รอย...แค้น

ตอนที่ 2 : รอยแค้น 2

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 42
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 15 ครั้ง
    1 ธ.ค. 60

Be mine cafe

“สวัสดีครับ….ต้องการรับอะไรดีครับ” ชายหนุ่มเจ้าของร้านเอ่ยทักทายกับลูกค้าคนใหม่ทั้งที่ยังไม่ได้เงยหน้าขึ้นมาจากตู้โชว์ขนม อาศัยเพียงความเคยชินของเสียงกระดิ่งจากประตูหน้าร้าน                      

"กาแฟดำ” เสียงเยือกเย็นของลูกค้า ทำให้เว่ยโจวต้องรีบเงยหน้าขึ้นมาต้อนรับลูกค้าคนใหม่ทันที ใบหน้าหล่อเหลาดูบึ้งตึง ไม่เป็นมิตร กำลังจ้องมองเขาอยู่ด้วยความไม่พอใจ แววตาคู่นั้นทำให้เว่ยโจวรู้สึกสะท้านในใจอย่างบอกไม่ถูก เหมือนแววตาของใครบางคนที่ไม่เคยลืม “ขอโทษครับ พอดีกำลังยุ่งนะครับ” เดี๋ยวผมจะรีบทำให้ครับ พร้อมโค้งตัวลงอย่างสุภาพ

“คงไม่นานนะครับว่าที่รองประธานคุณสวี่เว่ยโจว”

“คุณ..คุณเป็นใคร”เว่ยโจวถามด้วยความแปลกใจ โจวโจวเป็นชื่อเรียกที่ลูกค้าและทุกคนที่นี้ใช้เรียกเขา เขาที่เป็นเพียงเจ้าของร้านกาแฟเล็ก ๆ นี้เท่านั้น

“ผมก็ลูกค้าคุณงัย”

“ผมไม่ตลกนะ คุณรู้จักผม คุณเป็นใคร” เว่ยโจวอยากรู้ทำไมคน ๆ นี้ ถึงรู้จักเขา ไม่ใช่คนที่บริษัทของพ่อเขาแน่นอน เพราะหลังจากที่เขากลับมาจากเมืองนอก เขาไม่เคยแสดงตนต่อหน้าสาธารณชน ไม่เคยเข้าไปที่บริษัทของพ่อเขา คนในบริษัทแทบจะไม่รู้จักเขาด้วยซ้ำ

“คุณโจวโจว กาแฟลูกค้าได้แล้วค่ะ” พนักงานบอกพร้อมกับวางแก้วลงตรงเคาร์เตอร์คิดเงิน               

“เท่าไร”                   

"เดี๋ยวก่อน   คุณยังไม่ตอบผมเลยว่า คุณเป็นใคร บอกผมมาเดี๋ยวนี้"  เว่ยโจวถามด้วยความร้อนรน คน ๆ นี้ รู้จักเขา รู้ว่าเขาเป็นใคร มันต้องมีอะไรแน่ ๆ

"เอาไว้เราเจอกันครั้งหน้า ผมจะแนะนำตัวกับคุณเอง นี่ค่ากาแฟ ส่วนกาแฟนั้นผมเลี้ยงคุณ รองประธานสวี่..เว่ย..โจว” พูดจบชายหนุ่มกลับตัวเดินออกไปจากร้านทันที ทิ้งให้เว่ยโจวยืนนิ่งงันกับสิ่งที่เจอ

..........................................

โรงแรมแซงกาเรีย


“สวัสดีครับ คุณลุงสวี่ เป็นเกียรติอย่างยิ่งเลยนะครับที่เชิญผมมาร่วมงานในวันนี้” หลีหว่างเซียน ลูกชายคู่ค้าคนสำคัญกล่าวทักทายคนที่มีอายุรุ่นราวคราวเดียวกับพ่อของเขาอย่างนอบน้อมและคุ้นเคย

“อ้าว...ว่างัยละเรา แล้วนี่คุณหลีไปไหนละ”

“คุณพ่อกลับมาจากอเมริกาไม่ทันนะครับก็เลยให้ผมมาแทน และฝากขอโทษคุณลุงด้วยครับ “

"อืม..ไม่เป็นไร ๆ ไว้คราวหน้าค่อยเจอกันก็ได้ แล้วนี่มาคนเดียวใช่ไหม งั้นลุงจะเรียกซานซานมาอยู่เป็นเพื่อนแล้วกัน ยังไม่ได้เจอกันใช่ไหม”

“ครับ คุณลุง” 

แต่ยังไม่ทันจะมองหาลูกสาวอีกคน เสียงโทรศัพท์ก็ดังขัดจังหวะเสียก่อน “คุณเว่ยโจวเตรียมตัวเสร็จแล้วครับนาย จะให้พาลงไปที่งานเลยไม่ครับ”

“พาลงมาเลย ฉันจะให้คนเตรียมทางนี้ให้พร้อม”

“คุณเว่ยโจวครับ นายท่านให้ลงไปได้เลยครับ” หม่าหลงเอ่ยบอกกับผู้เป็นนายอีกคน หลังวางสายจากประธานีสวี่ วันนี้คุณเว่ยโจวดูดีมาก ๆ เสื้อสูทสี่น้ำเงินขลับให้เจ้าตัวดูขาวผ่อง ทรงผมถูกจัดเซทโดยช่างฝีมือระดับประเทศที่เกณฑ์มาวันนี้โดยเฉพาะ ยิ่งทำให้ใบหน้ายาวเรียวโดดเด่นกว่าที่เคยเป็น จนเขาที่เป็นผู้ชายด้วยกัน ยังอดนึกชื่นชมไม่ได้ นับตั้งแต่ได้รับคำสั่งให้มาดูแลปกป้องเว่ยโจว หม่าหลงก็คอยเป็นเงาตามตัวของนายน้อยคนนี้ ไม่ห่างไปไหน

“งั้นไปกันเถอะ...ผมพร้อมแล้ว”  

……………………................……..


“สวัสดี และขอขอบคุณทุก ๆ ท่าน ที่มาเป็นเกียรติในงานเปิดตัวรองประธานบริษัทคนใหม่ และจะเป็นผู้ที่ก้าวขึ้นมาเป็นประธานบริษัทต่อจากผมในอนาคต ลูกชายผม สวี่เว่ยโจว ทันทีที่ประธานสวี่กล่าวจบ เว่ยโจวก็ก้าวขึ้นมาบนเวที แสงแฟลซ สปอนไลน์ ต่างสาดเข้ามาที่ตัวเขา ผู้คนในงานต่างส่งเสียงเส่งแซ่ 

“ไม่คิดเลยนะคะว่า คุณสวี่จะมีลูกชายหน้าตาหน้าเอ็นดูขนาดนี้”  

“นั่นซิคะ สงสัยวันหลังต้องให้ลูกสาวมาทำความรู้จัก ผูกไมตรีกันไว้แล้วซิคะ”

“อุ้ย คิดเหมือนกันเลยค่ะ”

“ซานซานเป็นอะไรไปครับ พี่เห็นยืนหน้าบึ้งตึงอยู่ตรงนี้มาสักพักแล้ว ทำไมไม่อยู่ในงานหล่ะครับ”

“ก็พี่หว่างเซียนดูซิคะ แต่คนละพูดเหมือนจะจับพี่เว่ยโจวไปให้ลูกสาวตัวเองเขมือบนั่นแหละ เชอะข้ามศพซานซานไปก่อนเถอะ”

“หวงพี่ชายว่างั้น” ชายหนุ่มพูดพลางลูบศรีษะสาวน้อยเบา ๆ ด้วยความเอ็นดู ตอนเด็ก ๆ ซานซานมักจะวิ่งตามและร้องเรียกหาพี่ชายตัวปลอมคนนี้อยู่เลย แต่พอโตขึ้นพี่ชายตัวจริงกลับมา เขาแทบไม่ได้เจอะเจอน้องสาวตัวแสบคนนี้เลย มันน่าน้อยใจจริง

“แล้วพี่หว่างเซียนได้เจอพี่เว่ยโจวหรือยังคะ”

“ยังครับ เห็นไกล ๆ ตอนเดินขึ้นบนเวทีนี้แหละครับ พอดีพี่ออกมาสูดอากาศนิดหน่อย”  

“เดี๋ยวซานซานจะพาไปแนะนำให้รู้จักพี่ชายคนดีของซานซานเอง ตรงนี้มันไกลจากเวที เห็นหน้าพี่เว่ยโจวไม่ชัดหรอกค่ะ แล้วพี่หว่างเซียนจะรู้ว่าพี่เว่ยโจวน่าหวงแค่ไหน”

…….................................................


"สวัสดีครับ ผมสวี่เว่ยโจว ผมจะเข้ามาบริหารงานของบริษัทในตำแหน่งรองประธานบริษัท ตั้งแต่พรุ่งนี้เป็นต้นไป ยังงัยขอฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะครับ” เสียงตบมือดังก้องทั่วงานทันทีหลังจบประโยค เว่ยโจวก้าวลงจากเวทีอย่างรวดเร็ว 

“คุณเว่ยโจจะไปไหนครับ” หม่าหลงถามนายน้อยพร้อมเดินตาม

“นายไม่ต้องไป ฉันแค่อยากไปเดินเล่นที่สวนของโรงแรมหน่อย ฉันอยากอยู่คนเดียว ฉันไม่หนีไปไหนหรอก นายดูแลทางนี้เถอะ”

“แต่……………….”

“ทำตามที่ฉันสั่ง….หม่าหลง”

“ครับ คุณเว่ยโจว”

คล้อยหลังเว่ยโจออกไป ปรากฏผู้มาเยือนคนใหม่ ขนาบข้างด้วยชายชุดดำ 4-5 คน จนดูน่าเกรงขาม คนแปลกหน้าที่ใคร ๆ ต่างก็รู้จักเป็นอย่างดี ไรอัน อัลโดริโก้ นักธุรกิจชื่อดังที่มีทั้งอำนาจและเงินตรา แม้จะไม่ได้ทำธุรกิจด้านมืด แต่ในวงการมาเฟียกลับยกย่องคน ๆ นี้ และอยากร่วมธุรกิจด้วย

"สวัสดีครับ นี้ยังไม่สายใช่ไหมครับที่ผมจะขอร่วมแสดงความยินดีกับคุณสวี่ในการเปิดตัวรองประธานและว่าที่ประธานในอนาคต ผมไรอัน อัลโดริโก้ อาจจะเสียมารยาทที่มาโดยไม่ได้รับเชิญครับ”

“ผมคิดไม่ถึงเลย ว่าคุณไรอัน จะให้เกียรติผมขนาดนี้”  

“อย่าถือว่าเป็นเกียรติเลยครับ พอดีผมมีโครงการจะขยายธุรกิจมาแถวโซนเอเซียนะครับ และผมมีความสนใจที่จะร่วมลงทุนกับบริษัทของคุณถ้ามีโอกาส”

"ทำไมคุณถึงสนใจบริษัทเล็ก ๆ ของผมแทนที่จะเป็นบริษัทใหญ่รายอื่นแทน”

“บริษัทรายใหญ่ ๆ ก็ใช่ว่าฐานะจะมั่นคงตามตัว ก่อนที่ผมจะลงทุน ผมก็มีข้อมูลพอที่จะให้ผมกล้าเสี่ยง บริษัทของคุณแม้จะเล็ก แต่ก็ให้ผลกำไรเป็นที่น่าพอใจ ถึงกระนั้นคุณก็ยังไม่ขยายบริษัทติดเพียงแค่เงินทุน เพราะหากคุณนำกำไรทั้งหมดมาลงทุน และไม่เป็นไปตามที่คุณคิด บริษัทอาจจะล้มละลายเลยก็ได้ แต่ผมช่วยคุณได้ นี่นามบัตรผม ถ้าคุณสนใจจะร่วมงานกับผม คุณสวี่” ไรอันกล่าวทิ้งท้ายให้สวี่เทียนอันได้คิด ก่อนจะโค้งตัวแล้วเดินออกไปจากงาน

…………..........................................

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 15 ครั้ง

0 ความคิดเห็น