงย้งให้เขาวางเม็ดไข่มุกลงกับกระดาษและตรวจจับด้วยสายตาจิตดู เขาเห็นออร่าแดงฉานติดบนเม็ดไข่มุกนั่น หลังจากนั้นจึงเอาไข่มุกที่ติดจักระดีแล้วลงบดในโกร่งให้ละเอียดเป็นผง ก่อนจะกวาดเอาเศษไข่มุกที่เรียกว่าผงจักระเหล่านั้นเก็บใส่ซองให้เรียบร้อย เพื่อจะนำมาใช้ในการปรุงยาต่อไป

            อาจารย์สอนเขาจับคู่รสยาเพื่อเฉพาะฤทธิ์ให้ผงจักระเป็นวิชาสุดท้าย

            เมื่อเรียนจบวันนี้ เขาก็พบว่าวิชาปรุงยาขั้นต้นสอนให้เขาปรุงยาสั่งได้สำเร็จ เขาสามารถปรุงยารักษาโรคที่มีแค่เขาที่กินแล้วจะหายแค่คนเดียว หรือแม้กระทั่งว่ายาพิษร้ายแรงที่ฆ่าคนได้เพียงหยดแตะลิ้น แต่ต่อให้เขากินทั้งขวดก็มีค่าแค่น้ำเปล่าเท่านั้น เฟี๊ยตยิ้มกับสมุดโน้ตวิชาเรียนอย่างอารมณ์ถูกใจ หัวของเขาจินตนาการไปถึงแผนการต่อสู้มากมายที่จะใช้ความสามารถในการปรุงยาเหล่านี้ไปประยุกต์

            ดูเหมือนว่าเขาจะเป็นผู้รักษาหรือจะทำให้ชีวิตปลิดปลิวก็เป็นได้

            เฟี๊ยตคิดถึงกลยุทธ์การใช้ยาสั่งที่ปรุงขึ้นในการต่อสู้ไปอย่างโลดแล่น หัวเขาไล่วนไปจนถึงสารพัดสรรพคุณที่ได้ร่ำเรียนมาตลอดสี่วัน คงจะดีไม่น้อยถ้าเขาสามารถปรุงยาสารพัดขนาน และนำมาใช้ในการต่อสู้ได้อย่างมีแต้มต่อ ทั้งบู๊ทั้งบุ๋น เขาจะต่อสู้โดยใช้ทั้งร่างกายและสมองไปในเวลาเดียวกัน

 

 

 

            “เฟี๊ยต”

            “...”

            “เฟี๊ยต”

            “...”

            “ไอ้เฟี๊ยต!

            “คะคะครับ” เขารับคำอย่างตกใจ

            “ใจลอยไปถึงไหนแล้ว”

            “เปล่าครับ แค่เผลอคิดอะไรนิดหน่อย”

            “เอ็งได้ยินไหมว่าข้าพูดอะไรอยู่”

            “ครับ?”

            “ข้าพูดอะไร”

            “เอ่อ อาจารย์พูดอีกทีได้ไหมครับ”

            “ไอ้เวรนี่”

            “ขอโทษครับ”

            “ข้าบอกว่าพรุ่งนี้ข้าจะสอบแต่งตั้งเองเป็นนักปรุงยาขั้นต้น ถ้าสอบผ่าน ข้าจะถึงจะสอนตำรายาพิเศษที่ข้าคิดค้นขึ้นเองให้ ดังนั้น เอ็งไปตั้งใจอ่านหนังสือมาให้ดี สิ่งที่ข้าจะสอบก็อยู่ในหนังสือที่ข้าให้กับเนื้อหาที่ข้าสอนนี่แหละ เข้าใจไหม?”

 

 

 

            “เข้าใจครับ!

 

 

 

 

 

            นายพินต้า

            ฝากกดติดตามเฟส ทวีต และในแอปนี้ด้วยนะ

            มาลงให้ทุกวันเลย วันละสองตอนสามตอน ฮี่ฮี่ รอคอมเมนต์ อยากอ่านเมนต์ เย้

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 27 ครั้ง

100 ความคิดเห็น

  1. #86 Lilias (@manat34602) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 18 มิถุนายน 2562 / 02:35
    สอบผ่านอยู่แล้วน้องเฟี๊ยตคนเก่ง
    #86
    0
  2. #34 I'cim.Gtd (@natthapongs) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2562 / 18:53
    ชอบ

    ยิ่งอ่านก็ยิ่งใช่แนวที่ตามหา

    รักเลย พร้อมเปย์ค่ะ
    #34
    2