{ปิดพรี} Fake Love 21 l เดิมพันรัก

ตอนที่ 7 : อัปครบ ll Fake love 7th : Your my girlfriend

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 7218
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 286 ครั้ง
    7 ส.ค. 62

**อ่านชี้แจงเล็กๆข้างล่างด้วยนะคะ


Fake love 7th Your my girlfriend  -


#wattpad #fantasy ❝Tell me a story, love.❞ In which, a slave girl tells a bloodthirsty king a story in exchange for her life. [07.15.16] all rights reserved ©2016



                “วันนี้ฟางสวยมากเลยนะคะรู้มั้ย” รู้สิก่อนหน้านี้ลมพึ่งชมฉันมาเขาน่ะชมว่า วันนี้ฟางสวยมากเลยนะ แต่จริงฟางก็สวยทุกวันอยู่แล้วสำหรับเรา พอคิดถึงประโยคนี้ฉันดันยิ้มออกมาซ่ะงั้นแต่พอนึกได้ว่าอยู่ต่อหน้าผู้ชายคนนี้ฉันก็หุบยิ้มลงไปทันทีหวังว่าเขาจะไม่เข้าใจผิดหรอกนะ

                “ขอบคุณค่ะ” ฉันตอบไปตามมารยาทในตอนนี้ลมไม่ได้มองฉันเพราะผู้หญิงคนนั้นเขย่าแขนเขาก่อนจะชวนเขาถ่ายรูปเซลฟี่ด้วยส่วนฉันกลับมาโฟกัสผู้ชายคนนี้

                “ฟางรู้มั้ยตอนอยู่นิวซีแลนด์พี่คิดถึงฟางมากเลยนะ ทำไมถึงไม่ตอบแชทพี่บ้าง” อยากจะตะโกนใส่หน้าผู้ชายคนนี้ว่าเฮงซวยแต่ต้องกลั้นใจไว้สุดฤทธิ์

เชื่อมั้ยพอได้ยินคำว่าคิดถึงจากผู้ชายแสนเลวคนนี้ฉันรู้สึกผะอืดผะอมจนอยากจะอ้วกออกมาเลย คนที่ทำร้ายกันมีสิทธิ์มาพูดคำว่าคิดถึงด้วยหรอ แค่คิดก็ไม่มีสิทธิ์ด้วยซ้ำในความคิดฉัน

“ฟางขอตัวนะคะ” ฉันบอกแล้วเดินออกมาโดยไม่เหลียวหลังกลับไปด้วยซ้ำ ทำไมผู้ชายคนนี้ถึงไม่หายๆไปจากชีวิตฉันเลยนะทำไมถึงได้วนกลับมาทั้งๆที่ฉันเกลียดเขาจะตาย

ฉันไม่มีกระจิตกระใจอยู่ในงานเลยโชคดีที่คนหน้างานเข้าไปข้างในหมดแล้วพอฉันเห็นการ์ดของพ่ออยู่ด้านนอกก็เลยสั่งให้ไปบอกพ่อว่าฉันเจอไอ้พี่นทีไม่อยากอยู่แล้วพ่อคงเข้าใจฉันแหละมั้งว่าฉันไม่อยากเจอเขา

ฉันเลือกที่จะกลับมาคอนโดโดยให้การ์ดของพ่อมาส่งโชคดีที่โรงแรมมันไม่ได้ไกลจากที่ๆฉันอยู่เท่าบ้านก็เลยมาส่งฉันแล้วค่อยกลับไปหาพ่อกับแม่ได้

ฉันรู้สึกไม่ค่อยดีเท่าไหร่ไม่แน่ใจว่าเรื่องไหนกันแน่นะแต่ตอนหลับตาลงฉันดันเห็นแต่ภาพของลมตอนกับผู้หญิงคนนั้นถ้าเกิดว่าฉันไม่สะอิดสะเอียนดับคำพูดของไอ้พี่นทีมากจนทนไม่ไหวฉันก็คงเดินเข้าไปหาพ่อกับแม่แล้วก็ทำเป็นถามลมแล้วแต่ฉันน่ะไม่อยากอยู่ในงานนั่นแล้วไง

พอกลับมาแล้วเดินไปเปลี่ยนชุดโชคดีที่วันนี้ฉันไม่ได้แต่งหน้าเข้มมากมันเลยไม่หนักหน้าฉันกะว่าใกล้จะนอนค่อยอาบน้ำทีเดียวเลยอาทิตย์นี้อาจารย์ไม่ได้สั่งงานอะไรเยอะมีแค่งานที่รอนำเสนอเพราะงั้นฉันเลยมาแชทอัพเดตอาการวันนี้กับเพื่อนสองสาวของฉันว่าฉันเจออะไร

ฉันกับแคลร์แล้วก็เหมยสนิทกันมานานแล้วน่าจะตั้งแต่จำความได้เลยเหมยเป็นลูกสาวของอาฉันส่วนแคลร์เป็นลูกของเพื่อนพ่อ

ชีวิตฉันจะรู้จักญาติฝั่งพ่อซ่ะส่วนใหญ่ส่วนญาติฝั่งแม่ไม่ค่อยจะเจอกันบ่อยเท่าไหร่รู้แค่ว่าตายายและญาติๆจะอยู่ในจังหวัดหนึ่งในภาคกลางถ้าไม่มีธุระก็จะไม่ค่อยไปกันน่ะนะฉันก็ไม่ค่อยทราบอะไรเกี่ยวกับทางครอบครัวแม่มากหรอก

เวลาล่วงเลยมาจนประมาณสี่ทุ่มฝนเริ่มเทกระหน่ำลงมาเพราะขาที่ฉันกลับจากงงานนั้นฟ้ามันเริ่มครึ้มและมีฟ้าแลบนิดหน่อยด้วยแต่บรรยากาศแบบนี้ฉันชอบนะอ่านหนังสือเพลินดีฉันเลยไปหยิบหนังสือนิยายเล่มหนึ่งมาอ่านเดิมทีต้นฉบับนิยายเรื่องนี้เป็นภาษาฝรั่งเศษ

แต่ฉันเคยเรียนภาษาฝรั่งเศษมาแค่พอสื่อสารได้นิดหน่อยถ้าอ่านคงไม่ค่อยจะรู้เรื่องเลยไปตามหาที่เป็นภาษาอังกฤษมาอ่านแทนเป็นนิยายที่ค่อนข้างเก่าตั้งแต่ฉันยังไม่เกิดด้วยซ้ำมั้งเคยทำเป็นภาพยนต์อยู่หลายเรื่อง

เนื้อหาคร่าวๆมันค่อนข้างไปทางบอกเล่าถึงกามตันหาประมาณว่ามีผู้หญิงที่สวยมากคนหนึ่งที่น่าจะเป็นตัวร้ายพนันกับผู้ชายที่เจ้าชู้เพลย์บอยมากซึ่งเป็นพระเอกด้วยแต่ไม่ต่างจากตัวร้ายเลย พนันกันโดยมีเซ็กส์เป็นข้อแลกเปลี่ยนและดึงผู้หญิงที่ไม่รู้อีโหน่อีเหน่คนนึงเข้ามาเป็นหมากคนนี้เป็นนางเอก ก่อนจะจบลงด้วยโศกอนาฏกรรมฉันอ่านได้มาเกือบจะจบแล้วฉันสงสารนางเอกมาก ฉันน่ะอินมากนะคือสงสารไง

Rrrrrr Rrrrrr

ระหว่างที่ฉันกำลังอินอยู่กับนิยายเพราะบรรยากาศด้านนอกมันเย็นสบายเสียงมือถือที่โต๊ะข้างเตียงก็เรียกความสนใจของฉันไป ชะโงกหน้าไปดูก่อนจะพบว่าลมเป็นคนโทรมาหาฉัน สุดท้ายหนังสือที่ฉันอ่านก็ถูกพับเก็บลงไปโดยไม่ลืมจะสอดที่คั่นเอาไว้ด้วย

“ฮัลโหลลม” ฉันกลอกเสียงกลับไปแล้วมองดูนาฬิกาที่ตั้งอยู่ที่โต๊ะข้างเตียงอีกรอบ

[ฟาง ลงมาหน่อยได้มั้ยเราอยู่ล็อบบี้คอนโดฟา]ง หางคิ้วของฉันเลิกขึ้น [เรามีเรื่องอยากจะคุยด้วย ไม่อยากคุยทางมือถือแล้วรอพรุ่งนี้ก็ไม่ไหว]

“สำคัญมากหรอ” ฉันเลยถามกลับไปเพราะนี่เวลามันสี่ทุ่มสี่สิบห้าแล้วแต่เขาดันถ่อมาถึงที่นี่

[ก็สำหรับเราก็มากแล้วไม่อยากค้างคาด้วย] สิ้นเสียงของเขาฉันพินิจพิจารณาอยู่สองสามนาทีถึงได้ตอบตกลงแล้วเดินลงไปข้างล่างสภาพการแต่งตัวฉันไม่ได้แย่แต่ว่าตอนแรกฉันใส่ขาสั้นก็เลยไปเปลี่ยนเป็นยีนส์ขายาวน่าจะเหมาะกว่า

ห้านาทีต่อมาฉันมาถึงด้านล่างลมนั่งรออยู่เขาใส่ชุดที่ไปงานวันนี้แต่ผมเปียกคงเพราะน่าจะตากฝนเดินเข้ามาในคอนโดแน่ๆพอเดินเข้ามาใกล้ๆฉันเห็นว่าปลายแขนเสื้อเขามีน้ำหยดออกมาด้วยถ้าเขาแค่เปียกตอนเดินเข้ามามันก็ไม่น่าจะโชกขนาดนี้นี่นะ

“ทำไมเปียกแบบนี้ล่ะ” พอฉันเห็นเขาก็เลยทักก่อน

“เรารีบถึงบ้านคว้าได้บิ๊กไบต์ก็ออกมาเลยไม่คิดว่าฝนจะตก” ฉันถึงบางอ้อว่าทำไมลมถึงได้เหมือนลูกหมาตกน้ำขนาดนี้ด้วยความกลัวว่าเขาจะเป็นไข้แล้วกลัวเขาหนาวก็เลยชวนขึ้นมาด้านบนก่อน คือฉันไม่คิดอะไรนะแค่เป็นห่วงจริงๆ

“ลมถอดเสื้อตัวนอกก่อนมั้ยเดี๋ยวเราเอาเข้าไปอบแห้งให้ คุยทั้งอยากนี้คงไม่สบายเอาพอดี” ฉันว่าไปแบบนี้ส่วนเขาก็ถอดเสื้อตัวนอกออกให้ฉัน ฉันรับเสื้อตัวนอกที่เป็นสูทมาและเดินเอาไปอบก่อนจะเอาผ้าเช็ดตัวของฉันฝืนที่พึ่งซักเสร็จมาให้เขาฉันไม่ได้อยู่ที่นี่เยอะเท่าที่บ้านเพราะงั้นเลยไม่ได้มีผ้าเช็ดตัวใหม่เอาไว้

“เช็ดหัวก่อน ฉันส่องผ้าเช็ดตัวให้เขาเสื้อตัวในลมไม่เปียกมากส่วนกางเกงฉันไม่รู้

“ขอบคุณครับ” เขารับจากฉันก่อนจะนั่งลงแล้วเช็ดผมตัวเองแต่ระหว่างที่เขาเช็ดเราไม่ได้คุยอะไรกันเลยนะฉันเห็นว่าลมค่อนข้างมีสีหน้าที่ไม่ค่อยดีเขาดูเครียดๆฉันก็เลยให้เขาเป็นฝ่ายพูดก่อน

ความเงียบงันปกคลุมราวๆห้านาทีได้ถามว่าอัดอัดมั้ยมันก็มีบ้างแต่สีหน้าลมที่ฉันแอบรอบมองเป็นระยะเขาดูนิ่งเรียบเหมือนในหัวเขามีเรื่องน่าหงุดหงิดงุ่นง่านอยู่ในใจ

“ฟาง” เมื่อเช็ดผมจนหมาดแล้วลมเอาผ้าไปพาดไว้ที่พนักแขนโซฟาก่อนจะหันหน้ามาฉันที่นั่งอยู่ข้างๆกันฉันนั่งห่างลมประมาณหนึ่งช่วงแขนได้มั้ง “ทำไมฟางถึงได้กลับจากงานก่อนพ่อกับแม่ฟางล่ะ”

ประโยคคำถามของเขาเริ่มต้นขึ้นลมมองฉันด้วยแววตาสงสัยน้ำเสียงเขาไม่ได้ดังมากเท่าไหร่เลยฉันได้ยินมันชัดเจนก่อนที่หัวคิ้วฉันจะย่นเข้าหากัน

“เราเหนื่อยอ่ะเลยกลับก่อน” ฉันน่ะไม่อยากจะบอกสาเหตุจริงๆของเรื่องสักเท่าไหร่ว่าทำไมถึงกลับมาฉันไม่อยากบอกให้ลมรู้ว่าฉันเจออดีตคนรักเก่าฉันอยากให้เรื่องของฉันกับผู้ชายคนนั้นจบลงไปโดยไม่ต้องมีคนรู้เพิ่มอีก

“งั้นหรอ” เขาเหมือนไม่เชื่อฉันส่วนฉันก็เงียบเพราะไม่รู้จะตอบอะไรคือหมายถึงไม่อยากพูดเพราะกลัวจะเผลอเล่าออกไป “เรากับผู้หญิงในงานคนนั้นเป็นน้องสาวของเราเขาเป็นลูกของลุง เราอยากจะแนะนำให้ฟางรู้จักเพราเราเอ็นดูน้องแต่ฟางกลับก่อน”

เขาน่ะอธิบายในสิ่งที่ฉันสงสัยตั้งแต่ในงานโดยที่ฉันไม่ต้องถามเขาเลยเขาอาจจะเห็นสายตาที่สงสัยของฉันก็ได้ในงานตอนที่ฉันเห็นฉันก็ทำสายตาแบบนั้นฉันสนใจลมกว่าถึงแม้ว่าคนที่ยืนตรงหน้าฉันจะเป็นอีกคนก็ตาม

“เรารู้ว่าฟางสงสัย” ฉันครางรับว่าอ๋อหนึ่งคำ “แล้วผู้ชายคนนั้นเป็นใครเราถามได้หรือเปล่า”

“.....”  ฉันเงียบแต่ในใจฉันเต้นตึกตักเพราะไม่รู้จะตอบอะไรดี

“ฟางยิ้มให้เขาด้วย” จบประโยคนี้ฉันพาสายตาตัวเองกลับมาสบตากับเขาลมมีสีหน้าที่ราบเรียบแต่ดูจะติดไม่พอใจเล็กน้อยถึงแม้มันจะนิดเดียวแต่ฉันก็รับรู้มัน “เราไม่ชอบเลย”

“......” ฉันไม่รู้จะตอบอันไหนก่อนดีฉันไม่ชอบโกหกนะแต่ฉันก็ไม่กล้าตอบว่านั้นคือแฟนเก่าฉันส่วนเรื่องที่ยิ้มให้ผู้ชายคนนั้นมันไม่ใช่แบบที่เขาคิดสิ่งที่ทำให้ฉันยิ้มก็คือเขาต่างหาก ประโยคที่เขาพูดกับฉันไม่ใช่ผู้ชายคนนั้น

“เราจะเห็นแก่ตัวมั้ยถ้าเกิดว่าไม่อยากให้ฟางยิ้มให้ใครนอกจากเรา” ประโยคนี้ของลมทำให้ฉันใจเต้นแรง มากๆ

“เราไม่ได้ยิ้มเพราะผู้ชายคนนั้น” ฉันตอบคำถามนี้แทนเพราะอยากเลี่ยงการตอบว่าผู้ชายคนนั้นคือใคร “แต่เรายิ้มเพราะนึกถึงคำพูดของคนๆหนึ่ง”

ฉันในตอนนี้รู้สึกเคอะเขินจนกว่าจะบอกไปว่าฉันยิ้มเพราะเขาเลยเบี่ยงประเด็นไปแบบนั้น

“คนนั้นน่ารักมากน่ะ” บังเอิญนึกถึงคนอยู่หน้าผู้ชายคนนั้นเลยเผลอยิ้มออกไป ฉันตอบแล้วสบตากับเขาเพื่อยืนยันว่านี่คือเรื่องจริงและมันก็คือเรื่องจริงนั่นแหละพียงแค่ฉันหลีกเลี่ยงการเอ่ยชื่อของเขาออกไปก็เท่านั้น

“น่ารักมากเลยหรอ “ดวงตาของลมดูละห้อยลงไปตอนพูดคำนี้

“ใช่” ฉันลับคำก่อนจะรอบอมยิ้มเพราะว่าฉันแอบหลอกล่อลมได้ทั้งๆที่คนที่ฉันชมคือเขานั่นแหละ “เขาน่ะน่ารักมากๆเลยนะ อื้อ”

เพียงเสียงของฉันสิ้นสุดลงเป็นวินาทีเดียวกันกับใบหน้าหล่อเหลาเคลื่อนมาหาฉันริมฝีปากร้อนชื้นทาบทับลงมาฉันเอนตัวถอยหลังและเสียหลักจนแผ่นหลังมันติดกับโซฟาส่วนลมเองก็เสียงหลักจนเขาทับลงมากับตัวฉันริมฝีปากเขากระทบริมฝีปากฉันแรงมาก

เลือดไหลออกมากลิ่นคราวเลือดมันแรงมากๆเลยฉันได้รับรสชาติของเลือดเต็มๆไม่รู้ว่าของตัวเองคนเดียวหรือเปล่า ริมฝีปากฉันชายิบและเริ่มเจ็บขึ้นเรื่อยๆช่วงบนลำตัวหนักอึ้งเลยเพราะเขาทับฉันอยู่ คิดว่าลมจะถอนจูบออกแต่เปล่าเลย

จากตอนแรกที่ริมฝีปากกระทบกันและเขาทับตัวฉันเต็มๆเหมือนเขาเอาแขนดันตัวขึ้นแต่ปากเขายังแตะปากฉันอยู่ สักพักใบลิ้นคอยๆแทรกเข้ามาพร้อมกับกลิ่นคราวเลือดที่แรงขึ้นตามสัมผัสของเขา ฉันมีความรู้สึกที่อธิบายไม่ถูกใจหนึ่งก็ไม่โอเคแต่ใจหนึ่งฉันก็ไม่เข้าใจในความรู้สึกนี้เท่าไหร่นัก มันเหมือนจะดีแต่ก็ไม่สุดแต่จะโกรธก็ไม่สุดเหมือนกัน

เป็นการจูบครั้งที่สองระหว่างฉันกับเขาแต่โชกเลือดมากของเหลวที่ไหลลงปลายคางฉันฉันไม่แน่ใจแล้วว่ามันคือเลือดหรืออะไรกันแน่

เรียวลิ้นของเขาเกาะเกี่ยวลิ้นฉันมันชวนวูบวาบแปลกประหลาดเรี่ยวแรงฉันเหมือนว่ามันจะถูกสูบหายไป ผ่านไปหนึ่งนาทีก็แล้วสองนาทีก็แล้วสามนาทีก็แล้ว ก้อนเนื้อที่ทำหน้าที่สูบฉีดเลือดที่อยู่ตรงอกด้านซ้ายเต้นระส่ำจนฉันแทบหายใจไม่ทัน

“เฮือก” ลมถอนจูบออกมาในระยะเวลาเกือบห้านาทีที่หมดไปใบหน้าเขาห่างฉันไม่ถึงคืบฉันแทบไม่กล้าสบตาเขาด้วยซ้ำฝ่ามือของฉันยังดันที่แผงอกเขาอยู่เลย “ละ ลม เราหนัก”

“เราโกรธฟางที่ชมคนอื่นว่าน่ารัก เราไม่ชอบเลย” สีหน้าเขาดูเกรี้ยวกราดแต่น้ำเสียงเขาแผ่วเบาแต่ก็ติดแหบ “เราไม่ชอบเลยฟางรู้มั้ย”

“เราขอโทษ” ถึงแม้ว่าคนที่ฉันเอ่ยปากชมนั้นจะเป็นเขาแต่เขาไม่รู้ความจริงนี่นะ

“เราไม่ยกโทษ” เขาบอกก็โฉบริมฝีปากเขาลงมีอีกรอบแต่มันไม่ได้อยู่ที่ปากฉันแล้วเขากลับเม้มที่ซอกคอด้านซ้ายฉันแทนมันเกือบจะเป็นการกัดก็ไม่ใช่จะดูดดึงก็ไม่เชิงฉันไม่รู้สึกถึงซี่ฟันเขาแต่ริมฝีปากเขาเม้มผิวฉันจนรู้สึกเจ็บจี๊ดๆข้นมา 

 ฉับพลันร่างกายฉันเหมือนมีกระแสไฟฟ้าวิ่งรอบตัว มือไม้ฉันอ่อนกับการสัมผัสตรงนี้จากคนอื่นเป็นครั้งแรก ลมผละปากออกก่อนจะกลับลงไปอีกสองสามครั้งฉันดันเขาด้วยเรี่ยวแรงทั้งหมดที่มีแต่มันน้อยนิดเหลือเกิน

“ไม่ชอบแบบนี้ ไม่ชอบแบบนี้เลยสักนิด” ฉันชอบลมแต่ไม่เชอบที่เขาทำแบบนี้ฉันชอบเขาเวลาน่ารักมากกว่าแต่นี่เป็นอีกดานที่ฉันพึ่งเห็นเขาไม่ได้ใช้เสียงดุฉันหรือขึ้นเสียงใส่ฉันการกระทำของเขาเหมือนจะแผ่วเบาแต่ดุดัน

“อ๊ะ ลม” ฉันสะดุ้งตอนที่เขาทำแบบเดิมครั้งที่สาวหางตาฉันมีน้ำตาไหลออกมาแล้วฉันพึ่งรู้ตอนมันไหลลงไปข้างขมับ “ลมฟางเจ็บนะ”

เสียงที่ฉันบอกเขาทุกครั้งที่เขาทำมันแรงขึ้นเรื่อยๆราวกับว่ายิ่งคิดถึงตอนนั้นยิ่งไม่พอใจ

“ลม! ฉันขึ้นเสียงและดันเขาออกได้ถึงแม้ว่าตัวเองจะตกใจกลัวจนมือไม้สั่นก็ตามที ฉันคิดว่าสติสะตังฉันยังอยู่ดีเพียงแค่ฉันตกใจ “ฮึก”

ฉันร้องไห้แล้วรีบลุกขึ้นนั่งก่อนจะขยับตัวถอยหนี ลมน่ะไม่ได้ทำหน้าตาน่ากลัวแต่เขากลับทำฉันกลัวได้ฉันคิดว่าในอนาคตฉันอาจจะได้รับการกระทำแบบนี้หรือไม่ก็มากกว่านี้ถ้าเราคบกันแล้วลมเกิดหึงขึ้นมา

“ฟาง” ฉันไม่ได้ร้องไห้หนักแต่มีสะอื้นนิดหน่อยฉันได้ยินเสียงลมเรียกแต่ฉันไม่ได้หันไปมองเขา เขาทำฉันกลัวถ้าฉันกลัวอะไรหรือไม่ชอบอะไรฉันก็ไม่ค่อยอยากจะมองหรอก “เราขอโทษ”

ไม่รู้ตั้งแต่ตอนไหนที่เขาขยับเข้ามาใกล้ฉันแต่รู้ตัวอีกทีเขาก็มาถึงตัวฉันแล้วฝ่ามือหนาจับเข้าที่แขนของฉันก่อนจะดึงเบาๆเพื่อที่จะให้ฉันเผชิญหน้ากับเขา

“เราโกรธทุกครั้งเวลาที่นึกถึงตอนที่ฟางยิ้มให้ผู้ชายคนนั้น โกรธที่ฟางชมคนอื่นว่าน่ารัก” เขาพูดกับฉันตรงๆฉันเงอก็ชอบคนตรงๆเพียงแต่เมื่อกี้ลมทำฉันขวัญเสียไปซ่ะแล้วฉันไม่อยากพูดกับเขาเลย “เรารู้ว่าไม่มีสิทธิ์โกรธเพราไม่ได้เป็นอะไรกันแต่เราชอบฟาง เราอยากเก็บฟางไว้คนเดียว เรามันเห็นแก่ตัว”

“เราไม่อยากคุยกับลมแล้ว” นี่คือสิ่งที่ฉันพูดไปฉันยังไม่พร้อมคือฉันชอบเขาแหละแต่ก็ไม่ได้ชอบขนาดนั้นตอนนี้ก็ชอบแต่โกรธอยู่โกรธที่เขาทำกับฉันแบบนี้ทั้งๆที่เรายังไม่ได้คบกัน “ลมกลับไปเถอะกลับไปคิดว่าเมื่อกี้ที่ลมทำมันดีแล้วใช่มั้ย ไปคิดว่าเราจะเสียจแค่ไหนที่ลมทำกับเราแบบนี้”

ฉันลุกแล้วเดินฉับๆหนีเข้ามาในห้องนอนโดยที่ไม่สนแล้วว่าเขาจะเป็นยังไงฉันโกรธเขาฉันรู้แค่นี้ พอเข้ามาฉันก็ร้องไห้จนหลับไปเลย คือฉันแค่เสียใจแล้วก็โกรธพอนึกตอนที่เขาเม้มคอตัวเองทีไรน้ำตามันก็ไหลเอง

 จนเช้าของวันถัดมาฉันตื่นขึ้นตามเสียงนาฬิกาปลุกตอนเก้าโมงวันนี้ฉันมีเรียนสิบโมงถึงเที่ยงครึ่งเพราะงั้นก็รีบอาบน้ำแต่ตอนที่เดินเอาผ้ามาใส่เครื่องฉันเห็นว่าเสื้อของลมอยู่ในนี้ด้วยฉันเลยกะว่าจะเอาไปให้เขาที่มอด้วยวันนี้เสื้อเขาดูราคาแพงนะฉันไม่กล้าเก็บเอาไว้นานหรอกอยากให้มันอยู่กับเจ้าของเขามากกว่า

“ฟางเมื่อคืนไม่ได้นอนหรอ ตาบวมฉึ่งเลย” ดินเขานั่งอยู่ที่เก้าอี้แถวด้านหน้าเขาหันมาหาฉันตอนที่อาจารย์กำลังตรวจงานอยู่ “เอ๊ะหรือว่าร้องไห้มา”

“บะ บ้า ดูซีรี่ย์ดึกอ่ะไม่ได้ร้องไห้” ฉันโกหกไปก่อนจะก้มหน้าลงเพื่อที่จะแกล้งทำเป็นพักสายตาแต่จริงๆแล้วไม่อยากสู้กับสายตาตัง้คำถามของเพื่อนๆเท่าไหร่นัก ดีเท่ไหร่ที่ฉันเอาคอนซิลเลอร์ชั้นดีทาตรงรอยนั้นจนมันไม่สามารถมองเห็นได้ไม่งั้นฉันน่ะจะโดนเพื่อนซักจนขาวไปเลยล่ะ

พอเลิกเรียนฉันกะว่าจะเอาเสื้อไปคืนลมแล้วก็กลับไปเก็บเสื้อที่ห้องเพราะกลัวว่าฝนจะตกเพราะวันนี้ฉันจะกลับไปนอนที่บ้าน วันนี้ฉันที่หน้าเซเว่นฉันไม่เห็นลมในกลุ่มเพื่อนเขาเลยนะสุดท้ายฉันก็เลยตัดสินใจโทรหาเขาทั้งที่ในใจก็โกณธเขาอยู่นิดหน่อย

โทรไปประมาณสองครั้งลมก็ไม่รับสายฉันสักทีจนฉันคิดว่าถ้าสายนี้ไม่รับก็จะไม่เอาให้แล้วแต่ลมก็กดในแทบจะนาทีสุดท้าย

“ลม ลมอยู่ไหนเราเอาเสื้อเมื่อคืนมาให้” ฉันบอกความต้องการของตัวเองไปก่อนในทันทีที่กดรับสาย “เราไม่เห็นลมที่มอเลย วันนี้ลมเรียนตึกเอหนึ่งใช่มั้นตอนบ่าย”

[ฟาง วันนี้เราไม่ได้ไปมอ] น้ำเสียงเอื่อยเฉื่อยส่งมาหาฉันเสียงของเขาไม่กระตือรือร้นไม่สดใจมันแหบและบางเบามากๆเลย [เราไม่สบายเลยนอนอยู่ห้อง]

“ลมเป็นอะไรมากมั้ย” พอได้ยินแบบนั้นความโกรธเคืองที่มีอยู่ตอนแรกมันหายไปแล้วกลายเป็นความไม่สบายใจแทนเพราะเมื่อคืนฉันไล่เขากลับไปตอนที่ฝนยังตกอยู่ กินข้าวกินยาหรือยัง

[กินโจ้กกระป๋องไปนิดหน่อย แล้วก็นอนอ่ะยังไม่ลงไปซื้อยาเลยกะว่าให้ไข้ลงกว่านี้ก่อน] ผู้ชายหนอผู้ชายไม่รู้จักแม้กระทั่งวิธีรักษาไข้ไม่กินยาแล้วไข้ที่ไหนมันจะลงเล่า

“มันไม่ลงหรอกไข้ต้องกินถึงจะหาย” ฉันพูดแกมดุนิดหน่อย “เดินไม่ไหวเลยใช่มั้ย”

[ก็ เวลาขยับแล้วมันก็เวียนหัวจะอ้วกก็เลยไม่อยากเดิน] ให้ตายเถอะเสียงลมน่าสงสารมากเลยนะเสียงเขาตอนนี้ดูไม่มีแรงเลย [ไอ้ขุนบอกว่าเลิกเรียนเสร็จถึงจะได้ซื้อยามาให้วันนี้วิชาที่มันลงซ้ำมีสอบย่อย]

“กว่าขุนจะไปถึงลมไม่ไข้ขึ้นจนชักเลยหรอ” ฉันใช้นิ้วเคาะพวงมาลัยรถอย่างชั่งใจว่าจะเอายังไงดีพลางคิดว่านี่คือความผิดฉันครึ่งหนึ่งด้วยที่ไล่เขา เอาเป็นว่าไปดูเขาหน่อยแล้วกัน “แชร์โลฯห้องลมมาเดี๋ยวเราซื้อยาไปให้”

 อยากสารภาพตรงนี้ว่าพอได้ฟังน้ำเสียงที่เหนื่อยแหบและเบามากๆของเขาแล้วกลับกลายเป็นฉันรู้สึกผิดแทน เมื่อวานเขาไปหาฉันทั้งๆที่ฝนตกเพื่ออธิบายเรื่องผู้หญิงคนนั้นมันเกือบดีแล้วนะถ้าเกิดเขาไม่ทำแบบนั้นกับฉัน แต่ก็นะเอาเป็นว่าหายโกรธสักสองชั่วโมงก่อนแล้วค่อยโกรธใหม่ก็ได้นี่นา

ลมแชร์โลเคชันที่อยู่ของเขามาให้ฉันหลังจากวางสายได้ไม่ถึงสองนาทีหลังจากนั้นฉันก็ขับรถมาย่านที่ลมอยู่มีสิ่งอำนวยความสะดวกสบายเยอะแยะมีร้านขายยากับร้านสะดวกซื้ออยู่หน้าหอเลยแล้วก็มีร้านข้าวด้วยเยอะแยะไปหมด

ฉันซื้อยาแก้ไข้ให้เขายลดไข้ยาแก้อ้วกด้วยแล้วก็ซื้อพวกข้าวกับนมขนมปังอะไรพวกนี้ด้วย คือคิดออกมั้ยว่าในใจมันก็มีความโกรธติดอยู่นิดหน่อยแต่ก็ห่วงด้วย ความรู้สึกงงๆเนอะฉันน่ะ

Lom Laphat : เราเก็บคีย์การ์ดสำรองไว้ที่ล็อคเกอร์เราบอกนิติฯไว้แล้วฟางบอกชื่อฟางกับนิติฯเดี๋ยวเขาพาไปเอา เราลงไปรับฟางไม่ได้

ตอนที่ฉันเดินมาถึงล็อบบี้เป็นตอนที่ลมส่งแชทมาหาฉันพอดีพอรับรู้แบบนั้นแล้วฉันก็ไปบอกกับคุณนิติฯที่อยู่ตรงเคาท์เตอร์ให้พาฉันไปเปิดเอาเอาคีย์การ์ดของลมที่ล็อคเกอร์เก็บของ ไม่นานนักฉันก็มาหยุดที่หน้าห้องของเขาและช่างใจอยู่เกือบนาทีถึงได้เปิดประตูเข้าไป

ห้องเขาตกแต่งออกไปทางโมเดิร์นลักซ์ซัวรี่ สไตล์นี้ดูก็รู้ว่าเป็นคนที่ค่อนข้างชอบไปทางเรียบหรูดูดีและก็จริงลมเป็นแบบนั้นเขาดูเท่แต่ก็เรียบหรูมากๆซึ่งการแต่งห้องเขาก็เป็นแบบนั้น ฉันสังเกตเอาจากของที่เขาใช้น้ำหอมที่เขาฉีดกาแฟที่เขาชอบดื่มรถที่ขับการแต่งตัวของเขาด้วย

คอนโดลมเป็นแบบสองห้องนอนเหมือนของฉันแต่ดูแล้วพื้นที่ใช้สอยนาจะใหญ่กว่าฉันอยู่นิดหน่อยตอนแรกฉันก็ชั่งใจอยู่ว่าเขาอยู่ห้องไหนนะแต่พอเห็นว่าห้องฝั่งซายประตูเปิดแง้มอยู่ฉันก็เลยเปิดเข้ามาพร้อมถุงยาส่วนพวกของอย่างอื่นฉันว่างไว้ด้านนอก

“ลม” ฉันเดินเข้ามาในห้องเขาและเห็นว่าลมกำลังนอนตะแคงหันหน้ามาทางประตูพอดีเขานอนลืมตาอยู่แต่เห็นแค่นี้ก็เห็นว่าใบหน้าเขาซีดเซียวจนน่าตกใจ

“ฟาง” น้ำเสียงที่เขาส่งกลับมาหาฉันบางเบาจนแทบไม่ได้ยินมั้งทั้งแหบและดูเหมือจะเหนื่อยมากด้วย

“เดี๋ยวเราเอายาให้นะ” ฉันรีบวางของลงก่อนจะแกะยาออกจากซองให้เขาฉันแกพาราออกมาก่อนสองเม็ดพร้อมกับที่ลมพยายามขยับตัวลุกขึ้นนั่งฉันเลยช่วยพยุงเขาขึ้นมาแล้วส่งยาให้กับขวดน้ำที่วางอยู่ด้านข้างเตียงเขาตอนที่มือฉันสัมผัสกับต้นแขนฉันรู้สึกถึงความร้อนระอุของผิวเขาไข้คงสูงเอาเรื่องอยู่ “เดี๋ยวแปะเจลล์ให้”

“ขอบคุณนะฟาง” เขาวางขวดน้ำที่ดื่มจนหมดแล้วลงข้างเตียงแล้วพูดกับฉันด้วยน้ำเสียงที่แหบพล่า “ฟางหายโกรธเราแล้วหรอ”

“มีแรงแล้วค่อยพูด” พูดจบแผ่นเจลลดไข้เย็นๆก็แปะลงบนหน้าผากเขา

ฉันไม่อยากจะพูดว่าหายแล้วเพราะจริงๆแล้วมันก็พูดได้ไม่เต็มปากเพราะตอนที่คิดถึงมันก็ยังมีความรู้สึกบางอย่างมาสะกิดใจอยู่

“ยังไม่หายสินะ” เขาพึมพรำเบาๆฉันไม่ได้สบตาเขานะฉันหลุบตาลงมองมือตัวเองก่อนที่มือมืออันร้อนผ่าวของเขาจะวางลงบนมือฉัน “ฟางคะ”

“....” ฉันไม่ได้พูดแต่ช้อยตาขึ้นมองไม่ได้ขยับมือออกแต่กำลังพินิจพิจารณากับคำพูดพูดเขาอยู่ลมชอบพูดว่าคะหรือค่ะกับฉันตอนที่เขาอยากเอาใจหรือไม่ก็ตอนที่เขาคิดว่าฉันโกรธเขา

“ลมขอโทษ” แล้วเขาก็ชอบแทนตัวเองด้วยชื่อตอนออกอ้อนฉัน ได้มั้ยจะไม่ทำแบบนั้นอีกแล้ว “นะคะ”

น้ำเสียงออดอ้อนของเขายิ่งพอเขาป่วยด้วยทำให้จิตใจฉันอ่อนยวบลงเลยจากตอนแรกที่รู้สึกไม่ดีเพราะเขากลายๆจะป่วยเพราะตัวเองแล้วยังมาเจอแบบนี้ ฉันชอบลมนะพอเจอแบบนี้มันก็แบบ...นะ

“เช็ดตัวหรือยัง” ฉันเปลี่ยนเรื่องคุยเพราะไม่อยากจะพูด

“ฟางงงง” เสียงลากยาวของเขาส่งมาตอนที่ฉันไม่ยอมตอบเรื่องนี้สักทีเขาน่ะออดอ้อนที่หนึ่งเลยนะนี่ขนาดยังไม่ได้เป็นอะไรกันนะเนี้ย “ใจร้ายที่สุดเลย หายโกรธคนป่วยเถอะนะ”

“อย่าเอาความป่วยมาอ้าง” เบ้ปากแล้วก็เอามือนึงที่วางอยู่จับมือเขาออก “เดี๋ยวไปเอาผ้ามาเช็ดตัวให้ ผ้าขนหนูผืนเล็กมีมั้ย”

ในตู้ที่เป็นลิ้นชักอันที่สามติดห้องน้ำค่ะ เขายังพูดค่ะกับฉันอยู่ส่วนฉันลุกออกมาหาอะไรที่สามารถใส่น้ำได้และได้อ่างน้ำที่เป็นแก้วอยู่ในบนตู้ที่เป็นลิ้นชักผ้าเช็ดตัวพอดี พอเดินออกมาด้านนอกฉันก็ต้องเลิ่กลั่งเมื่อลมถอดเสื้อตัวเองออกคือเขาคงคิดว่าฉันจะเช็ดตัวให้เขาทั้งตังงั้นหรอ

“ถอดเสื้อทำไม” ฉันว่าแกมดุทางสายตา “เราจะเช็ดแค่แขนกับหน้าเฉยๆ”

“เราไม่สบายตัวฟางเช็ดให้หมดเลยนะ” ฉันมองเขาและเขามองฉันก่อนที่เขาจะพูดว่า “นะคะฟาง”

ตาฉันจะมองบนไปถึงหน้าผากแล้วทำไมผู้ชายคนนี้ถึงได้ออดอ้อนดีจังนะฮื้ม

 ตาฉันจะมองบนไปถึงหน้าผากแล้วทำไมผู้ชายคนนี้ถึงได้ออดอ้อนดีจังนะฮื้ม

ฉันไม่ได้ตอบแต่เดินเอาอ่างน้ำไปวางไว้บนโต๊ะของเตียงก่อนที่ฉันนั่งลงบนริมเตียงข้างๆเขาก่อนจะเช็ดหน้าให้เขาแล้วมาเช็ดแขนให้ตั้งแต่เกิดมาฉันยังไม่เคยเช็ดตัวให้ใครเลย

พ่อกับแม่ฉันแข็งแรงไม่ค่อยป่วยถ้าป่วยก็แอดมิดมีพยาบาลพิเศษคอยทำให้ตลอด ลมเป็นคนแรกเลยที่ฉันทำอะไรแบบนี้ให้ ระหว่างเช็ดตัวให้เขาก็คิดอะไรไปเรื่อยเปื่อยลมเองก็ไม่ได้พูดอะไรกับฉันนะพอเช็ดแขนสองข้างเสร็จก็เช็ดหน้าอกให้เขา

ตามตรงฉันพึ่งเห็นสัดส่วนใต้ร่มผ้าเขาชัดๆก็วันนี้ กล้ามเนื้อเรียงสวยเป็นมัดๆเขามีซิคแพ็คด้วยแต่ไม่ได้ชัดเจนขนาดนั้นหรอกเหมือนคนที่ชอบออกกำลังกายนะแต่ก็ไม่ได้ชอบมีกล้ามโตๆ

“ฟางอ่านกินเราหรอ” น้ำเสียงที่ดีขึ้นกว่าเดิมนิดหน่อยของเขาเรียกความสนใจของฉันไป “มองท้องเราจนเขินหมดแล้วนะ”

“บะ บ้า” ฉันปฏิเสธแล้วดึงมือกลับมาเพราะเช็ดเสร็จพอดีแต่ลมกลับดึงมือฉันเอาไว้

“ฟางรู้มั้ยว่าตัวเองแสดงความรู้สึกทุกอย่างทางสายตา” ฉันเสตากลับไปมองเขา “เราชอบมองตาฟางนะรู้มั้ย แต่ตั้งแต่เมื่อวานฟางไม่ยอมมองตาเราเลย”

“เราทำแบบนั้นหรอ” ฉันแกล้งถามกลับไปทั้งๆที่รู้อยู่แก่ในฉันน่ะเป็นประเภทที่พอไม่พอใจอะไรหรือไม่ชอบใครโกรธใครก็จะหลบสายตาทันที “เราจะเอาของไปเก็บแล้ว”

ฉันลุกขึ้นแต่แขนข้างทุกถูกลมจับในตอนแรกถูกรั้งเอาไว้และดึงลงไปในนาทีต่อมาฉันเสียหลักนั่งลงบนช่วงต้นขาเขาเกือบจะเป็นการนั่งตักเลยก็ว่าได้ ยังไม่ได้ทันที่จะลุกหนีสองแขนของคนที่บอกว่าเป็นไข้ก็กอดเข้าที่เอวฉัน

“ลมเราไม่เล่นนะปล่อยเราได้แล้ว” ฉันหันไปตาขวางใส่เขา “ถ้าทำแบบนี้เราไม่หายโกรธหรอก...”

“ลมรักฟางนะ” ประโยคที่คาดว่าจะยาวเหยียดก็ถูกดักไว้ด้วยคำพูดนี้ “ได้ยินมั้ยว่าเรารักฟาง”

“.....” ฉันเหมือนคนใบ้ที่ไม่รู้จะปริปากพูดอะไรออกไปดีถึงจะพูดออกไปก็ไม่รู้ว่ามีเสียงออกไปมั้ย อื้อ

ฉันครางท้วงลำคอตอนที่ทาบทับริมฝีปากเขากับริมฝีปากฉันแบบที่ไม่ทันตั้งตัว ฝ่ามือฉันดันเข้าไว้สุดแรง ลมทำให้ฉันยิ้มเยอะมากๆตอนอยู่กับเขาทำให้ฉันเห็นด้านน่ารักๆแต่เขาเองก็ทำให้ฉันไม่พอใจหลายครั้งแล้วเหมือนกัน

ริมฝีปากร้อนๆของเขาทำเอาฉันขนลุกซู่ รสจูบเนิบนาบจากริมฝีปากร้อนๆในตอนแรกกลายเป็นจูบที่ร้อนแรงขึ้นเรื่อยๆชักจะแยกไม่ออกว่าไข้ที่ทำให้ร่างกายเขาร้อนกับจูบนี้อะไรร้อนกว่ากัน

“ละ ลม” ฉันไม่กล้าสบตาเขาเลยตอนที่เขาถอนจูบเป็นตอนเดียวกันกับที่แผ่นหลังฉันลงมาชิดเตียงแล้วโดยฝีมือเขา “ฟางจะหายโกรธจริงๆก็ได้แต่พอเถอะ”

ฉันกลัวว่าหลังจากนี้มันจะไม่แค่จูบแล้ว ฉันหลงกลเข้ามาหาเขาเพราเป็นห่วงแต่ไม่อยากให้มันเลยเถิดกัน ฉันชอบเขาแต่ยังไม่ได้รักเขาและเรายังไม่ได้เป็นแฟนกัน

“ลมรักฟาง” เขาพูดยิ้มก่อนจะซุกหน้าลงกับซอกคอด้านซ้ายของฉันขนอ่อนตามตัวฉันลุกเกรียวอีกรอบ “เราขอได้มั้ยฟาง”

“มะ ไม่ลม” ฉันยังดันเขาถึงแม้ว่ามันจะสู้แรงเขาไม่ได้ถ้ารู้อย่างนี้ฉันอาจจะไม่มาหาเขาแล้วปล่อยให้เขาป่วยไปเลยดีกว่าถ้ามาแล้วเขาดีขึ้นแต่แรกกับความรู้สึกที่ไม่ค่อยดีของตัวเอง “เรายังไม่ได้เป็นอะไรกันเลยนะ”

“ก็กำลังจะทำให้เป็นนี่ไง” ลมที่ออกมาพร้อมกับคำพูดของเขาโดนใบหูของฉันริมฝีปากลมดูเหมือนจะแทบชิดกับใบหูฉันเลยด้วยซ้ำ “นะ...”


                Cut Nc



Lom laphat talk

“เรารักฟางจัง” คำโกหกของผมดังออกมาอีกครั้งก่อนที่จังหวะร้อนแรงระวห่างเราจะเริ่มต้นอีกครั้ง

-----

ผมนอนมองคนที่หลับอยู่พลางพินิจพิจารณาอะไรเรื่อยเปื่อยหนึ่งคิดว่าสวยสองคิดว่าทำไมต้องสวยขนาดนี้สามทำถึงได้เก่งเรื่องทำให้หวั่นไหวถึงแม้ไม่ทำอะไรเลย

“ลมรักฟางนะ” ผมนึกถึงคำพูดของตัวเองเมื่อประมาณบ่ายโมงกว่าๆผมแค่โกหกเพราะอยากทำให้ฟางสนใจอยกให้ฟางเป็นแฟนกับผมแต่ความจริงแล้วรู้สึกยังไงก็อธิบายไม่ถูกเหมือนกัน

ความรู้สึกของผมจะว่าชอบก็ไม่ใช่เพรามากกว่านั้นแต่จะรักก็คงไม่น่าจะใช่เหมือนกันเกือบสามเดือนที่เฝ้าจีบเธอกว่าจะได้เธอไม่ง่ายเลยนะผมดูออกว่าฟางน่ะชอบผมแหละแต่เธอเองก็กลัว ผมไม่รู้หรอกว่าผมจะเบื่อฟางตอนไหนผมอาจจะเก็บเธอไว้ก่อนยังไม่ทิ้งเธอเหมือนที่กวางต้องการ เพราะผมไม่ได้ร้อนเงินแล้วก็ไม่ได้อยากนอนกับกวางขนาดนั้นด้วย

แต่ฟางจะรู้เรื่องไม่ได้เหมือนกัน

ผมพลิกตัวมาหยิบกระเป๋าฟางเพื่อเอามือถือเธอมาอย่างถือวิสาสะก่อนที่ผมจะเอามือถือตัวเองมากดเข้าเฟสบุ๊คเพื่อตั้งสถานะบนเฟสบุ๊คกับเธอแล้วก็เอามือถือฟางเข้าเสบุ๊คฟางเพื่อกดยอมรับคนที่เป็นเพื่อนในเฟสบุ๊คผมกับเธอจะเห็นว่า

Laphat Suriyaphat กำลังคบกับ Fang Minthira 

 à¸£à¸¹à¸›à¸ à¸²à¸žà¸—ี่เกี่ยวข้อง

เป็นยังไงบ้างคะพระเอกของไรท์โกหกอะไรก็ไม่เกลียดเท่าโกหกว่ารักเด้อ ไม่อยากนึกถึงวันที่น้องฟางของไรท์ท่าบเรื่องเลยแงงงง ฟางคงเสียใจอ่ะฟางชอบลมแล้วต่อไปลมมันคงหลอกให้รักขอให้มันรักฟางจริงๆด้วยเถอะ มาเม้นสาปอิลมทีแต่อย่าสาปไรท์เป็นพอรัก กลุ่มหาได้ในเพจลิงค์กลุ่มไรท์ลงให้แล้วนะคะด้านล่างเลย

***ชี้แจง หลายคนอยากให้ฟางได้รู้ความจริงซึ่งฟางจะได้รู้แน่ๆจ้าฟางจะได้รู้ความจริงประมาณตอน10-11ไรท์ยังไม่แน่ใจซึ่งนิยายมีประมาณ28-30ตอนแต่ของดูเนื้อหาก่อน จะได้ทำให้อิลมเจ็บแน่นอนจ้าทีมอยากให้ฟางแก้แค้นจะได้แก้แน่ๆรวมถึงกวางด้วยกวางไม่ไ้ดหายไปไหนเดี๋ยวจะมาแน่ ตอนนี้กับตอนที่แล้วเป็นตอนใหญ่ไรท์ลงเนื้อหาให้เกือบหนึ่งเท่าของตอนปกติหลังจากนี้ตัวหนังสือเนื้อหาจะลงไปประมาณ30% ซึ่งเท่ากับปริมาณในตอนแรกๆนะคะ ทั้งนี้เป็นกำลังใจให้เค้าด้วยน้า 

Song : Love Me Harder -  Ariana Grande, The Weeknd  

กลุ่ม  BK little-P [H+]  เพจ BK little-P  ทวิตตเตอร์ @Babybow_M



ลม 
Cast : Sehun [EXO]



ฟาง
Cast : Heejin [LOONA]



กวาง
Cast : Eunbi [IZ*ONE]


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 286 ครั้ง

2,583 ความคิดเห็น

  1. #1099 jerzmild (@jerzmild) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 25 พฤษภาคม 2562 / 07:41
    เนื้อเรื่องสนุกดีค่ะแต่ว่าคำผิดค่อนข้างเยอะเขียนสลับความหมายงงๆอ่านไปอรรถรสมันยังไม่สุดฝากด้วยนะคะ
    #1099
    0
  2. #940 at1912 (@0944028276) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2562 / 07:37
    อีลมอีผชเฮงซวยยยยยยย
    #940
    0
  3. #583 prang_94 (@prang_94) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2562 / 12:50
    เลวจริงๆเอาคำว่ารักมาโกหก ฟางเอาคืนให้สาสมเลย อิเลวววววว
    #583
    0
  4. #328 intoonj (@intoonj) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 24 เมษายน 2562 / 00:10
    รอฟางเอาคืนนนน
    #328
    0
  5. #103 LUNAxH (@piepanther) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 12 เมษายน 2562 / 06:55
    รอดูตอนแก้แค้นเลยจ้า หมั่นไส้นังลมนัก
    #103
    0
  6. #85 JmPor9497 (@JmPor9497) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 10 เมษายน 2562 / 16:40
    รอฮ้าาาาาาาาา
    #85
    0
  7. #84 Minny (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 10 เมษายน 2562 / 10:00

    แงงง ข้ามไปตอน 12 เลยได้มั่ย ดึงดราม่าไว้ก่อน

    #84
    0
  8. #83 heykeo (@heykeo) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 10 เมษายน 2562 / 05:58
    ลมขี้โกง...ทีมฟางรอวันที่ลมจะเจ็บ
    #83
    0
  9. #82 pan96250717 (@pan96250717) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 10 เมษายน 2562 / 01:24
    รออออ สมน้ำหน้าคนโกหก
    #82
    0
  10. #81 firstzy93 (@firstzy93) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 10 เมษายน 2562 / 00:09
    ร้ายมากค่าา
    #81
    0
  11. #80 kat_6W (@kat_6W) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 9 เมษายน 2562 / 23:22
    ฟางจัดหนักให้ลมเจ็บไปเลยค่ะ
    #80
    0
  12. #79 firstzy93 (@firstzy93) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 9 เมษายน 2562 / 07:10
    อ่อยขั้นสุด
    #79
    0
  13. #78 เย้เฮ้ท (@nonexo77) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 8 เมษายน 2562 / 21:14
    รออออnc
    #78
    0
  14. #77 heykeo (@heykeo) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 8 เมษายน 2562 / 21:14
    มั่ยนะฟางอย่าหลงกล
    #77
    0
  15. #76 LUNAxH (@piepanther) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 8 เมษายน 2562 / 11:56
    นุ้งฟางใจอ่อนแล้วเนี่ย
    #76
    0
  16. #75 heykeo (@heykeo) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 8 เมษายน 2562 / 06:41
    ฟางงงงงงใจอ่อนอีกแล้ว
    #75
    0
  17. #74 kat_6W (@kat_6W) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 7 เมษายน 2562 / 23:52
    กรี๊ดดดดดดดด ลมขี้อ้อนน
    #74
    0
  18. #73 firstzy93 (@firstzy93) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 7 เมษายน 2562 / 23:30
    ป่วยจริงมั้ยเนี่ย
    #73
    0
  19. #72 JmPor9497 (@JmPor9497) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 7 เมษายน 2562 / 22:18
    รอฮ้าาาาา
    #72
    0
  20. #71 firstzy93 (@firstzy93) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 6 เมษายน 2562 / 23:30
    ลมหึงจริงๆ ป่ะ
    #71
    0
  21. #70 Jirlin (@Jirlin) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 6 เมษายน 2562 / 21:56

    ออิฮุนหยุดทำน้องได้แล้ว ฮืออ สงสางฟาง

    #70
    0
  22. #69 heykeo (@heykeo) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 6 เมษายน 2562 / 21:12
    ลมยังไม่ได้เป็นอะไรกันนร้า...ห้ามใจหน่อยสิ
    #69
    0
  23. #68 Palinz (@evening731) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 6 เมษายน 2562 / 19:26
    ไม่รู้ลมหึงเล่นหึงหลอกก
    #68
    0
  24. #67 BestBest_1308 (@BestBest_1308) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 6 เมษายน 2562 / 18:13
    เป็นนิยายเรื่องเดียวที่ไม่อยากให้พระเอกได้กับนางเอก โอ้ยยย สงสารยัยฟาง
    #67
    0
  25. #66 pan96250717 (@pan96250717) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 6 เมษายน 2562 / 01:03
    ที่ว่าฟางอ่านนิยาย แล้วจบลงด้วย โศกอนาฏกรรม

    นี่มันคือไร ตัวจริงคงไม่ใช้ฟางหลอกนะ
    #66
    0