ตอนที่ 10 : Ethora (5)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 294
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 28 ครั้ง
    20 พ.ค. 62

ตอนที่ 10 : Ethora (5)

 

            “ใช่สิ ข้าเป็นคน ข้าก็ต้องมีชี่สิวะ ฮ่าฮ่าฮ่า”

            อาจารย์ของเขาพูดพร้อมหัวเราะลั่นอย่างถูกใจ มือข้างหนึ่งก็มาตบไหล่เขาอย่างแรง จนสมาธิของเขาหลุดกระเจิง ภาพออร่าที่ครอบคลุมสิ่งต่างๆ เมื่อกี้หายไปจนหมดสิ้น

            “ตอนแรกผมนึกว่าอาจารย์เป็นตัวละครภายในเกมเสียอีก เห็นมีให้ผมทำภารกิจด้วย” รัฐกิจยิ้มแห้ง

            “เพราะข้าเป็นคนหนะสิ ข้าเลยเบื่อพวกผู้เล่นโง่ๆ ที่หวังจะมีอาชีพพร้อมกันทีเดียวทีละ 5 อาชีพ 10 อาชีพ จนไม่คิดจะเรียนอะไรให้มันจริงจังสักอย่าง จนมาเจอเอ็งนี่แหละ หน่วยก้านพอใช้ได้ ท่าทางจะตั้งใจเรียนจริง ไม่ได้ดีแต่พูด”

            “แหะๆ”

            “เอ้า ลุก”

            อาจารย์ของเขาพูดพร้อมกวาดสิ่งของบนโต๊ะกลับเข้าถุงใส่ของขนาดเล็กหายไปจนหมด ขาทั้งสองข้างก็ทำท่าจะก้าวนำเขาออกไปจากห้องมหัศจรรย์นี่ เฟี๊ยตรีบกุลีกุจอลุกตามอีกฝ่ายไปอย่างไม่ทันได้ตั้งตัว          “เราจะไปไหนกันเหรอครับอาจารย์”

            เภสัชกรหนุ่มเอ่ยถามอีกฝ่ายขณะที่เดินตามมาเรื่อยๆ อีกไม่กี่ก้าวก็จะพ้นพื้นที่ของสวนป่านี่และกลับเข้าประตูกลับไปสู่โลกของร้านขายยาแล้ว

            “พาเอ็งไปลงสนามจริงหนะสิ ไก่อ่อนอย่างเอ็งถ้าไม่หัดต่อสู้เอาไว้ตั้งแต่เนิ่นๆ ถ้าเจอใครมาท้าสู้ก็มีแต่ตายกับตายแน่ ถึงข้าจะออกข้อสอบโหด แต่ข้าก็หวังว่าเอ็งจะมีชีวิตรอดไปจนถึงวันสอบได้”

            “ครับๆ”

            เฟี๊ยตรับคำพร้อมกับเดินตามอีกฝ่ายไปเรื่อยๆ ลุงย้งเดินออกมาจากประตูตรงชั้นวางของ ทะลุออกมาจากเคานเตอร์ ผ่านทางเดินที่มีของวางระเกะระกะเต็มไปหมดอย่างคล่องแคล่ว เขารีบเดินตามมาติดๆ อาจารย์ของเขาเดินออกจากประตูร้านขายยาไปโดยไม่ได้ปิดล็อคร้านให้เรียบร้อยด้วยซ้ำ เฟี๊ยตไม่ทักท้วงอะไรนอกจากเดินตามอย่างเดียว เขารู้สึกว่าอีกฝ่ายเดินเร็วอย่างบอกไม่ถูก ชายหนุ่มถึงกับต้องวิ่งเหยาะๆ ถึงจะตามอีกฝ่ายได้ทัน

            “สภาพของเอ็งตอนนี้ ข้าพูดได้คำเดียวว่าไม่น่ารอด ถ้าเจอมอนสเตอร์หรือผู้เล่นที่พอมีประสบการณ์คนอื่น เอ็งได้ซี้แหงแก๋ แพ้แบบจอดไม่ต้องแจวเลยด้วยซ้ำ ฮ่าฮ่าฮ่า”

 

 

 

            ลุงย้งพาเขามาที่ป่าทิวสนที่เคยพูดถึง

            ป่าทิวสนคือป่าที่อยู่ไปทางทิศตะวันตกของตัวเมือง พื้นที่ติดกับตัวเมืองด่านแรกเป็นทุ่งหญ้าบนเนินสลับซับซ้อนลาดลงต่ำ ก่อนจะไปจรดกับป่าสนสูงโปร่งในที่สุด เฟี๊ยตวิ่งกึ่งเดินมาอาจารย์ทะลุไปจากแนวขอบเข้าไปสู่เขตป่า

            ชายทั้งสองตัดเลาะขึ้นมาทางด่าน

            ก่อนจะเดินตามทางไปเรื่อยๆ เขามองไปรอบด้านอย่างระแวดระวัง แต่ก็ทำอะไรไม่ได้มาก อาจารย์ที่เดินนำหน้าเขาก็ยังเดินไปเงียบๆ ต่อไป แต่ดูเหมือนว่าจะผ่อนฝีเท้าลงบ้าง เฟี๊ยตจึงได้โอกาสเปลี่ยนจากวิ่งเบาๆ มาเป็นเดินในจังหวะที่สบายมากขึ้น

            Coalig!

            รัฐกิจตัดสินใจเรียกสมุดสำหรับปลดปล่อยบลีกออกมาเผื่อยามฉุกเฉิน สัญชาตญาณของเขาบอกว่าภายในป่านี่ต้องมีมอนสเตอร์อะไรสักอย่างอยู่เป็นแน่ ถึงเขาจะต่อสู้ไม่เป็น แต่เขาก็อยากจะอุ่นใจไว้ก่อน ชายหนุ่มอึกอักจะถามคนที่เดินนำหน้าอยู่หลายครั้ง แต่ก็ตัดสินใจหุบปากไว้เสีย เขาเดาว่าคนตรงหน้าต้องการจะสอนอะไรเขาสักอย่าง บทเรียนที่เขาเองก็ไม่รู้ว่าเป็นอะไร

            “ได้ยินอะไรบ้าง”

            คนตรงหน้าหยุดเดินกะทันหัน พร้อมกับส่งเสียงถามเขาโดยไม่ได้หันมาแม้แต่น้อย เฟี๊ยตรีบหยุดฝีเท้าตามอาจารย์ ก่อนจะหยุดนิ่งเพื่อฟังเสียงรอบตัวอย่างพินิจพิเคราะห์ถี่ถ้วนถึงขีดสุด

            “ได้ยินเสียงใบไม้ไหวไปมากับเสียงลมครับ” เฟี๊ยตตอบไปตามสัตย์จริง

            “คราวนี้ลองรวบรวมจิตไปไว้ที่หูทั้งสองข้าง เหมือนตอนที่เคยรวบรวมไว้ที่ดวงตาทั้งสอง ตอนนี้เลย เปิดสมาธิให้กว้าง ลองเขม่นประสาทไปที่หูทั้งสองข้างดู ลองฟังใหม่ แล้วลองตอบข้ามาว่ารอบนี้เอ็งได้ยินอะไรบ้าง”

            “...”

            “...”

            “ได้ยินได้เสียงหายใจฟืดฟาดดังมาจากทางขวาครับ เหมือนจะมีเสียงอะไรสักอย่างขุดดินอยู่เบาๆ ได้ยินเสียงลมหายใจปะทะควันฝุ่นให้ฟุ้งขึ้น เหมือนจะเป็นเศษผงปลิว แต่ก็สัมพันธ์กับจังหวะการหายใจครับ”

            เฟี๊ยตตอบไปตามที่จับสังเกตได้ พอรวบรวมจิตไว้ที่หูแล้ว เหมือนโสตประสาทของเขาถูกขยายศักยภาพเป็นร้อยเท่าพันเท่า เขารู้สึกเหมือนพุ่มไม้ที่ห่างออกไปทางด้านขวาประมาณสิบกว่าเมตรมีสิ่งมีชีวิตอะไรสักอย่างแอบซ่อนตัวอยู่ เขาเหมือนจะได้ยินเสียงหายใจ แต่เขาก็ไม่ได้เชี่ยวชาญมากพอจะแยกได้ว่า มันเป็นสัตว์ประเภทไหนกัน

            “รอบนี้เอ็งไม่ต้องเรียกคอลลีกออกมาใช้ จำไว้ว่าข้าจะเป็นคนต่อสู้ ถ้ามันโจมตีเอ็ง เอ็งแค่มีหน้าที่หลบให้ทันก็พอ เรื่องต่อสู้เดี๋ยวข้าจะจัดการเอง”

            อาจารย์ของเขาเอ่ยสำทับ คำสั่งนั่นทำให้เขาต้องฝืนกลืนน้ำลายลงคอก้อนใหญ่ ดูเหมือนว่าจะมีอะไรสักอย่างที่พร้อมจะจู่โจมเขาเข้ามาจริงๆ ด้วย

            “ครับ”

            “เตรียมตัวรับมือ ลมกำลังจะเปลี่ยนทิศพัดไปเข้าทางมันแล้ว”

            “ครับ”

            “อย่าลืม หลบอย่างเดียวพอ!

            อาจารย์ของเขาเร่งสั่งเขามาอีกครั้ง ก่อนที่จะบิดตัวไปทางด้านขวา และเอามือกวาดให้ตัวเขาเบ่งมาอยู่ทางด้านหลัง เหงื่อของเฟี๊ยตซึมออกมาตามไรผม เฟี๊ยตกำคอลลีกในมือแน่น ในใจก็ปลอบตัวเองไปว่ายังไงก็มีอาจารย์อยู่ด้วยทั้งคน

 

 

 

            “ระวัง!

            “เฮ้ย!

            เสียงของลุงย้งตะโกนดังเตือนเขา พร้อมกับจังหวะที่ลมจากทางด้านหลังพวกเขาทั้งคู่พัดไปปะทะพุ่มไม้นั้นโดยตรง ไม่ถึงเสี้ยววินาที พุ่มไม้เจ้ากรรมนั่นก็สั่นอย่างรุนแรง พร้อมกับเกิดเสียงดังลั่น

            สิ่งมีชีวิตชนิดหนึ่งตะกุยตัวเองออกมาจากพุ่มไม้หนา

            ตัวขนาดเกือบล้มไม้พุ่มนั่นกวาดเอาต้นไม้แถบนั้นพังพินาศไปหลายกอ ขาทั้งสี่ของมันที่ควบตะบึงเข้ามากวาดเอาฝุ่นที่อยู่ตามพื้นคลุ้งขึ้นไปเป็นทางตามรอยที่มันวิ่งเข้ามา เสียงโฮกฮากของมันดังลั่นไปในความเงียบ เขี้ยวโง้งของมันมีขนาดไม่ยาวแต่ก็น่าจะทำให้กระดูกหักได้อย่างไม่ยากเย็น

            ใจของเฟี๊ยตตกไปอยู่ที่ตาตุ่ม

            สัตว์ร้ายสี่เท้าตัวนั่นมุ่งความอาฆาตมาดร้ายมาที่เขาอย่างชัดเจน มันควบปุเลงตรงเฉียงมาทางด้านเขา ไม่กี่อึดใจ เขาก็เห็นภาพของมันชัดเต็มคลองจักษุ เจ้าสัตว์ร้ายนั่นเป็นที่คุ้นหน้าคุ้นตาเขาอยู่มากทีเดียวเพราะมันอยู่ในการ์ตูนเรื่องโปรดของเขา ผิดก็เสียแต่ว่า เจ้าตัวที่อยู่ตรงหน้านี่คงอยากจะขยี้เขาให้แหลกไปเสียเต็มที

            หมูป่าแอฟริกัน!’

            เฟี๊ยตอาศัยจังหวะชุลมุนที่เจ้าสัตว์นั่นควบเท้ามุ่งตรงเข้ามากระโดดหลบไปยังทางเบี่ยงด้านข้างที่หมายตาไปอยู่ก่อนแล้ว การกระโดดของเขาทำให้เขารอดมาจากเขี้ยวโค้งนั่นอย่างหวุดหวิด แต่ก็เหมือนว่าการเคลื่อนไหวของเขาจะไปขัดจังหวะของอาจารย์เขาอยู่เสีย ชายหนุ่มได้ยินเสียงสบถอย่างขัดอารมณ์อยู่ในลำคอของคนที่มาด้วย แต่จังหวะนั้นเขาก็ไม่ได้ไตร่ตรองอะไรมาก ใจของเขามัวแต่คิดว่าจะหนีจากไอ้หมูบ้านี่ยังไงให้รอดดี

            “เชี่ย!

            เขาสบถออกมาด้วยเสียงไม่เบานัก เมื่อเห็นว่าไอ้สี่เท้าที่พลาดท่าจากเขาไปตอนแรกแว้งกลับตัวตรงทางด่านที่เลยออกไปหน่อย ก่อนจะหันตัวกลับมาและวิ่งตรงมาที่เขาอีกครั้ง เฟี๊ยตที่กำลังนอนแอ้งแม้งอยู่รีบตะกุยตะกายตัวเองลุกขึ้นเพื่อหนีจากวงโคจร

            ชั่วอึดใจนั่น อาจารย์ของเขาก้าวเข้ามาขวางตรงกลางระหว่างเขากับเจ้ามัจจุราช

            สีหน้าของชายวัยกลางคนเรียบเฉย ต่างกับเจ้าหมูนั่นที่วิ่งสวนเข้ามาอย่างอาฆาต ลุงย้งยืนรอนิ่งอย่างสงบ เมื่อถึงระยะชั่ววินาทีเดียวที่ไอ้สัตว์หน้าขนนั่นจะมาถึงตัว อาจารย์ของเขาก็ยื่นแขนหนาออกไปสวนเจ้าหมูแอฟริกันที่กำลังวิ่งเข้ามาอย่างเต็มรัก หมัดนั้นเข้มข้นด้วยจิตมาก ขนาดเขาที่ยังไม่ได้รวบรวมจิตเพื่อจับสังเกตยังรับรู้ได้ถึงพลังที่อัดแน่นอยู่ในการเคลื่อนไหว

            ปึงงงงงงงงงงง

            เสียงฟาดของกำหมัดแน่นเข้ากับศีรษะของสัตว์ป่าที่มุ่งตรงเข้ามาดังลั่นขึ้นในความเงียบ เจ้าหมูตัวนั้นสะท้านพร้อมเด้งตัวกลับไปนอนหงายท้องอย่างหมดรูป ในขณะที่ลุงย้ง อาจารย์เจ้าของหมัดเด็ดไม่มีท่าทีสั่นไหวแม้แต่นิดเดียว ไม่แม้แต่จะสะท้านถอยหลังมาเพียงสักเซนติเมตรเดียว

            Hibernate!

            มือที่เคยกำเป็นหมัดแข็งคลายออก พร้อมประกาศคำสั่งผนึกพลังตรงหน้าให้กลายเป็นบลีกในคอลลีกประจำตัว หมูป่าที่นอนหงายอยู่ละลายหายไป ดูเหมือนว่าลุงย้งจะซ่อนคอลลีกของตนไว้ตรงไหนสักที่ของเสื้อคลุมประจำกาย

 

 

 

            “ชื่อ The African Warthog (หมูป่าแอฟริกัน) ประเภท FB (บลีกตัวตน) ความสามารถ ใช้สำหรับต่อสู้”






            สรุปผลการเล่นเกมของผู้เล่น PharmaPhiat

 

            อันดับผู้เล่น : ยังไม่ติดอันดับ 1 ใน 100

            จำนวนวันภายในเกม : 1 วัน

            เมืองปัจจุบัน : มกราแห่งการเริ่มต้น

            จำนวนเงินคงเหลือ : 5,000 เรกเซ

            วิทยฐานะ : ไม่มี

            จำนวนบลีกพรสวรรค์ที่มี : 2 บลีก

            จำนวนบลีกสูงสุดที่มี : 0 บลีก

            จำนวนประเภทบลีกสูงสุดที่มี : 0 ชนิด

 

 

 

 

 

            นายพินต้า

            ฝากกดติดตามเฟส ทวีต และในแอปนี้ด้วยนะ ^ ^

            10 ตอนแล้วนะ เร่งลงให้เยอะมากๆ เลย ขอคอมเมนต์เป็นกำลังใจหน่อยนะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 28 ครั้ง

101 ความคิดเห็น

  1. #26 Lilias (@manat34602) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 16 พฤษภาคม 2562 / 23:17
    น้องเฟี๊ยตต้องไปฝึกร่างกายได้เยอะๆเลย~
    #26
    0